พฤษภาคม 2555

 
 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
31
 
 
SF3 (ชื่อตอนคิดไม่ออกอ่ะ T^T)

         ฟิคเรื่องนี้แต่งขึ้นสนองความต้องการตัวเองล้วน ๆ ชื่อและสถานการณ์ต่าง ๆ เป็นเพียงการจินตนาการและเติมแต่งเพื่อความบันเทิง ไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับบุคคลในเรื่องแต่ประการใด

*******************************************

             รถสีดำคันสวยเคลือนเข้าจอดภายในลานจอดรถของวัด ท้องฟ้าสีส้มอ่อนๆเสียงใบโพธิ์และระฆังดังตามแรงลมเบาๆ วัดนี้เงียบสงบเหมาะแก่การนั่งสมาธิปฏิบัติธรรมอย่างที่น้องบอกจริงๆ นัทหยิบกระเป๋าเป้ใบเก่งไม่ลืมที่จะหยิบกระเป๋าแบนเนมของสาวที่นั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถมาด้วยที่ตอนนี้ลงมายืนบิดตัวรอข้างรถ

            บรรยากาศภายในวัดดูเงียบสงบ เขาชอบความสงบแบบนี้เพราะทุกวันนัทต้องทำงานและอยู่ในแวดล้อมที่เร่งรีบหลังจบการทัวร์คอนใหญ่ครบทุกภาคก็ขอลาพ่อแม่พี่น้องและแฟนคลับรับคำชวนของน้องร่วมค่ายที่จะมาปฏิบัติธรรมเกือบอาทิตย์เพื่อตัวเองจะได้พักสมองและทำสมาธิสงบสติอารมณ์ตัวเองที่มักจะขึ้นง่ายเกินไปในช่วงนี้อย่างตอนที่กลับจากทัวร์คอนที่หาดใหญ่พอลงเครื่องซินก็โดนไอ้โรคจิต ป่วนจนผวาไปหลายคืนผมที่ยืนห่างออกมาจากจุดนั้นแต่ก็พอจะเห็นเหตุการณ์อยู่ตลอดแต่จะให้ผมเดินเข้าไปลากซินออกมาจากไอ้บ้านั่นแฟนคลับก็จะพากันแตกตื่นไปกันใหญ่ที่ทำได้ก็แค่สังเกตการณ์อยู่ห่างๆ โสตประสาททุกอย่างเปิดรับฟังแต่เสียงซินเพราะถ้า ณ วินาทีนั้นผมได้ยินเสียงซินเพียงนิดเดียวก็คงไม่สนหน้าใครเป็นหน้าใครได้มีการเคลียร์กันแน่แต่พอซินออกไปขึ้นรถป๊าได้ ผมก็ต้องรีบสงบสติอารมณ์ปั้นหน้าให้นิ่งที่สุดบอกแฟนคลับให้ตามไปเจอกันที่ชั้น3 เพราะผมจอดรถไว้ที่นั่นร่ำลากับแฟนคลับได้ก็ขึ้นรถตรงกับบ้านทันทีระหว่างทางอดไม่ได้พอขึ้นรถออกมาได้หน่อยก็โทรหาซินปากบอกว่าไม่เป็นไรแต่น้ำเสียงสั่นๆ เบาๆไม่รู้ว่ากำลังกลัวหรือกำลังโมโห ฟังเสียงจับอารมณ์ได้ว่าไม่ปกตินักผมก็หงุดหงิดใจตามไปด้วย

“พี่นัทคะไปกันยังคะ....ยืนทำไรอยู่อ่ะ”

“อื้ม...อัพเฟสบอกแฟนคลับหน่อยน่ะ..ไปดิ่”

“ขอลาไปปฎิบัติธรรม8วันนะครับแต่มารเยอะเหลือเกินกำลังจาไปละรถยางแบนซะงั้นเดี๋ยวเอาบุญมาฝากทุกคนนะครับ”

“ไปก่ะใครอ่ะคะ ....เดินทางปลอดภัยนะคะ”

“นี่แกเห็นสเตตัสพี่นัทป่ะ แกว่าเค้าไปด้วยกันป่าวอ่ะ”

“พี่นัทตั้งใจปฏิบัตินะคะ สาธุ”

และอีกสารพัดข้อความทั้งหน้าเฟสทั้งแฟนเพจและเฟสบ้านต่างๆ

………………….

“ทำบุญเยอะๆ นะกลับมาถ้าตายจะได้ไปสวรรค์”

            หลังจากปิดเครื่องมือสื่อสารไปได้ไม่กี่วันพอได้พักจากการปฏิบัติก็เปิดมาเจอข้อความสั้นๆ จากผู้จัดการปากเก่ง ผมชะงักกับข้อความกึ่งแซวกึ่งเยาะๆของผู้จัดการที่ออกตัวแรงเสมอว่า“กูพวกซิน” ทั้งข้อความส่วนตัวและหน้าเฟส ส่งกลิ่นดาม่าลอยมาจนชุดขาวที่ผมใส่แทบไหม้ คิดอะไรกันเนี่ย   ไม่ผิดที่ผมมากับน้องด้าร์แต่เราไม่ได้เป็นอะไรกันเมื่อไรคนจะเข้าใจซักทีเบื่อจะแก้ข่าวเต็มที่แล้วผมกดเบอร์หาซิน รอสายอยู่นานจนเพลงรอสายเปลี่ยนไปหลายเพลงเจ้าของก็ยังไม่ยอมรับสาย เหมือนว่าจากที่จะตั้งใจทำสมาธิกลายเป็นตอนนี้สมาธิผมจดจ่ออยู่ที่มือถือที่กดเท่าไรซินก็ไม่รับสายกดอยู่นานก็ไม่มีผลใด ๆ จนต้องตัดใจเดินเข้าไปนั่งร่วมกลุ่มกับคนที่พักดื่มน้ำพูดคุยกันเบาๆใต้ต้นไม้

“เป็นไรไปคะพี่นัทหน้าดูเครียด”

“โทรหาซินไม่ติดน่ะ” ผมคงหน้ายุ่งจนปิดไม่มิดทำให้น้องร่วมค่ายถามขึ้นด้วยความสงสัยแต่พอเอ่ยชื่อซินไปเธอก็หันหน้าหนีไปอีกทางเหมือนไม่อยากรับฟังชื่อนี้เท่าไรนัก

        ความสัมพันธ์ของผมกับด้าร์มันคลุมเครือสำหรับหลายๆ คนที่กำลังเฝ้ามองความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ แต่สำหรับผมมันชัดเจน....ชัดเจนตั้งแต่วันแรกที่ผมรับข้อเสนอให้สร้างกระแสนัทด้าร์ กลบข่าวของผมกับซินเมื่อผมรับข้อเสนอผมก็บอกกับเจ้าตัวชัดเจนว่า “เราเป็นพี่น้องกัน”และไม่มีวันที่ผมจะเปลี่ยนความคิดเรื่องนี้คงมีแต่ผมกับน้องที่รู้และผมก็ว่าคิดถูกที่ออกตัวไปวันนั้น ไม่อย่างนั้นน้องคงแสดงออกมากกว่านี้และถ้าเป็นแบบนั้นมันคงทำให้ผมอึดอัดและถอนตัวจากกระแสข่าวนี้เอาง่ายๆ

“พี่นัทคะเขาเรียกให้เข้าห้องสมาธิแล้วนะคะ” ผมมองน้องที่เรียกบอกขณะที่มือก็ยังกดโทรศัพท์อยู่ไม่เลิก

“ด้าร์..พี่ว่าพี่กลับกรุงเทพก่อนดีกว่าเดี๋ยวถึงนั่นแล้วพี่จะโทรบอกผู้จัดการด้าร์ให้เอารถมารับเราวันเลิกปฏิบัติแล้วกันนะ”

        ผมไม่รอช้าเดินเข้าไปเก็บกระเป๋าเป้ในห้องพักคว้ากระเป๋าได้ก็ตรงขึ้นรถขับกลับกรุงเทพและที่หมายที่ผมตั้งใจก็คงเป็นบ้านของคนที่ไม่รับโทรศัพท์ผม ไม่ได้ร้อนใจขนาดต้องแจ้นกลับมาหาซิน   เพราะเอาเข้าจริง ๆ แล้วผมกับซินเราก็แค่เพื่อนกัน ซินมีเพื่อนเยอะและเพื่อนซินไม่น้อยที่อยากจะขยับเป็นมากกว่าเพื่อนและผมเองไม่รู้เลยว่าในใจซินขยับให้ใครเป็นมากกว่าเพื่อนแล้วหรือยังแต่ถ้ามีอะไรที่มันทำให้ความรู้สึกเราสองคนคลุมเครือ  ผมคงต้องรีบเคลียร์ไม่อยากให้อะไรมันคาใจไม่อยากให้ใครพูดอะไรให้ซินเข้าใจผิด   ผมไม่รู้ว่าเรื่องที่แอบมาปฏิบัติธรรมครั้งนี้เป็นสาเหตุให้ซินไม่รับโทรศัพท์ผมหรือเปล่าอยากรู้ แต่เมื่อไม่ได้คำตอบจากเสียงตามสายก็ต้องมาเจอตัวเท่านั้นจึงจะตอบเรื่องคาใจได้

“ม๊าซินสวัสดีครับ” ... ผมเกาะรั้วขาวสวัสดีคุณแม่ซินที่เดินมาเปิดประตูให้

“อ้าว...นัทไปปฏิบัติธรรมกลับมาแล้วหรอลูก”

“อ่า..ฮะม๊ารู้ได้ไงครับเนี่ย...”

“ฮ่าๆๆ..ซินบอกน่ะลูกเห็นบ่น ๆ ว่าไปไม่ชวนแล้วนี่มาหาซินโทรบอกเค้าหรือยังหล่ะ  เห็นออกไปกินข้าวกับพี่หมอตั้มตั้งแต่เที่ยงแล้ว นัทมีอะไรด่วนป่าวลูก”

“ก็..นิดหน่อยฮ๊ะม๊า..โทรไปแล้วซินไม่รับ นัทเข้าไปรอซินได้มั้ยฮะ”

ผมเบื่อชื่อหมอตั้มมากช่วงนี้เกาะติดซินแจว่างเป็นต้องหาเรื่องชวนกินข้าว ชอปปิ้ง แล้วที่หน้าโมโหมากคือถ้าซินว่างไม่ติดนัดใครก็มักไปไหนกับไอ้หมอนี่แทบทุกครั้ง ถูกใจอะไรหนักหน้า รู้ว่าชอบคุยก่ะพวกความรู้สูง ๆดูหลักการแต่ซินก็ควรรับสายผมบ้างเกิดผมมีงานด่วนจะบอกแล้วจะทำไงผมไม่ได้หึงแค่ห่วงเรื่องงาน

“สงสัยเลยกันไปดูหนังมั้ง น้องนัทนั่งรอก่อนล่ะกันจ๊ะเดี๋ยวก็กลับแหละออกไปนานแล้ว”

ผมที่เดินตามคุณแม่ซินเข้ามาในบ้านอย่างไม่มีทางเลือกเพราะไม่รู้ว่าซินไปห้างไหนถึงรู้ก็คงไม่ตามไปให้โดนด่า   น้องดาวของซินเดินมาวน ๆ รอบขาผมซักพักก็ถอดใจเมื่อผมไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วย

ผมถือวิสาสะเดินขึ้นห้องทำงานซิน โดยอ้างว่าจะไปเขียนงานระหว่างรอซึ่งคุณม๊าก็ชินกับการเข้าออกของผม ถึงจะบอกว่าห้องทำงานเอาเข้าจริง ๆก็มีแค่คอมพิวเตอร์ โซฟา โต๊ะเก้าอี้ธรรมดาไม่กี่อย่างแต่ที่ให้ซินชอบห้องนี้มากก็ต้องที่ฝาผนังห้องด้านหนึ่งมีตู้ที่เต็มไปด้วยหนังสือหลากหลายแบบจะมากหน่อยก็พวกหนังสือด้านออกแบบดีไซส์ และงานศิลปะพวกที่ดูอ่านเข้าใจยาก ๆ ตามสไตล์ของเจ้าของ อีกด้านก็เป็นชั้นวางซีดีเพลงด้านนี้ผมพอจะเข้าใจง่ายกว่าฝั่งตรงข้ามเพราะแนวเพลงที่เราทั้งคู่ชอบฟังคล้าย ๆ กัน  แต่ของซินจะฟังง่ายกว่า เพลง “แจ๊สจ๋า” อย่างที่ซินเรียก     

ผมวางซีดีเพลงของจอห์นเมเยอร์ลง กำลังจะหันไปหยิบสมุดหนังสีดำที่เห็นซินชอบขีดๆ เขียน ๆ อยู่บ่อยๆยามว่างก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงรถดังอยู่หน้ารั้วบ้านเรียกความสนใจผมให้หันไปทางระเบียงที่ประตูกระจกถูกเปิดระบายอากาศไว้

“ซิน..หมอตั้ม”.........ภาพที่ผมเห็นทำให้ต้องเผลอกำมือแน่นไม่รู้ตัว

หมอตั้มเดินลงมาเปิดประตูด้านที่ซินนั่งพอเจ้าตัวลงมายืนข้างๆ ได้ก็เห็นตั้มหยิบถุงใส่ของ 2 -3 ใบ จากที่นั่งด้านหลังส่งให้ซินหน้าคนที่สังเกตุการณ์อยู่ด้านบนร้อนจนแทบจะลุกเป็นไฟ

(เนี่ยหรอเหตุผลที่ไม่รับโทรศัพท์เขาเพราะไปชอปปิ้งกับไอ้หมอนี่เหรอ)  

คนผมยาวด้านล่างที่ยืนยิ้มขอบคุณและพูดอะไรซักอย่างเอามือปัดผมด้านข้างขึ้นทัดหูอย่างยิ้มๆ ทุกการกระทำ กำลังทำให้คนที่จ้องมองจากบนห้องคลั่งตายอย่างไม่รู้สาเหตุเขายอมทิ้งการปฏิบัติธรรมเพื่อจิตใจที่สงบและแจ่มใสเพื่อมาสติแตกกับคนที่ดูไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไรเลย รถมินิคันสวยขับออกไปได้ไม่ไกลซินก็เหลือบมองขึ้นมาสบตากับผม .... เซ็นส์ดีจริง ๆ คนนี้

“มาทำอะไรห้องเรา”  ยังไม่ทันที่ผมจะทำใจให้เย็นลงเท่าไร คำถามไม่ทันตั้งตัวก็รัวใส่ผม......จะให้ตอบอะไรได้นอกจากเงียบ

“เราถามทำไมไม่ตอบ....แล้วไม่อยู่ปฏิบัติธรรมล่ะหรอ”

“โทรมาไม่เห็นรับสาย...” ผมไม่ตอบคำถามซินแต่เลือกที่จะถามคำถามกลับ

“ทีนัทถามทำไมไม่ตอบ”

“......................”

“เมื่อกี๊ก็เห็นแล้วนี่”  คำตอบซินทำอารมณ์ผมแทบพุ่ง

“หมอเค้าห้ามรับโทรศัพท์หรือไง ถึงรับสายกูไม่ได้”

“อย่ามาหยาบคายนะนัท”

“ก็ทีมึงอ่ะซิน...กูปฏิบัติไม่เป็นสุขก็เพราะมึงอ่ะรู้ตัวมั้ย”

“.....................”

“ซิน..ถ้ามึงยังนิ่งแบบนี้กูจะโมโหจริง ๆล่ะนะ...กูร้อนใจจะตายตอนเห็นข้อความพี่โอ๊ต กลัวมึงเข้าใจผิด...ยิ่งเห็นเฟสแม่งดาม่ากัน..กูก็ยิ่งเครียด...แล้วถ้ากูกลับมาแล้วเจอมึงเงียบแบบนี้...กูจะไม่ประสาทแดกหรอซิน...มึงเข้าใจกูหน่อยได้มั้ย!!!~”

“......................................”ตาแดงๆ ของคนที่พยายามจะเชิดหน้าหนีสายตาผม ...รออยู่นาน....ก็ได้ยินเสียงอ่อมแอ่มว่า ..........

“ตอนไปยังไม่เห็น..อยากจะโทรบอก  ทีงี้จะมาบ่นเอาอะไร....”

“ห๊ะ!!~~......ซิน..ว่าไงนะ”

“ทำไม....พูดไม่ออกหรอ อยากจะไปกับใครก็ไป ไม่บอกไม่กล่าวแล้วจะมาโทรหาเราทำไมตอนนี้..โทรมาก็มีแต่คำแก้ตัวไม่อยากฟังเว้ย!!!~”

ร่างบางหันหลังเอามือเท้าเอวส่วนอีกข้างที่ว่างก็เสยผมอย่างคนกั้นอารมณ์  คงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเผลอตัววีนผมอย่างจัง ผมพูดไม่ออก อึ้งที่ซินมีอาการแบบนี้ให้เห็น ปกติก็มีแต่อยากได้อะไรก็บอกตรง ๆไม่มีมางอนกันบ่อยนักหรอก เพราะผมไม่เคยจะขัดใจเค้าซักเท่าไร....ทั้งอึ้งและหาข้อแก้ตัวไม่ออกจริง ๆ เรื่องที่ไม่บอกซินก่อนไปก็กลัวว่าบอกไปจะหาว่า “มาบอกทำไม” ก็เลยตัดสินใจไม่บอก...กลายเป็นว่ามีงอนครับงานนี้.... งั้นผมต้องง้อใช่มั้ย??? ..

“หึหึ......ขอโทษที่ไม่บอกก่อนไป....ไม่อยากให้คิดมาก” ผมใจกล้าเสี่ยงตายเดินเข้าไปซ้อนหลังเขาแตะเอวบางเบาๆ  ไม่กล้ากอดเต็มตัว..ผมก็กลัวตายเหมือนกันนะครับ

“ถอยไป...อย่ามาโดนตัวเรา” ซินพยายามปัดมือผมออกแต่ก็ขืนไว้

“ขอโทษ...หายโกรธได้มั้ย .... โกรธแล้วเดี๋ยวไม่สวยนะ..โอ๊ย!!!~ ซินๆ อย่าหยิกเจ็บบบ เจ็บ...” พอเจอคำต้องห้ามเข้าไป“คนสวย”ก็ตะบะแตกทั้งจิกทั้งหยิกมือผมพอมือผมหลุดจากเอวบาง ซินก็หันมาตีที่แขนผมทั้งทุบที่อกและตีไปตามแต่ที่มือเล็กจะพาไป เจ็บแต่ก็ยอม ทำได้แค่ปัดป้องนิดหน่อยยิ่งผมยอมหน้าสวย ๆ ก็เริ่มยู่ ตาคลอแดงๆ แต่ไม่มีน้ำตาให้เห็น ผมตัดสินใจรวบมือเรียวไว้ทั้งสองข้าง

“ซิน..กูเจ็บ พอก่อนๆ เจ็บจริง ๆ ยอมแล้วๆ” เมื่อรวบได้ก็กอดเขาลูบหลังแล้วโยกปลอบคนที่หอบเพราะทำร้ายร่างกายผมเมื่อกี้จนเหนื่อย

“เลิกงอนเนอะ......กูไม่เคยมีใครไม่เคยชอบน้องเค้า...ไม่เคยเพราะกูมีคนที่ชอบแล้ว..”

แน่ะพอพูดแค่นั้นยังไม่ทันจบที่นิ่งไปเมื่อกี้ก็เริ่มดันตัวออกอีกแล้ว....

“คนที่กูชอบ...ทั้งสวย ....เสียงดี...แต่ชอบทำร้ายร่างกายกูบ่อยๆ”

“หน้าผิดกฎหมายอย่างมึงจะมีใครกล้าทำร้ายร่างกายมึง”

“ก็มึงไง.....^_^

“......>////<......”

“หึหึ เขินหรอ....เดี๋ยวกูอัพเฟสว่ากูกลับมาง้อมึงดีม่ะ”

“โอ๊ย โอ๊ย..ฮ่าๆๆๆๆ”

“....ซิน...กูไม่รู้หรอกนะว่าซินยอมให้นัทขยับเป็นมากกว่าเพื่อนหรือยัง....แต่กูก็จะเป็นแบบนี้ไปตลอด....ให้ความรู้สึกของเราเป็นแบบนี้ไปตลอดนะซิน...”

“....อื้ม..ไปอัพเฟสด้วย อย่าลืมล่ะ”

Nut : ขออธิบายนิดนึงนะครับตอนแรกตั้งใจจาไปปฏิบัติ8วันครับแต่มีเหตุจำเป็นที่ต้องกลับก่อนครับ

                                                                                                              ^____^




Create Date : 29 พฤษภาคม 2555
Last Update : 18 กรกฎาคม 2555 22:30:36 น.
Counter : 945 Pageviews.

1 comments
  
อ๊าก!! ฟิคแอบจริงใช่มั้ยคะ ชอบมากเลย จิ้นไปไกลเลย
โดย: น้องกิ๊ฟแดง IP: 124.120.76.84 วันที่: 15 ตุลาคม 2555 เวลา:23:19:37 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

lucky si
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



New Comments
MY VIP Friend