Group Blog
 
 
กันยายน 2548
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
30 กันยายน 2548
 
All Blogs
 
"ครั้งแรก"ของพี่บีม (อึ๋ยยย!)

คิกคิกคิก ตั้งชื่อซะน่าหวาดเสียวเชียว แต่จริงๆไม่มีอะไรหรอก แค่ไปเจอบทสัมภาษณ์นี้ของพี่บีมเข้า เก่าแล้วนะ แต่เห็นว่าน่ารักดี ก็เลยเอามาฝากบรรดาแควนๆของพี่บีมได้อ่านกันเล่นๆก๊าบบบ...



เพื่อนคนแรกที่จำได้

"เป็นเพื่อนสมัยอนุบาล ผมก็จำชื่อเขาไม่ได้แล้วตอนนี้ คือตอนนั้นอยู่โรงเรียนสมบูรณ์วิทยา ในห้องจะมีเพื่อนคนนึงแต่จำไม่ได้แล้ว ถ้าจำได้เนี่ยต้องเป็นเพื่อนสมัยประถมหนึ่ง เป็นเพื่อนที่สนิทกันจริงๆอะ สมัยประถมเนี่ยผมอยู่โรงเรียนอรรถวิทย์นะครับ โรงเรียนเนี่ยอยู่บางนา ตัวผมอยู่บุคคโลครับ เวลาไปก็ขึ้นทางด่วนไปกลับแม่ไปรับ จะกลับประมาณหกโมงเย็น พอดีเพื่อนผมคนนี้จำชื่อไม่ได้แล้ว แต่พ่อกับแม่เขาขับรถแท็กซี่ ต้องทำงาน กว่าจะมารับเนี่ยก็หกโมงเย็นไปแล้ว แล้วโรงเรียนเลิกสามโมง เราก็นั่งคุยกันก็เลยอยู่ด้วยกันทุกวันเลยก็สนิทกันมาก แต่จำชื่อเขาไม่ได้แล้วที่จริงผมเรียนอยู่ที่นี่แค่ปีเดียวไงครับ แล้วพอขึ้นป.2 ก็ย้ายไปอยู่โรงเรียนอัสสัมชัญ จากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันเลย"



เดทแรก

"เป็นช่วงมหาลัย (หัวเราะ) ตอนปีหนึ่งครับ ไปดูหนังด้วยกันเป็นครั้งแรกตอนนั้นไปกับเพื่อนหลายคนมาก" (ไม่เคยไปสองคน?)
"ใช่แล้ว (หัวเราะ) ไปกับเพื่อนหลายคน ตอนนั้นเป็นละครของคณะถาปัด ไปนั่งดูกันไปนั่งดูละคร ไปแต่ใจก็แบบว่า….(หัวเราะ..อีกละ---หัวเราะบ่อยจังเลยลูกพี่) คือดูไม่รู้เรื่องสนใจแต่ว่า…ในหัวก็คิดแต่ว่า เอ๊…คือออกมาด้วยกันครั้งแรกเลยต้องทำยังไง วันนั้นก็เริ่มดูกันตั้งแต่หกโมงเลิกสามทุ่ม คนอื่นเขาแยกย้ายกันกลับบ้านก็นั่งคุยกับเขาประมาณชั่วโมง นึงอะครับ นั่งคุยกันที่ป้ายรถเมล์ คุยนานมากเลย คุยหลายเรื่องเลย เพราะเขาเป็นเพื่อนมาก่อน…ก็เริ่มคบกัน แต่กว่าจะคบกันได้ก็นานพอสมควรครับ ผมเป็นคนติดเพื่อนครับ ไปดูหนังรู้สึกว่าจะเรื่อง "THE TRUMAN SHOW" ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่ไปกันสองคน แล้วไปดูหนังกัน มีความรู้สึกว่าเป็นเดทมากขึ้น แต่มันก็เดิมๆอะ ดูหนังกินข้าวจริงๆ ก็ไม่มีอะไรมาก มันเป็นการเดทหลังเลิกเรียน คือเลิกเรียนเร็ว ก็วันนั้นไปไหนดี ดูหนังกันแล้วกัน ก็ไปกันสองคน เป็นครั้งแรกเลยที่เราไปกันสองคน ก็เลยแบบอยู่ที่จุฬาฯ ก็กลัวว่า ไปดูแถวสยามแถวอะไรเงี้ยต้องเจอเพื่อนแน่ๆ ก็เลยไปดูเมเจอร์เอกมัยขึ้น ปอพ.ไปเพราะตอนนั้นยังไม่มีรถไฟฟ้า ก็นั่งคุยกันก็เรื่องเดิมๆฮะ"



กีฬาประเภทแรกที่เล่น

"ว่ายน้ำครับ ว่ายทุกวันเลยสมัยประถม ว่ายจนตัวดำเลย เพราะตอนเด็กๆแม่เคยจมน้ำ เขาก็เลยเป็นห่วงลูก สมมติไปเที่ยวทะเล เขาก็เลยจับไปเรียนเลย ช่วงนั้นเรียนทุกวัน ครั้งแรกเลยที่ไปเรียนสระอะ ไปเรียนที่สระของ YMCA แถวสาทรเป็นสระที่ใหญ่มากเลย ครูโหดมาก ผมก็จำไม่ได้แล้วแต่แม่เล่าให้ฟังว่า วันแรกนี่ผมร้องไห้มากเลยไม่ยอมลงสระ เพราะกลัวน้ำ (หัวเราะ) มันกลัว ตอนนั้นไปเรียนกับน้องผมมีน้องอีกสอง ก็ร้องไห้ด้วยกันสามคน ทุกคนกลัวหมด แม่เขาก็เลยงั้นเปลี่ยน เพราะว่าครูโหดด้วย เคี่ยวเข็ญ ลงมาปุ๊บให้ลงลึกเลยเด็กก็กลัวสิครับ หลังจากนั้นเหมือนกับว่าสระนั้นเขาสอนเด็กเยอะด้วย ครูคนนึงสอนเด็กสิบยี่สิบคนมันดูไม่ทั่วถึง หลังๆแม่เขาเลยจ้างครูสอนเราสามคน แต่กว่าจะลงสระได้นี่ ก็ว่ายอยู่บนอากาศนานเหมือนกัน ช่วงแรกๆก็เกาะขอบสระก่อน ผมย้ายไปหลายสระมาก ตั้งแต่อยู่สาทรใช่ไหมครับ ก็ย้ายไปแถวดาวคะนอง พอตอนหลังย้ายไปอยู่แถวบางนาก็เลยย้ายมาว่ายที่สระราชนาวีอยู่ประมาณสองปี ว่ายแบบทุกวันเลย แต่มีอยู่ครั้งนึงเป็นตะคริว ก็มีว่ายๆแล้วรู้สึกเกร็ง คือไม่ได้วอร์มก่อนลงไป แล้วลงไปช่วงหน้าหนาวด้วยน้ำจะเย็น แล้วเราก็ว่ายตอนเช้าก็โดดลงไปเลย ตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าตะคริวเป็นยังไง มันก็เปรี้ยะขึ้นมา ขามันแข็งเลยก็ร้องเรียกตอนนั้นน้องยังไม่ลงสระ ตะคริวหรืออะไรไม่รู้ เพราะตอนนั้นขามันแข็งแล้วมันคืออะไรนี่ น้องก็งงลงมาช่วย"



ที่จำได้ว่าสนุกที่สุดครั้งแรก

"ช่วงอยู่ประถมพ่อกับแม่จะไปสวนสยามกัน ครั้งหรือสองครั้งฮะ ก็ชอบซูเปอร์สไปโล่ของมันมากเลย ไปทีต้องเล่นประมาณสิบยี่สิบรอบอะ มันจริงๆชอบมาก ช่วงนี้ไม่ได้ไปแล้ว โตแล้ว ไม่รู้ทำไมไม่เล่นอย่างอื่น เหมือนมันเป็นเครื่องเล่นเกี่ยวกับน้ำด้วย ช่วงนั้นก็ว่ายน้ำบ่อยก็เลยชอบ"



ครั้งแรกที่เสียใจแบบสุดๆ

"ก็เคยช่วงที่อยู่มัธยม…มันก็ไม่ใช่เศร้าที่สุด แต่ว่าแค่รู้สึกว่า ทำไมไม่เข้าใจ คือตอนนั้นที่โรงเรียนเขาจะ…รองเท้านักเรียนเขาจะเป็นนันยางใช่ไหม ถ้าเกิดเป็นรองเท้าใหม่ๆ เนี่ยถอดแล้วมันจะหาย แล้ววันนั้นต้องขึ้นไปสวดมนต์ที่หอประชุมก็คือมันอยู่กันทั้งระดับ มันก็ไม่น่าหายก็เลยถอดไว้ที่ระเบียง คนอื่นเขาก็ถอดกันไว้เป็นร้อยๆคู่เลยนะพี่ สรุปรองเท้าของผมหายคนเดียว ไม่รู้จะทำยังไง เพิ่งซื้อได้แบบวันสองวัน ความรู้สึกเราก็เฮ้ย…ให้เพื่อนไปซื้อรองเท้าแตะมากลับบ้าน กลับไปที่บ้านแม่เขาโมโหมากเลย ทำไมรองเท้าหาย ผมก็แบบไม่รู้จะพูดยังไง ก็มันหายอะแม่ (หัวเราะ) ไม่รู้จะเอาเหตุผลอะไรมาบอก ผมก็แค่คิดในใจว่าคู่ละสองร้อยกว่าบาทเอง ทำไมแม่ต้องบ่นผมมากขนาดนี้ คือวันนั้นแม่โกรธมากเลย ผมก็แบบทำไมแม่ต้องว่าผมมากขนาดนี้ ก็วิ่งขึ้นห้องไปร้องไห้ แล้วก็ตะโกน…ทำไมๆ อย่างเงี้ย ไม่เข้าใจ แต่พอแม่เขาได้ยินเสียงเงี้ยเขาก็ตกใจมาก เขาก็วิ่งมาปลอบ…ไม่เป็นไรหรอก ผมก็โวยวายมากจนแม่กะจะไปที่โรงเรียนกะจะไปเอาให้ได้ มันจะหายได้ยังไงครับ มันไม่มีทางหายได้อยู่แล้ว ตอนหลังก็เลยซื้อใหม่มาแล้วเอาสีกระป๋องพ่นข้างในรองเท้าว่านี่คือสัญลักษณ์ คือหายแล้วรู้แน่ๆ ว่าของเรา"



ตื่นเต้นที่สุดครั้งแรก

"ก็เนี่ยครับ ตอนประกาศผลเอนท์ฯ เขาทิ้งระยะนานเหลือเกิน เราก็เอ๊…อะไรกันนี่ จะเที่ยวก็เที่ยวไม่ออก ผมอยู่บ้านตลอดเลย เพราะว่าที่บ้านจะมีบ้านที่ระยองก็จะไปๆมาๆ แต่เราไม่ค่อยมีความสุขเลย”"



สัตว์เลี้ยงตัวแรก

"เลี้ยงแมว แต่มันเพิ่งตายไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว" (ที่เลี้ยงเป็นตัวแรกเหรอ?) "ไม่ครับ มันเป็นครอกมันออกมาเป็นเจเนอเรชั่น น่าจะเป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 นะ ตัวที่เพิ่งตายไปเป็นตัวสุดท้ายของบ้าน มันออกไปข้างนอก แล้วโดนหมากัดตาย ส่วนใหญ่แมวที่บ้านผมจะชื่อเจ้าแดง คือตัวแดงออกมาหลายตัว แต่ลูกแมวตัวเล็กเนี่ยมันจะโดนหมา มันจะเข้ามา… คือบ้านผมเนี่ยจะติดสนามกอล์ฟแล้วหมาจากสนามกอล์ฟจะชอบเข้ามา คือพี่เลี้ยงบอกนะครับไม่เข้าใจเหมือนกัน เพราะที่บ้านผมจะเลี้ยงนอกบ้านเพราะแม่เขากลัวพวกขน แต่คือส่วนใหญ่ออกมาครอกนึง 4-5 ตัว บางทีแม่แมวมันก็คาบไปไว้บนระเบียงเราก็ขึ้นไปเอาไม่ได้ พอตายทุกคนก็สลดหมด"



วีรกรรมซ่าครั้งแรก

"แกล้งน้องครับ กระโดดเข่าลอย ตอนช่วงประถมช่วงนั้นดราก้อนบอลดังมาก ก็สู้กันที่สนามหน้าบ้าน เล่นกับน้องแรงๆ ก็ช้ำไปทั้งตัวเลย บางทีกระโดดเข่าลอยปากแตกก็ต้องพาน้องไปนอน เอาน้ำแข็งประคบ ในใจ ก็กลัวจะเป็นอะไรเหมือนกัน แต่ก็กลัวแม่จะว่าอะไรมากกว่า (หัวเราะ)"



โดนตีครั้งแรก

"คือมันบ่อยมาก จำได้ว่าแม่ไปดึงก้านมะยมมา ไม่ใช่ของบ้านตัวเองนะครับ มันยื่นมาจากบ้านคนอื่น หยิบมา 3-4 ก้านฟาดขา โหย…เจ็บสุดๆ จำได้ว่าก้านมะยมมันเป็นยังไง ถึงตอนนี้ยังจำได้เลย แต่หลังจากนั้นแม่เขาจะไม่ค่อยตีเท่าไหร่ จะใช้พูดมากกว่า ไม่เหมือนตอนเด็กๆที่จะโดนตีอยู่บ่อยๆ เพราะเด็กๆผมน่ะดื้อ มีอยู่ครั้งนึงอยากได้ตลับเกมมาก แม่ก็เคยสัญญาว่าจะซื้อให้ แล้วไปเดินห้างกัน จะเอาให้ได้ งอแงลงไปนอนเละเลย คือจะเอาอะ ยังไงก็จะเอา แม่เขาโกรธมากดึงมือมาจากร้าน แล้วจะเอาใช่ไหมจะเอาก็ไปเลือกเลย ไปๆๆๆ จะซื้อให้แล้วต้องเอา เราก็คิดในใจว่าเอ้ย ทำไมแม่บอกอย่างนี้ เอ้ย!…ไม่เอาดีกว่า แม่ต้องมีอะไรแน่ๆเลย สุดท้ายแม่ก็ซื้อให้ ซื้อให้แบบวันนั้นเลยซื้อแบบประชดๆ รู้สึกไม่ค่อยดีเลย เล่นก็ไม่สนุก"



จูบแรก

"...........(หัวเราะ) เอ่อออ..เอางั้นเลยเหรอพี่ เขินนะ ก็...จูบแรกก็กับเจ้าของบล็อกนี่ละครับ อ้าว! ก็ดูชื่อเค้าสิครับ เค้าแฟนผมนะ แฟนพี่บีมไง ฮี่ฮี่ (อันนี้เจ้าของบล็อกแต่งเองอย่างไม่มีข้อสงสัย กร๊ากกกกก)




ขอขอบคุณที่มาจาก //school.obec.go.th/beam ด้วยจ้า (นี่! เราก็ให้เครดิตชาวบ้านเค้าเป็นเหมือนกันนะ เห็นป่าว อิอิอิ)








Create Date : 30 กันยายน 2548
Last Update : 21 พฤษภาคม 2550 6:15:44 น. 8 comments
Counter : 643 Pageviews.

 
ขอเมนต์บล็อกตัวเองหน่อยเหอะ เพิ่งสังเกตรูปพี่บีมตอนเด็กๆรูปที่สองอ่ะ ยิ้มแฉ่งเหมือนไอ้ตัวอีโมติค่อนนี่เปี๊ยบเลยอ่ะ --->

โอ๊ยยย...ขำ ขำอยู่คนเดียว 55555


โดย: แฟนพี่บีม วันที่: 30 กันยายน 2548 เวลา:19:52:16 น.  

 
อยากบอกว่ามะเคยอ่านเรย อิอิ

วีรกรรมพี่บีมก้อช่ายย่อยนะนี่ หุหุ


โดย: ^_^ เขี้ยวแก้ว ^_^ (^_^ เขี้ยวแก้ว ^_^ ) วันที่: 1 ตุลาคม 2548 เวลา:0:09:32 น.  

 
ก็น่ารักออกอย่างงี้.....


โดย: ป้ามด วันที่: 1 ตุลาคม 2548 เวลา:8:54:48 น.  

 
น่ารักดี.......ยิ้มเก่ง.....ขอชอบด้วยคน


โดย: AOI (Hana Yori ) วันที่: 5 ตุลาคม 2548 เวลา:12:32:22 น.  

 
เย้! มึคนชอบพี่บีมขึ้นมาอีกแล้ว


โดย: แฟนพี่บีม วันที่: 5 ตุลาคม 2548 เวลา:23:10:21 น.  

 
ขำจัง จูบครั้งแรกเนียะ



โดย: つゆ IP: 202.55.197.20 วันที่: 30 ตุลาคม 2548 เวลา:9:00:15 น.  

 
อันสุดท้ายนี่เล่นใจหายวาบเลย แง...เจ้าของblogขี้แกล้ง


โดย: kudorun IP: 203.107.206.234 วันที่: 16 เมษายน 2549 เวลา:4:05:15 น.  

 
อยากเป็นหมีตัวนั้นจัง


โดย: เเก้ว IP: 203.152.2.70 วันที่: 5 ธันวาคม 2549 เวลา:13:01:19 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month


 
แฟนพี่บีม
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]











Friends' blogs
[Add แฟนพี่บีม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.