เฉิงเต๋อ: พระราชวังคิมหันต์ยามเหมันต์
เมื่อตรุษจีนมาถึงก็ได้เวลาที่จะกลับไปเที่ยวเมืองจีนกันอีกครั้ง ครั้งนี้เราจะไปกันที่เมืองเฉิงเต๋อ (承德, ภาษาอังกฤษเขียนว่าChengde) มณฑลเหอเป่ย (河北) ห่างจากปักกิ่งไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 230 กิโลเมตร

ชื่อบทความอาจฟังดูเลาๆนิยายกำลังภายในจีนไปหน่อย เด็กๆยุคใหม่คงไม่รู้ว่าคิมหันต์เหมันต์แปลว่าอะไร คิมหันต์ก็คือฤดูร้อน ส่วนเหมันต์คือฤดูหนาว ดังนั้นชื่อนี้จึงมีความหมายว่าจะพาไปเที่ยวพระราชวังฤดูร้อนในหน้าหนาวนั่นเอง แน่นอนที่สุดเรื่องผิดธรรมเนียมปฏิบัติแบบนี้มีแต่นักเดินทางตามใจฝันคนนี้ที่ทำ


พระราชวังฤดูร้อนแห่งเฉิงเต๋อ (避暑山庄) เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Chengde Mountain Resort บ้าง Chengde Imperial Summer Resort บ้าง เริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 1703 รัชสมัยฮ่องเต้คังซีแห่งราชวงศ์ชิง เพื่อใช้แปรพระราชฐานพักผ่อนในช่วงฤดูร้อน

ได้รับการพิจารณาขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกเมื่อปีค.ศ. 1994


อาณาเขตพระราชวังกินพื้นที่ทั้งหมด 5.6 ตารางกิโลเมตร แต่ส่วนใหญ่เป็นสวนและภูเขา ส่วนที่เป็นพระราชวังอยู่ทางตอนใต้

ประตูทางเข้าทางทิศใต้ส่วนติดกับพระราชวัง



ตัวพระราชวังมีพระตำหนักไม่กี่หลัง


ท้องพระโรงสำหรับว่าราชการและพระราชพิธี


พระฉายาลักษณ์ของฮ่องเต้และเชื้อพระวงศ์ดังๆที่ชอบเสด็จมาประทับที่นี่ ไล่จากบนลงล่าง ฮ่องเต้คังซี ฮ่องเต้เฉียนหลง และพระนางซูสีไทเฮา


พระราชวังนี้ปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของจีนครั้งหนึ่ง เป็นสถานที่ที่ฮ่องเต้เสียนเฟิงแห่งราชวงศ์ชิงถูกบีบบังคับให้ลงนามในสนธิสัญญาปักกิ่งยกดินแดนส่วนหนึ่งให้ชาติยุโรปปกครอง ป้ายบอกเตือนคนจีนว่าอย่าได้ลืมความอัปยศระดับชาติครั้งนี้ (ฮ่องเต้เสียนเฟิงคือพระสวามีของพระนางซูสีไทเฮา)


ฮ่องเต้คังซีดำริให้สร้างพระราชวังในแบบแมนจู จะเห็นได้ว่าสไตล์ค่อนข้างเรียบง่าย ไม่หรูหราอลังการเหมือนพระราชวังฤดูร้อนที่ปักกิ่ง


จุดเด่นของพระราชวังนี้น่าจะเป็นภูมิทัศน์ทะเลสาบ



รอบๆทะเลสาบจะมีสิ่งปลูกสร้างแบบจีนๆรายล้อม



มีทางเดินตัดกลางทะเลสาบ



ขณะที่ไปเป็นช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนยังไม่เริ่มหน้าหนาวอย่างเป็นทางการ แต่น้ำในทะเลสาบก็กลายเป็นน้ำแข็งหมดแล้ว จึงถูกแปลงสภาพเป็นลานไอซ์สเก็ตซ์




ทัศนียภาพสำคัญที่เป็นสัญลักษณ์ของพระราชวังนี้ก็คือทิวแถวศาลากลางทะเลสาบที่รายล้อมด้วยทุ่งดอกบัว (ที่หน้าหนาวเหลือแต่ตอแห้งๆ)



ใกล้ๆกับศาลากลางทะเลสาบจะมีสวนหย่อมเล็กๆที่ตกแต่งสไตล์สวนซูโจว





สามสิ่งที่พบเห็นได้ในสวนซูโจวคือ เก๋งศาลา สะพานและหิน




อีกหนึ่งจุดไฮไลท์สำคัญได้แก่ Jinshan Hill (แปลว่าภูเขาทอง)



การเดินทางจากปักกิ่งไปเฉิงเต๋อ
ผมจับรถไฟเที่ยวเช้าจากสถานีปักกิ่งไปเฉิงเต๋อใช้เวลาประมาณสี่ชั่วโมง ถ้าคิดจะโดยสารรถไฟมีข้อแนะนำให้พกที่อุดหูไปด้วย เพราะในตู้โดยสารอุดมไปด้วยมลพิษทางเสียงจากชาวจีน

จริงๆแล้วศึกษาข้อมูลตามเว็บจะเห็นว่ามีรถบัสวิ่งบนทางไฮเวย์ตรงไปเฉิงเต๋อซึ่งใช้เวลาสั้นกว่ารถไฟประมาณชั่วโมงนึง แต่ตอนนั้นผมไม่แน่ใจเกี่ยวกับสถานที่ขึ้นรถบัส สุดท้ายเลยเลือกนั่งรถไฟชัวร์ๆดีกว่า

พระราชวังฤดูร้อนอยู่ในละแวกตัวเมือง ถ้าพักในย่านใจกลางเมืองอาจจะเดินไปได้ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที หรือนั่งแท็กซี่ไปไม่เกิน 10 นาที (แท็กซี่ที่นี่ติดมิเตอร์แล้ว)

เว็บไซด์ของพระราชวังฤดูร้อนเฉิงเต๋อ (เว็บเป็นภาษาจีน แต่มีลิ้งค์ไปหน้าเพจภาษาอังกฤษ)
//www.bishushanzhuang.com.cn/webgroup/index.asp



Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2557 10:57:38 น.
Counter : 1647 Pageviews.

1 comments
  
สวย อยากไป
โดย: mariabamboo วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:14:00:55 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

สมาชิกหมายเลข 714858
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



กุมภาพันธ์ 2557

 
 
 
 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
 
 
All Blog