Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
8 พฤศจิกายน 2549
 
All Blogs
 
กลุ่มบุคคลลึกลับที่แอบบอ้างพระนามสมเด็จพระสังฆราช

ปล. ข่าวนี้นำมาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐประจำวันอังคารที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๙

กรณีข่าวเกี่ยวกับกลุ่มบุคคลลึกลับที่แอบบอ้างพระนามสมเด็จพระสังฆราช มาแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ


พศ.ยันไม่รู้เรื่องเหมือนกัน

ด้านนางจุฬารัตน์ บุญยากร รักษาการ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้สัมภาษณ์ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาฯในช่วงบ่าย หลังจากเดินทางเข้าเฝ้าสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ เมื่อช่วงเช้าว่า ไม่ได้ไปเข้าเฝ้าเกี่ยวกับเรื่องการแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่ฯชุดใหม่ แต่ไปในฐานะผู้รับสนองงานและส่งเสด็จเข้าห้องผ่าตัด เนื่องจากสมเด็จพระสังฆราชต้องเข้ารับการผ่าตัดซีสต์ ส่วนเรื่องการแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่ฯชุดใหม่ เท่าที่ทราบคิดว่าเป็นเพียงข่าวลือ เพราะทางสำนักงานพระพุทธศาสนาฯยังไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ว่าต้น เรื่องมาจากไหน รวมทั้งยังไม่เห็นพระบัญชาจากสมเด็จพระสังฆราชในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด อย่างไรก็ดี แม้ว่ารัฐบาลมีอำนาจในการแต่งตั้งตามพระบัญชาดังกล่าวได้ แต่โดยธรรมเนียมปฏิบัติแล้วทางมหาเถรสมาคม และสำนักงานพระพุทธศาสนาฯควรที่จะต้องทราบเรื่องดังกล่าวด้วย

ผู้ช่วยเลขาฯ สังฆราช ชี้คำสั่งมีพิรุธ

ส่วนพระครูโสภณศาสนกิจ ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กล่าวเช่นกันว่า ได้สอบถามไปยังพระผู้ดูแลพระอาการของสมเด็จพระสังฆราช ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ก็เพิ่งทราบเรื่องเช่นเดียวกัน ส่วนพระเทพสารเวทีและทีมผู้ช่วยเลขานุการไม่ทราบเรื่องพระบัญชานี้ โดยพระเทพสารเวทีบอกว่าทราบแต่ข่าวจากสื่อมวลชน และพระเทพสารเวทีไม่ได้ไปเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช เพื่อออกพระบัญชานี้ ซึ่งตามระเบียบปฏิบัตินั้น เมื่อสมเด็จพระสังฆราชทรงมีพระบัญชา จะต้องมี 4 ฝ่ายได้แก่ พระเทพสารเวที เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้แทนสำนักพระราชวัง แพทย์ประจำพระองค์สมเด็จพระสังฆราช และพระประจำวาระรับทราบ เมื่อถวายรายงานให้สมเด็จพระสังฆราชทรงทราบแล้ว หากพระองค์เห็นด้วยก็จะมีการประทับตราต่อหน้าพระองค์ แต่ไม่ได้ใช้วิธีประทับรอยพระหัตถ์ หลังจากนั้นทั้ง 4 ฝ่ายจะต้องเซ็นรับรองหนังสือพระบัญชา ไม่ใช่อย่างที่เป็นข่าว

แม้แต่พระใกล้ชิดยังไม่รู้เรื่อง

พระครูโสภณศาสนกิจกล่าวด้วยว่า ยังไม่ทราบว่ามีพระบัญชาออกมาหรือไม่ ถ้ามีพระบัญชาออกมาพระเทพสารเวทีจะต้องทราบเรื่องนี้ เพราะท่านเป็นหนึ่งใน 4 ฝ่ายที่จะต้องเซ็นรับรองพระบัญชาจากสมเด็จพระสังฆราช ยังมองไม่ออก ข่าวนี้กลุ่มไหนปล่อยออกมา เพราะหากไม่มีพระบัญชาออกมาจริง จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และเกิดผลกระทบต่อสมเด็จพระสังฆราช และขณะนี้ทางพระผู้ใหญ่ยังไม่ได้สั่งการใดๆ ยังไม่มีการตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะข่าวไม่ได้ออกมาจากวัดบวรนิเวศฯ

แฉที่มาพระบัญชาพระสังฆราช

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พระเทพวิสุทธิกวี คณะเลขานุการผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช วัดราชาธิวาส ถึงที่มาของหนังสือดังกล่าวว่า ได้รับเอกสารเรื่องพระบัญชาของสมเด็จพระสังฆราช กรณีการแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ที่ให้สมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดชนะสงคราม ขึ้นทำหน้าที่ประธานแทนสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ ตั้งแต่ 2-3 วันที่ผ่านมา และมีการตรวจสอบที่มาของเอกสารดังกล่าว พบว่าเอกสารดังกล่าวมีที่มาจากวัดบวรนิเวศวิหาร แต่ไม่ได้หมายความว่า จะเป็นการทำขึ้นของคณะสงฆ์ วัดบวรนิเวศวิหารทั้งหมด แต่มาจากกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม ที่เคยมีอำนาจและพระสงฆ์บางรูป ที่มีลับลมคมในและมีความพยายามที่จะนำเอาบารมีของสมเด็จพระสังฆราช มาใช้อีก จนกระทั่งมีการจัดทำเอกสารดังกล่าวขึ้น และเหลือแต่การลงพระนามของสมเด็จพระสังฆราช และมีการผลักดันผ่านฝ่ายการเมือง เพื่อนำไปให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ลงนามในพระบัญชาดังกล่าว ซึ่งถ้ามีการลงนาม พระบัญชาจะมีผลทันที แต่โชคดีที่มีพระสงฆ์บางรูปในวัดบวรนิเวศวิหาร ส่งเอกสารดังกล่าวมาให้ และส่งให้พระเถระชั้นผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคมบางรูป ก่อนที่จะมีการนำเข้า ครม. เรื่องนี้จึงถูกเปิดเผยออกมาสู่สังคม ถ้าไม่มีการเปิดเผยออกมา คณะสงฆ์คงแตกแยกกันอย่างหนัก เพราะมีการนำสมเด็จวัดสระเกศ กับสมเด็จวัดชนะสงคราม ไปชนกัน เพื่อประโยชน์ของคนบางกลุ่มที่เคยมีอำนาจ

กะเข้าวาระจรแต่ถูกเปิดโปงก่อน

พระเทพวิสุทธิกวีกล่าวอีกว่า การที่คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาปฏิเสธนั้น ก็เป็นสิทธิของท่าน แต่เท่าที่ตรวจสอบมาคือรู้ว่า จะมีการนำเข้าคณะรัฐมนตรีจริงๆ เป็นวาระจรแต่เรื่องถูกเปิดเผยออกมาก่อน เลยต้องมีการปฏิเสธ

อดีต ผอ.พศ.เชื่อฝีมือผู้สูญอำนาจ

ขณะที่ พล.ต.ท.อุดม เจริญ อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและที่ปรึกษามหาเถรสมาคม กล่าวว่า พระบัญชาที่ถูกจัดทำขึ้นน่าจะเป็นความพยายามของอดีตฝ่ายที่สูญเสียอำนาจที่เคยมีร่วมมือกับฝ่ายการเมืองเพื่อที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในวงการคณะสงฆ์ เพราะเมื่อครั้งที่ตนเป็น ผอ.สำนักงานพระพุทธฯเมื่อ วันที่ 8 ก.ค. 2547 ซึ่งเป็นช่วงที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี เข้ามากำกับดูแลสำนักงานพระพุทธฯ พร้อมกับนายไพศาล พืชมงคล ที่ปรึกษา พล.ต.ศรชัย มนตริวัต เลขานุการส่วนตัว ได้มาหารือกับตนเกี่ยวกับถวายคืนพระราชอำนาจให้กับสมเด็จพระสังฆราช และได้นำตนเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ก็ได้เจอกับพระเทพสารเวที เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช พระราชรัตนมงคล คณะเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร และได้เข้าไปถวายรายงานและให้ทรง ลงพระนามรับทราบและลงนาม แต่สมเด็จพระสังฆราช ทรงลงพระนามไม่ได้ จึงได้มีการตกลงกันว่าในวันที่ 9 ก.ค. จะมากันใหม่

ย้อนอดีต...โยงคดีเก่าปลอมพระลิขิต

ที่ปรึกษามหาเถรฯกล่าวอีกว่า แต่ปรากฏว่าในช่วงกลางคืนของวันที่ 8 ก.ค. ได้มีคำสั่งยกเลิกที่จะไปให้เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช เพื่อให้ทรงลงพระนาม ซึ่งไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริงว่าเพราะอะไร จนกระทั่งมีมติมหาเถรสมาคมวันที่ 20 ก.ค. 2547 เรื่องการแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชออกมา

“การแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช สาเหตุเพราะมีการปลอมพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราช ไปหาประโยชน์ ซึ่งขณะนี้พระราชรัตนมงคล ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร และฆราวาส 2-3 คน ถูกดำเนินคดีอยู่ในศาล” พล.ต.ท.อุดมกล่าว

เผยเส้นทางหนังสือพระบัญชา

สำหรับหนังสือพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช 2 ฉบับ ที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้รับหนังสือดังกล่าวมาทางโทรสารจากพระมหาโชว์ ทัสสนีโย ผอ.ส่วนธรรมนิเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ที่รับคำสั่งจากพระเทพวิสุทธกวี คณะเลขาฯ ให้ส่งมาให้สื่อมวลชนเมื่อค่ำวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยพระมหาโชว์ยังกล่าวด้วยว่า เอกสารที่ส่งมาเป็นร่าง พ.ร.บ.สงฆ์ ฉบับแก้ไข ที่มีพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช แนบท้ายมาด้วย ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ที่หัวกระดาษมีสัญลักษณ์ระบุชัดเจนว่าเป็น “พระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช” โดยฉบับแรกลงเลขที่ 1/2549 ยกเลิกมติที่ประชุมกรรมการมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 20/2549 ซึ่งเป็นการยกเลิกเรื่องการเลือก “คณะผู้แทนปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช” ที่มีการประชุม มส. เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2547 ส่วนในฉบับที่ 2 ลงเลขที่ 2/2549 แต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งมีการเพิ่มคำว่า “แทน” ลงไป เป็น “คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช” แต่ในท่อนท้ายที่เว้นชื่อผู้รับสนองพระบัญชา คือ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี นั้น กลับพิมพ์ชื่อผิดว่า “สุรยุทธ” โดยไม่มีการันต์

อ้างอิงจาก //www.thairath.co.th/offline.php?section=hotnews&content=25838

ความเห็นส่วนบุคคล....... ทราบมาจากข่าววงในว่า "ห้องกระจก" คือกลุ่มผู้มีอิทธิพลภายในวัดบวร ซึ่งเป็นทีทราบกันดีว่า มีหม่อมหลวง จิตติ นพวงศ์ เป็นหัวหน้ากลุ่มบุคคลที่พระเณร ภายในวัดบวรนิเวศเกรงใจมาก เพราะเป็นผู้มีอำนาจในการกระทำการต่างๆได้อย่างเสรี จึงเป็นเหตุให้กลุ่มห้องกระจกทำการเคลื่อนไหวกระทำการต่างๆ ในการแสวงหาประโยชน์ ในทางมิชอบมาช้านาน รวมถึงการแอบอ้างปลอมพระลิขิต สมเด้จพระสังฆราช หลายครั้ง ทั้งกรณีออกพระลิขิตที่เกี่ยวเนื่องกับวัดพระธรรมกาย กรณีคณะกรรมการมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย กรณีปลดสมเด็จพระพุฒาจารย์ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ฯลฯ ด้วย

รายละเอียดอ่านในหัวข้อ "ห้องกระจก"


Create Date : 08 พฤศจิกายน 2549
Last Update : 8 พฤศจิกายน 2549 14:03:46 น. 0 comments
Counter : 11471 Pageviews.

Jherora
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Friends' blogs
[Add Jherora's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.