บทความเกี่ยวกับบ้าน อาหาร โรงแรม แต่งงาน กีฬา ท่องเที่ยว เสื้อผ้า แฟชั่น ที่พัก เครื่องสำอาง ซื้อขาย สัตว์ เลี้ยง สุขภาพ
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2552
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
31 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 

กลูต้าไธโอน ทำให้ผิวขาวจริงหรือไม่ : กลูต้าไธโอน ฉีดกลูต้าไธโอน กลูต้าไทโอน กลูตาไธโอน กลูตาไทโอน


กลูต้าไธโอน ทำให้ผิวขาวจริงหรือไม่? แต่ในประเทศไทย สารนี้ยังไม่ผ่านการอนุมัติจาก องค์การอาหารและยา


กลูต้าไธโอน (Glutathione) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่สำคัญในร่างกาย ที่สามารถสร้างขึ้นเอง จากอาหาร ประเภทโปรตีน ไข่ และนม รวมถึง ผลไม้ประเภท
อะโวคาโด และจะถูกเก็บไว้ที่ตับ ที่ได้รับสามารถพบได้ทุกเซลล์
เป็นสารที่ประกอบด้วยกรดอะมิโน 3 ชนิด ได้แก่ Cysteine, Glycine และ
Glutamicacid หน้าที่ หลักมีอยู่ 3 ประการ คือ


1. ต้านอนุมูลอิสระ Antioxidant : กลูตาไธโอนมีคุณสมบัติ เป็นสารต้านปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่น ที่มีความสำคัญตัวหนึ่ง ในร่างกาย และหากขาดไป

วิตามินซี และอี อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่


2. กระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย Immune Enhancer : ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยกระตุ้นการทำงาน ของเอ็นไซม์หลายชนิด เพื่อให้ร่างกายต่อต้านสิ่งแปลกปลอม รวมถึงเชื้อแบคทีเรีย และไวรัส นอกจากนี้กลูตาไทโอน ยังช่วยสร้าง และซ่อมแซม DNA


3. การขจัดสารพิษ Detoxification : กลูตาไทโอนช่วยสร้างเอ็นไซม์ชนิดต่างๆ ที่ช่วยในการกำจัดพิษ ออกจากร่างกาย โดยไปเปลี่ยนสารพิษชนิด

ไม่ละลายในน้ำ เช่น พวกโลหะหนัก สารระเหย ยาฆ่าแมลง แม้แต่ยาบางชนิด
ให้เป็นสารที่ละลายน้ำได้ดีขึ้น และง่ายต่อการกำจัด ออกจากร่างกาย
นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันตับ จากการถูกทำลายโดย แอลกอฮอล์ (สุรา) สารพิษ
จากบุหรี่ และยาพาราเซตามอลเกินขนาด (Overdose) ฯลฯ


ข้อบ่งใช้ในทางการแพทย์

สารนี้บางประเทศขึ้นทะเบียนเป็นยา และ บางประเทศใช้เป็นอาหารเสริม แต่ในประเทศไทย สารนี้ยังไม่ผ่านการอนุมัติจาก องค์การอาหารและยา

มีรายงานการใช้สาร กลูต้าไธโอน
ในหลายกรณี เช่น โรคทางระบบประสาท เช่น พาร์กินสัน
โดยใช้ฉีดเข้าทางเส้นเลือดดำ ใช้รักษาภาวะการเป็นพิษจากโลหะหนัก
พิษจากยาพาราเซ็ทตามอลทำลาย พิษในตับ ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานในคนไข้ AIDS , มะเร็ง
และใช้ต้านความชรา แต่ข้อมูลที่ใช้รักษาฝ้า และทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง
เหมือนมีแสงออร่านั้น ยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน
พบว่าเป็นผลข้างเคียง จากการใช้สารนี้ที่ใช้รักษาโรคอื่น แล้วผิวขาวขึ้น จึงมีการนำมาใช้ทำให้ผิวขาวขึ้น


ปัญหาของกลูต้าไธโอน


1. ผลข้างเคียงที่น่ากลัว คือการฉีดยาเข้าเส้นเลือดดำ มีโอกาสที่จะแพ้ได้ ทั้งการแพ้สารกลูตาไทโอน เอง หรืออาจจะแพ้ สารฆ่าเชื้อ หรือ สารกัน

เสียหรือ สารปนเปื้อน ขณะนี้มีรายงานในต่างประเทศว่า ผู้ที่ได้รับการฉีดกลูต้าไธโอนขนาดสูง ที่ใช้กันอยู่มีอาการช็อค ความดันต่ำ หายใจไม่ออก

และเสียชีวิตได้ ถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที


2. สารกลูต้าไธโอน ที่ใช้อยู่เป็นการลักลอบนำเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย ไม่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหาร
และยา สารนี้ที่ใช้ในการแพทย์ มีชื่อ ว่าTationil ซึ่งผลิตโดยบริษัท Roach
ประเทศอิตาลี แต่บริษัท Roach ประเทศไทย ได้ยืนยันมาว่า
บริษัทไม่ได้เป็นผู้นำเข้า และจัดจำหน่าย
และยังพบว่ามียาปลอมมีที่ผลิตที่เวียดนาม และจีนโดยที่พิมพ์ว่า
ผลิตในอิตาลี ทำให้เกิดผลข้างเคียงในการฉีดได้


3.
การที่ฉีดมักจะให้วิตามินซีในขนาดสูงร่วมด้วย
ซึ่งการฉีดวิตามินซีในขนาดที่สูงและ เร็วเกินไป อาจทำให้เกิดอาการมึนศีรษะ
คล้ายจะเป็นลมได้


4. พบว่าการที่ได้รับสารกลูต้าไธโอนเป็นเวลานานๆ จะทำให้เม็ดสีที่จอตาลดลงทำให้รับแสงได้น้อยลง เสี่ยงต่อการมองเห็น ได้ในอนาคต ทาง

วารสารทางการแพทย์สหรัฐอเมริกาจัดว่า เป็นสารที่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียง ทางตา


5. การใช้สารกลูต้าไธโอนในผู้ป่วยมะเร็งทำให้ประสิทธิภาพในการรักษา



ข้อมูลโดย : สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย



บริการด้านความงามทั้งหมด .. คลิกที่นี่



คำเกี่ยวข้องที่ใช้ค้นหา: กลูต้าไธโอน gluta อาหารเสริม ผิวขาว กลูต้า ลอกผิว Glutathione







Free TextEditor




 

Create Date : 31 สิงหาคม 2552
2 comments
Last Update : 31 สิงหาคม 2552 11:20:30 น.
Counter : 863 Pageviews.

 

ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่มีประโยชน์มากๆๆๆ ค่ะ

 

โดย: oRanGIsM 31 สิงหาคม 2552 11:45:11 น.  

 

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค๊า..

 

โดย: น้ำหอม http://www.mizzperfume.com (MizzPerfume ) 1 กันยายน 2552 0:12:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


tottui
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add tottui's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.