L A Z Y- - -F L O W E R
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2558
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
31 ตุลาคม 2558
 
All Blogs
 

ภูสอยดาว Part I




คำเตือน:

บล็อกวันนี้เป็นบล็อกที่ใช้ภาษาค่อนข้างหยาบคาย
มีภาษาพ่อขุนเกิน 80% คุณหนูๆไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง
ถ้าไม่จำเป็นและคิดว่ารับไม่ได้ให้ผ่านไปอ่านบล็อกคนอื่นข้างหน้าได้
เพราะบล็อกนี้ไม่ได้เป็นบล็อกเชิงพานิชย์อะไรทั้งนั้น
เจ้าของบล็อกเขียนขึ้นมาเพื่อตอบสนองอารมณ์ตัวเองคนเดียวเท่านั้น
การเขียนตอนนี้คาดคั้นการเขียนออกมาด้วยความคิดส่วนตัวล้วนๆไม่มีวัวปน
เขียนขึ้นมาเฉพาะกิจเพื่อบันทึกไว้ว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
เราได้เคยพาชีวิตไปสู่ความโลดโผนโจนทะยานบ้าๆบอๆมาแล้ว
ซึ่งเป็นทริปที่ไม่ได้มีการวางแผนและเตรียมตัวอะไรทั้งสิ้น
อยากไปก็ไป ไม่ได้คิดชวนใครทั้งนั้น แค่ถามอีอุ๊ว่าจะไปมั้ย?
ถ้าไม่ไป กุไปคนเดียวได้ แต่อีนี่ดันตอบรับว่าจะไปด้วย ไปก็ไป
ความหวาดระแวงและหายนะก็ได้เริ่มเกิดขึ้น
นับตั้งแต่ที่มันตอบว่าจะไปด้วย...อืมมม












เรานัดหมายกันไม่กี่วัน หลังจากนั้นหน้าที่อีอุ๊คือจองตั๋วรถ
จากขนส่งหมอชิต2 ไปลงพิดโลก สถานี่เก่า
ซึ่งตอนนั้นก็งงๆว่า ทำไมต้องมีเก่า มีใหม่
มาเข้าใจตอนขากลับนั่นเอง เก่าคือเก่า
ใหม่คือใหม่ คือพยายามรองรับอนาคตพื้นที่ที่ไกลๆ
เพื่อเพิ่มความเจริญให้คนพื้นที่นั้นๆ
แต่ความลำบากของผู้โดยสารนี่...ไม่ได้คิดถึงจิตใจกันเล้ยยยย
ไม่เชื่อมาดูที่ระยองสิ...ขนส่งใหม่...วังเวงมาก
ซึ่งการจองตัั๋วไปหมอชิตของเราต่อแรก..
ก็ต้องไปที่ขนส่งใหม่นี่ล่ะ..หื่อ..เวนล่ะ
เข้าไปถามตอนสามโมงกว่าๆ จะจองตั๋ว
ป้าคนที่ขายตั๋วไม่ยอมรับจอง
บอกว่าเดี๋ยวตกรถจะเสียค่ารถฟรีนะ ไม่รับผิดชอบ
งู้นงี้ จนต้องบอกว่าป้า..บ้านหนูนี่อยู่หน้าประตูขนส่ง
จบม่ะ???
เออ จบ
จ่ายตังค์
เอาตั๋วมา คุณป้า..ห้ามบ่น



สี่โมง 15 นาที
กุยังนั่งทอดไก่ที่บ้านเลย 55555
สี่โมง 20 นาที
สามีขับรถไปส่งที่ขนส่งใหม่ซึ่งรถกำลังมาพอดี
สอบถามว่าใช่ก็ขึ้นรถทันที ใช้เวลาเฉียดฉิวมาก
นั่งไปสักพัก คนขับจะขอเก็บเงิน ซึ่งป้าเก็บแล้วไง
ไปเอาที่ป้าสิ อันนี้ไม่รับรู้แล้วพี่
พี่ก็หงุดหงิดเล็กน้อย
โทรหาป้าไปบ่นไป...ไม่รู้อ่ะ..
นั่นก็คือเรื่องของป้า

ลางไม่ดีตั้งแต่ออกเดินทางด้วยรถคันนี้แฮะ
เจ๊ข้างหน้านี่ปรับ 360 องศา ปรับเอนนอนมาสุดตรูด
ซึ่งทำเอากุหายใจแทบไม่ออก..แบบว่าเจ๊หลับ!!!
แกไปอดหลับอดนอนมาจากไหนกันนะ????

กอดกระเป๋าเป้แน่นมาก ใบเดียวแต่อัดแน่น
ไปด้วยกล้อง เสื้อผ้า หน้าผม อาหาร ยารักษาโรค
เวียนหัว เหมือนเมารถ เพราะเพ่คนขับ ขับไปเหยียบไป
เหมือนหัดขับรถใหม่และด้วยความใจร้อน เหยียบคันเร่ง
แล้วเบรคๆๆ เร่งๆเบรคๆ...หาพ่อ....งงง
อยากวิ่งไปอ้วกใส่หน้าคนขับชะมัด

ท่ามกลางความวิงเวียนกะบาลนั้น
ยังอดยิ้มไม่ได้กับนวัตกรรมที่มีในรถคันนี้
น้ำหอมก้อนปรับอากาศราคาถูกชนิดแขวน
ได้มีการแขวนไว้เหนือศรีษะด้านข้างผู้โดยสารข้างซ้าย

**ไม่กล้าถ่ายรูปในรถมาให้ดู
กลัวคนขับถีบตกรถค่ะ ขอบรรยายสั้นๆแล้วกัน

มีสติกเกอร์ห้ามรับประทานอาหารในรถ
ห้ามนู่นห้ามนี่เต็มไปหมด...เหมือนคำขู่กลายๆ

และห้วงมรณะในรถได้เกิดขึ้นมาแล้ว
หลังจากหญิงสาวคนกลางได้ลงจากรถไป
ที่นั่งตรงกลางระหว่างชายหนุ่มด้านซ้ายสุดกับฉันขวาสุด
ว่างลง..
ณ บัดนั้น ไฟราง วิบวับบนเพดานร่วงลงมาสะเฉยๆงั้นแหล่ะ!!!
เราต่างมองหน้ากันทั้งคู่แล้วยิ้มๆๆ...
ใจตรงกันเลย...ที่เอื้อมมือไปประกบไฟด้านบน
วัตถุประสงค์คื้อออ ประกอบมันให้เหมือนเดิม
ทันทีที่มือเราชนกันนั้น
ขุ่นพระ!!!
หลอดไฟเจ้ากรรมต่างพากันร่วงกราวมาหนักกว่าเดิมมาก

"ฉิบหายแล้ว!!"

ฉันกล่าวขึ้นมาลอยๆด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
โดยไม่คำนึงถึงภาพลักษณ์ที่ดีงามตามหน้าตาสวยๆ

มือกดไฟค้างไว้อย่างงั้นแล้วถอนใจเฮือกใหญ่
...นี่กรูต้องหารค่าหลอดไฟบ้านี่กับไอ้นี่มั้ยล่ะนี่????

เซ็งเลย...แต่ในที่สุดมันก็นิ่งเฉยๆ
ประกอบได้แล้วเว้ยยยย โคตรดีใจเลย
ฉันปล่อยมือก่อน...โล่งแล้ววว
อีพี่ผู้ชายคนนี้พอปล่อยมือบ้าง...ผลั่วะ!!
ไฟร่วงลงมาระเนระนาดเหมือนเดิมหนักกว่าเดิมด้วย
จนไม่ไหว เห็นสีหน้าแกแบบ ซีดมากแร่ะชักสงสารแก..
"ช่างมันเถอะพี่ มันกรอบหมดแล้ว
เราไม่ได้ทำนะ มันร่วงมาเอง"
บางเวลาคำคมกากๆในหัวมันก็ใช้ได้ผล

"ชีวิตจะดีขึ้น ถ้ารู้จักคำว่า ช่างแม่ง"

แล้วเราสองคนก็เลิกสนใจไอ้ไฟบ้านี่กัน

สวรรค์มาแล้ว จู่ๆคนขับก็โบกมือรถตู้คันหน้า
ไล่เราไปลงหมอชิตด้วย ฝากไปคนนึง
คนอื่นเค้าลงอนุเสารีย์กันหมด..
อ้าวว ทิ้งกุเลยนะพี่
แต่ก็เป็นเรื่องดีของชีวิตที่จะไม่ต้องทน
กับการขับรถที่แสนเชี่ยแบบนั้น




ณ ขนส่งหมอชิต2
ข่าวร้าย...มือถือจะแบตหมดแล้ว!!!
ติดต่ออีอุ๊ไม่ได้ ไม่มีเบอร์ เบอร์ใหม่เราอีอุ๊ก็ยังไม่รู้
ยังไม่ได้บอกมันเพราะเพิ่งเปลี่ยนซิมมาวันนี้เอง
พาวเว่อร์แบ็งค์ที่ติดตัวมาก็เสื่อม ดับๆติดๆ
สองก้อน เหี้ยทั้งสองก้อนค่ะมึง



ต้องเปิดเนตเพื่อคุยผ่านทวิตเตอร์กัน...
กำแท้ๆ
เนตเพิ่งเติม 300 บาท
เมื่อบ่ายๆนี้ เงินใกล้จะหมดแล้วมั้ง!!!
หาที่เติมก่อน วิ่งไปเซเว่นเพื่อเติมเงิน
จำเบอร์ตัวเองไม่ได้
โทรหาไอ้สาว สาวกุเบอร์อะไรวะ
555555555
คือ กุมาอยู่จุดๆนี้ได้ยังงัยวะ???
จุดที่กุจำเบอร์กุไม่ได้ แถมเช็คเบอร์ตัวเองไม่เป็น...
คือกุโง่ๆๆๆ บางเวลามันก็ตลกไม่ออกนะ
พาวเว่อร์แบ็งค์ไม่ติดใช่ไหม
วิ่งไปหาที่รับชาร์จแบตตามตู้มือถือ ราคา 30 บาท แน่ะ
กำลังจะจ่ายตังค์ค่าชาร์จ
าว พาวเว่อร์แบ็งค์ทำงาน ไฟเต็มพรึ่บบ!!
อะไรของมึงอี๊กๆๆๆ!!!!!
ก็ขอโทษเจ้าของร้านไปอย่างอายๆ
แล้วไปนั่งสงบสติอารมณ์กินมาม่าเงียบๆ




อีอุ๊มาถึงแล้ว คุยกันไม่นานเท่าไหร่ก็เดินไปขึ้นรถ
นี่เป็นครั้งแรกที่ขาพเจ้าโดยสารบายรถทัวร์
ปกตินั่งเครื่องตลอด ถ้าไกลแบบนี้
แต่เนื่องด้วยฐานะได้ยากจนลงอย่างเห็นได้ชัด
จะเรียกว่าโคตรจนเลยก็ว่าได้ ณ ตอนนี้
จึงใช้บริการโดยสารนี้ 5555555555

เครื่องรอเราที่ GATE43 แล้ว มาขึ้นเครื่องได้
แอร์บนเครื่องยืนต้อนรับแล้วหน้า GATE
สีหน้าไม่แคร์ต่อโลกสักเท่าไหร่ไม่ว่า
ไม่แคร์เราสองคนด้วย..ดักตบแม่ง



อาหารบนเครื่อง
น้ำดื่มกับขนมขบเคี้ยว
ยี่ห้อนี้..ไม่เคยผ่านตามาก่อน
เราสองคนพยายามต่อรองอีป้าขอเปลี่ยนที่นั่ง
เพราะเจ็บเข่ามาก ที่นั่งเสือกอยู่ตรงกลางรถ
แต่อีป้าบอกว่า รอรถออกก่อนจะเรียก
นี่ก็จะถึงล่ะนะ...ป้าลืมเราแล้ว โป้ง
แช่งป้า..ขอให้อ้วนต่อไปชาตินี้ชาติหน้า




ช้าไปก็ไม่ทัน เร็วไปก็ไม่ดี
@บขส.เก่า พิษณูโลก
ดันมาถึงก่อนเวลานัดหมาย
#รอรถเช่าตอนตี5 วู้ๆๆๆ
มีเจ้าถิ่นนอนรอเป็นเพื่อนตัวนึง
บรรยากาศเงียบโคตรๆๆๆ
ตอนนั้นเห็นปลั๊กไฟก็พยายามเข้าไปเสียบชาร์จ
เดชะบุญ..ไฟไม่ติด
โชคดีและรอดตายที่อิอุ๊มีพาวเวอร์แบ็งค์ไปสองก้อนนี่ล่ะ




พี่เจี๊ยบมาแล้ว เจ้าของรถเช่า
ตกลงกันว่าจะขอเอารถเวฟ 100 เกียร์ธรรมดา
ตอนเอารถมาทั้งไฟฟ้าทั้งเกียร์แมนนวล เออ ได้หมด
เราถูกยึดบัตรประชาชนไว้ทั้งสองคน
ใบขับขี่ก็มีแต่รถยนต์ รถมอไซด์ก็ไม่มี
ได้แต่หวังว่าตำรวจที่นี่จะไม่เรียกระหว่างทาง




หลังจากจ่ายค่ามัดจำอะไรแล้ว รวม 1600 บาท
ค่ารถเช่าจริงๆ 600 มัดจำ 1000 บาท
บันทึกด้วยว่าญาติที่ติดต่อได้ของเราเบอร์อะไร
เผื่อเราตกเขาตายเค้าจะได้แจ้งโทรไปถูก
ซึ่งฝีมือระดับนี้แล้ว...ไม่มีทางแน่ๆ
แอบมั่นใจในการขับมอไซด์ตัวเอง
และไม่มั่นใจในการขับของอีอุ๊เท่าไหร่
555555555555555555555555555

ช่วงนี้จะไม่มีรูปที่เราถ่ายสักเท่าไหร่
เพราะเป็นคนขับ ระยะทางซึ่งค่อนข้างยาวมากกก
ส่วนอิอุ๊เหรอ..ชี้นกชมไม้
ที่สำคัญ..เสือกเรียกกุให้ดูกับมันด้วย..อีห่านนน


แวะเติมน้ำมันจำไม่ได้ว่าน่าจะประมาณ 80 บาทมั้ง
งงเลย เคยเติมรถยนต์ครั้งละไม่ต่ำกว่า 800 บาท
นี่เราจะขับได้อีกไกลไหมนะ แต่พี่เจี๊ยบเจ้าของรถ
แนะนำว่า เราควรขับไปเติมไป อย่าให้พร่อง
ไม่งั้นได้กินข้าวลิงแน่ๆ นี่ก็นึกสงสัยว่าแล้วจะเติมที่ไหนวะ?
ปั๊มจะมีตลอดทางเหรอ? หรือปั๊มหลอด???
ช่างเหอะ..ไหนๆก็บ้าบิ่นกันขนาดนี้แล้ว
มันเป็นเรื่องของอนาคตนะ อย่าไปซีเรียสมัน
ไปกันชิล ชิล ชิลจนเหมือนทองไม่รู้ร้อน55555
ฝนตก ฟ้าร้องฟ้าผ่า อีสองคนนี่เฉยมาก
ฟ้าร้องโครมครามน่ากลัว ยังขับกันไปเรื่อยเปื่อย






ท้องฟ้าสดใสเมื่อมองจากในปั๊ม
เป็นนิมิตรหมายที่ดีนะ^^





หลังจากนั้นเราขับไปยาวววววววววว
แล้วเจอป้ายชาติตระการแล้ว
เราจะต้องแวะซื้อเสบียงที่นี่ที่เดียวเท่านั้น
บอกอีอุ๊ว่า..กินอะไรก็เลือกเอาแต่กุไม่กินมาม่านะ
กุไม่เข้าใจทำไมคนต้องกินมาม่า
อยู่บ้านก็กินมาม่า กินอย่างอื่นบ้างเถอะ กุเบื่อ
หมายมั่นปั้นมือว่าที่นี่ต้องมีข้าวมือถือแน่ๆ
แต่แล้ว..ไม่มี..เลยซื้อของแห้งๆ ข้าวสวยแพคๆ
อาหารกระป๋อง น้ำพริก ขนมปัง
เท่าที่พอจะถือไหว..ซึ่งก็คือแม่งเต็มหน้ารถเบย
แต่อีอุ๊ก็หยิบมาม่ากับไข่ต้มมาด้วย
จากการซื้อเสบียงครั้งนี้ ฉันได้ประสบการณ์มากๆ
คราวหน้าไปไหนอีก รู้แล้วจะต้องเตรียมมาแต่เนิ่นๆ
ไม่ใช่มาหาเอาดาบหน้าแบบนี้..
"ข้าวมือถือกรู อดโฆษณาเลย"
แต่ก็ช่างมันเถอะ เดี๋ยวระหว่างทาง
คงมีอะไรให้หยิบคิดมือขึ้นเขาไปอีก
แต่ถ้าไม่มี..ก็ตายดาบหน้าเอา(อีกแล้วววว)

ว่าแล้วก็นั่นไง...ลองกองหวานเจี๊ยบ
ชื่อดัง เป็นของอุตรดิตถิ์แท้ๆ
จัดมาสามโลร้อย
ปล.คนในภาพจริงๆดำมาก
แต่เพื่อเป็นเกียจแก่วงศ์ตระกูล
จึงได้กระทำการปรับสีเพื่อให้หน้าสว่างขึ้นขาวใส
ถุย..ค่ะ




ก่อนจะออกเดินทาง
ได้เห็นภาพน่ารักๆของฝูงไก่
เดินข้ามถนนกันอย่างเป็นระเบียบ
ความสุขตรงหน้า..มันเกิดขึ้นง่ายๆระหว่างทาง
ชีวิตคนเราก็เช่นกัน
ถ้าเรามั่วเศร้าโศรกกับความทุกข์ที่มี
บางครั้งทำให้เราลืมไปเลย ว่าความสุขเราก็มี
แต่เราเลือกจ่อมจมกับความทุกข์ซ้ำๆ
และไปให้ความสำคัญกับมันนานไปแล้ว




ออกเดินทางไปภูสอยดาว
ช่วงนี้เจ็บตรูดมาก
ให้อิอุ๊ขับแทน


แหม่..ชีวิตมีความสุขมากมายก่ายกอง
มองฟ้า มองต้นไม้ มองถนนข้างหน้า
ฟ้าสวยอะไรเช่นนี้นะ
คนในเมืองจะเคยเห็นฟ้าแบบนี้เหรอ
..ว่าแต่มึงสองคนนี่หน้าตาในเมืองมากชิมิ?



เราแวะจอดเติมน้ำมันปั๊มหลอด
70 บาท ถ้วน พี่เจ้าของปั๊ม บริการให้เราเองเลย
คงดูจากหน้าตาเราแล้วว่า..อีนี่มันโง่
เราจอดที่นี่นานมากเพราะมัวแต่ดื่มด่ำกับดงดอกดาวกระจาย
บางทีน้องแม็คก็คิดนะ..
มึงจะตื่นเต้นกันไปทำไม
กับแค่ดอกไม้เหลืองๆดงนี้..
แต่มันสวยสะพรั่งจริงๆนะ
เด็กบ้านนอกก็แบบนี้แหล่ะ
ต้นไม้ก็เหมือนญาติพี่น้อง
เจอกันแล้วก็ต้องทักทายกัน











ภาพต่อไปนี้เป็น CR.ภาพจากอิอุ๊
ลอยละล่อง บล็อกแก็งค์ทั้งหมด
เพราะเราเป็นคนขับที่ต้องดูแลชีวิตตัวเอง
และชีวิตอีคนถ่ายภาพไว้ให้รอดปลอดภัย
เส้นทางมันอันตรายมาก ทั้งเหว ทั้งโค้ง ทั้งสูง ทั้งต่ำ
เวียนหัวจวนจะอ้วกจริงๆ
กำคันเร่งจนเจ็บมือไปหมด
มือด้านแล้วด้านอีก
นี่เราขับกันมาเกิน4ชั่วโมงแล้วนะ
ในชีวิตไม่เคยมอไซด์เส้นทางยาวๆนานๆนาดนี้มาก่อน
ให้ตายเถอะ..กุไม่น่าพลาดเลย
พอเหนื่อยขึ้นมา เราก็เริ่มบ่นกับตัวเองสะงั้น







ขับไปอีกไกลมว้ากกกกกกกกกกกกกกกก
เจอพื้นที่ปลูกองุ่น นี่ก็โรคจิต เจอต้นองุ่นเป็นไม่ได้
แขนขาจะง่อยเปลี้ยไร้เรี่ยวแรงขึ้นมา
ต้องเข้าไปจับ ลูบคลำ กิ่ง ใบมันก่อน อาการจะดีขึ้น
ที่นี่เป็นโครงการพระราชดำริ สถาบันพัฒนาวิจัยพื้นที่สูง
ของหน่วยงานราชการนี่เอง รู้สึกดีใจ
ไปไหนถ้าได้เห็นคำว่า โครงการพระราชดำริ ที่นั่นเจริญแล้ว
คิดเสมอๆว่า ในหลวงของเรา ท่านยังไม่เคยไปที่ไหนอีกน๊อ
ในประเทศไทย?? คงไปมาหมดแล้วล่ะ
อยากให้ท่านมีอายุสัก 1000 ปี
ถ้าหากแลกกับชีวิตของเราได้ เราจะรีบให้เดี๋ยวนี้เลย
"ทรงพระเจริญ"
น้ำตารื้นขึ้นมาไม่ทราบสาเหตุ
ทุกครั้งที่นึกถึงพระองค์ท่าน














นี่คือรูปถ่ายระหว่างอิอุ๊กับน้องที่ดูแลต้นองุ่น
เป็นครอบครัว พ่อ แม่ ลูก ที่อบอุ่น
อยู่ช่วยกันทำสวนองุ่น และสวนเงาะ สตอเบอรรี่ของที่นี่
แทบแยกไม่ออกว่าคนไหนกำลังทำไร่ทำสวน..ดำทะมึนขนาดนี้
มั่นหน้ามาก..ใส่ขาสั้น..แม้แต่แดดยังต้องกลัวความดำของมัน
แล้วเราก็จากลาที่นี่ด้วยการที่อิอุ๊ให้ขนมบราวนี่กับน้องเค้าไป1อัน
1 อัน!!! มหาศาลมาก
กุว่าน้องเค้าคงกินไม่หมดยันชาติหน้ามั้ง
(กุประชด)

ขับรถต่อไปในหุบเขาที่ไม่มีสัญญาณอะไรทั้งสิ้น
ระบบอะไรแรงๆ ดีแตก ทุยม้วฟ วันทูดอร์ แสสเทเลคอม
ทุกระบบเดี้ยงหมด..ตกเขาตายไปนี่คงไม่มีใครรู้แน่ๆ
ไม่แนะนำให้มาคนเดียวเด็ดขาด!!!!









ก่อนถึงภูสอยดาว ฝนตกครับท่านผู้ชม...
ซึ่งเป็นจุดพักบริการนักท่องเที่ยวพอดี
เป็นสถานที่สามารถกางเต๊นท์นอนที่นี่ฟรี
มีกาแฟฟรี มีไวไฟฟรี บริการด้วย
แต่ยังไง๊ ยังไง ก็เชื่อมต่อไม่ได้...จบ
พี่ๆเจ้าหน้าที่ที่นี่อัธยาศัยดีมาก ยิ้มแย้มแจ่มใส
หาแก้วกาแฟ น้ำร้อน อะไรต่ออะไรให้เรา
เกรงใจมากค่ะ..แต่รอดื่มกาแฟ นั่งรอด้วยนะ
ทำตัวไม่ถูกจะช่วยอะไรพี่เค้าดี 5555

กาแฟที่นี่ เป็นกาแฟที่ปลูกเอง คั่วเอง บดเอง
อ่าส์..รสชาดไม่ต้องพูดถึง...โคตรขมค่ะ
เพราะดื่มกาแฟดำเพียว..แฮร่
มาคราวหน้าจะหิ้วขนมมาฝากพี่ๆที่นี่ด้วย
ขอให้ได้มาอีกเห้อะ เจ้าประคู๊ณณณณณ
ps.ต้นไม้ใบหญ้า ลำธารที่นี่สวยสดชื่นมากๆ
ดอกไม้เยอะแยะแต่ถ่ายมาน้อยมากๆ
บอกตรงๆ..เพราะขับรถเหนื่อยสัดๆ
ในใจนี่คิดเลย..อีอุ๊..กุว่าเรานอนนี่กันก็ได้นะ
อย่าเพิ่งไปเลย 55555555 กุเหนื่อยจริมๆๆๆ

และแล้วฝนก็ตกลงมาพอเปียก
แต่เรามีชุดกันฝนกันพร้อมแล้ว
พร้อมมาก..อีอุ๊ใส่ไปครึ่งตัว..แคว่กก
เสียงขาดของชุดกันฝนดังเป็นระยะๆ55555
ไม่เป็นไร เรามีหลายอัน ขาดอีก ก็เปลี่ยนได้อีก
จนไปถึงภูสอยดาว ก็เป็นขั้นตอนการติดต่อเจ้าหน้าที่
ตั้งแต่รับแลกบัตรประชาชน จ่ายตังค์ค่าเต๊นท์




อิอุ๊รับหน้าที่ไป
และมีความสับสนเรื่องราคาเต๊นท์นิดหน่อย
แต่ก็สำเร็จด้วยดี มีค่ามัดจำขยะ 200 บาท ด้วย
คือตอนลงมาต้องเอาขยะมาทิ้งข้างล่างงี้เหรอ?




เสร็จเรื่องสัมภาระ ที่เราให้ขนเฉพาะเสบียงต่างๆแล้ว
เจ้าหน้าที่พาเรานั่งรถไปขึ้นภูสอยดาวทันที
เพื่อบรรยากาศฝนตกพรำๆ
อิอุ๊ระบุเลือกรถอีแต๊ก รถไม้
ไม่รู้เรียกถูกไหมนะ เยี่ยมเลยย








ถึงแว้ววว...
นี่คือป้ายยยยน้ำตกภูสอยดาว..
แล้วจะถ่ายยังไงล่ะเนี่ย...ป้าย..
เอาป้ายกุคืนมา...
ค่อยถ่ายตอนขากลับแล้วกัน




เห็นสีเขียวแล้วหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแฮะ



ยกสัมภาระลงจากรถ
สีแดงของข้าพเจ้าเอง น้ำหนักประมาณ 10 กิโลถ้วน
ทำเก่งงัย..กุไหว
เหอๆๆ





ทางขึ้น..





บางทีเราก็ไม่เข้าใจป้ายสักเท่าไหร่...





เส้นทางสายดอกไม้เริ่มขึ้นแล้ว
ดอกเหลืองเป็นตระกูลบีโกเนียป่า
ดอกม่วง ชื่อ ช่ออินทนิลหรือดอกย่ำแย้
ที่ จ.พิษณุโลกและอุตรดิตถ์เรียกกัน










เหงื่อเริ่มซึมเต็มแผ่นหลังแล้ว...ไหล่ก็เริ่มรู้สึกหนักมาก
หน้าตาที่ยิ้มแย้มก็เริ่มเหม่อลอยเคว้งควาง
"กุมาทำไมมมม"




โฉมหน้าของมนุษย์เมนส์
ที่กำลังเริ่มเหนื่อยกับความเขียวของป่าช่วยได้เยอะ



จากประสบการการเดินป่าทางไกล
สอนให้ฉันค่อยๆเดิน เดินอย่างระมัดระวัง
แล้วชื่นชมกับธรรมชาติรอบตัวให้มากที่สุด
และจงตั้งคำถามกับตัวเองว่า..นี่ต้นอะไร?
นั่นดอกอะไร?...บลาๆๆๆ
มันจะเป็นการเดินป่าแบบมีความสุขที่สุด
เหมือนครั้งนึงที่ไปเดินที่กิ่วแม่ปาน จ.เชียงใหม่
ยิ่งถ้าได้ไกด์ดี รู้จักพืชพันธุ์ไม้เยอะๆจะมีความสุขมาก
ถ้าฉันรักใครสักคน..ฉันก็อยากรู้จักชื่อของเค้า
ฉันรักต้นไม้.ดังนั้นฉันจึงอยากรู้จักชื่อพวกเค้าด้วย







นี่คือช่อของลูกกอ
เป็นอาหารของสัตว์
คนก็กินได้ เอาเม็ดมาคั่ว
เนื้อในรสชาดเดียวกับเกาลัดทีเดียว

ส่วนดอกสีขาวนั่น ชื่อ หนามแน่ขาว(ภาคเหนือ)
จิงจ้อ จิงจ้อเขาตาแป้น(สระบุรี)
ช่องหูปากกา(ประจวบฯ) และทองหูปากกา(สุราษฎร์ฯ)
พืชสกุลนี้พบในเมืองไทยพบ 10 ชนิด
สำหรับชนิดนี้ พบทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน
หรือพันต้นไม้อื่นระดับต่ำในบริเวณป่าค่อนข้างโปร่ง
ที่ชุ่มชื้นและอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 200-1,500 เมตร
ทั่วทุกภาค








ต้นอะไรไม่รู้ เหมือนต้นฉัตรฟ้า หรือ นมสวรรค์
แต่ว่ารูปทรงของใบไม่ใช่แฮะ..เก็บไว้เป็นการบ้านๆๆ




เนินที่ 1
เนินส่งญาติ
หน้าตาแบบส่งศพเลยดีกว่านะ
นี่แค่เนินแรก..
ถอนหายใจหลายครั้งมาก 55555







สำหรับฉันยังคงเดินเรื่อยๆ
และมีความสุขกับต้นไม้ดอกไม้รอบตัว
ดอกอะไรหนอ สีม่วงๆใบเงาๆ
ดอกดูจุ๋มจิ๋มชะมัดเลย
อยากขโมยมาปลูกที่บ้าน
แต่ดอกแดงๆนั้น ชื่อ เอื้องหมายนา
มีหลายสี สีขาวก็มี ดอกเอาไปทานได้






ดอกอะไรหนอ??
คือการบ้าน




เนินที่2
เนินปราบเซียน




ระยะทางแต่ละเนินนี่ไม่ใช่ใกล้ๆเลยนะ
เฮือกๆๆๆ..ถอนหายใจ
มองไปทางไหนก็เจอแต่ป่าทึบ
ต้นไผ่ ป่ากอ ต้นพยูง




แต่ก็มีสิ่งยั่วยวนใจให้เดินต่อไปเรื่อยๆๆๆ
สีขาวพราวสเน่ห์
นี่คิอ ดอกมะลิวัลย์ป่า





นี่ดอกอะไรล่ะ?
ดอกไผ่เหรอ ไม่ใช่หรอก
แค่มาเลื้อยอาศัยเนียนๆ
มองแทบไม่ออกเลยเนอะ







เอื้องหมายนาเยอะขึ้นๆ
ดอกมีกลิ่นหอมอ่อน
สีขาว เหมือนชูสองนิ้ว
เหมือนเพื่อส่งเสียงทักทายเรา
สู้ๆนะ..





อิอุ๊โชว์เหนือ..
มันวิ่งบ้าบิ่นไปข้างหน้าหายไปไหนไม่รู้
อานุภาพของมนุษย์เมนส์
เหมือนพญาช้างสาร...แดรกยาบ้าไปกี่เม็ดวะ
ส่วนทางนี้ก็ยังเดินแบบคลานแทบแยกไม่ออก
เวลานี้บอกกงๆ..เหนื่อยโคตรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร
ดอกไม้ที่สวยงาม เริ่มรั้งจิตใจเอาไว้ไม่อยู่

ทำไมไกลยังงี้ว่ะ?????
ช้าก่อน...เรามีตัวช่วย...
อิอุ๊ไม่อยู่ด้วยช่ะม่ะ..เสร็จกรูล่ะมึ้งงง
สเบียงอยู่ที่ใครๆคนนั้นชนะ...ฟินนนน




"แต่ทำไม เดินมาเนิ่นนานไม่ถึงซักที
แต่ทำไม มองดูเส้นทางเหมือนยาวออกไป
อยากรู้ว่าฉันต้องทำตัวอย่างไร..."
อีกไกลแค่ไหน จนกว่าฉันจะใกล้ บอกที
...................................
แหกปากตะโกนร้องเพลงแบบไม่อายฟ้าดิน
ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ถูกคีย์
นี่ถ้าเอาไอพอดมาจะดีมากๆเลย
เวลาเบื่อๆเราเต้นกาโว กาโว ได้เลย มันส์





ประกาศด่วน!!
เดี๋ยวนะ..นั่นป้าที่ไหนนั่งตายอยู่ตรงนั้นน่ะ..
555555555555555555555555555555
สภาพของอิอุ๊ตอนนี้คือ หมดเรี่ยวแรง นางนั่งกินข้าว
ขอใช้คำว่า..จ้วง แทนตักกินแบบปกติจะดีกว่า
เป็นภาพที่น่าสังเวชใจมาก









รบกวนติดตามตอนต่อไปนะคะ..
เพิ่งออกมาจากป่า
นี่เพิ่งรู้บล็อกแก็งค์จำกัดเนื้อหาด้วย











 

Create Date : 31 ตุลาคม 2558
8 comments
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2558 15:52:37 น.
Counter : 1067 Pageviews.

 

หนุกหนานเนอะ สาวคือ ฮี่โร่ 555 เกี่ยวไหม

 

โดย: sawkitty 2 พฤศจิกายน 2558 18:57:41 น.  

 

อีภาพสุดท้ายดูมะได้เลย

ลด นน.ด่วนเบย

 

โดย: ลอยละล่อง บล็อกแกงค์ 3 พฤศจิกายน 2558 14:01:58 น.  

 

แผ่นหลังกว้างใหญ่มากจริมๆ

 

โดย: ความคิดถึงมันหอมหวาน 3 พฤศจิกายน 2558 14:04:18 น.  

 

มาทักทาย ทำไรกินวันนี้

 

โดย: sawkitty 8 พฤศจิกายน 2558 19:01:10 น.  

 

บล็อกใหม่มาแล้ว ไปดูด้วย ^^

 

โดย: sawkitty 17 พฤศจิกายน 2558 18:48:06 น.  

 

สนใจไหม ให้ยืม

 

โดย: sawkitty 23 พฤศจิกายน 2558 19:07:53 น.  

 

นายแน่มาก !

 

โดย: tuk-tuk@korat 26 พฤศจิกายน 2558 15:13:22 น.  

 

เปลี่ยนบล็อกได้แล้ว

 

โดย: sawkitty 11 ธันวาคม 2558 16:32:06 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


ความคิดถึงมันหอมหวาน
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




"อ ย่ า ล้ อ เ ล่ น กั บ ค ว า ม รู้ สึ ก...มั น เ จ็ บ "
Friends' blogs
[Add ความคิดถึงมันหอมหวาน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.