" Shoot for the moon. Even if you miss, you will land among the stars. "
 
พฤศจิกายน 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
23 พฤศจิกายน 2551

INDIA ..ฉันจะไปแสวงบุญ ตอน : ขอทานรุมทึ้ง ของงี้ใครดีใครได้ แต่ฉันขอวิ่งก่อน !!

เรามุ่งหน้ามายัง "ถ้ำดงคศิริ" ค่ะ สถานที่ๆพระพุทธเจ้าดั้นด้นขึ้นมาอยู่นี่เพื่อบำเพ็ญทุกขกิริยา หนทางทรหดมาก รถโค้ชใหญ่ๆไม่สามารถเข้าไปได้ก้เลยต้องเปลี่ยนมาเป็นคันนี้ค่ะ คราวนี้เลยถึงไหนถึงกัน


ขับมาได้พักนึงอวัยวะด้านหลังส่วนสันหลังมันวูบวาบ ขนลุกเกลียว พร้อมเสียงกรีดร้องของข้าพเจ้าเป็นระยะๆให้อาบังมันตกใจเล่น เพราะนั่งคู่กะคนขับค่ะ พยายามจะบอกอาบังว่า ." เฮ้ย บังกรูไม่รีบนะ ยังเหลืออีก 9 วันที่อินเดียขอพบพระพุทธเจ้าก่อนกุขึ้นเมรุนะ เมิงจะจะๆๆๆจายเย็นนๆๆๆ วัวๆๆๆ เบบรรคคค ๆๆๆ เบบรรคคสิ เบรค !!!" พี่บังหน้านิ่งมาก กูรุ้สึกหน้าโง่ขึ้นมาโดยฉับพลัน เมื่อคนขับค่อยๆเหลือบหน้ามามองอย่างหน่ายประหนึ่งว่า ข้าขับคนเดียวเอ็งนั่งไปเงียบๆ... " ผ่านมาอีกครู่ใหญ่ ...

เรา : " นี่ๆ พี่บัง พี่ลืมกางกระจกข้างรถอะ .. เข้าจายปะ กระจกเนี่ยๆ.. เฮ้ยพี่เข้าใจยากจังเว้ยแล้วจะเห็นรถแซงข้างมะ มานี่..ดูจะกางกระจกให้ดู..เอ้าดูซะ แล้วกะเอื้อมไปกางข้างพี่ด้วยนะเอ้า.." พร้อมกับยื่นมือไปพลักกระจกข้างให้หงายออกพร้อมทำงาน
บัง : "....." เงียบทำหน้าเหี้ยม บ่งบอกให้รู้ว่า เมิงทำบ้าบออารายอยู่..พร้อมส่ายหัวสไตล์ภารตะ และยิ้มเล็กๆที่มุมปาก

ไม่ถึงหนึ่งนาทีเราก้รีบเอามือออกไปดันกระจกข้างเข้ามาที่เดิมทันที เมื่อรู้ว่าเพราะไอ้กระจกนี่แหละมันจะไปถูกะรถข้างๆที่แซงแบบไร้สำนึก คือว่าไม่เห้นใครขับรถมองกระจกกันสักคน จะปาดจะแซงก้ลุยกันหน้าตาเฉย ที่หน้าชาสุดคือตอนที่มาเล่าให้รถคันอื่นฟัง เค้าถามกลับมาว่า "อ้าว..รถน้องมีกระจกด้วยหรอ รถอื่นไม่เห็นมีเลย.
เอาหละระหว่างทางก้เห็นวิถีชีวิตของชาวอินเดียซึ่งอาชีพส่วนใหญ่ก้เกษตรกรรมปลูกผัก ปลูกข้าวค่ะ รัฐพิหารนี้ได้ขึ้นชื่อลือชาว่าเป็นรัฐที่ยากจนที่สุด ดีเลยไหนๆมาตั้ง 10 วันเอาให้มันสุดๆไปเลยจนสุด รวยสุดจะได้เห็นกันในวันสุดท้าย

บ้านเรือนชาวบ้านที่นี่ก่อด้วยอิฐอย่างง่ายๆ เป็นสี่เหลี่มมีหลังคาก้โอเคแล้ว กันลม กันฝนได้ สีไม่ต้องทา ปูนก้ไม่ต้องฉาบ เอากันง่ายๆ บ้านไหนรวยหน่อยก้สร้าง 2 ชั้นต่อเติมขึ้นมา ถ้าชั้นเดียวหลังคาเตี้ยๆ ก้ปลูกฟักแฟงแตงไทไว้ข้างบน แหมฉลาดจริงๆ บอกกะแม่ว่าจะเอาหลังคาแบบนี้บ้างที่บ้านเราเก๋ไก๋ดี แม่ถามว่าเอาขี้วัวปั้นมาแปะฝาบ้านด้วยเลยมั้ยลูก คงขอไว้ก่อนอะเคสนี้ ไม่ใช่อะไร ไม่มีตังค์ไปซื้อวัว!! เลี้ยงตัวเองยังจะไม่รอด อ้อ คนที่นี่ดูได้ค่ะว่ามีฐานะขนาดไหนก้จากขี้วัวที่แปะตากไว้ข้างกำแพงบ้านพร้อมตราประทับ 4 นิ้วมือที่จับมาปั้นแล้วก้แปะลงไปค่ะ สังเกตุจากรูปข้างล่างนะคะ เอาไว้ใช้เป็นเชื้อเพลิง บ้านไหนมีขี้แปะฝาบ้านมากก้แสดงว่ามีวัวเยอะไงคะ ฉลาดชิมิคิ 555 ป่าว..ฟังจากไกด์มาอีกที !!


ยิ่งเข้าใกล้จุดมึ่งหมายมากขึ้นก้เริ่มดูจะแห้งแล้งขึ้นเรื่อยๆ แล้วก้ร้อนนๆๆ มีต้นอินทผลัมเยอะแยะเลย 2 ข้างทาง ถ้าสังเกตบ้นต้นใต้ทะลายจะมีถ้วยที่เอาไว้รองน้ำตาลผูกติดไว้กับต้น ไกด์บอกเค้าจะเอาน้ำตาลมันมาทำเป็นน้ำตาลเมา (เรียกงี้ป่าวเนี่ย?)

ใกล้จะถึงถ้ำแล้ว แต่แถวๆนี้ภูมิประเทศมันหินๆเยอะจังวุ้ย ดูแล้งๆ แห้งๆ อะ นั้นไงเจอทางขึ้นแล้วและก้มีคันอื่นมาจอดรอกันแล้ว แอะนั่น..คนแขกมาทำไรกันมากมายบนเขาคะ ? เจอญาติอีกแล้วตู มาที่นี้รู้สึกเหมือน celebrity ค่ะ ไปไหนมาไหนก้มีแต่คนรุมล้อมขอ..(ตังค์) ไอ้เราก้เตรียมปากกาจะแจก ชิไม่อยากได้ก้ไม่ให้นะ สวย..ไม่ง้อสื่อค่ะ ชิ ! ก้เพิ่งรู้เดียวนี้เองว่าเรามีญาติพี่น้องที่หายสาบสูญมาอยู่ที่นี่เอง หันไปทางไหนก้มีแต่เด็กๆเรียก "พี่จ๋าๆๆ" นี่ยังดีนะบางคนนี่มาแบบเสียงหวานเลยนะแต่ขอโทษษษ "แม่จ๋าๆๆๆ" นิกุแก่ขนาดนั้นเลยหรอ >.< ทางนี้ก้พี่จ๊ะ ทางนั้นก้แม่จ๋า ก้เลยได้ปฏิบัติภารกิจนางสาวไทยอย่างสมบูรณ์แบบ เอาเหอะไหนๆก้ตั้งใจจะมาทำบุญหนิ ทำทานด้วยดีก่า อย่างมากก้หมดสัก 1000 บาท ให้คนละ 10 รูปี ก้ = เด็ก 100 คนแล้ว 1000 นึงนี่ไปพารากอนยังซื้ออะไรไม่ได้เลยค่ะ บางคนทานข้าวมื้อเดี่ยวก้หมดแล้ว คิดอย่างนี้แล้วสบายใจดีค่ะ มามะ มาหาพี่นางฟ้าทางนี้ค่ะทุกคน (เอารอบเดียวนะเฟ้ยย พี่นางฟ้าขี้วีนนะเคอะ! 555)


พอมาถึงจุดมุ่งหมายเดินขึ้นเขามาเลยค่ะ ด้านบนมีน้ำมะตูมร้อนๆเสริร์ฟ ทิปได้ตามศรัทธา ด้านบนสุดเดินขึ้นต่ออีกหน่อยจะมีถ้ำที่พระพุทธเจ้าบำเพ็ญทุกข์กิริยา ถ้ำเล็กมากค่ะ อึดอัด คนเข้าไปได้อัดๆหน่อยก้น่าจะราวสัก 10 คนเท่านั้น พระพุทธเจ้าเรานี้สุดยอดเก่งอะคะ เพราะแค่เดินธุดงมาถึงนี่ได้ก้สุดๆแล้ว ขากลับเราลงมาก้พบว่าบรรดาขอทานเด้กๆนั่งล้อมวงอยู่ตรงลานที่พวกเราจอดรถเอาไว้ เพราะเค้ารู้ว่าวันนี้มีการแจกเสื้อผ้าค่ะ แต่ที่เห็นว่าตั้งวงเป้นระเบียบนี้ต้องมาจัดให้เค้านะคะ ไม่งั้นแย่งกันหัวหมุน ไม่รู้หวังดีประสงค์ร้ายรึเปล่าเริ่มไม่แน่ใจ เพราะในที่สุดระเบียบสังคมวงกลมของเด็กพวกนี้ก้ต้องแตกฮือ เพราะมีเด็กขอทานหัวโจกวิ่งเข้ามาแย่งเอากล่องบริจาคไปซะดื้อๆ วงที่นั่งอยู่จะรีรอรึจะคงจะไม่ทันการเพื่อนแขกของตัว จึงแตกฮือขึ้นมาเลยซ้ายฉก ขวายื้อกัน ข้างหลังเผลอไม่ได้ขโมยไปอีกกล่องแล้ว เละเทะแล้ว ที่ตั้งใจว่าจะจัดอย่างป็นระเบียบ คนอินเดียที่คุมอยู่ก้เอาไม่อยู่ค่ะเพราะเด็กเยอะมาก แย่งกันนัวเนีย จนพี่บังทนไม่ไหวเลยหยิบไม้จะเอามาตี จริงๆคงแค่จะขู่เด็กอะคะแต่แบบเอาไม่ไหวแล้ว เราเองตอนแรกกะว่าจะคอยช่วยแจกบ้างถ่ายรูปบ้าง เลยต้องวิ่งออกมาก่อน ไม่นึกว่าจะเป็นรูปนี้ไปซะ หม่อมแม่อิชั้นหายตัวไปจากวงอย่างรวดเร็วปานสาวแรกแย้มถกผ้าซิ่นวิ่งกำลังวังชายังดีอยู่ สุดท้ายของก็กลายเป็นของเด็กที่ตัวใหญ่หน่อยไป ใครแย่งไม่ได้ก้อดไป น่าสงสารจัง



เสื้อผ้าทุกตัวที่เรากับแม่เตรียมมาให้ไม่ใช่เสื้อผ้าเก่าสกปรกนะคะ บางตัวเคยใส่แค่ครั้งเดียว หลายๆตัวก็ใหม่เอี่ยมค่ะ ตั้งใจจะเอามาให้จริงๆ เพราะคนจนที่นี่สภาพแย่กว่าบ้านเราเยอะค่ะ คงไม่ได้มาที่นี่กันได้บ่อยๆส่วนเมืองไทยเราก้ช่วยบริจาคมาเสมอค่ะให้พี่น้องที่ขาดแคลน ไม่ได้รักคนบ้านเมืองอื่นมากไปกว่าเมืองไทยเราค่ะ อะไรช่วยได้ก้ช่วยกันไปค่ะ ตอนหลังยังเห็นลูกคนขับรถทัวร์เอาเสื้อแจ้กเก็ตที่แจกมาใส่เห็นแล้วก้ยิ้มค่ะ เห็นเค้ามีความสุขกับเสื้อใหม่ ดูแล้วก้เท่ห์ไม่เบาทีเดียว ^^



รูปตอนชุลมุนเลือกมาลงรูปเดียว ตอนแรกไม่กล้าเอามาลงเพราะไม่รู้มันจะทำให้ประเทศเค้าดูแย่ๆรึเปล่า แต่คิดไปคิดมามันก็คือประสบการณ์จริงค่ะ ซึ่งหากใครได้ไปเที่ยวก็คงจะพบเห็นคล้ายๆกัน แต่ก้ไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก ถือเป็นแง่คิดที่คอยเตือนสติใครหลายๆคนว่าในโลกนี้ยังมีคนที่ยากจน ขาดโอกาสอีกมายค่ะ จะกินจะใช้อะไรก็จะได้มีสติขึ้น
ไว้มีเวลาจะเล่าประสบการณ์ในอินเดียอื่นๆในตอนต่อไปนะคะ แล้วเจอกันค่ะ :)


Create Date : 23 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2551 0:39:29 น. 6 comments
Counter : 785 Pageviews.  

 



ว้าว ค่ะ ขอบคุณสำหรับรูปและเรื่องที่ชัดเจมากค่ะ


โดย: Sweety-around-the-world วันที่: 24 พฤศจิกายน 2551 เวลา:21:09:32 น.  

 
เอ่อ เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำนะคะ (แล้วก็เป็นด้านที่คนไม่ค่อยจะรู้ เอะอะ อะไร ก็ อยากไปอินเดีย ทัชมาฮาล ผู้หญิงใส่สาหรี)

พอดีว่าดิฉันทำงานอยู่ในประเทศที่มีคนอินเดีย มาขายแรงงานเยอะ มากๆๆๆๆๆๆ โคตร ๆๆๆๆๆๆๆ เงินเดือน 5000 บาท (คิดเป็นเรทไทย) ก็ถือว่า เยอะแล้ว ( เพราะว่า เรท กรรมกรได้ประมาณเท่านี้ ถ้าเป็นคนรับใช้ คนชงกาแฟ ก็จะได้ประมาณ 8000 รวม โอที ถ้าอยู่มานาน ก็อาจได้ หมื่นขึ้น

การที่เค้าได้ทำงาน "เป็นหลักแหล่ง" เช่น เป็นคนชงกาแฟ ของออฟฟิศ ( ที่บริษัทดิฉันมีตำแหน่งนี้ค่ะ วัน ก ๆ ก็จะชงกาแฟ กับ ชา อย่างเดียวค่ะ แล้วก็ช่วยงานอื่น ๆ ของพวกเสมียน) เค้าก็ทำตำแหน่งนี้มาเป็น สิบ ๆๆ ปี แล้วนะคะ

อยากให้คนที่ "ใฝ่ฝัน" อยากไปเที่ยวอินเดีย มองหลาย ๆ มุมค่ะ คนจนเยอะมากจริงๆ นอนข้างถนน หมายถึง ที่อยู่เป็นเพิง ๆ อยู่ข้างถนนนั่นแหละ กินข้างถนน (ที่อินเดียนะคะ อันนี้เคยเห็นในรูป)

คนแปลกหน้าก่อนไปนี่ต้องศึกษาข้อมูลพอสมควร จะได้ไม่โดนโขกสับ ค่าบริการต่าง ๆ

เอ้อ ขอโทษนะคะ ดิฉัน เม้าท์ ซะยาวเลย
แล้วจะกลับมาอ่านต่อค่ะ (ตอนนี้ทำงานอยู่ แอบเปิด อิอิ)



โดย: freedom of life IP: 89.211.42.222 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:37:14 น.  

 
ต้องไปบอกแฟนก่อนเพราะมีโปรแกรมจะไปปีหน้าเห็นโฆษณาการท่องเทีย่ดูดีมาก


โดย: pin IP: 80.203.130.212 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2551 เวลา:1:29:16 น.  

 
จริงๆมันไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นหรอกค่ะ อินเดียยังเป็นที่ๆน่าเที่ยวเสมอนะคะ อย่างที่บอกข้างต้นค่ะ ว่ารัฐที่ไปเป็นรัฐที่ยากจนที่สุดในบรรดารัฐทั้งหมดของอินเดีย ประเทศอินเดียกว้างใหญ่มากค่ะ มีทั้งส่วนที่เจริญมาก พัฒนาแล้ว และก้ส่วนที่ยังไม่พัฒนาค่ะ ซึ่งก้เป็นธรรมดาของหลายๆประเทศในโลกนี้

อินเดียเป็นเมืองอารยธรรมเก่าแก่ของโลกเพราะฉะนั้นเป็นโอกาสดีมากๆค่ะที่จะได้ไปเที่ยวนะคะ เรื่องขอทานก็เป็นเรื่องไม่แปลกประหลาดอันตรายอะไรขนาดนั้นหรอกค่ะ ก้ประชากรเค้าเยอะนี่คะ ประเทศยังไม่พัฒนาก้มีช่องว่างทางสังคมเป็นธรรมดา แต่คนที่นั่นหากลองได้พูดคุย จะรู้ว่าคนเค้าน่ารัก friendly เท่าที่ได้สัมผัสมานะคะ ส่วนตัวคิดว่ามันเป็นสีสันของการเดินทางค่ะ และถ้ามีโอกาสก็จะกลับไปเที่ยวอีกค่ะ แต่คราวหน้าคงเป็นที่อื่นๆบ้าง

ขอให้เที่ยวให้สนุกแล้ว เอารูปกลับมาอวดกันบ้างนะคะ :)


โดย: Daffodil Sky :) IP: 124.121.136.131 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2551 เวลา:23:54:20 น.  

 
เข้ามาเยี่ยมนู๋ออย ขอบจัยนะที่ไปเยี่ยมบล๊อคพีท

และเข้ามาคอนเฟิร์มว่าขอทานที่อินเดียไม่น่ากลัวเลยค่ะ

บอกไปว่าไม่ให้ก็จบ (ทำหน้าดุๆหน่อยนะ) เค้าก็มีลิมิตของ

เค้า ถ้ารู้ว่าตามขอคนนี้แล้วไม่ได้แน่ๆ เค้าก็ไม่ตามให้เสีย

เวลาค่ะ ส่วนตัวแล้วชอบอินเดียมาก ตั้งใจไว้แล้วว่าชีวิตนี้

จะกลับไปอีกให้ได้



โดย: Gus J. วันที่: 28 พฤศจิกายน 2551 เวลา:20:13:27 น.  

 
อ่านment แล้วได้รู้เรื่องอินเดียจากคนที่ไปสัมผัสโดยตรงเลยค่ะ เพราะในใจยังกล้าๆ กลัวที่จะออกไปเดินข้างนอกคนเดียวค่ะ

ขอบคุณมากๆค่ะ


โดย: Sweety-around-the-world วันที่: 1 ธันวาคม 2551 เวลา:19:10:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

DaffodiL Sky
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add DaffodiL Sky's blog to your web]