สิงหาคม 2549
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
7 สิงหาคม 2549

ทางแยกแห่งความคิด ตอนที่ ๑



ผมป่วยเป็นไมเกรน !

อาจเป็นเหตุผลหนึ่งเพียงแต่เล็กน้อยเสียเหลือเกินเมื่อเทียบกับความรักในสีเขียวๆ ของใบไม้ และสีสันสดใสของไม้ดอก

ผมไม่รู้ว่าตัวเองเริ่มที่จะหลงใหลในลีลาม้วนตัวของใบ และกลีบบางๆ ของดอกไม้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือจะเป็นเพียงแฟชั่นเสี้ยวหนึ่งของชีวิต หลังจากที่เคยตกหลุมกับหนังสือ คอมพิวเตอร์ และประวัติศาสตร์มาแล้ว แต่การพูดว่าเป็นแฟชั่นก็ไม่ถูกซะทีเดียว ถ้าเราให้คำจำกัดความว่าแฟชั่นก็เป็นสิ่งที่สังคมหรือกลุ่มคนพากันลุ่มหลงในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งแล้วก็ตายจากไป ความลุ่มหลงของผมก็คงเป็นเหมือนไฟที่เกือบจะมอดแต่พร้อมจะลุกโชนขึ้นมาใหม่ตลอดเวลา

เพื่อนหลายคนมองว่าผมแปลก อาจเพราะผมสร้างทางแยกของตนเองไว้หลายทางที่ดูเหมือนเส้นขนานไม่รู้จบ บางครั้งผมก็ลุ่มลึกจนลุ่มหลงไปกับประวัติศาสตร์ในอดีต ยืมหนังสือประวัติศาสตร์เล่มโตๆ มาอ่าน โดยเฉพาะช่วงสมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์แรกเริ่มที่ผมสามารถเข้าถึงได้ผ่านสายสัมผัสแผ่วพลิ้วของสายตาเมื่อมองรูปถ่าย (เป็นสมัยเริ่มแรกๆ ที่มีรูปถ่าย) เกิดความรู้สึกอยากจะเข้าไปอยู่เป็นส่วนประกอบหนึ่งของภาพเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นภาพการแต่งกายของชายและหญิงไทยสมัยโบราณ ภาพเครื่องโถลายทองต่างๆ ที่เป็นลายไทย ซึ่งเมื่อผมได้มองทุกครั้ง ผมมีความรู้สึกว่าอยากเข้าไปสำรวจทุกซอกมุมของลวดลายวิจิตร อยากเข้าไปดูว่าเวลาที่คนสมัยโบราณเขาสร้างลวดลายเหล่านั้นด้วยสองมือและเส้นเอ็นแทนเครื่องจักรโดยไร้ซึ่งเทคโนโลยีใดๆ เขาทำได้อย่างไร

ผมเลือกเรียนในวิชามรดกไทยทั้งตอนที่ 1 และตอนที่ 2 สมัยที่ผมยังศึกษาอยู่ปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ทั้งนี้ในรายวิชา นอกเหนือจากเนื้อหาทางวิชาการที่แบ่งออกเป็น 4 ตอน อันได้แก่ ศิลปะไทย วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ และดนตรีไทยแล้ว เรายังได้มีโอกาสในการเข้าไปศึกษาถึงสถานที่จริงๆ ได้ไปดูศิลปะจริงๆ ผ่านทางสถาปัตยกรรมต่างๆ

ผมจำได้แม่นยำว่าผมเลือกเรียนวิชามรดกไทย 2 ก่อน ซึ่งเท่ากับว่าผมเลือกศึกษาส่วนที่ผมสนใจมากที่สุด นั่นคือ มรดกไทยตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์เป็นต้นมา ผมมีความสุขมากกับการเรียนและการไปสำรวจสถานที่จริงๆ สถานที่ที่เราไปกันครั้งนั้นคือ วัดต่างๆ ที่เก่าแก่โบราณ อาทิ วัดพระแก้ว วัดโพธิ์ วันอรุณ วัดสุทัศน์ วันราชนัดดา ฯลฯ ได้ไปชมบรรยากาศของรัฐสภาจริงๆ ได้เห็นถึงความงดงามแห่งศิลปะ และวิถีความเป็นอยู่ของชาววังสมัยก่อน รวมถึงซึมซับกับริ้วรอยพระราชอิริยาบถในรัชกาลที่ 5 ที่พระราชวังวิมานเมฆ ที่ที่ผมประทับใจที่สุด และไม่คิดว่าจะได้มาเห็น ทั้งนี้เนื่องจากเราเป็นคณะนักศึกษา จึงมีไกด์พาเราไปคอยชมแทบทุกซอกของพื้นที่ที่เปิดให้ชมพร้อมคำบรรยายอย่างเห็นภาพ ทำให้ผมยิ่งปลื้มใจไปอีก

นั่นเป็นความประทับใจแรก เสียดายที่ภาพที่ผมเก็บไว้ อยู่ในรูปของฟิล์ม (สมัยนั้นผมไม่มีกล้องดิจิตอล) ไม่ได้มีโอกาสเอาไปสแกนให้ชม แต่การไปศึกษาครั้งนั้นทำให้ผมเลือกที่จะลงเรียนในวิชามรดกไทย 1 ต่อไป แม้จะต้องแก่งแย่งกับนักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัยอย่างเลือดตากระเด็นในยามลงทะเบียน

ผมจะไม่กล่าวถึงการเรียน แต่จะขอข้ามไปสู่การออกเดินทางทัศนศึกษาที่จังหวัดอยุธยา สุโขทัย ลพบุรีครับ ครั้งนั้นบรรยากาศแตกต่างจากการทัศนศึกษาครั้งก่อน บอกตามตรงคือผมไม่ชอบเอาเสียเลย ความรู้สึกเหมือนเรากำลังเข้าไปดูสิ่งปรักหักพังต่างๆ ต้องคอยจินตนาการถึงร่องรอยความเจริญทางอารยธรรมในอดีต รู้สึกเสียดายแทนชาวสยามจริงๆ








สิ่งที่ปลอบใจผมได้โดยไม่ต้องใช้จินตนาการคือที่เมืองโบราณ จังหวัดแถบๆ กรุงเทพ ซึ่งเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่จำลองขึ้นมาโดยใช้จินตนาการอย่างแท้จริง เช่น พระราชวังในสมัยกรุงศรีอยุธยา เรือนไทย รวมถึงสิ่งต่างๆ ที่เป็นความเชื่อ เช่น ปลาอานนท์ พระพรหม ฯลฯ





และที่ประทับใจไม่รู้ลืมคือเมื่อรถไปจอดเพื่อให้ซื้อของที่ร้านค้าใกล้ๆ พระราชวังไกลกังวล เราได้มีโอกาสเห็นคชสารคู่พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แม้จะไม่ใกล้ แต่ก็เห็นถึงความงดงามของลักษณะที่บ่งบอกถึงความไม่ธรรมดา และได้มีโอกาสถ่ายรูปมาให้ชมครับ



รูปที่นำมาให้ชมกันในตอนแรกนี้ เป็นรูปที่เพื่อนผมเป็นคนถ่ายไว้ทั้งหมด เนื่องจากในขณะนั้นผมยังไม่มีกล้อง ตอนหน้าผมจะกล่าวถึงทางแยกที่สองของผม ขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาปอกลอกความคิดผมจนจบตอนที่ 1 ครับ


Create Date : 07 สิงหาคม 2549
Last Update : 7 สิงหาคม 2549 16:29:44 น. 10 comments
Counter : 1952 Pageviews.  

 
อ่า..อย่าเครียดมากนะครับ เป็นไมเกรน
อืมนั่งสมาธิช่วยได้ กับการใช้อโรมากลิ่นบำบัดช่วยผ่อนคลายได้ครับ


โดย: เงือกลม วันที่: 7 สิงหาคม 2549 เวลา:17:26:12 น.  

 
ผมหนักกว่าครับตอนนี้ โดนไวรัสทับปลายประสาท


โดย: stawahna (stawahna ) วันที่: 7 สิงหาคม 2549 เวลา:17:33:02 น.  

 
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ

คุณเงือกลม ผมจะลองทำดูครับ ว่าแต่ได้ฤกษ์เปิดบล็อกอย่าลืมแจ้งนะครับ

คุณ stawahna ขอบคุณครับ รักษาสุขภาพกันนะครับ


โดย: ต้น IP: 161.200.255.161 วันที่: 7 สิงหาคม 2549 เวลา:18:17:19 น.  

 
มาอ่านเรื่องราวของคนป่วยเป็นไมเกรน...
ทำสวนดอกไม้กับวาดภาพน่าจะช่วยได้นะคะ เพราะไม่ทำให้เราเครียด และที่สำคัญทิ้งความกังวลต่างๆไปซะบ้าง รู้สึกว่าจะเป็นคนคิดมากและกังวลง่ายด้วย จริงมะ


โดย: ดอกแก้ว IP: 124.157.197.246 วันที่: 7 สิงหาคม 2549 เวลา:18:39:58 น.  

 
อ่านไปด้วยความระทึกโดยพลัน
เราเองก็คิดว่า ทางแยก ของชีวิต คือสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความหมาย เพราะการเป็นมนุษย์สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือการ ตัดสินใจ เพื่อเลือกทางที่จะเดิน มนุษย์อยู่ได้ด้วยการเลือก เลือกที่จะทำในสิ่งที่ชอบเพื่อมีความสุข เลือกที่จะทำในสิ่งที่ไม่ชอบ เพื่อเหตุผลของวันข้างหน้า เลือกที่จะทำในสิ่งที่ไม่ได้ชอบและไม่ทำในสิ่งที่ชอบเพื่อปลดปล่อยตัวเองออกจากอารมณ์ทั้งปวง

ขอให้หายปวดไมเกรนไว ๆ นะ (เพิ่งเป็นตอนอยู่กรุงเทพหรือเปล่า???)

จะรออ่านต่อไปด้วยในระทึกตึกตักครับท่าน


โดย: apower IP: 58.8.45.215 วันที่: 9 สิงหาคม 2549 เวลา:13:15:57 น.  

 
อ่านด้วยใจจดจ่อ แบบไม่วางตาเขียนได้น่าอ่านมาก
ขอให้หายจากอาการปวดไมเกรนนะคะ

ในชีวิตจริงของแต่ละคน แต่ละก้าวย่าง ล้วนต้องผ่านทางแยกของชีวิตเสมอ ๆๆ สำคัญคือความมั่นใจที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงค่ะ

รอติดตามตอนต่อไปค่ะ


โดย: tanya\\j IP: 58.9.197.168 วันที่: 9 สิงหาคม 2549 เวลา:19:13:52 น.  

 
การได้ทำอะไรในสิ่งที่ตนเองรักและชอบเป็น
ของขวัญที่วิเศษสุดในชีวิตเลยครับ

ขอให้หายจากไมเกรนไวๆ

รูปเท่มากครับ



โดย: กะได IP: 220.233.200.11 วันที่: 9 สิงหาคม 2549 เวลา:19:43:49 น.  

 
ดีแล้วค่ะที่น้องต้นชอบต้นไม้ ความงามของธรรมชาติ
จะช่วยให้หายเครียดได้นะคะ

หายากนะคะที่คนรุ่นใหม่จะชอบประวัติศาสตร์ และศิลปไทย

เอ๊ะ..แล้วพี่เป็นรุ่นไหนเนี่ย อิ อิ ฟามลับเกือบแตก



โดย: พี่เอ็ม (mti) IP: 203.188.25.221 วันที่: 17 สิงหาคม 2549 เวลา:0:48:17 น.  

 
อย่าเครียดมากนักนะ ทำใจให้สบายๆ และต่อสู้กับปัญหาทุกอย่างที่เข้ามา แล้วสุขภาพก็จะดีขึ้นนะ เขียนเรื่องได้น่าอ่านจริงๆ


โดย: AA IP: 203.146.196.113 วันที่: 26 ธันวาคม 2549 เวลา:9:20:31 น.  

 
สวยจังดูแล้วงดงามมาก (จากคนสวย)


โดย: ด.ญ.พัชรี ศรีแค กุ๊กกิ๊ก IP: 61.7.167.127 วันที่: 29 ธันวาคม 2550 เวลา:15:04:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

MisterTon
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีทุกท่านครับ
[Add MisterTon's blog to your web]