ฝันราลีห์
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชอบอ่านเรื่องผี เขียนเรื่องได้หลายแนว กำลังหัดเขียนเรื่องผีจากคนใกล้ตัว ประสบการณ์ตรงไม่มี อิอิ....

****สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำไปโพสต์หรือไปลงที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ดุนะเนี่ย เด๋วส่งผีตำรวจไปหลอก
แบร่ๆๆๆๆ
Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
21 พฤศจิกายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ฝันราลีห์'s blog to your web]
Links
 

 
สายโลหิต (ตอนที่ 4)

คุณยายไสวเป็นผู้หญิงที่มีความรู้ อ่านหนังสือออก ซึ่งผิดจากลูกชาวบ้านทั่วไปในสมัยนั้น เมื่อก่อนจะมีตำราของคุณตาเป็นปกแข็งเดินทองเป็นหนังสือฝรั่งมากมายที่บ้าน ปรากฎว่าแม่ยังเด็กไม่รู้คุณค่า ยกให้เขาไปเสียหมด แถมตัดโน่นแปะนี่เล่น โปสการ์ดคุณตาเขียนมาจากฝรั่งเศสมากมาย ก็โดนแม่ตัดรูปด้านหลังแปะเล่นเสียหมด เพราะแม่เป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่แต่เล็ก ไม่ค่อยมีผู้ใหญ่คอยสอน น่าเสียดายมาก

เมื่อสมัยคุณยายยังเล็ก คุณยายเป็นลูกสาวผู้ดีมีตระกูล คือ พระพิพิธสุนทร และ หลานพลโท พระยาสีหราชฤทธิไกร (ทองคำ สีหอุไร) ดังนั้น คุณยายได้รับการศึกษาอย่างดีเยี่ยมในมาตรฐานของเด็กสมัยนั้น คือได้เข้าโรงเรียนสตรีเพื่อมีความรู้อ่านออกเขียนได้ เรื่องต่อไปนี้ คุณยายเล่าว่า.....

“คุณไสว เสร็จหรือยังเจ้าคะ เดี๋ยวจะไม่ทันโรงเรียนเปิดนะคะ” เสียงพี่เลี้ยงเด็กน้อยลอยมาแว่วๆ
“หนูเสร็จแล้วค่ะ กำลังออกไปค่ะ” เด็กน้อยพูดดังกว่าเดิมนิดหน่อยเนื่องจากถูกสอนไม่ให้ตะโกนเป็น “ชาวท้องนา”

โรงเรียนที่หนูน้อยกำลังจะไป อยู่ไม่ไกลบ้านตรอกดินตรงถนนราชดำเนินนัก สามารถนั่งรถเจ็กไปได้โดยใช้เวลาไม่นาน เด็กน้อยรู้สึกตื่นเต้นกับการไปโรงเรียนวันแรกอย่างมาก ความจริง เด็กอายุ 5 ขวบอย่างหนู ถือว่าเป็นเด็กมากในสมัยนั้น ญาติๆที่ทราบข่าวล้วนตบอกปุๆ แล้วพูดอย่างเวทนาว่า
“โถ น่าสงสาร กำพร้าแม่แล้วยังต้องให้พ่อส่งไปโรงเรียนแต่เล็ก รอให้ 10 ขวบเสียก่อนก็ยังทัน”

โรงเรียนหนูไสว เป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในบ้านตึกทรงยุโรปหลังใหญ่ แบบที่สมัยนี้เขาเรียกกันว่า สถาปัตยกรรมยุคโคโลเนียล เป็น “โรงเรียนแหม่ม” ที่เป็นที่นิยมกันในยุคนั้น มีแหม่มโน่นแหม่มนี่มาเปิด บริเวณมีสนามใหญ่กว้าง ตัวตึกเป็นตึกโบราณที่มีห้องใต้ดินด้วย มีเสียงลือกันว่า เป็นห้องขังทาสสมัยโบราณ มืด ๆเย็นๆ ปิดไว้ไม่มีนักเรียนลงไป นักเรียนทุกคนแต่งตัวกันแบบทั่วไป ไม่มีเครื่องแบบ หนูไสวได้เพื่อนใหม่หลายคน เป็นลูกผู้ดีมีตระกูลเสียทั้งนั้น รู้สึกดีใจมาก ไปโรงเรียนทุกวันอย่างมีความสุข

มีเด็กคนหนึ่งใส่ทองหยองเต็มตัวมาเรียนหนังสือทุกวัน ซึ่งจริงๆก็เป็นเรื่องปกติของสมัยนั้น วันหนึ่งใส่สร้อยทองตุ้งติ้งสวยมากมีทับทิมเป็นเม็ดนิดๆรูปสัตว์ต่างๆ มาอวดเพื่อนๆ ว่าเจ้าคุณตาให้วันเกิด ทุกคนก็รุมดูด้วยความชอบใจ แต่หนูไสวก็ไม่ได้คิดอะไร ก็ไปดูกับเขาด้วย คิดว่าสวยดีเท่านั้น ปรากฎว่าเย็นวันนั้น พี่เลี้ยงของเด็กคนนั้นมารับจากโรงเรียนก็เอะอะกันใหญ่ว่าเด็กหายไป

ครูทั้งโรงเรียนออกค้นหากันจนทั่วก็หาไม่พบ คิดว่าต้องมีคนมาลักเด็กไปข้างนอกโรงเรียน แจ้งตำรวจหากันจ้าหละหวั่น แม่ของเด็กคนนั้น เป็นลมไปหลายพัก

สองวันต่อมา ปรากฎได้กลิ่นโชยมาจากห้องใต้ดิน ลงไปพบศพเด็กคนนี้ โดนรัดคอตาย ทองหยองที่ใส่โดนถอดไปหมด ตอนแรกก็สงสัยว่าผู้ร้ายเข้ามาทำ แต่มีคนเห็นว่าเด็กคนนี้ ไปเล่นกับเด็กอีกคนหนึ่งก่อนที่จะหายตัวไป เป็นเด็กผู้หญิงเหมือนกัน เพราะเป็นโรงเรียนสตรี

เพื่อนหนูไสวคนนี้จะเป็นคนเงียบๆ แปลกหน่อย อายุประมาณ 5-6 ขวบ พอๆกับหนูไสวและเด็กที่หายไป ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าเป็นใครมาจากไหน รู้แต่ว่า พ่ออยู่ต่างจังหวัด แม่เป็นลูกสาวของคหบดีต่างจังหวัด เหมือนกัน เป็นเด็กนักเรียนประจำ นอนค้างที่โรงเรียนเลย

พอผู้ใหญ่เค้นถามมากๆเข้า เด็กคนนี้ก็เปิดปากพูด เพราะยังเด็กมาก ปรากฎว่าเขาอยากได้เครื่องประดับเพื่อน ก็เลยหลอกเพื่อนลงไปห้องใต้ดิน เพราะเป็นนักเรียนประจำชอบลงไปเล่น หาทางเปิดประตูจนได้ พอเพื่อนหลงเชื่อลงไปก็เลยรัดคอจนตาย เอาเครื่องประดับไปฝังดินไว้แถวๆนั้น แล้วก็มาเรียนทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนแรกผู้ใหญ่ก็แทบไม่เชื่อ พอไปขุดดูก็เจอจริงๆ

เรื่องนี้ตั้งแต่คุณยายยังเด็กๆก็ต้องสัก 100 ปี กว่ามาแล้ว เป็นที่โจษจันกันอย่างมาก สืบไปได้ความว่า เด็กที่เป็นฆาตกรนี้ สืบเชื้อสายมาจากฆาตกรจริงๆ คือ พ่อของเด็กคนนี้เป็นฆาตกรฆ่าคนตายเลยถูกประหารชีวิตที่ต่างจังหวัด ส่วนแม่ก็เป็นลูกคหบดีต่างจังหวัด เลยส่งลูกเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ เพื่อจะได้ไม่มีคนรู้ประวัติ ก็เลยมาฆ่าเพื่อนเสียที่นี่ เป็นที่กล่าวขานกันว่า เชื้อไม่ทิ้งแถว ขนาดเป็นเด็กผู้หญิงอายุแค่ 5 ขวบ ที่จับได้ก็เพราะยังเด็กมาก แต่ถ้าโตกว่านี้ไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไร ได้ข่าวว่าเขาเอาเด็กแยกไว้ หนูไสวก็ไม่เคยทราบข่าวเพื่อนคนนี้อีกเลย หนูไสวก็เลยต้องเรียนหนังสืออยู่บ้านไปพักใหญ่

ส่วนโรงเรียนแหม่มแห่งนั้น ก็ถึงแก่กาลอวสาน เนื่องจากผู้ปกครองรีบเอาบุตรหลานออกจากโรงเรียนกันหมด ทำให้ต้องปิดตัวไปในที่สุด

โบราณเขาถึงว่า เลือดดี เลือดชั่ว.... มาตามเผ่าพันธุ์แบบนี้ก็มี




Create Date : 21 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2551 17:19:55 น. 4 comments
Counter : 562 Pageviews.

 
อ่านไม่ออกครับ เปลี่ยนพื้นหลังหรือไม่ก็สีตัวอักษรด่วน

แวะมาเยี่ยม


โดย: garnet19th วันที่: 21 พฤศจิกายน 2551 เวลา:7:38:35 น.  

 

ได้บรรยากาศเก่าขึ้นมาจับใจค่ะ
เหมือนนนั่งดูละครเลยตอนเด้กๆ เลย


โดย: Sweety-around-the-world วันที่: 22 พฤศจิกายน 2551 เวลา:0:06:39 น.  

 
เขียนอีกนะคะ ชอบอ่านค่ะ


โดย: The eye of earth วันที่: 26 พฤศจิกายน 2551 เวลา:14:44:10 น.  

 
อยากให้ช่วยเล่าประวัติปู่ทวดด้วยได้มั้ยครับ ท่านพระยาสีหราชฤทธิไกรอ่ะครับ


โดย: สุทัศน์ สิงห์อุไร IP: 202.28.21.4 วันที่: 14 มิถุนายน 2552 เวลา:15:57:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.