จะ สุข หรือ ทุกข์ ไม่ได้อยู่ที่ คนอื่น ทำ แต่อยู่ที่ เรา เลือก ^ 0 ^

 
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
22 กันยายน 2553
 

มุสา วาทา เวรมณี ...ฯ วันนี้อิฉันเกือบเสียที ทำ ศีลข้อ 4 ถลอก...!







อืม....หลังจาก แบกศีล 5 ไว้บนหัว อย่างชิล ๆ
ลื่นปื้ดดดด ลื่นปื้ดดดดด แบ่บไม่ระคายผิว มานานหลายปี
วันนี้ อิฉัน เก๊าะ หวิด จะสร้างอาจิณกรรมซ้ำซาก
ด้วยการ ทำศีล ข้อ 4 ถลอก !


เรื่องมันมีอยู่ว่า เด๋วนี้ ที่ โรงบาล
จัดโปรโมชั่นพิเศษ จิกหัว เอ๊ย อัญเชิญ ห้องยามาขึ้น โอที เวรบ่าย
แน่นอนล่ะ รายได้เพิ่มขึ้นตรึม เยยย
แต่ก็เจียดเวลาไป เดินจงกรมรอบโรงบาล ได้ น้อยลง
เฮ้อ เงินก็อยากได้ งานก็ไม่อยากทำ
หนำซ้ำ ฝึกกรรมฐาน ก็อยากฝึก อะซิก ๆ
โสงสัยต้องบริหารเวลา
ต้องหาจุดสมดุล ในการใช้ชีวิต ใหม่แระ


แต่นั่น ไม่ใช่เรื่อง ที่ทำให้กุ้มอกกุ้มใจนัก
ประเด็นหลัก มันอยู่ที่ การลงเวลา ขึ้น โอที นี่ดิ
มีเสียงพึมพำของใครบางคน แว่วเข้าหูมา ประมาณว่า

เวลาขึ้น โอที ควร เมคเวลาในการ ลงเวร
ให้เขียนว่า ลงเวรตอน 24.30 น. ( แต่ให้ลงจิง ๆ ตอนเที่ยงคืน )
เพราะขืนไม่ทำงั้น จะได้ โอทีไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย
( ต้องขึ้นเวร ครบ 8 ชม. จึงจะได้ 1 โอที )


จากนั้น คนพูดก็เจรจาต้าอวย
ให้ลอง ศึกษา การเขียนเวลาลงเวร ของ พยาบาล ดูด้วย
ว่า เขา เขียนไง จะได้เตี๊ยม กันไว้


ได้ยินถ้อยคำเหล่านั้น แล้ว
อิฉันก็เกิดอาการ ตะขิดตะขวงในดวงใจ ขึ้นมา ตะหงิด ๆ
ประมาณว่า เฮ้ยยยย ถ้าทำงี้ มัน ผิดศีล ข้อ 4
มันเป็น วจี มุสา นี่หว่า ตรูจาทำลงไหมเนี่ย ?


ก็ขนาด การเขียน เวลา มาทำงาน
ตรูยังเขียนตามจริง เรยนิ
แม้ว่ามันจะเป็นการมาเลท
ทำให้เสียประวัติตัวเอง
เวลาพิณาฟามดีฟามชอบก็เหอะ


( ส่วน เวลา กลับบ้าน เนี่ย ลงม่ะตรงนะ
เพราะว่า ขี้เกียจ เรย เขียนตอนเช้าทีเดียว
ก็ลงตามเวลาเลิกงานปกติของทางราชการ นั่นแหล่ะ
แต่ส่วนใหญ่ จะลงเลท ประจ๊ำ
เพราะถ้าจ่ายยาให้คนไข้ที่มารอม่ะหมด
ก็ต้องทู้ซี้อยู่เคลียร์ต่อจนเสร็จ ง่ะ
( ถือว่า เป็นการคืนกำไรให้ทางโรงบาล งิงิ )



เฮ้ออออออ ครั้น มาตอนนี้
ต้องขึ้น โอที ได้ทั้ง ตังค์ ทั้ง วจี มุสา
ตรูจะทำไงดีเนี่ย อะซิก ๆ ศีล ข้อ 4 ที่ ตรู ทนุถนอมไว้
คงไม่แคล้ว ถลอกปอกเปิก หมด แหง๋ ๆ


ไอ้เรื่อง ได้ โอที กระพร่องกระแพร่ง
เพราะ ขึ้นเวรขาดไป แค่ ครึ่ง ชม. เนี่ย
อิฉัน ก้อ เสียดาย อยู่นะ
แต่ ว่าถ้าจะต้องให้ ก่อกรรมทำเข็ญ
เซ็นเวลา มุสา เนี่ย แค่คิดก็ใจเสีย แระ
เฮ้ออออ เงินก็อยากได้ (งานก็ไม่อยากทำ)
แร้วก็ ไม่อยากให้ ศีล ที่แบกไว้
ต้องมากระดำกระด่างด้วย
ไม่เอาได้ไหม โอทีแบบเต็มเม็ด เต็มหน่วยเนี่ย
ขอรับตามที่ขึ้นจริง ได้ ป่ะ


ทว่า ที่สำคัญกว่านั้น คือ
ถ้า เจื๋อก ทำตัวเป็น แกะดำ
ไม่เซ็นเวลาลงเวร เป็น....ปกติ...
แบบที่ " ใคร ๆ เขาก็ทำกัน "
ยอมเฉือนเนื้อ ตัวเอง แลกกับ ศีลข้อ 4
ก็อาจจะผิดใจกับคนในทีทำงานได้
โทดฐาน ที่ ทำให้เขารู้สึกผิด
แระ มีสิทธิ โดนสอบสวน ถ้า สตง. เข้า
โอ๊ยยยยยย ตรูจะทำไงดี ว้อยยยยย อะฮือ ๆ




สุดท้าย พอชายที (น้องที่ห้อง )
เอา ตารางโอที เจ้าปัญหานั้น
ไปปรึกษา พี่ ป. ( หน.ฝ่าย ) เรื่อง เวลาขึ้นลงเวรบ่าย
อิฉันเรยตัดสินใจ แถไปถามมั่ง ประมาณว่า


พี่ ป. คะ เรื่องการขึ้นโอทีเวรบ่าย นี้
ถ้า ลง เที่ยงคืน จำเป็นต้อง เตี๊ยมกัน
เขียนว่า ลง 24.30 น.ไหมคะ ?


แถม ทำหน้าเจี๋ยมเจี๊ยม ไม่เสบยใจเป็นอย่างยิ่ง
บอก พี่เค้าไปอีกประมาณว่า
ถ้าทำงี้ บัว ก็คงต้อง ผิดศีลแน่ ๆ เรย


จากนั้น ก็ กัดฟัน บอก พี่ เค้าไป อย่างปลงตก และติดตลกว่า


" ไม่เป็นไรค่ะ พี่... เพื่อเงิน บัวทำได้ "

( แต่ ใจจริง ตั้งใจไว้ แระ
ว่า ถ้าจำใจต้อง เซ็น เวลาเป็น 24.30 น.
ตรูก็จะขอ ลงเวร ตามเวลาที่เขียนจิง ๆ เหมืยนกัน
เอาวะ ยอมเสียเปรียบ ทำงานมากกว่า คนอื่น ครึ่ง ชม.
เพื่อ คืนกำไร ให้ โรงบาล
และเพื่อเป็นการรักษาศีล ข้อ 4 ของตัวเองด้วย )


พี่ ป. นิ่งไปพักนึง ก่อนจะ เอ่ยนิ่ม ๆ สไตล์ แก
ประมาณว่า

ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องเขียนระบุเวลาแบบตายตัว ในใบตารางเวรก็ได้
ให้เขียนว่าเป็นการ ขึ้นเวรบ่ายเฉย ๆ ก็พอ
ส่วน เวลาจะลงเวลาในสมุดเซ็นชื่อ
ก็ให้ลงตามจริง นั่นแหล่ะ


ปกติตามกฏกระทรวง ถ้า ทำงาน เกิน 6 ชม.
ก็ถือว่า ได้ 1 โอที แล้วล่ะ


อะโหยยยย ฟังแร้ว ค่อย ยิ้มได้ขึ้นมาหน่อย
โล่งงงงงเหมียน ยกภูเขาออกจากอก เรยง่ะ


อืม...คิดเรื่องนี้ แร้วก็ตลกดีนะ
รู้สึกว่า ตะแต่ นู๋บัว แบกศีล 5 ไว้บนหัว จนช่ำชองเนี่ย
เด๋วนี้ มักจะมี ไอ้พวก มารตัวพ่อ มา ลองของ เสมอ เรยวุ้ย
และ เมื่อ ลุยถั่ว ก๊ะ ไอ้พวก มารตัวพ่อ เสร็จแระ
เรยแวะ มาโม้ เอ๊ย มาพูดคุย
เพื่อเล่าสู่กันฟัง กะ กัลยา ณ มิตร ทุกทั่น เจ้าค่ะ


ปอลิง

มุสาวาทา เวรมณี สิกขาปทัง สมาทิยามิ

ข้าพเจ้า ขอ อุทิศ บุญ และ กุศลกรรม ทั้งหมด
จากเหตุการณ์นี้ ให้กับ เจ้ากรรม นายเวร และ ทุกชีวิต
โดยเฉพาะ พี่ ป. ทั่น หน. ที่ เคาร๊พพพพพพ
ขอบคุณ เวรกรรม แต่ชาติปางก่อน
ที่ทำให้ตอนนี้ พวกเราได้เกิดมาเป็น ลูกพี่ -ลูกน้องกัน
ขอบคุณค่ะพี่







.


Create Date : 22 กันยายน 2553
Last Update : 22 กันยายน 2553 19:07:14 น. 98 comments
Counter : 4198 Pageviews.  
 
 
 
 
อนุโมทนาด้วยเน้อ
แหล่ม เจงๆ นะคุงน้อง
ท่าน หน.ป. ก็ เฮ้อ..เป็น หน.ที่น่ารักที่สุด รู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาว
อ่านแร้ว มีความสุขอิ่มบุญไปด้วยเรย นะเนี่ย
 
 

โดย: คุงป้านู๋ขวัญ IP: 58.9.122.83 วันที่: 22 กันยายน 2553 เวลา:20:38:50 น.  

 
 
 
บางทีนะ การละเมิดศีลเพื่อเจตนาดี
แม้ผิดหลักการ แต่ก็ด้วยการประสงค์แห่งการปรองดอง
ใครเล่าละที่ไม่เคย งั้นมารับการปลงอาบัติละกันน้อพี่น้อง

 
 

โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 22 กันยายน 2553 เวลา:22:35:55 น.  

 
 
 
อนุโมทนาค่ะ
 
 

โดย: รัตน์ IP: 118.172.73.113 วันที่: 23 กันยายน 2553 เวลา:8:22:55 น.  

 
 
 
แล้วที่เล่าให้อ่านกันอย่างสนุกสนานนี้ ยังไม่เข้าขั้นใช่ไหมครับ.
 
 

โดย: เจียวต้าย วันที่: 23 กันยายน 2553 เวลา:10:09:12 น.  

 
 
 
^
^
ปู่เจี๊ยวฯ
อันนี้ ก้อ ม่าย ลู้ อ่ะ ว่า เข้าขั้น ไหม
แบ่บว่า แพล่มไปเรื่อย ๆ เหนื่อย ก้อพัก 55555
เขียนเอามันส์ เฉย ๆ ง่ะปู่ งิงิ
แบ่บว่า นาน ๆ ที จะเกิดแรงบันดาลใจ
ในการเขียนแบบปัจจุบันทันด่วน
เรย ด้นสด ๆ ซ่าาาาา



เจ้ขวัญ
แหม๊ พูดแร้วจาหาว่า คุย
พี่ ป. ทั่น หน. อิฉันเนี่ย
จะว่าไป ก็ คล้าย ๆ โคตรไอ้เข้ ที่บ้านเจ้ อ่ะนะ

เป็น ลูกพี่ที่แสนดี เวลามีเรื่องมีราว อาราย
อิลูกน้องสามารถ วิ่งไปหลบอยู่ข้างหลัง พี่เค้าได้
โดยปลอดภัยไร้กังวล
( เพราะ คนอยู่ข้างหน้า เป็นโม้กันหมา ให้ เหอ ๆ )


แร้วที่ พี่เค้า ช่วยเคลียร์ เรื่องนี้ให้เนี่ย
อาจเป็น เพราะ พี่เค้ามี ฟามหลังฝังใจ ด้วยมั้ง
เพราะ ตะก่อน ตะแก เคย พูดเปรย ๆ
ให้คนในห้องฟัง แบบ ขำ ๆ

ประมาณว่า ว่า ไอ้เรื่อง เซ็น เวลามาทำงาน เนี่ย
ส่วนใหญ่ พี่เห็น เซ็น แปดโมงครึ่ง แต่มาจริงๆ เก้าโมง กันทู๊กที

( ปกติ พี่เค้าจะมาทำงาน แต่เช้า ก่อนลูกน้องซาเหมอง่ะ



เออ เจ้จ๋าเจ้ ฝากถาม ป๊ะป๋าโจ ให้ที ดิ
ว่า การลงโปรแกรมคอมทั่วๆไป
( วินโดวส์ + มัลติมีเดียร์ +โฟโต้ ชอป )
มันเชคไงฟระ ว่า โปรแกรมที่ลง เถื่อน ใหม่เถื่อน

พอดี อิบักหำน่อย มันทัก ในกาทู้ นี้ น่ะ

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=bsonjb&group=2&month=19-09-2010&gblog=4

เก๊าะเรย อยากสังคยานา โน๊ตบุ๊ค ตัวเอง
ให้มันเคลียร์ ๆ จะได้ ไม่ค้างคาในใจ แหะ ๆ





คุณ รัตน์
แต้งกิ๋ว เจ้าค่ะ ที่เข้ามาอนุโมทนา



คุณ มิสสะเตอร์ ฌาปนกิจ

-------------------------------
บางทีนะ การละเมิดศีลเพื่อเจตนาดี
แม้ผิดหลักการ แต่ก็ด้วยการประสงค์แห่งการปรองดอง
ใครเล่าละที่ไม่เคย งั้นมารับการปลงอาบัติละกันน้อพี่น้อง
+++++++++++++++++++++++++++

พูดซะ นึกถึง พวก เสื้อแดงเสื้อเหลือง เรยวุ้ย

การจะลู้ว่า เจตนา ดี หรือไม่เนี่ย มัน ต้อง โยนิโส โตยเน้อ
ม่ะงั้น มันจะกลายเป็น เพียงแค่ เจตนาดี ( สำหรับตัวกู ) แต่ดีสำหรับคนอื่นไหม กรู ม่ายลู้


แต่ก็เห็นด้วยก๊ะคุณนะ
มามะ มาปลงอาบัติ กันนนนนนน


อ้อ จิงดิ ตอนที่คุณ ไปโพส ที่
ฉะมาคม สูงกินลม

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=itoursab&month=01-2010&date=26&group=6&gblog=7


อิฉันเก๊าะ เคยไปแพล่ม ก๊ะคุณ ทิ้งไว้เหมียนกัน
ก็ม่ะลู้คุณ ได้อ่าน หรือยังนะ
พ่นน้ำลายไปตั้งแยะ ถ้า แพล่มแร้ว ม่ะถึงผู้รับ คงน่าเสียดาย
ถ้าหาก ยังไม่ได้อ่าน ก็ ตามไปอ่านได้นะ เจ้าคะ
ที่ ฟาม คิดเห็น วันที่ 2 มีนาคม 2553 เวลา:21:43:59 น

แต่ถ้าได้อ่านแร้ว ก็ม่ะเป็นไร
อิฉาน หาเรื่อง โปรโมท ตัวหนังสือตัวเอง ไปงั้นเอง งิงิ .


.
 
 

โดย: นู๋บี วันที่: 23 กันยายน 2553 เวลา:21:33:35 น.  

 
 
 
ถึงทุกทั่นที่หลวมตัวเข้ามาอ่าน

หลังจากวันนี้ อิฉันจะหายหัวไปแร้วน้าาาาาา
เจ้าหญิ๋งกบ(ในกะลา )ขอ หายหน้าหายตา ไปจำศีล ต่อ แระ
เรยต้องแวะมาบอก ก่อนอ่ะ
เพราะกัวว่า แควน ๆ จะ ชะเง้อคอยหาาาาาาา





บ๊ายบาย ไว้เจอกันใหม่ เมื่อ ซาด ต้องการ นะเคอะ
ญิ๋งขอ นุยาด เสด็จกลับเข้าไปอยู่กะลาแระ เจ้าค่ะ งิงิ


.
 
 

โดย: เจ้าญิ๋งกบในกะลาาาาาาา & เจ้าป้าบัวหุบบบบบบบบบ (นู๋บี ) วันที่: 23 กันยายน 2553 เวลา:21:38:31 น.  

 
 
 
ก็เข้ามาชะเง้ออยู่นี่แหละ ถึงได้รู้ไงครับ.
 
 

โดย: เจียวต้าย วันที่: 1 ตุลาคม 2553 เวลา:19:28:56 น.  

 
 
 
รู้ ว่า อะไร ง่ะปู่ ? อิอิ

เฮ้ออออ ดูท่า ช่วงนี้ คุงหลานมะขามป้อม
จะ หุบ ( ปาก ) ม่ะ ค่อยลง อีก แระ แหะ ๆ
( สงสัย ช่วงนี้ ประเทศซาด เริ่มจะต้องการตัว เอิ๊ก ๆ .)




.
 
 

โดย: นู๋บี วันที่: 1 ตุลาคม 2553 เวลา:23:54:57 น.  

 
 
 
ไม่ได้เข้าพันทิปหลายเดือน
เพิ่งเห็นหลังไมค์ค่ะ
เลยเพิ่งตามเข้ามา

สวัสดีค่ะคุณนู๋บี
สดใสตามเคยนะคะ
 
 

โดย: oDaineo วันที่: 25 พฤศจิกายน 2553 เวลา:22:44:48 น.  

 
 
 

อิอิ แท้งกิ๋ว นะเจ้าคะสำหรับคำชม
อืม....สงสัย นอกจากที่สวนอาเจ้ โอ จะมีเห็ด
และปลูกสมุนไพร เยอะแร้ว
ต้อง มี ลูกยอ แยะ ด้วย แหง๋ ๆ
ฟันธงงงงงงงง ฉับ ๆ ๆ

ปอลิง

เฮ้ออออ แต่ถึงจะ สดใส ไง
อิฉันก็ยัง สู้ รัศมี ที่สวยจากข้างใน
เแบ่บเจ้โอม่ะได้หรอกเน๊าะ
เพราะอิฉันมันสดใส
แบบ Hello kitty ( ที่ ม่ะมีตัว O ) เหอ..เหอ...




.
 
 

โดย: นู๋บี วันที่: 30 พฤศจิกายน 2553 เวลา:23:36:07 น.  

 
 
 
ถึง ทุกทั่น

อืม...จริง ๆ ช่วงนี้ ตั้งใจจะ "เว้นวรรค" ทางการเมือง
เลียนแบบ บ้านเลขที่ 109 อยู่ดหมือนอ่ะนะ
แต่ในเมื่อ มีคนมาจุดธูปเรียก อย่างนี้
ก็โพส จุด ยืนทางการเมือง ของตัวเอง ซะหน่อย แระกัน
จริง ๆ กะจะเขียนกระทู้ เกี่ยวกับ มุมมองทางการเมือง ณ ขณะนี้ ด้วยซ้ำ
แต่หมู่นี้ติดจะขี้เกียจทำ เก๊าะเลย ม่ายทำ
ฉะนั้นก็โพสแบบตามมีตามเกิดละกัน

//www.tairomdham.net/index.php/topic,9489.0.html

อ่ะ ลองไป อ่านดูน้าาาาาาาาาาาาาา
ถือ ซะว่า เป็น ของขวัญวันปีใหม่ ก็แระกันเน๊าะ อิอิ


อ้อส่วน โปรเจคถลกหนังหัวชาวบ้าน ที่สัญญาไว้ ก็ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ
ไงก็ได้ รับโอกาส ถูกเรียงคิว จับเอามาเชือด เป็นรายหัว อย่างถ้วนทั่วกันอยู่แล้ว
แต่ช่วงนี้ยังเขียนสคริปต์ไม่เสร็จ ไว้ครึ้ม ๆ ก่อนอ่ะ ค่อยเอามาโพส

ไอ้โซ๊ยตี๋ มันสอนไว้ว่า

"จะแสดงความเห็นทำนองเสียดสีคนอื่นแบบนี้
มันต้องมั่นใจตัวเองว่ามีข้อมูลเหตุผลเพียงพอ ที่จะตอบโต้คนที่ไม่เห็นด้วย
ไม่ใช่พอมีคนเขาเข้ามาโต้แย้ง ก็จะทำตัวเป็นพระเอกดร่าม่า แอ็คชั่นแบบว่า...แพ้เป็นพระชนะเป็นมาร มันล้าสมัยแล้วครับ"

และ ท่านด็อกฯ มันก็ เป็นพวก ซุปเปอร์ อีโก้ ซะด้วยดิ
ฉะนั้น ถ้า มีโปรเจค จะถลกหนังหัว ใคร ขึ้นมา มันก็ไม่คิดจะไว้หน้าหรอกนะ
ต้อง ทำแบบ refutation ไม่ก็ refuting the central point เท่านั้น
ไม่งั้น เสียชื่อ ปูชนียบุคคล ของ ไอ้โซ๊ยตี๋ มันหมด หุหุ

บ๊ายบาย หวัดดีปีใหม่ล่วงหน้าจร้าาาาาาาา

ปล.

อ้อ จิงดิ วันสองวันก่อน นึกครึ้ม เลยไปเล่นอ้อล้อต่อกระซิก
กะ หนุ่ม ๆ แถว ลธมจ. แก้หง่อม
ยังไม่ทันจะได้ จับตรูด ไอ้หนุ่มที่ไหนเล๊ย
อิมอดเวบจมูกไว ก็ วิ่งโร่มา มาแจกใบแดงตลอดชีพ อีกแระ
น่าเสียดายนะ อาจารย์ป้า มันกะลังนึกครึ้ม
กะว่า จะ สอนมวย ไอ้เด็กก้วยยี้ อยู่พอดีเลย เอิ๊ก ๆ

เอาเป็นว่า ไป แงะเอา ตัวหนังสือที่โพสไว้ที่โน้น
มาแปะไว้ ใน ลิ้งค์ พวกนี้ แระกัน
เผื่อจะมีคน ชะเง้อคอรออ่าน อิอิ

คุณเคย ตั้งกระทู้เพื่อ " สนทนาธรรมตามกาล" บ้างหรือไม่ ?www.tairomdham.net/index.php/topic,9493.0.html

วิบากของการ ไปขัดขวางการ สนทนาธรรมตามกาล ของผู้อื่น !
www.tairomdham.net/index.php/topic,9490.0.html


คุณ ได้ อุทาหรณสอนใจ และ ข้อคิดทางธรรม อะไรบ้าง จากเรื่องเหล่านี้
www.tairomdham.net/index.php/topic,9491.0.html


คุณคิดว่าเวบ ลธมจ. สนับสนุน การ สนทนาธรรมตามกาล หรือไม่ ?
www.tairomdham.net/index.php/topic,9492.0.html


6931
 
 

โดย: ทั่นด๊อกฯ ไม่ค่อย อยากจะออก จาก กะลา อิอิ IP: 110.77.138.136 วันที่: 27 ธันวาคม 2556 เวลา:22:07:53 น.  

 
 
 
แหะแหะ จุดธูปไป ไม่เสียเปล่า เจงๆ
ร๊ากกกกกกไม่รู้ลืมกันจิิงจิ๊ง!!! ทั้ง นู๋บี แอนด์ทั่นด๊อกฯ
ไม่เสียที ที่เผลอไปนับเป็นลูกไป๊ (555 อิอิ - -")
แล้วจะค่อยๆ ตามไปดม เอ๊ย ตามไปอ่านนะเจ้าคะ

วาทะวันนี้จาก David Gergen... “Morality in government begins with officials using words as honestly as possible to describe the truth.- คุณธรรมในความเป็นรัฐบาลจะเริ่มปรากฏให้เห็น เมื่อบรรดาเจ้าหน้าที่ของรัฐเริ่มหันไปใช้ถ้อยคำที่ตรงไปตรงมาที่สุดในการอธิบายความจริง...”.

เครดิต ท่านขุนน้อย
3660
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 110.168.117.248 วันที่: 3 มกราคม 2557 เวลา:11:50:54 น.  

 
 
 
วาทะคืนนี้จาก ทั่นด๊อก ฯ

ไม่สำคัญ หรอกว่า คุณธรรมในความเป็นรัฐบาลจะเริ่มปรากฏให้เห็น หรือไม่ ?
ไม่สำคัญ หรอกว่า บรรดาเจ้าหน้าที่ของรัฐเริ่มหันไปใช้ถ้อยคำที่ตรงไปตรงมาที่สุดในการอธิบายความจริง หรือเปล่า ?

แต่สำคัญที่ว่า คุณธรรมในความเป็น ตัวเรา นั้น มัน เริ่มปรากฏให้เห็นบ้างแล้วหรือยัง ?
และ ตัวเรา เริ่มหันไปใช้ถ้อยคำที่ตรงไปตรงมาที่สุดในการเสวนาธรรม หรือไม่ ?


อนึ่ง คุณธรรม ในที่นี้ หมายถึง ...
การรู้จักการรับผิดชอบในหน้าที่ และ มีความยุติธรรม
โดยไม่ไป เบียดเบียน/ละเมิดสิทธิอันพึงมีพึงได้ของผู้อื่น เพื่อสนองความต้องการของตน
รวมถึง การพร้อมที่จะ ยอมเสียสละ สิทธิ และ ความต้องการของตัวเอง เพื่อ คนอื่น บ้าง


ถึงแม้บางที ตัวเรา จะยังไม่มี คุณธรรมเหล่านี้เลย
แต่ อย่างน้อย ๆ เรา ก็ควรจะมี สัมมาทิฏฐิ ไว้บ้าง
นั่นคือ ต้องรู้ว่า สิ่งใดเป็นสัมมาฯ สิ่งใดเป็น มิจฉาฯ
สิ่งใด สมควรกระทำ และ สิ่งใดไม่สมควรกระทำ เพราะเหตุใด


นี่แหล่ะ คือ หัวใจสำคัญ ของคำว่า "เคร่งครัดที่ตน ผ่อนปรนคนอื่น" ล่ะ




รู้ไหม ? อะไร คือ ความเหมือน ใน ความต่าง ระหว่าง...

สุเทพ - ทักกี้ - ป๋าวิชัย - ไอ้โซ๊ยตี๋ - อิอ่อน
- พ่อกระรอกโพธิสัตว์ อย่าง อิตานิวรณ์ - อาเหล่าแปะ และ ... สิทธัตถะ !

เรื่องนี้ มัน ก็เกี่ยวข้องกับ คำว่า เคร่งครัดที่ตน ผ่อนปรนคนอื่น นั่นแหล่ะ


เฮ้อ...จะว่าไป สถานการณ์ หนีเมีย ไปม็อบ ของ ลุงกำนัน ฯนี่
ก็ คล้าย ๆ กับ สถานการณ์ หนีเมีย ไปบวช ของ สิทธัตถะ เหมือนกัน แฮะ
แต่ เหมือน ยังไง เหมือนตรงไหน ก็ ใช้ โยนิโสฯ คิด เอาเอง ก็แล้วกัน
ถ้า ถ่องแท้ ใน วงปฏิจฯ เมื่อไร ก็คงจะเกิด ซาโตริ เองล่ะมั้ง อิอิ

+++++++++++++++++++++++++++
ปอลิง 1

ถึง อิหม่ามี๊

ทั่นด๊อกฯ มัน ฝากมาบอก อิหม่ามี๊ว่า
แม้ คนบางคน จะมา ยกยอปอปั้น บอกกับนู๋บี ว่า

"ไม่เสียที ที่เผลอไปนับเป็นลูกไป๊ "

แต่ ทั่นด๊อกฯ มันวิเคราะห์ แล้วแอบมากระซิบนู๋บี อ่ะ ว่า

อิน้องนู๋บี ไม่น่า เห็น กงจักรเป็นดอกบัว
หลวม ไป นับญาติ เป็น เป็น แม่ปั๋ว -ลูกไป๊
ก๊ะ อิอ่อนนอก อ่อนใน แบบ อิหม่ามี๊ เลยว่ะ

แอบสังเกต มานานแล้ว อ่ะนะ
คนที่ สนทนาธรรม ในลักษณะ Responding to tone
( วิจารณ์โทนเสียง หรือ วิธี นำเสนอ ของฝ่ายตรงข้าม
โดยไม่ได้ โต้แย้งเนื้อหาของอีกฝ่าย )แบบ สลิ่มการเมือง แบบที่อิหม่ามี๊เป็นอยู่เนี่ย
จะว่าไป สนทนาด้วย ก็เหมือน หน้ามืดไปซื้อ หุ้นปั่น อ่ะ
คบหาสมาคมด้วย ก็มีแต่จะเปลืองตัว ทุนหายกำไรหด

อืม...ก็ไม่เชิง หา สาระประโยชน์ ไม่ได้ หรอกนะ
เพียงแต่ ความคุ้มค่าในการลงทุนด้วย ค่อนข้างต่ำ
ไปลงทุนกับ หุ้นพื้นฐานแจ่ม ๆ
ก็น่าจะเกิด ประโยชน์ มากกว่า อิอ่อนนอกอ่อนใน นะ

นี่ ทั่น ด๊อกฯ มันยัง ยุส่ง แนะให้ นู๋บี หัไปยกน้ำชาเป็นพ่อปั๋ว ลูกไป๊
กะ ไอ้เจ้าคนแข็งนอกอ่อนใน แบบไอ้โซ๊ยตี๋ ยังจะเวิร์ค กว่า อ่ะ
อย่างน้อย ก็น่าจะ เกิด มรรคผล เร็วขึ้นว่ะ เอิ๊ก ๆ


ปอลิง 2

ถึง แควน ๆ ทู๊กกก ทั่น

ช่วงนี้ ไม่ค่อยว่างเท่าไร
มีนู้นนี่นั่น เข้ามาประดังประเด เข้ามา ตลอด ๆ เล๊ยยย
แถม มัว แต่ สิงสถิตย์ อ่านกระทู้ ในห้อง ราชดำเนิน ซะเพลินจนตาแฉะ
เฮ้ออ อ่านกระทู้ แถวนู้น แล้ว ก็ คันปาก ยิก ๆ นะ
อยากจะไป ร่ายเสน่ห์ ใส่หนุ่ม ๆ เสื้อแดง ที่พันติ๊ป เหลือเกิน
เพราะ ดูท่าแล้ว หาก อาเหล่านู๋บีไปตั้งกระทู้แล้ว คงจะถูกจริต ไอ้หนุ่มแถวนั้นมากมาย
มีหวัง หนุ่ม ๆ ที่นั่น คงหลงร๊ากกก จนหัวปักหัวปำ
เผลอ ๆ อาจจะได้ รับการ ชาบู ๆ เป็น อินู๋ เรด แองเจิ้ล ด้วยน้าาาหุหุ


เฮ้ออ แต่ น่าเสียดายว่ะ ที่ออกไปตั้งกระทู้ไม่ได้
เพราะ สัจจะ มันค้ำคอ อยู๊ ( เผลอไปให้คำมั่นว่า จะ แบนตัวเองจาก พันติ๊ป 365 วัน )
แหม๊ ? ไม่งั้นน้าาาาาา น้ำหมากกระจายยยยยยยยยยยยย
ช่วงนี้ ยิ่งหมั่นไส้ อยากจะเม้าส์ ลุงกำนันคนดี
กับ ม็อบมวลมหาประชาคุย อยู่ด้วย 55555


ทั้งกระทู้

"เป่านกหวีด ผิด ศีล หรือ ไม่"

" ชาติ คืออะไร ทำไมต้องรัก ? "

" จะผิดอะไรไหม ถ้า อิฉัน มัน ไม่ รักชาติ ! "

" การทำหน้าที่ พลเมืองดี ตาม วิถีประชาธิปไตย ใน สไตล์นักปฏิบัติ (อย่าง นู๋บี) "

นี่ยังไม่นับ กระทู้ ชวน ไทยเฉย ไทยอดทน ไปใช้สิทธิ
"เข้าคูหา กาบัตรเสีย" ใน วันเลือกตั้ง เพื่อ สั่งสอน อิพวกม็อบคนดี ด้วยอ่ะนะ

เอ้า เอามาฝาก จร้าาาาาาา

//pantip.com/topic/31361598

//pantip.com/topic/31469430

//www.tairomdham.net/index.php/topic,9511.0.html

7658
 
 

โดย: อดีต ลูก'ไป๊ ป๋าโจ อิอิ IP: 110.77.138.136 วันที่: 7 มกราคม 2557 เวลา:23:45:47 น.  

 
 
 
อ่ะ เอามาฝาก แควนขับ จร้าาาา
เผื่อว่าจะมีคน อยากอ่าน อิอิ

//www.tairomdham.net/index.php/topic,9109.msg36271.html#msg36271

4411
 
 

โดย: ตะละแม่วาสิฏฐีไพรีเผ่น ! IP: 110.77.138.136 วันที่: 9 มกราคม 2557 เวลา:23:09:22 น.  

 
 
 
จะส่งสารหรือสมเพศ ดี ว่างๆก็เลยหาอะไรกวนๆอ่าน

พอเห็นบันทึกกึกกือ แล้ว นะ สัมมปทาน๔ นี้ คงจะยุ้่งยากมาก สำหรับบางคน

เอา สัมมาสติไปศึกษาก่อนดีมัย บางท่ี บันทึกกึกกือ อะไรนั้น อาจจะไม่จำเป็นเลย

หรือบางที่ สัมมปทาน ที่อ้างจัง ไม่ต้องมีเลยก็ได้

แต่อย่างว่าคนยังต้องรักษาศีล ถือศีลอยู่ ก็ต้องระวัง กันไป ทำผิดอะไรก็จดไว้เยอะ เผื่อตอนไปรายงานตัว จะได้มีหลักฐาน ไม่ต้องเปิดบัญชีให้เสียเวลา

ไปอ่านการเมืองให้กวนใจดีกว่า นึกว่่า นู๋ จะเลยสัมมปทานไปแล้ว ยังย่ำอยู่

ไปแล้ว

 
 

โดย: แค่รูป IP: 223.206.251.211 วันที่: 18 มกราคม 2557 เวลา:22:30:28 น.  

 
 
 
อืม...นึกว่า สุสานโบราณ จะร้างผู้คน ซะแล้ว
ยัง อุส่า มี พ่อกระรอกโพธิสัตว์ เข้ามาบ่นตะแง้ว ๆ อีกวุ้ย
เอาเหอะ ตามฉะบายจร้าาาาาาาาาาาาาา
อะไร ที่คุณคิด ว่า อิฉันเป็น แล้ว มัน ทำให้ คุณ สบายใจ
อิฉันก็ อนุโมทนาด้วยน้าาาาาาาาาาาาาา อิอิ

แต่ตอนนี้ ขี้เกียจคุยแระ อ่า ขอ นุญาต กลับ ไปซุกหัว ในกะลา
นั่งบนภู ดูชาวบ้านตบตีกัน ที่ ห้อง ราชดำเนิน ดีกว่าจร้าา
อีกอย่างจะได้ เอาเวลา ไป นั่งเขียนสคริปต์
หาเรื่อง ถลกหนังหัวชาวบ้าน แบบจริง ๆ จัง ๆ ซะที เงื้อง้ามานานแระ

บ๊ายบายจร้าาาาา

ปล.1

ถึง ไอ้ทึ้งเมียทิ้ง
ถ้าลื้อ เสนอหน้า มาเพ่นพ่านแถวนี้ ก็จงรับรู้ไว้ด้วยว่า
คราวนี้ ถือว่า ลื้อยังโชคดี ที่ อิมอดเวบ มัน แบน เจ้ ไปก่อนนะ
ฉะนั้น ยก ประโยชน์ ให้ จำเลย ก็แระกันว่ะ

ไม่งั้นนะ ลื้อ โดน เจ้ ถลก หนังหัว แน่ หนอย ไอ้นกรู้
เข้าใจหาข้ออ้างมาตีชิ่ง แบบเนียน ๆ นะ อิผู้ดีมีมารยา(ท) !
แมร่ง ตรู อยู่ของตรูดี ๆ เจื๋อกมา ยัดเยียด ให้ ตรู เป็น มุสลิมมะ ซะได้
ฝากไว้ก่อนเหอะเมิง แง่ง ๆ


ปล.2

อ้อ อันนี้ เอามาฝาก แควนขับจร้าาาา

ศีล 5 ก๊ะ โซดาปั่น ?

//www.tairomdham.net/index.php/topic,9561.0.html


ปฏิบัติมา ก็หลายปีอยู๊ แต่ก็ยัง ไม่มีความรู้สึก ศรัทธา ใน ไตรสรณะ เลย ?

//www.tairomdham.net/index.php/topic,9532.0.html


3648

 
 

โดย: บัวหุบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ IP: 110.77.138.136 วันที่: 20 มกราคม 2557 เวลา:23:29:41 น.  

 
 
 
นั้นไง ไม่ทันไร ไปทำนายให้ใครเป็นโนนนี้ นั้น

ตัวเขายังไม่เคยเอ่ย ด้วยซำ ว่าอยากเป็นนั้นนี้
หลักการ อะไรนั้นหายไปไหนแว้ววว

หรือเขียนโก้ ๆ ไปงั้น
 
 

โดย: แค่รูป IP: 115.67.230.80 วันที่: 22 มกราคม 2557 เวลา:21:42:14 น.  

 
 
 
"เคร่งครัดที่ตน ผ่อนปรนคนอื่น"

ชอบคำนี้อันเดียวแหละ หุหุ
นอกนั้น อ่านแล้ว มันไม่สมูทททท อิอิ
ใจมันไม่ยอมรับซะงั้น ก็ว่ากันปายเนอะ

และก็ อยากพูดว่า อ้าวววววว ....
ไหง..กลายเป็น...อดีต ลูก'ไป๊ ป๋าโจ อิอิ...ซะแระ

อิอิ แต่ฟามจริงก็เป็นฟามจริง เนอะ
มันเป็นเพียงอดีตตตตต ไปแว้วววว 555

บางทีการพูดคุยกันมันต้องมีเทสท์ มีใจให้กัน
มันถึงจะอร่อยยิ่งคุยยิ่งมันยิ่งออกรส
แต่ถ้าคิดว่ารู้แจ้งรู้จักรู้จริงคนที่คุยด้วย ทุกซอกทุกรู
แร้วว..ก็นะ มันก็หมดอารมณ์แบบว่า
เหมือนอ่านหนังสือนั้นจบแล้ว ก็หมดฟามสนใจ
มันก็หมดฟามอยากจะเปิดหนังสือเล่มนั้นมาอ่านอีก
ยกเว้นว่าติดใจจริงๆมันถึงจะอ่านได้หลายๆรอบ
และถ้าหนังสือนั้นดีจริงยิ่งอ่านลึกซึ้งยิ่งน่าสนใจ
มันถึงจะดึงดูดกันให้เปิดดูได้นานๆหลายๆรอบไม่มีเบื่อ
แต่ถ้าเกิดเบื่อแล้ว มันก็หมดฟามน่าสนใจอยู่ดีเนอะ

เอ้า....หูยยยย ฮาาาาา
ได้เวลาแล้วนะ ตะลาลา อิอิ

ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ จริงๆนะเออ
วันที่ไม่สนใจความคิดของ นู๋บี ว่าจะเป็นยังไง
ไม่สนใจที่มาที่ไปของความคิดนั้นๆ
แบบว่า อ่านแล้ว แ๊ว๊บบบ ฝ่อ แ๊ว๊บบบ ฝ่อ
อิอิ

วันหน้าถ้าเบื่อๆ ก็จะแวะมาใหม่นะเออ
ตอนนี้กะลังมีของใหม่ๆอยู่ อิอิ

6899
*.*

 
 

โดย: อิอิ IP: 124.121.210.173 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:13:24:26 น.  

 
 
 
ขอตอบ เล็ตเทอร์ อันนี้ จิ๊ดนึง อิอิ

ถึง อิหม่ามี๊

ทั่นด๊อกฯ มัน ฝากมาบอก อิหม่ามี๊ว่า
แม้ คนบางคน จะมา ยกยอปอปั้น บอกกับนู๋บี ว่า

"ไม่เสียที ที่เผลอไปนับเป็นลูกไป๊ "

แต่ ทั่นด๊อกฯ มันวิเคราะห์ แล้วแอบมากระซิบนู๋บี อ่ะ ว่า

อิน้องนู๋บี ไม่น่า เห็น กงจักรเป็นดอกบัว
หลวม ไป นับญาติ เป็น เป็น แม่ปั๋ว -ลูกไป๊
ก๊ะ อิอ่อนนอก อ่อนใน แบบ อิหม่ามี๊ เลยว่ะ

แอบสังเกต มานานแล้ว อ่ะนะ
คนที่ สนทนาธรรม ในลักษณะ Responding to tone
( วิจารณ์โทนเสียง หรือ วิธี นำเสนอ ของฝ่ายตรงข้าม
โดยไม่ได้ โต้แย้งเนื้อหาของอีกฝ่าย )แบบ สลิ่มการเมือง แบบที่อิหม่ามี๊เป็นอยู่เนี่ย
จะว่าไป สนทนาด้วย ก็เหมือน หน้ามืดไปซื้อ หุ้นปั่น อ่ะ
คบหาสมาคมด้วย ก็มีแต่จะเปลืองตัว ทุนหายกำไรหด

อืม...ก็ไม่เชิง หา สาระประโยชน์ ไม่ได้ หรอกนะ
เพียงแต่ ความคุ้มค่าในการลงทุนด้วย ค่อนข้างต่ำ
ไปลงทุนกับ หุ้นพื้นฐานแจ่ม ๆ
ก็น่าจะเกิด ประโยชน์ มากกว่า อิอ่อนนอกอ่อนใน นะ

นี่ ทั่น ด๊อกฯ มันยัง ยุส่ง แนะให้ นู๋บี หัไปยกน้ำชาเป็นพ่อปั๋ว ลูกไป๊
กะ ไอ้เจ้าคนแข็งนอกอ่อนใน แบบไอ้โซ๊ยตี๋ ยังจะเวิร์ค กว่า อ่ะ
อย่างน้อย ก็น่าจะ เกิด มรรคผล เร็วขึ้นว่ะ เอิ๊ก ๆ

ตอบว่า
..............อ่านจบแระ อิหม่ามิ๊ เห็นอิอ่อนมันแอบไปดีใจ ว่ะค่ะ ที่ทั่นด๊อก เห็นว่า อิอ่อนมันเป็นหุ้นไม่มีอนาคต ไปแระ อิอิ 555 อิอิ ............. - -"

ชอบตรงนี้นะ ที่วิจารณ์ว่า...เป็น
คนที่ สนทนาธรรม ในลักษณะ Responding to tone
( วิจารณ์โทนเสียง หรือ วิธี นำเสนอ ของฝ่ายตรงข้าม
โดยไม่ได้ โต้แย้งเนื้อหาของอีกฝ่าย )

ก็ตามนั้นแหละ เพราะขี้เกียจเถียงในเนื้อหาของอีกฝ่าย เพราะเข้าใจว่าเป็นเรื่องของปัตจัตตังของคนๆนั้น ความคิดของคนมันเปลี่ยนไปได้ตามปัจจัยของคนๆนั้นตราบใดที่คนๆนั้นยังไม่รู้แจ้งเห็นจริงในสัจจธรรม เถียงไปมันก็แค่เป็นการเอาความคิดโต้เถียงกับความคิด ยังไงก็ไม่ได้สัจธรรมความจริง มันก็แค่นั้นเอง ถ้ารู้ว่าที่เราคิดเองเออเองมันยังไม่ใช่สัจจธรรม แล้วจะไปเปลี่ยนความคิดคนอื่นให้มาเห็นดีเห็นงามกับความคิดของเราทำไม เราก็รู้ของเราไปว่าเราอ่านเราคิดเราเห็นแบบนี้ เราชอบทิฏฐินี้ เราก็เอาทิฏฐินี้ไป ปฏิบัติ เพราะเชื่อว่าทิฏฐินี้จะปฏิบัติไปได้ถึงมรรคผลในภายหน้า ส่วนการปฏิบัติไปแล้วจะได้มรรคผลหรือไม่ ก็ต้องพิจารณาตอนต่อไป เพราะประสบการณ์ที่ได้จากการปฏิบัติมันจะบอกเองว่่าถูกหรือผิด ได้ผลหรือเฟลล์ เนาะ ทำเองก็รู้ผลเอง จะไปตบตีฟาดฟันกะความคิดของคนอื่นทำไม ไม่ได้อยากให้คนอื่นๆมาคิดเหมือนเรานินา เราคิดอย่างไรก็บอกไปตามจริง คนอื่นคิดอย่างไรมันก็เรื่องของเขาถูกหรือผิดวันหนึ่งเขาก็รู้เองเพราะมีปัญญากันทุกคนอยู่แล้ว อิอิ

ไม่ได้โต้แย้งกะใครเน้อ แค่บอกฟามในใจเฉยๆ 555

5912
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.121.210.173 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:14:09:25 น.  

 
 
 
หวัดดี คุณแค่รูป
ว่างๆ ก็มาหยอดความคิดเจ๋งๆ ทิ้งๆไว้มั่งก็ดี นะเจ้าคะ
จะได้แวะเวียนมาเก็บ อิอิ

อิอ่อน+อิหม่ามิ๊+อิอิ = คนเดวกัน
เป็นเทคนิคการดูจิต ดูใจ แบบส่วนตั๊วส่วนตัว อะค่ะ
คือการดูสภาวะต่างๆของตัวเอง อะค่ะ
ยังไม่ถึงขั้นคุยกะตัวเองได้ คือยังไม่ได้บ้านะคะ
แค่เฉียดๆ อิอิ

วาทะวันนี้จาก Douglas Jerrold (อีกครั้ง)... “In this world, truth can wait; she is use to it.- ในโลกนี้...ความจริงรอได้ เพราะความจริงเป็นฝ่ายรอคอยมาจนชินซะแล้ว...”.
เครดิต ท่านขุนน้อย

1819
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.121.210.173 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:14:27:16 น.  

 
 
 
มาว่าเป็นสลิ่ม ก็ไม่เป็นไร สลิ่มกินอร่อยมีประโยชน์ ไม่โกรธหรอก
เครดิต ต็อตโตะจัง

อิอิ
เป็น อภิสิทธิ์FC อยู่แร้น ^^

ผมคิดว่าตอนนี้ที่น่าสนใจ ต้องขอขอบคุณลูกชายของ ดร.สุรินทร์ ชอบส่งบทความทางวิชาการของชาวต่างประเทศด้วย ที่เขาวิเคราะห์ในเรื่องของปัญหาการเมืองในประเทศไทยมาหลายบทความ ที่น่าสนใจตอนนี้ก็คือว่า ในแวดวงวิชาการเขาเขียนให้เห็นแล้วว่า ประชาธิปไตยนั้นมันประกอบไปด้วยองค์ประกอบหลายด้าน แล้วปัญหามันที่เกิดขึ้น เขายกตัวอย่างศึกษาประเทศไทยด้วย แล้วความจริงเขียนก่อนที่จะเกิดการประท้วงด้วยว่า ที่ประเทศไทยนี้ ประชาธิปไตยยังเดินหน้าไปอย่างราบรื่นไม่ได้เพราะว่ามันขาดความสมดุลมันไม่ไปด้วยกัน คือประชาธิปไตยต้องมีการเลือกตั้งด้านหนึ่ง และต้องมีการเคารพกฎหมายเพื่อให้เกิดการตรวจสอบถ่วงดุลอีกด้านหนึ่ง

2 ส่วนนี้ในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยที่พัฒนาแล้วนั้นมันเดินไปด้วยกัน แต่ของประเทศอย่างประเทศไทยนั้นมันเกิดมาขัดกัน ขัดกันก็คือคนที่มาใช้กระบวนการการเลือกตั้งนี้แทนที่จะเลือกตั้งเข้าไปแล้วเคารพกฎหมาย กลับมาทำลายกลไกการตรวจสอบถ่วงดุล ในขณะเดียวกันการตรวจสอบถ่วงดุลในประเทศไทยก็ไปกระทบถึงสิทธิของคนที่มาจากการเลือกตั้ง มันไม่ไปด้วยกันไง

เพราะฉะนั้นผมถึงเรียกร้องมาตลอด ดีใจเห็นงานพวกนี้ มันก็ตรงกับที่หลายฝ่ายพยายามพูดอยู่ว่า อย่าไปมองว่าการต่อสู้ครั้งนี้ฝ่ายนึงเอาไม่เอาประชาธิปไตย ไม่ใช่ เรากำลังจะแสวงหาประชาธิปไตย ที่มันเป็นสากล เป็นมาตรฐานจริงๆ และมีความสมดุล และเราก็เรียกร้องมาตลอดว่าปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ ผมบอกว่า เวลานักข่าวต่างประเทศถามว่า ประชาธิปัตย์ยอมรับผลการเลือกตั้งมั้ย ผมก็ถามว่ามีครั้งไหนล่ะครับที่ผมไม่ยอมรับ ผมก็ยอมรับ ผมก็เข้าไปทำหน้าที่ฝ่ายค้าน แต่ปัญหาวิกฤติชาติทุกครั้งเกิดขึ้นจากเสียงข้างมาก พยายามทำผิดกฎหมาย ไม่ใช่เพราะว่าเขาไปทำตามนโยบายที่เขาสัญญากับพี่น้องประชาชนไว้ ใช่มั้ยครับ

ครั้งนี้ถ้าไม่มีกฎหมายนิรโทษกรรม ผมถามว่าจะเกิดวิกฤติบ้านเมืองมั้ยล่ะครับ แล้วถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ยอมรับกฎหมาย หรือผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา แล้วทำไมรัฐบาลยิ่งลักษณ์บริหารประเทศตามระบบของมันได้ 2 ปีล่ะครับ ไม่มีปัญหาอะไรเลย นี่คือปัญหาพื้นฐานที่มันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นตราบเท่าที่นักการเมือง พรรคการเมือง จะเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อยนี้ ไม่ยอมรับกติกาการตรวจสอบนี้ ปัญหานี้ก็จะเกิดขึ้นแล้ว เกิดขึ้นอีก ผมถึงบอกว่า ปัญหาประเทศไทยจบยากตราบเท่าที่ทักษิณอยากอยู่เหนือกฎหมาย ปัญหามาจากตรงนี้ แค่นี้เองครับ ไม่ได้มีตรงอื่นเลย ถ้าทักษิณเลิกอยากอยู่เหนือกฎหมาย เรื่องก็จบครับ บรรดาบริวาร ขี้ข้า พลพรรคก็จะได้หยุดทำไอ้เรื่องที่มันมาทำลายประเทศ แล้วก็เดินหน้าแข่งขันกันทางการเมืองกันตามปกติ แต่ถ้าทุจริต คุณถูกจับได้ คุณก็ต้องถูกลงโทษครับ”
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

"กลัวผู้นำโง่ จะพาพวกเราไปตาย"
หนูดี

8564
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 58.11.229.66 วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:14:13:35 น.  

 
 
 

ถึง แควนขับ ทุกทั่น !

อืม...ช่วงนี้ ทั่นด๊อกฯ มัน แทกทีม ก๊ะ น้องมานีมีงง
ไป นั่งก๊งเหล้า ก๊ะ อิพวกม็อบคนดี ที่ เวบบอร์ดการเมือง มาคร้าาาา
นี่ก็ มัวแต่ ถลกหนังหัว อิม็อบคนดี แล้ว รับประทาน แบรนด์ ซะเพลิน
เลย ไม่ได้ มาตอบ จม.แควน ๆ เยยยยยยยยยยยยยยย
เฮ้ออ เอาไว้ ฤกษ์งามยามดี ก่อนเน๊าะ ค่อย กลับมา ถลก หนังหัว แควน ๆ 5555


อ่ะ เอามาฝาก แควน ๆ ไว้ ดูต่างหน้าจร้าาาาาา

//www.udon108.com/thai/search.php?searchid=1653474


//forum.banrasdr.com/showthread.php?tid=34337


//webboard.serithai.net/index.php?app=core&module=search&do=user_activity&search_app=forums&mid=23225&sid=6569879e8af3dee18859b7c124714e86&search_app_filters[forums][searchInKey]=&userMode=title

3390
 
 

โดย: มานีมีงง IP: 110.77.138.136 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:21:52:37 น.  

 
 
 
ม็อบอารยะ รู้จักรับผิดชอบต่อสังคม รู้จักเกรงอกเกรงใจ ยอมรับทั้งชอบและผิด

ไปไหนมาไหน ก็ไม่ทิ้งขี้ ทิ้งขยะ ให้เจ้าของที่ต้องรำคาญ...

7572
*.*

ปล.เป่านกหวีดถือเป็นการกระทำที่รุนแรงก็ขอโทษด้วยแต่ก็คิดแล้วว่าดีกว่ายิงปืนหรือโยนลูกระเบิดใส่กันอะนะ อิอิ
 
 

โดย: อิอิ IP: 192.99.14.36 วันที่: 1 มีนาคม 2557 เวลา:17:26:29 น.  

 
 
 
คุณหญิงศศิมา เชื่อโดนยิงถล่มบ้านปมการเมือง รับโทรหา "พจมาน" พร้อม ตำหนิ "ทยา" ที่เป่านกหวีดไล่แล้ว คุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ ให้สัมภาษณ์ จส.100 ว่า เหตุการณ์ที่บ้านถูกยิงถล่มที่เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา เมื่อช่วง03.00น........ อ่านต่อได้ที่ : //bit.ly/1kAlbBI

7880
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 192.99.14.36 วันที่: 1 มีนาคม 2557 เวลา:18:40:04 น.  

 
 
 
คู่จิ้นแห่งปี
อาจารย์จักร กับพี่พงศา ประกาศบนเวทีกปปส.ว่า... คู่นี้'ใครหลับก่อนเป็นเมีย'

พงศา ชูแนม
พยานรัก..กลางป่า..และ..น้ำตก.ให้ร่มมะตาด..เป็นสินสอด..ว่าเราจะมีความรักอันไพศาลให้ประชาชน..แบบตถาคต..รักสรรพสิ่ง..
เราจะก้าวข้ามความคิดแคบแบบนักการเมืองทำเรื่องใหญ่ให้ประขาชน...

5032
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 192.99.14.36 วันที่: 1 มีนาคม 2557 เวลา:18:45:39 น.  

 
 
 
วาทะวันนี้ จาก 108 มงคล-พระบรมราโชวาท (อีกครั้ง).. “สำคัญที่สุดคือความอดทน คือไม่ย่อท้อ ไม่ย่อท้อในสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่ดีงามนั้นทำมันน่าเบื่อ บางทีเหมือนว่าไม่ได้ผล ไม่ดัง คือมันครึน่ะ ทำดีนี่ แต่ขอรับรองว่า การทำให้ดีไม่ครึ ต้องมีความอดทน เวลาข้างหน้าจะเห็นผลแน่นอน ในความอดทนของตน ในความเพียรของตน...”
เครดิต ท่านขุนน้อย

4571
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.120.230.77 วันที่: 6 มีนาคม 2557 เวลา:10:22:38 น.  

 
 
 
ผิดตรงไหน ? ถ้าไม่รักชาติ !

อ่านตั้งนานสองนาน ก็แค่ที่ระบายความรู้สึกของคนบางคน ที่มีต่อสถาบันหลัก

ตูจะนั่งอ่านทำไมวะเนี่ย ไปดีกว่า

Reference แต่ละอัน เอามาจากพันดริฟท์ ขอบาย ไม่อ่านนะ
เพราะอ่านมาหมดแล้ว เรื่องเดิมๆ น่ะค่ะ

ยังมีคนไปตามอ่านของ นู๋มานี อีกเหรอเนี่ย ว่ะ 555+

ตรูด่าจนลืมอารมณ์ไปตั้งนานแล้ว เพิ่งไปคุ้ยโพยมาโต้ คิดนานชิกหาย จอกชิบ ดาวรมณ์เสีย ...

ถ้าคนไหนไม่รักชาติ ก็ไม่ควรหน้าด้านรับสิทธิใดๆ จากชาติไทย
เหมือนเกลียดงู เสือกแดกไข่
กินบนเรือน เสือกขี้บนหลังคา

มานีเค้าจะเลือกตอบเฉพาะที่โต้กับเขาแบบสั้นๆหรือประเภทถูกด่า ประเภทมีเหตุมีผลรองรับยาวๆ มานีเขาหลีกเลี่ยงครับ
มานีเหมือนประเภทเพื้อเจ้อไปเรื่อย เอาโน่นเอานี่มาแปะให้ดูเหมือนทรงภูมิปัญญา

เสียดายที่ศีล จขกท. นับถือ
ไม่มีคำว่า กตัญญู รู้คุณชาติ

ในบรรดาสิ่งมีชีวิตในโลกนี้ ก็มีเพียงมนุษย์เท่านั้น ที่รู้จักรักชาติ

ตั้งกระทู้แบบนี้ล่อให้เข้ามาด่า ส่วนตอบจากหัวกระทู้ ขอตอบว่า ผิดที่เกิดมาเป็นคน เกิดมาก็มีชาติกำเนิด ถ้าไม่รักชาติ แน่นอนชาติก็ไม่คิดจะรักคุณ และไม่คิดจะเก้บคุณไว้ในชาติแน่
ปล. หนักแผ่นดิน

คำตอบของมานีมันนำ้ท่วมทุ่งจริงๆครับ ถ้าไม่รักชาติ จะไปยุ่งเรื่องของชาติทำไม จะไปเลือกใคร หรือ no vote หรืออะไรเกี่ยวกับการเมือง
มันเป็นเรื่องของบ้านเมืองเรื่องของประเทศเรื่องของชาติ จะยุ่งกับเขาทำไม

มานี นี้คือแบบนี้ผมหนักใจ ฉลาดแต่แม่งหลงผิด 5++

คุณ "คนไทยเท่านั้น " เป็นอิพวก สลิ่ม อ่านหนังสือ ได้ ไม่เกิน 7 บรรทัด ต่อวัน หรอ
ถึงมากล่าวหามานี ด้วย ถ้อยคำที่เป็นเท็จ
หมั่น ทบทวนศีลข้อ 4 ว่าด้วย วจีมุสา ซะมั่งน้าาา

"ศีลมุสา" หาได้จำกัดอยู่แค่ พูดปด พูดเท็จ นะเอ้อ แล้วอวดอุตริวิพากษ์ผู้อื่นเหมือนว่า "ตนลุธรรม"
เขียนล่อแหลมเหมือน "ห่มธรรมมาปล้นชาวบ้าน" เลยวุ้ย คนแบบมานีนี้เห็นได้ทั่วไปนะ
เรียกว่า "มือถือสาก ปากถือศีล" วิพากษ์ทุจริต มโนทุจริต ส่อเสียด กล่าวหา ถึงผู้อื่นหรือมหาบพิตร
ก็หาใช่ว่าตัวจะใส่ซื่อบริสุทธิ์ "ถือศีลละมุสา" ดอกตัว เห็นแล้วมันทุเรศนัยตา ...กร๊ากกกส์

แค่คุณเฉยเมยกับไอ้พวก***โกงชาติ ผมว่าคุณก็ไม่ได้รักชาติจริงๆนั่นแหละครับ ไม่มีใครเค้ายัดเยียดให้คุณหรอก แต่คุณเป็นจริงๆ

เสพติดการเป็นศูนย์กลางจักรวาลไปแล้ว

กระทู้เรียกแขกจริงๆ
ไม่รักชาติ ก็อย่าทำลายชาติก็แล้วกัน

มานีเป็นคนน่ารำคาญมากกกกกกกกกก

เสรีไทยไก่รองบ่อนนี่ไม่ไหวเลยนะฮะ
ไม่รู้หรอฮะว่ามานี อยากพรีเซนต์ตัวเอง มานีแค่เรียกร้องความสนใจ พวกพี่ๆก็ยอมรับในตัวมานีซะทีสิฮะ
โดยวิธีดังนี้
พี่ๆก็ยอมให้มานีเค้าโพสเป็นคนสุดท้ายเถอะครับ
เค้าจะได้เข้าใจว่าชนะแล้ว จะได้ตัดริบบิ้นปิดกระทู้จริงๆซะที

ถูกต้องแล้วค้าบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
อ้อ แต่ ไม่ใช่ เข้าใจ ว่าชนะ เพราะโพสเป็นคนสุดท้าย
แต่ ดีใจ ว่า มานีจะได้ไม่ต้องเสียเวลา ถ่อสังขารมา มา ตักน้ำ รดหัวตอ ซะที
มานี ขี้เกียจจิ้มดีด มานีเริ่มเมื่อยมือ เมื่อยนิ้ว แระ อิอิ

คุณมานี เอ่ยอ้างว่าตัวเองเป็นคนมีศีล แล้วทำไม่ถึงโพสต์รูปคนเอาเก้าอี้ตีน้องหมาจนเลือดสาดซ้ำไปซ้ำมาอยู่ได้
รูปนีคือคนที่กำลังผิดศิลข้อที่ 1 อยู่ ภาพมานีกระทำเช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมา คุณเลือกเอามานีเป็นรูปโปร์ไฟล์ หมายถึงคุณชอบภาพเหล่านี้เป็นพิเศษ
เป็นรูปที่มีแฝงนัยยะส่อเสียด ก่อให้เกิดความเกลียดชัง นี่คือคุณกำลังผิดศีล ข้อที่ 4 อยู่
คุณเที่ยวบอกคนอื่นว่าตนเองมีศีลแต่ข้อเขียนและรูปที่ post นั้น ผิดศีลเต็มๆ

การรักษาศีล พึงรักษาสำรวมจิตใจก่อน จากนั้นการปฏิบัติจะค่อยๆสำรวมพร้อมไปโดยปริยาย ไม่ต้องเคร่งเครียดมากก็ได้นะ

อิอิ มานี มองข้าม เรื่อง ความ ยุติธรรม ไปแล้วคร้าาาา
เด๋วนี้ มานี เน้นเรื่องการ "ยุติกรรม" มากกว่า

ฉะนั้น การยอมรับร่วมกัน มันจึงไม่เกิด
แต่ละฝ่าย ก็จะเอาให้ได้ตาม ความต้องการ ของตน
ไม่เคารพ ความต้องการ ของส่วนรวม
*** อิอิ อันนี้ขอเฉือกมั่งนะ อิอิ*****
ถ้าความต้องการของส่วนรวมคือทำเแล้วนำพาประเทศไปพบกับความวิบัติฉิ..บหายทางการเงินการคลัง และการดำรงชีพของคนทั่วไปทั้งแผ่นดิน อีกทั้งมีชาวนาผูกคอตาย ก็ต้องเคารพความต้องการของโจร ให้โจรมันทำความฉิ บหายต่อชาติบ้านเมืองกันต่อไป ด้วยรึป่าว

ขอทายว่า คุณมานีเป็นผู้หญิงแน่ๆ เพราะไม่มีผู้ชายคนไหน หรือตุ๊ดคนไหน จะสามารถเขียนอะไรยืดยาว แบบน้ำท่วมทุ่งแบบนี้ได้

ด่าอภิสิทธิ์ ดิฉันเข้าใจ แต่บอกทักษิณไม่***ดิฉันงง

ด่าสุเทพสร้างความวุ่นวายดิฉันเข้าใจ แต่เสื้อแดงเผาเมืองไม่เป็นไรดิฉันงง

ด่าม็อบนกหวีดรุนแรงดิฉันเข้าใจ แต่ม็อบทุบรถซ้อมคนไม่เป็นไรดิฉันงง

บอกรักประชาธิปไตยดิฉันเข้าใจ แต่เห็นต่างไม่ได้ดิฉันงง

บอกหมื่นห้าให้ชาวนาเถอะค่ะดิฉันเข้าใจ แต่เงินหายไปอยู่กับใครดิฉันงง

บอกไม่ใช่พวกล้มเจ้าดิฉันเข้าใจ แต่ไอ้ตั้งปราศัยหมิ่นสถาบันหนุนกันใหญ่ดิฉันงง

บอกอยากให้บ้านเมืองเดินหน้าดิฉันเข้าใจ แต่ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งไม่ได้ดิฉันงง

บอกมาจุดเทียนขอสันติภาพดิฉันเข้าใจ แต่เอาระเบิดมาปาใส่ดิฉันงง

บอกให้เคารพกติกาดิฉันเข้าใจ แต่ทำผิดแล้วแถลงไม่รับคำวินิจฉัยศาลดิฉันงง

อยากเลือกตั้งดิฉันเข้าใจ แต่ปล่อยให้รัฐบาลโกงจนฉิบหายไม่ว่าอะไรดิฉันงง

อยากให้ยิ่งลักษณ์เป็นนายกดิฉันเข้าใจ แต่ผู้นำโง่บรรลัยเก็บไว้ทำไม ดิฉันโคตรงง

สรุป ประเทศนี้อยู่ยากเนอะ มีเรื่องงงๆ เยอะ

แต่ตูอยู่ได้นะ ถ้าเอ็งไม่ไหว ก็ไปเสียเถอะ สงสารวะ

อันนี้ ก็แค่ลีลาใช่มั๊ย ไม่ได้แปลว่าจะไม่เข้ามาแล้ว??? แค่เรียกร้องความสนใจ???
ประเด็นเดียวที่คนเค้าจะคุยด้วยคือ ทำไมมานีเป็นคนแบบนี้

*.*
1556
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.120.230.77 วันที่: 6 มีนาคม 2557 เวลา:11:11:35 น.  

 
 
 
เอาเป็นว่า ตัวเป็นไทย ใจเป็นยิว อย่างมานี แม้จะไม่รักชาติ

แต่ก็จะ รักษาสิทธิ ของตัวเอง และ จะ เสียภาษี
ให้กับ ประเทศที่ ตัวเองได้อาศัยเกิด อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย อ่ะค่ะ
ตัวเป็นไทย ใจเป็นยิว อย่างมานี มันประเภท
อดอยาก เยี่ยงอย่างเสือ สงวนศักดิ์
โซก็เสาะใส่ท้อง จับเนื้อ กินเอง เจ้าค่ะ

ไอ้เรื่อง กินบนเรือนขี้บนหลังคา
ไม่เห็นแก่บุญคุณข้าวแดงแกงร้อนของชาติ นี่ คงทำไม่ลง หรอกนะ
ส่วนใครจะ ขี้โกง เอาเงินภาษีของมานี ไปทำอะไร ก็ช่างมันเถิดค่ะ
แต่ถ้าจะให้ มานี ใช้วิธี ตาต่อตา ฟันต่อฟัน
ทำตัวโกงชาติโกงแผ่นดินแบบเดียวกับ คนขี้โกง พวกนั้น มานีไม่ทำว่ะ

Respect My King นี่เป็น ยังไง คะ ?
ถือ ศีล 5 แบบ เป๊ะเว่อร์ นี่ ถือว่า เป็น ปฏิบัติบูชา เป็น Respect My King
แทน การพ่นน้ำลาย หรือ เขียนป้าย อวดชาวบ้าน ว่า Respect My King ได้ป่ะ ?

อืม...ไอ้เสือจำศีล คนนึง เคยว่าไว้ว่า

ถ้าอยากรู้ว่า สิ่งใดดี สิ่งใด ไม่ดี
สิ่งใดสมควรกระทำ สิ่งใดไม่ควรกระทำ

ก็ให้ลองคิดว่า ถ้าเป็น ในหลวง ท่านจะทำสิ่งนั้น หรือไม่ ?
เมื่อเรา รู้อย่างนี้แล้ว มันก็ไม่ยากเลย
ที่ เราจะ ตัดสินใจว่า สิ่งนั้น ๆ สมควร กระทำหรือไม่ ?

เอ ? การตัดน้ำตัดไฟ การปิดถนน ปิดสถานที่ราชการ
คุณ คิดว่า มัน สมควร กระทำหรือไม่ น๊อออออออออ
หวังว่า คุณ คงไม่ Respect My King แบบ เด็กชาย ม้าก ดีแต่ปาก หรอกนะ
ถ้า Respect My King จริง ๆ ก็ มารักษาศีล 5 เป็นเพื่อน มานีดิ หุหุ

ไม่ได้ เลือก เบอร์ 15 คร้าาา
แต่ กา โหวต โน ตาม คอนเซ็ปต์ เดียวกับ เฮีย ชูวิทย์
ตะวาน เห็น เฮีย ออกทีวี แล้วบอกว่า พ้มจะกา โหวต โน แล้ว ขำกลิ้ง
เฮียแก นี่มัน นกรู้ เข้าใจ เตะตัดขา พวก กปปส. ดีจัง เล๊ย
โอ๊ยยยย ช้อบ ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบ
เฮ้อออ เมื่อไรน๊ออออ มานี จะมี วาสนา ได้ เป็น เจ้าแม่อ่าง แบบ เฮีย เขามั่ง

มานีมีเขาควายบนหัว นี่หน้าด้านได้ใจเลยเนอะ :lol: ซุกหุ้น หนีภาษี ให้การเท็จต่อศาล

มานี ตอนนี้ชาวนาเรียกร้องค่าข้าวอยู่ ไทยเฉยไทยอดทนอย่างมานี ไม่คิดจะออกไปช่วยเค้าาบ้างเหรอ ถ้าชุดบริหารเดิมกลับมาโดยไม่มีการแก้ไขกฎหมายให้เอาผิดกับพวกคนเหล่านี้ได้ กลับมาโกงเหมือนเดิม มานียอมได้เหรอ หรือมานีเป็นไทยเฉยไทยอดทนแต่ปาก

นู๋บี ว่า

อิอิ รู้ป่ะ ในบรรดา สตรี
ที่ทรงอิทธิพลทางการเมือง
อิเจ้ ชอบคราย ?

อิเจ้ ชอบคนนี้ ว่ะ
อิอิ แบ่บว่า เจ้ชอบ ผู้หญิง ที่สามารถ..
สยบผู้ชายทั้งโลกไว้ใต้ อุ้งตรีน ได้ ง่ะ งิงิ
แหม ?เห็นโหงวเฮ้งหญิงอ้อทีไร
นึกว่าเป็น บูเชคเทียน ไม่ก็ ซูสีไทเเฮา กลับชาติมาเกิดทู๊กที
นี่สิ ถึงจะเรียก ผู้หญิ๋งที่เปี่ยมล้นไปด้วยวาสนาและ อำนาจบารมีตัวจริง
เนี่ย พอเห็นนายกปูของลื้อ ได้ขึ้นแท่น เป็นนายกญิ๋ง
ถึงไม่ต้องใช้ เจโตฯ เจ้ก็ทายใจศาลอุธรณ์ ได้
ตั้งแต่ ยังไม่ตัดสินเรยด้วยซ้ำว่า
คดีของญิ๋งอ้อ ต้อง หลุด พันเปอร์เซนต์ อิอิ
*** รอดเพราะไอ้หงอก จุลสิง ไม่ฎีกาต่างหาก รอดเพราะส่งไอ้หงอก ไปดูแลบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ใช้เงินจากภาษีชาวบ้าน ซื้อไอ้หงอก และไอ้หงอกกำลังจะติดคุกแทน

เปิดพจนานุกรมควายอะไร กฎหมาย ปปช มาตรา 100 ไม่ได้อ่านเลย มิน่ามันอยู่แต่ชั้นมานี มีเขาควาย ไม่ไปไหน :lol:
รบกวน ช่วยนิยาม คำว่า หน้าด้าน ได้ไจ
พร้อม ยก ประโยค ที่ มานีคุยกับคุณ
แล้ว ทำให้ คุณ รู้สึกว่า มานี หน้าด้าน มาด้วยค่ะ
ว่า มัน อยู่ตรงไหน แล้ว เกี่ยวกับเรื่อง ซุกหุ้น หนีภาษี ให้การเท็จ ยังไง
ในเมื่อ ถ้า คุณ อ่านหนังสือ เกิน 7 บรรทัด คุณก็๋จะเห็นว่า

ประเด็น ที่มานี คุยกับคุณ มันก็ไม่ได้
พูดถึง เรื่อง ซุกหุ้น/หนีภาษี /ให้การเท็จ แค่อย่างไรเลย
แล้วมานีก็ไม่ได้แถ อะไร ว่า รบ.ไม่โกง มานีบอกแล้วว่า
รบ.ทุก รบ. มันก็โกง ด้วยกันทั้งนั้น

ส่วน ไอ้ที่ คุณคิดจะไม่เสียภาษี นั้น
มานีก็ไม่มีสิทธิ อะไร ที่จะไปห้าม คุณได้
หาก คุณจะไม่ไปเสียภาษี เพราะมันเป็นเรื่องของคุณ

ส่วน คนที่ ตัวเป็นไทยใจเป็นยิว อย่างมานีนั้น จะไม่ทำอย่างคุณ
มานี จะรักษาสิทธิ ที่พึงมีพึงได้โดยชอบธรรม ที่จะไปเลือกตั้ง
และ จะ ปฏิบัติตามหน้าที่ของพลเมืองดี ด้วยการจ่ายภาษี อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ส่วน จ่ายภาษีแล้ว ฝ่ายบริหาร จะเอาไปทำอะไร
มานีก็เคารพ สิทธิในการตัดสินใจ ของเขา
และ หากไม่พอใจ กับ นโยบาย ของเขา
มานี ก็แสดงออกโดยแสดงความคิดเห็น
โดย สงบ สันติ อหิงสา ตามขั้นตอนที่สมควร
เช่น ล่ารายชื่อ ถอดถอน ฯลฯ


แต่ก็ ไม่ได้ คิดจะหน้าด้านไปละเมิสิทธิ ตัดน้ำตัดไฟ
ปิดสถานที่ราชการจนชาวบ้านเดือดร้อน
หรือใช้กำลังขู่บังคับ ให้ใคร มาทำตามความต้องการ ของมานี เด็ดขาด
และ ถ้า เหตุการณ์ มันไม่เป็นอย่างที่ ใจ มานี ต้องการ
มานีก็ไม่ได้ว่า อะไร อย่างมากก็แค่ รอ แสดงความคิด
เห็น ผ่านการโหวต อีกที ใน 4 ปี ข้างหน้า

เพราะถึงมานีจะ เป็นพวก ตัวเป็นไทย ใจเป็นยิว
แต่ มานีก็เป็น มนุษย์ ไม่ใช่ สัตว์ ที่จะทำอะไรตามอำเภอใจ
จนละเมิดสิทธิ ผู้อื่น หรือ ไม่เคารพกติกาของส่วนรวม

อนึ่ง จากที่ เขียนมาโดยสรุปนี้ มี ข้อความไหน
ส่อให้เห็นว่า มานี หน้าด้าน บ้างคะ

และ ถ้า คุณ หาหลักฐานข้อความ มาแสดงไม่ได้ ว่า มานีหน้าด้าน
รบกวน ช่วย ทบทวนตัวเอง ด้วยนะคะ ว่า

การมา กล่าวหากันด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ โดยปราศจากหลักฐานอ้างอิงที่ชัดเจน
จนทำให้ ผู้หญิงคนหนึ่ง ต้อง ถูกดูหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ นั้น
มันเป็น สิ่งที่ คนเป็นลูกผู้ชาย สมควร ทำเช่นนั้น หรือคะ ?

กฏหมาย ใด ๆ ล้วน เปลี่ยนแปลงได้ ตามเหตุปัจจัย
แต่ก็ต้องเป็นการ เปลี่ยนแปลง โดยที่ได้รับการยอมรับ
จากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ
ไม่ใช่ พอขัดอกขัดใจ ใน เงื่อนไขกติกา ที่ทำกันมาตามปกติ
คุณก็ จะใช้อำนาจบาตรใหญ่ เข้ามาเปลี่ยนแปลง โดย ฉีกกฏหมายดั้งเดิมทิ้ง ซะงั้น


การ ตัดสินใจ เปลี่ยนแปลง กฏ นั้น
มันเป็น อำนาจสิทธิขาด ของ คุณ แต่เพียงผู้เดียว หรือ คะ
แล้ว คุณจะรู้ได้อย่างไร ว่า การเข้ามาเปลี่ยนแปลงกฏของพวกคุณ นั้น
ได้รับการยอมรับ โดย ถูก ต้องชอบธรรม จากคนส่วนใหญ่ของประเทศ

ขอ ถาม ค่ะว่า

1 .มวลมหาประชาชน ที่ กปปส. อ้างว่า
พวกเขาเห็นด้วย กับการ ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งนั้น
มันมีจำนวนเท่าไร และ มี นัยสำคัญทาง สถิติ พอที่จะ อ้างสิทธิ
ว่า พวกคุณ สามารถ ใช้อำนาจ บริหาร ในการ เปลี่ยนแปลงกฏหมายได้หรือไม่

2.และ มานี ขอถามหา เหตุผลที่ชอบธรรม
ในการ อ้างสิทธิเปลี่ยนแปลงกฏหมาย ของ พวก กปปส. ของคุณค่ะ

3.แล้ว ถ้าจะ คุณ คิดว่า จะเปลี่ยนแปลง กฏหมาย จริง ๆ
คุณจะ เปลี่ยนแปลง ตรงจุดไหน อย่างไร อะไรบ้าง
จึงจะ ทำให้คนชั่ว หาทางแหกกฏที่กติกาเอาผิดมันไม่ได้
จะออกกฏ อัยการศึก ห้าม ตระกูลชิน ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง 7 ชั่วโคตรเลยหรือไง
คุณคิดว่า การออกกฏในลักษณะนี้ มันจะทำได้หราาาา
เอะอะ ก็จะล้มไพ่ล้างกระดาน เป็น อันธพาล จะเอาทุกอย่าง ให้ได้ดังใจ
จนไป ละเมิด สิทธิ คนอื่น มันสมควรหรือไม่

อืม...ใครคนหนึ่ง เลย บอก มานี ไว้ว่า
ถึง คนอื่นเขาจะ ทำไม่ดี อย่างไร ก็ช่างเขาเหอะ
ขอแค่เรา ทำหน้าที่ ของเรา ให้ดีที่สุด ก็เพียงพอแล้ว
มานีเห็นด้วยกับ คำพูด ของเขานะ

ถ้าคุณ บอกว่า เสื้อแดงไม่ดี แต่ตอนนี้ มานีก็รู้สึกว่า
ไอ้ม็อบคนดีของคุดเนี่ย มันก็สร้างความ เดือดร้อน ให้ ไทยเฉยอย่างมานี
ไม่ต่าง กับ อิม็อบเสื้อแดงเลย คุณใช้อภิสิทธิ อะไร มาทำกับ มานีงี้คะ
ถ้าเป็น ฉันทามติ ของ คนทั้งประเทศ มานีจะไม่ว่า เลย
แต่นี่ทึกทัก เหมาเข่งเอาเองทั้งนั้น

เห็นแล้วก็ ขำบรรลัย แค่นจะเปลี่ยนแปลงประเทศ
จะปฏิรูปการเมืองไปสู่ ยุคยูโทเปีย
แต่ มานีว่า นะ เริ่มที่ ปฏิรูปตัวเอง ก่อนดีป่ะ
ขนาด กะอิแค่ศีล 5 กระจอก ๆ ยังไม่มีปัญญาจะรักษาไว้
แล้วจะไป ปฏิรูป อะไรได้ว้าาาาาาาาาาาาาาาาา

1.มานี เห็น ด้วยกับ นโยบาย ช่วยเหลือชาวนา ของ รบ.นะ
อาชีพเกษตรกร เป็น อาชีพที่ สมควร ต้องอุดหนุนจุนเจือ (เหมือนนโยบายของ ญี่ปุ่น)
ขาดทุน ก็ไม่เป็นไรอ่ะ ส่วน ไอ้เรื่อง ทุจริตกินค่าหัวคิว อะไร
อันนี้ ก็พอหยวน ๆ กันได้นะ มานียอมอนุญาตให้ รบ.โกงภาษี มานี ได้
( ถือว่า เป็น โบนัสพิเศษ สมนาคุณ ที่ รบ.นี้ ยัง มีแก่ใจ
หยิบยื่น เศษเนื้อ เศษกระดูก ให้พอไปถึงชาวนา แบบเต็ม ๆ คำบ้าง อิอิ )
อย่าง น้อย ก็ดีกว่า บาง รบ. ล่ะน่ะ ที่แทบจะไม่เหลือเศษเนื้อเศษกระดูกให้ชาวนาเลย

น้องที่ทำงานมีพ่อเป็น ชาวยา เล่าให้ฟังว่า
ก็มีแต่ รบ. นี้ นี่แหล่ะ ที่ พอจะทำให้ ชาวนาลืมตาอ้าปากได้ มากกว่าอีก รบ. นึง
แต่ก็นั่นแหล่ะนะ ชนชั้นรากหญ้า มักจะเป็น ตัวเบี้ยในกระดาน
ที่ถูก ใช้เอามา ต่อรองผลประโยชน์ทางการเมือง
และ ต้องตายก่อน ตัวขุน ตัว ม้า เสมอ

เฮ้อออ บังเอิญ มานี ไม่ใช้ อิพวก โลกสวย อ่ะค่ะ
จึงไม่เคย เฝ้าถวิลหา สังคมการเมืองแบบยูโทเปีย หรือ ยุคพระศีรีอาริย์
สำหรับ ตัวเป็นไทย ใจเป็นยิว อย่างมานี การเมือง
มันก็เหมือน เรื่อง ธุรกิจ นั่นแหล่ะ มันเป็นโลกสีเทา
ที่สามารถ ต่อรองผลประโยชน์ ให้อยู่ร่วมกันแบบ วิน-วินได้


แล้ว ก็ ตลกดี นะ มานีเห็น คนบางคน
ปากมันก็ พูดเหมือนจะสงสารชาวนา อยากให้ได้เงินใช้เร็ว ๆ
แต่พอ รบ.จะไปหาเงินกู้ มาจ่าย ให้ ก็ ออกมาโวยวาย หาทางขัดขวางทุกวิถีทาง
ปกป้องผลประโยชน์จากเงินภาษีของตน กลัวว่า ตัวเองจะขาดทุน
แล้วก็ ไป ไซโคข่มขู่ จน ธนาคารต่าง ๆ มันกลัวจนหัวหด
ไม่กล้าจะปล่อยกู้ ให้ รบ.เอาเงินไปจ่ายชาวนา
เฮ้อออ เห็นแล้ว ทำไมนึกถึง คำว่า มือถือสาก ปากถือศีล ก็ไม่รู้วุ้ย อิอิ

จะบอกให้ นะ อินิสัยมือถือสากปากถือศีล ปากว่าตาขยิบเนี่ย
มัน ฝังลึก ใน กมลสันดาน อิพวกคนพุทธแท้แบบไทย ๆ อยู่แระ
รอบ ๆ ตัวนี่ก็มีให้เห็นตรึมเลยอ่ะ หรือคุณจะปฏิเสธ
ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง ? แต่เป็นข้อคิดเห็นในเชิงลบ หรือไง ?
ว้าา บ่าวใต้ นี่นอกจากจะใจร้อนแล้ว ยังโลกสวยโคตร ๆ เลยวุ้ย เอิ๊ก ๆ

เอาล่ะ ก่อน จะตัดริบบิ้น ปิดกระทู้นี้ ( เพื่อ ไปตบตี กันต่อ ที่กระทู้อื่น หุหุ )
แวะ เอา เรื่อง ขำ ๆ วันไปเลือกตั้ง ของ มานี มาเม้าส์มอยด์ ให้ฟังดีกว่า เน๊าะ 555

2 ก.พ. 2557
เป็น ครั้งแรก ในรอบ 10 ปี ได้มั้ง ที่ มานี ถ่อสังขาร ไป เลือกตั้ง
( ไม่อยากจะบอกเลย ว่า ตั้งแต่เกิดมา ในชีวิตสาวเนี่ย
ไป เลือกตั้ง แค่ หนเดียวเดียวเอง คือ ปี 2544
หลังจากนั้น ก็ นอนหลับ ทับสิทธิ ตล๊อดดด แหะ...แหะ.... )

แต่ครั้งนี้ เป็นตายไง มานี ก็ ต้องถ่อ สังขารไปเลือกตั้ง อ่ะค่ะ
ขนาด ตกรถรอบเที่ยง ยังอุส่า ยอมแม้กระทั่ง...
ยืนไปบนรถโดยสารประจำทาง รอบบ่ายเพราะที่นั่งมันเต็ม
เพียงเพื่อ ให้ได้ไปหย่อนบัตรเลือกตั้ง ตามปณิธานอันหาญมุ่ง
( ถ้าเป็น เวลาปกติ อ่ะนะ มีหรือ คุณหนูอย่างมานี จะยอม ซื้อตั๋วยืน
ให้โดน นังกระปี๋สาวมันเอาเปรียบผู้บริโภค !
แต่คราวนี้ อะไร ๆ ก็ ยอม ทั้งนั้น จร้าา
แบ่บว่า อยากเลือกตั้ง จนแทบจะ ลงแดง ตาย )


แถม อิรถโดยสารที่นั่งไป มั๊น ก็ไม่ยอม ไปส่งถึงหน้าบ้าน ว่ะ
เลย ต้องลากสังขารฝ่าแดดเปรี้ยง ๆ พักหญ่าย ๆ
เพื่อแวะที่บ้าน ก่อนจะไปเลือกตั้ง พร้อมกับ หม่ามี๊แก้ว
แถม ช่วงที่เดิน ฝ่าไอแดดกลับบ้าน ดั๊น ต้องผ่าน เต้นท์ กปปส. ( ? )
ที่ตั้งอยู่ตรงศาลากลาง ด้วยมั้ง ไม่แน่ใจ เห็น มีสัญลักษณ์ ธงชาติ
แต่ เขม้น มองแล้ว สังหรณ์ ใจ ว่า น่าจะเป็น พวก สาวกนกหวีด อ่ะนะ

ตอนเดิน ผ่าน ยัง แอบเสียว อยู่ในใจ ประมาณว่า
ถ้า เคราะห์หามยามซรวย เกิด อุบัติเหคุ มีลมพัด
แล้ว ไอ้เจ้ากระดาษโน๊ส ที่เตรียมไว้ มันเกิด บังเอิญปลิวตามลม
ข้ามฟากถนนไปหล่นแหมะ ตอนที่ เดินผ่านเต้นท์ ม็อบคนดี ขึ้นมา
ตรูจะได้กิน ยำตรีน ก่อนไป เลือกตั้งไหม เนี่ย ( ยิ่งหัวเดียวกระเทียมลีบอยู่ด้วย เฮ้อออ )


อ้อออ ก่อนที่จะไปเข้าคูหา กา โหวต โน ตาม ที่โพสไว้
ก็ ทำใจไว้แล้วว่า เฮ้ยยยยย ตรูอาจจะต้อง ฝ่าฝูงม็อบ
หรือ ได้ แปลงร่างเป็นชะนี ปีนประตูรั้วไปเลือกตั้ง หรือเปล่าเนี่ย


แต่ปรากฏว่า พอไปถึง กลับไม่มีเหตุการณ์อะไรที่มันเขย่าขวัญ
จนท. ที่หน่วยเลือกตั้ง ก็ยิ้มแย้ม แจ่มใสเป็น อันดี
แม้คนจะ กะหรอมกระแหรม แต่ก็โอเค นะ
ดีใจ๊ ดีใจ ที่ได้ หย่อนบัตร เลือกตั้ง( สอดไส้ จม. น้อย ) สมใจ อิอิ

ตกเย็น นั่งหน้าจอ เกาะติดสถานะการณ์รอดูข่าว อยู่ตั้งนาน
ลุ้นเต็มที่ เผื่อว่า ไอ้ จม.น้อยที่สอดไส้ไ จะได้ ออกทีวี กะเขามั่ง
ไง๋ ปรากฏว่า ไม่มีล่ะหว่า ดั๊น มีแต่ รายงานข่าวเรื่อง บัตรเสียที่ด่า นายกปูซะงั้น
โหยยยยยยยยยยยย เสียเซ๊ว ว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ไม ไม่มีข่าว จม.น้อยของตรู มั่งล่ะเนี่ย หรือ พวกนักข่าวมันกลัวว่า
ถ้ารายงาน ข่าวนี้ ออกไป จะโดน ไปเยี่ยมที่ สถานี
แบบ กรณี เฮีนสรยุทธ ล่ะหว่า เฮ้อออออออออออออ เซ็งจิต
อดได้ออกทีวีเลียนแบบ เฮีย เอก อัตถากร เลย ตรู - -"

เอ่อ...รบกวน ช่วย ตีความและ ให้นิยาม ของคำว่า เสื้อแดง ด้วยค่ะ
ว่า หมายถึง บุคคลที่ มี คุณสมบัติ และ มี พฤติกรรม อย่างไร
มานี จะได้ เอาไป พิณา ว่า ตัวเองเป็น เสื้อแดงหรือไม่
และ หาก มานี มีคุณสมบัติ สอดคล้องกับความเป็นเสื้อแดง
มานีจะได้ ตอบคุณได้ ว่า สมควรจะ อายไหม
เพราะ คนที่ มี ภูมิศีลเป๊ะเว่อร์ อย่างมานี อ่ะนะ

ปกติ จะ เงยหน้าไม่อายฟ้า ก้มหน้าไม่อายดิน อ่ะคร้าาาาาา

เลยไม่ค่อยแน่ใจ ว่า จะต้อง อายดีไหม ? อิอิ

สีลํ กวจมพฺภุตํ สีลัง กะวะจะมับพุตัง
ศีล เป็นเกราะป้องกันอย่างอัศจรรย์

ชะเอิงเอย....

ทุกท่านโปรดทราบ มานีคนนี้ อาจมีภาวะผิดปกติทางจิต ยิ่งไปเถียงด้วย มานี่จะยิ่งชอบ ผมไปดูกระทู้ที่มานีโพสต์ไว้ในเว็บอื่นหลายอันแล้ว ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีคนอยากคุยด้วยเลย คงเพราะเวลาผ่านไปนานๆ คนเริ่มจับได้ ผมได้แนะนำมานีไปแล้ว ว่าควรไปพบจิตแพทย์ ไม่รู้มานีจะรับฟังหรือเปล่า

มานี ทำตัวดูเหมือนฉลาดมาตลอด (ไม่รู้นะ ไม่ได้อ่านตลอด) แต่มาพลาด 3 รูปหลังนี่ แสดงความไม่ฉลาดออกมาชัดเจน
จะสอนให้ พวกนักแอ๊ป ปชต เค้า ต้องแสดงให้เห็นว่ารู้ว่าทักษิณโกง ทักษิณไม่ดี ซื้อเสียงมา เพราะคนที่ติดตามการเมืองมาตลอดเค้ารู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร ภาคใต้ไม่มีใครเค้าซื้อเสียงกันหรอก อย่างไงเค้าก็เลือก ปชป มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ถ้าซื้อได้ ไอ่แม้วมันซื้อไปตั้งนานแล้ว ถ้าไม่งั้นมานีก็ต้องไปเถียงว่าไอ่แม้วเป็นคนดีไม่ซื้อเสียง ซึ่งมันจะทำให้มานีดูโง่ไปกันใหญ่เลยทีนี้

มานีต้องบอกว่า ต้องปล่อยให้ ปชช เรียนรู้เอง ให้เลือกตั้งไป อะไรประมาณนั้น อันนี้พวกแอ๊ป ปชต ฉลาดๆ เค้าทำกัน เข้าใจมั๊ย

ปล. หมอเค้าว่าไงมั่ง

มานีบอกว่าถือศีล มาตลอด แต่ถามหน่อยรูปประกอบของมานีที่เอามาใช้คนที่อยู่ในศีลเค้าไม่รู้สึกอะไรกันบ้างเหรอ ไม่สงสารเพื่อนโตของมานีบ้างเหรอโดนตลอด ภาพที่สื่อออกมาอย่างไร เท่ากับใจเราคิดอย่างนั้น

อืม...มานี เคย บอก เจ้าโต ไอ้กิ๊กนอกกฏหมาย ของมานี ว่า
มานีเป็นพวก แข็งนอกแข็งใน เหมือน อาตั้วเฮียทักกี้ อ่ะค่ะ
บางเวลาจึงเป็น คนสวยใจดี แต่บางเวลามานีก็แปลงร่างเป็น คนสวยใจดำ อ่ะค่ะ
ฉะนั้น อย่ามา คาดหวัง อะรัย กับ สาวเหนือใจง่าย อย่างมานีเลยนะคร้าาา พี่บ่าวใต้ใจดำ อิอิ

อ่ะเอามาฝาก มานีเคยเขียนไว้ อิอิ

สรรพสิ่ง ล้วนเป็น เช่นที่ มันเป็น ...
และ เป็น เช่นที่ เราปรุง....

แค่ มานีแอบมีใจให้ อาเฮียทักกี้ แค่นี้
ถึงกับ มาหาว่า มานี เป็นเสื้อ แดง เลยหรอ
คือว่า รู้ค่ะรู้ว่า อาเฮีย เค้าโกง ไม่ใช่ไม่รู้
แล้วก็ ไม่ได้ เห็น ว่า เฮียเค้า เป็นคนดี ทำอะไร ก็ไม่ผิด ด้วย
แต่ก็ยัง อดชื่นชมใน ความเก่ง ของเฮียเค้า มิได้อ่ะ
( มานี ชอบ มองคนแบบแยกส่วน อ่ะ )

เป๊ะ! อิอิ
5558
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.120.230.77 วันที่: 6 มีนาคม 2557 เวลา:11:37:15 น.  

 
 
 
"ต้อง จับให้ได้ พวกเสื้อแดง เชียงใหม่ 51 และเสื้อแดงพะเยาที่ คิดเป็นกบฏ จะแบ่งแยกประเทศ ตั้ง สปป.ล้านนา
บ้าบอคอแตก อะไรของพวกเขา ผมปล่อยไว้ไม่ได้ เพราะ พวกนี้มันกร่าง ทำตัวอันธพาลครองเมือง
ส่วนพวกแกนนำทั้งหลายแหล พูดจาไม่มีเหตุไม่มีผล พูดจาบ้านํ้าลาย พูดง่ายๆว่า "พวกขี้แพ้ชวนตี"
ส่วนใครจะแก้ตัวอย่างไร ก็ไปว่ากันในศาล นะ " :o

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
(ผู้บัญชาการทหารบก)
วันพุธที่ 6 มีนาคม 2557

7979
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.120.230.77 วันที่: 6 มีนาคม 2557 เวลา:11:39:55 น.  

 
 
 
ยิ่งอ่านยิ่งชัด

*.* 555 *.*

6631
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.120.230.77 วันที่: 6 มีนาคม 2557 เวลา:11:45:35 น.  

 
 
 
เธอ (Or Siriporn) เขียนได้ชวนคิดดี...
-------------------------------------------------
รัฐบาล รับจำนำข้าวจากชาวนาในราคาสูง
รัฐบาล ขายข้าวไม่ได้ หรือไม่ได้ขายข้าว
รัฐบาล ไม่มีเงินจ่ายชาวนา
รัฐบาล กู้
รัฐบาล กู้ไม่ได้
รัฐบาล ไม่มีเงิน
รัฐบาล แก้ปัญหาโดย...ขอรับบริจาคเงินจากประชาชนเพืี่อช่วยชาวนา
แล้วผู้บริหารประเทศ และคณะรัฐมนตรีทั้งหลายที่บอกว่ามาจากการเลือกตั้ง
บริหารโครงการรับจำนำข้าวผิดพลาด
ไม่เห็นมีใครเสนอหน้าออกมาช่วยชาวนากันเลย
แต่ยังกล้ามาขอรับบริจาคเงินประชาชนเพื่อช่วยชาวนา
ไม่ต่างจากพ่อแม่ที่มีลูกติดการพนัน เป็นหนี้ใครต่อใครไปทั่ว
ถ้าพ่อแม่คนนั้นออกมาขอรับบริจาคเงินจากคุณเพืี่อไปใช้หนี้ให้กับลูกตัวเอง
คุณจะรู้สึกอย่างไร ??
https://www.facebook...korn?ref=stream

8787
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.120.230.77 วันที่: 6 มีนาคม 2557 เวลา:12:25:40 น.  

 
 
 
สงสัย คงจะได้อยู่กันคนละโลก แล้วมั้ง อิอิ

3942
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.120.230.77 วันที่: 6 มีนาคม 2557 เวลา:12:49:33 น.  

 
 
 
หลังจากมีการเป่านกหวีดไล่หญิงกระบังลม ขณะเดินซื้อกระเป๋าราคาหลายแสนในห้าง
ก็มีการใช้อาวุธสงครามกับแกนนำมวลชน กปปส.หลายครั้ง ทั้งถล่มบ้านด้วย M16 , การปาระเบิดเพิ่ม ,
มีการข่มขู่นักเรียนเด็กๆ ตัวเล็กๆ , เอาระเบิดควัน, สีแดงมาทาป้าย รร.ศรีวิกรม์ ,
สีสเปรย์พ่นป้ายโรงเรียน ฯลฯ

รายงานการข่าวว่า ต่อมามีการโทรไปบ้านแม่แกนนำ กปปส.ข่มขู่บอกว่า พี่ชายดูไบเขารักเมียหลวงมาก
ใครทำอะไรเมีย พี่พี่ชายดูไบเขายอมไม่ได้ จึงฝากจากคุณหญิงกระบังลมให้ "ทยา" ขอโทษ
โดยการขึ้นเวทีขอโทษออกทีวี เป็นการบอกตรงๆ ว่าถ้าขึ้นเวทีขอโทษแล้วจบ หรือบอกเปิดเผยหน้าด้านๆ
ว่าเหตุการณ์ก่อการร้ายที่ผ่านมา ตระกูลชินสั่งการนั่นเอง !! ทำให้ทยาสงสารเด็กๆ ที่ถูกแก๊งอั้งยี่รังแก
จึงตัดสินใจเว้นวรรคยุติการเคลื่อนไหวทางการเมืองชั่วคราว

เครดิต เสธ.น้ำเงิน แฉ..ความลับ
2316
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.120.60.76 วันที่: 10 มีนาคม 2557 เวลา:11:04:40 น.  

 
 
 
เวทีราชดำเนิน
"คนใดที่ไม่มีจิตใจเมตตากรุณา เข่นฆ่าคนอื่นโดยไม่รู้สึกอะไร ไม่ใช่คนมันเป็นสัตว์ โคตรพ่อโคตรแม่ไม่สั่งสอน"

ดร. ไตรรงค์ สุวรรณคีรี
9 มีนาคม 2557 เวทีสวนลุมพินี

6961
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.120.60.76 วันที่: 10 มีนาคม 2557 เวลา:12:55:57 น.  

 
 
 
รู้มั้ยพจมานเป็นใคร
คอลัมน์กวนน้ำให้ใส
โดยสารส้ม
หนังสือพิมพ์แนวหน้า
๑๐ มี.ค. ๕๗

ภายหลังการเป่านกหวีดใส่คุณหญิงพจมานที่ห้างดิ เอ็มโพเรียม ปรากฏว่า คุณทยา ทีปสุวรรณ ถูกปฏิบัติการคุกคาม ข่มขู่ กระทั่งบุกถล่มด้วยอาวุธสงครามอย่างต่อเนื่อง!

บ้านย่านสุขุมวิทถูกโยนระเบิดไปป์บอมบ์เข้าใส่ (แต่ไม่ระเบิด)

บ้านแม่ของคุณทยาที่ปากช่อง ถูกยิงถล่มด้วยอาวุธสงคราม ทั้งปืนเอ็ม 16 และอาก้า คนร้ายลอยนวล

บ้านย่านสุขุมวิทถูกโยนระเบิดใส่อีกรอบ คราวนี้เป็นระเบิดสังหาร (แต่ไม่ระเบิด)

โรงเรียนศรีวิกรม์ที่เป็นกิจการของครอบครัวถูกข่มขู่ มีการเอาสีแดงไปป้ายเอาพวงหรีดไปวาง

ยังไม่ต้องพูดถึงกรณีดีเอสไอเร่งรัดคดี เร่งออกหมายเล่นงานฐานกบฏ หลังจากเป่านกหวีดใส่คุณหญิงพจมาน ไม่กี่ชั่วโมง!

ครอบครัวของทยาถูกกดดัน ข่มขู่ ถูกบีบให้ขอโทษคุณหญิงโดยเร็ว ฯลฯ

รู้หรือยังว่า “พจมาน” เป็นใคร? ใหญ่ขนาดไหน?

แม้คนไทยทั้งประเทศจะต้องทุกข์ยากแสนสาหัส ถูกฆ่าตายอย่างอำมหิตจากระบอบทักษิณ พจมานก็ต้องได้อยู่อย่างสุขสบาย เสวยสุขต่อไปแตะต้องไม่ได้เด็ดขาด!

ให้มันรู้เสียบ้างว่าใครเป็นใคร?

จะย้อนความจำให้บ้างก็ได้ว่าพจมานเป็นใคร

1) ใหญ่แค่ไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าอัยการสูงสุดถึงกับมีคำสั่งไม่ฎีกาในคดีเลี่ยงภาษีของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร และนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์

มีผลทำให้คดีต้องยุติลงไป โดยที่ศาลฎีกาฯไม่มีโอกาสได้พิพากษาคดีให้เป็นที่ยุติ

ท่ามกลางข้อครหา ข้อสงสัย โดยที่อัยการสูงสุดไม่แสดงเหตุผลที่แจ้งชัด อ้างแค่ว่า “อัยการมีอิสระในการพิจารณาสั่งคดี” - “การสั่งไม่ฎีกาเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ และเป็นดุลยพินิจ” - “อัยการได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย” ฯลฯ

ทั้งๆ ที่ อัยการสูงสุดก่อนหน้านั้นเคยยื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้น ซึ่งแสดงว่าอัยการเห็นว่าคดีนี้มีพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอที่จะเอาผิดกับคุณหญิงพจมานและพวกได้ แถมยังชนะคดีในศาลชั้นต้น ก็แสดงว่า ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีนี้มีพยานหลักฐานแน่นหนาเพียงพอที่จะเอาผิดคุณหญิงพจมานและพวกได้ (ลงโทษจำคุก)

แต่เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องคุณหญิงพจมาน แก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น(ประธานศาลอุทธรณ์ คุณชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม ถึงกับทำความเห็นแย้งต่อคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์) แต่อัยการสูงสุดกลับไม่ติดใจ ไม่สงสัย หรือไม่ฎีกาคดีไปให้ถึงที่สุดเพื่อให้ศาลฎีกาได้พิจารณาชี้ขาดให้เป็นที่ยุติ จะได้สิ้นข้อครหาสงสัยใดๆ เพราะอย่างน้อย หากไม่เห็นแก่คำสั่งฟ้องของอัยการในอดีต ก็น่าจะเคารพในน้ำหนักของประเด็นความผิดที่ปรากฏชัดเจนอยู่ในคำพิพากษาของศาลชั้นต้นบ้าง

คดีนี้ คือคดีที่คุณหญิงพจมาน นายบรรณพจน์ และพวก ตกเป็นจำเลยข้อหาร่วมกันจงใจหลีกเลี่ยงการชำระภาษีอากรหุ้นชินฯ (มูลค่าหุ้นกว่า 700 ล้านบาทมูลค่าภาษี 270 ล้าน) ศาลชั้นต้นพิจารณาพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงแล้ว พิพากษาให้ลงโทษจำคุก โดยระบุถึงขั้นว่า

“...จำเลยทั้งสามเป็นผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะกระทำผิดฐานให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีอากร จำเลยที่ 2 (คุณหญิงพจมาน) เป็นภริยาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับผู้บริหารประเทศ จำเลยทั้งสามจึงนอกจากมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตนเยี่ยงพลเมืองดีทั่วๆ ไปแล้ว ยังควรดำรงตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีสมฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมด้วย แต่จำเลยทั้งสามกลับร่วมกันกระทำการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร อันเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ไม่เป็นธรรมต่อสังคมและระบบภาษี ทั้งๆ ที่จำนวนภาษีอากรที่จำเลยที่ 1(นายบรรณพจน์) จะต้องชำระตามกฎหมาย และจำเลยที่ 2 (คุณหญิงพจมาน) จะเป็นผู้ชำระแทนในที่สุดนั้น เทียบไม่ได้กับจำนวนทรัพย์สินที่จำ เลยที่ 2 (คุณหญิงพจมาน) และครอบครัวมีอยู่ในขณะนั้น การที่จำเลยที่ 1 จะชำระภาษีอากรไปตามกฎหมาย เช่น พลเมืองดีทุกคน จึงมิได้มีผลกระทบต่อฐานะของจำเลยที่ 2 แต่อย่างใด การกระทำความผิดของจำเลยทั้งสามจึงร้ายแรง...”

2) ใหญ่ถึงขนาดว่าเคยซื้อที่ดินรัชดาโดยผิดกฎหมาย ในราคาถูกๆ

พจมานเคยซื้อที่ดินรัชดาจากรัฐบาลของสามี ในราคาไม่ถึง 800 ล้านบาท

ภายหลัง เมื่อศาลพิพากษาว่าผิด ให้คืนที่ดิน คืนเงิน หลังจากนั้น กองทุนฟื้นฟูฯ ได้ประมูลขายที่ดินรัชดาฯ แปลงดังกล่าวออกไปในราคากว่า 1,800 ล้านบาท

แพงกว่าที่พจมานเคยซื้อกว่า 1,000 ล้านบาท!

พจมานเจ๋งกว่าทักษิณ เพราะเป็นคนได้ประโยชน์จากการซื้อที่ดิน แต่ไม่ต้องติดคุกเหมือนทักษิณ เพราะไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐตามกฎหมาย ป.ป.ช. (เสมือนให้ทักษิณติดคุกแทน) ดังคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ ระบุว่า

“...จำเลยที่ 1 (ทักษิณ) เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้มีอำนาจในการกำกับดูแลกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน เมื่อจำเลยที่ 2 (พจมาน) เป็นคู่สมรสของจำเลยที่ 1 การซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 2 กับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินจึงเป็นเรื่องผลประโยชน์ส่วนบุคคลขัดแย้งผลประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งต้องห้ามมิให้กระทำ

จำเลยที่ 1 (ทักษิณ) เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2552 มาตรา 100(1) ต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 122 วรรคหนึ่ง

ส่วนจำเลยที่ 2 นั้น (พจมาน) มาตรา 100 เป็นบทบัญญัติให้การกระทำเป็นความผิดเนื่องจากผู้กระทำเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งยังบัญญัติให้การกระทำของคู่สมรสของเจ้าหน้าที่ของรัฐถึงเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐเอง แต่มาตรา 122 ซึ่งเป็นบทกำหนดโทษของผู้ฝ่าฝืนมาตรา 100 ระบุไว้ชัดเจนว่า ให้ลงโทษแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ฝ่าฝืนมาตรา 100 ไม่ได้ระบุให้ลงโทษรวมไปถึงคู่สมรสหรือบุคคลอื่นด้วย จำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิด และไม่ต้องร่วมรับโทษตามมาตรา 122 กับจำเลยที่ 1...”

3) ใหญ่ถึงขนาดเคยชักใยบงการระบอบทักษิณ

นายเสนาะ เทียนทอง บันทึกไว้ในหนังสือ “รู้ทันทักษิณ 4” เรื่อง “จะเอาทักษิณหรือประเทศไทย” สะท้อนบทบาทของ “คุณหญิง” ระบุว่า

“รัฐมนตรีหลายคนจะมี “คนของเขา” เข้ามาบอกว่า เดี๋ยวทำงบฯ นะ จะเอากี่พัน(ล้าน) จะเอาห้าพันหรือหกพัน แต่ต้องเอาเข้าพรรค 10 เปอร์เซ็นต์ หมายความว่า คุณไปทำอะไรขึ้นมาก็ได้ ไปเขียนโครงการมา ถ้ารัฐมนตรีคนไหนทำไม่ได้ก็อยู่ไม่ได้ เวลาทำโครงการก็ต้องจ้างที่ปรึกษาที่เป็นคนของตัวเอง แล้วใช้วิธีที่เก่งที่สุด คือ การยกเว้นระเบียบพิเศษ ยิ่งใช้วิธีขีดเส้นตายว่าต้องเสร็จวันนั้นวันนี้ เหมือนกับที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก็เพื่อจะได้อ้างในการใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างแบบพิเศษ

นโยบาย 10 เปอร์เซ็นต์นี้ ในการทำโครงการ รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงก็จะต้องทำโครงการโดยไปตกแต่งงบประมาณ ไปพอกหรือเพิ่มงบขึ้นมาก่อน เพื่อว่ามูลค่าโครงการที่เสนอขออนุมัตินั้น จะได้ครอบคลุมถึง 10 เปอร์เซ็นต์ที่จะต้องหักเข้าพรรคเอาไว้แล้ว จากนั้นไปตกลงกับคนของเขา ผ่าน “คุณหญิง” ตกลงกันเรียบร้อยเมื่อไหร่ เมื่อเรียบร้อยเมื่อไหร่ก็ส่งมาให้ตัวตายตัวแทนทางการเมืองที่เขาไว้ใจ คนที่เคยเป็นลูกจ้างในบริษัทมาก่อน พอเข้า ครม. นายกรัฐมนตรีจะเป็นคนนำเสนอโครงการเองและอนุมัติให้เองเสร็จสรรพ รัฐมนตรีทุกคนไม่ต้องคิด ไม่ต้องสงสัย

ทุกวันนี้ ยังไม่มีใครรู้ว่า 10 เปอร์เซ็นต์นั้น มีอยู่เท่าไรแล้ว คงต้องไปถามคุณหญิง!”

ยิ่งกว่านั้น นายเสนาะยังบอกด้วยว่า เคยเตือน เคยพูดคุยกับคุณหญิงอ้อ

“ผมบอกว่า “น้อง ถ้ามันได้มาอีกแสนล้าน เอาไปทำไม” เขาพากันตอบว่า“ก็รู้ แต่ในเมื่อเล่นการเมือง มันต้องควักเงิน ก็ต้องถือว่าเป็นธุรกิจ”

ผมเคยเตือนหนักๆ ถึงขั้นว่า “ในอนาคต ถ้ามันจะเดือดร้อนหนักๆ คือคนเป็นหัวนะ”

เขาก็ตอบอย่างไม่สะทกสะท้านว่า “ก็รู้ ถ้าพี่ทักษิณจะลง ต้องให้พรรคไทยรักไทยมีอำนาจอย่างน้อยสองสมัยถึงจะปลอดภัย”

รู้แล้วหรือยัง ว่า “พจมาน” ใหญ่แค่ไหนในระบอบทักษิณ!

ปล.อิฉันบ้านจะโดนระเบิดสังหารลงด้วยไหมเนี่ย เสียวว๊อย!!!

3304
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.120.60.76 วันที่: 10 มีนาคม 2557 เวลา:13:30:01 น.  

 
 
 
อัยการสูงสุดในสมัยนั้นก็คือ นายชัยเกษม นิติสิริ
รักษาการรมว.ยุติธรรมในสมัยนี้
ผลประโยขน์ต่างตอบแทน
นี่แหละคือผลพวงของระบอบทักษิณ
1ในตัวอย่างจากคลิปถั่งเฉ้า
ยอมพลีกายเป็นทาสรับใช้
เมื่อเกษียณแล้วจะได้ไม่อดตาย
ชัยเกษมน่าจะดู พลเอกเสถียร เพิ่มทองอินทร์เป็นตัวอย่าง
จะต้องติดคุกตอนแก่ ในวัยที่ไร้ซึ่งบารมีและนายเงินมาเหลียวแล -_-

เครดิต juemmy
3289
- -"
 
 

โดย: อิิอิ IP: 124.120.60.76 วันที่: 10 มีนาคม 2557 เวลา:13:38:25 น.  

 
 
 
ไอ้หงอกจุลสิงห์ครับ ที่ไม่ยอมฎีกา คุณถาวร ฟ้องมันอยู่ครับ

เครดิต Bookmarks
9731
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.120.60.76 วันที่: 10 มีนาคม 2557 เวลา:13:42:58 น.  

 
 
 
เปิดปูม'ง่วนเส็ง'อั้งยี่'ก๋งทักษิณ' คนบุกทำร้าย'ตาทวดของมาร์ค'
10 มี.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่มีผู้เผยแพร่สติ๊กเกอร์อั้งยี่คณะ “งี่เฮง” ซึ่งเป็นต้นตระกูล “ชินวัตร” ในโซเชียล มีเดีย กันอย่างแพร่หลายนั้น “แนวหน้าออนไลน์”จึงนำข้อมูลของ นายง่วนเซ็ง หรือ เส็ง หรือ ง่วนเส็ง แซ่คู ซึ่งเคยมีการเผยแพร่ไปแล้วมาเผยแพร่อีกครั้ง ประกอบเรื่องราวของสติ๊กเกอร์ดังกล่าว
เมื่อ ฝรั่งเศสเข้าไปตั้งอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ระหว่าง พ.ศ.2438-2439 (ร.ศ.114-115) ก็เกิดมีสมาคมอั้งยี่ขึ้น 2 คณะ คณะหนึ่งชื่อว่า “งี่ฮก” สำนักตั้งอยู่ที่ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมืองจันทบุรีแห่งหนึ่ง อีกคณะหนึ่งชื่อว่า “งี่เฮ็ง” สำนักงานตั้งอยู่ที่ ตำบลบางกะจะ อำเภอพลอยแหวน จังหวัดจันทบุรี มีนายง่วนเส็ง บุตรนายเช้า (สัญชาติจีน) เป็นหัวหน้าสมาคมอั้งยี่
แก๊งอั้งยี่ทั้ง 2 คณะได้ถืออำนาจในพวกเหล่าของตนคุมสมัครพรรคพวกทำร้ายซึ่งกันและกัน ประชาชนคนใดไม่เข้าในคณะใด แก๊งอั้งยี่ก็กรรโชกขู่เข็ญทำร้าย ปล้นแย่งชิงทรัพย์สินของประชาชน ต่อมาฝ่ายบ้านเมืองจึงได้ปรึกษาทำความตกลงกับกองทหารฝรั่งเศสทำการปราบปรามจับกุมแก๊งอั้งยี่ทั้ง 2 คณะ ปรากฏว่าหัวหน้ากับพรรคพวกถูกรับพระราชอาญาจองจำกักขังไว้หลายๆ ปี โดยผู้พิพากษาในขณะนั้นชื่อ “หลวงวิพิธพจนการ” ซึ่งในเวลาต่อมากระทรวงยุติธรรมให้เป็นผู้พิพากษาศาลเมืองขลุงบุรี
ระหว่างที่ “หลวงวิพิธพจนการ” พักอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ก่อนที่จะได้รับตำแหน่งผู้พิพากษาศาลเมืองขลุงบุรีนั้น ได้ถูกนายง่วนเส็ง หัวหน้าอั้งยี่คณะงี่เฮ็งกับพรรคพวกทำร้ายร่างกายบาดเจ็บ เนื่องจากนายง่วนเส็งเจ็บแค้น “หลวงวิพิธพจนการ” ตั้งแต่ครั้งเป็นผู้พิพากษาศาลจังหวัดตราดตัดสินจำคุกพวกอั้งยี่คณะนายง่วนเส็ง
ที่สำคัญก็คือ หลวงวิพิธพจนการ ผู้พิพากษาที่ถูกทำร้ายนั้น ก็คือนายแจ่ม สูตะบุตร ผู้เป็นคุณตาของ พ.ญ.สดใส เวชชาชีวะ (สกุลเดิม สูตะบุตร) มารดาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หรือเป็นคุณตาทวด ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนั่นเอง
//www.naewna.com/politic/94245

แกะรอย: ต้นตระกูลชินวัตรเป็นอั้งยี่จริงหรือ ? (1)
โดย บัณรส บัวคลี่ 25 มีนาคม 2556
มีการเผยแพร่ข้อมูลว่านายเส็ง แซ่คู ต้นตระกูลชินวัตรเคยเป็นอั้งยี่ระดับหัวหน้าและเคยถูกจับติดคุกมาก่อน นับเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก

เนื้อหาของเรื่องดังกล่าวสามารถอ่านได้จากบทความเรื่อง “อั้งยี่ที่เมืองจันทน์” ตอน 1 และตอน 2 ต่อเนื่องในหนังสือพิมพ์สื่อมหาชนออนไลน์ //www.mahachonnews.com ที่ได้เขียนไว้ว่า ง่วนเส็ง แซ่คู บุตรนายเช้า (ชาวจีน) เป็นหัวหน้าอั้งยี่คณะงี่เฮ็งบ้านบางกะจะ อำเภอพลอยแหวน เมืองจันทบุรีในยุคที่ถูกฝรั่งยึดครองเป็นหลักประกันให้สยามจ่ายค่าตอบแทนกรณี รศ.112 ต่อมาถูกทางการจับกุมขังคุก มีลูกชื่อ ชุนเชียง แซ่คู อพยพมาอยู่เชียงใหม่เป็นต้นตระกูลชินวัตร ปู่ของทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรีในเวลาต่อมา

แม้บทความดังกล่าวไม่ปรากฏชื่อผู้เขียนและก็ไม่ได้ระบุเอกสารอ้างอิงอันใดไว้แต่มากพอที่ทำให้ยิ่งอยากรู้เข้าไปอีกว่าประวัติศาสตร์ดังกล่าวคัดลอกอ้างอิงมาจากแหล่งใด ใช้เวลาสืบค้นอยู่พักใหญ่จึงค่อยทราบว่า เนื้อหาที่บทความอั้งยี่ที่เมืองจันทน์นำมาเผยแพร่นั้นแท้ที่จริงปรับแปลงมาจากหนังสือเล่มที่ชื่อว่า

“จดหมายเหตุความทรงจำสมัยฝรั่งเศสยึดจันทบุรี ตั้งแต่พ.ศ.2436-2447” เขียนโดย หลวงสาครคชเขต (ประทวน สาคริกานนท์)

โชคดีที่ยังพอมีหนังสือเล่มนี้ในท้องตลาดแต่กว่าจะได้มาถึงมือใช้เวลา 2 วัน เล่มที่ใช้อ้างอิงเป็นเล่มปกแข็งพิมพ์ครั้ง 3 โดยสำนักพิมพ์ศรีปัญญาจัดจำหน่ายโดยเคล็ดไทยราคา 500 บาท สำหรับท่านที่สนใจเรื่องแนวนี้ปัจจุบันยังพอหาได้ตามคลังสต๊อกของร้านหนังสือใหญ่

หลวงสาครคชเขต เป็นข้าราชการฝ่ายปกครองที่อยู่ในเหตุการณ์ฝรั่งเศสถืออำนาจบาตรใหญ่มายึดเมืองจันทน์สมัยปลายรัชกาลที่ 5 กว่าจะคืนกลับมาได้ไทยต้องเสียดินแดนในเขมรในลาวเพิ่มให้ไปอย่างเจ็บปวด หลวงสาครฯมีชีวิตอยู่จนข้ามมาสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครองเสียชีวิตเมื่อ 2497 ได้บันทึกเหตุการณ์รายละเอียดที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่งบรรยายถึงสภาพบ้านเมืองผู้คนรายละเอียดความสัมพันธ์ของคนฝ่ายต่างๆ ในยุคนั้น เช่นเล่าว่ามีทหารฝรั่งเศสประมาณ 60-70 นายทหารญวนประมาณ 600 มาตั้งค่าย เย็นๆ ก็แก้ผ้าอาบน้ำทั้งฝรั่งทั้งญวน หญิงไทยเดินผ่านเบือนหน้าหลบก็ถูกฝรั่งหัวเราะใส่ ไปจนถึงมีเหตุการณ์จันทรุปราคาชาวบ้านยิงปืนตีเกราะเคาะไม้ผู้บัญชาการทหารฝรั่งเศสตกใจเตรียมพร้อมรับมือคนไทยบุก หรือกรณีทหารฝรั่งเศสเมาสุราไปเที่ยวแทะโลมจับนมหญิงชาวบ้าน ฯลฯ เป็นต้น

บันทึกกรณีเหตุการณ์กรณีอั้งยี่ที่มีการโยงมาถึงตระกูลชินวัตรปรากฏในตอนที่ชื่อว่า “สมาคมอั้งยี่กำเริบ ทหารฝรั่งเศสช่วยปราบ” อยู่ในหน้า 61-64 ขอคัดลอกลงมาเพื่อผู้อ่านจะได้เทียบเคียงกับข้อความที่เผยแพร่ก่อนหน้า


สมาคมอั้งยี่กำเริบ
ทหารฝรั่งเศสช่วยปราบ


เมื่อฝรั่งเศสเข้าไปตั้งอยู่ที่จังหวัดจันทบุรีแล้วไม่กี่ปี ระหว่างพ.ศ.2438-2439 (ร.ศ.114-115) ก็เกิดมีสมาคมอั้งยี่ขึ้น 2 คณะ คณะหนึ่งใช้สมนามสมญาว่า “งี่ฮก” สำนักตั้งอยู่ที่ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมืองจันทบุรีแห่งหนึ่งมีนาย อำภณ วิเศษประสิทธิ์ บุตรพระประสิทธิ์พลรักษ์ กรมการพิเศษเป็นหัวหน้า (หลวงสาครฯคงจะใส่นามสกุลที่เกิดขึ้นภายหลังเข้าในบันทึกไปเลยไม่ได้ใช้เฉพาะชื่อตนตามยุคสมัย อีกทั้งชื่อจังหวัดก็เรียกแบบยุคหลังไม่ได้เรียกว่าเมืองจันทบุรีอันเป็นเชื่อก่อนตั้งมณฑลเทศาภิบาล—บัณรส) อีกคณะหนึ่งมีนามสมญาว่า “งี่เฮ็ง” สำนักงานตั้งอยู่ที่ตำบลบางกะจะ อำเภอพลอยแหวน จังหวัดจันทบุรีแห่งหนึ่ง มีนายง่วนเส็ง บุตรนายเช้า (ชาติจีน) เป็นหัวหน้าสมาคมอั้งยี่

ทั้งสองคณะนี้ไม่มีความสามัคคีปรองดองกัน ต่างหมู่ต่างคณะได้ถืออำนาจในพวกเหล่าของตนคุมสมัครพรรคพวกทำร้ายซึ่งกันและกันอยู่เป็นเนื่องนิตย์บรรดาประชาชนคนใดไม่เข้าในคณะใดพวกอั้งยี่ก็เที่ยวกรรโชกขู่เข็ญทำร้ายประชาชนพลเมืองโดยพลการอยู่เนืองๆ บางครั้งคุมสมัครพรรคพวกเที่ยวปล้นแย่งชิงทรัพย์สินพลเมืองก็มี นอกจากนี้ความยังปรากฏว่าบรรดาพวกพ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ในท้องที่อำเภอพลอยแหวนซึ่งเคยน้ำสินค้ามาจำหน่ายขายให้แก่พลเมืองทางท้องที่อำเภอเมืองแล้ว พวกคณะอั้งยี่ทางฝ่ายคณะงี่เฮ็งก็ประกาศห้ามปราม................

และความเดือดร้อนทั้งนี้ไม่ได้มีแต่พลเมืองฝ่ายเดียวเลยพลอยทำให้กองทหารฝรั่งเศสก็มีส่วนได้รับความเดือดร้อนด้วยเหมือนกัน กล่าวคือกองทหารฝรั่งเศสก็ต้องอาศัยสินค้าจากพ่อค้าแม่ค้าทางเขตอำเภอพลอยแหวนเหมือนกันเมื่อความเดือดร้อนของพลเมืองตลอดจนกองทหารฝรั่งเศสไม่ได้รับความสะดวกเช่นนี้แล้ว...........

ก็มาขอร้องให้ทางบ้านเมืองจัดการปราบปรามแต่เวลานั้นทางฝ่ายบ้านเมืองก็ไม่มีกำลังพาหนะ ตำรวจหรือพลตระเวนอย่างใดที่จะทำการระงับปราบปรามอั้งยี่ให้เป็นที่เรียบร้อยได้ จึงนับว่ายุคนั้นที่จันทบุรีแม้แต่ตามถนนตลาดประชาชนพลเมืองก็มีความหวาดเกรงภัยของคณะอั้งยี่อยู่ถ้วนหน้า...........

ทางฝ่ายบ้านเมืองจึงได้ปรึกษาทำความตกลงกับกองทหารฝรั่งเศสผลที่สุดฝ่ายกองทหารฝรั่งเศสจัดกำลังทหารฝรั่งเศสมอบให้แก่ทางบ้านเมืองทำการปราบปรามจับกุมอั้งยี่ทั้งสองคณะนี้โดยความร่วมมือกับพนักงานฝ่ายบ้านเมืองออกเที่ยวสืบจับตามตำบลต่างๆ มีตำบลบางกะจะ ตำบลวัดใหม่และที่แห่งอื่นๆ เป็นต้น เจ้าพนักงานฝ่ายไทยที่ควบคุมทหารฝรั่งเศสและพลเมืองออกไปสืบจับพวกอั้งยี่นั้นคือท่านพระยาเดชานุชิตเป็นหัวหน้า หลวงพรหมเสนากับหลวงศรีรองเมืองเป็นผู้ช่วยทำการจับกุมอั้งยี่ทั้งสองคณะได้พรรคพวกและหัวหน้าสำคัญหลายคนมีนายอำภณและนายง่วนเส็งเป็นต้น แล้วจัดการนำตัวส่งไปกรุงเทพฯ ต่อมาปรากฏว่าหัวหน้ากับพรรคพวกถูกรับพระราชอาญาจองจำกักขังไว้หลายๆ ปี ตั้งแต่นั้นมาสมาคมอั้งยี่ก็แตกหมู่แตกคณะควบคุมกันไม่ติดและไม่มีสมาคมใดที่คิดตั้งคณะอั้งยี่ขึ้นมาอีก นับว่าเหตุการณ์เรื่องอั้งยี่เป็นปกติเรียบร้อยมาจนบัดนี้.


นอกจากความเรื่องอั้งยี่ที่กล่าวไปแล้วบันทึกจะหมายเหตุของหลวงสาครคชเขต หน้า 203 ยังได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่จีน ง่วนเส็ง ไปทำร้ายร่างกายผู้พิพากษาบาดเจ็บ โดยเหตุการณ์ตอนนี้เป็นช่วงที่ฝรั่งเศสมอบเมืองจันทบุรีคืนแก่สยามในพ.ศ.2447 หลังจากยึดไว้นานถึง 11 ปีแต่ก็ยังไม่ไปไหนกำลังทหารที่ถอนจากจันทบุรีก็ไปยึดเมืองตราดไว้ต่อ ฝรั่งเศสยึดเมืองตราดนาน 3 ปีจนที่สุดสยามต้องแลกตราดและเกาะกูด กลับคืนมาโดยตัดเฉือนที่ฝั่งขวาแม่น้ำโขงด้านตรงข้ามหลวงพระบางอันเป็นแขวงไชยะบุรีในปัจจุบันรวมทั้งเสียมราฐ ศรีโสภณ พระตะบองในเขมรให้ไป

เหตุการณ์ตอนที่ฝรั่งย้ายไปยึดเมืองตราดจึงมีข้าราชการไทยที่โยกย้ายกลับมา บ้างก็สมัครใจอยู่ที่เดิมหลวงสาครคชเขตได้กล่าวถึงผู้พิพากษาท่านหนึ่งที่เกี่ยวข้องเป็นค่ากรณีกับจีนง่วนเส็ง ความว่า


“มีข้าราชการบางคนสมัครคงอยู่ในจังหวัดตราดก็มีบ้างดังเช่น หลวงวิพิธพจนการ ผู้พิพากษาศาลคนหนึ่งเป็นผู้มีเคหสถานบ้านเรือนแลเรือกสวนไร่นาอยู่มากจะละทิ้งฐานเดิมไปก็รู้สึกเสียดายจึงคงอยู่ที่จังหวัดตราดต่อไปชั่วคราวต่อมาภายหลังหลวงวิพิธพจนการเห็นว่าการอยู่กับฝรั่งเศสจะไม่เป็นผลดีต่อไปแล้วจึงได้อพยพย้ายครอบครัวมาตั้งอยู่ที่บ้านตลาดขวาง จังหวัดจันทบุรีแลต่อมาก็ประจวบเวลานั้นอำเภอขลุงได้ยกขึ้นเป็นจังหวัดแลขาดตัวผู้พิพากษาอยู่ พระยานครไภยพิเฉทซึ่งเป็นอธิบดีผู้พิพากษาเห็นเป็นโอกาสดีจึงได้ขออนุญาตกระทรวงยุติธรรมให้หลวงวิพิธฯเป็นผู้พิพากษาศาลเมืองขลุงบุรีตั้งแต่นั้นมา

ระหว่างที่หลวงวิพิธฯ พักอยู่ที่จังหวัดจันทบุรีก่อนยังไม่ได้รับตำแหน่งผู้พิพากษาศาลเมืองขลุงนั้น ได้ถูกนายง่วนเส็ง (เชิงอรรถของหลวงสาครระบุว่า คือคนๆเดียวกันกับที่ปรากฏเรื่องอั้งยี่) หัวหน้าอั้งยี่คณะงี่เฮ็ง ให้พรรคพวกทำร้ายร่างกายบาดเจ็บ ทั้งนี้ปรากฏว่านายง่วนเส็งมีความเจ็บแค้นหลวงวิพิธฯ ตั้งแต่ครั้งเป็นผู้พิพากษาศาลจังหวัดตราดก่อนสมัยฝรั่งเศสปกครองได้ตัดสินคดีความจำคุกพวกอั้งยี่คณะของเขา การที่หลวงวิพิธฯ ถูกพรรคพวกนายง่วนเส็งทำร้ายครั้งนั้นผลที่สุดการสืบสวนจับกุมค้นร้ายไม่ได้ทั้งไม่มีหลักฐานอะไรด้วย ตกลงว่าหลวงวิพิธฯถูกทำร้ายเปล่า


เมื่อพิจารณาเปรียบถ้อยคำในจดหมายเหตุฯของหลวงสาครคชเขตซึ่งเป็นหลักฐานชั้นต้นที่มีอยู่ทั้งหมดตามที่คัดลอกมามีข้อสังเกตดังนี้

1.จดหมายเหตุระบุชื่อจีน ง่วนเส็ง แต่ประวัติที่เผยแพร่ของตระกูลชินวัตรระบุว่าปู่ทวดชื่อ ชุ่นเส็ง

2.ในจดหมายเหตุไม่ระบุนามสกุล แต่ข่าวสารที่เผยแพร่ไปเรื่องอั้งยี่เมืองจันทน์ เติมนามสกุลแซ่คู ให้กับ จีนง่วนเส็ง

3.ประวัติตระกูลชินวัตรไม่เคยกล่าวถึงบิดาของคูชุ่นเส็ง บอกเพียงว่าปู่ทวดชุ่นเส็งเดินทางจากกวางตุ้งมาขึ้นบกที่เมืองจันทบุรี แต่ในจดหมายเหตุของหลวงสาครระบุชื่อบิดาของ จีนง่วนเส็งว่าชื่อ นายเช้า สัญชาติจีน

ดังนั้นหากพิจารณาเฉพาะหลักฐานถ้อยคำในจดหมายเหตุ หัวหน้าอั้งยี่ชื่อ “ง่วนเส็ง” ไม่น่าจะเป็นคนเดียวกับ “คูชุ่นเส็ง” ผู้ที่ต่อมาอพยพครอบครัวจากบางกะจะ เมืองจันทบุรีไปอยู่เชียงใหม่และเปลี่ยนสกุลเป็นชินวัตรในเวลาต่อมาก็ได้

อย่างไรก็ตามเมื่อมองเหตุการณ์แวดล้อม ดูเงื่อนไขประกอบ และระยะเวลา (Time Line) ของจีนง่วนเส็งมีเหตุทำร้ายร่างกายผู้พิพากษาและมีบทบาทในแวดวงคนจีนบ้านบางกะจะเมืองจันทบุรี ย่อมอยู่ในยุคสมัยเดียวกับ คูชุ่นเส็ง ซึ่งก็ปักหลักสร้างหลักฐานอยู่ที่บ้านบางกะจะ เมืองจันทบุรีเหมือนกัน

หาก จีนง่วนเส็ง ตั้งตัวเป็นหัวหน้าอั้งยี่คณะงี่เฮ็ง รวบรวมสมัครพรรคพวกคนเชื้อสายจีนมีพื้นที่เคลื่อนไหวในเขตบางกะจะในช่วงพ.ศ.2436-38 ย่อมน่าสนใจว่าในตอนนั้นบรรพบุรุษตระกูลชินวัตรผู้มีถิ่นฐานบ้านบางกะจะที่ชื่อ คูชุ่นเส็ง มีบทบาทใด

และหากจะสวมวิญญาณนักจินตนาการประสาคอหนังฮอลลีวูดปะติดปะต่อผูกตำนานใหม่ขึ้นมาอาจจะเป็นเนื้อเรื่องว่า...

เมื่อกว่า 100 ปีก่อนจีนง่วนเส็งนายอั้งยี่คณะงี่เฮ็งแห่งบ้านบางกะจะ ตั้งตัวขึ้นมาจากการเป็นผู้นำชาวจีนในยุคที่อำนาจการปกครองของสยามกับฝรั่งเศสทับซ้อนกันอยู่ ตั้งสมาคมองค์กรปกครองดูแลชาวจีนด้วยกันซึ่งเป็นเรื่องปกติมากสำหรับธรรมเนียมของคนจีนโพ้นทะเล แต่ต่อมาเกิดวิวาทกับสมาคมชาวจีนอีกคณะทำให้ถูกจับกุมคุมขังแต่ก็ยังมีสถานะเป็นระดับแกนนำของชาวจีนในท้องถิ่น จนกระทั่งเขาเกิดมีวิวาทกับขุนนางผู้กำลังจะรับตำแหน่งผู้พิพากษาด้วยสำคัญผิดว่าขุนนางผู้นั้นไม่ได้รับราชการแล้ว ทำให้ต้องอพยพหนีคดีพาครอบครัวลี้ภัยไปอยู่เมืองเหนือ เปลี่ยนชื่อเรียกเสียใหม่เพื่อลบอดีตติดตัวจากเมืองจันทน์

นิยายแต่งใหม่เรื่องนี้คงน่าสนุกไม่น้อยเพราะโยงเอาบรรพบุรุษของนายกรัฐมนตรี 2 คนไปผูกโยงกับเรื่องราวอั้งยี่เมืองจันทบุรีในยุคที่อำนาจการปกครองของสยามไม่มั่นคงแถมฝรั่งเศสมาตั้งกำลังเป็นอำนาจทับซ้อนปกครองอยู่

ประวัติศาสตร์คงจะเล่นตลกไม่น้อยหากจีนง่วนเส็งนายอั้งยี่ มาเป็น คูชุ่นเส็งนายอากรเชียงใหม่ !!!?

มันจะไม่เล่นตลกได้ยังไงเพราะหลวงวิพิธพจนการผู้พิพากษาที่ถูกทำร้ายคนคนดังกล่าวเป็นคนเดียวกับ หลวงวิพิธพจนการ (แจ่ม สูตะบุตร) ผู้เป็นคุณตาของ พ.ญ.สดใส เวชชาชีวะ (สกุลเดิมสูตะบุตร) มารดาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือนัยหนึ่ง หลวงวิพิธพจนการเป็นคุณตาทวด ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนั่นเอง

ซึ่งก็หมายถึงว่าก๋งของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ชื่อ คูชุ่นเส็ง-จีนง่วนเส็ง เคยมีกรณีวิวาทขนาดส่งลูกน้องไปทำร้ายร่างกายตาทวดของ อดีตนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เหตุเกิดที่เมืองจันทบุรี ในช่วงพ.ศ. 2449-2450 โดยประมาณ !!

แต่เหตุการณ์ในโลกของความเป็นจริงจะเป็นดั่งเช่นที่ผูกนิยายที่กล่าวมาข้างต้นหรือไม่ ก็ต้องมาดูประวัติชีวิตของคูชุ่นเส็งตลอดถึงเหตุการณ์แวดล้อมเมื่อ 100 ปีก่อนโน้นกันเพื่อมาชั่งน้ำหนักว่าตำนานอั้งยี่เมืองจันทน์ที่เผยแพร่ในอินเตอร์เน็ตนั้นตรงกับข้อเท็จจริงแค่ไหนเพียงใด

ตอนหน้าจะมาวิเคราะห์เรื่องราวชีวิตของ คูง่วนเส็ง ช่วงที่อยู่ในเมืองจันทบุรีก่อนจะอพยพโยกย้ายมาเชียงใหม่ซึ่งน่าแปลกนะครับขนาดตระกูลชินวัตรเองก็แทบไม่รู้เรื่องปู่ทวดต้นตระกูลของเขาเช่นเดียวกัน.

9476
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.120.60.76 วันที่: 10 มีนาคม 2557 เวลา:14:06:23 น.  

 
 
 
แกะรอย: ต้นตระกูลชินวัตรเป็นอั้งยี่จริงหรือ ? (2)

หากตัดเสียซึ่งความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดต่อเนื่องมาหลายปีต้องยอมรับว่าคนที่เกี่ยวกับตระกูลชินวัตรขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศแล้วถึง 3 คน เพียงเหตุผลเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอต่อการให้ความใส่ใจสืบค้นและมีบันทึกที่มาของต้นตระกูลของนักการเมืองผู้ปกครองตระกูลนี้ให้ชัดเจนขึ้นเฉกเช่นอารยประเทศที่ถือเอาการบันทึกเรื่องราวของสังคมตนเป็นเรื่องสำคัญ

ประวัติของตระกูลชินวัตรที่เผยแพร่กันอยู่เวลานี้ให้รายละเอียดของต้นตระกูล “คูชุ่นเส็ง” น้อยมาก จะมีบ้างที่ต่างในรายละเอียดเล็กๆ เช่นบอกว่าเคยเป็นนายอากรที่เมืองจันทน์ก่อนจะเป็นนายอากรที่เชียงใหม่บางฉบับไม่ระบุเรื่องนี้ แต่ที่ชัดเจนเป็นที่ยอมรับก็คือการมีถิ่นฐานอยู่ที่จันทบุรีก่อนจะย้ายครอบครัวไปเชียงใหม่แต่ก็ไม่ลงรายละเอียด แม้แต่จากปากของยิ่งลักษณ์ ชินวัตรที่เพิ่งไปปาฐกถาให้หอการค้าไทย-จีนและมีเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยร่วมฟังอยู่ด้วยเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา ซึ่งก็ยังคงเป็นประวัติโดยสังเขปเท่านั้น...มีใจความแค่ไม่กี่บรรทัด


“คุณปู่ทวดของดิฉันเป็นคนจีนแคะ แซ่คู “คูชุนเส็ง” อาศัยอยู่ในมณฑลกวางตุ้ง และได้เดินทางมาอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ปี พ.ศ. 2403 และคุณปู่ทวดได้มาทำการค้าขายอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี จากนั้นได้ย้ายมาค้าขายที่ตลาดน้อย เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร และได้ย้ายถิ่นฐานไปที่ อ. สันกำแพง จ.เชียงใหม่ จนได้แต่งงานกับคนไทยซึ่งเป็นคุณย่าทวด มีบุตรอยู่ 9 คน บุตรคนโตคือ ปู่เชียง ซึ่งก่อนนี้ปู่เชียงมีแซ่คู หลังจากนั้นแซ่คูก็ได้เปลี่ยนมาใช้เป็นชินวัตร จึงเป็นที่มาของชินวัตรรุ่นที่ 2 คือ ปู่เชียง ชินวัตร นี่คือสายสัมพันธ์ที่เรามีต่อกันมายาวนานตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ”


เรื่องราวของ คูชุ่นเส็ง จึงขาดท่อน ไม่ปรากฏรายละเอียดทางหนึ่งเพราะเรื่องมันเกิดนานมาแล้วร่วม 100 ปีไม่มีการบันทึกจดจำ หรืออีกทางหนึ่งเจ้าตัวและคนใกล้ชิดในยุคนั้นไม่ประสงค์จะเปิดเผยเรื่องราวก่อนหน้าจะเดินทางอพยพโยกย้ายไปเชียงใหม่ ดังนั้นข้อมูลที่เปิดเผยให้กับคนท้องถิ่นเชียงใหม่ในรุ่นต่อๆมาๆ จึงรู้เพียงว่ามีถิ่นฐานเดิมอยู่เมืองจันทน์เท่านั้น

อัฐิของคูชุ่นเส็งไม่ได้รวมอยู่กับลูกหลาน ปัจจุบันกู่ตระกูลชินวัตรซึ่งบรรจุอัฐิของบรรพบุรุษซึ่งตั้งในวัดโรงธรรมสามัคคี อำเภอสันกำแพงมีเพียงรุ่นปู่เชียง-ย่าแสงแล้วก็รุ่นพ่อแม่คือพ่อเลิศ-แม่ยินดีเท่านั้นไม่ปรากฏปู่ทวด คูง่วนเส็ง นี่อาจเพราะวัดโรงธรรมเพิ่งจะมาตั้งภายหลังขณะที่ คูง่วนเส็ง น่าจะเสียชีวิตไปก่อนหลายปีอาจตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ก็ได้เพราะตอนที่ครอบครัวย้ายจากเมืองเชียงใหม่ไปสันกำแพงนั้นก็เป็นปีสวรรคตของรัชกาลที่ 5 พอดี (2453) แต่ก็น่าแปลกที่คนรุ่นหลานไม่ได้บันทึกว่า คูชุ่นเส็ง เสียชีวิตเมื่อใด

ผมเชื่อว่าตระกูลชินวัตรรุ่นปัจจุบันคือรุ่นที่ 4 รู้เรื่องปู่ทวดคูง่วนเส็งไม่มากคือรู้เท่ารู้จากประวัติที่เผยแพร่ไปก่อนหน้า มิฉะนั้นคงจะตามรอยบรรพบุรุษแซ่คูไปถึงเมืองจีนแล้ว

หากจำได้ตอนที่ทักษิณยังเป็นนายกรัฐมนตรีเคยเดินทางพร้อมกับพานทองแท้ไปเยี่ยมญาติพี่น้องที่มณฑลกวางตุ้งแต่เป็นญาติสายมารดาเพราะนางยินดีที่เคยลี้ภัยสงครามโลกไปอยู่กับญาติที่เมืองจีน ทราบว่าทางการจีนถึงกับอนุเคราะห์ช่วยเหลือสืบหาและประสานจนเจอสถานที่

จริงๆแล้ว ทักษิณ ชินวัตร จัดเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศ เคยเป็นรมว.ต่างประเทศเชี่ยวชาญการทูตแบบไม่เป็นทางการอยู่พอสมควร มีหรือที่อุตส่าห์ขอร้องทางการจีนให้สืบหาญาติพี่น้องสายสัมพันธ์บรรพบุรุษฝ่ายมารดาแล้วจะไม่ขอร้องให้สืบหา “ตระกูล คู” ฝ่ายบิดาตน

นี่เป็นเรื่องแปลกไม่น้อยเพราะธรรมเนียมจีนสืบสกุลแซ่ฝ่ายบิดา หากอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณแห่งประเทศไทยร้องขอให้ทางการจีนสืบหาญาติพี่น้องฝ่ายมารดาจนพบ ทำไมไม่ร้องขอสืบหาจากฝ่ายบิดาบ้าง... นั่นก็เพราะเรื่องราวรายละเอียดถูกทำให้ขาดหายขาดตอนไปนั่นเอง

ปมประเด็นที่จะตั้งเป็นปุจฉาเอาไว้สำหรับการวิสัชนาในรอบนี้และอาจจะมีผู้ค้นหาหลักฐานมาวิสัชนาในอนาคตจะเน้นที่ คูชุ่นเส็งทำอะไรที่เมืองจันทน์ก่อนจะอพยพไปอยู่เชียงใหม่ ? เป็นสำคัญ

หากยึดตามคำบอกของยิ่งลักษณ์ชินวัตรที่บอกว่า ปู่ทวดชุ่นเส็งขึ้นบกเมื่อปี พ.ศ.2403 สมัยรัชกาลที่ 5 หากตอนที่เดินทางมาถึงอายุ 20 ปี ก็แสดงว่าตอนที่คูชุ่นเส็งตัดสินใจอพยพไปอยู่เชียงใหม่เมื่อพ.ศ. 2451 ก็มีอายุปาเข้าไป 68 ปีแล้ว – ไม่น้อยเลยนะสำหรับคนที่ตัดสินใจเดินทางไกลครั้งสำคัญ และแสดงว่าต้องมีเหตุดึงดูดใจมากๆ หรือไม่ก็มีเหตุจำเป็นมากๆ ขนาดที่ทำให้ตัดสินใจย้ายถิ่นตอนแก่เฒ่าเช่นนั้น

ไม่รู้ว่ายิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ตัวเลข พ.ศ.2403 มาจากไหน แต่ในเมื่อเป็นเหลนในตระกูลพูดออกมาก็ต้องยึดไว้เป็นหลักที่มองข้ามไม่ได้

การตรวจสอบประวัติของคูชุ่นเส็ง ที่ใกล้เคียงที่สุดต้องเทียบกับลูกชายคือ เชียง ชินวัตร ซึ่งมีบันทึกประวัติค่อนข้างละเอียดร่วมสมัย

ประวัติตระกูลชินวัตรฉบับเพ็ชร์ลานนา ของปราณี ศิริธร ณ พัทลุง บันทึกว่า นายเส็ง แซ่คู มีลูกชื่อนายเชียง เกิด 19 สิงหาคม 2433 ณ บ้านบางกะจะ ต.บางกะจะ อ.ท่าใหม่ ลูกคนก่อนหน้านายเชียงเป็นผู้หญิงชื่อ มุ้ยเซียน และก็มีน้องชายต่อจากนายเชียงอีกสองคนคือ เบี้ยว กับ เล็ก มีอาชีพเป็นนายอากรบ่อนเบี้ย ต่อมาก็ส่งนายเชียงไปเรียนที่อัสสัมชัญบางรักเมื่อ พ.ศ.2448

ตัวผมนั้นเคารพนับถือลุงปราณี ศิริธรโดยส่วนตัว หนังสือเพ็ชร์ลานนาฉบับที่พิมพ์ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2538 โดยสำนักพิมพ์ผู้จัดการภาคเหนือซึ่งมีบันทึกประวัติสกุลชินวัตรผมเองก็อยู่ในกระบวนการพิมพ์แต่แรกเริ่ม งานแต่งงานลุงปราณีก็มาเป็นแขกขึ้นอวยพรให้ แต่กระนั้นก็ตามก็ต้องพูดตามตรงว่างานบันทึกประวัติของลุงปราณีเป็นงานกึ่งสารคดีเล่าแบบมีสีสันบางอย่างก็เติมไข่แต่งสีไปบ้าง ที่เขียนตามซื่อตามที่เขาเล่ามาโดยไม่ตรวจซ้ำก็มี เพราะงานหนังสือพิมพ์ไม่เหมือนกับงานวิชาการ เข้าใจว่าประวัติตระกูลชินวัตรเวอร์ชั่นเพ็ชร์ลานนาคงได้มาจากปากของนายศักดิ์ ชินวัตรผู้เป็นรุ่นพี่ร.ร.ยุพราชวิทยาลัยและอาจจะมาจากปากของนายเชียง ชินวัตรโดยตรงแต่คงไม่แม่นเป๊ะๆ ยังต้องสอบทานกับหลักฐานอื่นอยู่พอสมควรเช่นกัน

จุดที่ปราณี ศิริธร บันทึกว่า อากรเส็งเป็นนายอากรมาแต่ครั้งอยู่ที่เมืองจันทน์จึงฟังได้แค่บางส่วนและต้องหาหลักฐานอื่นประกอบพอสมควร นั่นก็คือว่า ยังไม่มีหลักฐานแหล่งอื่นที่ยืนยันว่า นายเส็งเป็นนายอากรที่เมืองจันทบุรีมาก่อน

จุดที่น่าสนใจคือ เหตุใดลุงปราณีจึงใช้ชื่อ นายเส็ง แซ่คู เหตุใดไม่ใช้ ชุ่นเส็ง หรือว่าชื่อ เส็ง เป็นชื่อเรียกติดปากของรุ่นลูกและหลานหรืออย่างไร ?

ชื่อเส็งเป็นชื่อที่ลูกหลานเรียกกัน และก็ไม่น่าผิดพลาดที่บิดาของนายเชียง ชินวัตรน่ะ มีชื่อที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “เส็ง” แต่จะ ชุ่นเส็ง มาแต่เดิมหรือเพิ่งมาเปลี่ยนก็ไม่มีหลักฐานยืนยันเช่นกัน

หากประวัติชีวิตที่ยิ่งลักษณ์ ระบุว่าปู่ทวดของเธอขึ้นบกที่เมืองจันทน์ปีพ.ศ.2403 เป็นจริง แสดงว่า นายเส็ง แห่งบ้านบางกะจะแต่งงานช้าพอสมควรสำหรับคนยุคนั้นนั่นคือมีบุตรชายคนแรกเมื่อพ.ศ.2433 ก็คือ 30 ปีหลังจากขึ้นฝั่ง หากขึ้นฝั่งตอน 20 ปีเท่ากับเขาเพิ่งมีลูกชายนายเชียงเอาตอนอายุ 50 ปีเข้าไปแล้ว

เรื่องปีเกิด และอายุที่แท้ของคูชุ่นเส็ง ก็เป็นปริศนาอีกตัวหนึ่ง !

คูชุ่นเส็ง คงไม่น่าจะเป็นนายอากรบ่อนเบี้ยบ้านบางกะจะหรอก เพราะนายอากรต้องให้ความร่วมมืออย่างแข็งขันกับบ้านเมือง เมื่อทางผู้รักษาราชการเมืองเรี่ยไรเงินสมควรมีจ่ายให้มากกว่าผู้อื่น จดหมายแจ้งความกระทรวงมหาดไทยตามใบบอกเมืองจันทบุรีเมื่อร.ศ.118 (2442) ได้ให้ประกาศว่าตามที่ผู้รักษาเมืองจันทบุรีกรมการและราษฎรบริจาคทรัพย์อุดหนุนการสร้างโรงเรียน 5 โรงรวมเป็นเงิน 1,192 บาท 48 อัฐ จึงได้ประกาศชื่อผู้บริจาคในราชกิจจานุเบกษา มีรายชื่อกรมการและราษฎรใหญ่น้อยหลายร้อยคนจากบ้านต่างๆ ในส่วนของตลาดบางกะจะ 41 ราย ไม่ปรากฏชื่อ จีนชุ่นเส็ง หรือชุ่นเสง มีแต่ชื่อใกล้เคียงเช่น จีนสง จีนย่งเสง จีนง่วนเสง และจีนเสง (การเขียนยุคนั้นไม่มีไม้ไต่คู้)

นายอากรคูชุ่นเส็ง ไม่มีรายชื่อในรายการเรี่ยไรครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนั้นได้อย่างไร ยกเว้นเสียแต่ คูชุ่นเส็งเป็นคนธรรมดาที่ตกหล่นขบวนไม่ได้ร่วมในการบริจาคเงินครั้งเอาหน้าเอาตาขนาดส่งไปกราบบังคมทูลและลงรายชื่อในราชกิจจานุเบกษาในครั้งนั้น

ยกเว้นเสียแต่เขามีชื่ออื่น และใช้บริจาคในชื่ออื่น เช่นง่วนเส็ง หรือ เส็งเฉยๆ !

เพราะในบันทึกดังกล่าวระบุชื่อรายนามผู้บริจาคจากเขตตลาดบางกะจะ 41 คน มีชื่อ เสง และ ง่วนเสง รวมอยู่ด้วย (หมายเหตุการณ์เขียนในยุคนั้นไม่ใส่ไม้ไต่คู้ เส็ง จะเขียน เสง / ง่วนเส็ง เขียนเป็น ง่วนเสง)

คูชุ่นเส็ง แม้จะไม่ใช่นายอากรบ่อนเบี้ยตามเวอร์ชั่นปราณี ศิริธร แต่อย่างน้อยเขาก็สมควรจะลงหลักปักฐานมีการทำมาหากินในท้องถิ่นบางกะจะอย่างมั่นคงพอสมควร

ชายทะเลตะวันออกเป็นย่านคนจีนมายาวนานแล้วการที่จะคนจีนจะรวมกลุ่มกันเป็นองค์กรหรือสมาคมอั้งยี่มีลูกพี่ใหญ่ลูกพี่รองมาบังคับบัญชาดูแลกันหรือปกป้องผลประโยชน์กันนี่เป็นเรื่องปกติมาก จนเมื่อมีการตรากฎหมายอั้งยี่คำๆ นี้จึงหมายรวมกับซ่องโจรการส้องสุมและการกำเริบเสิบสาน อันที่จริงตระกูลใหญ่ๆพ่อค้าวานิชในเมืองไทยล้วนแต่มีประวัติเกี่ยวข้องกับอั้งยี่แทบทั้งนั้น

และเมื่อมีพิจารณาดูการปราบปรามอั้งยี่เมืองจันทน์ที่ “กำเริบ” ขึ้นมาจนต้องขอทหารฝรั่งเศสไปปราบก็เพราะ เจ้าถิ่นก๊กงี่เฮง กับก๊กงี่ฮกไม่ถูกกันเลยห้ามคนในสังกัดตนข้ามไปค้าขายกับอีกพวก ทำให้ทหารฝรั่งเศสเดือดร้อนที่ไม่มีข้าวของไปจำหน่าย อั้งยี่เมืองจันทน์ไม่ถึงขั้นกำเริบเหมือนที่ภูเก็ตหรือแปดริ้ว ที่ยกทัพจับอาวุธไปปล้นเสียที่ไหน ซึ่งที่สุดหลวงสาครคชเขตก็บันทึกไว้เองว่าต่อมาก็มีการปล่อยตัวแกนนำอั้งยี่ หัวหน้าคณะหนึ่งต่อมาก็เป็นกำนันมีนามสกุลใช้ นั่นก็คือถูกจำคุกเสร็จก็กลับมาใช้ชีวิตดังเดิมเพราะการทะเลาะของอั้งยี่สองก๊กในครั้งนั้นแท้ที่จริงไม่ใช่ปัญหาของฝ่ายปกครองไทยหากแต่เป็นปัญหาของกองทหารฝรั่งเศสที่เพิ่งมาตั้งต่างหาก

ฝรั่งเศสได้ส่งกำลังมาตั้งที่เมืองจันทบุรีหลังเหตุการณ์ รศ.112 ตั้งอยู่นาน 11 ปี (2436-2447) ระหว่างนั้นฝ่ายไทยก็มีผู้รักษาราชการเมืองมีขุนนางดูแลอำเภอปกครองกันไปอย่างไรก็ตามกำลังของฝ่ายปกครองมีจำกัดขนาดที่ไม่มีกองตระเวนหรือตำรวจดูแลความเรียบร้อยด้วยซ้ำไป อีกทางหนึ่งก็มีอำนาจของฝรั่งเศสมาซ้อนทับมีจีนและญวนที่เข้าเป็นคนในบังคับถืออำนาจพิเศษกว่าคนท้องถิ่นและที่สำคัญฝรั่งเศสถือตนว่าเป็นผู้ปกครองที่ใหญ่กว่าขุนนางไทย คิดจะเรียกมาพบเมื่อไหร่ก็เรียกหรือคิดจะกักตัวไว้หรือทำอะไรตามใจก็ได้ หลวงสาครฯยังบันทึกอีกว่าเศรษฐกิจการค้าในยุคนั้นเฟื่องฟูเพราะมีการค้าขายกับทหารฝรั่งเศสได้กำไรดีเงินตราสะพัดเฟื่องฟู

ภายใต้ภาวการณ์อย่างนั้นราษฎรจึงต้องปกครองกันเอง ต้องจัดตั้งนายบ้านกำนันรวมกลุ่มกันคนจีนก็เช่นกันที่ต้องมีองค์กรหรือสมาคมในกลุ่มของตน

คูชุ่นเส็ง หรือ จีนเส็ง ต้นตระกูลชินวัตรก็อยู่ภายใต้บรรยากาศแบบดังกล่าวเหมือนกับราษฎรอื่นๆ ก็คือ เป็นคนจีนในเขตตลาดบางกะจะซึ่งเคยมีการรวมกลุ่มเป็นอั้งยี่งี่เฮง คำถามน่าสนใจคือ เขาอยู่แบบแกนนำหรือแบบแกนนอน แต่ที่แน่ๆ ชีวิตของครอบครัวเชื้อสายจีนบ้านบางกะจะคนหนึ่งย่อมต้องเกี่ยวข้องพัวพันกับสมาคมลับงี่เฮ็งไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หากไม่ใช่หัวหน้าคณะเองก็ย่อมต้องมีฐานะหนึ่งใดอยู่ในนั้น

จนเมื่อรัฐบาลสยามตกลงเรื่องยกดินแดนให้กับฝรั่งเศสจนเป็นที่พอใจในพ.ศ.2447 ฝรั่งเศสจึงถอนกองกำลังจากจันทบุรีไปตั้งที่เมืองตราด

จุดน่าสนใจอยู่ตรงนี้ อยู่ตรง พ.ศ.2447-2448 นี่เอง !

ยิ่งลักษณ์บอกว่าปู่ทวดของเธอเคยอยู่ที่ตลาดน้อยบางรักก่อนจะย้ายไปเชียงใหม่ ประวัติของนายเชียง ชินวัตร (ลูกชายคูชุ่นเส็งปู่ของยิ่งลักษณ์) ก็ชัดเจนว่าเคยศึกษาที่อัสสัมชัญบางรักระหว่าง 2448-2451 เป็นเวลาประมาณ 3 ปี

นั่นแสดงว่าคูชุ่นเส็ง ย้ายหรือทยอยย้ายครอบครัวจากบ้านบางกะจะถิ่นฐานดั้งเดิมที่ปักหลักมายาวนาน (หรือหากยึดพ.ศ.การขึ้นบกมาสยามตามยิ่งลักษณ์ก็คือ 45 ปีเต็มที่คูชุ่นเส็งปักหลักที่บางกะจะ) ไปอยู่บางรัก กรุงเทพฯ

น่าสนใจว่าเหตุใดต้องย้าย ? ทำไมต้องย้ายในปีพ.ศ.2488 ? มันช่างบังเอิญยิ่งที่สอดคล้องกับการถอนทหารของฝรั่งเศสทำให้อำนาจปกครองของสยามเหนือเมืองจันทบุรีกลับคืนมาอีกครั้งในปีดังกล่าว

คำถามน่าสนใจคือ ทำไมคูชุ่นเส็ง หรือ เส็ง (หรือไม่แน่ ง่วนเส็ง) ต้องผละจากถิ่นฐานดั้งเดิมที่ผูกพันยาวนานในช่วงปี 2448-2449

เป็นไปได้หรือไม่ว่า “ชุ่นเส็ง” หรือ “เส็ง” มีความเกี่ยวข้องทางใดทางหนึ่งกับ “ง่วนเส็ง” ผู้เป็นหัวหน้าก๊กชาวจีนย่านบางกะจะ จึงเกิดพัวพันกับคดีการทำร้ายร่างกายผู้พิพากษาจากเมืองตราดนามว่า หลวงวิพิธพจนาการ จนบาดเจ็บเหตุเกิดในช่วงที่ทหารฝรั่งเศสถอนจากจันทบุรีไปอยู่เมืองตราดได้ระยะหนึ่ง

เพราะเหตุหัวหน้าอั้งยี่ชื่อ ง่วนเส็ง ให้ลูกน้องทำร้ายร่างกายข้าราชการซึ่งในยุคนั้นคือชนชั้นปกครองหรือไม่ที่ทำให้มีผู้ต้องอพยพออกจากถิ่นฐานบางกะจะออกไป ?

หรือว่าเรื่องราวหาเป็นเช่นนั้นเลยเพราะ คูชุ่นเส็งเบื่อหน่ายชายทะเลและได้ช่องทางทำมาหากินใหม่ทางเชียงใหม่จึงอพยพครอบครัวในช่วงที่ตนเองก็อยู่ในวัยชราออกมาเผชิญโชคปักหลักใหม่ทางภาคเหนือโดยไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องอำนาจฝรั่งเศส อำนาจสยาม หรือคดีความใดๆ ?

ปุจฉาดังกล่าวรอคอยหลักฐานแวดล้อมอื่นๆ มาวิสัชนากันต่อไป เพราะในสังคมข้อมูลข่าวสาร-สังคมเปิดแบบประชาธิปไตย ประวัติชีวิตและความเป็นมาของนักการเมืองโดยเฉพาะผู้นำประเทศย่อมควรจะเปิดเผยอยู่ในการรับรู้และวิพากษ์วิจารณ์ ประวัติตอนใดที่คลุมเครือไม่สมบูรณ์ก็สมควรจะยกมากล่าวถึงเพื่อให้เกิดค้นคว้าต่อเติมให้สมบูรณ์ต่อไป

1759
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.120.60.76 วันที่: 10 มีนาคม 2557 เวลา:14:07:36 น.  

 
 
 
เปลว สีเงิน
ค้งสุดท้าย "ดี-ชั่ว" แต่ละขั้วคน
ต้องออกมาช่วยกันอภิบาลรักษา "บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข" เป็นพิเศษนะ...ตอนนี้
บอกว่า "บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข" อาจงง เอ๊ะ...ใคร อะไร ที่ไหนกัน ก็ตามโรงพยาบาล ตามสาธารณสุขจังหวัด ตำบล อำเภอ หมู่บ้านนั่นแหละ
ในขณะที่สังคมอ่อนแอ ยอมให้กับระบอบทักษิณโกงบ้าน-กินเมือง ประเทศชาติตกต่ำถึงขั้นยอมรับนับถือกันว่า...รัฐบาลโกงไม่เป็นไร ได้แล้วเอามาแบ่งปัน
กระทรวงสาธารณสุข นำโดยปลัด "นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์" ออกมาคัดท้ายสังคมชาติ ประกาศไม่ยอมรับอำนาจระบอบทักษิณ
แล้วแพทย์-พยาบาล ทั่วประเทศ ก็ออกมาต้านรัฐบาลโกงชนิด "ตาต่อตา-ฟันต่อฟัน" ขึ้นป้ายตามโรงพยาบาลทั่วประเทศ
"ชาวสาธารณสุข.....
ดูแลประชาชนทุกคน ไม่เลือกปฏิบัติ
ขอประณามผู้ที่ใช้ความรุนแรง
ไม่เอารัฐบาลที่โกงประชาชน"
ป้าย "ไม่เอารัฐบาลโกง" ที่พรึ่บทั่วประเทศ สอดรับกับการรณรงค์ต้านทุจริต คอร์รัปชันในวงราชการของ "องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน" โดยคุณประมนต์ สุธีวงศ์
การ "ปลุกสำนึก" คนในสังคมชาติให้ตื่น จากแพทย์-พยาบาล จาก ๗ สถาบันต้านคอร์รัปชัน ที่ทำกันชนิด "ถึงลูก-ถึงแม่"
แทนที่รัฐบาลโดยยิ่งลักษณ์จะชื่นชม-พอใจ เพราะช่วยให้ประเทศชาติคืนคุณธรรม
แต่ปรากฏว่า บ้านคุณประมนต์ได้รับรางวัลเป็นลูกระเบิด
โรงพยาบาล สถานสาธารณสุขทั่วประเทศ ถูกเสื้อแดงบุกปลดป้าย ข่มขู่ คุกคาม ถึงขั้นตัดน้ำ-ตัดไฟ มุ่งร้ายหมายปองชีวิต!
สดๆ ร้อนๆ ที่สิงห์บุรี และเมื่อวานที่ราชบุรี เสื้อแดงบุกไปให้หมอปลดป้ายที่รณรงค์.....ไม่เอารัฐบาลที่โกงประชาชน
ก็เป็นข้อความที่ "ถูกต้องที่สุด" แล้ว มิใช่หรือ?
ผมอยากให้พี่น้องประชาชนทุกถิ่น-ทุกที่ ใช้สติสัมปชัญญะตัวเองตรองให้ดี อย่าทำบาปให้ตัวเอง ให้ลูกหลาน ให้ประเทศชาติ ไปปลดป้าย ไปข่มขู่ แพทย์-พยาบาล ด้วยโง่เขลา ตามรัฐบาลโจรมันสั่ง
เราไปปลดป้าย แสดงว่าเราต้องการรัฐบาลโกงประชาชนอย่างนั้นหรือ เราชอบให้มีรัฐบาลโกงมาบริหารประเทศหรือ?
คิดให้ดี มีสติกันบ้าง ที่พวกรัฐบาลโกรธแค้น ชวนไปปลดป้าย ไปข่มขู่แพทย์-พยาบาลนั้น แสดงว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์-ทักษิณ เป็นรัฐบาลโกงชาติ โกงประชาชน จึงร้อนตัว

1915
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 110.169.233.179 วันที่: 11 มีนาคม 2557 เวลา:9:50:28 น.  

 
 
 
"รมว.สธ" รู้สึกไม่สบายใจ ที่บุคลากรแพทย์ขึ้นป้ายประท้วงทางการเมือง เนื่องจากเป็นสถานพยาบาลที่ให้บริหารปชช. ออกบันทึกสั่งถอด "ป้ายที่ไม่เป็นประโยชน์กับทางราชการ" ออก

เพจผู้ใช้นามว่า "นายแพทย์ประดิษฐ สินธวณรงค์ P.Sintavanarong" แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีที่กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองขึ้นป้ายต่อต้านต่างๆ ตามสถานพยาบาลแต่ละแห่งว่า ตนรู้สึกไม่สบายใจ และเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะโรงพยาบาลและสถานพยาบาลนั้น เป็นสถานที่ให้บริการประชาชน ทั้งนี้ยังระบุว่าตนพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกฝ่าย และอยากเห็นการรักษาไว้ซึ่งจรรณยาบรรณของวิชาชีพ


โดยแสดงความเห็นทั้งหมดว่า "ตามที่มีการแสดงข้อคิดเห็นทางการเมืองของกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในรูปแบบต่างๆ ทั้งแถลงการณ์ การรวบรวมรายชื่อ หรือชักชวนเข้าร่วมการประท้วง และการแขวนป้ายแสดงข้อคิดเห็นต่างๆ ในหรือบริเวณโรงพยาบาล และสถานพยาบาลต่างๆ ซึ่งทำให้มีกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขอีกกลุ่มหนึ่ง ตลอดจนมีประชาชนที่เป็นแนวร่วมด้านงานสาธารณสุข เช่น กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม) หรือแม้กระทั่งสาธารณชน นักวิชาการทั่วไปที่อยู่นอกวงสาธารณสุข ออกมาคัดค้านการกระทำดังกล่าว


ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่เรียนจบแพทย์ศาสตร์และเคยประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ รู้สึกไม่สบายใจและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะโรงพยาบาลและสถานพยาบาลนั้น เป็นสถานที่ให้บริการประชาชน ดูแลรักษาความเจ็บไข้ เป็นที่พึ่งพาของประชาชนทุกคน บุคลากรสาธารณสุขทุกคนย่อมมีหน้าที่และจิตสำนึกที่ต้องดูแลมนุษย์ทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ ศาสนา หรือความคิดเห็นที่แตกต่าง ในขณะที่การแสดงออกทางการเมืองที่แตกต่างขัดแย้งจนอาจนำไปสู่ความรุนแรงได้จะทำให้เกิดความไม่สบายใจต่อประชาชนผู้มารับการรักษา และความไม่ไว้วางใจว่าจะได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมกันหรือไม่


ผมต้องการเห็นการรักษาไว้ซึ่งจรรยาบรรณของวิชาชีพ ต้องการเห็นการให้บริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพและเท่าเทียมกัน ดังนั้น ผมจึงอยากขอให้ทุกคนเข้าใจว่า การแสดงออกถึงจุดยืนที่แตกต่างนั้นเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ตามระบอบประชาธิปไตย และเป็นความสวยงามยิ่งหากการแสดงนั้น เคารพซึ่งสิทธิและเสรีภาพ การให้เกียรติซึ่งกันและกันตามหลักความมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน และตามวิถีทางที่ชอบที่ควร มีมนุษยธรรมและเมตตาธรรม ไม่กระทบต่อการให้บริการต่อประชาชนทุกคน ผมพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อให้สิ่งที่ผมกล่าวนั้นเป็นจริง และเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขทุกคนครับ"

4484
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 110.169.233.179 วันที่: 11 มีนาคม 2557 เวลา:9:57:00 น.  

 
 
 
แพทย์วอนหยุดคุกคาม
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม สภาวิชาชีพด้านสุขภาพ ประกอบด้วยนายกแพทยสภา นายกสภาการพยาบาล นายกสภาเภสัชกรรม นายกทันตแพทยสภา นายกสภาเทคนิคการแพทย์ นายกสภากายภาพบำบัด ได้ออกแถลงการณ์ต่อกรณีการคุกคาม ข่มขู่สถานพยาบาลโดยการยิงระเบิดใส่โรงพยาบาลและขู่ตัดน้ำ ตัดไฟของสถานพยาบาล ตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

แถลงการณ์ ระบุว่าไม่มีประเทศไหน หรือผู้ใดเขาทำกันแม้ในยามสงครามสถานพยาบาลทุกแห่งเปิดให้ในการรักษาพยาบาลด้วยจริยธรรมทางการแพทย์โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะมีความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติ ศาสนา และความเชื่อ แม้กระทั่งศัตรูเราก็ให้การรักษาอย่างดีที่สุดตามความสามารถ แต่เรื่องความเชื่อและความคิดเห็นที่แตกต่างกันเป็นสิทธิ์ของคนไทยทุกคน ซึ่งจะต้องยอมรับความแตกต่าง จะบังคับให้ทุกคนเชื่อหรือคิดเหมือนเราทุกคนไม่ได้ ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 64 ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ย่อมมีเสรีภาพในการรวมกลุ่มเช่นเดียวกับคนทั่วไป

ทั้งนี้ต้องไม่กระทบประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน และความต่อเนื่องในการจัดทำบริการสาธารณะ และในมาตรา 45 บุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น การจำกัดเสรีภาพจะกระทำมิได้

ที่ประชุมนายกสภาวิชาชีพด้านสุขภาพเรียกร้อง ขอให้ยุติ ความรุนแรงที่พุ่งเป้าต่อบุคลากรทางการแพทย์และสถานพยาบาล ส่งเสริมให้มีการปฏิบัติตามหลักสากลและหลักมนุษยธรรม และขอเรียกร้องให้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลความปลอดภัยและความมั่นคงของประเทศ ช่วยดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดสภาวิชาชีพด้านสุขภาพขอให้กำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ

9808
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 110.169.233.179 วันที่: 11 มีนาคม 2557 เวลา:10:03:46 น.  

 
 
 
ท่านขุนน้อย
สู่ขั้นแตกหัก!!!
ภายใต้บรรยากาศใกล้ถึงช่วงเวลาแห่ง การแตกหัก ตามที่ ดอกเตอร์เหลิม ก๊าบๆๆ ได้ประเมินสถานการณ์เอาไว้ หลังเดินทางไป รับแผน ที่สิงคโปร์ ศักยภาพและขีดความสามารถของ กองกำลังผีบุญยุคใหม่ จะนำมาซึ่งความฉิบหาย วายวอด ให้กับราชอาณาจักรไทยอันมิอาจแบ่งแยกได้มาก-น้อยขนาดไหน คงต้องลองย้อนอดีตกลับไปดูฉากสถานการณ์ในยุคที่ กองกำลังผีบุญยุคเก่า ลุกฮือขึ้นมาแยกบ้าน แยกเมือง เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้วให้ชัดๆ กันอีกซักเที่ยว...
----------------------------------------------------
ถ้าว่ากันตามคำอธิบายของนักประวัติศาสตร์พื้นบ้าน อย่างคุณพ่อ นิวัฒน์ ศรีสุวรนันท์ บิดาบังเกิดเกล้าของ เดอะปื๊ด พลเอก รณชัย ศรีสุวรนันท์ ผู้วายชนม์ไปเมื่อหลายปีที่แล้ว ความคึกคัก กระเหี้ยนกระหือรือ ของกองกำลังผีบุญยุคเก่า ที่อุบัติขึ้นมาในอาณาเขตประเทศไทยเมื่อช่วงประมาณปี ค.ศ.1901 หรือ พ.ศ.2444 นั้น แทบไม่ต่างอะไรไปจากกองกำลังผีบุญยุคใหม่ ในช่วง ณ ขณะนี้เอาเลยแม้แต่น้อย ดังคำบรรยายที่ระบุเอาไว้ว่า... เมื่อมีองค์ธัมมิกราช (ผีบุญ) เกิดขึ้น ทำให้ราษฎรเชื่อคำกล่าวในลายแทงยิ่งขึ้น คนทั้งหลายเริ่มออกแสวงหาที่พึ่ง ที่หวังร่ำรวยก็เอากรวด ทราย ที่หัวโล่เมืองเสลภูมิไปบูชา ที่อยากหมดกรรม หมดเวร ก็ไปทำพิธีตัดกรรม ตัดเวร ที่บ้านหนองอีตุ้ม ที่อยากอยู่ยง คงกระพัน ก็ไปสมัครเป็นลูกศิษย์องค์มั่น ราษฎรรายใดที่ได้ไปพบเห็นองค์ธัมมิกราช (องค์มั่น) ด้วยตัวเอง ต่างก็มาอวดความวิเศษต่างๆ นานา ตามที่ตนได้ไปพบเห็นมา เรื่องเล็กถูกกุให้เป็นเรื่องใหญ่ขึ้นๆ พอตกเวลาใกล้เดือนหกตามลายแทง ก็มีเสียงกระซิบ กระซาบว่า ควายบ้านโน้นทำเสียงโฮกฮากเหมือนยักษ์ บ้างก็ว่ากรวดทรายมีเสียงดิ้นกรุ๋งกริ๋งเหมือนเสียงเงิน เสียงทอง ผลที่สุดประชาชนทั่วไปก็แตกตื่นเป็นวงกว้าง ต่างก็ทิ้งบ้านเรือนออกแสวงหาที่พึ่ง ใครมีวัว ควาย หมู เห็ด เป็ด ไก่ ก็นำมาถวายผู้มีบุญ (ผีบุญ) ขอเป็นที่พึ่ง บ้านเมืองเวลานั้นสงัดเงียบ วังเวง ถึงขนาดกล่าวกันว่า แม้แต่หมาก็ไม่เห่า ไก่ก็ไม่ขัน แต่ตรงกันข้าม ทางสำนักผู้มีบุญ กลับมีเสียงหมู เห็ด เป็ด ไก่ ร้องระงม เสียงหัวเราะเพราะความอิ่มหนำ สำราญ เสียงกระบี่ กระบอง กระทบกันดังผัวะๆ เสียงไชโยโห่ฮิ้ว เสียงกระหึ่มของฆ้อง มุย มิได้ขาด เสียงแคน เสียงแอ่ว ฟังแล้วยิ่งประหลาดกับเนื้อร้องที่ว่าเดือนสามค่อยลมวอยๆ ให้ฟ้าวหม่วน...เดือนหกค่อยแคนน้อยสิช่วยกัน...อันหมายถึงการส่งสัญญาณการเตรียมกำลังกันในเดือนสาม เพื่อที่จะออกรบในเดือนหก...นั่นเอง
----------------------------------------------------
นี่...เรียกว่า พอๆ กับบรรยากาศการปลุกระดมวลชนอาสาสมัคร ของแรมบ้ง แรมบ้า ช่วงนี้เอาเลยทีเดียว แม้ว่าบางจุด บางพื้นที่ อาจเป็นไปในแบบ การชุมนุมโดยสงบ และปราศจากมนุษย์ อยู่บ้างก็ตาม แต่ในแง่คำพูด คำจาของบรรดาพวก ผีบุญ บนเวที ต้องเรียกว่าเล่นกันแบบสุดหลอด สุดลิ่มทิ่มริดสีดวงทวาร กะจะเอาเป็น เอาตาย กะจะกระทืบศาล องค์กรอิสระ ไปจนถึงกองทัพไทยทั้งกองทัพ ให้แหลกลาญคาตีนเอาเลยก็ว่าได้ แต่เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างได้เข้าสู่จุด แตกหัก แบบที่ ดอกเตอร์เหลิม ก๊าบๆๆ ให้คำนิยามเอาไว้ ในช่วงเดือนมีนาคม ค.ศ.1902 เมื่อผีบุญในอดีตอย่าง องค์มั่น ได้นำพาสาวก (อาสาสมัคร) บุกเข้าโจรกรรมและเผาเมืองเขมราฐ ฆ่ากรมการเมืองตายไป 2 คน จับตัวพระเขมรัฐเดชประชารักษ์ ข้าหลวงประจำเมืองไว้เป็นตัวประกัน ก่อนถอยกองกำลังติดอาวุธประมาณ 1,500 คนไปตั้งฐานบัญชาการอยู่ที่บ้านสะพือ แถมยังฆ่าทหารจำนวนถึง 12 คนที่ กรมหลวงสรรพสิทธิ์ประสงค์ ข้าหลวงมณฑลอีสานส่งไปสังเกตการณ์ชนิดตายเรียบวุธ...
------------------------------------------------------
การปะทะแบบ แตกหัก จึงได้เริ่มขึ้นในช่วงวันที่ 2 เมษายน ค.ศ.1902 เมื่อ กรมหลวงสรรพสิทธิ์ประสงค์ ตัดสินใจใช้กำลังขั้นเด็ดขาด ส่งทหารปืนใหญ่ 100 นายพร้อมอาวุธครบมือ และปืนใหญ่อีก 2 กระบอก เคลื่อนพลจากอุบลราชธานีไปยังบ้านสะพือ ภาพเหตุการณ์ที่คุณพ่อ นิวัฒน์ ศรีสุวรนันท์ บรรยายเอาไว้จึงเป็นไปดังนี้ กองทัพบ้านเมืองแบ่งเป็น 3 ตอน คือทหารและปืนใหญ่อยู่กลาง กำลังฝ่ายพลเรือนซึ่งมีอาวุธหอก ดาบ และปืนคาบศิลาเป็นหลัก อยู่ทางปีกซ้ายและปีกขวา ส่วนกำลังขององค์มั่นหลังจากที่ได้รับแจกอาวุธ หอก ดาบ ปืนผาหน้าไม้ ซึ่งผ่านการทำพิธีเสกเป่าครบถ้วนแล้ว ก็มั่นใจว่าตัวเองต้องเป็นฝ่ายชนะ แสดงความฮึกเหิมเต้นแร้งเต้นกา ด้วยความเชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์ขององค์มั่น...ในช่วงต้นๆ แม่ทัพฝ่ายบ้านเมืองเกรงว่าราษฎรจะถูกกระสุนปืนใหญ่ตายเสียเปล่า จึงสั่งให้ทหารไปเที่ยวตะโกนบอกให้องค์มั่นยอมแพ้ และให้ราษฎรหลีกหนีไปให้ไกลๆ แต่ฝ่ายองค์มั่นกลับยิงปืนใส่ทหารฝ่ายรัฐบาล ดังนั้น...แม่ทัพจึงสั่งปราบเด็ดขาด ระดมยิงปืนใหญ่เข้าไปในค่ายองค์มั่นทั้ง 2 กระบอก ฝ่ายสานุศิษย์ (กองกำลังอาสาสมัคร) องค์มั่นถูกกระสุนปืนลูกแตกล้มตายไปประมาณ 300 คนที่เหลือแตกหนีไป ส่วนองค์มั่นได้ถอดหมวกทิ้งไว้ในค่าย ปลอมตัวเป็นชาวนา หลบหนีไปพร้อมลูกน้องประมาณ 10 คน พระเขมรัฐฯ เจ้าเมืองเขมราฐ ที่องค์มั่นคุมไว้เป็นตัวประกันไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด จับเชลยที่บ้านสะพือได้ประมาณ 200 คน และจับได้ระหว่างเดินทัพกลับอุบลฯ อีก 200 คน เพราะราษฎร 2 ข้างทางเห็นกองทัพเดินมาเป็นขบวนใหญ่ เข้าใจว่าเป็นกองทัพองค์มั่นจะยกไปตีอุบลฯ จึงตามเข้ามาสมทบและถูกจับเพิ่มเติมตามจำนวนดังกล่าว เชลยทั้งหมดถูกคุมตัวไว้ที่ทุ่งศรีเมือง ส่วนองค์มั่นหลบหนีไปได้ เก็บได้แต่หมวกหนีบสักหลาดสีแดง ขอบสีเข้มขาบ ปักลวดลายด้วยดิ้นทอง ทางการได้ส่งมาเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่กรุงเทพฯ...
-------------------------------------------------
นี่...ก็เอาเป็นว่าไม่ว่าความหมายของคำว่า แตกหัก ของ ดอกเตอร์เหลิม ก๊าบๆๆ จะออกมาในรูปลักษณะไหนก็แล้วแต่ เมื่อพิจารณาจากบทบาท ความเคลื่อนไหวของ กองกำลังผีบุญยุคใหม่ ซึ่งแทบไม่ได้ต่างอะไรไปจาก กองกำลังผีบุญยุคเก่า เอาเลยแม้แต่นิด ผลสรุปสุดท้าย...มันคงไม่ได้แตกต่างไปจากกันซักกี่มากน้อย ส่วนใครจะหนีได้ หรือหนีไม่ได้ คงขึ้นอยู่กับความไวของใครก็ของมัน ยกเว้น องค์มั่นยุคใหม่ ที่ไม่ต้องเสียเวลาหนี เพราะนั่งกระดิกตีนอยู่ที่ดูไบ ที่มอนเตเนโกรมาตั้งแต่ต้น ปล่อยให้ขี้ข้าและทาสทั้งหลายตายเพื่อสังเวยอำนาจและผลประโยชน์ของตัวเองมาโดยตลอด...
------------------------------------------------------
ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Confucius (อีกครั้ง...และอีกครั้ง)... “To lead untrained people to war is to throw them away.- นำพลเมืองที่ไร้การฝึกปรือเข้าสู่สงคราม คือการนำเอาชีวิตของพวกเขาไปทิ้งขว้างเสียเปล่าๆ...”

8009
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 110.169.233.179 วันที่: 11 มีนาคม 2557 เวลา:10:09:04 น.  

 
 
 
ยุคเถื่อน! ร้อยกว่าปีไม่เคยเจอ ประธานศาลปกครองสูดสุดร้องขอตั้งตำรวจศาลดูแลความปลอดภัยกันเอง หลังพึ่งพาหน่วยงานอื่นไม่ได้ ยอมรับตุลาการถูกคุกคาม ทั้งยิงและขว้างระเบิดใส่ ตัวเองก็เคยถูกขู่ฆ่า หากไม่ได้รับการคุ้มครองอาจส่งผลให้การตัดสินคดีเบี่ยงเบนได้ เผยศาลยุติธรรม-ศาลรัฐธรรมนูญมีความคิดเห็นเช่นเดียวกัน ขณะที่แดงโคราชเปิดแผนชัตดาวน์องค์กรอิสระ ใช้ทุน 65 ล้านต่อเดือน เป้าหมายไล่ล่าศาล รธน. อ้างตัดแขนขา ระบอบอำมาตย์เผด็จการ
นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด แถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ 13 ปี ศาลปกครอง และการเปิดทำการแผนกคดีบริหารงานบุคคลในศาลปกครองสูงสุด และศาลปกครองชั้นต้นทุกแห่งพร้อมกันทั่วประเทศ มีประเด็นที่น่าสนใจคือ การพูดถึงภัยคุกคามที่ศาลถูกกระทำ และมีแนวโน้มว่าจะกระทบต่อการทำงานของศาล
เขากล่าวว่า องค์กรตุลาการในปัจจุบันมีความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองอย่างมาก แต่ก็ไม่เคยมีครั้งใดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่องค์กรตุลาการและศาลจะถูกข่มขู่คุกคามในการปฏิบัติหน้าที่ เรื่องดังกล่าวตนเคยพูดมาเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ซึ่งตนเห็นว่าประเทศเราไม่มีองค์กร หรือส่วนงานที่คอยดูแลคุ้มครองความปลอดภัยบุคลากร หรือเจ้าหน้าที่ของศาล แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทำให้ถึงเวลาที่ต้องกลับมาพูดเรื่องนี้ โดยอาจเป็นหน่วยงานที่เรียกว่า "ตำรวจศาล" เป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อศาล ไม่ใช่หน่วยงานภายนอก ตำรวจศาลจะมีความสำคัญในการทำงานของผู้พิพากษา ที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนเองอย่างตรงไปตรงมา ถูกต้องยุติธรรม
"ถ้าเผื่อว่าตุลาการหรือผู้พิพากษาไม่ได้รับการคุ้มครอง ไม่เชื่อมั่นในความปลอดภัยที่จะมี ผมคิดว่ามันมีผลสำคัญต่อการทำงาน จะทำให้การตัดสินคดีนั้นมันเบี่ยงเบนไปได้ เพราะฉะนั้น จะทำอย่างไรให้การปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรตุลาการไม่เป็นอย่างที่พูด เพื่อให้องค์กรตุลาการศาลเป็นหลักให้แก่บ้านเมือง ในการแก้ปัญหาของบ้านเมืองในทางสันติวิธี และเกิดความสงบสุขให้แก่บ้านเมืองได้"
นายหัสวุฒิบอกว่า ที่ผ่านมามีการยิง การขว้างระเบิดใส่ศาลยุติธรรม หรือการให้ข่าวต่อสื่อมวลชนว่าจะมีการคุกคามตัวบุคคล เช่นบอกว่าจะติดตามไปยังที่อยู่ตุลาการผู้พิพากษา ทั้งนี้ ประเทศไทยมีกระบวนการยุติธรรมมากว่า 100 ปีแล้ว แต่เหตุการณ์คุกคามศาลเพิ่งมาเกิดเหตุในช่วงหลังๆ นี้
ถามถึงการตั้งตำรวจศาล ว่าควรให้หน่วยงานใดดำเนินการให้เกิดขึ้น ประธานศาลปกครองสูงสุดตอบว่า ควรเป็นศาลเองที่จะต้องดำเนินการ ซึ่งศาลยุติธรรมและศาลรัฐธรรมนูญก็มีความคิดเรื่องนี้เช่นกัน เพราะเมื่อมีโอกาสพูดคุยกับศาลยุติธรรม ก็จะมีการแลกเปลี่ยนความเห็นกันในเรื่องนี้ ทั้งนี้ หากเป็นหน่วยงานอื่นมาจัดตั้ง เราจะรู้ได้อย่างไรว่าการคุ้มครองความปลอดภัยจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่
นายหัสวุฒิระบุด้วยว่า ปัจจุบันยังไม่มีระบบการดูแลผู้พิพากษาหรือตุลาการเลย แต่ละครั้งที่เกิดการคุกคามศาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะส่งกำลังมาดูแลเป็นครั้งคราว ซึ่งไม่ใช่ระบบการดูแลศาลหรือตุลาการ เพราะไม่ใช่หน่วยงานประจำภายในของศาลที่จะสร้างความมั่นใจได้มากกว่า ส่วนหน่วยงานนี้จะเกิดเมื่อไหร่เป็นเรื่องที่ตอบไม่ได้ หรืออาจจะเกิดไม่ได้เลยเพราะเปลืองงบประมาณ เครื่องมือ และอุปกรณ์ต่างๆ แต่ถ้าฝ่ายบริหารเห็นความจำเป็นตั้งงบประมาณให้ การจัดตั้งก็คงเป็นไปได้เร็ว
"ผมยกตัวอย่างให้ชัดๆ เลย เมื่อหลายปีที่ผ่านมาผมเคยถูกขู่ฆ่า แล้วก็มีเพื่อนๆ เสนอว่าจะหาคนคุ้มครอง หรือบอดี้การ์ดให้จากตำรวจจากทหาร แต่ผมไม่รู้ว่าใครเป็นคนขู่ผม เพราะฉะนั้นหน่วยงานภายนอกเป็นคนเสนอตัวเข้ามา มันอาจจะเป็นคนที่ขู่ผมและเข้ามานั่งอยู่ข้างๆ ผม ซึ่งจะสามารถฆ่าผมได้ง่ายกว่า" ประธานศาลปกครองสูงสุดกล่าว
หลังจากแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นัดแกนนำเสื้อแดงทั่วประเทศประชุมใหญ่เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่ จ.นครราชสีมา โดยให้แกนนำแต่ละภาคกำหนดยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี วางแนวทางการเคลื่อนไหวตอบโต้กลุ่มที่ต้องการล้มรัฐบาล
ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในแวดวงคนเสื้อแดง โดยนายยรรยง ป้อมไชยา ในฐานะประธานกลุ่มแดงอิสระโคราช ได้ทำเอกสารความยาว 9 หน้า "แดงอิสระลั่นกลองรบ ร่วมกับ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ชัตดาวน์องค์กรอิสระ 9 กบฏ ตลก." เสนอไปถึงแกนนำ นปช.ส่วนกลาง ซึ่งเนื้อหานั้นมีข้อเสนอที่รุนแรง และเป็นเอกสารเดียวกับที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.นำไปปราศรัยที่เวทีสวนลุมพินี เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
เนื้อหาช่วงแรกจำแนกผู้ที่เกี่ยวข้องในสถานการณ์ปัจจุบันเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ ฝ่ายอำมาตย์กับฝ่ายประชาธิปไตย นอกจากมีเนื้อหาที่เป็นการเสนอวิธีปฏิบัติแล้ว บางช่วงยังได้วิพากษ์วิจารณ์พวกเดียวกันเองด้วย
สำหรับฝ่ายระบอบอำมาตย์นั้น มีความมุ่งมั่นสูงที่จะนำไปสู่จุดแตกหักเพื่อทำลายล้างวงศ์ตระกูลชินวัตร พรรคการเมือง ระบอบทักษิณ การปกครองระบอบประชาธิปไตย และประสงค์ให้ทหารสนับสนุนทั้งทางตรงและทางอ้อม
ทางตรงคือทำรัฐประหารเอง ทางอ้อมก็คือคุ้มครองประชาชนที่ลุกขึ้นสู้ โดยไม่ร่วมมือกับรัฐบาลในการควบคุมสถานการณ์ และแอบช่วยสนับสนุนทางลับ เช่น เป็นการ์ดคุ้มกัน คุ้มครองมวลชนด้วยอาวุธ ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี จึงใช้วิธีการลุกขึ้นสู้ในเมืองกดดันรัฐบาลยาวนาน รอคอยโอกาสเหมาะสมเพื่อให้เกิดความรุนแรง การใช้องค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งกระบวนการยุติธรรมอื่นๆ มากำจัดฝ่ายการเมืองและประชาชนที่รักประชาธิปไตย
สำหรับฝ่ายประชาธิปไตยนั้น มีความพยายามเปิดเกมรุกทางการเมืองแต่ไม่เป็นผล ได้แก่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ การออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม การปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมงบประมาณ 2 ล้านล้านบาท การจำนำข้าว ถูกสกัดการใช้อำนาจจากองค์กรอิสระและสถาบันตุลาการ ทำให้รัฐบาลเปลี่ยนสถานะจากรุกเป็นรับ ถอยร่นจนต้องยุบสภาฯ พร้อมกับเผชิญยถากรรมทางคดีความอันหนักหน่วง
การทบทวนยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีเฉพาะหน้าในสถานการณ์วิกฤติการเมือง ผู้รักประชาธิปไตยจึงเป็นสิ่งจำเป็นต้องระดมพลังกาย พลังใจ พลังสมอง และทุนทรัพย์เพื่อต่อสู้ในศึกใหญ่นี้ จึงต้องขอสนับสนุนภารกิจชัตดาวน์องค์กรอิสระเพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตย
เนื้อหาช่วงหนึ่งระบุว่า การปิดล้อมสำนักงานและขับไล่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คนออกจากตำแหน่ง จึงเป็นเหมือนการตัดมือตัดเท้าของระบอบอำมาตย์เผด็จการโดยตรง เพื่อประกาศให้ประชาชนทั้งในและต่างประเทศได้รับรู้ถึงการตอบโต้จากประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริงแบบแตกหักและรุนแรง เพื่อให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต่อไปมีจิตสำนึกในภาระหน้าที่ที่ถูกต้องของตนเอง กลุ่มแดงอิสระและประชาชนผู้รักประชาธิปไตยพร้อมที่จะกำจัดระบอบอำมาตย์เผด็จการให้หมดไปจากประเทศ
เอกสารยังระบุถึงยุทธวิธีซึ่งมี 10 ข้อ ประกอบด้วย 1.นัดหมายวัน เวลา ปิดล้อมศาลรัฐธรรมนูญร่วมกับแดง นปช.ส่วนกลางใน กทม. ปริมณฑล 2.ใช้มวลชนเสื้อแดง 3 พันคน เป็นกลุ่มผู้ชุมนุมหลักของแดงอิสระโคราช สับเปลี่ยนเวียนผู้ชุมนุม 10 วันครั้ง (จัดรถรับส่งโคราช-กทม.ไปกลับ) 3.จัดตั้งการ์ดรักษาความปลอดภัย รปภ.จำนวน 260 คน 4.จัดตั้งกองกำลังเคลื่อนที่เร็ว 2 ชุด ชุดละ 20 คน รวม 40 คน และควบคุมฝูงชน 5.จัดตั้งที่ทำการยุทธ์โดยมืออาชีพ ใช้บุคลากรจำนวน 5 คน
6.จัดตั้งเวทีปราศรัยกลางวัน กลางคืนทุกๆ วัน มีวิทยากรหลัก 3 คน และเชิญผู้ทรงคุณวุฒิปราศรัยทุกคืน 7. ห้ามพนักงานเข้าออก ปิดน้ำ ปิดไฟ แต่ไม่ทำลายทรัพย์สินของสำนักงาน 8.จัดทำเอกสารยื่นคำขาดให้ตุลาการทั้ง 9 คนลาออก ประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ทางโซเชียลมีเดียและหนังสือพิมพ์ 9.จัดตั้งกองอำนวยการเพื่อสนับสนุนกิจกรรมของกลุ่มแดงอิสระโคราช โดยผู้นำชาวโคราช มีสำนักงานเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานเพื่อรับบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภคส่งเข้า กทม.
10.เปิดบัญชีเงินฝากในนามแดงอิสระโคราช โดยหัวหน้าสำนักงานกองอำนวยการและประชาชนขอรับบริจาคกับพี่น้องประชาชนคนโคราช เพื่อใช้เป็นค่าพาหนะ ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่ารักษาพยาบาล ค่าจัดทำพิธีบำเพ็ญกุศลในการฌาปนกิจศพ และค่าตอบแทนของผู้เข้าร่วมชุมนุม
นอกจากนี้ ยังมีการประเมินค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเบื้องต้นต่อเดือน 1.ค่าเบี้ยเลี้ยงผู้เข้าร่วมชุมนุม 3,000 คน คนละ 500 บาทต่อวัน 45 ล้านบาทต่อเดือน 2.ค่าเบี้ยเลี้ยงรักษาความปลอดภัย 260 คน คนละ 750 บาทต่อวัน 5.85 ล้านบาทต่อเดือน 3.ค่าเบี้ยเลี้ยงกองกำลังจัดตั้งเพื่อควบคุมฝูงชน 40 คน คนละ 1,000 บาทต่อวัน 1.2 ล้านบาทต่อเดือน 4.ค่าเบี้ยเลี้ยงฝ่ายยุทธการ 5 คน คนละ 1,500 บาท ต่อวัน 225,000 บาทต่อเดือน
5.ค่าใช้จ่ายยานพาหนะ 4 คัน ค่าติดต่อประสานงานฝ่ายยุทธการ 2 แสนบาทต่อเดือน 6.ค่าอาหาร เครื่องดื่ม 3มื้อ วันละ 3,500 คน 12.6 ล้านบาทต่อเดือน 7.ค่าพาหนะ 200 เที่ยวไปกลับ โคราช-กทม.(รถบัส) 8.อื่นๆ ค่ารักษาพยาบาล ค่าตอบแทนวิทยากรประจำเวที โดยรวมทั้งสิ้น 65,075,000 บาทต่อเดือน (ไม่รวมรายการ 7-8)
ขณะที่นายยรรยงค์ ป้อมไชยา ประธานกลุ่มแดงอิสระโคราช ให้สัมภาษณ์ว่า พวกตนเตรียมพร้อมหมดแล้ว โคราชพร้อม ชัยภูมิพร้อม รอเพียงเสียงระฆังเท่านั้น ประชาชนส่วนใหญ่เกิน 80% เห็นด้วยกับพวกตน การเคลื่อนไหวแดงอิสระโคราชไม่เกี่ยวกับ นปช.ส่วนกลาง เพราะเขามีกิจกรรมเยอะ แต่แนวคิดอุดมการณ์ ก่อนเราทำอะไรก็รอฟังยุทธศาสตร์เขาก่อน ถ้าตรงกันก็พร้อม เราทำในนามประชาชนธรรมดา ไม่ใช่เพียงโคราช แต่ทั้งหมดทุกภาคส่วน ในอีสานเขาก็มีโปรแกรมหมดจะทำอะไรบ้าง
นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช.กล่าวว่า นายสุเทพมาอ้างว่าการประชุมของ นปช.ที่โคราช ใช้เงินหลอกประชาชนมาเดินขบวนถึง 65 ล้านบาท อ้างว่าได้จ้างคนมาทั้งหมด 3,000 คน ค่าจ้างคนละ 500 บาท ซึ่งถ้าหากรวมได้จะได้จำนวนเงิน 1.5 ล้านบาทเท่านั้น จะรวมอย่างไรก็ไม่มีทางถึง 65 ล้านบาท จึงเป็นเรื่องโกหกที่ใครๆ ก็ทราบ แต่ทำไมนายสุเทพจึงกล้าพูดบนเวทีสวนลุมพินีเช่นนั้น
ขณะที่นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ โฆษก นปช.กล่าวว่า การที่แดงอิสระโคราชจะเคลื่อนไหวอะไร เราไม่ขัดขวาง เป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ นปช.ส่วนกลางจะเคลื่อนในประเด็นเกี่ยวกับผู้ทำลายระบอบประชาธิปไตย เช่น เกิดรัฐประหาร รัฐบาลไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เป็นต้น เราต่อต้านองค์กรอิสระสำหรับคนที่ตัดสินไม่เป็นกลาง แม้ไม่ถูกใจเมื่อตัดสินออกมาแล้วเราก็ยอมรับ เช่น คดียุบพรรคไทยรักไทย, พลังประชาชน, ตัดสิทธิ์ ส.ส.
สำนักข่าวอิศรา เปิดเผยคำสัมภาษณ์ นพ.เหวง โตจิราการ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยและแกนนำกลุ่ม นปช. กรณีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ แกนนำคนเสื้อแดง ได้จัดตั้งอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติ (อพปช.) ว่า กลุ่มคนเสื้อแดง นปช.ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดตั้ง อพปช. และจะไม่ร่วมเคลื่อนไหวใดๆ กับ อพปช.และนายสุภรณ์ เนื่องจากการจัดตั้ง อพปช.เป็นการตัดสินใจของนายสุภรณ์ ไม่ได้มีการมาปรึกษาหารือกับแกนนำ นปช.แต่อย่างใด รวมทั้งนายสุภรณ์ต้องรับผิดชอบหากมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น.
//www.thaipost.net/news/110314/87301

8446
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 110.169.233.179 วันที่: 11 มีนาคม 2557 เวลา:10:20:43 น.  

 
 
 
" เอ็งกินเหล้า เมายา ไม่ว่าหรอก
แต่อย่าออก นอกทางไป ให้เสียผล
จงอย่ากิน สินบาท คาดสินบน
เรามันชน ชั้นปัญญา ตุลาการ "
ที่มาของบทกลอนนี้มีเรื่องเล่าว่า กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ทรงพิถีพิถันเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นผู้พิพากษา
เป็นอันมาก โดยพระองค์ทรงถือ ว่าความซื่อสัตย์สุจริตเป็นสิ่งสำคัญสำหรับกลุ่มคนในแวดวงตุลาการ ไม่ว่าจะ เป็นนัก
การศาลยุติธรรม หรือนักกฎหมาย

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มีการเลี้ยงข้าวแช่ในพระบรม
มหาราชวัง และได้ทรงพระบรมราชานุญาตให้ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ นำนักเรียนกฎหมายเข้าเฝ้าฯด้วย ณ ที่นั้น
ได้ทรงมี พระราชกระแสดำรัสว่า "รพี พ่อได้ยินว่าผู้พิพากษากินเหล้ามากใช่ไหม ทำไมรพีจึงปล่อยให้เป็นเช่นนั้น"

กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ทรงนิ่งอึ้งอยู่ครู่ใหญ่ แล้วกราบบังคมทูลว่า
"ขอเดชะพระอาญามิพ้นเกล้าฯ ในเวลาที่ข้าพระพุทธเจ้าจะเลือกผู้พิพากษาก็ดี เลื่อนชั้นผู้พิพากษาก็ดี ข้าพระพุทธเจ้า
ถือหลักในใจอยู่เพียงสองข้อคือ ต้องมีสติปัญญาเฉียบแหลมเฉลียวฉลาดอย่างหนึ่ง และต้อง มีความซื่อสัตย์สุจริตอีก
อย่างหนึ่ง พูดสั้นๆ ต้องฉลาดและต้องไม่โกง ถ้าโง่ก็ไม่ทันคน อื่น โจทก์ จำเลย จะต้มเอาได้ ทำให้เสียความยุติธรรม
แต่ถ้าฉลาดแล้วโกงก็ทำ เสียความยุติธรรมอีกเหมือนกันจะซ้ำร้ายยิ่งกันไปใหญ่ ข้าพระพุทธเจ้ามิได้ ไปสอบสวนหรือ
เอาใจใส่กิจธุระส่วนตัวของผู้พิพากษาแต่ละคน ใครจะกินเหล้า เที่ยวเตร่อย่างไร นอกเหนืออำนาจเสนาบดีจะบังคับ"
โดย ลุงเวทย์ เพิ่มบุญ เปลี่ยนภู่

8839
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 110.169.233.179 วันที่: 11 มีนาคม 2557 เวลา:10:29:00 น.  

 
 
 
"ประเทศนี้ไม่ยุติธรรม ระบบยุติธรรมสองมาตรฐาน ทำให้คนเสื้อแดงน้อยเนื้อต่ำใจ ประชดประชันด้วยการแบ่งแยกประเทศ"
เท่าที่ตรวจสอบการให้สัมภาษณ์จากนักวิชาการแดง นักการเมืองในพรรคเพื่อไทย คนในรัฐบาล ส่วนใหญ่ใช้เหตุผลข้างต้น อธิบายถึงปรากฏการณ์ติดป้ายแยกประเทศในแถบอีสานล้านนา
และระหว่างที่ตำรวจเอามือซุกหีบ ส่วนทหารไล่แจ้งความพวกบ้าคลั่งแยกประเทศเพราะถือเป็นภัยความมั่นคงอยู่นั้น
การเปิดรับสมัครกองกำลังเสื้อแดง อ้างว่าเป็นนักรบฝ่ายประชาชนพร้อมพลีชีพได้เพื่อประชาธิปไตยบังหน้า ก็ดำเนินต่อไปโดยไม่มีการขัดขวางจากเจ้าหน้าที่รัฐ
ทั้งๆ ที่ความคิดแยกประเทศกับการสร้างกองกำลังส่วนตัวเรือนหมื่นเรือนแสนนั้น เป็นเรื่องเดียวกัน มีความเกี่ยวโยงกันจนเห็นนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม แนวคิดแยกประเทศอาจมิได้หมายความถึงการแยกดินแดน แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ที่ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอีกต่อไป!
ย้อนกลับไปที่ข้ออ้างระบบยุติธรรมสองมาตรฐาน ที่ผ่านมาระบอบทักษิณพูดเรื่องนี้เฉพาะผลของกระบวนการยุติธรรม แต่มิได้ระบุถึงเหตุก่อนที่เรื่องจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ขณะที่ระบบยุติธรรมสองมาตรฐานเองนั้น เดิมทีระบอบทักษิณนำมาเป็นข้ออ้างในคดียุบพรรค ที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน แต่ไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์
แต่หลังจากนั้น ทุกคดีที่ระบอบทักษิณเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในศาล หรือแม้กระทั่งแค่ตกเป็นจำเลย ล้วนโทษว่าระบบยุติธรรมสองมาตรฐานทั้งสิ้น
การที่คนเสื้อแดงแสดงความน้อยเนื้อต่ำใจ เพราะฝ่ายตนเองมักพ่ายแพ้ในศาลและองค์กรอิสระ แล้วแสดงออกมาในลักษณะเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ นั่นเป็นพฤติกรรมที่เอาเปรียบสุจริตชนกลุ่มอื่นที่ไม่ใช่คนเสื้อแดง หรือไม่ใช่คนรักทักษิณ
หากย้อนไปดูเส้นทางของระบอบทักษิณ จะพบว่ามีการทำความผิดซ้ำซากและต่อเนื่อง จนเกิดพฤติกรรมต่อต้านกฎหมาย กติกาทุกกติกาในสังคม ไม่เว้นแม้กระทั่งรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยจึงทำทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขให้ตนเองเป็นฝ่ายได้รับประโยชน์จากกฎหมายให้ได้
และเมื่อระบอบทักษิณทำความผิดเป็นลูกโซ่ คนในระบอบทักษิณจึงเกิดความรู้สึกเทียมขึ้นมา คิดว่าฝ่ายตนเองไม่ได้รับความยุติธรรม แล้วมโนภาพว่าเป็นฝีมือของอำมาตย์ พานคิดต่อไปว่าเมื่ออยู่ร่วมกันไม่ได้ก็ขอแยกประเทศดีกว่า
ความขัดแย้งในประเทศไทยจึงมีสาเหตุอยู่ที่ ระบอบทักษิณจมปลักอยู่กับ "ผล" แต่ไม่ยอมย้อนกลับไปแก้ไข "เหตุ" ที่ตนเองสร้างขึ้น
อย่างเช่นกรณีจำนำข้าว ถ้ารัฐบาลเชื่อเสียงทักท้วงเมื่อ 1-2 ปีที่แล้วให้แก้ไขเพื่ออุดช่องโหว่คอร์รัปชัน ผลของปัญหา "ยิ่งลักษณ์" จะไม่อยู่ในสภาพผีพรายตายซากเหมือนที่เป็นอยู่
อนาคตแยกประเทศไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริง แต่แยกขังเดี่ยวอาจเป็นไปได้ หาก "ยิ่งลักษณ์" หนีไม่ทัน!.

//www.thaipost.net/news/100314/87234

5240
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 110.169.233.179 วันที่: 11 มีนาคม 2557 เวลา:10:48:12 น.  

 
 
 
วาทะวันนี้จาก ท่านพุทธทาสภิกขุ (อีกครั้ง...และอีกครั้ง)... “เป็นบาป ต่อเมื่อสำนึกบาป : เมื่อยังไม่สำนึกบาป บาปก็ยังเป็นเหมือนน้ำผึ้ง น้ำตาล ไปก่อน ครั้นสำนึกเมื่อใด นรกก็ผุดขึ้นมาในใจ อย่างกะระดมกันมา เขาก็เครียดครัด ทั้งหลับและตื่นเป็นธรรมดา อย่าทำเล่นกะบาปเลย เพราะมันจะต้องสำนึกขึ้นมาในวันใดวันหนึ่งแน่นอน...”.

เครดิต ท่านขุนน้อย

8697
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 58.11.238.196 วันที่: 14 มีนาคม 2557 เวลา:12:56:50 น.  

 
 
 
ท่านขุนน้อย
นรกทั้งเป็น!!!
“เมื่อถามว่า มองหรือไม่ว่า วันนี้รัฐบาลไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหลายๆ ฝ่าย โดยเฉพาะองค์กรอิสระ นายกฯ กล่าวว่า ขอใช้คำว่า ขอความเห็นใจ หลายคนก็มีความตั้งใจ ตนก็ไม่ได้บอกว่าการที่เราขอความเห็นใจแล้วเราไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย อันนี้คนละประเด็นกัน แต่เป็นประเด็นว่าเราอย่าใช้กฎหมาย หรือใช้องค์กรมาทำงานเพื่อเรา จะเรียกว่าเราตัดสิทธิ์ห้ำหั่นกันไปคนละข้างกันเลย เราเพิ่งผ่านพ้นสิ่งที่เราพูดว่า เราไม่อยากเห็นความรุนแรงของการปฏิวัติ แต่เราก็ไม่อยากเห็นการที่เราใช้กฎหมาย หรือใช้องค์กรต่างๆ ในกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือเพื่อให้ได้คำตอบต่างๆ”

-------------------------------------------------

เป็นไงท่าน...ฟังแล้วรู้เรื่องมั้ย!!! นี่ขนาดคัดลอกมาจากเนื้อข่าวในเว็บไซต์ ไทยโพสต์ แท้ๆ คำให้สัมภาษณ์ของนายกฯ เถื่อนคุณน้อง ปู (เน่า) ยิ่งเละ วันวาน เรียกว่า...ขนาดอดีตนายกฯ บิ๊กจิ๋ว ผู้ได้ชื่อว่าพูดเมื่อไหร่ต้องแปลไทยเป็นไทยประมาณสามตลบ เจอกับคุณน้อง ปู (เน่า) ยิ่งเละ ขึ้นมาเมื่อไหร่ คงต้องชิดซ้าย ตกคู ตกคลอง หนีไปโดดแม่น้ำโขงเอาง่ายๆ คือเธอช่างพูดได้แบบคร่อมไป คร่อมมา หาหัว หาหาง หาประธาน กริยา หาสันธาน วิเศษณ์ บุพบท แทบไม่เจอ ยากที่จะแยกแยะออกมาเป็นเอกรรถประโยค อเนกรรถประโยค ได้เลยแม้แต่น้อย แต่โดยรวมๆ หรือโดยผ่านการตีความ แปลความ จากราชบัณฑิตยสถาน ตลอดไปจนนักแปลศิลาจารึกทั้งหลาย น่าจะประมาณได้ว่า เธอคง เฉ็บไช (เจ็บใจ) และ แค้นใจ อยู่ไม่น้อย ดังพอที่จะสังเกตได้ว่าในช่วงวันสองวันมานี้ ถ้าหยิบเอาเรื่องทำนองนี้ขึ้นมาพูดเมื่อไหร่ เธอเป็นต้องน้ำตาคลอ น้ำตาคราง ออกมาจากคอห่านแทบทุกที...

------------------------------------------------------

เฮ้ออ์อ์อ์...จะบ้าตาย!!! แค่ปวดเศียร เวียนเกล้า กับภาวะความเป็นไปของบ้านเมือง ก็หนักหนา สาหัส พออยู่แล้ว ยังดันต้องเจอกับการพูดจาประสา คุณดอกไม้ จากนายกฯ เถื่อน ที่ร่อนเร่ไป-มาประดุจกระสือและสัมภเวสีโดยไม่คิดที่จะนำเอา เจตนา ของปวงชน ระดับมวลมหาประชาชนมาใคร่ครวญ พิจารณา กันมั่ง เอาแต่ยืนหยัด ยืนยันอยู่กับการตีความถ้อยคำใน กฎหมาย เพื่อให้ตัวเองยังคงอำนาจความเป็น รัฐบาลรักษาการ ต่อไปได้เรื่อยๆ ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็เลย ไปกันลำบาก พัฒนากันลำบาก และ ปฏิรูปกันลำบาก ด้วยประการฉะนี้

-----------------------------------------------------------

คือถ้าหากมองกันโดย เจตนา แล้ว เธอและพรรคพวกของเธอได้ประโยชน์ เธอก็จะออกมาเรียกร้องให้มองกันที่ เจตนา แต่ถ้าหากมองกันโดย (การตีความ) กฎหมาย แล้ว เธอและพรรคพวกของเธอได้ประโยชน์ เธอก็จะออกมาอ้างอิงถึงกฎหมายในแต่ละเม็ด แต่ละมาตรา แต่ถ้าหากเมื่อไหร่ที่ กฎหมาย ดันไปทำให้เธอ พี่ชายของเธอ หรือพรรคพวกและบริวารของเธอเสียประโยชน์ขึ้นมาแล้วล่ะก็ เธอก็พร้อมที่จะยิงเอ็ม 79 ไป ร้องไห้ไปได้ตลอดเวลา และก็คงไม่ใช่การร้องไห้เพราะสงสาร เวทนา ต่อชีวิตของผู้คน ต่อเด็ก สตรี และคนชรา ที่ตายไปแล้วถึง 20 ชีวิต บาดเจ็บ พิกลพิการ ไปอีกกว่าครึ่งพันเข้าไปแล้ว แต่เป็นการร้องไห้เพราะ สงสารตัวเอง สงสารลูก สงสารพี่ชาย พี่สะใภ้ ฯลฯ อะไรทำนองนั้นซะเป็นหลัก...

---------------------------------------------------------

แค่เกิด ข่าวลือ ว่าลูกของเธอถูกเป่านกหวีดใส่เท่านั้น ต่อมน้ำตาก็แตกพลั่ก-พลั่ก ปานประดุจนางเอกหนังญี่ปุ่นกำลังออกัสซั่ม แค่พี่สะใภ้ถูกเป่านกหวีดในห้าง เอ็ม 79 อาก้า ประทัดยักษ์ ฯลฯ ก็ถูกระดมเข้าใส่บ้านของแกนนำมวลชนชนิดแทบพรุนไปทั้งหลัง เด็กนักเรียนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรด้วยเลย โดนระเบิดควัน โดนเอาพวงหรีดไปวางข่มขู่ถึงสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับบรรดาแกนนำ ชนิดไม่คิดจะสนใจ เจตนารมณ์ และ กฎหมาย ใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย เรียกว่า...ถ้าเป็นลูกคนอื่น แม่คนอื่น พี่สาว พี่ชาย ใครก็ตามที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเธอ ถึงจะถูกระเบิด ถูกกระสุน ฉีกร่าง เจาะร่าง แบบเต็มๆ เนื้อๆ ตายไปแล้ว 20 บาดเจ็บไปแล้ว 600 เธอกลับไม่ได้แสดงออกถึงความเสียใจ เศร้าใจ ใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย กลับหันไปนั่งสะเดาะเคราะห์ แก้เวร แก้กรรม วานให้พระรดน้ำมนต์ ขณะนั่งหัวร่อลงลูกคอ ปานประดุจวิญญานผีสิงกำลังเยาะเย้ยหมอผีอะไรประมาณนั้น...

----------------------------------------------------------

ก็เพราะด้วยเหตุนี้นี่เอง...ทุกสิ่งทุกอย่างมันจึง ไปกันลำบาก หรือ พัฒนากันลำบาก นอกซะจากต้องหาทางจับเธอ ถ่วงหม้อ ลงไปซะก่อนให้จงได้ และกรรมวิธีในการจับเธอถ่วงหม้อนั้น ก็คงไม่มีอะไรดีไปกว่า กรรมวิธีทางกฎหมาย เพราะในแง่ กฎแห่งกรรม นั้น...ยังไงๆ เธอก็ไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี-หนีไม่พ้นอยู่แล้วแน่ๆ และโดยกรรมวิธีทางกฎหมายที่กำลังประเคนเข้าหาเธอในแบบดอกแล้ว ดอกเล่า อยู่ ณ ขณะนี้ ก็คงไม่ได้ต่างอะไรไปจากกฎแห่งกรรมนั่นแหละ คือมันไม่ได้เป็นสิ่งที่อุบัติขึ้นมาลอยๆ หรือไม่ได้มีที่มา-ที่ไป แต่มันล้วนแล้วแต่มีที่มาจาก ผลแห่งการกระทำ ของเธอและพรรคพวกของเธอล้วนๆ...

----------------------------------------------------------------

ความพยายามที่จะดิ้นรนแบบสุดฤทธิ์ สุดเดช เพื่อหลบเลี่ยง กฎหมาย ของเธอในช่วงระยะนี้ จึงยิ่งทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ใช่แค่ ไปกันลำบาก หรือ พัฒนากันลำบาก เท่านั้น แต่อาจถึงขั้นทำให้ต้องฉิบหาย วายวอด กันทั้งประเทศ โดยเฉพาะถ้าหากเธอและพรรคพวกของเธอ คิดจะดิ้นรนไปถึงขั้น ลาก และ หลอก เอาผู้คนจำนวนนับร้อย นับพัน ให้ออกมาตาย ออกมาทำผิดกฎหมาย ต่อต้านกฎหมาย เพียงเพื่อให้ตัวเธอและพรรคพวกของเธอยังคงรักษาอำนาจต่อไปได้ อันนี้ต้องเรียกว่า...ยิ่งทำให้ กฎแห่งกรรม มิอาจละเว้นตัวเธอได้โดยเด็ดขาด!!! มีแต่ต้องกระชับวงล้อม บีบคั้น ทรมาน อารมณ์ความรู้สึกและจิตใจของเธอ ชนิดอาจถึงขั้นต้อง ตกนรกทั้งเป็น เอาเลยก็ไม่แน่ ต่อให้เธอมีฤทธิ์ มีเดช ยิ่งกว่าแม่นาคพระขโนง บวกกับนางเมดูซา บวกกับเจ้าแม่กาลี ฯลฯ ก็เถอะ แต่สุดท้าย... ธรรมะ ย่อมต้องชนะ อธรรม อยู่แล้วแน่นอน เนื่องจากมันเป็นกฎหมายที่ พระผู้เป็นเจ้า ท่านได้เขียนเอาไว้ตั้งแต่ยังไม่มีโลก ไม่มีจักรวาล เอาเลยก็ว่าได้...

8881
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 58.11.238.196 วันที่: 14 มีนาคม 2557 เวลา:13:01:37 น.  

 
 
 
“มุกเก้าอี้ฟาด” เป็นมุกที่พวกแดงหมิ่นสถาบันชอบใช้ เป็นการเสียดสีเหตุการณ์เมื่อตอน 6 ตุลา 2519 ที่มีการเข่นฆ่านักศึกษาธรรมศาสตร์ แล้วนำศพไปแขวนคอแล้วฟาดด้วยเก้าอี้ มุกเก้าอี้ฟาด จึงถูกนำมาใช้ในยุคที่เริ่มมีเสื้อแดงก่อเกิดขึ้นในประเทศไทยที่จัดตั้งโดยทักษิณ ชินวัตร เป็นการเสียดสีถึงคนที่ฟาดเก้าอี้ว่าเป็นพวกที่มีพฤติกรรมชอบโหนเจ้าเอาสถาบันมาบังหน้าเพืยงเพื่อต้องการทำลายคนที่เห็นต่าง

//www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9570000029186

5631
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 58.11.238.196 วันที่: 14 มีนาคม 2557 เวลา:13:29:54 น.  

 
 
 
"อภิสิทธิ์" เหน็บ "ยิ่งลักษณ์" เหมือนเด็กทำไม่คิดแล้วมาร้องห่มร้องไห้ ย้ำหลายฝ่ายเคยท้วงติงมาแล้วทั้งสิ้น แต่ก็ไม่เคยรับฟัง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าว่าปัญหาของประเทศไทยในช่วงประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา มาจากประเด็นเดียวคือ ครอบครัวชินวัตรต้องการอยู่เหนือกฎหมาย ทั้งผู้นำรัฐบาล และรัฐบาลไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย แต่กลับออกมาโวยวายว่าทำไมต้องปฏิบัติตามกฎหมายและแปลกใจที่เห็นน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีมีน้ำตา ไม่นึกว่าบุคคลซึ่งต้องรับผิดชอบบ้านเมืองมีปฏิกิริยาอย่างนี้ ต่อผลของการกระทำของตัวเอง แต่ยังไม่พยายามย้อนมองกลับไปดูตัวเอง

จะเปรียบเทียบอย่างไรผมก็นึกไม่ออก คล้ายๆ กับ เหมือนจะว่าเด็กก็ไม่เชิง เวลาทำอะไรไม่คิด พอทำไปแล้วก็มาร้องห่ม ร้องไห้ พยายามจะโทษว่าทำไมจะต้องมาลงโทษ ทำไมจะต้องมาเกิดอย่างนี้ ราวกับว่าทั้งหมด ศาล สังคม ผู้ชุมนุม ผู้อยู่ตรงข้ามรัฐบาลรังแกรัฐบาลตลอดเวลา เลยไม่แน่ใจว่าร้องจริง หรือว่าเป็นไปตามยุทธศาสตร์ ที่ต้องขอความสงสาร หรือต้องให้เกิดความรู้สึกว่าถูกกลั่นแกล้ง

ส่วนที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่า กำลังถูกใช้กฎหมายไล่ล่านั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องต่างๆที่น.ส.ยิ่งลักษณ์กำลังถูกดำเนินคดี หลายฝ่ายเคยท้วงติงมาแล้วทั้งสิ้น แต่ก็ไม่เคยรับฟัง เพราะเชื่อคนรอบตัว ซึ่งวิธีที่ไม่อยากให้ถูกกฎหมายไล่ล่าคืออย่าทำผิดกฎหมาย แต่อยากถามว่าคนที่ถูกกฎหมายไล่ล่า กับคนที่ถูกไล่ล่าโดยอาก้า M79 ใครสมควรโวยวายมากกว่ากัน หรือหากไม่อยากเห็นองค์กรต่างๆ ในกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือ เพื่อใช้ตอบคำถามต่างๆก็ต้องตัดสินใจทางการเมืองด้วยตัวเอง โดยแก้ไขในสิ่งที่ผิดกฎหมาย เช่นปัญหาการเลือกตั้ง หรือปัญหาจำนำข้าว

# กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ( 14 มีนาคม 2557 )

3097
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 58.11.238.196 วันที่: 14 มีนาคม 2557 เวลา:17:00:26 น.  

 
 
 
silence: เข้าไปดูมา เจอมู้นี้เข้า ฮาเลยค่ะ

//www.udon108.com/thai/showthread.php?t=284560

เอ่อ....หนุ่ม ๆเสื้อแดง แถวนี้ มีใครใจดี
พอจะช่วย น้องมานี ได้บ้าง คะ ?

เอ่อ... คือ มานีจะมาขอรับ บริจาค ล็อกอิน เวบเสรีไทยไก่รองบ่อน อ่ะค่ะ
แบบว่า มานีโดน อิมอดเวบเสรีไทยไก่รองบ่อน มัน แบนแบบนันสต๊อป อ่ะ
ซึ่ง ถ้า แบนแค่นี้ มานี ก็ ไม่มายด์ อะรัย หร็อกนะ
สมัครใหม่ก็ได้ ง่ายจะตายไป ไอ้เวบเสรีไทย เนี่ย จิ้ม ๆ 5 นาที ก็เสร็จแระ

แต่หลัง ๆ มานี่ อิมอดเวบใจร้ายแถวนั้นมัน บล็อก ไอพี มานี อ่ะค่ะ T ^ T
จึงไม่สามารถ ใช้ คอมพ์ ( เครื่องที่ใช้ตามปกติ )
สมัครเข้าไป ตบตีกับ อิพวกม็อบคนดี ได้โดย บริดวก

เอ่อ....หนุ่ม ๆเสื้อแดง แถวนี้ มีใครใจดี พอจะช่วย น้องมานี ได้บ้าง คะ ?
ใครพอจะมี ล็อกอินที่ เวบนั้น ให้มานียื้มใช้ มั่งคะ
หรือ ใคร พอจะรับเป็นหน้าเสื่อ ช่วย สละเวลา สัก 5 นาที
มาช่วยสมัคร ล็อกอินที่ เวบเสรีไทย ให้มานี ได้บ้างคะ

หาก ท่านใด ใจดี จะยอมหลวมตัว เอ๊ย มีน้ำใจ เป็น นอมินี ให้
รบกวน ช่วย หลังไมค์ มาหา มานี ด้วยค่ะ
อีเมล์ ที่จะใช้สมัคร น่ะ มานี มีพร้อมแระ
จะขาด ก็แต่ คนช่วยสมัครให้ อ่ะค่ะ
( ก็อย่างที่บอก โดน บล็อก ไอพี
สมัคร จากเครื่องตัวเองไม่ได้ ต้องให้คนอื่นสมัครให้)

ขอ อนุญาต ไหว้วาน หน่อยนะคะ แหะ....แหะ.... ^ ^

ปอลิง
อันนี้
ความเดิม จาก กรณี พิพาท คราวก่อน
//forum.banrasdr.com/showthread.php?tid=33962

ส่วน อันนี้ กรณีพิพาท ที่ทำให้โดนแบนล็อกอิน ครั้งล่าสุด ที่ เวบเสรีไทย - -"

//webboard.serithai.net/topic/48411-%E0%B8%96%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%98/

zutto : ดูท่าทางจะเป็นคนดีมากๆเลยนะ เพราะรังเกียจคนโกงในที่ทำงานตัวเอง

แล้วทำไมไม่ร้องเรียนเค้าล่ะ หรือว่าเค้าโกงน้อยเลยรังเกียจ

ต้องโกงเยอะๆ โกงจนชาติอิ๊บอ๋ายถึงจะชื่นชอบ

8694
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 192.99.14.36 วันที่: 15 มีนาคม 2557 เวลา:22:00:36 น.  

 
 
 
silence: เข้าไปดูมา เจอมู้นี้เข้า ฮาเลยค่ะ

//www.udon108.com/thai/showthread.php?t=284560

เอ่อ....หนุ่ม ๆเสื้อแดง แถวนี้ มีใครใจดี
พอจะช่วย น้องมานี ได้บ้าง คะ ?

เอ่อ... คือ มานีจะมาขอรับ บริจาค ล็อกอิน เวบเสรีไทยไก่รองบ่อน อ่ะค่ะ
แบบว่า มานีโดน อิมอดเวบเสรีไทยไก่รองบ่อน มัน แบนแบบนันสต๊อป อ่ะ
ซึ่ง ถ้า แบนแค่นี้ มานี ก็ ไม่มายด์ อะรัย หร็อกนะ
สมัครใหม่ก็ได้ ง่ายจะตายไป ไอ้เวบเสรีไทย เนี่ย จิ้ม ๆ 5 นาที ก็เสร็จแระ

แต่หลัง ๆ มานี่ อิมอดเวบใจร้ายแถวนั้นมัน บล็อก ไอพี มานี อ่ะค่ะ T ^ T
จึงไม่สามารถ ใช้ คอมพ์ ( เครื่องที่ใช้ตามปกติ )
สมัครเข้าไป ตบตีกับ อิพวกม็อบคนดี ได้โดย บริดวก

เอ่อ....หนุ่ม ๆเสื้อแดง แถวนี้ มีใครใจดี พอจะช่วย น้องมานี ได้บ้าง คะ ?
ใครพอจะมี ล็อกอินที่ เวบนั้น ให้มานียื้มใช้ มั่งคะ
หรือ ใคร พอจะรับเป็นหน้าเสื่อ ช่วย สละเวลา สัก 5 นาที
มาช่วยสมัคร ล็อกอินที่ เวบเสรีไทย ให้มานี ได้บ้างคะ

หาก ท่านใด ใจดี จะยอมหลวมตัว เอ๊ย มีน้ำใจ เป็น นอมินี ให้
รบกวน ช่วย หลังไมค์ มาหา มานี ด้วยค่ะ
อีเมล์ ที่จะใช้สมัคร น่ะ มานี มีพร้อมแระ
จะขาด ก็แต่ คนช่วยสมัครให้ อ่ะค่ะ
( ก็อย่างที่บอก โดน บล็อก ไอพี
สมัคร จากเครื่องตัวเองไม่ได้ ต้องให้คนอื่นสมัครให้)

ขอ อนุญาต ไหว้วาน หน่อยนะคะ แหะ....แหะ.... ^ ^

ปอลิง
อันนี้
ความเดิม จาก กรณี พิพาท คราวก่อน
//forum.banrasdr.com/showthread.php?tid=33962

ส่วน อันนี้ กรณีพิพาท ที่ทำให้โดนแบนล็อกอิน ครั้งล่าสุด ที่ เวบเสรีไทย - -"

//webboard.serithai.net/topic/48411-%E0%B8%96%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%98/

zutto : ดูท่าทางจะเป็นคนดีมากๆเลยนะ เพราะรังเกียจคนโกงในที่ทำงานตัวเอง

แล้วทำไมไม่ร้องเรียนเค้าล่ะ หรือว่าเค้าโกงน้อยเลยรังเกียจ

ต้องโกงเยอะๆ โกงจนชาติอิ๊บอ๋ายถึงจะชื่นชอบ

8694
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 192.99.14.34 วันที่: 15 มีนาคม 2557 เวลา:22:01:05 น.  

 
 
 
kanokporn: ลักษณะ มานีมีงงง อ่านง่าย สูงอายุ เร่าร้อน ตัวหนังสือเยอะ ภาพประกอบเพียบ :D แต่ไม่หยาบคาย ก็ดีนะ

อาวุโสโอเค: บัวเกี๋ยงก่อนวิจารณ์ขอให้เอาข้อมูลให้ครบ ๆ หน่อยนะ ประเภทตัดแค่บางเรื่องเพื่อยกย่องคนที่เชียร์ไม่ได้ส่งผลดีกับใครเลย

เพราะคนอื่นเขาจะยิ่งรู้สึกต่อต้าน ทางที่ดีควรคุยกันด้วยข้อเท็จจริงเพื่อหาข้อสรุปที่ดีเป็นประโยชน์ต่อชาติของเราดีกว่า

อย่าลืมว่าข้อเท็จจริงเป็นที่ประจักษ์ทั่วไป ตัดตอนไปไม่มีประโยชน์ หรือทำเพียงหวังว่าจะชักจูงบางคนให้เห็นคล้อย

อย่าหลอกตัวเอง: บัวเกี๋ยงคือผู้เสียสละในสิ่งที่เปล่าประโยชน์นะจ๊ะ

บัวเกี๋ยง: ในการเลือกตั้ง ไม่เคย เลือก แม้ว ไม่เคย เลือก มาร์ก กา โหวต โน มาตลอด
ขอให้ หลวงพ่อพระใส หลวงปู่มั่น และ พระอาจารย์ฝั้น จงเป็นพยาน
หาก เรากล่าวถ้อยคำอันเป็นเท็จ ในการโพส ครั้งนี้
ขอให้เรา มีอันเป็นไป ตายโหงตาย 5 ภายใน 7 วัน

อิสระเสรีชน: อันนี้จริงเหรอจ๊ะ ทำไมโหวตโนมาตลอดถึงได้มาถามว่าจะเลือกใคร? แล้วกาโหวตโนมาตลอดนี้เพื่อ?
ถ้าบอกว่านักการเมืองมันไม่ดีรู้มั้ยว่า กปปส กำลังจะทำอะไร? ทำไมต้องยกตัวอย่างมาให้เลือกถ้าไม่เอานักการเมือง?
สมองกลวงเหรอ? หรือเป็น กลางกลวง? โอ้วบ๊ะเจ้า สงสัยตรูได้เจอตัวเป็นๆกะงานนี้แระ

บัวเกี๋ยง: 1.ต้องกา โหวต โน เท่านั้น
เพราะ ถ้าโหวตเลือกแล้ว มันผิดศีล 5
เนื่องจากนักการเมือง มันขี้ฉ้อขี้โกงทุกคน
( การสนับสนุน คนโกง ให้มีอำนาจ มันผิด ศีล 5 )

อิสระเสรีชน: เหรอจ๊ะไม่ค่อยเท่าไหร่เลยเน๊อะ ก็ถามกลับไปว่าทำไมของไอ้เหลี่ยมมีแต่ข้อดีอ่าจ๊ะ แม่คนกลางของสามโลก
แล้วที่ไม่เลือกผิดศีล 5 อย่างไร? วานบอก แสดงว่าคนที่เค๊าเลือกในครั้งที่ผ่านเป็นคนผิดศีลอะสิจ๊ะ

อิอิ: - -"

มานีมีงง: 2 ก.พ. 2557
เป็น ครั้งแรก ในรอบ 10 ปี ได้มั้ง ที่ มานี ถ่อสังขาร ไป เลือกตั้ง
( ไม่อยากจะบอกเลย ว่า ตั้งแต่เกิดมา ในชีวิตสาวเนี่ย
ไป เลือกตั้ง แค่ หนเดียวเดียวเอง คือ ปี 2544
หลังจากนั้น ก็ นอนหลับ ทับสิทธิ ตล๊อดดด แหะ...แหะ.... )

แต่ครั้งนี้ เป็นตายไง มานี ก็ ต้องถ่อ สังขารไปเลือกตั้ง อ่ะค่ะ
ขนาด ตกรถรอบเที่ยง ยังอุส่า ยอมแม้กระทั่ง...
ยืนไปบนรถโดยสารประจำทาง รอบบ่ายเพราะที่นั่งมันเต็ม
เพียงเพื่อ ให้ได้ไปหย่อนบัตรเลือกตั้ง ตามปณิธานอันหาญมุ่ง
( ถ้าเป็น เวลาปกติ อ่ะนะ มีหรือ คุณหนูอย่างมานี จะยอม ซื้อตั๋วยืน
ให้โดน นังกระปี๋สาวมันเอาเปรียบผู้บริโภค !
แต่คราวนี้ อะไร ๆ ก็ ยอม ทั้งนั้น จร้าา
แบ่บว่า อยากเลือกตั้ง จนแทบจะ ลงแดง ตาย )

อ้อออ ก่อนที่จะไปเข้าคูหา กา โหวต โน ตาม ที่โพสไว้
ก็ ทำใจไว้แล้วว่า เฮ้ยยยยย ตรูอาจจะต้อง ฝ่าฝูงม็อบ
หรือ ได้ แปลงร่างเป็นชะนี ปีนประตูรั้วไปเลือกตั้ง หรือเปล่าเนี่ย

ดูโอลิมปิก5ปีดีจุงเบย: ไม่เลือกแม้ว ไม่เลือกมาร์ค แต่เข้ามาด่ามาร์คล้วนๆ ถุยเหอะครับ ใครเค้าจะไปเชื่อมรึงครับว่ามรึงเป็นนักปฏิบัติธรรม

Ricebeanoil: พุทธสุภาษิต "สัตว์ทั้งหลายคบกันโดยธาตุ"
สำหรับเจ้าของกระทู้ log in เก่าโดนบล๊อก แล้วสมัคร log in ใหม่อีกแล้ว

ปล. เลือก CEO คนที่ไม่โกง กำไรน้อยไม่เป็นไร ถ้าโกงขอตัดไปเลยดีกว่า
เลือกหุ้นก็ทำแบบนี้ละ ผู้บริหารบริษัทไหนชื่อเสียงไม่ดีมีเรื่องฉ้อโกง ไม่ซื้อหุ้นมันเด็ดขาด

บัวเกี๋ยง: ผิด กับ เรา อ่ะ เรา ไม่ได้ดูที่ ผู้บริหาร มันโกงไม่โกง
แต่ดูที่ ผลประกอบการ และ ปัน ผล + เรทติ้ง ในอนาคต

ดูโอลิมปิก5ปีดีจุงเบย: อยากได้ผลประโยชน์โดยไม่สนใจวิธีการ
ความคิดชั่วๆแบบนี้ ยังกล้ายกศีล 5 มาอ้างอีกเรอะ เลวไม่มีที่ติ

tonythebest: ถ้าลองไปหาความจริง
จะพบว่า รัฐบาลชวนใช้หนี่ไอเอ็มเอฟมาเท่าไหร่
ทักษิณมากู้เงินจากอีกแหล้่งนึง เพื่อมาปิดบัญชีกับ IMF ทั้งที่ยังเสียดอกเท่าเดิม

ชวนหรือทักษิณ ใครเป็น CEO ที่เก่งกว่ากันครับ

รัฐบาลมาร์คเข้ามาบริหารประเทศหลังจากรัฐบาลสมชายไม่เหลืออะไรไว้ให้มากนัก
จนสามารถเก็บเงินไว้ให้รัฐบาลปูผลาญได้อีกมากมาย
แต่ยังไม่พอ จนต้องกู้ๆๆๆๆๆ จนวินาทีสุดท้าย แม้เป้นเพียงรัฐบาลรักษาการณ์
รัฐบาลมาร์คแจกเช็ค 2000 เพื่อกระตุ้นให้ชนชั้นกลางมีการใช้จ่าย
เพื่อชะลอการชะงักของการใช้จ่าย ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นไปทั่วโลก
จนเมืองไทยแทบไม่สะเทือนกับภาวะล่มสลายทางเศรษฐกิจเหมือนหลายๆ ประเทศเจอ
จนทำให้ประเทศตั้งไขได้ จนกระทั่ง รัฐบาลปูเข้ามาบริหาร
ทำไมไทยในยุครัฐบาลปู เศรษฐกิจถึงกลับแย่ลงๆ ข้าวยากหมากแพง
แล้วจนเป้นข้ออ้างให้กู้

มาร์คหรือปู ใครเป็น CEO ที่เก่งกว่ากันครับ

แต่อย่างว่าล่ะครับ
ถ้าคุณเป็นเพียงคนเสื้อแดงคนนึง ที่ยังเชื่อว่าทักษิณเก่งที่ใช้หนี่ไอเอ็มเอฟ
และรัฐบาลชวนเป็นคนกู้

ถ้ายังเชื่อว่า รัฐบาลชวนเป็นคนสร้างโฮปเวลล์

ถ้ายังเชื่อว่า ตัวการโรงพักร้างเป็นรัฐบาลอภิสิทธิ์

หรืออาจจะเชื่อว่า รัฐบาลมาร์คสั่งกักน้ำไว้จนน้ำท่วมประเทศครั้งใหญ่

คุณก็ไร้ค่าเกินกว่าจะอธิบายนะครับ
คนเสื้อแดงในเสรีไทย ยังไม่กล้าเอาเรื่องพวกนี้มาเล่นเลยครับ
เพราะเงิบไปหลายคนแล้ว

ขอให้โชคดีต่อความเชื่อครับ

sigree: พ่อแม่ผมไม่เคยสอนให้ยอมรับคนโกง
และคนโกงทำผิดกฏหมาย
พ่อแม่ผมสอนให้เคารพกฏหมาย
เคลียร์ไหม?

ผมเป็นมุสลิม
และศาสนาผม ทุกชีวิตต้องลิ้มรสการกระทำของตัวเอง
ผมเชื่อว่าในพุทธก็สอนไม่ให้ดูดาย
ท่าทางจะบิดเบือนศาสนาเพื่อป้องคน ทราม ขั่ว ด้วยนะเรา

Novice: แหม ผมพึ่งรู้นะฮะเนี่ยว่าคนเสรีไทยชอบสนทนากับคนบ้าแกล้งโง่ ไว้วันหลังผมจะลองบ้าแกล้งโง่มั่งดีกว่านะฮะ กระทู้ผมจะได้ฟลัดได้หลาย ๆ หน้ากับเขามั่ง

Ricebeanoil:อยู่ที่ สรท. นานๆ บางครั้งมันก็น่าเบื่อนะครับ หาพวกการสรสีชาดที่มันทนมือทนเท้าได้ลำบาก
นานๆ จะมีของดีแบบนี้มาซักครั้ง ก็ต้องลองใช้ให้มันคุ้มนะครับ

อู๋ ฮานามิ: มุมมองที่คิดเห็นตามลิงค์ ทางพุทธไม่ได้เรียกว่าสัมมา ครับ
มันคือ มิจฉา
มิจฉาแปลว่าความวิปริต ความหมายตรงข้่ามกับ สัมมา อย่างคำว่า มิจฉาชีพ ที่เราคุ้นหู ก็เป็นอาชีพ การเลี้ยงชีพของตนในทางที่ผิด วิปริต ไม่ดี
เนื้อความในลิงค์ เป็นมิจฉาทิฏฐิ คือความเห็นที่วิปริต
ฝ่ายที่่เผาทำลายบ้านเมืองก็มิจฉาทิฏฐิ
ฝ่ายที่โกหก บิดเบือน ข้อมูลข่าวสาร ก็เป็นมิจฉาทิฏฐิ

chaidan: เห็นพวกจิ้นมาเยอะ ...
ต้องยอมเลยคนนี้ ...

A DESIGN FOR LIFE: คือว่าที่คุณมานีมาตั้งกระทู้เรื่องCEO อะไรนี่ เค้าไม่ได้ต้องการถกหลักการบริหารบริษัทหรือบริหารประเทศหรอกครับ เขาแค่ต้องการโชว์ความเก่งด้านศาสตร์ต่างๆเช่นจิตวิเคราะห์ พุทธศาสน์ วิทยาศาสตร์ หัวข้อกระทู้กับเนื้อหาตอนต้นๆมันแค่ไว้เรียกแขก .....ผมมโนเก่งมะ

DarkSwan: จะมาบอกว่า โกงได้ ถ้ากำไรดีและแบ่งด้วยใช่มั้ยครับ เพราะใครๆ ก็โกง แสดงว่าคุณก็เป็นไอ้ขี้โกงด้วยสินะครับ

Ricebeanoil: เจ้าของกระทู้ถูกแบนไปแล้ว จะเรียกหาเค้าทำไมละ ถามไปก็ไม่มีใครตอบแล้ว เลยไม่มีใครคุยกับเจ้าของกระทู้ไง

อิสระเสรีชน: กรำเวน แม่ชีเทเรซ่า ของนู๋โดนแบนรึนี่ ประท้วง mod โด่วยังไม่หายคิดถึงเลย
ปล สงสัยกะลังสิงร่างอื่น อิอิ

6430
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 192.99.14.34 วันที่: 15 มีนาคม 2557 เวลา:23:14:56 น.  

 
 
 
ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปรกติสุขเรียบร้อยจึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้
พระบรมราโชวาทในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ
ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ จังหวัดชลบุรี 11 ธันวาคม 2512

1386
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 171.96.20.102 วันที่: 18 มีนาคม 2557 เวลา:9:02:38 น.  

 
 
 
15 มี.ค.57 แฉ..สัตว์ปีกนกแสก สู่สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ คากคก และผึ้งพญาครุฑ
หลังจากนายกฯ มาเลเซีย แถลงยอมรับว่าเรดาร์ทหารยืนยัน เครื่องบินโบอิ้ง เที่ยวบิน MH370

ที่มีผู้โดยสาร 227 คน ลูกเรือ 10 คน นักบิน 2 คน สูญหายอย่างไร้ร่องรอยไปนานกว่า 8 วัน

ถูกควบคุมให้เปลี่ยนทิศทางการบินโดยตั้งใจ จากเดิมมุ่งไปตะวันออกเฉียงเหนือ สู่ปักกิ่ง ประเทศจีน

บินวนกลับไปทางตะวันตกอย่างจงใจ ไปทางทิศใต้ของมหาสมุทรอินเดีย

จึงขอยุติการค้นหาทั้งหมดในทะเลจีนใต้
การข่าวล่าสุดก็ยังมีทิศทางว่า เครื่องบินโดยสารได้ถูกบังคับโดยบุคคล หรือกลุ่มคน มากกว่า 2 คน

ขณะบินอยู่บนความสูง 35,000 ฟุต หลังออกจากสนามบินกรุงกัวลาลัมเปอร์ราว 1.30 ชั่วโมง

โดยอาศัยประสบการณ์ที่ช่ำชอง โดยต้องมีนักบิน คนใดคนหนึ่ง หรืออาจมีคนที่มีประสบการณ์การบิน

ปิดระบบส่งพิกัด 10 นาที ตัดสัญญาณการติดต่อกับศูนย์ควบคุมการบิน

แล้วบังคับให้บินต่อไปอีกราว 5 - 7 ชั่วโมง (สอดคล้องกับข้อมูลของ บ.เครื่องยนต์ที่ติดอุปกรณ์ติดตามไว้)

บิน หลบหลีกเรดาร์พลเรือนได้เป็นอย่างดี

แล้วมุ่งหน้าไปทางมหาสมุทรอินเดีย บินผ่านทะเลอันดามัน และปรับเพดานบินขึ้น-ลง หลายครั้ง

เพื่อหลบหลีกเรดาห์อย่างเหนือชั้น ตรงกับที่วิเคราะห์มาก่อนหน้าเมื่อวานนี้

สถานการณ์บังคับเครื่องบินครั้งนี้มาเลย์ และสหรัฐ ต้องรู้ความจริงแน่ แต่กลับดำเนินการณ์แปลกๆ คือ

1. มาเลย์..แถลงว่าเที่ยวบินนี้บินกลับมาทางทะเลจีนได้ และอ้างว่าสงสัยจะถูกบังคับเครื่อง ไปคาซัคสถาน

ที่ต้องบินผ่านอินเดีย เนปาล อ้างเข้ารกเข้าพงไปโน่น เฮ้อ..มุกนี้ไม่เนียนเลย

เพราะคาซัคสถานหน่ะ มันไกลจากช่องแคบมะละกา ระยะเวลาบินไปเกิน 5 ชั่วโมงแน่ๆ

น้ำมันเชื้อเพลิงย่อมไม่พอ และขืนผ่านอินเดียไปแบบล่องหน มันทำได้ที่ไหน

เพราะอินเดียเขาก้าวหน้ามากเรื่องเทคโนโลยีไฮเทค เขามีดาวเทียมของเขาเองหลายดวง

มีแสนยานุภาพทางอากาศสูง เพราะเขาต้องปกป้องหัวรบนิวเคลียร์ของเขาที่มีอยู่ราว 20 ลูก

ขืนให้ใครบุ่มบ่าม บินผ่านน่านฟ้าเขาโดยเขาไม่ยอม เขาต้องยิงร่วงแน่ !!

2. สหรัฐ..เทคโนโลยีปัจจุบันนี้ เขาก้าวหน้าถึงขึ้นเดินทางไปสำรวจดาวอังคารแล้วหลายครั้ง

และสำรวจแร่ธาตุ ทำแผนที่ ภูมิประเทศ ของดาวอังคาร และดาวอื่นอีกหลายดวง เขาก็ทำมาแล้ว

แค่ครั้งนี้เครื่องบินหายไปทั้งลำ เที่ยวบินนี้มีคนสัญชาติอเมริกา 3 คน

ถ้าเขาหาจริงๆ ทำไมเทคโนโลยีดาวเทียมล้ำอนาคตเขาจะหาไม่เจอ !!..นี่มันไม่ใช่บั้งไฟที่ นปช.จ้างให้ทำ

วันละ 200 กระบอก ในวัดปทุมปี 53 เพื่อสร้างสถานการณ์ก่อสงครามกลางเมืองนะ

แต่ 7 วันแรก กลับมีการหลอกให้เวียดนาม มาเลย์ ไทย ไปงมเข็มในมหาสมุทรซะหลายวัน

แบบนี้มัน คือ การถ่วงเวลานั่นเอง และที่แปลก คือ..และสหรัฐเพิ่งขี่หอยทาก รับลูกโดยส่งเรือพิฆาตเข้ามา

เพื่อช่วยค้นหาในมหาสมุทรอินเดีย นี่มันชี้ชัดว่าคือ “การสมคบคิด” กันชัดๆ

รวมหัวหลอกว่าบินไปคาซัคสถาน ที่ไปไกลสุดกู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ

มันคือสับขาหลอกให้หลงทางเหมือนหลอกเมื่อ 7 วันที่แล้วนั่นเอง พอถูกจับได้จึงต้องเปลี่ยนมุกใหม่

และที่สหรัฐเอาเรือพิฆาตออกมา คือ เขาเอามาคุมระยะรัศมีโดยรอบของเกาะที่จอเครื่องบินไว้

ไม่ให้มีแมงหวี่แมงวัน จากจีนและรัสเซีย ลอบแอบไปส่องดูนั่นเอง !!

ข้อมูลวันนี้ เป็นไปได้มากที่สุด คือ เครื่องบินลำนี้จอดอยู่ที่เกาะดิเอโก้ กราเซีย (ถ้าไม่ย้ายไปไหนเสียก่อน)

เพราะที่นั่นมีฐานทัพของสหรัฐตั้งอยู่ และมีระยะเวลาเดินทางใกล้เคียง ราว 5 - 6 ชั่วโมง

หลังจากสูญหายไปจากจอเรดาห์ , ส่วนที่เกาะนิโคบาร์ ข้อมูลตอนนี้ไม่น่าเป็นไปได้นัก

เพราะเดินทางเพียง 2.30 ชม. จากจุดสูญหายจากเรดาห์เท่านั้น

และเกาะนี้ก็อยู่ในการครอบครองของอินเดีย และสหรัฐเองก็ไม่มีฐานทัพที่นั่นด้วย

ในส่วนชายชุดขาวของไทย ได้ร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ โดยสั่งการให้กองเรือภาค 3 ระงับการขึ้นบินของเครื่องบิน

ในค้นหาในพื้นที่อ่าวไทยชั่วคราว แล้วดำเนินการตามที่มาเลเซียร้อง ขอ จัดตั้งศูนย์ฯ ช่วยเหลือ

โดยใช้เรือหลวงปัตตานี เฮลิคอปเตอร์ กำลังพล ชุดปฏิบัติการพิเศษ ชุดประดาน้ำ หน่วยแพทย์พยาบาล

เครื่องบินลาดตระเวน Dornier DO-228 เตรียมขี้นบินค้นหาทางอากาศ ทั้งฝั่งอันดามันแทน

แต่แล้ว ปรากฎการณ์ที่ต้องตกตะลึงพรึงเพริด ช๊อคโลก กระหน่ำซ้ำก็เกิดขึ้นจนได้ เมื่อสาวกวัดจานบิน

ได้เผยแพร่ข้อความทางโซเชี่ยลเน็ตเวอร์ค ว่า “ เหตุที่เครื่องบินหายนั้นเกิดจากคนที่อยู่บนเครื่อง

ได้ลบหลู่วัดจานบิน ขณะนั้นหลวงพ่อธรรมจ๊ะจ๋าท่านกำลั่งสมาธิ และได้ยินพ่อดี

หลวงพ่อท่านจึงให้บทเรียนเล็กน้อย”...ฮา เกินเยียวยาจริงๆ

ในที่สุดก็ไขปริศนากันได้ซะที ว่าเที่ยวบินมาเลย์ MH370 ที่หายไปกลางทะเลนั้น ที่แท้ก็โดนสั่งสอน

เอามาแอบซ่อนไว้ใต้จานบินที่วัดนี่เอง เสธ ว่าเผลอๆ งานนี้ สตีฟ จ๊อบฟ์ แห่งแอปเปิ้ล น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง

โยงใยด้วยแน่ๆ ก่อนที่ชาติไทยจะเสียหายเพราะเป็นที่ตั้งของวัดจานบิน ใครมีเบอร์ หรือเฟสบุ๊ก

ติดต่อ นายนาจิบ ราซัค นายกฯ มาเลย์ ให้หน่อยว่าเครื่องบินเที่ยวบินที่หายไป มาอยู่ที่นี่

จะได้ไม่ต้องไปหาไกลถึงคาซัคสถานโน่น..ฮา

.



.
เมื่อวานนี้เกิดเหตุสยอง ช็อคโลก เกิดขึ้นอีก 2 เหตุการณ์ คือ

1. ปูเน่า ผู้ไป ว.5 จนฟ้าเหลือง ขึ้นสวรรค์ก่อนจะลงนรก ได้ก้าวลงจากรถตู้ที่เชียงใหม่

เพื่อไปกินก๋วยเตี๋ยว 3 บาท เกิดอาการเข่าอ่อน ธรณีสูบหล่นตุ๊บ!! ลงนั่งกับพื้นถนน การ์ดพากันตกใจ

มโนว่าพอออกจากรถกันกระสุนมา ก็โดนนกหวีดไร้เสียง เจาะเข้าที่หน้าผาก แบบเคนเนดี้ทรุดลงไป

จึงพากันวิ่งมาประคองแล้วปูเน่าก็เดินเขยกๆ เข้าไปในร้านก๋วยเตี๋ยว..

โอ้ นายกหรือคณะตลกคาเฟ่เนี่ย มีเรื่องเอาฮากันได้ทุกวัน

แสดงให้เห็นว่าการตกรถตู้ครั้งนี้ เพราะปูเน่าขาดสติที่ต้องอยู่กับปัจจุบันทุกขณะจิตตกในสถานการณ์ที่รุมเร้า

และพ่ายแพ้ เสธ วิเคราะห์สาเหตุการตกรถตู้ของปูเน่าครั้งนี้ ตามแนวคิดของแกนนำ เลวแล้วรวยว่า

1.1 เพราะรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นประชาธิปไตย

1.2 เพราะเป็นผลพวงจากรัฐประหาร

1.3 เพราะต้องการตายในสนามประชาธิปไตย

1.4 เพราะถอยจนไม่รู้จะถอยอย่างไรแล้ว

1.5 เพราะศาลไม่ได้ดูที่เจตนา

1.6 เพราะไม่มีที่ยืนในสังคม จึงต้องนั่งแทน

ภาพประกอบยอดเยี่ยม ดารานำแสดงยอดแย่ เล่นจริง เจ็บจริง ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้แสตนอิน ลงทุนล้มขนาดนี้

ยังไม่สงสารกันอีกหรือ เราจะอยู่กันอย่างนี้หรือ ?..ต้องดูที่เจตนา..

ซ้อมไว้นะเพราะอีกหน่อยตกนรกจะเจ็บกว่านี้อีก

มหาอำนาจเขาจนไปดาวอังคารแล้ว ผู้นำเทียมไทยยังมัวมานั่งก้นจำเบ้า

เดินกระเผลกๆ หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่เลย ส่วนหนุ่มหล่อข้างกายน่ะ เป็นที่รู้กันว่าชายดูไบ จัดส่งให้

มาเป็นทั้งบอดี้การ์ด และ "เพื่อนคลายเหงา" แก่หล่อน..เพราะรู้ใจลูกสาว..เอ้ย น้องสาว คนเป็น "ขี้เหงา"

เลยจัดของหนักหล้ำๆ "คนรู้ใจ" มาอยู่ข้างกายหล่อนซะเลย

.



.

ล่าสุดปูเน่า ต้องยกเลิกประชุมผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ไม่ใช่กลัวผิดกฎหมายเลือกตั้งนะ

แต่เบื้องหลังแท้ที่จริง คือ..เพราะชายชุดเขียวภาค 2 และ 3 เล็งไม่กระพริบตา

ผู้ว่าฯ หลายจังหวัดส่งสัญญาณดื้อแพ่งไม่ยอมมา..เพราะลมมันเย็น !!..ปูเน่าจะเตรียมบินหนีไปต่างประเทศ

และยอมให้ยึดทรัพย์ปลายเดือน มี.ค.57 นี่แล้วเหรอ..อย่าใช้กฎหมายกันเลย..แท้งกิ้วทรีไทม์..ฮา

2. ค่ำเมื่อวาน มีการจัดงานอีเว้นท์ระดมทุยแดง สนับสนุนกบฏแบ่งแยกดินแดน สปป.ล้านนา

ที่สนามกีฬาจังหวัดอยุธยา ชายดูไบให้งบประมาณการจัดงานครั้ง นี้ ให้ระดมเสื้อแดงมา 1 แสนคน

ค่าจ้างเสื้อแดง 200 บาทต่อ 2 เขา ( รับค่าหัวมา 1,500 บาท เป็นเงิน 150 ล้านบาท ค่าจ้างรถ

เรือเล็ก 3,500 บาทต่อคัน ค่าจ้างเรือใหญ่ลำละหลายหมื่น จ้างช้าง เพื่อขี่เข้าไปในงาน

สร้างภาพอลังกาลงานสร้างอีก แต่มีเหตุการณ์น่าสนใจคือ

- ช่องเอเชียอาบแดด บอกว่าต่อไปนี้ก็ให้พวกเสื้อแดง " ขี่วัว ขี่เกวียน ขี่ควาย" แทนรถไฟความเร็วสูงไปเถอะ..

ฮา กดขี่พวกเดียวกันเองแท้ๆ ทุยขี่ทุย..กรรม

- รถกระบะ เรือหางยาว ที่เดินทางมา มีคนด้านท้ายหรอมแรม 1-2 คนต่อคัน แม้ว่าจะมีการจ้างให้ชายชุดดำ

ในเครื่องแบบ เอาเรือไปรับถึงท่าน้ำ แต่ก็ไม่มีใครมากี่คน..

ขบวนเรือหางยาว ก็น้อยเสียยิ่งกว่า ขบวนขายก๋วยเตี๋ยวเรือเสียอีก..ฮา

- ปริมาณมวลชน ไม่มากตามที่บรรดาแกนนำระบุว่า จะมีครั้งนี้เป็นหลักแสน เพราะสนามกีฬานั้น

จุคนได้เต็มที่ไม่เกิน 1 หมื่นคน ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เป็นเสื้อแดงมาจากปทุม นำมาโดยโกเต็ก

- มีการตั้งโต๊ะจ่ายเงินค่าจ้างกันเอิกเริก วรชัย ณ สุดซอย ขึ้นพูดบนเวทีว่า "วันนี้สนามกีฬาแตกแน่ๆ"..

แต่เป็นที่น่าใจหายของบริษัทเผาไทยเป็นอย่างยิ่ง พอมวลชนรับเงินเสร็จ ไม่รู้ว่าได้ข่าวอะไรมา..

แตกเหมือนกับครับ..แต่..แตกกระจายกันกลับบ้าน มีจำนวนมากมุดช่องขนาดเท่าตัวคน รูกำแพงปูนออกไป

เพราะถ้าทางออกสนามกีฬา จะถูกขู่โดยการ์ดเสื้อแดงว่า ถ้าใครกลับก่อนจะไม่รับประกันความปลอดภัย

- ช่วงเย็นแกนนำ มีการกินเลี้ยงโดยการเหมาเรือและอาหารล่องแม่น้ำ เลี้ยงฉลองที่อมหัวคิวเสื้อแดงมาได้

1,300 บาทต่อหัว และเบิกเงินเต็ม 1 แสนคน จากชายดูไบ ได้เนื้อๆ 130 ล้านบาท มาแบ่งกัน

- ช่วงค่ำนกแสก ผู้รู้ตัวว่าแพ้แล้ว หมดท่าประกาศทิ้งร่ม โดดหนีจากประธาน นปช.

แล้วโยนขี้ เข็นให้คากคกตู่ ขึ้นวอตำแหน่งประธานกบฎ สปป.ล้านนาแทน โดยมีเลขาเป็นไส้เดือนเต้น

เป็นการเปลี่ยนม้ากลางศึก ที่ระส่ำระสายจากแก้ว 3 พิการ อ้างว่าสถานการณ์สุกงอมแล้ว..

มะม่วงจะหล่นทั้งต้นแล้วว่างั้นเถอะ..

- ประมาณ 21.35 น. มวลชนแดงรับจ้างกลับหมด เหลือเพียงหลักร้อยคน พิธีกรต้องแก้ผ้าเอาหน้ารอด

ประกาศโน้มน้าวให้ทุยแดงนั่งอยู่ต่อว่า “เดี๋ยวจะมีการ์ดนำเสื้อไปแจก”...ฮา

- ไส้เดือนเต้น ประกาศบนเวทีว่าให้ทุกจังหวัด ไปทำแผนการเคลื่อนไหวอย่างอิสระของตนเอง

ทันทีนั้นคนเสื้อแดงก็รู้ตัวได้ทันทีว่างานนี้มันยุไปตาย ติดคุกอีกแล้ว ต่างลุกกันพรึบพรับ

ทำแผนเคลื่อนไหวอย่างอิสระกลับบ้านอย่าไม่รอช้าทันที..ฮา

.- ไส้เดือนเต้น แย้มเสียงอ่อยๆ ในตอนท้ายที่เสื้อแดงกลับจนสนามโล่งโจ้งว่า เป็นไปได้ที่จะมีการเจรจากัน

มีรัฐบาลชั่วคราวไม่เกิน 1 ปี และต้องเร่งปฏิรูปให้เสร็จ หลังจากนั้นจึงให้มีเลือกตั้ง

.- พอช่วง 22.00 น. มวลชนทุยแดงหายเกลี้ยงไม่เหลือเลย แต่มืดฟ้ามัวดินเต็มไปด้วย..มวลมหาขยะ..

อยากแนะนำคนเสื้อแดงทั่วประเทศว่า ทำไมปล่อยให้มีการสืบทอดอำนาจประธาน นปช. จาก นกแสก

เป็นไอ้คางคกตู่กันง่ายๆ " ทำไม..ไม่มีเลือกตั้ง" คนเสื้อแดง 1 สิทธื 1 เสียงนะ ต้องไปหย่อนบัตร

เลือกประธานแดง นปช.ซิ นกแสกแต่งตั้งคากคกตู่เอง นี่มันเผด็จการชัดๆ..ยังงี้ไม่ใช่ประชาธิปไตย !!

เสื้อแดงอย่ายอมนะ แบบนี้มันสองมาตรฐาน..ต้องจัดเกณฑ์มวลชนรับจ้าง ไปชูป้ายประท้วง

ที่สถานีเอเซียอาบแดด ที่แถลงข่าวห้างแถวลาดพร้าวทุกวันนะ อย่ายอมทิ้งอุดมการณ์

อย่าให้สืบทอดอำนาจ ของสัตว์ปีกนกแสก..เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำคากคก ได้..เป็นม๊อบครึ่งบก ครึ่งน้ำ

จะเปลี่ยนผู้นำใหม่เป็นคางคก ก็ต้องลงสู้กันแฟร์ๆ ในสนามเลือกตั้งก่อนซิ..ฮา

การเปลี่ยนที่ชุมนุมไปเรื่อยๆ ก็เพียงหวังจะโชว์กระแส ประเมินมวลชน สังเกตการณ์ชุมนุมอีสาน เหนือ

ที่ผ่านมา ยิ่งปลุก..เหมือนยิ่งถีบหัวส่งคนเสื้อแดง มวลชนน้อยลงทุกครั้งตลอดเวลา รับเงิน 200 บาท

แล้วก็ตะเกียดตะกาย แตกกระเจิง มุดรูกลับบ้านหนีหมด ครั้งต่อไปก็เลียบๆ เคียงๆ จะไปชุมนุมเล็มหญ้ากัน

ที่ชลบุรี เพราะพวกแกนนำอยากไปเล่นน้ำทะเล และกินอาหารทะเลกัน

โดยอมหัวคิวเสื้อแดงมาแบ่งกันแดกเหมือนเดิมนั่นเอง

แดงอุดมการณ์มันไม่มีเหลือแล้ว มีแต่แดงอมเงิน มีแต่แดงประธิปไตยหน้าจอทีวี หน้าคอม

เหมือนเสื้อแดงรับจ้างเม้นท์ป่วน จัดตั้งคอมหลายสิบเครื่องที่ห้างแถวลาดพร้าว แล้วรับจ้างเมนท์ป่วน

ให้ขัดแย้ง ทำทีมาทะเลาะกัน ทุยแดงบางตัวก็แอบมาส่องอยู่ตอนนี้แหละ..(รู้อีก ฮา สะเทือนจิต ดิ้นๆๆ)

เสื้อแดงรากหญ้าส่วนใหญ่เขาทัน สมัยแล้ว เขาดูแต่บลูสกายกัน ไม่เอาตัวไปแลกกระสุนแล้ว

เพราะเขารู้เช่น เห็นชาดพวกแกนนำ ที่เลวแล้วรวย อมเงินหัวคิวม็อบเติมเงิน เขาใช้คนเสื้อแดงเป็นเพียง

เครื่องมือในการไถนา พอสมใจแล้ว ก็จะเปลี่ยนแนวทางการต่อสู้ใหม่ เป็นรวยแล้วเลิก

และถีบหลังให้คนเสื้อแดงที่รู้ไม่เท่าทัน ไปติดคุกแทน..

3. เมื่อ 14 มี.ค.57 เวลา 20.00 น. เสื้อแดงพะเยา..ไม่วัดกระแส ไม่ดูตาม้าตาเรือ รับเงินมาป่วน " โชว์โง่ "

กันมา 30 ตัว..บุกไล่ปู พงษ์สิทธิ์ ที่กำลังเล่นคอนเสิร์ต หารายได้ " ช่วยเหลือเด็กยากไร้ ขาดแคลนทุนทรัพย์ ”

ขณะที่วัยรุ่นพะเยา จำนวนมากกำลังเต้น เพลงของปู อย่างหนุกหนาน สร้างความโกรธจัดให้วัยรุ่นอย่างมาก

ที่เสื้อแดงกล้ามาลูบคมวัยโจ๋ มวลมหาวัยรุ่นพะเยา จึงพากันคว้าไม้ เหล็กแป๊บ มีด และระดมหลายพันตีน

วิ่งกรูฮือกันรุมไล่กระทืบ ตี เสื้อแดงป่วน จนชุลมุน ฝุ่นตลบ ดีที่ชายชุดดำในเครื่องแบบเข้าไปช่วยกันตัว

ออกไปทันแบบทุกลักทุเล ก่อนที่เสื้อแดงรับจ้าง จะถอยหนีเผ่นแน่บออกไป...วัยรุ่นจังหวัดอื่นๆ

จะใช้พะเยาโมเดลนี่ก็ได้นะ..เสื้อแดงป่วน..มันต้องเจอวัยรุ่นใจร้อน..มันถึงจะสูสีกัน !!

ถ้าเสื้อแดงมาป่วนที่ไหน เช่น โรงพยาบาล หรือเวทีรวมตัวกัน ก็โทร LINE เฟส

เรียกระดมพลเพื่อนกันมาเลย..ปิดล้อม แล้วกรูกันประเคนก้อนหิน เหล็กแป๊บ ใส่ไม่ต้องยั้ง..

แล้วรีบสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้มันนอนหลบเลียแผลใจที่พื้นนั่นแหละ

เดี๋ยวเทศบาลก็มาเก็บไปทิ้งขยะเอง..ฮา

วันที่ 19 มี.ค. 2557 นี้ ศาลไคฟงรัฐธรรมนูญ จะชี้ขาดว่าการเลือกตั้ง 2 ก.พ. โมฆะหรือไม่

ตามคำร้องของอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ที่ได้ร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน

เมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมา โดยนัด “กกต.-รัฐบาลเทียม” ชี้แจงในช่วงเช้า

พอตกบ่าย จะออกคำวินิจฉัยทันที เพราะเหตุผลทั้ง 5 ประเด็น มีข้อยุติหมดแล้ว..!!

เมื่อช่วงปี 51 เคยเกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้น เมื่อพบผึ้งมาทำรังปิดตรงหน้าพญาครุฑ หน้าสำนักงานศาลยุติธรรม

คนโบราณว่าหากผึ้งมาอาศัยทำรังในบ้าน จะถือว่าเป็นมงคลและนำสิ่งดีๆ เข้าบ้าน

ผึ้งทำรังปิดตรงหน้าพญาครุฑครั้งนั้น เป็นมหามงคลของประเทศ ต่อมาก็คลี่คลายคดีบ้านเมืองจำนวนมาก

เสธ ฝันไปว่าปี 57 นี้ แมงเม่ามันเยอะ ให้นักรบป๊อบคอร์นเขาป้อนอาหาร

ส่วนพวกอั้งยี่แดง วงการตุลาการ จะชี้นำชะตาของบ้านเมือง ให้ผ่องใสเรืองรอง อีกครั้ง !!

@เสธ น้ำเงิน

.ที่มา https://www.facebook.com/topsecretthai

2876
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 171.96.20.102 วันที่: 18 มีนาคม 2557 เวลา:9:06:24 น.  

 
 
 
อย่าปล่อยให้บ้านเมืองไร้ขื่อแป
เหตุการณ์ลอบวางระเบิดแสวงเครื่องหน้าสำนักงานอัยการสูงสุด และสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมเมื่อวันจันทร์ ถือเป็นกรณีความรุนแรงล่าสุดที่เกิดขึ้นกับกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่ที่ทำการศาลอาญาเมื่อวันที่ 14 ก.พ. และวันที่ 23 ก.พ. ซึ่งลูกระเบิดตกระหว่างศาลอุทธรณ์และศาลอาญา รวมถึงกรณีปาระเบิดเอ็ม 61 ใส่ศาลอาญาเมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียกว่าช่วงเวลาเพียงกว่า 1 เดือน องคาพยพในกระบวนการยุติธรรมไทยกลับถูกคุกคามด้วยความรุนแรงมากถึง 4 ครั้ง
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ตั้งแต่เกิดเสียงระเบิดลูกแรกเมื่อวันที่ 14 ก.พ. จนถึงป่านนี้กลับยังไม่มีวี่แววของการหาผู้กระทำผิดได้เลย เสมือนประเทศไทยไร้ขื่อแป ที่สำคัญการคุกคามกระบวนการยุติธรรมซึ่งถือเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนนั้น นอกจากบั่นทอนความปลอดภัยแก่ผู้ที่อยู่ในแวดวงยุติธรรมโดยตรงแล้ว ยังสร้างความหวาดวิตกให้แก่ประชาชนคนธรรมดาอย่างหลีกไม่พ้น เพราะหนึ่งในสถาบันหลักของประเทศไทยยังถูกปู้ยี่ปู้ยำถึงขนาดนี้
ที่น่าปริวิตกมากไปกว่านั้น เมื่อผู้กุมอำนาจรัฐอย่าง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) และนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษา ศรส. กลับออกมาบอกว่ากรณีล่าสุดเป็นแค่เพียงการข่มขู่ ด้วยเหตุสำนักงานอัยการสูงสุดถอนตัวจาก 7 องค์กรอิสระที่จะแถลงข้อเสนอหาทางออกประเทศไทย! เป็นการพูดทั้งที่เจ้าหน้าที่เก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) ยังเก็บกู้ระเบิดดังกล่าวยังไม่เสร็จดี
หากรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับความมั่นคงรู้ถึงขนาดนี้ กลับปล่อยให้มีการป่วนเมืองและสร้างความระส่ำให้กับกระบวนยุติธรรมด้วยแล้ว ก็น่าต้องสงสัยว่ารู้เห็นเป็นใจหรือไม่อย่างไร ที่สำคัญที่บอกว่าเป็นการขู่นั้นมีหลักฐานอะไรยืนยัน เพราะระเบิดที่กู้ได้นั้นมีรัศมีการทำลายล้างถึง 30-40 เมตร ที่สำคัญเวลาจุดชนวนก็เป็นช่วงที่ผู้คนพลุกพล่าน หากไม่สามารถกู้ได้ทันจะเกิดอะไรขึ้น
หรือว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องทำตามข้อเสนอนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด ที่ได้เสนอให้ตั้งตำรวจศาลขึ้นมา เพราะความรุนแรงครั้งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในรอบกว่า 100 ปีของกระบวนการยุติธรรมไทย ซ้ำร้ายเจ้าหน้าที่ความมั่นคงยังจับมือใครดมไม่ได้ หรือว่าจะถึงคราวที่เราต้องปกป้องตัวกันเอง เพราะขนาดแวดวงยุติธรรมตั้งแต่ต้นทางอย่างอัยการ รวมถึงปลายทางอย่างผู้พิพากษายังไร้หลักซึ่งความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแล้ว ประชาชนคนธรรมดาจะอยู่กันได้อย่างไร หรือว่าบ้านเมืองนี้ไร้ขื่อแปไปแล้วจริงๆ.
//www.thaipost.net/news/180314/87658

4949
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 171.96.20.102 วันที่: 18 มีนาคม 2557 เวลา:10:59:14 น.  

 
 
 
ภาพนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้ำตาคลอระหว่างการให้สัมภาษณ์หรือระหว่างการปฏิบัติหน้าที่กลายเป็นภาพชินตา ยิ่งในภาวะที่ถูกบีบคั้นรอบด้าน โดยเฉพาะเวลานี้กับการเคลื่อนไหวของ กปปส.ไล่เรียงช่วง 2 ปีกว่าที่ผ่านมาหลายเหตุการณ์ที่ทำให้....... อ่านต่อได้ที่ : //bit.ly/1cDGtPa

6938
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 171.96.20.102 วันที่: 18 มีนาคม 2557 เวลา:11:44:38 น.  

 
 
 
นิสัยใจคอคนเสื้อเเดงทุกวันนี้
โดย กรรมติดจรวด

ผมคิดว่าคนเสื้อเเดงเนี่ย เค้ามีนิสัยหรือคิดยังไงถึงเป็นคนเสื้อเเดง คือ

-1 จิตใจไม่ดี
-2 เกิดมาไม่สมหวังในชีวิตหรือมีปมด้อย ก็อยากให้คนอื่นเละเทะเเบบตัวเองบ้าง
-3 ต้องการเงิน ไม่มีเงินใช้
-4 อยากดีอยากเด่นในสังคม กร่างอยากให้คนอื่นเห็นตัวเอง เเต่ไม่ทำตามกฏิกา
-5 มีโลกของตัวเองสูง สูงมากจนอยู่ในสังคมไม่ได้

มีหลายคนครับที่เป็นคนเสื้อเเดงเเล้วเค้าก็เลิกเป็นกันเเล้วมากมาย ทำไมไม่เลิกเป็นกันอะครับ ผมคิดว่า อย่าเอา 10ล้าน -15ล้าน มาอ้างเลยครับ ทุกวันนี้คนเสื้อเเดงจริงๆมีไม่ถึงพันคนหรอก ที่เห็นเยอะๆจ้างกันมาทั้งนั้น ทั้งต่างด้าว คนพวกนี้ไม่มีกำลังใจสู้หรอกครับ ที่ปี 53 ชนะได้เพราะคนเค้ายังไม่รู้ว่าไอ้พวกเลวมันจะเลวขนาดยิงทหาร ยิงประชาชน ได้ มาถึงตอนนี้เค้ารู้นิสัยกันหมดเเล้ว เเละ ไอ้เลวคิดหรอว่าคนไทย จะยอมอยู่ในสังคมโกงเเหลกเเบบนี้ได้ หวยยังโกงได้

ช่อมัลลิกา: เค้ายังเชื่อฝังหัววเป็นคำตอบสุดท้ายเสมอว่า...

พวกอภิสิทธิชน อำมาตย์ กำลังย่ำยี เรียกร้องเผด็จการ กลั่นแกล้ง
รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอันเป็นที่รักของพวกเค้าอยู่นะคะ

โดยที่เค้าไม่สนใจผลงานของรัฐบาลว่าบริหารจนบ้านเมืองพัง เสียหาย แค่ไหน
การที่มีรัฐบาลประชาธิปไตยที่ผ่านการเลือกตั้ง...คือ ที่สุด..ของที่สุด...ฟิน ค่ะ

Bookmarks:เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ ชอบคนรวย ขี้อวด อยากดัง มีสันดาลขี้โกง หัวรั้น และโง่

หากเขาเป็นคนเลวที่เลวนั้นจากใด
คำตอบมีไว้ตอบไปก็คนอื่น
อาจเลวเพราะแสนเข็ญหยาบช้าเพราะขมขื่น
เหตุนำนั้นพันหมื่นอื่นๆ อีกมากมาย...

spurs021: เราไม่รู้หรอกว่าทำไมเขาเลว แต่เราอยากรู้ว่าเมื่อไหร่... มันจะเลิกบ้า

เสือยิ้มยาก: ส่วนใหญ่จะหน้าด้าน ไม่สนใจ บาป บุญ คุณ โทษ
เน้นวัตถุนิยม คือ ให้ความสำคัญต่อ ทรัพย์สมบัติมากเป็นพิเศษ คิดว่ามันคือความสุขที่แท้จริง หรือมันสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด

บางคนทิ้งแม่บังเกิดเกล้าโดยไม่ใยดี เพื่อเงิน

พอล คุง: ชิส์ สลิ่ม แมลงวาป อำมาตย์ ชอบใส่ร้าย

ข้อ 1 เสือแดง จิตใจดีจะตายไป ดูอย่างตอนไปชุมนุมเบียร์สิงห์ ลีโอ สิ บริษัทเค้ากลัวเสื้อแดงไปชุมนุม เลยขนเบียร์มาแจก เสื้อแดงเค้าจิตใจดีเห็นเค้าเอามาแจกเลยไม่อยากให้เสียน้ำใจ ยกกลับบ้านไม่ชุมนุมมันละ ชิส์

ข้อ 2 ใครว่า เสื้อแดง มีปมด้อย อ่ะ มีที่ไหน เสื้อแดง ออกจะดีเลิศ ทุกอย่าง เสื้อแดงทำอะไรไม่ผิด คนอื่น สีอื่นผิด หมด แถมรักประชาธิปไตยที่่กินด้ายยยยยยยยย

ข้อ 3 ใครบอกเสื้อแดงต้องการเงิน ชิส์ สลิ่มไม่รู้อะไร เสื้อแดงเค้าไปด้วยจิตบริสุทธิ์ แต่มีคนเอาเงินมาให้เอง เสื้อแดง เค้าไม่อยากให้คนให้ เสียน้ำใจ เลยเก็บเงินซะ แถมใจดีด้วยนะ ขนาดปล้น 7-11 ยังเหลือหนังสือเอาไว้ให้เด็กอีก

ข้อ 4 ใครบอกว่า เสื้อแดงอยากเด่น กร่าง ไม่ใช่เลย สลิ่มยัดเยียด พวกแดงเทียม แดงปลอม เข้ามาปะปน เข้ามากร่าง แล้วกล่าวหาคนเสื้อแดง

ข้อ 5 เสื้อแดง ไม่ได้โลกส่วนตัวสูง นะ แค่คนอื่นเข้ากับเสื้อแดง ไม่ได้เท่านั้นเอง เอ๊ะอะ ๆ ๆ ก้อคนเสื้อแดงโง แบบนั้นแบบนี้ โด่ เสื้อแดง ฉลาดจะตาย แค่ไปผิดตึกครั้งเดียวเอง ชิส์

ชิส์ พวกสลิ่ม แมลงวาป อำมาตย์ ชอบดูถูกคนเสื้อแดง จริง ๆ

พระฤๅษี:.... คิดว่ามันมี ๒ กรณี ใหญ่ ๆ..คือ
..แกนนำ เป็นแค่ รับจ้าง ไม่มีอุดมการณ์อะไร
..ก็เลยว่าไปตาม คำสั่งนายจ้าง...
.. และ ผู้ชุมนุม.. ฟังอย่างเดียว ไม่ได้ เก็บไปคิด
..และไม่สนใจ เหตุผล. คือ ชอบ.ฟังเอามัน..มันจะ
..ไปเตะปากใคร ก็ เฮ.. นี่คือเรื่องน่าเศร้า.....

ชายน้ำ: เมื่อวานผมเลือกที่จะไม่ขับรถและขึ้นแท๊กซี่เข้าไปทำธุระในเมือง

โชเฟอร์บ่นเรื่องเศรษฐกิจเสียหายเพราะประท้วง เสียดายโอกาสที่ชาติไทยจะอดมีรถไฟความเร็วสูงและฝ่ายตรงข้ามเปลี่ยนมาใช้องค์กรอิสระในการโค่นล้มรัฐบาล

ผมเห็นว่าโชเฟอร์แกสุภาพและไม่มีการพาดพิงสถาบัน จึงรับฟังและถามคำถามให้แกแสดงทัศนะของแกออกมาได้เต็มที่

โชเฟอร์คนนี้ก็คงเหมือนคนที่นิยมทักษิณทั่วๆไปคือขาดข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง อาจเป็นเพราะเลือกข้างไปแล้วเลยปิดหูปิดตากับข่าวสารที่อาจสั่นคลอนความรักความนิยมชมชอบของตน

มีประเด็นมากมายที่ผมอยากจะแย้งแต่ก็เปลี่ยนใจเพราะแกปักใจเชื่อไปแล้ว เลยนั่งฟังแกไปเรื่อยๆจนถึงจุดหมาย

ความเห็นต่อกระทู้ ผมว่าแดงยังคงมีจำนวนมากในสังคมแม้ว่าจะไม่ถึง15หรือ20ล้านก็ตาม ส่วนใหญ่ยังคงเสพข้อมูลข่าวสารจากแหล่งเดิมๆ

ความเชื่อส่วนตัวคือจำนวนยังคงมาก แต่ถ้าให้ออกมาแสดงพลังต้องจ้างถึงมา และมวลชนแดงส่วนใหญ่จะไม่เลือกความรุนแรง ยกเว้นฮาร์ดคอและพวกรับจ้างก่อความรุนแรงครับ

Et tu Brute?: มิน่า ในนี้ไม่มีใครกล้าบอกว่าตัวเองเสื้อแดงซักคน

ชาวสวน: เคยทำโพล เล่นๆใน กรุ๊ปไลน์ เพื่อน 3กลุ่ม (สมัยมัธยม, มหาลัย, ทำงาน)

ถามว่า เมื่อผ่าไฟแดง แล้วโดน ตร.จราจรเรียก (รวมถึงโดนกล้องจับได้แล้วส่งใบสั่งไปที่บ้าน) ทำอย่างไร
1.ยอมรับความผิด เอาใบสั่งไปเสียค่าปรับ
2.ไม่ยอมรับความผิด ติดสินบน ณ.ที่เกิดเหตุ หรือหา พรรคพวกที่เป็นตำรวจ เคลียร์ใบสั่งให้

มีคนตอบ ทั้ง2ข้อ แต่มีข้อสังเกต คนตอบข้อ2 มักนิยมทักษิณ เสื้อแดง บางคนแอ๊บกลาง

6641
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 171.96.20.102 วันที่: 18 มีนาคม 2557 เวลา:14:13:00 น.  

 
 
 
วาทะวันนี้ จาก สุนทโรวาท อิหม่าม อาลี...“เมื่อความจริงใจเสื่อมลง ความหลงผิดก็กระจายเพิ่มขึ้น ลิ้นพูดถึงมิตรภาพ แต่หัวใจเต็มไปด้วยความจงเกลียดจงชัง...”

เครดิต ท่านขุนน้อย
6385
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.122.100.48 วันที่: 19 มีนาคม 2557 เวลา:9:34:07 น.  

 
 
 
ผู้นำเทียมปูเน่าของไทย ตอนนี้ทำตัวเป็นเจ้าแม่ใบ้หวย ล็อคให้ออกเลขท้าย ให้ตรงกับเลขทะเบียนรถ

ของปูเน่า เอง มาแล้วถึง 8 ครั้ง โดยมีเป้าหมายหลัก คือ มอมเมารากหญ้า หวังหล่อเลี้ยงฐานเสียง

โดยการซื้อเสียงทางอ้อม และ ชูธงสูงส่ง ปูเน่าให้ดูยิ่งใหญ่ เป็นผู้วิเศษ

(เป็น 1 ใน 7 วิธีการโฆษณาชวนเชื่อของระบอบคอมมิวนิสต์)

โดยปูเน่าสื่อว่า “ ใครถูกหวยบ้าง” เป็นการบอกเป็นนัยยะอ้อมๆ นั่นเอง

การล็อกหวยที่ถูกจับได้ จนศาลไคฟงตัดสินมาแล้วในสมัยชายดูไบเป็นนายก คือคดี “ กลม บางกรวย ”

ที่เอาเงินมาหว่านแจกกันสมัยนั้นถึง 200 ล้านบาท การล็อกตัวเลขรางวัลหวยให้ตรงตามความต้องการนั้น

ทำได้จริง โดยต้องมีการวางแผนเตรียมการมาก่อนล่วงหน้า และมีการซักซ้อมมาเป็นอย่างดี ก็สามารถทำได้

โดยนำเอาเหรียญ หรือพลาสติกที่หนักกว่า มาถ่วงน้ำหนักลูกบอลหมายเลขที่ต้องการ

โดยไม่ใส่เหรียญไปถ่วงลูกอื่นๆ จากนั้นนำลูกบอลทั้งหมด ไปใส่ในเครื่องออกสลาก และทำการหมุนตามขั้นตอน

ลูกบอลหมายเลขที่ทำการถ่วงน้ำหนักเอาไว้ ก็จะตกออกมาเป็นลูกแรก ตามที่ต้องการได้

ไม่ว่าประชาชนจะไปนั่งเฝ้าดูช่วงการออกเลขรางวัล ก็จะไม่มีทางรู้ได้เลย

( ดู Clip ตัวอย่างการล๊อคเลขได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=vfEXXUO9XjY)

การโกงแบบนี้ ทำให้มวลมหาประชาชน กปปส.เสียเปรียบชัดเจน

เพราะไปซื้อเลข 5 (จากระเบิด RGD5 ที่ขว้างที่บรรทัดทอง และอนุสาวรีย์ชัย)

และเลข 79 (ตามที่แก๊งค์อั้งยี่แดงยิง M79 ใส่ศาลไคฟง และแกนนำ กปปส.)

ทำให้มวลมหาประชาชน กปปส. ถูกหวยเพียงแค่ 1-2 ตัว ได้เงินรางวัลน้อยกว่า

แต่ที นปช. กลับถูกเลข 3 ตัวตรง 404 เพราะเลขได้มาจากทะเบียนรถปูเน่าวันหกล้ม..

นี่มันสองมาตรฐานเลือกปฏิบัติชัดๆ..จะไม่ให้มีที่ยืนในสังคมเลยหรือ เราจะอยู่กันอย่างนี้หรือ?...ฮา

เสธ.น้ำเงิน

1551
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.122.100.48 วันที่: 19 มีนาคม 2557 เวลา:13:57:10 น.  

 
 
 
ท่านขุนน้อย
ควันสงครามเริ่มคละคลุ้ง!!!
คัดมาบางส่วน..
แต่เอาเป็นว่า...สถานการณ์ความรุนแรงซึ่งอาจบังเกิดขึ้นได้ทุกขณะ หลังจากที่ ศาล หรือ องค์กรอิสระ ได้วินิจฉัยชี้ขาดสิ่งใดๆ ก็แล้วแต่ ที่ก่อให้เกิดผลลบต่อพรรคเผาไทย ต่อนายกรัฐมนตรีเถื่อน อันเนื่องมาจากมาตรฐานกฎหมายไทยใน ระบอบทักษิณ ย่อมต้องมีมาตรฐานเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ กู...คือความถูกต้อง เสมอไป ดูๆ แล้ว...คงไม่ถึงกับต้องน่าวิตก น่ากังวล มากมายซักเท่าไหร่ แม้จะมีการป่าวประกาศเตรียมบุกปล้นธนาคาร ปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ ฯลฯ อย่างเปิดเผยและเป็นทางการไปแล้วก็ตาม เพราะตราบใดที่ กองทัพแห่งชาติ และ กองกำลังตำรวจ (ฝ่ายดี) ยังพร้อมที่จะจับมือประสาน ตั้งจุดตรวจ ตั้งบังเกอร์ ไว้ ป้องปราม เหตุด่วน เหตุร้าย เอาไว้ก่อนล่วงหน้า โดยไม่จำเป็นต้องไปสนใจ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.บ.ความมั่นคง ที่ถูกชักเข้า-ชักออกให้เสียเวลา เนื่องจากกฎหมายเท่าที่มีอยู่ในมือ กอ.รมน. ย่อมสามารถนำมาใช้ระงับเหตุดังกล่าว ได้โดยไม่จำเป็นจะต้องไปรื้อบังเกอร์ แค่เพิ่มดอกไม้ประดับประดาเข้าไปอีกนิดเดียว ก็ถือว่าสอดคล้องกลมกลืนกับสถานการณ์เป็นอย่างยิ่ง...
-----------------------------------------------------
เรียกว่า...ถ้าหากต้องเผชิญหน้ากับกองกำลัง กลอพ.(กุ๊ยและอันธพาล) ที่ป่าวประกาศพร้อมจะตอบโต้ เล่นงานใครก็ตามที่คิดจะมาแตะต้องนายกรัฐมนตรีเถื่อน ในแบบ แตะเธอเมื่อไหร่...โลกแตกแน่ โอกาสที่มันจะระเบิดเถิดเทิงถึงขั้นกลายเป็น สงครามกลางเมือง อย่างที่จินตนาการกันไปเองนั้น น่าจะเป็นไปได้ยากซ์ซ์ซ์เอามากๆ ถึงจะสนธิกำลัง ถอยไปตั้งหลักอยู่ที่อาณาจักรล้าแล้วนา (ล้านนา) แค่เจอกับ การบังคับใช้กฎหมาย ของผู้ซึ่งมีหน้าที่ปฏิบัติตามตัวบทกฎหมายในแต่ละระดับ เพียงไม่กี่ยก ไม่กี่นัด ก็น่าที่จะ เรียบโร้ยย์ย์ย์โรงเรียน นปช. แบบเดียวกับที่เคย เรียบโร้ยย์ย์ย์ ณ หน้าวัดปทุมวนารามฯ อันส่งผลให้ท่านประธาน นปช.ในยามศึก หน้าซีดปานกระดาษ ตกน้ำ ตกท่า ตกเวที กันมาแล้วนั่นแล...
--------------------------------------------------------
ด้วยเหตุนี้...อย่าถึงกับต้องไปวิตก กังวล รุ่มร้อน กระวนกระวาย กับคำขู่ หรือคำโกหกคำโตๆ เพื่อ เติมเงิน ของบรรดานักต่อสู้ประเภท สู้แล้วรวย ทั้งหลายเกินไปนัก สู้เปลี่ยนบรรยากาศหันไปดูความเป็นไปของประเทศ คู่แฝด อย่าง ยูเครน น่าจะเมามันซ์ซ์ซ์ยิ่งกว่าไม่รู้กี่สิบ กี่ร้อยเท่า รายนั้น...เพิ่งจะเจอกับรายการแจก ป็อปคอร์น ไปเช่นกัน แต่ ป็อปคอร์น ของยูเครนนั้น เม็ดมันค่อนข้างจะโต แถมออกฤทธิ์ ออกเดช ยิ่งกว่าบ้านเราชนิดเยอะแยะตาแป๊ะไก๋ คือเกิดการลอบใช้อาวุธสังหาร สไนเปอร์ ยิงสอยทหารยูเครนซึ่งประจำการอยู่ในไครเมียเด๊ดสะมอเร่ย์ อิน เดอะ เท่งทึงไป 2 ราย ส่งผลให้นายกรัฐมนตรีรักษาการยูเครนคนปัจจุบัน นาย อาร์เซนีย์ ยัตเซนยุค ถึงกับออกมาป่าวประกาศอย่างเป็นทางการที่เมืองเคียฟวานนี้ว่า ความขัดแย้งในยูเครน...ได้ยกระดับจากการเมือง มาเป็นการทหารเรียบร้อยแล้ว...
-------------------------------------------------------------
ส่วนใครจะเป็นผู้คั่ว ป็อปคอร์น ถุงนี้...นั่นคงเป็นเรื่องยากซ์ซ์ซ์ที่จะพิสูจน์ จับมือดม กันได้ง่ายๆ เพราะมันออกจะเป็นอะไรที่สลับซับซ้อนไม่น้อยไปกว่ากรณีเครื่องบินมาเลเซียทั้งลำหายไปดื้อๆ นั่นเอง คือก่อนหน้านี้...ขณะที่มีการลุกฮือเดินขบวนประท้วงของมวลมหาประชาชนชาวยูเครน เพื่อต่อต้านประธานาธิบดีทรราชผู้ฝักใฝ่รัสเซียอย่างนาย วิกตอร์ ยานูโควิช มันก็เคยเกิดการแจกจ่าย ป็อปคอร์น ให้กับทั้งฝ่ายผู้ชุมนุมต่อต้านประธานาธิบดีและฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ที่ให้การสนับสนุนประธานาธิบดี อย่างชนิดเท่าเทียมกัน คือเกิดการ ลอบยิง ทั้งสองฝ่าย จนส่งผลให้เกิดแรงกระตุ้น การยั่วยุ นำไปสู่การปะทะขั้นแตกหัก ทั้งๆ ที่ทั้งสองฝ่ายเพิ่งจะพยายามหาทางคลี่คลายความรุนแรง ถึงขั้นออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้กับผู้ชุมนุมมาก่อนหน้านี้...
---------------------------------------------------------------
ถ้าพิจารณาจากหลักฐานซึ่งได้จากการดักฟังโทรศัพท์ ระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศเอสโตเนีย เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ๆ ยูเครน นาง Urmars Paet กับหัวหน้าฝ่ายกิจการต่างประเทศอียู นาง Catherine Ashton นอกจากจะยืนยันถึงการแจกจ่าย ป็อปคอร์น ให้กับฝ่ายมวลมหาประชาชนและฝ่ายเจ้าหน้าที่ด้วยกันทั้งคู่แล้ว ยังสะท้อนให้เห็นว่าพ่อค้าป็อปคอร์นรายนี้ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องพัวพันกับนาย อาร์เซนีย์ ยัตเซนยุค นายกรัฐมนตรีชั่วคราวของยูเครน ผู้ผงาดขึ้นมามีอำนาจภายใต้การสนับสนุนของสหรัฐอเมริการวมทั้งอิสราเอลอีกต่างหาก!!!
------------------------------------------------------------------
เอาเป็นว่า...ไม่ว่าใครจะเป็นผู้คั่ว ป็อปคอร์น แต่ละถุงก็ตาม แต่เมื่อประธานาธิบดี ปูติน ของรัสเซียและนายกฯ รัฐบาลท้องถิ่นไครเมีย นาย เซอร์เกย์ อักซีโอนอฟ ตัดสินใจรวบรัด ตัดตอน ร่วมลงนามโอนไครเมียให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียไปเรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว การเผชิญหน้าทางการเมืองที่กำลังยกระดับไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารระหว่าง ตะวันตก กับ ตะวันออก ยิ่งกลายเป็นสิ่งซึ่งมิอาจหลีกเลี่ยงได้ยิ่งขึ้นทุกที และอาจไม่เพียงแค่นำไปสู่ฉากสถานการณ์ระดับ สงครามกลางเมือง เท่านั้น แต่อาจลุกลาม บานปลาย กลายเป็นสงครามระดับภูมิภาค หรือระดับโลก เอาเลยก็ไม่แน่!!!
------------------------------------------------------------------
ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก John Ray (อีกครั้ง)... “When war begins, the Devil makes hell bigger.- เมื่อสงครามเริ่มขึ้น เจ้าปีศาจก็ได้เวลาขยายนรกให้ใหญ่ขึ้น...”

3632
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 110.168.117.196 วันที่: 20 มีนาคม 2557 เวลา:10:55:40 น.  

 
 
 
วันหนึ่ง ภรรยาเจิงจื่อกำลังเดินไปยังตลาด ลูกน้อยวิ่งตามพลางร้องไห้ ผู้มารดาบอกว่า “เจ้ากลับไปบ้านก่อน ข้ากลับจากตลาดแล้วก็จะเชือดหมู่ต้มแกงให้เจ้ากิน” เมื่อภรรยากลับมาถึงบ้าน ก็พบผู้สามีกำลังเชือดหมู จึงร้องห้าม กล่าวว่า “ข้าเพียงแต่แสร้งบอกลูกไปเท่านั้น” เจิงจื่อจึงว่า “อย่าได้พูดเล่นกับลูกอีก เด็กยังมิมีปัญญา พวกเขากำลังเรียนรู้จากพ่อแม่ ฟังคำของพ่อแม่ วันนี้เจ้าโกหกลูก ก็คือการสอนลูก แม่หลอกลวงลูก ลูกไม่เชื่อฟังพ่อแม่ นี่เป็นการให้การศึกษาที่เลวแก่ลูก” จากนั้น เจิงจื่อก็ก้มหน้าก้มตาเชือดหมู่ต่อไป.

หายเฟยจื่อ
เว็บมาเนเจอร์

5761
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.120.183.73 วันที่: 21 มีนาคม 2557 เวลา:11:20:00 น.  

 
 
 
...พลเอกกิตติ รัตนฉายา ( Kitti Ratanachaya ) อดีตแม่ทัพภาค 4 เจ้าของนโยบายใต้ร่มเย็นผู้สงบศึกภาคใต้มาแล้ว ส่งสารร่ายยาวถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก

...ถ้า ผมเป็น ประยุทธ์ จันทร์โอชา
.....ในสถานการณ์ ปัจจุบันนี้ ซึ่งประชาชน...ทุกคนรับรู้ว่า เกิดอะไรขึ้น มีกองกำลังก่อการร้าย ที่หลายๆคนก็รู้ว่า เป็นฝ่ายใครพวกไหน ใช้กำลังใช้อาวุธสงคราม มายิงประชาชนผู้บริสุทธิ์ ยิงเด็กตาย ขว้างปาระเบิดอย่างกับ เป็นแดนมิคสัญยี
...ในสถานการณ์ ซึ่งกฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ผู้บังคับใช้กฎหมาย อย่างตำรวจ ไม่ทำงาน และเอนเอียงแบ่งข้างโดยชัดเจนมาก เห็นง่ายๆจากกรณีที่ หลักฐานของคนปาระเบิด ที่อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เห็นภาพชัด มือยิงสุทินที่วัดศรีเอี่ยม เห็นชัด แต่ไม่เคยจับได้ แต่คนยิงขวัญชัย ไม่เห็นแม้แต่ปลายเส้นผม กลับจับกุมได้ในเวลารวดเร็ว

...ลองมาฟัง ผบ.ทบ. ที่เป็นความหวังของประชาชน แถลงดูครับ
...สิ่งที่ ประยุทธ์ จันทร์โอชา แถลง ผมจะสรุปคร่าวๆนะครับ

.....1. ประยุทธ์ บอก คนก่อความรุนแรง มีหลายกลุ่ม และส่วนใหญ่ เกี่ยวข้องกับกลุ่มที่ก่อการร้าย ปี 2553
.....2. ประยุทธ์ บอกว่า ทหารไม่สามารถเข้ามา คลี่คลายได้ โดยที่ไม่ยึดหลักของกฎหมาย หากใช้กำลังแก้ไขปลายเหตุ จะทำให้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ถูกยกเลิกไป
.....3. ประยุทธ์ บอกว่า อยากให้ใช้การเจรจา คุยกันอย่างสงบ ถ้าใช้กำลังจะทำให้บานปลาย
.....4. ประยุทธ์ บอกว่า ทำอย่างไรให้ทุกกลุ่มมาคุยกันอย่างสงบ เพราะมีการปลุกระดมมวลชน มาปะทะกัน จะทำอย่างไรให้มวลชนไม่มาต่อสู้กัน

...ถ้าผมเป็น ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ้าผมมีอำนาจนะครับ ผมอยากจะบอกท่านว่า ท่านไม่เข้าใจสถานการณ์ ตอนนี้ ท่านยังมองสถานการณ์ ตอนนี้ผิดไปจากความจริงมาก ถ้าผมเป็นท่าน ผมจะ...

.....1. ท่านบอกว่า ท่านรู้ว่าคนก่อความรุนแรงมีหลายกลุ่มและ ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ปี 2553
.....ผมก็จะบอกท่านว่า อย่ามาโลกสวยกับประชาชน ถ้าผมเป็นท่าน ผมจะจัดตั้งกองกำลังทหารติดอาวุธ ไล่ล่าพวกก่อการร้ายพวกนี้ ผมใช้คำว่า ไล่ล่า เพราะเดนมนุษย์ที่ฆ่าเด็กเล็กได้พวกนี้ มันไม่ใช่คน มันไม่สมควรมีชีวิตอยู่ ท่านบอกว่าท่านรู้ว่ากลุ่มไหน ไปไล่ล่ามัน มันมีอาวุธสงคราม มันใช้อาวุธสงครามฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์
.....ถ้าท่านเป็นทหารแล้ว ท่านรู้กลุ่มคนทำ แล้วท่านไม่ไปจับมัน ไม่ไปไล่ล่ามัน ปล่อยให้มันอยู่ก็จะเป็นอันตรายต่อประชาชนคนไทย ผู้บริสุทธิ์ ทุกคน ท่านรออะไรอยู่ครับ

.....2. ท่านบอกว่า ทหารจำเป็นต้องทำตามกฎหมาย ใช้ความรุนแรงนอกกฎหมายไมได้ ผมว่าท่านลืมอะไรไปนะครับ
.....อย่ามาโลกสวยกับผม ท่านลืมไปรึเปล่าในขณะที่ กฎหมายไม่ถูกบังคับใช้อย่างเป็นธรรม ขณะที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย คือตำรวจ อยู่ข้างโจรชัดเจน ท่านจะรอให้ประชาชนล้มตายอีกเท่าไหร่ ท่านลืมไปหรือเปล่าว่า ท่านมี กฎอัยการศึก ที่จะทำให้ท่าน เข้ามาคุมทุกอย่างได้ อำนาจจะตกอยู่ในมือท่านทั้งหมด
.....ท่านจะเข้ามาควบคุมทุกอย่างแทนตำรวจ ตั้งด่านสกัด จัดทีมไล่ล่าคนร้าย ไม่ต้องห่วงประชาชน พร้อมจะให้ข้อมูลกับท่านตลอดเวลาถ้าท่านประกาศกฎอัยการศึก นำทหารมาตั้งด่าน ดูแล พวกก่อการร้ายจะไม่มีโอกาสมาทำร้ายประชาชนได้แบบนี้
.....ถ้าถามว่าต้องประกาศกฎอัยการศึกอีกนานเท่าไหร่ ก็นานเท่าที่ศาลและกระบวนการยุติธรรม จะตัดสินลงโทษ ยิ่งลักษณ์ และรัฐบาล ถึงตอนนั้นมีรัฐบาลของประชาชน ก็ไม่จำเป็นแล้ว รัฐบาลพอหมดอำนาจ ไม่มีใครคุ้มหัวคนร้าย มันก็ไม่สามารถทำการอย่างอุกอาจแบบนี้ได้อีก

.....3. ท่านบอกว่า ต้องมีการเจรจา คุยกันอย่างสงบ ไม่อยากใช้กำลังจะทำให้บานปลาย
.....ผมก็จะบอกว่าท่านว่า ท่านจะเจรจากับใคร กับโจร กับอาชญากร กับผู้ก่อการร้ายเหรอ ท่านจะเจรจากับโจรใต้ไหม กับโจรแบ่งดินแดน ท่านจะเจรจากับไอ้พวกชั่วที่มันเอาโจรใช้อาวุธสงครามมายิงประชาชน ยิงเด็กตาย ท่านจะเจรจากับไอ้พวกนี้เหรอ
.....ท่านบอกว่าทหารไม่กลัว แต่ถ้าท่านยอมเจรจากับมัน ก็แปลว่า มันใช้กำลังข่มขู่ท่านได้ ประชาชนจะต้องทนอยู่อย่างหวาดกลัว และต้องเจรจาให้มันสมประโยชน์ เพียงเพราะกลัวมันจะเอาอาวุธสงครามมายิง มาปาระเบิดมาฆ่าเด็ก มาฆ่าลูกหลานของท่านแล้วบ้านเมืองนี้มันจะอยู่อย่างไร จะให้มันเป็นแบบนี้เหรอ
.....ท่านกำลังมองสถานการณ์ผิดอย่างมหันต์ กับโจรแรงมาเราต้องแรงกลับ เราไม่ได้ทำผิดกฎหมาย โจรที่ใช้อาวุธสงครามยิงเด็กได้ มันไม่สมควรมีชีวิตอยู่

.....4. ท่านบอกว่า ทำอย่างไรให้มวลชน 2 ฝ่ายไม่มาปะทะต่อสู้กัน เพราะมีการระดมมวลชนมาปะทะกัน
.....ถ้าท่านมีตามองเห็น ผมว่าไม่ยาก ตอนนี้มีมวลชนกลุ่มเดียวเท่านั้น ที่ถูกปลุกระดมให้มาปะทะกัน และใช้ถ้อยคำยั่วยุ ประกาศจะตั้งกองกำลังติดอาวุธ ประกาศจะใช้อาวุธสงครามกับ กลุ่ม กปปส. ประกาศดีใจเฮลั่น ที่มีเด็กตายในเหตุการณ์ระเบิดที่ จังหวัดตราด
.....ท่านเห็นแบบที่ผมเห็นรึเปล่า มีกลุ่มคนอยู่แค่พวกเดียวที่มีนิสัยก่อความรุนแรง และจะนำมวลชนติดอาวุธมาต่อสู้กัน นั่นก็คือ กลุ่มคนเสื้อแดง
.....และท่านเห็นรึเปล่าการระดมพลใหญ่ ที่โคราช วันก่อน ที่ระดมพลมาได้ไม่เต็มหอประชุม มากสุดแค่ 1,000 คน ท่านกลัวอะไรเหรอ หรือท่านไม่รู้ว่าตอนนี้ กลุ่มคนเสื้อแดงส่วนใหญ่เค้าตาสว่างแล้ว เค้าไม่เอากับพวกนี้แล้ว ระดมพลทุกครั้งจากเมื่อก่อนมีเป็นหมื่น ตอนนี้ได้แค่ เป็นร้อย เป็นพัน และกลุ่มคนพวกนี้ ก็ชอบความรุนแรง ดีใจกับการตายของเด็กเล็กได้ ก็ไม่ใช่คนแล้ว
.....ท่านกลัวกลุ่มคนพวกนี้มาปะทะกับกลุ่มคนที่เค้าชุมนุมเพื่อไล่รัฐบาลชั่ว ที่เค้าชุมนุมเสี่ยงตายเพื่อประเทศไทย เพื่อการปฎิรูปประเทศเหรอครับ ท่านมองสถานการณ์ ยังไงกันแน่ ท่านถึงไม่เข้าใจ

.....5. ถ้าท่านยังไม่รู้ว่าท่านจะต้องทำอย่างไร ผมขอบังอาจเสนอแนะนะครับ
.......5.1 ประกาศกฎอัยการศึก
.......5.2 นำทหารมาตั้งด่านดูแลประชาชนโดยรอบ และ ขัดขวางการนำมวลชนมาปะทะกัน ท่านมีอำนาจแน่นอนจากกฎอัยการศึก
.......5.3 อย่าปฎิวัติ อย่ารัฐประหาร เพราะพวกเราไม่ต้องการ
.......5.4 ตั้งกองกำลังทหารติดอาวุธ ไล่ล่าผู้ก่อการร้าย ที่ฆ่าเด็ก นำมันมาลงโทษอย่างสาสม ถ้าพวกนี้ตายไป นั่นหมายถึงชีวิตประชาชนผุ้บริสุทธิอีกหลายคน จะไม่ต้องสูญเสียอีก ท่านบอกว่าท่านรู้ว่ามันเป็นกลุ่มไหนทำเลย จะรอให้มันมาฆ่าประชาชนอีกกี่ชีวิต
.......5.5 ไม่มีการเจรจาใดๆทั้งสิ้นกับผู้ก่อการร้าย กับคนที่สั่งการอำมหิตฆ่าได้กระทั่งเด็ก สำหรับคนพวกนี้ต้องอย่าให้มันได้กลับมามีอำนาจในประเทศไทยได้อีก ไม่งั้นผู้คนจะอยู่กับความหวาดกลัว เป็นขี้ข้าฯตลอดไป
.......5.6 ควบคุมตัวแกนนำแดง หัวรุนแรงทั้งหลาย เช่น โกตี๋ ฯลฯ ท่านรู้อยู่ว่าใครสั่งการ ใครที่คอยปลุกระดมใช้อาวุธมาทำร้ายประชาชน ควบคุมตัวแกนนำที่จะระดม เสื้อแดงมาต่อสู้กับประชาชน เช่น ไอตู่ ไอเต้น เหวง ธิดา พวกนี้
.......ถ้าท่านกลัวว่าประชาชนจะปะทะกัน ถ้าเชื่อผม ท่านใช้กฎอัยการศึก คุมตัวพวกนี้ไว้ สักพักจนกว่าเรื่องจะจบ รับรองว่าไม่มีเสื้อแดงโผล่มาหรอกครับ มวลชนเสื้อแดงมาจากการปลุกระดมของแกนนำไม่กี่คน ที่รับเศษเงินมาจากทักษิณ ถ้าท่านคุมแกนนำนี้ไว้ได้ก็จบ
.......5.7 ตัดท่อน้ำเลี้ยง อายัติ บัญชีของคนที่ท่านก็รู้ว่าใคร บัญชีที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับ พวกโจรก่อการร้าย ทำสิครับ ไม่มีเงินมีเหรอพวกนี้จะทำงานให้
.......5.8 ให้ทหารดูแล ศาลและ องค์กรอิสระที่จะถูกข่มขู่คุกคาม เพื่อให้ตัดสินคดีอย่างเป็นธรรม
.......5.9 จากนั้น ท่านก็แค่รอเวลาจนกว่า กระบวนการยุติธรรมจะทำงานเสร็จ ปปช. ศาล พอมีรัฐบาลจากประชาชนขึ้นมาก็จบแล้วครับ เพราะจากนั้น องค์กรต่างๆ รวมทั้งตำรวจถ้ามีหัวหน้าดีๆ ผมก็คิดว่า เค้าจะทำงานของเค้าได้ดีครับ นั่นก็จบหน้าที่ของท่านแล้ว

...จากนั้นก็ ปล่อยให้รัฐบาลประชาชนทำงานของเค้าไป เพื่อทำลายระบอบทักษิณให้สิ้น ใครผิดถูกว่ากันไปตามกฎหมาย ท่านแค่ดูแลไม่ให้ กองกำลังติดอาวุธ โจรก่อการร้ายมาทำร้ายประชาชน มาข่มขู่ศาล ก็แค่นี้ครับ หน้าที่ของท่าน
...ท่านกำลังเข้าใจสถานการณ์ผิดพลาดครับ ระวังจะทำให้สูญเสียอย่างใหญ่หลวงถ้าไม่รีบทำอะไร คนธรรมดาอย่างผมมองได้ครับ ว่าพวกนี้จะไม่หยุด ที่เค้าใช้กำลังความรุนแรง เพราะเค้าจนตรอก หลังจากที่ศาลแพ่ง ตัดสินไม่ให้สลายการชุมนุมตามกฎหมาย เค้าจนตรอก เค้าก็ต้องเอากองกำลังติดอาวุธมาทำร้ายประชาชน เพื่อเจรจา นั่นคือสิ่งที่เค้าต้องการและ ประยุทธ์ กำลังจะมอบในสิ่งที่เค้าต้องการ นั่นคือ เจรจากับโจร ท่านต้องไม่เจรจากับพวกนี้ครับ ถ้าเจรจากับโจร ต่อให้จบลง เหตุการณ์สงบ เราก็ต้องอยู่เป็นขี้ข้าฯ เค้าอย่างนี้ไปตลอด และเหตุการณ์จะไม่มีวันสงบจริง เพียงแค่รอวันปะทุขึ้นมาใหม่เท่านั้น

...ปล. ผมชื่นชมท่านหลายอย่างนะครับ กรณีการวางตัวที่ผ่านมา เช่น การให้ทหารคอยคุ้มกัน ปกป้องประชาชนในที่ชุมนุม คอยช่วยเหลือพยาบาล แต่ครั้งนี้ ท่านอย่าประเมินสถานการณ์ผิดครับ

.....ประเมินสถานการณ์ผิดพลาด ประเทศจะเสียหายอย่างใหญ่หลวง......

#ไร้เงา_กกร24
https://th-th.facebook.com/fongsananhora

8678
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.120.183.73 วันที่: 21 มีนาคม 2557 เวลา:15:34:20 น.  

 
 
 
22 มี.ค.57 แฉ..เมื่อแกนนำลั่นกลองรบ เสื้อแดงจึงมาเป็นร้าง สู่คางคกย่างบนเมรุ

อำนาจหลักการปกครองของไทย ตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ คือ นิติบัญญัติ – บริหาร – ตุลาการ เป็นเหมือนเก้าอี้ 3 ขา ที่วางตั้งไว้ รองรับน้ำหนักที่จะกดทับจากด้านบนลงมาอย่างมั่นคง โดยอำนาจทั้ง 3 ต้องเป็นอิสระไม่ขึ้นต่อกัน เพื่อให้เก้าอี้ 3 ขานี้ผดุงการปกครองเพื่อประโยชน์ประชาชนในประเทศ 66 ล้านคน โดยแต่ละอำนาจมีหน้าที่โดยย่อดังนี้
1. อำนาจนิติบัญญัติ (ส.ส. และ ส.ว.)..ทำหน้าที่ออกกฎหมาย เพื่อบังคับใช้ให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชนทุกคน
2. อำนาจบริหาร ( นายกฯ และ ครม.)..ทำหน้าที่บริหารประเทศ โดยใช้กลไกเครื่องมือ คือ ข้าราชการ และกฎหมายที่นิติบัญญัติออกมา
3. อำนาจตุลาการ (ศาลทุกศาล)..ทำหน้าที่ตัดสินชี้ขาด ตามที่นิติบัญญัติออกมา

แต่แก๊งค์อั้งยี่แดง ได้ยึดอำนาจประเทศไทยไปได้ 2 อำนาจ คือ นิติบัญญัติ (ส.ส. และ ส.ว.) และบริหาร ( นายกฯ และ ครม.)..ด้วยอำนาจใหม่ คือ “อำนาจเงิน” โดยการซื้อเสียง ส.ส.และ ส.ว.มาเป็นสัตว์เลี้ยงแดงในบ้านให้เชื่อง แล้วก็กุมอำนาจบริหาร ( นายกฯ และ ครม.) ไว้ ดูดทรัพยากรกองกลางของประชาชนทุกคน ไปเป็นของตนเอง และตระกูล ในรูปแบบการสั่งให้สัตว์เลี้ยงแดง ของตัวเองที่ชุบเลี้ยงให้เศษอาหารไว้ เห็นชอบในการออกกฎหมายขี้โกงเอาเปรียบต่างๆ

พอถูกจับได้ โดนอำนาจตุลาการยึดทรัพย์เงินโกงเข้าหลวง และกลัวจะถูกลงโทษอาญาติดคุกตะรางจากอำนาจตุลาการ ก็ให้สัตว์เลี้ยงแดงแสนเชื่องที่คอยเลียแขนขา ออกกฎหมายเพื่อล้างความผิดฟอกขาว และเอาเงินที่โกงนั้นคืนกลับไป..จนประชาชนทั่วประเทศมาทวงคืนเอาอำนาจบริหารคืน แต่แกนนำแก๊งอั้งยี่แดงไหนเลยจะยอมตายคนเดียว จึงยุบสภาฯ พาสัตว์เลี้ยงแดงออกไปด้วย แล้วคัดเลือกสัตว์เลี้ยงที่ภักดี ไปลง ส.ส. และ ส.ว.ตามที่เห็นกันอยู่

แต่สิ่งที่เป็นเหมือนก้างขวางคอ ให้แก๊งค์อั้งยี่แดงกินประเทศไทยไม่สำเร็จ คือ อำนาจที่ยังยึดไม่ได้เบ็ดเสร็จ คือ อำนาจตุลาการ (ศาลทุกศาล) ที่ยังคงความเที่ยงตรง เป็นที่พึ่งสุดท้าย ให้ความยุติธรรมกับประชาชนตลอดมา แม้จะพยายามซื้อด้วยเงิน หรืออามิสสินจ้างนานาชนิด เช่น เสนอด้วยการบำเรอกาม จากกองทุนบ้านเลขที่ 111 ที่เอาไปเลื้ยงหญิงบริการนางโลม ที่เดอะแกรนด์รัชดา เพื่อให้ทนายแผ่นดิน และเปาบุ้นจิ้น ส่วนน้อยนิด ที่เผลอมาเที่ยวแล้วกองทุนนี้จ่ายเงินให้หมด

หากใครหลงกลลวง ก็จะติดกับดัก เพราะแก๊งค์อั้งยี่แดงก็จะเก็บหลักฐาน และภาพถ่าย ไปแบล็คเมล์ หากไม่ตัดสินตามที่แก๊งค์ตนเองต้องการ คล้ายกรณีเห็ดสด ที่เผลอรับสร้อยเพชรราคา 10 ล้านบาท จากห้างคาบสมุทรหรู กลาง กทม. ขณะอยู่ในตำแหน่ง จนต้องตกเป็นทาสในเรือนเบี้ย มาจนถึงปัจจุบัน ครั้นจะเอาใจออกห่าง ก็โดนขู่ด้วยอาวุธที่บ้าน และการแฉ แลกเปลี่ยนการยอมเป็นสัตว์เลี้ยงเชื่องตาบอด ด้วยเศษเงินที่ปรึกษากฎหมายอย่างที่เห็นกัน

ดังนั้นเมื่อเกิดการเลือกตั้งในทุกระดับ แก๊งค์อั้งยี่แดงจะพยายามซื้อเสียง ด้วยกลโกงสารพัด เพื่อให้ได้อำนาจนิติบัญญัติ และบริหารมา แล้วก็มาทำผิดกฎหมาย กติกา มันทุกอย่างที่ตราขึ้นมาเองนั่นแหละ พอศาลไคฟงตัดสิน มันถึงแพ้แทบทุกคดีไง บางคดีแก๊งค์อั้งยี่แดงอยากรู้ผลมาก ก่อนวันที่คำตัดสินจะออก (อยากรู้คำตอบข้อสอบว่างั้นเถอะ) ถึงกับกล้าหน้าด้านส่งทนาย พ.เอาเงินใส่ถุงขนม 2 ล้านบาท ไปติดสินบนเจ้าหน้าที่ศาล แต่ก็ไม่มีใครเอา เพราะกล้องวงจรปิดมันติดเต็มไปหมด สุดท้ายทนาย พ.คนนี้ ก็โดนจำคุกถึง 6 เดือน แต่ก็ยังไม่เข็ด

แก๊งค์อั้งยี่แดง จึงเสพติดอำนาจ เพราะมันหลงใหลในวงจรความชั่วนี้ เพราะมันได้เงินโกงมาแบบมักง่าย สบายๆ แถมใช้ข้าราชการส่วนกลาง ฝ่ายความมั่นคง และข้าราชการท้องถิ่นฟรีๆ อีกราว 7 ล้านคน ให้เป็นมือ ไม้ กระทำความผิดแทน หรือใช้ทรัพยากรของหลวง อำนวยความสะดวกอย่างหน้าด้านๆ

สิ่งที่แก๊งค์อั้งยี่แดงหวั่นไหว นอกจากการโดนโจมตีธุรกิจเครือข่ายแดง จนเจ๊งระเนระนาดแล้ว อีกอย่างก็คือ การปฏิรูปแก้กฎหมายกติกา ให้เมืองไทยปลอดการซื้อเสียง เพราะเท่ากับการตัดต้นทางการเข้าสู่อำนาจนิติบัญญัติ เดินสู่บริหารนั่นเอง แต่สิ่งที่แก๊งค์อั้งยี่แดงต้องการมากที่สุดก็คือ “ ทำให้การซื้อเสียง หรือการโกงเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย “ จึงมีการปล่อยวาทะกรรม หรือสร้างค่านิยมประหลาดออกมาสู่สังคมเรื่อยๆ เช่น โกงได้แต่ขอแบ่งมั่ง , เพราะรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นประชาธิปไตย , เพราะเป็นผลพวงจากรัฐประหาร , เพราะศาลไม่ได้ดูที่เจตนา , คน 20 ล้านเสียง แพ้คน 6 เสียง ฯลฯ

ที่ผ่านมามีแต่คนแหย่ให้ชาย 3 สี ออกมาชี้แจงเรื่องนายพลถั่งเช่าบ้าง สำหรับส่วนตัว เสธ คิดว่าไม่จำเป็นต้องชี้แจง เพราะเป็นการคุยโทรศัพท์ของชายดูไบ กับลูกน้องนายพล ย.ที่แกล้งป่วยกลางดึกวันก่อนประชุมสภากลาโลมล่าสุดพอดี เพื่อหนีเผือกร้อนบัญชีแต่งตั้ง ใครอยากได้คำชี้แจง ก็ไปถามคนที่คุยกัน 2 คนนั้นเขาเอาเอง คนอื่นที่เขาถูกพาดพิงไม่ได้คุยด้วย จะต้องมาชี้แจงทำไม? ไม่งั้นนาย ก.คุยกับนาย ข. หรือทุกคนในนี้คุยกัน แล้วนาย ป.ต้องชี้แจงทุกครั้งไป ก็ไม่เป็นต้องทำอะไรกันแล้ว

แต่ผลการแฉคลิปถั่งเช่า ครั้งนั้น คนทั่วไปหารู้ไม่ว่า มันมีผลช่วยประเทศชาติขนาดไหน อย่างแรกคือ สกัดการปฏิวัติตัวเองของรัฐเทียมปูเน่า ช่วงปลายปี 56 (ก่อนชุมนุมสามเสน) ตามที่เคยเล่าให้ฟังแล้ว และอย่างสอง คือ ช่วยให้ผู้นำพม่าไม่ให้ชายดูไบเข้าพบ เมื่อเดือน ก.พ.57 และ ผบ.ทหารพม่า ไม่ช่วยเหลือชายดูไบ ที่ขอใช้พื้นที่ตรงไทใหญ่ เป็นฐานฝึกอาวุธ (ตามที่เคยเล่าแล้ว) แค่นี้คลิปถั่งเช่านั่น ก็ส่งผลดีแบบที่คนทั่วไปไม่มีวันเข้าใจกลศึก ลับ ลวง พราง นี้แล้ว

บางคนก็ยุให้ชายชุดเขียวใช้อาวุธ กำจัดฝ่ายตรงข้ามให้สิ้นซาก จะได้จบเร็วๆ แต่หารู้ไม่ว่าคนที่ใช้อาวุธจนเคยตัว จะเสพติดอำนาจง่ายๆ แบบนั้น ตามหลักอาชญวิทยา เมื่อเสพติดแล้วจะต้องใช้มันเสมอเมื่อไม่ได้ดั่งใจ เหมือนที่แก๊งค์อั้งยี่แดงกำลังทำอยู่นี่ไง ในวันหน้าเมื่อมีชายชุดเขียวชุดใหม่มาแทนผู้เกษียณไปชุดนี้ ที่เขาอาจไม่สุขุม รอบคอบ มุ่งแต่ใช้กำลังอาวุธ ประเทศเราก็จะต้องใช้อาวุธจัดการกันอยู่ร่ำไป กลายเป็นซีเรีย และเกาหลีหนือ ที่เขาใช้อาวุธตัดสินประชาชนของเขา แทนอำนาจตุลาการ

คนไทยต้องคำนึงผลร้ายมุมกลับในระยะยาว ของวิธีการแบบนี้ด้วย..อย่าลืมว่า “ คนเราไม่ได้เป็นคนดี เหมือนกันทุกคน “ ถ้าไม่มีชายชุดเขียว เอากำลังเรือนหมื่นมาปกป้องคุ้มครองประชาชนผู้บริสทธิ์ ป่านนี้คงถูกแก๊งค์อั้งยี่แดงโจมตีด้วยอาวุธ จนตาย และเจ็บ มากมายก่ายกองเป็นซีเรียไปแล้ว ที่มันทำร้ายประชาชนไม่ได้จนถึงทุกวันนี้ และดิ้นๆ เร่าๆ กันอยู่ ก็เพราะชายชุดเขียวมาปกป้องนี่แหละ..

แต่ถ้าจะต้องให้ตามไล่ล่าคนอื่น แบบนี้ต้องเรียกใช้บริการเป็ดเหลิม ชายชุดดำฝ่ายชั่ว และบรรดาอันธพาลแดงแล้ว เพราะชายชุดเขียวเขามีแต่คนดี มีศีลธรรม และมีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองประชาชนในชาติ ปกป้องอริราชศรัตรูนอกประเทศ มีกำลังแค่ไหนก็ทำเต็มที่ เพราะกินภาษีประชาชน แล้วหน่วยงานที่มีหน้าที่รักษาความสงบภายในประเทศ ประชาชนได้ไปเรียกร้อง ให้เขาทำหน้าที่ของเขาเต็มกำลังความสามารถหรือยัง?

และการเลือกตั้ง สว.ที่เกิดขึ้นในวันที่ 23 และ 30 มี.ค.57 ประชาชนทุกคนได้ทำหน้าที่กำจัดคนชั่วด้วยตนเองหรือยัง ในการหาข้อมูล ว่าใครอยู่ในเครือข่ายพรรคอั้งยี่แดง เป็นผัว เมีย ญาติ ฯลฯ การหาข้อมูลประวัติก็ค้นทางอินเตอร์เน็ต คุยกันกับเพื่อนบ้าน ที่ทำงาน แล้วก็รณรงค์ แต่ละจังหวัด ว่าอย่าไปกาเลือกพวกอั้งยี่แดง ไม่งั้นคนจะยากจนเพิ่มกันทั้งประเทศ ต้องช่วยกันทำให้แก๊งค์อั้งยี่แดงสูญพันธุ์ ทำให้ประเทศไทย “ เป็นเขตปลอดคนเสื้อแดง “ ให้ได้

ประเทศไทยมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตนเอง ตามบทบาทที่กฎหมายกำหนดจำนวนมาก ชายชุดเขียวไม่ใช่ฮีโร่ ที่จะต้องทำการทุกอย่างในประเทศนี้ ทั้งป้องกัน ปราบปราบ ตัดสิน ไม่งั้นจะมีหน่วยงานอื่นๆ ที่เขาต้องมีหน้าที่โดยตรงไว้ทำอะไร การให้ชายชุดเขียวไปทำหน้าที่ทุกอย่างตามที่หลายคนเรียกร้อง จะทำให้ประเทศเราสับสน ประชาชนต้องมาตั้งหลักคิดกันใหม่ คือ เรียกร้องกดดันให้หน่วยงานราชการที่มีอำนาจนั้นๆ “ ทำหน้าที่ของตนเอง “ และต้องทำด้วยความฉับไวด้วย เหมือนที่เหล่าบรรดาชายชุดเขียวกำลังทำ..ในการปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ประชาชน..ลองหลับตาจินตนาการซิ ว่าถ้าชายชุดเขียวไม่ทำอะไรเลยที่ผ่านมา จะเกิดอะไรขึ้นในวันนี้ !!..ซีเรียชัดๆ เลยล่ะ

ดังนั้นเมื่อแก๊งค์อั้งยี่แดง ไม่สามารถยึดกุมอำนาจตุลาการ ศาลไคฟง ด้วยวิธีการตามกรอบกฎหมายปกติได้ ก็ใช้วิธีลัดนอกกติกา แบบคอมมิวนิสต์แดงกลายพันธุ์ โดยร่วมกับทุนนิยมสุดโต่ง ดำเนินการก่อความรุนแรง และโฆษณาชวนเชื่อ โดย

1. จ้างกองกำลังติดอาวุธ การก่อการร้ายสากลกับประชาชนในประเทศตัวเอง

1.1 ชุดปฏิบัติการใช้อาวุธปืนยิงถล่มจุดต่างๆ..ทีมงานได้แก่แดงในราชการฝ่ายชั่ว ชายชุดดำ ชายชุดเขียว กรมสอบสวนจู๋ จิ๋มปลอม..ที่ไม่สำนึกว่าตนเองมีหน้าที่ปกป้องพ่อหลวง และไม่ตระหนักในภัยจากคอมมิวนิสต์แดง ที่จะจะทำให้ประเทศเป็นเผด็จการ พวกนี้
- หลังเลิกงาน..ลอบโจมตีปืนสั้น,ปืนไรเฟิลอัตโนมัติ (AK47, M16) เช่น ยิงโจมตี คปท. ที่จุดชุมนุม , ยิงใส่ประชาชน กปปส.ที่หลักสี่ , M79 ใส่จุดหลวงปู่แจ้งวัฒนะ, ลอบยิงแกนนำ หน้าสโมสรกองทัพบกจนโดนรุมกระทืบ , M16 ยิงใส่บ้านคนที่เป่านกหวีดใส่หญิงกระบังลม ฯลฯ
- ในเวลางาน..เช่น ยิงวสุตาย , ทำร้ายประชาชน และทรัพย์สิน ที่สนามกีฬาไทยญี่ปุ่น , ดักจับการ์ด , จับเสื้อเกราะของพยาบาลอาสา , จัดฉากจับชายชุดเขียวเพื่อใส่ร้าย , การสร้างหลักฐานเท็จ , การออกหมายจับแกนนำ และผู้ที่เชิดชูสถาบันเบื้องสูง ฯลฯ

1.2 ชุดปฏิบัติการวางระเบิดแสวงเครื่อง...จากวาดะห์ กองโจรก่อการร้ายที่ใช้ก่อความรุนแรงในภาคไต้ แดงฮาร์ดคอร์อดีตทหารพราน เคยอยู่ในกลุ่ม เสธ.แดง...ถูกสั่งให้ก่อการร้ายสากล โดยใช้ระเบิดแสวงเครื่อง เช่น ระเบิดประกอบถังดับเพลิง หรือถังแก๊สหรือปุ๋ยยูเรีย ที่หน้าการประปานนทบุรี , หน้า ปปช, ในรถที่ซอยแจ้งวัฒนะ 13 ใกล้จุดหลวงปู่..ซึ่งพวกนี้เคยใช้แก๊งค์มาก่อนหน้านี้หลายครั้งในอดีต เช่น สมานเมตตาแมนชั่น ที่ระเบิดจนห้องพักทั้งอาคารพังเมือระเบิดเละเองคาที , วางระเบิดในรถแท็กซี่ติดแก๊สแถวหลักสี่ ฯลฯ

1.3 ชุดปฏิบัติการระเบิดชนิดสังหาร..จากแก๊งค์แดงอิสระ ที่เลี้ยงไว้ด้วยเงินนอกกฎหมายต่างๆ จาก บ่อน ซ่อง ยาเสพติด เช่น แก๊งโกตี๋ปทุม นนท์ เมืองทอง ตลาดไท กาละแม สมุทรปราการ นักรบพระองค์ดำ เขมรรับจ้าง (ไปดูที่เคยแฉ ที่https://www.facebook.com/media/set/?...4770444&type=1 ) พวกนี้จะก่อการร้ายสากลด้วยระเบิด M26, M79, RGD5 และอาวุธสงคราม เป็นหลัก เช่น ยิงเสื้อแดงด้วยกันเองในปี 53 ทั้งหมดทุกเหตุการณ์ , ใช้ M79 ยิงไส่ศาล , ปปช. บ้านพักบุคคลสำคัญ , ใส่สโมสรชายชุดดำที่นั่งทำงานเป็ดเหลิม เพื่อข่มขู่กันเอง, ใส่บ้านแกนนำ , ใส่บริษัทเบียร์ที่เชียงใหม่ และปาระเบิด RGD5 ใส่กำนันบรรทัดทอง , ถาวรอนุสาวรีย์ , ที่เขียงใหม่ 2 จุด , ยิง นศ.รามปลายปี 56

1.4 ชุดปฏิบัติการขว้างระเบิดทำเอง..มีทีมงานเป็นแดงอิสระ และ กลุ่มแดงเด็กแว้นท์ เช่น ปาระเบิดขวดใส่บังเกอร์ชายชุดเขียว , ปาประทัดยักษ์, ปาระเบิดท่อ PVC ใส่บ้าน , ปาระเบิดควันใส่นักเรียน และพ่นสีป้าย รร.แกนนำแกนนำที่เป่านกหวีดใส่หญิงกระบังลม

1.5 จากแก๊งค์นักการเมือง เช่น แก๊งค์โอรส ยาเสพติด พ่อไอ้ปื๊ดโจมตีจุดชุมนุมด้วยปืน จากแก๊งค์มอเตอร์ไซต์วัยรุ่นป่วน , แก๊งค์สมุทรปราการ ยิงสุทินตาย , แก๊งค์ชลบุรี ยิงเด็กตายที่ จ.ตราด , แก๊งค์ปลอดเป็นศพ ร่วมกับแก๊งค์นายพลป๊อบอาย ยิงเด็กตายที่ประตูน้ำ , แก๊งค์ผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตีลิสเผาไทย ชายชุดเขียวนอกราชการ เบอร์ต้นๆ ที่โจมตีแจ้งวัฒนะบ่อยๆ

** ทุกกลุ่มทำงานภายใต้คำสั่งของวอร์รูม ที่มีอดีตสมาชิกกลุ่มสโมสร 19 ซึ่งเป็นคนสนิทของชายดูไบ เป็นหัวหน้าและมีนายชายชุดเขียวนอกราชการ ยศพลเอก กับ ยศพันเอก เป็นหัวหน้าทีมยุทธการ

1.6 การ์ดกองกำลังแบ่งแยกดินแดน อพปช.
- แกนหลักของกองกำลังแบ่งแยกดินแดน ประชุมแกนนำเมื่อ 17 มี.ค. ที่บ้านหนองม่วง อ.ส่องดาว จ. สกลนคร โดยมีแกนหลัก จากภาคอีสานตอนบน 10 จังหวัด จังหวัดละ 10 คน เข้าร่วมประชุม มีข้าราชการระดับสูง ของจังหวัดบางคนอำนวยความสะดวก
- ผลการประชุม ให้แกนนำแต่ละจังหวัด ไปจัดตั้งกองกำลังให้ได้ จังหวัดละ 500 คน รวม 10 จังหวัด จะได้กองกำลัง 5,000 คน โดยเบื้องต้นรับค่าใช้จ่าย ไปจังหวัดละ 1 ล้านบาท
- เมื่อได้กองกำลังครบแล้ว แก๊งค์อั้งยี่แดงส่วนกลาง จะจัดครูฝึกไปฝึกให้ โดยจะใช้เวลาดำเนินการ 30 วัน เพื่อให้ทันต่อการปฏิบัติการเผากรุงรอบ 2 และก่อสงครามกลางเมือง
- แกนนำหลอกว่า ผู้ผ่านการฝึก แต่ยอมเสี่ยงไปตาย เจ็บ และติดคุก ข้อหากบฏ แทนแกนนำที่จะบงการอยู่ในที่ปลอดภัยไม่เสี่ยง จะได้รับค่าตอบแทน เดือนละ 12,000 บาท เพียงเดือนเดียว และเมื่อชนะยึดอำนาจได้ กองกำลังเหล่านี้จะได้รับ การบรรจุเป็นทหารประจำการ ติดยศ ทุกคน
- เป้าหมายของกองกำลังแบ่งแยกดินแดน อพปช. จะคัดเอาทหารเกณฑ์ที่ปลดประจำการ ไม่เกิน 3 ปี เพราะเหมาะสมแก่การมาตาย เจ็บ และติดคุก เนื่องจากมีครอบครัวที่ต้องการเงินค่าเยียวยา
- แกนนำพรามแดง คอมมิวนิสต์กลายพันธุ์ ออกปลุกระดมประชาชนรากหญ้า ในพื้นที่จังหวัดสกลนครอย่างหนัก ไม่ให้รับคำตัดสินศาลไคฟง รธน., ไม่ให้ประชาชนเชื่อฟังและเคารพศาลทุกศาล และ ปปช. ถ้าตัดสินเป็นผลบวกกับแก๊งค์อั้งยี่แดง แสดงว่าเป็นประชาธิปไตยแล้ว
- แต่ถ้าเป็นผลลบ แสดงว่าไม่เป็นประชิปไตย และเป็นผลพวกจากรัฐประหาร จะต้องนำมวลชน ลุกฮือบุกกรุงเทพ ฯ ประชาชนเสื้อแดงควรสละชีวิตตนเอง เพื่อต่อสู้ให้ตระกูลชินครองอำนาจต่อไป


2. จ้างมวลชนแดงรับจ้าง รายจ๊อบ และรายเดือน

2.1 นักวิชากำกวม สื่อมวลชิน และพวก NGO รับจ้าง
- NGO บก.ลายด่าง และสมุน พวกนี้จะรับการจัดอีเว้นท์ เช่น ใส่เสื้อขาวจุดเทียน, ใส่เสื้อดำชูป้าย, หมิ่นสถาบัน , ชูป้ายหน้าศาลไคฟง , ปปช., หน้าค่ายทหารให้ยกเลิกบังเกอร์..แลกกับเงินค่าจัดอีเว้นท์ละหลักล้านบาท และการกว้านซื้อยึดที่ดินชาวนาในภาคกลาง
- นักวิชากำกวม นิติขี้ราด , นักกฎหมายอิสระที่ใส่แว่น..ที่เน้นการโจมตีสถาบันเบื้องสูง และโจมตีศาลไคฟงบิดเบือนแถตีความกฎหมาย แลกกับค่าหุ้น ปตท. และตำแหน่งที่ปรึกษา รมต...ตาชั่งศาลไม่ได้เอียง เพราะตัดสินให้ความดีชนะความชั่ว แต่ที่เอียง ก็คือจิตใจทุยแดงเอง
- สื่อมวลชิน เช่น สรย้วย เล่าข่าวที่ชายดูไบ ออกทุนประเดิม 100 ล้านบาท ในการตั้ง บ.ไร่สีแดงผสมเหลือง และให้เวลามาจนถึงปัจจุบัน , จอมขวนขวาย เนชั่น เพราะได้หุ้น ปตท.ตอบแทน , โว้ย ทีวีของโอ๊ค , เอเชียอาบแดด ของ บ.เผาไทยเอง , นสพ.มติชิน , ข่าวแห้ง ที่ถูกชิงซื้อหุ้นใหญ่ไป , และฟรีทีวีทั้งหมดที่การตั้ง บก.ข่าว ต้องไปรายงานตัวที่ดูไบก่อน

2.2 มวลชนเสื้อแดงรับจ้าง

- เรียกได้หลายอย่าง เช่น มีอบเติมเงิน, มวลชนอมเงิน, มวลชน 4 ทุ่ม (เพราะหลังจากนี้จะกลับหมด) , มวลมหาขยะ , มวลชนมาเร็วเคลมเร็ว ดังที่จัดตระเวนมาแล้วหลายเวที เช่น อุดร , ขอนแก่น , เชียงใหม่ , อยุธยา
- ล่าสุด ก็มีการจัดประเพณีวิ่งทุยแดง ที่เขาตาโล พัทยา โดยแกนนำคุยโวกันว่า จะมีมวลชนทุยแดงรับจ้างมากันเป็นล้าน แต่พอถึงเวลาจริงๆ ทั้งที่ระดมกันมาช่วยจากอุดร ภาคกลาง แล้ว ยอดทุยแดงมากร่อยมาก ไม่ถึง 2 พันคน
- ราว 17.00 น. เมื่อรับเงินค่าจ้าง 200 บาทต่อ 2 เขา ( แกนนำอม 800 บาท) และค่ารถมอเตอร์ไซต์ 500 บาท , รถเก๋ง 1,500 บาท , รถกะบะ 3,000 บาท , รถตู้ 5,000 บาทแล้ว บรรดารถ เหล่านั้น ก็วิ่งกลับออกมาทันที สภาพสนามชุมนุมจึงหรอมแหรม เหมือนคนมาร่วมงานเช็งเม้ง โดยยังไม่ทันค่ำ..” รับเงินเสร็จกลับบ้าน” ยอดเงินของท่านหมดแล้ว ถ้าจะให้อยู่ดึก โปรดเติมเงินเพิ่มอีกครั้ง..ฮา
- ส่วนมอเตอร์ไซต์ไม่ต้องพูดถึง รับเสื้อแจก ธงแจก แล้วรับ 500 บาท จากนั้นก็กลับเลย เดี๋ยวก็ไปรับคนมาใหม่ เวียนเทียนทำแบบนี้สัก 10 รอบ ก็ฟันไป 5,000 บาท..ดีกว่าขี่วินอีก ธงก็เอาไปทิ้งกองพะเนิน
- ประธานกองโจรแดงแบ่งแยกดินแดน สปป.ล้านนา ขึ้นปราศรัยว่า “ รัฐบาลเทียมต้องมาจากตระกูลชิน หรือเครือญาติตระกูลนี้เท่านั้น เพราะคนเสื้อแดงต้องการให้อยู่คู่กับประเทศไทย ถ้ามาจากคนอื่นเสื้อแดงจะไม่ยอมเด็ดขาด “...อ้าว แล้วบรรหารบุรี , ชลบุรี ,โคราช ฯลฯ จะให้เขาไปอยู่ที่ไหนเนี่ย..นี่ไงเป็นเครื่องพิสูจน์ความเป็นเผด็จการ ของแก๊งค์อั้งยี่แดงล่ะ ก็จะสืบทอดอำนาจเผด็จการ ให้เหมือนเกาหลีเหนือนั่นแหละ
- เวลา 21.30 น. โฆษกบนเวทีประกาศว่า พี่น้องอย่าเพิ่งกลับ ขอให้อยู่จนกว่าจะปิดเวทีด้วยกัน ให้อำมาตย์เห็นพลังคนเสื้อแดง...ทันใดนั้นคนเสื้อแดง ก็สร้างความตกตะลึงให้เห็นทันที..ด้วยการลุกขึ้นพร้อมกัน พรึบพรับ เดินออกจากหน้าเวทีกันดื้อๆ เป็นทิวแถวกลับบ้าน แม้ว่าโฆษกจะบอกให้นั่งลง ก็ไม่เป็นผล เพียงไม่กี่น่าทีหลังจากนั้น คนเสื้อแดงก็แสดงพลังให้อำมาตย์ใส้เดือนเต้นเห็นเห็นพลังคนเสื้อแดง..ด้วยการเคลื่อนไหวอิสระกลับบ้าน..ฮา
- เมื่อราว 23.00 น. จากคนเป็นล้าน เลยกลายคนเป็นร้าง..และทิ้งเกลื่อน ด้วยมวลมหาขยะเหมือนเคย
- มันจบแล้วสำหรับมวลชนเสื้อแดงอุดมการณ์ “มันมีแต่แดงอมเงิน”..คนไต้รู้ความชั่ว คนกรุงสู้สุดตัว คนอีสานเห็นธาตุแท้ คนเหนือตาสว่างรู้ว่าถูกหลอก..มันจบแล้ว..คนเสื้อแดงวันนี้จึงเหลือไม่มาก..แต่เพราะความชั่วแกนนำมันเยอะ บ้านเมืองจึงวุ่นวาย !!

** แผนปั่นป่วนถัดไป
- วันจันทร์ที่ 24 มีนาคม 57 เวลาเช้าเป็นต้นไปแกนนำ กวป.โกตี๋ ที่โดนหมายจับ พร้อมทีมงานที่เป็นมือปืนคุมบ่อนนนทบุรี จะมาปิดล้อม ข่มขู่ แตกหักกับ ปปช.เพื่อไม่ให้ชีมูลความผิด ปูเน่า และสมุน คดีโกงจำนำข้าว และความผิดกรณีแก้ไข รธน.ที่มาของ ส.ว..แต่มวลชน กปปส.นนทบุรีรู้ทัน เร่งระดมมวลชนไปสมทบกันที่ ป.ป.ช.สนามบินน้ำ เพื่อคุมพื้นที่ศาลไคฟงรัฐธรรมนูญ เหมือนที่หลวงปู่ทำ และเสื้อแดงเข้าไปไม่ได้มานานแล้ว
- วันที่ 5 เม.ย.57 เป็นต้นไป แก๊งอั้งยี่จะจ้างคนเสื้อแดงมาตาย เจ็บ และติดคุก ที่กรุงเทพฯ โดยใช้มุกเดิมปี 53 คือให้การ์ดชุดดำ ที่ครั้งนี้บางส่วนก็ ยืนอารักขาข้างหลังขวัญควายปราศรัยบนเวที ยิงเสื้อแดงด้วยกันเอง อ้างว่าเพื่อสละชีพคนเสื้อแดงส่วนน้อย เพื่อรักษาแกนนำ และตระกูลชินไว้

ที่ผ่านมามีรักรบนิรนาม ภายใต้ชุดยูนิฟอร์มต่างๆ เช่น นักรบผ้าขาวม้า นักรบป๊อบคอร์น ที่ทุกคนยังอยู่สบายดี เสธ ได้ข่าวกรองว่าตอนนี้มวลมหาประชาชน มีการผลิตนักรบใหม่ล่าสุดมาประจำการ มีปริมาณมากกว่ากองทัพเสียอีก มีประสบการณ์รบช่ำชองมาทั้งชีวิต มีศักยภาพสูงมาก กระจายแฝงตัวซุ่มปฏิบัติการอยู่ทั่วทุกบ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ในประเทศไทย

ในส่วนจุดชุมนุม ก็มีมากเป็นกองพล จุดแข็งคือสามารถอยู่ร่วมประจำการกับมวลชน กปปส.ได้เป็นเวลานาน ๆ โดยไม่ต้องเดินทางกลับไป-มา บ่อยๆ มีความอดทนเป็นเลิศ ควบคุมอารมณ์ ความรู้สึกได้ดี เป็นเกรงขามกับบรรดาผู้ชุมนุมมาก ขนาดแกนนำ กปปส.เอง ยังครั่นคร้าม และต้องก้มหัวให้

นักรบชุดนี้ได้ฉายาว่า “นักรบน้ำหมาก“ มีฟันปลอมเป็นอาวุธ พร้อมปะทะคารมให้ความรู้กับเพื่อนบ้านแล้ววันนี้..ฮา

ส่วนไอ้พวกแกนนำแดงขี้โว โก่งราคาค่าตัวตนเอง หลอกแดกแต่หัวคิวคนเสื้อแดงด้วยกัน ทั้งสัตว์ปีก สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน นกแสก คากคก ใส้เดือนเต้น โกเต็ก กีร์มะเร็งปอดห้อง 701 ฯลฯ นักรบน้ำหมากอย่าลดตัวลงไปกังวลใส่ใจมัน ปล่อยให้ชายชุดเขียวลูกหลานชาวนาจัดการมันเอง !!

วันนี้มันเป็นคางคกขึ้นวอ..วันหน้ามันก็เป็นคางคกย่าง ขึ้นเมรุแล้ว..ฮา


ที่มา @เสธ น้ำเงิน https//www.facebook.com/topsecretthai

4957
- -"
 
 

โดย: ิอิอิ IP: 124.120.193.24 วันที่: 24 มีนาคม 2557 เวลา:10:38:33 น.  

 
 
 
23 มี.ค.57 ไขปริศนา..นักรบป๊อบคอร์นตัวจริง พ่อไอ้ปื๊ดหน้าแตกดังเปรี๊ยะ

ย้อนร้อยเมื่อ 1 เดือนที่แล้ว (วันที่ 18 ก.พ.57) มีคำสั่งจากชายดูไบ ที่สไกป์มายังที่ประชุม (ศรส.) สั่งการให้พ่อไอ้ปื๊ดในฐานะ ผอ.ศูนย์ จัดการเคลียร์ผู้ชุมนุมที่ต่อต้านรัฐอั้งยี่แดงอย่างเด็ดขาด เพื่อเปิดทางให้ปูเน่า เหยียบประตูทำเนียบให้ได้ภายใน 24.00 น.ของวันที่ 19 ก.พ.57 เพราะตามฤกษ์หมอดูพม่า ต้องแก้เคล็ด เข้าไปทาสีพระพรหมที่เหนือหลังคาทำเนียบฯ ให้เป็นสีแดงให้ได้

ภาพเหตุการณ์วันนั้นที่ https://www.facebook.com/media/set/?...4770444&type=3

1. ขั้นเตรียมการและวางแผน

ก่อนปฏิบัติการพลาดชนวนตาย มีการระดมชายชุดดำปราบจลาจล และหน่วยปฎิบัติการพิเศษ พร้อมอาวุธสงครามครบมือ ครั้งนี้จำนวน 2.5 หมื่นคน ปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ 5 จุด ตามแผนของ ศรส. ได้ประสานไปยังอาคารต่างๆ รอบพื้นที่ ขอขึ้นไปตรวจและวางกำลังที่สูง แต่เจ้าของอาคารไม่ยินยอม

มีการวางแผนจัดกำลังเป็น 2 ชุดหลักๆ ชุดแรกคือ ปราบจลาจล (ปจ.) ทำหน้าที่เจรจา และผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุม ด้วยโล่ กระบอง และปืนยิงกระสุนยาง (บางคนแอบบพกอาวุธปืนสั้นประจำกาย) เพื่อเปิดทางเข้าทำเนียบ ทอดสะพานให้ปูนวยนาด ชุดที่ 2 คือ ชุดปฏิบัติการพิเศษ(ปพ.) เพื่อคุ้มกันชุดปราบจลาจล และ ตอบโต้นักรบป๊อบคอร์น คือ

- ลำดับแรก คือ อรินทราช 26 เป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษระดับกองร้อย สังกัดกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) ขึ้นตรงกับชายชุดดำนครบาลชั้นใน หน่วยงานนี้ได้รับการฝึกอบรมอย่างเข้มข้น มีอุปกรณ์ครบมือ เช่น ปืนยิงแห, ปืนไฟฟ้า, ปืนพก, ปืนลูกซอง, ปืนกลเบา, ปืนไรเฟิล, ระเบิดมือ, รวมถึงอุปกรณ์ต่อต้านการจลาจล

- ลำดับ 2 นเรศวร 261 ขึ้นตรง บก.สนับสนุนทางอากาศ ชายชุดดำตระเวนชายแดน ขณะที่ทางยุทธการ ขึ้นตรงกับศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย กองบัญชาการกองทัพไทย ประกอบกำลังในลักษณะกองร้อยปฏิบัติการพิเศษ (ร้อย ปพ.) จำนวน 3 กองร้อย, กองร้อยกู้ชีพ และงานเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด การปฏิบัติการพิเศษ การปฏิบัติการปกปิด มีขีดความสามารถเชี่ยวชาญในการจู่โจมทางอากาศ ภารกิจจู่โจมชิงตัวแกนนำโดยวิธีการโรยตัวจากที่สูง

2. ขั้นปฏิบัติการ

เปิดกล้องฉากหนัง “พลาดชนวนตาย “ ขึ้นที่บริเวณด้านหน้าสำนักงานใหญ่ ปตท. ถนนวิภาวดี และพื้นที่ใกล้เคียง ตั้งแต่เช้าตรู่ มีการส่งกำลังหวังเข้ายึดอาวุธหนักจุดหมอ กวี ตามข้อมูลของสายข่าวห่วยๆ..ที่โดน ลับ ลวง พราง หลอกต้มจนเปื่อย เพราะผลการค้นไม่พบอาวุธใดๆ เลย จนต้องแก้เก้อ ด้วยการควบคุมตัวแกนนำ และผู้ชุมนุมจุดนี้ราว 100 กว่าคน ใส่รถขนผู้ต้องหาไปที่ ตชด.ปทุมธานี (ต่อมาได้รับประกันตัวหมดทุกคน)

เมื่อถึงเวลานัดหมาย ที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ชุดปฏิบัติการชายชุดดำจากภูธรภาค 2 นำโดย กวี ผบช.ภ.2 ได้รับมอบหมายจาก ศรส.ให้เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์สลายการชุมนุมบริเวณสะพานผ่านฟ้า-อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จุดนี้ใช้กำลัง 14 กองร้อย หรือราว 1,700 นาย กวี มอบให้ คัชชา ผบก.ภ.ชลบุรี ทำหน้าที่หัวหน้าทีมเจรจา กับแกนนำผู้ชุมนุม (คัชชาเติบโตมาเพราะใกล้ชิด ส.ส.เสื้อแดงคนหนึ่ง ให้พาเข้าพบชายดูไบ และได้เลื่อนตำแหน่งมาในปัจจุบัน)

เช้ามืด คัชชา สั่งการปราบจลาจลภาค 2 ระดมแถวเข้าประจำการ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตั้งแถวเริ่มปฏิบัติการบริเวณรุกเดินหน้า เข้าถนนราชดำเนินกลาง เข้าประจันหน้ากับกลุ่มผู้ชุมนุม ที่เป็นพื้นที่กลุ่ม กปท. และกลุ่มกองทัพธรรมเดิม ยึดครองอยู่ เปิดเจรจากับผู้ชุมนุม ขอพื้นที่ถนนราชดำเนิน จากสะพานผ่านฟ้าลีลาศ การพูดคุยครั้งแรกกับผู้ชุมนุมที่ยึดสะพานผ่านฟ้าฯ ไม่เป็นผล จึงมีการพูดคุยรอบสอง พร้อมกับขยับเข้าใกล้ผู้ชุมนุม

ชายชุดดำ คฝ.รุกฝ่าแผงกั้น บริเวณแยกสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เข้าสู่ที่ชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ชุมนุมที่ขวางสกัดกั้นต่างนั่งสวดมนต์ จึงมีการเผชิญหน้าระหว่างชุดปราบจลาจล กับกลุ่มผู้ชุมนุม ชายชุดดำทุบตีผู้หญิง และคนแก่ ที่กำลังสวดมนต์จนมีผู้บาดเจ็บ และบางรายถูกจับกุมส่งเข้ารถคุมขังผู้ต้องหา ผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมกองทัพธรรม จนถอยร่นไปถึงสะพานผ่านฟ้าฯ แล้วลุยรื้อบังเกอร์ และกรีด ทำลาย เต็นท์ของประชาชน

แกนนำสมเกียรติ ถูกชายชุดดำจับกุมบริเวณด้านหลังที่ชุมนุมฯ โดยใช้เชือกมัดมือไพล่หลังไว้ ขณะพระได้ประกาศทางเครื่องขยายเสียงให้ผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบสันติและอหิงสาอย่างต่อเนื่อง ชายชุดดำได้ตรงเข้าไปปิดเครื่องปั่นไฟ พระจึงพูดกับผู้ชุมนุมทางโทรโข่งแทนไม่ให้ผู้ชุมนุมตอบโต้ แล้วติดตั้งเครื่องเสียงใหม่อีกครั้ง หลังจากนั้นชายชุดดำได้ยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมเป็นระยะ พร้อมกับยิงกระสุนยางใส่ผู้ชุมนุมจนได้รับบาดเจ็บหลายคน

แต่นกกระจอก หรือจะสู้พญาอินทรีย์ ช่วงเวลาเดียวกันนั้น ผู้สั่งการนักรบป๊อบคอร์น ก็ได้สั่งให้ ชุดคั่วป๊อบคอร์นเล็ก และ ชุดคั่วป๊อบคอร์นยาว เข้าประจำจุด เพื่อคุ้มครองกองทัพธรรมที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ ทันที

ช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง ชุดปฏิบัติการพิเศษของชายชุดดำ ก็สังเกตพบความผิดปกติ โดยสามารถ ดักฟังการสั่งการ ผ่านระบบวิทยุสื่อสารของกองกำลังป๊อบคอร์นไม่ทราบฝ่ายได้ โดยเสียงที่ดักฟังได้นั้นมีคุณภาพของเสียงที่คมชัดยอดเยี่ยม ส่งผ่านเครื่องส่งวิทยุขนาดใหญ่ ไม่ใช่วิทยุสื่อสารแบบพกติดตัว

ในชายชุดดำเอง ก็เป็นใส้ศึกให้ผู้บัญชาการนักรบป๊อบคอร์น ทำให้รู้ความเคลื่อนไหว และจุดวางกำลังของชายชุดดำทั้งหมด ที่ตรึงกำลังอยู่ในพื้นที่ ตั้งแต่สะพานชมัยมรุเชษฐ์ และตลอดแนวรอบพื้นที่การชุมนุม จนถึงบริเวณหน้าวังสราญรมย์ ยาวไปถึงด้านข้างกระทรวงปืนใหญ่ เมื่อชายชุดดำมีการปรับกำลัง หรือเคลื่อนย้ายกำลัง ผู้บัญการนักรบป๊อบคอร์น ก็จะแจ้งผ่านวิทยุสื่อสารให้นักรบป๊อบคอร์น ที่แฝงตัวอยู่ในทุกพื้นที่ทั้งที่ต่ำ และจุดสูงข่ม รับทราบความเคลื่อนไหวแบบนาทีต่อนาที

หลังประเมินสถานการณ์แล้ว บิ๊กสีกากี เห็นท่าไม่ดีจึงสั่งให้ ชุดปราบจลาจลของภูธรภาค 2 ถอนออกจากบริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ แต่ไม่ทันการณ์ เพียงแค่ไม่ถึง 5 นาที ระเบิดลึกลับ ก็ได้ตกเข้าใส่ชายชุดดำ ปราบจราจล 3 ลูก คัชชาสั่งถอย แต่ก็ให้ตั้งแนวอยู่หลังโล่กันกระสุนไว้ก่อน พอตั้งแนวได้ลูกเกลี้ยงเอ็ม 67 ก็ตกมาใส่ และมีชายชุดดำคนหนึ่งเปิดโล่มาเตะจนระเบิดปะทุขึ้นอย่างแรงจนเจ็บกันระนาว จนล้มระเนระนาด แตกฮือกระเจิงถอยไม่เป็นขบวน

และทันใดนั้นมีนักรบป๊อบคอร์น สวมหมวกโม่งสีดำ จากฝั่งสะพานผ่านฟ้าฯ ได้ระดมปล่อยป๊อบคอร์น ถล่มชายชุดดำเสียงดังตับๆๆ ตลอดเวลา..แลัวก็ช่วยพาผู้ชุมนุม หลบหนีออกจากลุ่มชายชุดดำอีกด้วย ตามมาด้วย ป๊อบคอร์นปริศนา ที่ถูกปล่อยเข้ามาบริเวณรถควบคุมผู้ต้องขัง จนชายชุดดำที่เฝ้ารถอยู่ต้องหาที่หลบกันจ้าละหวั่น ก่อนจะมีกองกำลังป๊อบคอร์นเข้ามาชิงตัว สมเกียรติ แกนนำ กปท. ออกไป จากชายชุดดำขณะถูกคุมอยู่ในรถ กลับมาที่เวทีสะพานผ่านฟ้าได้อย่างปลอดภัย

ชุดปราบจลาจลต้องถอยร่นอย่างไม่เป็นกระบวน มาจนถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีการระดมป๊อบคอร์นระดมเข้าใส่ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง จนโงหัวไม่ขึ้น ซึ่งตรงจุดนี้ ชายชุดบางละมุง ได้กระโดดหนีขึ้นรถกระบะ ก่อนจะถูกป๊อบคอร์น ระดมเข้าใส่ เจาะเข้าที่ใต้ราวนมซ้าย อยู่บนกระบะหลัง ถัดมาไม่นานนักชายชุดดำปราจราจลบางละมุง ก็โดนเม็ดข้าวโพดเจาะเข้าหัว โดยปลิวมาจากจุดสูงข่มร่วงลงทันที ข้าวโพดหนาทึบยิ่งกว่าห่าฝนมาตลอด จนชายชุดดำปราจราจลถอยมาถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยคิดว่าน่าจะพ้นวิถีข้าวโพดแล้ว แต่แล้วสิ่งที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น เมื่อชายชุดดำปราบจราจลอีกคนก็ร่วงลงไปอีก

กวี ได้พยายามติดต่อ ขอกำลังเสริม แต่ชุดปฏิบัติการพิเศษ อรินทราช 26 ปักหลักอยู่ที่ บชน. กว่าจะเดินทางมาถึงก็ร่วม 10 นาที ช่วงเวลานั้นจึงได้ เกิดการถล่มตอบโต้กันไปมา ชายชุดดำปราบจราจล ถอยไปถึงบริเวณโรงแรม รอยัล รัตนโกสินทร์

แต่เมื่อ อรินทราช 26 เคลื่อนมาจาก บช.น. เพื่อมาช่วยชุดปราบจลาจล ที่ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณสะพานผ่านฟ้านั้น ผู้สั่งการนักรบป๊อบคอร์นที่มีชายชุดดำฝ่ายดี เป็นสายก็ส่งข่าวไป และผู้สั่งการนักรบป๊อบคอร์น จึงสั่งการผ่านวิทยุสื่อสารให้ กองกำลังป๊อบคอร์น รู้การเคลื่อนไหวตลอดเวลา แล้วสั่งให้กองกำลังป๊อบคอร์นอีกชุดหนึ่ง เข้าประจำการดักซุ่มรอบริเวณโรงแรมรัตนโกสินทร์ บริเวณหัวมุมสนามหลวง

เมื่อ อรินทราช 26 เข้ามาถึงพื้นที่ ก็มาก็มีแค่ไม่กี่นาย และเริ่มเข้าช่วยเหลือชุดปราบจลาจลออกมา โดยมีการ ปะทะกันอย่างดุเดือดนัวเนียกับนักรบป๊อบคอร์น แต่ชายชุดดำตกเป็นรองทางยุทธการมาก คัชชา จึงสั่งยิงแบบมั่วใส่ประชาชนที่บริสุทธิ์ เหตุการณ์ชุลมุนในช่วงนี้เอง ที่ทำให้ ผู้ชุมนุมเสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 50 ราย

จากนั้นอรินทราช 26 ก็ได้เข้าควบคุมพื้นที่ และลำเลียงปราบจลาจลที่บาดเจ็บออกมาได้แบบทุกลักทุเล ตามถนนราชดำเนินกลาง จนกระทั่งมาถึงบริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ก็เหมือนตกอยู่กลางทุ่งสังหาร เพราะที่นั่นกองกำลังป๊อบคอร์นอีกชุดที่ตะหลิ๋วคั่วเหนือกว่ามาก ดักรออยู่ บุกเข้าโจมตีกระหน่ำรอบด้านอีก ชายชุดดำปราจลาจลต้องช่วยกันอย่างทุลักทุเล

ระหว่างนั้นชุดปฏิบัติการพิเศษชายชุดดำอีกชุดหนึ่ง ก็ได้เคลื่อนกำลังเข้ามาจากเชิงสะพานพระปิ่นเกล้า เพื่อช่วยเหลือหน่วยอรินทราช 26 ที่ดันตกอยู่ในวงล้อมเสียเอง แต่วินาทีเดียวกันนั้นเอง เมื่อเห็นว่าสั่งสอนเพียงพอแก่เหตุแล้ว ผู้สั่งการนักรบป๊อบคอร์น ก็ได้วิทยุแจ้งกองกำลังป๊อบคอร์น ที่ซุ่มอยู่บริเวณโรงแรมรัตนโกสินทร์ ให้ถอนกำลังออกมา ชายชุดดำทั้งหมดจึงหนีวิ่งเตลิดเปิดเปิงหนีตาย ข้ามไปที่สะพานปิ่นเกล้าออกไปได้อย่างทุลักทุเล จนต้องทิ้งรถไว้จำนวนหลายคัน และสลายตัวไปในที่สุด

3. ขั้นยุติปฏิบัติการ

หลังสถานการณ์คลี่คลาย ศรส.ก็ได้มีคำสั่งเด็ดขาด ให้ยุติปฏิบัติการทั้ง 5 จุดทันที และสั่งให้ถอนกำลังชายชุดดำทั้งหมดออกจากพื้นที่ เพราะชัดเจนแล้วว่า กองกำลังนักรบป๊อบคอร์น มีประสิทธิภาพเหนือกว่าชายชุดดำมาก ข้าวโพดจากจุดสูงข่ม ถือเป็นสาเหตุที่สร้างความพ่ายแพ้ให้กับชายชุดดำมากที่สุด ขณะเกิดเหตุปะทะชายชุดดำเสียกระบวนอย่างหนัก กองกำลังป๊อบคอร์คลุมโม่งปิดหน้าตา ถูกฝึกมาอย่างดีมาก ถึงดีมากที่สุด ช่ำชอง ชำนาญการใช้ตะหลิ๋วคั่วป๊อบคอร์น และรู้หลักโจมตี

ยุทธวิธีชัดเจน มีการเสริมกำลังรบ วางแผนดักเส้นทางของชายชุดดำว่าจะหนีไปทางไหนได้ ก็ไปดักคั่วข้าวโพดรออีก วิทยุชายชุดดำถูกดักฟังหมดทุกวินาที นักรบป๊อบคอร์นเหนือกว่าชายชุดดำทุกด้าน หากยังดึงดันปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ต่อไป ก็จะเกิดการสูญเสียชายชุดดำอีกมากมายกว่านี้หลายเท่า

ที่สำคัญหลังมีการปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่าง ชายชุดดำ กับ กองกำลังป๊อบคอร์น ท่ามกลางมวลชนจำนวนมาก ก็ได้มีสายตรงลึกลับจาก บิ๊กสีเขียวเข้ม ยกหูมาถึงบิ๊กสีกากี พร้อมกับให้คำแนะนำนุ่มๆ หูว่า “คุณไม่มีทางเอาชนะม็อบ ที่มีประชาชนอยู่แถวหน้า โดยมีกองกำลังติดอาวุธแฝงตัวอยู่ได้หรอก นอกจากจะทำเหมือนปฏิบัติการกระชับพื้นที่ในปี 2553 ซึ่งในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็จะต้องตกเป็นจำเลย ”

ข้อความแนะนำดังกล่าวได้ถูกสื่อสารไปถึง พ่อไอ้ป๊ด ศรส. และ ปูเน่า พร้อมคำบ่นบิ๊กสีกากี ในวอร์รูม ศรส. ว่า “ ผมบอกแล้วให้ถอนออกมา เอาแค่เปิดการจราจรจากถนนหลานหลวง ให้รถสามารถตรงมาที่ราชดำเนินกลางได้พอแล้ว แล้วให้เจรจากดดันกลุ่มผู้ชุมนุมไปเรื่อยๆ”

ปูเน่า และเป็ดเหลิม ทั้งสองเห็นตรงกันว่าหมดท่าพ่ายแพ้แล้ว ควรยุติปฏิบัติการสลายการชุมนุม และขอคืนพื้นที่อย่างถาวร เพราะฝั่งชายชุดดำเองก็มีหนอนบ่อนไส้ โศกนาฏกรรมปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ จากความรุนแรงที่นำมาสู่ความสูญเสียครั้งนี้เกิดขึ้นในห้วงเวลาระหว่าง 10.50 น.-12.30 น. ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งฝ่ายตำรวจผู้ปฏิบัติและฝ่ายผู้ชุมนุมเสียชีวิตรวมกัน 5 คน บาดเจ็บ 68 คน

ต่อมาช่วงบ่าย ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาส ชายชุดเขียวในเครื่องแบบอีกชุด ได้มาปลอบขวัญ และให้กำลังใจ ประชาชน บอกว่าชายชุดเขียวอยู่กับประชาชนเสมอ ให้ประชาชนมีขวัญและกำลังใจให้เข้มแข็ง
มีบางคนสงสัยว่า ช่วงที่ผู้ชุมนุมเผชิญหน้าชายชุดดำในหลายจุด จนปะทะกันนั้น บิ๊กชายชุดเขียวไปไหน คำตอบคือชายผู้ไม่ค่อยยิ้ม ยกเลิกกำหนดเดินทางลงใต้ ที่ก็กำลังแรง เพราะรู้แกวว่ามีคนสร้างสถานการณ์ที่ใต้ เพื่อดึงเขาลงไปด้วยวัตถุประสงค์บางอย่าง

ช่วงนั้นเขาจึงเก็บตัวเงียบ ใน ร.1 รอ.ไม่ร่วมประชุมประจำวัน แต่เกาะติดเหตุสลายชุมนุมทั้งวัน ทั้งโทรศัพท์สั่งการให้กำลังพลไปช่วยดูแล ทั้งเสนารักษ์ และ ชุดเคลื่อนที่เร็ว หลังจากนั้นรองเลขานุการกองทัพชายชุดเขียว บอกว่ากองกำลังป๊อบคอร์นไม่ทราบฝ่ายที่เข้าช่วยกลุ่ม กปท.ปะทะกับชายชุดดำที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ไม่มีใครทราบในรายละเอียดเรื่องดังกล่าว

แต่บิ๊กสีเขียว มีความเป็นห่วงการใช้อาวุธสงครามมาปฏิบัติการกัน การดำเนินการใดๆ ของทุกฝ่าย เป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมายบ้านเมือง

และการจะนำใครสักคนเข้าคุกได้นั้น จะต้องมีพยานบุคคล และพยานแวดล้อม และที่สำคัญที่สุด คือ ปืนกระบอกนั้น ให้ทุกคนคิดตามว่า

1. น้องและพี่สาว ของผู้ที่ถูกจับกุม ไปเยี่ยมที่เรือนจำพิเศษ และน้องคนนั้นบอกว่าถูกชายชุดดำซ้อมบังคับ และรัดคอ ให้สารภาพ อีกทั้งนักรบป๊อบคอร์นตัวจริงคนนั้น ก็นั่งกินเหล้าอยู่กับสายข่าว และนั่งดูทีวีหัวเราะเยาะ เป็ดเหลิมอยู่ตอนแถลงข่าว

2. พยาน
2.1 พยานบุคคล..การยิงป้องกันตัวของนักรบป๊อบคอร์นวันนั้น เกิดจากถูกมือปืนของโกเต็ก และชายชุดดำในเครื่องแบบยิงมาก่อนจากฝั่งไอทีสแควร์ ( ดูที่https://www.facebook.com/media/set/?...4770444&type=3 ) ที่มีระยะห่างกับจุดนี้ไกลมาก คำถาม..พยานผู้เสียหายคือใคร สามารถจดจำเห็นใบหน้า ชี้ตัวนักรบป๊อบคอร์นคนนี้ได้ไหม ก็วันนั้นเขาใส่หมวกไหมพรหมอยู่ แต่พยานทาง กปปส.เขาอยู่ใกล้ก็จริง แต่ทุกคนมองขึ้นฟ้าหมด จึงไม่มีใครเห็นหน้าเขาเลย


2.2 พยานชายชุดดำ ชายชุดเขียว และนักข่าว..มีใครเห็นหน้าผู้ต้องหาขณะมียิงแสงไฟแลบจากในถุงป๊อบคอร์นบ้าง..ไม่มี..เพราะเห็นแต่ภาพคล้ายเมื่อเขาเปิดหน้า แต่ก็ไม่ใช่ขณะยิงอยู่ดี ถือพยานอ่อนเกินไป

3. หลักฐาน..
3.1 ปืนของจริง..วันที่ทำแผนที่หลักสี่วันนั้น ไม่ได้ใช้ปืนจริงในการทำแผน เพียงใช้ท่อนเหล็กสีดำเอาถุงป๊อบคอร์นคลุมไว้เท่านั้น..เปาบุ้นจิ้นจะถามว่าไหนขอดูหลักฐานเป็นปืนของจริงที่ลั่นกระสุนวันนั้นหน่อย..แล้วปืนอยู่ไหน?..ปืนนี่แหละจะเป็นจุดตายให้ชายชุดดำ และเป็ดเหลิมหน้าแตก เมื่อขึ้นสู่ศาลไคฟง..เพราะไอ้ท่อนเหล็กสีดำวันนั้น มันยิงคนไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่ปืน
3.2 รูปถ่ายปืน..มันก็ไม่สามารถใช้ปรักปรำเป็นหลักฐานขนาดให้คนติดคุกได้ เพราะรูปปืน ใครๆ ก็ Print มาได้ แต่มันไม่ได้หมายความว่าจะมีน้ำหนักพอ..ต้องยกประโยชน์ให้ผู้ต้องหาไปจากข้อสงสัยเท่านั้น

4. การรับสารภาพชั้นพนักงานสอบสวนนั้น มีเยอะแยะไปเพราะถูกบังคับ ก็ดูมือยิงขวัญควายเป็นตัวอย่าง ที่เมียเขาต้องมาแจ้งความว่าผัวถูกบังคับมา แล้วรายชื่อชายชุดเขียวกาญจนบุรีที่เข้ามอบตัว และออกไปทำงานตามเดิมนั้น..ไหนคือปืนที่ยิงวันนั้นไปงมหาในสระน้ำ ไม่เจอสักกระบอก !!

5. การรับสารภาพของผู้ต้องหา เปาบุ้นจิ้นเขาเที่ยงธรรมทำ ไม่ลงโทษทันทีได้ เขาจะต้องขอดูหลักฐาน “ อาวุธปืน “ ที่กระทำความผิด ถ้าหาไม่ได้..ก็ชนะคดี

6. ผู้ต้องหาที่ชนะคดี ก็ให้ทนายยื่นฟ้องแพ่งชายชุดดำชุดที่จับกุม ที่ใส่ร้ายให้สูญเสียอิสรภาพ และชื่อเสียง และชดใช้ค่าเสียหายตามรายได้จำนวนวันที่ถูกคุมขัง , ร้องต่อ ปปช.ฐานใช้อำนาจหน้าที่มิชอบในทางราชการกลั่นแกล้ง , ร้องศาลปกครองให้คุ้มครองชั่วคราว และให้ชุดจับกุมชดใช้ค่าเสียหายตามแต่จะเรียก , ร้องต่อกระทรวงยุติธรรม ให้จ่ายเงินกองทุนเยียวยา จากการกระทำผิดพลาดของรัฐ

7. ความน่าเชื่อถือของชายชุดดำ กับเป็ดเหลิม และริดสีดวง...คดีที่ผ่านมาเป็นไง มันมีจริงบ้างไหมล่ะ..คนที่อ่านลองตอบคำถามในใจตัวเอง และถามเพื่อนดู และมีหลายคดีที่ชัดเจนกว่านี้ ยังจับไม่ได้เลย เช่น
- คนที่ยิงทหาร ยึดปืนไปปี 53 แล้วมายืนหลังขวัญควายบนเวทีปราศรับที่พัทยา จับได้ไหม?
- ใส่ร้ายว่าคนยืนปราศรัยคู่กับสุทิน พยายามฆ่า..ฆ่าใคร? แล้วคนยิงสุทินไปไหน ?
- คนปาระเบิดอนุสาวรีย์ และบรรทัดทอง ที่ถูกหมายจับไปไหน ?
- ตำรวจ 2 คนที่ยิง M79 ใส่จุดหลวงปู่ แล้วถูกจับได้คดีไปถึงไปไหน?
- ตำรวจที่ยิงแกนนำ กปปส.ที่หน้าสโสมสรตำรวจ คดีไปถึงไหน?
- และอีกสารพัดคดีที่มีคนตาย เช่น ถล่มฆ่าเด็ก จ.ตราด , ประตูน้ำ, นศ.ราม, สนามกีฬาไทยญี่ปุ่น ฯลฯ

คดีนี้คือการกลั่นแกล้งจับแพะชัดๆ เพื่อหาเรื่องมาโยงใย กปปส. แต่เป็ดเหลิมต้องหน้าแตกเปรี้ยะไปอีก..ถ้างานนี้ถ้าผู้ต้องหาคนนี้เอาเรื่อง..จะได้เห็นชายชุดดำอีกหลายคน ต้องเดินขึ้นโรงขึ้นศาล ถูกให้ออกจากราชการฐานประมาทเลินเล่อ ติดคุก และต้องชดใช้เงินค่าเสียหาย

ทั้งหมดที่เล่ามาคงให้คำตอบได้ว่านักรบป๊อบคอร์น ที่ถูกจับได้ที่หลักสี่เป็นตัวจริง หรือแพะ คนที่ก็รู้ดีว่าป๊อบคอร์นเป็นใคร คือ อับดุล และ คัชชา แต่จะกล้าพูดหรือเปล่าแค่นั้น !!


ที่มา @เสธ น้ำเงิน https//www.facebook.com/topsecretthai

6476
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.120.193.24 วันที่: 24 มีนาคม 2557 เวลา:10:39:16 น.  

 
 
 
ขออัญเชิญ ปวงมหา พุทธานุภาพ
ขอน้อมกราบ ไหว้เทวา เจ้าป่าเขา
ดลบันดาล มวลมหา ประชาเรา
ให้ก้าวเข้า สู่เส้นชัย ในเร็ววัน
ให้ไร้เจ็บ ไร้ตาย ได้ฉลอง
เห็นประเทศ เป็นเมืองทอง ที่วาดฝัน
สุข เจริญ สมบูรณ์ พูลผลพรรณ
เป็นไทยดี ดั่งหวังกัน เร็ววันเทอญ

6911
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.120.193.24 วันที่: 24 มีนาคม 2557 เวลา:10:43:24 น.  

 
 
 
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
หลังจากก้าวเข้ามาทำงานด้านการเมืองได้ไม่นาน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ได้รับคัดเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย และการก้าวเข้ามารับตำแหน่งผู้นำสูงสุดในฝ่ายบริหารประเทศ ย่อมทำให้หลายคนจับตามองการทำงานและการบริหารงานของเธอ ว่าจะแก้ไขปัญหาการเมืองที่วุ่นวายมานานแสนนานได้อย่างไร???

ขณะที่ล่าสุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องเจอกับบททดสอบอันยิ่งใหญ่ นั่นคือการแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมหนัก ที่ตอนนี้หลายพื้นที่กำลังประสบปัญหาอยู่ และนับวันยิ่งจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ประชาชนเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก และปัญหาเหล่านี้นายกฯ หญิงจะผ่านบททดสอบได้หรือไม่ ก็ต้องติดตามกันต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่หลายคนกำลังจับจ้องการทำงานของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็มีคนกล่าวอ้างว่า นายกฯ หญิงคนนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ดี ทั้งการเมืองและการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เพราะตรงกับทำนาย พระมหาวีระ ถาวโร (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดจันทาราม (ท่าซุง) ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี ที่ทำนายไว้เมื่อปีพ.ศ. 2518 และตอนนี้ คำทำนายหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ก็ได้ถูกเผยแพร่สะพัดตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ว่าจะมีนารีขี่ม้าขาวมาช่วยประเทศไทย จนทำให้ประชาชนหลายต่อหลายคนต่างสนใจ และพากันวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา ว่า นารีขี่ม้าขาวคนนั้น คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช่หรือไม่?? และเธอจะสามารถช่วยบ้านเมืองที่เดือดร้อน กลับสู่ความสงบสุขดังคำทำนายหลวงพ่อฤาษีลิงดำได้จริงหรือ??

ล่าสุดเกี่ยวกับเรื่องนี้ นายศุภเดช สืบตระหง่าน ทนายความ ผู้รับมอบอำนาจจากวัดจันทาราม (ท่าซุง) ได้ออกมาปฏิเสธว่า คำทำนายดังกล่าวว่า เป็นคำทำนายที่ถูก "กล่าวอ้าง" ขึ้นเท่านั้น ไม่ได้มาจากหลวงพ่อฤาษีลิงดำแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ก็ยังไม่มีใครทราบว่าใครเป็นคนประพันธ์คำทำนายนี้ขึ้นมา พร้อมขอเตือนว่ากรุณาอย่าคัดลอกหรือตัดทอนทั้งภาพและเสียงส่วนใดส่วนหนึ่งไปทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรือคลาดเคลื่อน คำบรรยายทั้งหมดนี้ทำให้ผู้อื่นเกิดความเข้าใจผิด จะด้วยเจตนาหรือไม่ก็ตาม ถือว่าเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2537 และพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

สำหรับ คำทำนายหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ที่ถูกกล่าวอ้างดังกล่าวเป็นคำกลอน โดยมีใจความดังนี้ ....

คำทำนายที่เคยมีมาช้านานนัก เริ่มประจักษ์ให้เห็นเร้นไม่ได้
หลวงพ่อฤาษีลิงดำเคยทำนาย เมื่อถึงปลายรัชกาลผ่านเข้ามา
ประเทศชาติจะรุ่งเรืองและเฟื่องฟุ้ง น้ำมันผุดขึ้นมาจนเห็นค่า
พวกกาขาวจะบินรี้หนีเข้ามา เป็นประชาชนเต็มพระนคร

ชนทั่วโลกจะยกพระองค์ท่าน ชื่อกระฉ่อนร่อนทั่วทุกสิงขร
ออกพระนามลือชื่อดั่งทินกร องค์อมรเอกบุรุษแห่งแผ่นดิน
ชาวประชาจะปีติยิ้มสดใส แต่อกไหม้หนอนกินข้างในสิ้น
จะมีพวกกาฝากคอยกัดกิน เพื่อให้ได้สิ่งถวิลสมจินตนา

จะมีการต่อตีกันกลางเมือง ขุนนางเขื่องกังฉินกินทั่วหล้า
คอรัปชั่นจะกัดกร่อนทั้งพารา ประดุจปลวกกินฝานั้นปะไร
ข้าราชการตงฉินถูกประณาม สามคนหามสี่คนแห่มาลากไส้
เกิดวิกฤติผิดเพี้ยนโดยทั่วไป โกลาหลหม่นไหม้ไร้ความดี

ประชาชีจะสับสนเรื่องดีชั่ว ถ้วนทุกทั่วจะมุดขุดรูหนี
ไม่แน่ใจสิ่งที่ทำนำความดี เกรงเป็นผีตายตกไปตามกัน
พุทธศาสน์จะถูกรุกและล้ำ มิตรเคยค้ำเป็นศัตรูมุ่งอาสัญ
เกิดวิกฤติธรรมชาติอุบาทว์ครัน พายุลั่นน้ำถล่มดินทลาย

แผ่นดินแยกแตกเป็นสองปกครองยาก เกิดวิบากทุกข์เข็ญระส่ำระสาย
เกิดการปราบจลาจลชนล้มตาย เลือดเป็นสายน้ำตานองสองแผ่นดิน
ข้าเป็นนายนายเป็นข้าน่าสมเพช ผู้มีบุญมีเดชจะสูญสิ้น
ทั้งพฤฒาจารย์ลือระบิล จะร่วงรินดุจใบไม้ต้องสายลม

ความระทมจะถมทับนับเทวศ ดั่งดวงเนตรมืดบอดสุดขื่นขม
คนที่ดีจะก้มหน้าสุดระทม ส่วนคนชั่วหัวร่อทำท่าดัง
จะมีหนึ่งนารีขี่ม้าขาว ควงคทามุ่งสู่ดาวสร้างความหวัง
ผู้ปกครองจะเป็นหญิงพึงระวัง สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ

ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม หลังฝนคร้ามลั่นครืนจะยืนได้
จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา
คนชั่วจะถูกปราบราบคาบสิ้น แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา
ประเทศชาติผ่านวิกฤติด้วยศรัทธา ยามเมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
watsriwanaram.com, watthasung.com

7418
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.120.193.24 วันที่: 24 มีนาคม 2557 เวลา:10:47:36 น.  

 
 
 
พวก เราก็รู้อยู่แล้วว่า พวกทรราชย์มันเต็มบ้านเต็มเมือง พวกมันคงหนีเวรหนีกรรมไม่พ้นอยู่แล้ว..
"พวกเราก็แค่มาเร่งให้เวรกรรม วิ่งสปีดเร็วขึ้นแรงขึ้น ไล่จี้ตูดพวกมันให้จบเร็วขึ้น..เท่านั้นเอง"

(ป๋าเทพ โพธิ์งาม)
5946
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.120.193.24 วันที่: 24 มีนาคม 2557 เวลา:11:14:09 น.  

 
 
 
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ ทรนง ศรีเชื้อ สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

ทรนง ศรีเชื้อ เผยบทสนทนากับหลวงปู่ลึกลับ จากเทือกเขาตะนาวศรี ระบุประเทศเข้าสู่ยุคอำมหิต จะมีผู้คนล้มตาย มีการแตกแยกก่อนบ้านเมืองคืนสภาพ ชี้กลุ่มผู้ชุมนุมเป็นนักรบเก่าที่เคยกอบกู้แผ่นดิน ส่วนพวกเผาบ้านเผาเมือง ไม่ใช่คนไทย

วันนี้ (2 มีนาคม 2557) นายทรนง ศรีเชื้อ ผู้สร้างและผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ได้โพสต์คลิป "ทรนง กับ คำทำนายของ "หลวงปู่" " ผ่านทางบัญชียูทูบของตัวเอง โดยเล่าถึงการพบพระธุดงค์ที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งได้ทำนายชะตาการเมืองไทยเอาไว้ว่า การเมืองไทยได้เข้าสู่ยุคอำมหิต จะเกิดการจองล้างจองผลาญของคน 2 กลุ่ม มีคนล้มตายทั้ง 2 ฝ่าย ผู้นำทางการเมืองระดับใหญ่ของทั้ง 2 ฝ่ายจะถูกลอบสังหารผลัดกันไปมา ซึ่งเป็นชะตากรรมของบ้านเมือง การปะทะของทั้ง 2 กลุ่มเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จะเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว เพราะผู้คนอึดอัดและอัดอั้นมานานนับ 10 ปีแล้ว จนเมื่อหมดยุคอำมหิตจะเข้าสู่ยุคชำระล้าง บ้านเมืองจะกลับมาฟื้นคืนสภาพเดิมและดีขึ้นกว่าเก่า

โดยภายในคลิป นายทรนง ได้เล่าว่า ตนได้พบกับพระธุดงค์ชรา ในช่วงที่เดินทางไปแก่งกระจาน เมื่อราวกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้เกิดความเลื่อมใสที่ท่านเดินเท้าเปล่าแสวงหาจาริกบุญ และเวลาช่วงค่ำก็เห็นท่านเดินบนถนน เป็นเช่นนี้ติดต่อกัน 2-3 วัน จนกระทั่งค่ำวันหนึ่งขณะที่ตนขับรถขึ้นเขา ได้พบกับภิกษุชรานี้ ซึ่งขอเรียกท่านว่าหลวงปู่ กำลังธุดงค์อยู่บนไหล่เขา ตนทนไม่ไหวจึงเดินไปนมัสการท่านจะไปส่งที่วัด หลวงปู่ก็บอกว่าได้ธุดงค์แถบนี้มา 10 ปีแล้ว ตั้งแต่เทือกเขาตะนาวศรี กาญจนบุรี ราชบุรี จนกระทั่งลพบุรี จนไปถึงประจวบคีรีขันธ์

จากนั้นหลวงปู่ก็ได้ทักขึ้นว่า เป็นไงที่กรุงเทพฯ ทุกอย่างชุลมุนวุ่นวายไหม ซึ่งหลวงปู่หมายถึงเรื่องเดินขบวน การชุมนุมคัดค้านการเลือกตั้ง ก่อนจะบอกเล่าว่า เชื่อหรือไม่ว่าพวกผู้นำ นักการเมืองระดับใหญ่ทั้งหลายนั้นจะถูกลอบสังหาร ฝ่ายนั้นฆ่าฝ่ายนู้น ฝ่ายนู้นฆ่าฝ่ายนี้ กลับไปกลับมา พร้อมทำนายว่าขณะนี้บ้านเมืองได้เข้าสู่ยุคอำมหิต เป็นการล้างผลาญกันของคน 2 กลุ่ม ที่แตกแยกไม่สามารถเข้ากันได้แล้ว เหมือนน้ำกับน้ำมันเบนซิน ซึ่งเป็นชะตากรรมของบ้านเมืองที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ไม่เหมือนอดีต ผู้นำของพวกนั้นจะฆ่ากันเอง

นอกจากนี้หลวงปู่ยังได้กล่าวว่า ประชาชนที่มาเดินขบวนนั้นไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นนักรบเก่าแก่ของแผ่นดินเรา เมื่อ 200-300 ปีก่อน กลุ่มผู้ชุมนุมเคยเป็นนักรบ เคยทำการรบกับกษัตริย์กอบกู้แผ่นดินมาหลายแผ่นดิน ต่างคนต่างวาระ พอมาเกิดใหม่ก็ไม่รู้ตัวหรอกที่ออกมาเดินขบวนกันว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่พวกเขากำลังกอบกู้ชาติดั่งเช่นที่เคยทำเมื่อชาติปางก่อน ส่วนไอ้พวกเผาบ้านเผาเมืองนั้น มันไม่ใช่คนไทย ลองคิดดูว่าใครเป็นคนเผากรุงศรีอยุธยา ใครเป็นคนเผาวัดวาอารามของชาติเรา มันกลับมาเกิดมันก็เผาบ้านเผาเมือง

8 มี.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ทรนง ศรีเชื้อ” ผู้สร้างและผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ได้เล่าถึงการพบพระธุดงค์ที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี โดยตั้งฉายาว่า “หลวงปู่แห่งเขาตะนาวศรี” ซึ่งได้ทำนายชะตาการเมืองไทยเอาไว้ โดยในครั้งนี้ระบุว่า เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นเกิดจากความบ้าอำนาจความโลภของคนไม่กี่คน ทำให้สังคมไทยประเทศชาติถึงกลียุค ความขัดแย้งตอนนี้จะจบลงเมื่อทุกอย่างไปถึงสุดขั้ว จะเกิดความสูญเสียมากมาย ร้ายแรงกว่าที่คิด
“มันเกิดจากความอำมหิตของคนบางคน ทำให้เกิดความวิปริต คิดจะพลิกฟ้าแยกแผ่นดิน ยุคนี้คนเลวเกิดมาได้อายุ 60-70 ปี จะสร้างความปั่นป่วนให้บ้านเมืองที่อยู่มาช้านาน มันต้องมีจุดจบแน่ ส่วนฝ่ายที่ชนะก็คือฝ่ายที่ต่อสู้เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์”
//www.naewna.com/politic/94000

5291
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.120.193.24 วันที่: 24 มีนาคม 2557 เวลา:15:04:09 น.  

 
 
 
ความรุนแรง ของบรรดาพวกแดงๆ ทั้งหลาย จึงมักถูกอธิบายขยายความว่าเป็นแค่ อารมณ์ ชนิดหนึ่งบ้าง เป็นความน้อยเนื้อ ต่ำใจ ของผู้ที่ไม่ได้รับความยุติธรรมบ้าง เป็นแค่ วาทกรรม ในระหว่างพูดจาปราศรัยบ้าง ฯลฯ แต่ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็เถอะ สิ่งเหล่านี้นอกจากจะต้องหาทางปราม หาทางระงับยับยั้งไม่ให้มันเกิดขึ้นมาได้ง่ายๆ แล้ว มันยังไม่ควรที่จะนำมาใช้เป็นประโยชน์ทางการเมืองเพื่อตัวเอง หรือฝ่ายเดียวกับตัวเอง โดยเด็ดขาด เพราะมีแต่จะนำไปสู่ การเบียดเบียนผู้อื่น การทำร้าย ทำลาย โดยปราศจากการสร้างสรรค์ใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย แต่ตลอดช่วงระยะที่ผ่านมา ทุกสิ่งทุกอย่างมันกลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม ไม่ว่าแกนนำแดง นักวิชาการแดง หรือสื่อมวลชนแดง ฯลฯ ต่างมุ่งที่จะใช้ประโยชน์จากอารมณ์ความรู้สึกอันต่ำทรามเหล่านี้มาโดยตลอด...
-----------------------------------------------------------------
คำพูดประเภท เผามันเลยพ่อ-แม่-พี่-น้อง...ผมรับผิดชอบเอง หรือ เอาน้ำมันติดมือมาคนละลิตร...แล้วคอยดูได้เลยว่ากรุงเทพฯ จะกลายเป็นทะเลเพลิง ที่ถูกปลุก ถูกกระตุ้น เพื่อดึงเอาอารมณ์ความรู้สึกอันต่ำทรามเหล่านี้มาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ตัวเองมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2553 มาบัดนี้...มันก็ยังคงถูกปลุก ถูกกระตุ้นไปในแนวเดิม ในลักษณะเดิม พยายามดึงเอาความเกลียด ความโกรธ ความอาฆาต พยาบาท ดึงเอาสัญชาตญาณของสัตว์เดียรัจฉานในหมู่มวลชนของตัวเอง เอามาใช้เป็นประโยชน์ทางการเมือง โดยมิได้คำนึงถึงผู้อื่น ไม่ได้คำนึงถึงกฎระเบียบ ประเพณี วัฒนธรรมใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย หรือแม้กระทั่ง กฎหมาย ก็ตามที...
--------------------------------------------------------------
ความชั่วร้ายของแกนนำแดง นักวิชาการแดง สื่อมวลชนแดง ฯลฯ จึงเป็นอะไรที่ ชั่วร้าย ซะยิ่งกว่าไอ้พวกที่ไล่ทุบ ไล่ถีบ ไล่กระทืบพระ รุมสกรัมกันกลางถนนกลางวันแสกๆ เสียอีก เพราะไอ้ประเภทนั้นอาจต้องถือว่าชั่วเพราะ ความไม่รู้ หรือชั่วเพราะ อวิชชา ในเมื่อ ต่อมสัตว์ ถูกกระตุ้น ถูกทำงาน ก็เลยไม่สนใจอีกแล้วว่าอะไรคือพระ อะไรคือฆราวาส แต่ไอ้พวกที่รู้ๆ ว่าใครโกง ใครทุจริต ใครประพฤติมิชอบ ใครที่เหี้ยมโหด อำมหิต ฆ่าและร่วมกันฆ่าผู้อื่นมาแล้วนับเป็นพันๆ ศพ หลอกลวง ปอกลอก เอางบประมาณ เอาเม็ดเงินภาษีอากรของราษฎร เอาสมบัติชิ้นสุดท้ายของชาวนาไปปู้ยี่ปู้ยำ จนผู้เสียเปรียบ ผู้ด้อยโอกาสทั้งหลาย ถึงขั้นต้องผูกคอตาย ฆ่าตัวตายไปแล้วนับสิบๆ ศพ แต่ก็ยังอุตส่าห์พิทักษ์ ปกป้อง อย่างชนิดไม่ว่าใครแตะไม่ได้โดยเด็ดขาด แถมยังส่งเสริม สนับสนุน หรือแสร้งทำมองไม่เห็น เมื่อมวลชนของตัวเองรุมกระทืบ รุมฆ่า ไล่ข่มขู่ คุกคามใครต่อใคร ไม่เว้นแม้แต่เด็ก สตรี คนชรา หรือกระทั่งพระ อันนี้...ต้องเรียกว่า หนักซะยิ่งกว่า สัตว์นรก ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า...
//www.thaipost.net/news/250314/88020

6275
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 58.11.238.40 วันที่: 25 มีนาคม 2557 เวลา:10:51:30 น.  

 
 
 
24 มี.ค.57 ไขปริศนา..บทสุดท้าย MH370 และหักเหลี่ยมโหด สองโคตรไอ้เหี้ยม

ในที่สุดก็เป็นไปตามที่คาดคำนวณจุดสูญหายไปของเที่ยวบิน MH370 พร้อมลูกเรือและผู้โดยสารอีก 279 คน ตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา เมื่อมี 3 ประเทศเริ่มออกมายืนยันจุดเครื่องจมลงไปใต้ทะเล คือ อินเดีย จีน และมาเลย์ ว่าเครื่องบินน่าจะตกในทะเล เพราะดาวเทียม Inmarsat ของอังกฤษ มีการค้นพบชิ้นส่วนต้องสงสัยขนาดใหญ่ อยู่บริเวณทิศใต้ ของมหาสมุทรอินเดีย อยู่ทางฝั่งตะวันตก ของเมืองเพิร์ธ ออสเตรเลีย ห่างไปราว 2,400 กิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลมาก และมหาสมุทรก็ลึกเกินจินตนาการ มีสภาพคลื่นลมแรง และอากาศหนาวเย็น

สอดคล้องกับที่ เสธ เคยวิเคราะห์ไว้ก่อนหน้านี้ ว่าการสูญหายของเครื่องบินนี้ ต้องถูกทำให้จมลงจุดบริเวณนี้เพื่ออำพราง ส่วนคนอื่นจะมีสมมุติฐานอย่างไร ก็แล้วแต่ความเชื่อ แต่การข่าวเชิงลึกระหว่างประเทศที่ได้รับมา ประมวลสรุปโดยย่อๆ คือ

เริ่มต้นจากลุงแซม ขนวัตถุนิวเคลียร์และอาวุธชีวภาพใส่คอนเทนเนอร์ ด้วยเรือที่ติดธงสัญชาติตัวเอง มาที่เกาะเล็กๆ ชื่อสาธารณรัฐเชสเซลเลส ที่อยู่ทางตะวันตกของมหาสมุทรอินเดีย จากนั้นขนต่อมาที่มาเลย์ และใส่ตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นเครื่องบินลำนี้ จะนำไปลงที่ปักกิ่ง ของจีน
(ไม่แน่ชัดว่าองค์กรใดสั่งของนี้) และประจวบกับมีการขนชิพคอมพิวเตอร์วงจรไฮเทค โดยผู้โดยสารไต้หวันกลุ่มหนึ่ง ไปลงเครื่องที่ปักกิ่ง ของจีน เช่นกัน ซึ่งชิพนี่สามารถทำให้ขีปนาวุธตรวจไม่พบด้วยเรด้าห์ เพื่อไปขายและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้จีน

เมื่อจีนและรัสเซียรู้ระแคะระคาย จึงวางแผนจะบังคับเครื่องบินเที่ยวนี้ ไปลงที่สนามบินไหหลำ ของจีน เพื่อตรวจดูว่ามันคือสินค้าอะไรกันแน่ที่ในตู้คอนเทนเนอร์ แต่ก่อนเครื่องบินจะขึ้นมีความผิดปกติคือไม่รู้หน่วยใด มีการสังหารหน่วยซีลลุงแซมนอกราชการ ที่มีความเชี่ยวชาญการรบสูง และออกมาทำงานลับ จำนวน 2 คน ที่มาเลย์ เพื่อคุ้มครองสินค้ามีมูลค่าสูง ให้กับบริษัทลุงแซม ลักษณะคล้ายๆ ฆ่าตัดตอน หรือฆ่าปิดปาก

เมื่อเครื่องบินเทคออฟขึ้นจากมาเลย์ช่วงเที่ยงคืนกว่า มุ่งหน้าทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตรงไปทางทะเลจีนใต้ ราว 1.30 ชม. จากจุดเริ่มต้นบิน เข้าใกล้เรดาห์พาณิชย์ของเวียดนาม ได้มีเครื่องบินชนิดรบกวนสัญญาณ Primary เรด้าห์ (ชนิดที่เห็นทั่วไปที่สนามบินใช้) เช่น AWAC บินจากจุดระยะทำการที่ใดสักแห่ง ประกบเครื่องบินนี้ทำให้สัญญาณ Primary เรด้าห์ตรวจไม่พบ แล้วก็มีเครื่องบินล่องหนจากเรดาห์ได้ เสตลล์ รูปร่างคล้ายจานบินสีดำ บินประกบอีก 1-2 ลำ เพื่อควบคุมทิศทางเครื่องบินตามต้องการ

ส่วนภายในเครื่องบิน ทีมหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่แฝงตัวมา อาจร่วมกับลูกเรือ หรือนักบิน ทำการเข้าไปในห้องนักบิน ทำการปิดระบบ Secondary เรด้าห์ (คล้ายระบบ SMS) ที่ใช้เป็นสากล สำหรับส่งตำแหน่งเครื่องบินพาณิชย์ ให้หอควบคุมการบินทราบตำแหน่งละติจูด และลองติจูด โดยมีการปิดระบบนี้ระยะห่างเวลา 10-14 นาที ทำให้สัญญาณตำแหน่งเครื่องบินหายวับไปจากจอ Secondary เรด้าห์ภาคพื้นดินทันที ก่อความโกลาหลขึ้นในเวลาต่อมา

จากนั้นผู้จี้ควบคุมเครื่องบิน ก็หันทิศทางเครื่องบินกลับด้าน ย้อนมาทางเดิมมุ่งหน้าทิศตะวันตกเฉียงไต้ เพื่อไม่ให้ผ่านประเทศไทย เพราะอาจจะโดนโจมตีด้วยเครื่องบินขับไล่ได้ แล้วเตรียมพร้อมสำหรับทีมตัวเอง โดยใส่อุปกรณ์หน้ากากอ๊อกซีเจนรับการเปลี่ยนแปลงความดันเฉียบพลัน (อุปกรณ์ป้องกันเหมือนนักบินเจ๊ตขับไล่เหนือเสียง) และคนพวกนี้ต้องมีประสบการณ์ และถูกฝึกมาให้ทนต่อแรงกด และ G (แรงโน้มถ่วง) มหาศาล ทำการปรับเพดานบินจาก 25,000 ฟุต พุ่งโด่งขึ้นสูงลิ่วเกินกำหนดไปที่ 45,000 ฟุต

และทิ้งตัวลดเพดานบินลงต่ำอย่างรวดเร็ว ช่วงนี้หน้ากากอ๊อกซิเจนจะตกลงมาอัตโนมัติ ผู้โดยสารจะรีบคว้ามาครอบปากและจมูก แต่เขาก็ตัดอ๊อกซิเจนในห้องผู้โดยสารทั้งหมดอีก เหลือไว้เฉพาะพวกบังคับเครื่องบิน จนเพดานบินลดต่ำเหลือ 5,000 ฟุต ส่งผลให้ผู้โดยสาร และลูกเรืออื่นน๊อคสลบไปทันที (เด็ก 2 คนอาจตายทันทีช่วงนี้) จากการเปลี่ยนแปลงความดัน โดยไม่มีใครสามารถต่อต้านการบังคับใดๆ ได้เลย เป็นเวลานานหลายชั่วโมง

ส่วนเครื่องบิน เสตลล์ และ AWAC ก็ทำหน้าที่นำทางเครื่องลำนี้ที่ตกอยู่ในสภาพเหมือนคนตาบอด เครื่องบินทั้ง 3 ชนิด ได้บินผ่านมาทางใกล้ชายแดนทางตอนใต้ของไทย ผ่านน่านฟ้ามาเลย์ จุดนี้เรดาห์ชนิด Primary เรด้าห์ของชายชุดฟ้าของไทย และของทหารมาเลย์ จับสัญญาณเครื่องบินพาณิชย์นี้ได้ แต่จับตำแหน่งเสตลล์ และ AWAC ล่องหนเรดาห์ไม่ได้ ในตำแหน่งใกล้เคียง และเวลาใกล้เคียงกัน อีกทั้งมีชาวบ้าน ชาวประมงทั้งไทย และมาเลย์ จำนวนมากจากหลายจุด ได้ยินเสียงบูมกระแทกอากาศดังสนั่น พร้อมเห็นเครื่องบินพาณิชย์ขนาดใหญ่ และเสตลล์สีดำ ด้วยตาเปล่า บินประกบเครื่องบินลำนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว

แต่มาเลย์ไม่ยอมแถลงทันที เพราะว่าอับอายที่ต้องเปิดเผยว่า ประเทศตนเองมีช่องว่างในระบบการป้องกันภัยความมั่นคงทางอากาศ เมื่อเครื่องบินๆ ต่ำผ่านช่องแคบมะละกาไปได้ เครื่องบินทั้ง 3 ชนิด ก็ปรับเส้นทางใหม่อีกครั้ง โดยเชิดหัวขึ้นความสูงปกติ มุ่งหน้าขึ้นไปทางตะวันตกเฉียงเหนือสู่ตอนเหนือของมหาสมุทรอินเดีย ตามเส้นทางการบินพาณิชย์ปกติ คาดเดาว่าเพื่ออำพรางเครื่องบินให้แฝงตัว เข้าไปในหมู่เครื่องบินพาณิชย์จำนวนมาก ที่กำลังบินไปเส้นทางเดียวกัน เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต และยังเกี่ยวเนื่องกับสนามแม่เหล็กโลกด้วย เพราะโลกมีการหมุนรอบตัวเอง

แล้วก็บินคงระยะห่างจากฝั่งสม่ำเสมอ เพื่อให้พ้นรัศมี Primary เรด้าห์ ของประเทศอินเดีย และศรีลังกา โดยมีเครื่องบิน 2 ชนิดบินประกบอารักขาและนำทางตลอดเวลา ต่อมาเครื่องบินปรับทิศทางลดต่ำเฉียงลงไปทางใต้อีกครั้งตรงเรื่อยๆ แต่ก่อนเข้าถึงหมู่เกาะมัลดีพ ได้ปรับเพดานบินลงต่ำลงมากอีกครั้ง เพื่อหลบ Primary เรด้าห์ ผ่านไปที่เกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งทางตอนใต้ของหมู่เกาะมัลดีพ จนชาวบ้านจำนวนมากเห็นตัวเครื่องบินในระยะต่ำมาก ขนาดเห็นประตูเครื่องบินชัดเจน และมองสีของเครื่องบินออกทีเดียว เมื่อผ่านมัลดีพแล้วก็ตรงลงใต้ไปอีก โดยมีเรือพิฆาตของลุงแซมอารักขา บินต่ออีกสักพักก็ถึงเกาะดิเอโก้ กราเซีย ฐานทัพลับในมหาสมุทรอินเดียของลุงแซม ในเช้าวันที่ 9 มี.ค.57

เครื่องบินลำนี้ลงจอดที่สนามบินของกองทัพลุงแซม ที่มีรันเวย์ขนาดรองรับได้อย่างสบาย เมื่อเครื่องบินจอดสนิท กระบวนการขนถ่ายคอนเทนเนอร์ลงจากเครื่องบิน และค้นเอาชิพวงจรไฮเทคจากตัวผู้โดยสารไต้หวัน ก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตามแผนที่วางไว้ แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่บริษัทผลิตเครื่องยนต์ของเครื่องบิน ที่เขาต้องติดอุปกรณ์ติดตามเครื่องยนต์เขาทุกเครื่อง จับสัญญาณได้ว่าเครื่องยนต์เขายังทำงานอยู่ด้วยระยะเวลา 6 ชั่วโมงจากจุดสูญหายครั้งแรก

และเพื่อทำลายหลักฐานทั้งหมด การข่าวว่ามีการถอดกล่องดำบันทึกการบิน 3 จุดในเครื่อง ออกเพื่อไม่ให้ค้นพบไขความจริงในอนาคต จากนั้นให้นักบินลุงแซมใส่ชุดประดาน้ำ ขับเครื่องบินโดยสารดังกล่าวเทคออฟขึ้นจากฐานทัพนั้นอีกครั้ง พร้อมเครื่องบินอีกลำหนึ่งพร้อมหน่วยช่วยเหลือ โดยบินมุ่งหน้าไปทิศทางตะวันออกเฉียงใต้จนน้ำมันเครื่องบินหมด เพื่อไม่ให้เกิดคราบน้ำมันให้เห็นตรวจพบจากผิวน้ำได้ แล้วนักบินคนนั้นได้ออกจากตัวเครื่องก่อนที่ลำตัวเครื่องบินจะกระแทกพื้นน้ำ ขณะนั้นสัญญาณ ping ก็เปิดตัวเองขึ้นอัตโนมัติเป็นครั้งสุดท้าย จนดาวเทียมอังกฤษจับสัญญาณได้ ในเช้าวันที่ 9 มี.ค. 57 นั่นเอง

ส่วนนักบินของลุงแซมคนนั้น ก็ขึ้นเครื่องบินที่รอรับและช่วยเหลือกลับขึ้นเครื่องไป ปล่อยทิ้งให้เครื่องบิน MH370 พร้อมผู้โดยสารทั้งหมด จมลงในทะเลลึก ทิศใต้ของมหาสมุทรอินเดีย มีระยะห่างจากเมืองเพิร์ธ ของออสเตรเลีย ราว 2,400 กิโลเมตร ดำดิ่งจมลงก้นทะเลที่ลึกสุดขั้วเกินจินตนาการ คลื่นขนาดใหญ่มหาศาล สภาพอากาศแปรปรวนและเลวร้าย ญาติของผู้โดยสาร ลูกเรือ และนักบิน วันนี้คงต้องทำใจ รอเพียงว่าจะกู้เอาซากเครื่องบินลำนี้ขึ้นมาได้อย่างไร เพราะมันยากแสนยาก และต้องใช้งบประมาณอีกมหาศาลจริงๆ

แต่การข่าวที่เผยแพร่ออกมา จะไม่มีทางที่จะบอกความจริงนี้ต่อสาธารณะไปได้ เพราะมันยากที่จะทำใจยอมรับในความโหดร้ายของมนุษย์ด้วยกันเอง ดังนั้นการออกข่าวต่อไปนี้จะมีเพียงเครื่องบินลำนี้ บินตรงจากช่องแคบมะละกา ลงไปทางตะวันตกเฉียงใต้ จนไปตกที่จุดนี้เท่านั้น และมันจะมืดมิดปกปิดอยู่ให้เป็นตำนานเล่าขานตลอดไป ขนาดข่าวของนิตยสารลุงแซมฉบับหนึ่ง ที่น่าจับคนเขียนข่าวเอาหัวโขกผนังบ้าน คือ ออกข่าวว่าพบร่องรอยการจอดเครื่องบินลำนี้บนดวงจันทร์ไปโน่น..แม่เจ้า ยังดีนะที่ไม่ออกข่าวว่าพบปีกเครื่องบินที่ดาวอังคาร และหางเครื่องบินที่ดาวพฤหัส...นี่แหละฝีมือการออกข่าวบิดเบือนของหน่วยข่าวกรองลุงแซมล่ะ

ส่วนสถานการณ์สงครามในยูเครนนั้น รัสเซียได้ยึดเอาดินแดนไครเมียมาเป็นของตัวเองเอาดื้อๆ และลงนามในกฎหมายอย่างสมบูรณ์เมื่อวันศุกร์ แล้วมีการเสริมทัพตนเองเข้าไปใกล้พรมแดนยูเครนอีก โดยทหารรัสเซีย พร้อมอาวุธหนัก ได้บุกเข้าโจมตีควบคุมค่ายทหารของยูเครนในไครเมีย ได้แล้วเกือบ 190 แห่งแล้ว และชักธงชาติรัสเซียขึ้นสู่ยอดเสา แทนธงชาติยูเครน ทหารยูเครนที่มีจุดนี้เพียง 2,000 นาย จากทั้งหมด 18,000 นาย สู้ไม่ไหวและล่าถอยออกไปจากไครเมียแล้ว

สถานการณ์ตอนนี้ทหารยูเครน ถูกปิดล้อมโดยกองกำลังติดอาวุธที่สนับสนุนรัสเซีย เพื่อกดดันที่ให้ยูเครนถอนทหารทั้งหมดออกจากไครเมีย ตอนนี้รัฐบาลยูเครน ได้ตัดสินใจแล้วเกิน 90% ที่จะทำสงครามกับรัสเซีย ขณะที่ประธาธิบดีรัสเซีย ไม่สนใจที่จะเจรจาใดๆ กับยูเครน และ มหาอำนาจตะวันตก แถมซ้ำร้ายรัสเซียเตรียมขยายอาณาเขต โดยเตรียมยกกำลังทหารยกทัพบุกดินแดนของ มอลโดวา อีกแล้ว (มอลโดวาเคยเป็นส่วนหนึ่งของอดีตสหภาพโซเวียต)

ตอนนี้กองกำลังพันธมิตรยุโรป ได้กดดันนาโต้อย่างหนัก ให้เตรียมกำลังทหารและอาวุธให้พร้อม เพื่อเข้าสู้รบกับรัสเซีย หากพยายามเข้าบุกมอลโดวา..จึงพอจะเห็นทิศทางการก่อสงคราม และคงมีการล้มตายของมนุษย์อีกจำนวนมากเพิ่มขึ้นในไม่นานต่อจากนี้

จากสถานการณ์ภายนอกประเทศ มาแฉ สถานการณ์ที่คาบเกี่ยวระหว่างไทยกับอีก 2 ประเทศ คือ การที่มีการเปลี่ยนม้ากลางศึก เอาคางคกตู่ มาเป็นประธาน นปช.แทนนกแสก โดยมีการเลื่อยขา หักหลัง แตกกันเอง แย่งผลประโยชน์กันเองเละเทะ ตามที่เคยแฉไปแล้วนั้น อีกเหตุผลการเปลี่ยนที่สำคัญ คือ ชายดูไบสิ้นท่าทุกหนทาง จึงหันกลับมาใช้บริการแก๊งค์แบ่งแยกดินแดน นปช.อีกครั้ง

นั้นเพราะเกิดการหักเหลี่ยมโหด สองโคตรไอ้เหี้ยม ขึ้นระหว่างชายดูไบ กับฮวยเซ็ง แห่งเขมร ที่เคยสัญญากันว่า จะส่งทหารมาร่วมช่วยปฎิบัติการเผาเมืองไทยให้วอดวาย เหมือนปี 53 อีก แต่เกิดเรื่องที่ไม่น่าเชื่อเกิดขึ้น มีการลูบคม หลอกกินกันอีกแล้ว จนสายสัมพันธ์ทั้ง 2 คน ขาดสะบั้นตัดเป็นตัดตาย ถึงขนาดไม่เผาผีกัน เรื่องมันมีอยู่ว่าฮวยเซ็ง ที่ช่วงหลังโดนสม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านเขมร ที่มีเสียง ส.ส.มากสูสีกับรัฐบาล ฮวยเซ็ง จัดชุมนุมประท้วงอยู่บ่อยๆ แถมดันมีลุงแซมหนุนหลัง สม รังสี ซะอีกแล้ว (ฮวยเซง มีฝรั่งเศสหนุนหลัง)

เมีย สม รังสี เองก็ออกมาเผยล่าสุดว่าฮวยเซง มาขอเจรจาว่าให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมความผิดให้ (อ้าว..มันติดนิสัยใครมาวะ) และ ฮวยเซง ก็ยังโทรไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญการขนสมบัติหนีออกนอกประเทศ คือ ชายดูไบ ว่าถ้าเกิดเกิดแพ้ทางการเมืองแล้วจะทำยังไงดี ชายดูไบอมยิ้มมุมปาก แล้วให้คำแนะนำอย่างผู้มีประสบการณ์ว่า ให้รวบรวมสมบัติมีค่า เงินดอลลาร์ ทองคำ ขนเอาไปไว้ที่รัฐบาลมาเฟียมอนเตรเนโก ซิ รับรองปลอดภัยเพราะเขาทำมาเยอะแล้ว เดี๋ยวเขาจะเคลียร์ทางโน้นให้ทางสะดวก

ฮวยเซง ก็ดีใจ รีบทำตามคำแนะนำทันที จัดขนสมบัติใส่คอนเทนเนอร์ ส่งคาร์โก ขึ้นเครื่องบินตรงไปมอนเตรเนโก แต่ไอ้หย๋า..เกิดการหักเหลี่ยมโหด สองโครตไอ้เหี้ยมขึ้น เมื่อของไปถึงมอนเตรเนโก ชายดูไบยกหูโทรไปหาผู้ใหญ่ประเทศนั้น แต่ไม่รู้พูดอย่างไร สมบัติฮวยเซงทั้งหมดโดนรัฐบาลมาเฟียยึดไว้หมดเลย จนปริศนาดำมืดจนถึงบัดนี้ ฮวยเซ็งนั้นแค้นแสนแค้น น้ำท่วมปาก ทวงคืนก็ไม่ได้ ช่วงหลังๆ นี้ทหารเขมรรับจ้างมาก่อเหตุรุนแรง จึงถูกฮวยเซงเรียกตัวกลับหมด หายแซ๊บหายสอยไป

นอกจากทหารเขมรยังไม่มาไม่มาตามนัดแล้ว คราวชายดูไบบินไปหม่องเพื่อสะเดาะเคราะห์ ดูหมอดู และไปนอนเฝ้าขอเข้าพบผู้นำเขา แต่เขาก็ไม่ยอมให้เข้าพบ เพราะพิษจากคลิปถั่งเช่าที่โดนชายชุดเขียวไทย เอามาแฉนี่แหละ เพราะเนื้อหาที่ชายดูไบคุยโทรศัพท์กับลูกน้องนั้น มันดูถูกเหยียดหยามทหารพม่าแบบไร้ราคา ทำให้เขาแสนอับอายประชาชนชาวพม่า ต่อมาชายดูไบขอเข้าพบ ผบ.ทหารหม่องอีก เพื่อขอให้ช่วยส่งทหารมาฆ่าคนไทยหน่อย และขอใช้พื้นที่ไทยใหญ่เพื่อฝึกกองกำลังติดอาวุธ และกับเงินที่จะขนเข้าไปลงทุน และเงินสินบน ( ตามที่เคยเล่าให้ฟังแล้วที่ https://www.facebook.com/media/set/?...4770444&type=3 )

แต่ทหารหม่องไม่เล่นตามเกมส์ด้วย เพราะรู้ธาตุแท้ว่าไอ้หมอนี่มันจอม 18 มงกฎระดับโลกโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย ก็จะไม่ให้ชายดูไบเข้ามาเกี่ยวเพราะชื่อเสียงขี้โกงฮวยเซง กลิ่นมันแรงไปถึงหม่องโน่น สังเกตไหมล่ะทั้งชายดูไบ ปูเน่า และสมุน ไม่ขยันไปพม่ามาพักหนึ่งแล้ว เวรกรรมที่ทำร้ายประเทศเท่านั้นยังไม่พอ จะบอกให้คนเสื้อแดงที่มาส่องดิ้นๆๆ พราดๆๆ อีก ว่าบ้านพักชายดูไบที่สร้างไว้รองรับปูเน่าไปลี้ภัย และตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น ก็ถูกรัฐบาลมาเฟียมอนเตรเนโกสั่งปิดตาย และสั่งห้ามเข้าประเทศอีกซะงั้น แถมดูไบก็ไม่ให้เข้าประเทศ

ขืนชายดูไบไปโผล่หัวเขมรตอนนี้..ไม่ถึงมืออัลกออีดะห์แน่ ฮวยเซ็งนี่แหละจะฝังดินมันที่เขมรด้วยมือเอง แก้แค้นที่โดนหลอกหักเหลี่ยมเอาสมบัติไปทิ้งซึ่งๆ หน้า มันแค้นนน..กรอดๆ..ฮา

ไอ้พวกแกนนำโจรแบ่งแยกดินแดน พวกอันธพาล สารพัดแก๊งค์ในสังกัดอั้งยี่แดง ถ้าคิดว่าจะมาก่อเหตุรุนแรง เมษายน 57 แล้วจะหนีข้ามไปกบดานในเขมร มันไม่เหมือนเดิมแล้ว ก็เพราะนายตัวเองดันไปสร้างโจทก์ใหญ่ฮวยเซ็ง นักฆ่า 1 ล้านศพสมัยเขมรแดง จะรอเช็คบิลทุกคนของแก๊งค์อั้งยี่แดงนี้ โดยนั่งลูบปืน ขึ้นลำกระสุนเต็มแม๊ก รอกองโจรแดงหนีข้ามฝั่งพรมแดนไป เพื่อให้ทหารเขมรจับตัวเอามาเป็นเป้านิ่งมัดกับต้นไม้ เพื่อซ้อมยิงปืนใส่หัวเล่น..

ส่วน กฤษดา ไชยแค ที่หนีหมายจับคดีปาระเบิดอนุสาวรีย์ชัย และคนอื่นๆ ที่หนีข้ามชายแดนเขมรตามไป ญาติๆ ทำบูญอุทิศส่วนกุศลส่งไปให้ได้เลย เพราะตอนนี้ฮวยเซ็ง เดือดปุดๆ มาก..ป่านนี้คงสบายตัว..แต่ไม่สบายรูที่หัวไปแล้ว..ฮา

ส่วนชายชุดเขียวของไทย ตอนนี้ก็ฟิตจัดมาก สั่งกำลังพลซ้อมยิง “เป้านิ่ง” ทุกวันให้เกิดความเคยชินไปก่อน ด้วยการงัดปืนนานาชนิด เช่น Tarvo 21 ฯลฯ เอามายิงให้เคยมือ และประเมินระยะหวังผลด้วยตนเอง

เพราะเดือนเมษานี้ กำลังพลก็จะได้ทดลองฝึกยิง “เป้าวิ่ง” แล้ว..ฮา

ที่มา @เสธ น้ำเงิน https//www.facebook.com/topsecretthai

4787
*.*








 
 

โดย: อิอิ IP: 110.168.117.64 วันที่: 26 มีนาคม 2557 เวลา:9:04:09 น.  

 
 
 
บางส่วนจากบทสนทนากับ John Titor

What are your memories of 2036?

I remember 2036 very clearly. It is difficult to describe 2036 in detail without spending a great deal of time explaining why things are so different.

In 2036, I live in central Florida with my family and I'm currently stationed at an Army base in Tampa. A world war in 2015 killed nearly three billion people. The people that survived grew closer together. Life is centered on the family and then the community. I cannot imagine living even a few hundred miles away from my parents.

จอห์น กล่าวว่า ในปี 2015 จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 และคนจะตายเกือบ 3,000 ล้านคน คนที่เหลือรอดอยู่ จะอยู่กระจัดกระจายกันไปเป็นกลุ่มชนรุ่นใหม่

Does anything happen in the year 2012?


I've heard stories about the world ending. In my 2012, I was 14 years old spending most of my time living, running and hiding in the woods and rivers of central Florida. The civil war was in its 7th year and the world war was three years away. Yes, there are unusual events in 2012 but they do not cause the world to end.

Unfortunately, I have decided not to discuss events that you or I can do anything about. It is important that they be a surprise. Perhaps you are familiar with the story of the Red Sea and the Egyptians?

ถามว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในปี 2012 ทีว่ากันว่าจะเป็นปีสิ้นโลกหรือไม่ จอห์นตอบว่า ในปี 2012 เขามีอายุ 14 ปี ใช้ชีวิตดูเหมือนปกติทั่วไป จะมีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นแน่นอน แต่ไม่ทำให้สิ้นโลก แต่เขาไม่บอกว่าจะเกิดอะไร อยากให้รอดูเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ บอกให้นึกถึงเหตุการณ์ทะเลแดงที่เกิดกับชาวอียิปต์ในยุคโบราณ (ตามเหตุการณ์ในพระคัมภีร์ไบเบิล) สรุปคือ 2012 โลกไม่แตก

ที่มา //news.clipmass.com
//forum.serithai.org/index.php?topic=5515.0
4881
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 110.168.117.64 วันที่: 26 มีนาคม 2557 เวลา:9:21:15 น.  

 
 
 
วานก้า หรือชื่อจริงคุณยาย วานเกเลีย ปานเดว่า กุชเตโรว่า เป็นชาวบัลแกเรีย และคำทำนายถึงโลกในอนาคต

2008 - ผู้นำ 4 ประเทศถูกลอบสังหาร กรณีพิพาทในอินโดสถาน เป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 3
2010 - เริ่มสงครามโลกครั้งที่ 3 ( พฤศจิกายน 2010 - ตุลาคม 2014 ) ตอนแรกก็ใช้อาวุธธรรมดา ต่อมาก็ตามด้วยนิวเคลียร์และอาวุธเคมี การนำอาวุธนิวเคลียร์มาใช้ ทำให้ซีกโลกเหนือ จะไม่เหลือทั้งพืชและสัตว์ จากนั้นพวกมุสลิม จะใช้อาวุธเคมีเข้าจัดการกับชาวยุโรปที่ยังหลงเหลืออยู่ ผู้คนจะป่วยเป็นฝีหนองและมะเร็งผิวหนังกันมากจากผลของอาวุธเคมี
2016 - ยุโรปแทบจะร้างผู้คน
2018 - จีนเป็นมหาอำนาจของโลกรายใหม่ ประเทศกำลังพัฒนา กลับกลายจากประเทศผู้ถูกกดขี่ มาเป็นผู้กดขี่เสียเอง
2023 - วงโคจรของโลกเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
2028 - เกิดแหล่งพลังงานใหม่ (คาดว่า น่าจะเป็น เทอร์โมนิวเคลียร์ รีแอ็คชั่น ) โลกเริ่มเอาชนะปัญหาความอดอยากได้ มนุษย์เริ่มเดินทางไปยังดาวศุกร์
2033 - น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น
2043 - เศรษฐกิจโลกรุ่งเรือง มุสลิมปกครองยุโรป
2046 - มนุษย์ปลูกอวัยวะได้ทุกอย่าง การเปลี่ยนอวัยวะ เป็นวิธีการรักษาโรคที่ดีที่สุด
2066 - สหรัฐโจมตีกรุงโรมของพวกมุสลิมด้วยอาวุธใหม่ คือ อาวุธสภาพอาก าศ ซึ่งทำให้อากาศหนาวเย็นลง
2076 - สังคมไร้ชนชั้น (คอมมิวนิสต์)
2084 - ธรรมชาติได้รับการฟื้นฟู
2088 - เกิดโรคใหม่ โรคแก่ติดจรวด (แก่ในไม่กี่วินาที)
2097 - เอาชนะโรคแก่ติดจรวดได้
2100 - ดวงอาทิตย์เทียมให้แสงส่างกับโลกส่วนที่มืด
2111 - มนุษย์ กลายเป็น มนุษย์ไซบอร์ก (หุ่นยนต์มีชีวิต)
2125 - โลกได้รับสัญญาณจากอวกาศ
2130 - โลกไปตั้ง อาณานิคมใต้น้ำ (จากคำแนะนำของมนุษย์ต่างดาว)
2164 - สัตว์ กลายเป็นสัตว์กึ่งมนุษย์
2167 - เกิดศาสนาใหม่
2183 - อาณานิคมบนดาวอังคารมีอาวุธนิวเคลียร์ และต้องการเป็นเอกราชจากโลก
2187 - โลกหยุดยั้งการระเบิดของภูเขาไฟขนาดใหญ่ 2 ลูก
2195 - อาณานิคมใต้น้ำ เลี้ยงตัวเองได้โดยสมบูรณ์ ทั้งอาหารและพลังงาน
2196 - ชาวเอเชียผสมกับชาวยุโรปโดยสมบูรณ์
2221 - ในการติดตามหาชีวิตนอกโลก มนุษย์ต้องเจอกับอะไรบางอย่างที่น่ากลัว
2256 - ยานอวกาศนำโรคร้ายกลับมายังโลก
2262 - วงโคจรของโลกเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ดาวหางเกือบชนดาวอังคาร
2273 - การผสมปนเปกันของคนผิวขาว ผิวเหลือง และผิวดำ ก่อเกิดเป็นคนสีผิวใหม่
2279 - พบพลังที่ไม่ได้มาจากอะไรเลย (คาดว่าอาจจะมาจากสภาพสูญญากาศ หรือไม่ก็หลุมดำ )
2288 - มีการเดินทางไปกับกาลเวลา การติดต่อครั้งใหม่กับมนุษย์ต่างดาว
2291 - ดวงอาทิตย์เริ่มเย็นลง มีความพยายามที่จะจุดมันขึ้นมาใหม่
2296 - เกิดระเบิดครั้งใหญ่บนดวงอาทิตย์ สถานีอวกาศและดาวเทียมเก่าเริ่มตก
2299 - ในฝรั่งเศสเกิดการจลาจลต่อต้านมุสลิม
2302 - เปิดกฏใหม่เรื่องความลับของจักรวาล
2304 - พบความลับของดวงจันทร์
2354 - เกิดความผิดพลาดกับดวงอาทิตย์เทียม ก่อให้เกิดความแห้งแล้ง
2371 - เกิดปัญหาความอดอยากครั้งใหญ่
2480 - ดวงอาทิตย์เทียม 2 ดวงชนกัน
3005 - สงครามบนดาวอังคาร
3010 - ดาวหางชนดวงจันทร์ เศษซากที่กระจาย พากันโคจรรอบโลก
3797 - ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเหลือบนโลก แต่มนุษย์ได้ไปวางสิ่งจำเป็นพื้นฐานสำหรับการดำรงชีวิตบนดาวดวงอื่นแล้ว

3803 - มีประชากรเพียงน้อยนิดบนดาวเคราะห์ดวงใหม่ และไม่ค่อยมีการติดต่อกัน สภาวะบนดาวดวงใหม่นี้สร้างผลกระทบกับร่างกายมนุษย์ - ทำให้เกิดการกลายพันธุ์
3805 - เกิดสงครามแย่งชิงทรัพยากรณ์ขึ้น ตายกันมากกว่าครึ่ง.
3815 - สงครามจบ
3854 - ดูเหมือนว่าการพัฒนาทางอารยธรรมจะชงักลง ผู้คนใช้ชีวิตราวสัตว์ป่า
3871 - ศาสดาใหม่ถือกำเนิดขึ้น สั่งสอนผู้คนในเรื่องศีลธรรมและศาสนา (พ.ศ. 4414)
3874 - ศาสดาได้รับการสนับสนุนจากผู้คนทุกหมู่เหล่า จัดสร้างนิกายขึ้นมาใหม่
3878 - เมื่อนิกายใหมถือกำเนิด ผู้คนยุคใหม่ก็ลืมเรื่องวิทยาศาสตร์
4302 - เมืองต่างๆ เติบโตขึ้นบนโลก นิกายใหม่สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์
4302 - ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ทำให้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบ ภาพรวมของโรคทุกชนิด
4304 - เจอทางกำจัดโรคทุกชนิด
4308 - ในที่สุดมนุษย์ก็ใช้สมองเกิน 34% ทำให้กำจัดความเกลียดชังออกไปจากใจได้
4509 - ใกล้ชิดพระเจ้ามากขึ้น มนุษย์พัฒนาถึงขั้นที่สามารถติดต่อกับพระเจ้าได้
4599 - มนุษย์เข้าถึงความเป็นอมตะ
4674 - อารยธรรมถูกพัฒนาไปจนถึงจุดสูงสุด ประชากรรวมๆ ในทุกๆ ดาวอยู่ที่ 340 พันล้านคน เริ่มมีการรวมเผ่าพันธุ์กับเอเลี่ยน
5076 - สู่สุดขอบจักรวาล ที่ซึ่งหามีผู้ใดรู้จักไม่
5078 - เกิดการตัดสินใจก้าวข้ามขอบจักรวาล ในขณะที่ผู้คน 40% ไม่เห็นด้วย
5079 - End of the World.
//www.aeracingclub.net/forums/index.php?topic=28055.0;wap2
3332
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 110.168.117.64 วันที่: 26 มีนาคม 2557 เวลา:9:27:41 น.  

 
 
 
ท่านขุนน้อย
ศีลธรรมไม่กลับมา...โลกาจะวินาศ!!!
เห็นผลการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกในช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมาแล้ว...ต้องเรียกว่า เล่นเอา มึนซ์ซ์ซ์ กันไปมิใช่น้อย เฮ้ออ์อ์อ์...ทำไงได้ ในเมื่อประชาชนจำนวนไม่น้อย ท่านยังพร้อมที่จะ ชั่ว อย่างเป็นกิจการและอย่างเป็นทางการเช่นนี้ โอกาสที่ประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา จะโชติช่วงชัชวาลกะเค้าซะที คงต้องเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า ออกแรงกันอีกยาวว์ว์ว์...
-------------------------------------------------
อย่างที่ ท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านเคยกล่าวเอาไว้นั่นแหละว่า ประชาธิปไตย มันจะใช้ได้ผล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็แต่เฉพาะในหมู่ประชาชนที่ เป็นธรรม เท่านั้น แต่ถ้าหากเมื่อไหร่ประชาชนดัน เป็นอธรรม ขึ้นมาซะอย่าง โอกาสที่ประชาธิปไตยมันจะถูกแปรสภาพกลายเป็น ประชาธิป...ตาย ย่อมมีสูงเอามากๆ เรียกว่าขนาดคนปล้นศพ ลักสร้อย ยังมีโอกาสผงาดขึ้นมาเป็นวุฒิสมาชิกได้ มันก็หมดแล้ว!!! คงต้องล้มลุกคลุกคลานไปอีกยาว กว่าที่จะทำให้ประชาธิปไตยมันเข้าที่ เข้าทาง เข้าตามตรอก ออกตามประตู เป็นประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาลคอยประกบ กำกับ เอาไว้ไม่ให้เซไป เซมา เหมือนอย่างเช่นทุกวันนี้...
-------------------------------------------------
แต่ก็อย่างว่านั่นแหละท่าน...ประชาธิปไตยนั้นมันเป็น ไฟต์บังคับ เป็นสิ่งที่โลกทุนนิยมสามานย์มันคอยกำกับ คอยชี้นิ้วบงการให้ต้องเดินไปตามแนวทางทุนนิยมเสรี เพื่อที่จะให้เกิดความสะดวกพอที่มันจะปล้นผลประโยชน์และทรัพยากรจากแต่ละประเทศได้ง่ายๆ ถ้าหากจะไปฝืนโลก ไปต้านกระแสโลก มีแต่จะต้องย้ายที่ตั้งประเทศไทยไปอยู่บนอวกาศ หรือในสุญญากาศ โน่นแหละ ถึงจะไม่ต้องเจอกับกิริยาและปฏิกิริยาที่โลกทั้งโลกมันกำลังกระทำต่อกันและกันหนักขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์แห่งทุนนิยมอันเป็นไปในลักษณะ ข้อเสนอ...ที่เอ็งมิอาจปฏิเสธได้ ไม่ต่างอะไรไปจากข้อเสนอของ มาเฟีย ทั้งหลาย...
------------------------------------------------------
โอกาสที่จะประคองตัวรอดจาก ไฟต์บังคับ เหล่านี้...มีแต่จะต้องหาทางทำให้ปวงชนหรือประชาชนในประเทศนั้นๆ หันไปยึดมั่นอยู่ใน ธรรม หรือในศีล ในธรรม ให้มากๆ เข้าไว้ เพื่อที่จะอาศัย ธรรมะ ในหมู่ประชาชนนั่นเอง คอยตามประกบ หรือคอยเป็นตัวกำกับ ให้เกิด ธรรมาภิบาล ขึ้นมาภายในระบบการบริหาร จัดการ และการปกครองได้จริงๆ แต่ถ้าหากปล่อยให้ปวงชนหรือประชาชนทั้งหลาย ยังสนุกสนาน เมามันซ์ซ์ซ์ อยู่กับการ กระทืบพระ ไม่สนใจธรรมะ หรือศีลธรรมใดๆ พร้อมที่จะรับจ๊อบ รับงาน สู้แล้วรวย เงินไม่มา กาไม่เป็น ต่อไปเรื่อยๆ ประชาธิปไตยมันก็คงไม่ใช่อะไรอื่น นอกซะจากสิ่งซึ่งถูกงัดออกมาจากเป้ากุงเกงของไอ้พวกนักประชาธิปไตยที่แห่กันไปข่มขู่ คุกคาม ข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขนั่นแหละ คือประชาธิปไตยแบบแท่งๆ ด้ามๆ ประเภท Respect my cock อะไรประมาณนั้น...
------------------------------------------------------
ปัญหาจึงมีอยู่ว่า...แล้วจะทำยังไงถึงจะให้ประชาชนหันไปใฝ่ใจในธรรมะ หันไปให้ค่ากับคุณธรรม ศีลธรรม ให้มากขึ้นกว่าเท่าที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ อันนี้นี่แหละ...ที่ทำให้คำว่า ปฏิรูป จึงมีความสำคัญแบบจริงๆ จังๆ แบบเอาเป็น เอาตาย กันเลยทีเดียว ถึงขั้นที่ ท่านพุทธทาส ท่านเคยย้ำนัก ย้ำหนา ว่า ศีลธรรมไม่กลับมา...โลกาจะวินาศ เอาเลยถึงขั้นนั้น แน่ล่ะว่าสำหรับแค่ระดับประเทศ แถมยังเป็นประเทศเล็กๆ ไม่ถึงกับมีความสำคัญต่อโลกทั้งโลกมากมายซักเท่าไหร่ แล้วมันจะไปเหลืออะไร??? ถ้าหากยังไม่สามารถหาทางพลิกฟื้นศีลธรรม คุณธรรม ให้กลับคืนมาสู่จิตสำนึกของปวงชนให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โอกาสที่ประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา จะวินาศ จะพังพินาศ วอดวาย ไม่เหลือเศษ เหลือซาก ก็ใช่ว่าจะไม่มีเอาเสียเลย...
-------------------------------------------------------
แต่การนำเอาศีลธรรมและคุณธรรมกลับคืนมาสู่จิตสำนึกของปวงชนนั้น ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องแบบหยาบๆ ง่ายๆ คือจะเอาปืนไปจี้ เอาอำนาจไปบังคับนั้น มันคงไม่ได้ผลมากมายซักเท่าไหร่ หรือมันคงไม่ได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืน คงทน ถาวร แต่อย่างใด แถมดีไม่ดีถูกโลกทั้งโลกหันมารุมยำมือ ยำตีน ซะอีกต่างหาก ด้วยเหตุนี้...มันจึงต้องอาศัยทั้งสติ ปัญญา ทั้งความอดทน อดกลั้น ความเพียร ความอุตสาหะ แถมยังต้องใช้ เวลา อีกเป็นจำนวนไม่น้อย และตลอดช่วงระยะเวลาประมาณ 5 เดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางการเคลื่อนไหว ต่อสู้ ของปวงชน หรือประชาชนที่เรียกตัวเองว่า มวลมหาประชาชน นั้น คงปฏิเสธไม่ได้ว่า...ได้แสดงออกถึงความเป็นประชาชนที่ใฝ่ธรรม ที่เห็นคุณค่า ความสำคัญ ของสิ่งที่เรียกว่าศีลธรรม คุณธรรม อย่างเห็นได้ชัด...
--------------------------------------------------------
แม้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้...มันยังหามุมจบ หาหนทางปิดกล่อง ปิดฉาก ยังไม่เจอ แถมยังต้องใช้ เวลา อีกไม่รู้จะกี่วัน กี่เดือน นับต่อจากนี้ แต่ยังไงๆ ย่อมต้องถือได้ว่า กลุ่มคนเหล่านี้ หรือขบวนการต่อสู้เหล่านี้นี่แหละ เป็นขบวนการที่สามารถนำเอาคุณค่าของศีลธรรมและคุณธรรมกลับคืนมาสู่จิตสำนึกของผู้คน ได้มากมายมหาศาลกว่าครั้งใดๆ เท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ชาติไทย เป็นขบวนการที่แสดงให้เห็นถึงความอดทน อดกลั้น ความเพียร ความอุตสาหะ ความมีสติและปัญญาเป็นองค์ประกอบแบบแทบจะครบถ้วน สมบูรณ์ เพียงแต่ว่า...มันยังอาจต้องใช้ เวลา อยู่บ้างไม่มากก็น้อย ด้วยเหตุนี้...บรรดาผู้ที่ใจร้อน ใจเร็ว ทั้งหลาย ก็อย่าถึงกับต้องไป เตะตัดขา เร่งให้ทำโน่น ทำนี่ หันมาด่าว่า ด่าทอ กันเอง ชนิดไม่ได้คิดจะ เอาธรรมนำหน้า ใดๆ เลย ถ้าหาก มือไม่พาย ก็น่าจะเอา เท้าซุกหีบ ไว้น่าจะดีกว่า เพราะการต่อสู้ครั้งนี้ มันคือการต่อสู้ครั้งสุดท้าย และเป็นขบวนผู้ใฝ่ธรรมขบวนสุดท้ายเท่าที่เหลืออยู่เอาเลยก็ว่าได้...
-------------------------------------------------------------
ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก Anon... “Patience is the virtue most needed just when we run out of it.- ขันติธรรมความอดทน เป็นคุณสมบัติที่เรามักจะขาด โดยเฉพาะในยามที่เราต้องการมันที่สุด...”.
--------------------------------------------------------------
4048
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 115.87.93.89 วันที่: 2 เมษายน 2557 เวลา:11:13:02 น.  

 
 
 
31 มี.ค.57 เปิดโปง..พิษปูเน่ากาลีบ้าน กาลีเมือง มันหนักหนา พาสมุนพินาศสิ้น

ตามทราบหลายคนทราบแล้วว่าชายดูไบ มีความเชื่อเรื่องคุณไสยทางพราหมณ์มาก เขาจะต้องมีการใช้หมอดูเพื่อแก้เคล็ด หรือสะกดสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่เนืองๆ เช่น ในสมัยที่ชายดูไบเป็นนายกฯ ได้มีการสั่งย้ายศาลพระภูมิจากด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ย้ายไปยังด้านซ้ายของตัวตึก จนถูกถีบตกจากอำนาจ ออกจากตึกไทยคู่ฟ้าอย่างไม่มีวันกลับ เขาจึงพยายามแก้ของด้วยพิธีกรรมอื่นๆ หลายทาง เช่น การเดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่อยู่ในระดับเทพ หรือระดับเจ้าหัวเมือง อยู่หลายครั้ง ที่ผ่านมาก็ในพม่า ช่วงนี้ก็ที่ลาว

เมื่อคราเผาเมืองปี 53 อเวจีแดง นำพราหมณ์จากเมืองคอน ทำพิธีเทราดเลือดที่ธรณีประตูทางเข้า-ออก เป็นรูปกากบาท และใช้เท้าที่ชุ่มไปด้วยเลือด ยกขึ้นมายันเสาประตู หมายเลข 1 และ 2 ทางเข้าทำเนียบ ของตึกไกรสรไทยคู่ฟ้า เพื่อให้ชายดูไบ สามารถกลับเข้าทำเนียบได้อีกครั้ง

อีกทั้งบริเวณทางเข้า-ออก นี้ เป็นเส้นทางเสด็จฯ เข้า-ออก ของพระบรมวงศานุวงศ์ ทุกครั้งที่มีพิธีการสำคัญ ที่ทำเนียบรัฐบาลด้วย การทำพิธีครั้งนั้นคือเขาต้องต่อสู้ และยันคุณไสยสถาบันเบื้องสูงนั่นเอง แต่การกระทำของสมุนอเวจีแดงครั้งนั้น มีเจ้าหน้าที่จากกองอาคารสถานที่ มาเฝ้าจับตาดู จากนั้นได้รีบทำพิธีแก้ของโดยทันที

ตอนเขาไปพม่า ที่ปรึกษาฝ่ายไสยศาสตร์หม่อง ได้ดูดวงว่าปูเน่าต้องเข้าเหยียบทำเนียบให้ได้ภายใน 19 ก.พ. เพื่อไปทำพิธีแก้อาถรรพ์ มนต์ดำ กับพระพรหมหน้าตักกว้าง 24 นิ้ว ที่ประดิษฐานอยู่บนยอดตึกไทยคู่ฟ้า จากปกติปิดสีทอง ปูเน่าต้องเอาสีชาดไปทาบนองค์พระพรหมทำให้เป็นสีแดงทั้งองค์ ถ้าทำไม่สำเร็จจะหลุดจากตำแหน่งนายก และถึงขั้นตายยกแผง หรือ ตายทั้งโคตร รวมทั้งชายดูไบจะกลับไทยไม่ได้อีกตลอดไป

เขาจึงสไกป์จี้มาสั่งพ่อไอ้ปื๊ดยิ๊กๆ ว่าต้องสลายการชุมนุมมวลมหาประชาชนให้ได้ก่อน 18 ก.ย. ดังนั้นจึงเห็นเป็ดเหลิมเริ่มแผนชั่วการสลายการชุมนุมในวันพระที่ 14 ก.พ. จนโดนป๊อบคอร์นขู่ไปเปรี้ยงหนึ่งที่แจ้งวัฒนะ และมีโทรศัพท์ลึกลับไปบอกว่าวันนี้ “ ไฟแดง “ พร้อมขนรถคั่วข้าวโพดกันคึ่กๆ เข้ามาจากสระบุรี และที่ลุยไปจับง่ามหนังสติ๊กได้นิดหน่อยที่จุด คปท.แล้วตั้งโต๊ะแถลงข่าวใหญ่ จนอับอายข้ามกาแลคซี่ไปนั่นแหละ

ต่อมาชายดูไบก็ขันเกลียวเป็ดหลิมยิ๊กๆ อีก ให้เปิดทางเข้าทำเนียบให้ปูเน่าให้ได้ก่อน 18 ก.พ.57 แถมปูเน่าลงทุนจี้เป็ดเหลิมอีก ถามว่าจะเข้าทำเนียบเร็วสุดได้เมื่อไร นี่แหละที่ทำให้คากคกตู่ ออกมาขย่มจะปลดเป็ดเหลิมทุกวันช่วงนั้น ว่าถ้าทำไม่ได้ก็ออกไป เพื่อกดดันเป็ดเหลิมอีกทาง จนเป็ดเหลิมต้องใช้กำลังชายชุดดำ 2.8 หมื่นคน มาบุกตลุย และเกิดการปะทะกับนักรบป๊อบคอร์น 3 หมู่ จนแตกพ่ายกระจายไปในวันที่ 18 ก.พ.นั่นแหละ

ผลจากเข้าไปทำพิธีคุณไสย์ในทำเนียบไม่ได้ครั้งนั้น ก็ส่งผลร้ายต่อปูเน่าสารพัดเรื่อยมา จนถึงขนาดหายตัวลึกลับไปอยู่เซพเฮ้าส์คอนโดกลางเมือง และสลับที่นอนไปเรื่อยๆ ไม่มีใครพบถึงราว 4-5 วัน โดยการบริหารประเทศผ่านทางเฟสบุ๊ก และเผชิญเหตุการณ์ร้ายเรื่อยมา เช่น

- ปปช.ชี้มูล นิชิน ประธานวุฒิ จนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่กลางอากาศ , ตามมาด้วยขุนค้อน และคิวต่อไป คือ ปูเน่า และลูกสมุนที่ช่วยกันชักดาบเงินจำนำข้าวชาวนา และไซฟ่อนเงินออกไปฮ่องกง

- ศาลไคฟงแพ่ง คุ้มครอง 9 ข้อ มวลมหาประชาประชาชน จนเป็นเหลิมทำอะไรไม่ได้ ต้องดื่มก๊งไวน์อักๆๆ กับสมุน

- ศาลไคฟงอาญา รับฟ้องปูเน่า และสมุน ข้อหาสั่งฆ่าประชาชนตาย พยายามฆ่า และทำร้ายร่างกาย ในการสั่งสลายการชุมนุม เพื่อจะเข้าไปทาสีแดงพระพรหม , ไม่อนุมัติหมายจับ ตามที่ชายชุดดำ และริดสีดวงขอไป อีกแทบทุกหมาย

- ศาลไคฟงรัฐธรรมนูญ มีมติว่า พรบ.กู้ชาตินี้ใช้ชาติหน้า เป็นโฆฆะ ลาบลอยต่างๆ หายวับ และเสียเครดิต ที่ไปรับปากกับหลายประเทศไว้ จนเขาเลิกคบกันไปทั่ว

- ศาลไคฟงรัฐธรรมนูญ มีมติว่า การเลือกตั้ง 2 ก.พ.เป็นโมฆะ ทุยแดงลงไปดิ้นๆๆ ในปลักโคลนกันทั้งแผ่นดินจนบัดนี้ยังไม่เลิก งมโข่งขนาดไปแจ้งความกันที่โรงพักเอาผิดเปาบุ้นจิ้นหลายแห่ง เฮ้อ..มันทำได้ที่ไหนล่ะนั่น ไปดูข้อกฎหมายซะบ้าง มิน่าพวกที่ไปแจ้งความที่กองปราบ ชายชุดดำเขาไล่ตะเพิดออกมา เพราะคิดว่าพวกนี่ไปล้อเขาเล่นในวันโกหกโลก

- มวลชนทุยแดงรับจ้าง จัดงานหวังให้เป็นลาวาแดง ที่อุดร ขอนแก่น เชียงใหม่ อยุธยา พัทยา ควักตังเติมเงิน หมดไปเกือบ 2 พันล้าน..ทุยแดงรับเงินแล้วกลับบ้านโลด จากลาวาแดงกลายเป็นประจำเดือนปริบๆ

- เปิดตัว สปป.ล้านนา ออกมาครึกโครม ด้วยปืน 10 กระบอก แอบติดป้ายไปทั่ว ชั่วข้ามคืน โดนประชาชนชักธงรบใส่ซะเอง ไปรุมกระชากป้ายแบบนี้ทิ้ง แล้วขึ้นป้ายต่อต้านการแบ่งแยกดินแดนที่เยอะกว่า พรึบเดียวทั่วไปหมด ชายชุดเขียวเอง ก็งัดเอาอำนาจ กอ.รมน.มาไล่บี้ จนแก๊งค์นี้เหมือนหมาโดนสาดน้ำร้อน เหวอหนีตาย..ออกมาแก้ตัวว่าน้อยใจ มุกนี้จากแยกประเทศ กลายเป็นเพียงร้านอาหาร อีสานล้านนาไปอีก

- จะขอกู้เงินแบ๊งค์ไหน ไปจ่ายเงินจำนำข้าวที่ชักดาบชาวนามา ก็ไม่มีใครกล้าให้กู้ วิ่งหนีกันป่าราบ เพราะรู้ว่าไม่มีทางได้เงินคืนแน่ๆ เพราะขนาดชายดูไบ กับปูเน่า ไปทำบุญที่เชียงใหม่ ให้วัดออกค่าใช้จ่ายไปก่อน แค่นี้ยังชักดาบวัด ไม่เคยจ่ายคืนเขาเลยสักบาทจนบัดนี้
- ริดสีดวง จอมจับจู๋ จิ๋ม ปลอม เมียน้อยชื่อไก่ ก็โดนย้อนเกล็ด อีรุงตุงนังเพราะดันให้เมียไปสร้างรีสอร์ทรุกที่ป่าสงวน ที่โคราช และไม่ได้ยื่นขออนุญาตก่อสร้างอีก มายื่นย้อนหลังก็ไม่มีใครกล้าเซ็นต์

- ปูเน่าก็ตกรถ ก้นจ้ำเบ้า จนบางวันเดินได้ แต่ถ้าวันไหนต้องมีเรื่องหนักๆ ก็จะเดินไม่ได้ต้องนั่งรถเข็นขึ้นมาทันที หวยเลขท้ายรถที่เคยใบ้แม่น งวดนี้ทุยแดงก็กระเป๋าฉีกกันระนาว นั่งเอาเท้าก่ายหน้าผาก (แต่ของ เสธ ครั้งก่อนใบ้เลข 8 แม่นกว่า..เพราะโดนทั้งรางวัลที่ 1 และ 3 ตัวท้ายเลย..ฮา)

- หมดท่าขึ้นมา ก็หันไปใช้บริการแก๊งค์แดง กวป.ยิง M79 ไปทั่ว สุดท้ายโดนย้อนเกร็ด ชายชุดเขียวปล่อยพลังลมปราญ เชิญ ผู้การโอ๋กลับใจ และ ผกก.นนท์ เข้าไปกินกาแฟขมๆ ที่ พล.ร.1 ในคืนนั้นเอง จับการ์ด คปท.คาหนังคาเขา พร้อมปืน M79 , ระเบิด RGD-5 , อาวุธปืนยิงสุทิน และคลังแสงอีกมหาศาล และห้ามประกันตัว แม้ว่า กวป.ขู่ว่าจะมาเผา และปล้นโรงพักนนท์ ชิงเอาคลังแสงคืน ตำรวจนนท์ ก็บ่ยั่น..ไล่ตะเพิดออกไปทันที !!

จนทำให้ศูนย์เพาะพันธ์สัตว์ของเป็ดเหลิม และริดสีดวง ใบ้แดกมาจนถึงปัจจุบัน ต้องให้โฆษกหญิง ออกมาแถเรื่องเศรษฐกิจไปโน่น..จนป่านนี้ย้อย กับมีวันนี้เพราะพี่ให้ ก็มึนรับประทาน เพราะทุยแดงก็ด่าๆๆ ดิ้นๆๆๆ ตีอกชกตัว โหยหวน หวีดร้อง เหมือนเปรตโดนข้าวสารเสก ที่ ผกก.นนท์ ไม่ยอมให้มือปืนยิง M79 ใส่ศาล , ศรส., ปปช. และมือยิงสุทิน บางนา ประกันตัวไป แก๊งค์ชายชุดดำฝ่ายชั่วกลัวเสียมวลชนทุยแดงไป แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะว่า..ลมมันเย็น..(ฮา)

- พอเช้าวันต่อมาหลังแก๊งค์ กวป. 4 คน ถูกจับ ยังมึนไม่หาย ต่อไม่ติด และเหวอๆ อยู่ หลวงปู่พุทธอิสระก็ไปตลบหลังอีก นำรถแทรกเตอร์ และมวลชนชาวนา เข้าไปดันบังเกอร์ และยางรถยนต์ที่แก๊งค์ กวป.ที่หน้าวังเดิมพระบรม ( ป.ป.ช.) จนพวกนี้ที่ยังไม่ทันตั้งหลัก มีเพียงหรอมแหรม เพราะเติมเงินทุยแดงไม่ทัน..ฮา ต้องวิ่งกระเจิงเหมือนผึ้งแตกรัง แต่ไม่วายชั่ว ยิงปืนใส่มวลชนหลวงปู่ จึงโดนสันติอหิงสวน โดนบรรเลงดนตรีพื้นบ้าน เสียงดังตุ๊บ พลั่ก โพล๊ะ จนการ์ดจับได้ 2 คน ท่ามกลางหน้าตาบวมปูด ร่างกายฟกช้ำ เสธ คิดว่ามันคงสำนึกผิดน่ะ เลยเอาหัว หน้าตัวเอง โขกที่พื้นถนนเอง

ส่วนพวกที่เหลือ วิ่งหนีตีนหลายพันตีนเข้าไปในร้านอาหาร “ กินน้ำ” แถวหน้าวังเดิมพระบรม ( ป.ป.ช.) ที่ร้านนี้เจ้าของคือ เจ้าของมุ้งวังน้ำยม หูแหว่งเล่นบอลสุโขทัย ที่ชอบย้ายพรรค ทำให้แก๊งค์ กวป.หนีออกไปทางหลังร้าน รอดการฟังดนตรีพื้นบ้านไปได้หวุดหวิด..ใครช่วยไปอุดหนุนร้านนี้ให้ถึงใจสุดๆ หน่อยนะ..เอาแค่ไม่เข้าร้านนี้สัก 50 ปีก็พอ..อย่านานนัก..ฮา

- อับดุล ที่โดนมนต์เขียวเป่ากระหม่อมยังมันไม่หาย ต่อมาก็โดนรุ่นพี่ พระที่นับถือ แม่ ขอร้องแกมบังคับอีก และอาจได้ตำแหน่งสำคัญหลังเกษียณเชิดชูตระกูลไปตลอดชีวิต สั่งชายชุดดำฝ่ายดีรุกหนัก จับคลังแสงญาติเป็ดเหลิมบ้าง ไล่จับลูกน้องโกเต็กบ้าง จับอาวุธที่อุบลที่จะเอามาแยกประกอบระเบิดแสวงเครื่องบ้าง เป็นแบ็คให้ลูกน้องฝ่ายดีสายตรง ไม่ให้ย้อย กับชายชุดดำฝ่ายชั่ว ไปทำอะไรอะไรได้ ทำให้ลูกน้องฝ่ายดี ทำงานแบบมีแบ็คดี ลุยจับทุยแดงไม่เว้นแต่ละวัน

- ใช้ให้แก๊งค์ กวป.ทำระเบิดแสวงเครื่องไปโยนใส่คนอื่น ไอ้คนที่เคยไปถีบพระที่หน้า ปปช.ก็ดันอยู่ในแก๊งค์นั้น ระเบิดที่พกในย่ามจะไปโยนใส่คนอื่น ดันทำงานก่อนระเบิดตูมใส่ตัวเอง ตายไป 2 คนรวด ร่างกายขาดครึ่ง แขนขากระจายไปคนละทิศละทาง เหมือนขาที่ถีบพระนั้นไม่มีผิด..ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตาย..เอ..วันนั้นรุมกระทืบพระองค์นี้ด้วยกัน ราว 15 คน นี่นะ..พวกที่เหลือก็นะ..อืมม..ฮา

เขาเรียกกรรมร่วม คนแรกตาย คนที่เหลือก็ต้องตายหมดเร็วๆ นี้แหละ โดนยิงตายจากพวกเดียวกันบ้าง ระเบิดตกใส่กันเองเวลาไปชุมนุมบ้าง ฯลฯ ไม่มีทางรอดหรอก ญาติๆ เพื่อนๆ มันพวกนี้รีบๆ ให้มันกินของอร่อยๆ นะ..เพราะเดี๋ยวก็ต้องทำบุญของอร่อยๆ ตามไปให้ทุกวันพระในนรกแล้ว..ไม่รอดแน่ๆ !!..ทุยแดงขวัญกระเจิง กระจายหมดแร้ววว..ฮา

- รังผลิตระเบิดซอยราษฎร์อุทิศ 25 มีนบุรี ของอดีต สส.เผาไทยนำเขมรมาลงคะแนนนี้น่ะ มันเป็นแก๊งเดียวกับ “สมัย แดงเชียงใหม่” ที่เช่าห้อง 202 สมานเมตตาแมนชั่น 5 ชั้น ตลาดบางบัวทอง ปี 53 เป็นที่เก็บ หรือประกอบระเบิดแสวงเครื่อง TNT น้ำหนัก 10 กก. แต่เกิดพลาด ระเบิดทำงานตูมขึ้นก่อน ตาย 4 จนตึกถล่ม..ในห้องที่เกิดเหตุยังพบซาก CD ที่เขียนปกว่า "รัฐไทยใหม่" กว่า 100 แผ่น..

ไอ้พวกทุยแดงที่คิดจะแยกดินแดนประเทศไทยที่ศักดิ์สิทธิ์พวกนี้ ร่างกายพวกมันก็ต้องถูกแยกชิ้นส่วนเหมือนกัน..พวกที่คิดจะแบ่งแยกดินแดน สปป.ล้านนา ไม่มีทางรอดแน่นอน..กรรมเดี๋ยวนี้มันติดระเบิดแล้ว

- อันธพาลแดงกร่าง “อ้วน บัวใหญ่ ” ที่เป็นเสื้อแดงฮาร์ดคอร์จากโคราชซิ ปี 53 มันนี่แหละเป็นแกนนำ ร่วมกับยัพสิงห์บุรี พาทุยแดงบุกโรงพยาบาลจุฬา จนคนไข้ตกใจจ้าละหวั่น จนต้องย้ายพระสังฆราชที่กำลังป่วยไป รพ.อื่น..บาปกรรมแท้ๆ ต่อมาในวันที่กีร์อมฮอลล์ เล่นปาหี่ตะกายตึกกับชายชุดดำฝ่ายชั่ว ที่โรงแรมชายดูไบ ที่นนทบุรี (ที่ไปหลอกตบทรัพย์เขามา แลกกับตำแหน่งรัฐมนตรีค้าขาย ด้วยวงเงิน 250 ล้านบาท )

อ้วน บัวใหญ่ ได้พาเสี่ยกี้ร์อมฮอลล์ตะกายตึก แหกวงล้อมชายชุดดำฝ่ายชั่ว แต่บังเอิญแสดงบทโอเวอร์เกินเหตุ คือ ไปตบหน้าชายชุดดำนายพลโทคนหนึ่ง ต่อหน้ากล้อง TV โชว์กร่างคนไทยไปทั่วประเทศ ต่อมาอ้วน บัวใหญ่ ก็พาทุยแดงจำนวนหลายร้อย บุกบ้านนักฆ่าแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่โคราช โดยมีเป้าหมาย “เผาให้ราบ” ครั้นชายชุดดำโคราชยกมาระงับเหตุ อ้วน บัวใหญ่ ก็ชักปืนจ่อที่หัวนายพลชายชุดดำคนหนึ่ง โชว์กร่างคนไทยทั้งประเทศอีก !!...

สองเดือนต่อมา อ้วน บัวใหญ่ ถูกนักรบปริศนายิงทิ้งอยู่ข้างถนน จนถึงวันนี้ 4 ปี ผ่านมาแล้ว ยังจับมือใครดมไม่ได้ ตายฟรีเหมือนเสธ..แดง

- ตอนนี้ทุยแดงตาสว่างกันเยอะแล้ว..เริ่มเปิดปาก แฉ แก๊งค์เลวแล้วรวยมาตลอดเวลา ตอนนี้เรื่องฆ่ากันเองแดงมาอีกแล้ว เมื่อนายทองสุก และนางสงวน แปน้อย ชาว จ.ขอนแก่น ที่เป็นพ่อ แม่ ของ นายยืนยง แปน้อย อายุ 33 ปี ที่หายตัวไปอย่างลึกลับกลางเวทีการชุมนุมของทุยแดง นปช. ที่ย่านราชประสงค์ เมื่อปี 2553 เพราะต่อมามีผู้พบศพนายยืนยง ถูกอุ้มมายิงทิ้งในเขตท้องที่ สภ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี

หนึ่งในอดีตการ์ดแดง นปช. ที่เคยไปร่วมชุมนุม ปี 53 แต่ตอนนี้กลับใจแล้ว จึงได้เดินทางไปเป็นพยานบุคคล กับชายชุดดำ สภ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี เพื่อยืนยันว่าผู้ตายเป็นการ์ดของกลุ่มแดง นปช. ที่ถูกส่งตัวเข้ามาช่วยคนเสื้อแดง ที่เวทีราชประสงค์ในกรุงเทพฯ เมื่อครั้งการชุมนุม ปี 2553 ต่อมาเกิดการขัดแย้งผลประโยชน์ ภายในกลุ่มแกนนำ นปช. ที่ผู้ตายได้ไปล่วงรู้ความลับการอมหัวคิวขององค์กร นปช.มากจนเกินไป ( กีร์อมฮอล์ ได้เงินค่าจ้างเดือนละ 1.5 ล้านบาทขณะชุมนุม)

แกนนำเลวแล้วรวย จึงสั่งการ์ด นปช.ทั้งหมด 6 คน ร่วมกันอุ้มตัวนายยืนยง ไปที่บริเวณริมสระน้ำขนาดใหญ่ กลางสวนของ บ. เอฟพีที ในเส้นทางเข้าสู่หมู่บ้านดงไชยมัน ห่างจากถนนสาย ประจันตคาม-บ้านโคกขวาง ประมาณ 500 เมตร เขตพื้นที่รอยต่อระหว่างหมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 10 บ้านโคกไข่เต่า ต.ประจันตคาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี แล้วจ่อยิงด้วยปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 7 นัด เข้าที่หัว 5 นัด ทางด้านหลัง 2 นัด ในตัวพกเครื่องรางของขลังติดตัว เป็นตะกรุด 1 เส้น จนตอนเช้าวันที่ 4 ต.ค.53 มีชาวบ้านพบกลายเป็นศพ ตรงนั้นเอง

พวกแก๊งค์อั้งยี่แดงนี่ การหักหลังผลประโยชน์ แล้วยิงพวกเดียวกันเอง มันเกิดขึ้นมานานแล้ว ดังนั้นชายดูไบ จึงต้องสั่งฆ่าขวัญควาย (พอไม่ตาย จึงร่วมกับนกแสก และวาดะห์หาแพะแทน) รายต่อไปดังๆ คิวต่อไปก็คากคกตู่ ใส้เดือนเต้น แรมบ้า กีร์ ครูใหญ่โรงเรียน นปช.ที่จ้างยิงวัดพระแก้ว ฯลฯ และอีกหลายคนคงยิงบ้าง บอมกันเองบ้าง จนตายเป็นกอง ไม่รอดก็งานนี้แหละ

นี่เอาเฉพาะที่สำคัญๆ นะ ผลจากการดวงขาดของปูเน่า ยังมีอีกเพียบ มันผูกโยงความซวยไปถึงลูกน้องในเครือข่ายทุกคน ช่วงวันที่ 6 มี.ค.57 ปูเน่าหนีไปอีสาน ไปรดน้ำมนต์ทำหน้าเหวอที่วัด และเป็นประธานถวายผ้าห่มองค์พระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร เป็นพระธาตุที่เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองคนอีสาน มานานหลายชั่วอายุคน คนแก่บางคนว่าอาจถึง 1,000 ปี มีความศักดิ์สิทธิ์มาก แต่เพราะดวงปูเน่าวิบัติแล้ว ที่สั่งลูกน้องฆ่าผู้ชุมนุมตาย และเจ็บจำนวนมาก และไม่เอาเงินจำนำข้าว ที่ไซฟ่อนไปฮ่องกง 6 หมื่นล้านบาทมาจ่ายคืนชาวนายากจนเขาไป จนฆ่าตัวตายไปกว่า 11 คนแล้ว..

ความเป็นกาลีบ้าน กาลีเมือง มันหนักหนานัก เกิดอาเพศเมื่อราววันที่ 20 มีนาคม 2557 เวลา 20.00 น. เกิดพายุหมุนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พัดเอาส่วนยอดสูงสุดของพระธาตุเชิงชุม จนหักสะบั้นลงมา เบื้องล่าง มีความยาวหลายเมตร หน่วยราชการในจังหวัดปิดข่าวกันให้แซด แต่ไหนเลยเราจะยอมให้เงียบ คนที่เป็นภัยต่อคนอีสานแบบนี้ ต้องลือ แฉ กันไปทั่วๆ ภาคอีสานเลย ว่าใครเป็น ส.ส. , ส.ว. , นักการเมือง , ข้าราชการ , ทุยแดงที่ไปต้อนรับ

จะต้องโดนสาปให้ได้รับทุกขเวทนา เพราะผลของกาลกิณีปูเน่าที่ไปเหยียบครั้งนั้น จนทำให้ลมพายุพิโรธ ลมประเภทนี้โบราณเรียก เวรัมภา คือเป็น ลมพายุ, ลมหัวด้วน, ลมร้าย พัดบ้านเรือนและต้นไม้หมด คล้ายกับลมบ้าหมูหรือ เพชรหึง, ลมพัดด้วยอำนาจเวรกรรม (เหมือน เวรัมภวาต) เคยมีกล่าวไว้ใน ลิลิตตะเลงพ่าย ตอน ลางร้ายของพระมหาอุปราชา และรำพึงถึงพระบิดา ว่า

พระฝืนทุกข์เทวษกล้ำ แกล่ครวญ ขับ คช บทจร จวน จักเพล้ บรรลุ พนมทวน เถื่อนที่ นั้นนา
เหตุ อนาถหนัก เอ้ อาจให้ชนเห็น ฯ เกิดเป็นหมอก มืดห้อง เวหา หนเฮย ลมชื่อ "เวรัมภา" พัดคลุ้ม หวนหอบหักฉัตรา คชขาด ลงแฮ แลธุลีกลัดกลุ้ม เกลื่อนเพี้ยงจักรผัน ฯ

แม้ว่าแก๊งค์อั้งยี่แดงจะสั่งทุยแดงลำปาง นุ่งขาวห่มขาว ทำพิธีบวงสรวงเจ้าแม่จามเทวี เสริมบารมีให้ปูเน่า ให้ครบ 9 วัด ก็ไม่มีผลแก้กรรมได้ เป็นลางหนักเข้าไปอีก เพราะทำพิธี วางรูปปุเน่า มีผลไม้วางด้านหน้า เหมือนเซ่นไหว้ศาลเพียงตา ที่นักโทษโบราณถูกตัดคอคาลานประหาร

ต่อมา คปท.ทำการแก้เคล็ดอาถรรพ์ปูเน่า โดยบุกยกพระพุทธรูป พระพุทธชินราช นำไปประดิษฐานที่องค์พระหรหม ที่หลังคาทำเนียบ แล้วไปถอดธงชาติผืนเก่าที่แก๊งค์อั้งยี่แดง มีการลงอักขระขอมไว้ที่ผืนธงชาติ เพื่อสะกดความดีงาม ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เอาออกไปจากดาดฟ้าของทำเนียบ แล้วเปลี่ยนเป็นธงผืนใหม่แทน และทำความสะอาดรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยใช้น้ำล้างความสกปรก แบบทวนเข็มนาฬิกาแก้เคล็ดเสื้อแดง

ปึ้งเหม่ง ผู้เชื่อหมอดูงมงายสุดๆ ถึงกับสั่งในที่ประชุม ศอ.รส.ให้ไปนำอาจารย์คงเข้าไปทำพิธีเอาพระพุทธชินราช และเอาธงชาติ ของ คปท.ออกจากทำเนียบ ต่อมามีการสั่งชายชุดดำที่เป็นหัวหน้าประจำทำเนียบฯ ให้ยกพระพุทธรูป พระพุทธชินราช ของ คปท. ที่นำมาประดิษฐาน ออกไปจากดาดฟ้า

วันถัดมา คปท.ใช้เครื่องบินบังคับโดรน บินขึ้นไปตรวจดูจึงพบว่าพระหายไป จึงบุกเข้าไปในทำเนียบอีกครั้ง จนชายชุดดำ 6 คน ต้องรีบนำพระพระพุทธชินราช กลับไปไว้ที่เดิมที่พระพรหมเหนือหลังคาทำเนียบ..ปูเน่าหมดดวงแล้ว ทุยแดงคนไหนที่ไม่รีบตีตัวจากออกมา จะต้องได้รับคำสาป ให้เกิดอาการเจ็บป่วยร้ายแรงทุกขเวทนา ทรัพย์สินที่หามาหมดสิ้น ต้องตายด้วยคมหอกดาบ อาวุธของมีคม..วันต่อๆ ไป จะมาทยอยเล่าว่า ทำไมเสื้อแดงต้องตายที่ราชประสงค์เมื่อปี 53 ที่นั่นมีสิ่งลึกลับอะไรที่แกนนำไปลบหลู่

ร.5 ท่าน "เลิกทาสให้ ไทยเป็นไทย ทั้งใจกาย" มาครบ 109 ปีแล้ว ชาวสยามพ้นจากความเป็นทาส ไพร่ มานานแล้ว ถ้าทุยแดงจะอยากกลับไปเป็นทาสให้แก๊งค์อั้งยี่แดงหลอกใช้จนตายอีก ก็ต้องคิดหนักๆ ที่แกนนำเลวแล้วรวยจะจัดระดมเสื้อแดงไทย 1 ส่วนพม่าในโรงงานแถวนั้น 9 ส่วน ที่ถนนอักษะ ในวันเสาร์ที่ 5 เมษายน 57 เป็นต้นไปนั้น การชุมนุม 5 แสน น่ะ เสธ ว่ามีตามลำดับดังนี้..1.แสนจะสกปรก. 2.แสนจะดักดาน 3.แสนจะทุย 4.แสนจะหยาบคาย 5.แสนจะถ่อย สถุล

และรู้ไหมว่าแกนนำเขาจะพาทุยแดงไปรับกรรมใหญ่ เพราะสถานที่ และวันเวลาไปเบียดงานการกุศล MIRACLE OF LIFE ตรงแถวนั้นเป็นเขตวัง เป็นการเอาพม่ามาเหยียบสถานที่สูงส่งเบื้องสูง ไม่เคารพสถานที่

ถนนเกือบทั้งเส้นอุทยาน เป็นเขตพระราชฐาน ใครไปร่วมแล้วจะรู้ว่าร้อนหรือหนาว..ทุยแดงที่ถูกหลอกจ้างไป ชีวิตตนเอง และครอบครัว กำลังเดินเข้าไปในในวงเวียนกรรมหนักเสียแล้ว

ที่มา แฉ..ความลับ @เสธ น้ำเงิน https//www.facebook.com/topsecretthai

3230
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 115.87.93.89 วันที่: 2 เมษายน 2557 เวลา:11:19:26 น.  

 
 
 
14 เม.ย.57 เผย..อาถรรพ์แก๊งค์อั้งยี่แดงยิงจรวดอาร์พีจีใส่พระแก้วมรกต..พระ 5 อาณาจักร

ช่วงนี้เป็นวันสงกรานต์ จึงจะเล่าแต่สิ่งที่เป็นศิริมงคลชีวิต ตอนก่อนหน้าได้เล่าถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของรากเหง้าคนไทย ที่มีความสัมพันธ์แบบวัฒนธรรมพิเศษ กับพระมากษัตริย์ ตลอดมา และความเป็นมา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญของไทย คือ ศาลหลักเมืองกรุงเทพ ฯ และ พระสยามเทวาธิราช ตอนนี้จะเล่าถึงความเป็นมาของ “พระแก้วมรกต “ พระพุทธรูปซึ่งจะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง และความสุข มาสู่ดินแดนผู้ที่ครอบครอง จะทำให้ประเทศซึ่งเป็นประดิษฐาน มีอำนาจเหนือดินแดนใดๆ และกษัตริย์ผู้ปกครองดินแดนเหล่านี้ก็จะอยู่เหนือกษัตริย์อื่นๆ ทุกพระองค์ ด้วยเหตุนี้ที่ผ่านมาหลายดินแดนจึงหมายปอง อยากที่จะได้พระแก้วมรกตมาไว้ในความครอบครอง แด่บ้านเมืองของตน

และเชื่อว่าหากพระแก้วมรกต ประดิษฐานอยู่ในประเทศใด “ พุทธศาสนา ในประเทศนั้นจะเจริญรุ่งเรือง จะไม่ว่างจากพระอริยบุคคล ” นั่นเอง และเนื่องจากเป็นพระพุทธรูปที่เก่าแก่มาก หลักฐานทางประวัติศาสตร์ยุคแรกๆ อาจเป็นเรื่องยากที่จะพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ได้ครบถ้วน เพื่อให้เหมาะกับพื้นที่เนื้อหา จึงจะเล่าโดยย่อแบบรวบรัด โดยไม่รวมเนื้อหาที่พิสูจน์ได้ยาก เพื่อให้ได้จมดิ่งลงไปในภวังค์อดีต ตื่นตะลึงกับพระปรีชาสามารถ ของพระมหากษัตย์ไทย ที่ทรงส่งต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญอัศจรรย์นี้ มาจนถึงรุ่นพวกเราปัจจุบัน

ดินแดนของไทยที่อยู่ตั้งแต่ เชียงแสน กำแพงเพชร ละโว้ อโยธยา ไชยา นครศรีธรรมราช ดินแดนแห่งนี้มีการรบพุ่ง กับพวกมอญทางด้านตะวันตก และเขมรทางดินตะวันออก ผลัดกันแพ้ชนะกันมาหลายยุคหลายสมัย คนไทยโบราณที่อยู่ทางล้านนา เรียกว่าคนโยนก (ไทยเหนือ), คนที่อยู่ทางละโว้ อโยธยา ไชยา นครศรีธรรมราช เรียกว่า กัมโพช (ไทยใต้) ต่อมาเมื่อคนไทยที่มีแม่เป็นเขมรมีอำนาจมาก ไทยเหนือ เลยเรียกไทยใต้ว่า เป็นพวกขอมไปหมด

พ.ศ.1180 มังมหาอโนรธาช่อ หรือ พระเจ้าอนุรุทธราชาธิราช กษัตริย์มอญได้ยกกองทัพมาตีกรุงทวาราวดี (ตอนกลางประเทศไทยปัจจุบัน) ลูกหลานของกษัตริย์ พวกแรกจึงอพยพหนีลงมาตั้งเมืองที่นครโพธิ์ที่ไชยา พวกที่สองไปตั้งนครละโว้ ขึ้นเป็นเมืองหลวง

พ.ศ. 1181 เมืองต่างๆ ของคนไทยทางแดนล้านนา ตกอยู่ภายใต้การปกครองของมอญและพม่าเป็นเวลานานมาก จนนิยมใช้จุลศักราช กษัตริย์ในดินแดนล้านนาไปชุมนุมกันทั่ว ยกเว้นแต่กษัตริย์ที่นครหริภุญชัย (ลำพูน) และสวรรคโลก (สุโขทัย)

พ.ศ. 1199 พระเจ้ากากวรรณดิศราช โอรสพระเจ้าอนุรุธ ยกทัพมาตีเมืองละโว้ ถึง 7 ปี แล้วมาตั้งพระปฐมเจดีย์ที่นครปฐม (ต่อมา รัชกาลที่ 4 บูรณะใหม่) ประมาณ พ.ศ.1205 พระเจ้ากรุงละโว้ จึงได้ส่งพระนางจามเทวีไปครองนครหริภุญชัย

พ.ศ.1232 ปรากฏว่ารัฐต่างๆ ในแถบทะเลใต้มีรัฐพานพาน (เวียงสระ) รัฐไฮลิง (ตามพรลิงค์หรือนครศรีธรรมราช) ปองพอง (ปาหัง) กิลันตัน (กลันตัน) ปลึกฟอง (ปาเลมบัง) และรัฐอื่น ๆ อีก 10 รัฐ เข้ารวมกันเป็น “อาณาจักรศรีวิชัย” เมืองหลวงคือ นครโพธิ์ไชยา หรือ นครปาตลีบุตร มีกษัตริย์ที่ครองเมือง ระหว่าง พ.ศ. 1230-1270 ทรงพระนามว่า พระอินทรวรมเทวะ เป็นลูกหลานกษัตริย์ พระเจ้ากรุงทวาราวดีที่อู่ทอง

สมัยโบราณนั้น พระมหากษัตริย์องค์ใดที่เลื่อมใสในศาสนา ทำให้พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง จะเป็นที่ยกย่องของคนทั่วไป เมื่อสวรรคตแล้วจะมีการสร้างเจดีย์ หรือพระพุทธรูปอุทิศถวาย เพื่อเป็นความหมายของนิพพานธรรม สมัยนั้นพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมาก พระราชบุตรกษัตริย์ พระอินทร์วรมเทวะ คือ พระวิษณุกรรมเทพบุตร มีฝีพระหัตถ์ในการหล่อพระพุทธรูปที่สวยงามจำนวนมาก

พระนาคเสนเถระ บวชเป็นพระ ณ นครโพธิ์ไชยา ได้ปวารณา จะสร้างพระพุทธรูปให้สืบต่อพระพุทธศาสนา ถึง พ.ศ. 5,000 จึงจะหาวัสดุมาสร้างพระพุทธรูปนี้ วิตกว่า หากใช้ไม้ก็จะไม่อยู่ถึง 5,000 ปี หากใช้เหล็ก ก็อาจจะถูกนำไปหลอมละลาย หากจะใช้หินศิลาธรรมดา ก็จะดูเป็นพระพุทธรูปสามัญทั่วไป จึงได้ตกลงใจเลือกใช้แก้วมณี มาแกะสลักเป็นพระพุทธรูป

พ.ศ.1260-1270 พระวิษณุราชบุตร ได้นำแก้วโลกาทิพยรัตตนายก สีเขียวทึบ (หยกอ่อนเนไฟรต์สีเขียวมรกต) มาแกะสลักเป็นพระพุทธรูป ศิลปะก่อนเชียงแสน ถึงศิลปะเชียงแสน สำเร็จในเวลา 7 วัน แล้วบรรจุพระบรมสารีริกธาตุลงไป 7 จุด คือพระโมลี พระนลาฏ พระนาภี พระหัตถ์ซ้าย-ขวา และพระเพลาซ้าย-ขวา ตอนแรกพระนามว่า พระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต

แต่เมื่ออัญเชิญขึ้นประดิษฐานที่วัดแล้ว เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขึ้น พระนาคเสน ได้ทำนายเหตุการณ์ในอนาคต ไว้ว่า “ พระพุทธรูปองค์นี้จะเสด็จไปโปรดสรรพสัตว์ ทำให้พุทธศาสนามีความสำคัญโชติช่วงสูงสุดใน 5 ดินแดน คือ ลังกาทวีป กัมโพชะศรีอโยธยา โยนะวิสัย ปะมะหละวิสัย และสุวรรณภูมิ..

พ.ศ. 1400 เปลี่ยนกษัตริย์อีกหลายพระองค์ ตรงสมัยพระศิริกิตติ ได้ยกกองทัพไปยึดนครละโว้ แต่มีการจลาจลเกิดสงครามกลางเมือง ในนครโพธิ์ไชยา ศึกสงครามทำให้คนล้มตายเป็นอันมาก พวกข้าราชบริพารรักษาพระแก้วมรกต เห็นท่าไม่ดี กลัวพระจะเสียหาย จึงลักลอบอัญเชิญพระแก้วมรกต ขึ้นสู่เรือสำเภาลำหนึ่ง พร้อมกับพระธรรมปิฏก พากันหนีไปสู่กัมโพชวิสัย (ลังกาทวีปนครศรีธรรมราช) มีกษัตริย์ราชวงศ์ไศเลนทร์ปกครองอยู่ ทรงรับรักษาพระแก้วมรกตเป็นอย่างดียิ่ง และพุทธศาสนาก็เจริญรุ่งเรือง

พ.ศ. 1417 กษัตริย์ขอมที่เมืองพระนครอินทรปัต (เขมร) ถูกกวาดล้าง ธิดาของกษัตริย์มาเป็นมเหสีของพระเจ้ากรุงละโว้ มีพระโอรส คือ พระอาทิตยราช ต่อมาได้ย้ายพระนครจากละโว้กลับมายังนครอโยชฌปุระโบราณ ตรงเมืองอู่ทอง

ต่อมาพระเจ้าอนุรุธ แห่งมอญอีกพระองค์หนึ่ง (คนโบราณเรียกกษัตริย์ทางมอญว่า พระเจ้าอนุรุธ ทุกพระองค์) ได้ยกกองทัพม้า มาเอาพระแก้วมรกตที่ลังกาทวีป (นครศรีธรรมราช) แล้วนำพระไตรปิฏก กับพระแก้วมรกต ลงเรือหวังจะนำกลับเมืองมอญ แต่เรือสำเภา มีพวกราชวงศ์ไศเลนทร์ได้ปลอมลงมาบนเรือด้วย แล้วสังหารทหารมอญที่คุมเรือเสีย จากนั้นก็นำเรือสำเภา มุ่งหนีไปยังนครอินทปัตรนครวัต (กัมพูชา) ได้

พ.ศ. 1432-1453 พระเจ้าปทุมสุริยวงศ์ ราชวงศ์เขมร มีอำนาจมาก ได้ปราบปรามหัวเมืองใกล้เคียงที่อยู่ในอำนาจดินแดนไทย เมืองหลายแห่งต้องส่งส่วยให้พระองค์ เมื่อพวกไศเลนทร์จากนครศรีธรรมราช นำเรือสำเภาพระแก้วมรกต เข้ามาถึงนครอินทรปัต พระองค์ทรงโสมนัสปลื้มปิติในองค์พระแก้วมรกตมาก ทรงส่งเสริมพระพุทธศาสนาเป็นการใหญ่ จนเจริญรุ่งเรืองไปทั่วสกลทวีป มีชัยเหนือศาสนาพราหมณ์ ในดินแดนพระนครอินทรปัต

พระองค์ยกปราสาทราชวัง ถวายแก่พระแก้วมรกต เป็นพระนครวัด แล้วพระองค์ก็ไปสร้างพระนครหลวงใหม่ ที่ยโศธรปุระ โดยเอาภูเขาพนมบาแค็ง (ผาแค็ง) เป็นใจกลางของพระนครหลวง แล้วโปรดให้นำพระไตรปิฏก ที่ติดมากับเรือสำเภา ส่งคืนไปให้พระเจ้าอนุรุธ แห่งมอญ เมื่อพระเจ้าอนุรุธไม่ได้พระแก้วมรกตคืน ก็ทรงได้ติดตามโดยปลอมเป็นราษฎร ไปสืบเรื่องพระแก้วมรกต ด้วยตนเอง เมื่อรู้ว่าตกไปอยู่ในเมืองอินทรปัต พระองค์ก็ไม่กล้าตามไปแย่งเอามา เพราะตอนนั้นพระเจ้าปทุมสุริยวงศ์ เรืองอำนาจมีพระเดชานุภาพมาก

พ.ศ. 1453-1471 มีลูกหลานของพระเจ้าปทุมสุริยวงศ์ปกครองอีก 6 พระองค์ จนประมาณ พ.ศ. 1471 ราชวงศ์ใหม่ตั้งนครหลวงที่โคห์แกร์ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ได้มาแย่งชิงเมืองได้ มีการกวาดล้างพวกเจ้านายขอม จนบางพวกต้องหนีไปพึ่งพวกไศเลนทร์วงศ์ที่เมืองละโว้ ต่อมาอีกหลายสิบปี พวกเขมรชวนกันก่อการกบฏปราบขอม พระเถระต้องพาพระแก้วมรกตหนีไปอยู่ที่ปราสาทตาแก้ว ซึ่งมีพวกไศเลนทร์อยู่

พ.ศ.1545 ข่าวการเกิดจลาจลในนครอินทรปัต ทราบไปถึงพระเจ้าอาทิตย์ราช กษัตริย์แห่งกรุงอโยธยาปุระในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ท่านเป็นลูกหลานของกษัตริย์นครโพธิ์ชัยยา ผู้สร้างพระแก้วมรกต พระองค์จึงทรงเป็นห่วงพระแก้วมรกตมาก เกรงพวกเขมรที่นับถือพระศิวะ จะทำลาย แล้วตั้งศิวลึงค์แทน จึงรีบยกทัพทหารเป็นอันมากไปอัญเชิญพระแก้วมรกต แล้วกวาดต้อนผู้คนมาเป็นอันมาก กลับมายังกรุงอโยธยาปุระ ที่หนองโสน โดยทรงอัญเชิญพระแก้วมรกต ประดิษฐานในพระมหาเวชยันตปราสาท และได้ประดิษฐานในนครอโยธยาอีกหลายรัชสมัย

พ.ศ. 1545-1592 พระสุริยวรมันที่ 1 โอรสของพระเจ้ากรุงตามพรลิงค์ (นครศรีธรรมราช) มาแย่งราชสมบัติจากราชวงศ์เขมรเดิมได้ จนครองกรุงกัมพูชา จึงปราบไปทั่ว โบราณสถานที่สร้างในสมัยพระองค์ มีปราสาทพิมานากาศ ปราสาทตาแก้ว และ “ปราสาทเขาพระวิหาร” ที่เป็นดินแดนพิพาทขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา จนถึงทุกวันนี้ ถูกสร้างโดยบรรพบุรุษของชาวนครศรีธรรมราช นั่นเอง

พ.ศ. 1595 พระอาทิตยราชสวรรคต พระยาจันทโชติอำมาตย์ พระสามีของเจ้าฟ้าปฏิมาสุดาจันทร์เป็นกษัตริย์องค์ต่อมา แล้วย้ายนครหลวงจากอโยชฌปุระ ไปนครละโว้ตามเดิม

พ.ศ. 1601 พระเจ้าอโนรธามังฉ่อ กษัตริย์มอญ ทราบข่าวการผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน จึงยกทัพมาล้อมเมืองละโว้ไว้ พระเจ้าจันทโชติเห็นว่าไม่สามารถสู้กับกองทัพมอญได้ จึงถวายพระพี่นางให้กษัตริย์มอญ-พม่า เป็นอัครมเหสีเพื่อแสดงพระราชไมตรี ต่อมามีโอรสเป็น พระนเรศวรหงศา ส่วนทางอโยธยา มีโอรสเป็นพระนารายณ์ ต่อมากษัตริย์มอญ เกิดวิวาทกับบุตร พระนารายณ์จึงเกลี้ยกล่อมชาวไทยและมอญ ที่อยู่ทางกรุงหงศาหนีกลับมาได้จำนวนมาก พอพระบิดาสวรรคต พระนารายณ์ได้ครองราชย์ต่อ ก็ย้ายนครหลวงกลับไปอโยชฌปุระอีก

ปี พ.ศ. 1630 พระนเรศวรหงศา ยกกำลังพล 4 แสน มาปิดล้อมกรุงอโยชฌปุระ แล้วมีการก่อเจดีย์พนันเมืองกัน พระเรศวรหงศาแพ้ ยกทัพกลับไป พระนารายณ์ได้ไปสร้างพระปรางค์สามยอดเมืองละโว้ เป็นมณเฑียรธรรม ในพระพุทธศาสนาอุทิศให้บรรพบุรุษ แล้วขนานนามเมืองละโว้ใหม่ว่า เมืองลพบุรี แล้วลงไปสร้างพระนครอโยธยาใหม่อยู่ท้ายเมือง ไปวัดโปรดสัตว์

พ.ศ.1656-1695 ในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ได้ทรงสร้างปราสาทนครวัด ตรงพระนครที่พระปทุมสุริยวงศ์ ถวายแก่พระแก้วมรกตและบรรพบุรุษ โดยสร้างเป็นปรางค์ขอม มีเก้ายอดเป็นสัญลักษณ์แสดงว่า กษัตริย์ผู้ทำให้ศาสนาเจริญรุ่งเรือง ยอดปราสาททั้งเก้ายอดปิดทองเหลืองอร่าม ตามแบบไศเลนทร์

พ.ศ. 1730 อโยธยา อ่อนแอ ใกล้ล่มสลาย เจ้าพระยากำแพงเพชร ซึ่งเป็นพระบรมญาติกับกษัตริย์สมัยนั้น ยกกองทัพเรือล่องลงมาทูลขอ นำพระแก้วมรกตจากนครอโยธยา ขึ้นไปประดิษฐานที่เมืองกำแพงเพชรอีกหลายรัชสมัย ปัจจุบันก็คือวัดพระแก้วกำแพงเพชร ในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ในแถบทุ่งเศรษฐีจึงมักพบพระพิมพ์ต่าง ๆเช่น พระจำพวกซุ้มกอ พระกำแพง ลีลาต่าง ๆ (ช่วงนี้เป็นช่วงสร้างกรุงสุโขทัยตามเรื่องเดิมที่ https://www.facebook.com/media/set/?...4770444&type=1 )

พ.ศ. 1929 สมัยพระเจ้ากือนา ครองเมืองนครพิงค์เชียงใหม่ พระอนุชาชื่อเจ้ามหาพรหม ครองเมืองเชียงราย ได้ยกกองทัพมา 8 หมื่น ไปเมืองกำแพงเพชร ในสมัยพระเจ้าติปัญญา (พระยาญาณดิศ) ครองเมือง และทูลขอพระพระแก้วมรกต และ พระพุทธสิหิงค์ แล้วเอาขึ้นไปประดิษฐานที่เมืองเชียงราย ขุนหลวงพะงั่ว แห่งอโยธยา ทราบข่าวยกกองทัพไปช่วย แต่เจ้ามหาพรหม ได้ยกทัพนำพระพุทธรูปไปเสียแล้ว

เจ้าเมืองเชียงราย พร้อมด้วยราษฎร จึงทำการสมโภช สรงน้ำแก่องค์พระแก้วมรกต ใครมีศรัทธาอันบริสุทธิ์ ด้วยบุญญาธิคุณ มีศีล มีทาน อุปัฏฐากแก่บิดามารดา เมื่อสรงน้ำจะโดนองค์พระ ถ้าคนชั่วจะไม่โดนเลย ทำให้คนชั่วก็ไม่กล้าไปสรงน้ำ ต้องกลับใจขอขมาต่อองค์พระแก้ว เป็นคนดี ไม่ประพฤติชั่ว จึงไปสรงนำพระแก้วมรกตได้เหมือนคนอื่นๆ บ้านเมืองก็บังเกิดความร่มเย็นสงบสุขทั่วดินแดนแห่งนั้น

ต่อมาเมื่อพระเจ้าแสนเมือง โอรสพระเจ้ากือนา เชียงใหม่ ได้ยกกองทัพไปรบ กับเจ้ามหาพรหมผู้เป็นพระเจ้าอา ด้วยความเป็นห่วงในพระแก้วมรกต ท่านจึงได้ทำการพอกปูนจนทึบ และลงรักปิดทองเสมือนพระพุทธรูปสามัญทั่วไป แล้วบรรจุซ่อนไว้ในเจดีย์วัดป่าญะ ต.เวียง เมืองเชียงราย (ปัจจุบันคือวัดพระแก้ว เชียงราย ) โดยไม่มีใครรู้ แม้พระเจ้าแสนเมืองชนะ เข้าเมืองเชียงรายได้ ก็พบแต่พระพุทธสิหิงค์องค์เดียว นำกลับมาเมืองเชียงใหม่ แต่ไม่พบพระแก้วมรกต

ปี พ.ศ. 1977 ฟ้าได้ผ่าลงองค์พระเจดีย์จนพังทลายลง จึงพบพระพุทธรูปซ่อนอยู่ ได้นำไปไว้ในวิหาร 2-3 เดือนต่อมา ขณะทำความสะอาดพระพุทธรูป ทองและรักของพระพุทธรูป กะเทาะออกมาจากพระกรรณ และปลายพระนาสิก เห็นข้างในเป็นแก้วสีเขียวสุกใส เจ้าอาวาสกะเทาะทองและรักที่หุ้มออกหมด ปรากฏว่าเป็นองค์พระแกะสลัก จากหยกเขียวเพียงชิ้นเดียวทั้งองค์ และปราศจากริ้วรอยหรือตำหนิใดๆ ทั้งสิ้น ที่หายสาบสูญไปนานแล้วนั่นเอง ชาวเชียงราย และพุทธศาสนิกชนใกล้เคียง ต่างแห่กันมาสักการบูชาพระแก้วมรกตกันอย่างล้มหลาม จนเจ้าเมืองเชียงรายได้รับทราบ

พระเจ้าพิลก เมืองเชียงใหม่ทราบข่าวการพบพระแก้วมรกต ก็ให้อัญเชิญมาสู่เมืองเชียงใหม่ โดยจัดขบวนช้างอัญเชิญจากเมืองเชียงราย ถึงเมือง ไชยสัก ปรากฏว่าพระแก้วมรกต กลับมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นในทันที จนช้างที่อัญเชิญทนไม่ไหว เกิดตื่นตระหนก ต้องอัญเชิญพระแก้วมรกตลงพักไว้ และมีการเปลี่ยนช้างอีกหลายเชือกก็ยังเหมือนเดิม จึงส่งคนไปกราบทูลพระเจ้าพิลกให้ทรงทราบ พระองค์จึงจึงเกรงผลที่จะตามมา และตรึกตรองว่า พระแก้วมรกตคงยังไม่มาโปรดเมืองเชียงใหม่ เหมือนเมื่อครั้งพระพุทธองค์ยังพระชนม์อยู่ ย่อมเห็นว่ามีเวไนยชน ณ ที่ใด ที่พระองค์ควรจะเสด็จไปโปรดได้ ครั้งนี้พระแก้วมรกตคงจะเสด็จไปโปรดที่แห่งใดก่อนเป็นแน่แท้

พระเจ้าพิลกจึงให้เขียนชื่อเมืองเชียงใหม่ เมืองหริภุญชัย เมืองพะเยา และเมืองเขลางค์นคร (ลำปาง) แล้วให้เสี่ยงทายจับฉลาก ปรากฏว่าจับได้เมืองเขลางค์นคร ก็อนุญาตให้อัญเชิญไปได้ พระแก้วมรกตก็ลดน้ำหนักลง อัญเชิญขึ้นช้างได้โดยสะดวก นำพระแก้วมรกตไปสู่เขลางค์นคร ชาวเมืองก็ปิติยินดีปรีดายิ่งนัก ที่จะได้พระแก้วมรกตไว้นมัสการเป็นบุญแก่เขลางค์นคร เป็นเป็นที่ประดิษฐาน ที่วัดพระแก้ว

พ.ศ. 2019 กษัตริย์เชียงใหม่องค์ต่อมา ได้โปรดให้ก่อสร้างเจดีย์หลวง (ราชกุฏ) ใหม่ สวยงามน่าเลื่อมใส ดังพระธาตุจุฬามณีเจดีย์ในสวรรค์ พ.ศ. 2022 จึงให้อัญเชิญพระแก้วมรกต จากเขลางค์นครไปประดิษฐานไว้ในราชกุฏที่เชียงใหม่ และให้สร้างปราสาทขึ้นมาภายในวัดแห่งนั้น ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต แต่ก็เกิดฟ้าผ่า ทำให้ยอดปราสาทเสียหาย จึงล้มเลิกไป เก็บรักษาพระแก้วมรกตไว้ภายในตู้ และนำออกมาแสดงให้ประชาชนได้ชมเป็นบางโอกาส พระแก้วมรกตได้ประดิษฐาน ณ เมืองเชียงใหม่เป็นเวลา 84 ปี ต่อมา เจ้าเมืองเชียงใหม่สมัยนั้น จัดส่งพระธิดามาถวายให้เป็นพระอัครมเหสี พระเจ้าโพธิสารราชาธิราช แห่งกรุงศรีสัตนาคนหุต เวียงจันทน์ จนมีโอรสด้วยกันทรงพระนามว่า พระเจ้าไชยเชษฐา และได้ครองเมืองเชียงใหม่ในเวลาต่อมา

พ.ศ. 2093-2095 พระเจ้าไชยเชษฐา ทราบข่าวการสวรรคตของพระราชบิดา จึงเดินทางกลับไปถวายพระเพลิง ที่หลวงพระบาง แต่ด้วยพระองค์เกรงว่าหากเสด็จไปรวมงานพิธีศพของพระบิดาแล้ว อาจจะถูกกีดกันไม่ให้เสด็จกลับมายังเชียงใหม่ ดังนั้นจึงตัดสินพระทัย อัญเชิญพระแก้วมรกต และพระพุทธสิหิงค์ จากเมืองเชียงใหม่ขึ้นไปด้วย ต่อมาทรงทำศึกอย่างหนัก กับกองทัพ ของพระเจ้าบุเรงนอง พม่า ที่ยึดเชียงแสน เพื่อบุกเข้าโจมตีทางตอนใต้ของแม่น้ำโขง

ขุนนางล้านนา (เชียงใหม่) รอพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชเสด็จกลับ มาครองราชย์บัลลังก์ต่อไปไม่ไหว จึงได้หารัชทายาทแห่งราชวงศ์มังรายขึ้นครองราชย์สมบัติแทน เป็นญาติห่างๆ ของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช คือ พระเจ้าเมกุฏิ ต่อมาทางเชียงใหม่ ได้ขอพระพุทธรูปทั้งสององค์คืน แต่ได้คืนเฉพาะพระพุทธสิหิงค์องค์เดียว

พ.ศ. 2103 - 2107 พระเจ้าไชยเชษฐา ได้ตัดสินใจย้ายและสร้างราชธานีขึ้นใหม่ที่เมืองเวียงจันทน์ เวียงจันทน์ เรียกว่าเวียงจันทน์ล้านช้าง จึงอัญเชิญพระแก้วมรกต พระพุทธสิหิงค์ และพระแซกคำเจ้า (พระบาง)ไปประดิษฐานที่พระมหาปราสาทสามยอด ซึ่งสร้างอย่างสวยวิจิตรพิสดาร พระแก้วมรกตได้อยู่นครเวียงจันทน์ เป็นที่สักการบูชาของประชาชน และกษัตริย์ จนถึงสิ้นกรุงศรีอยุธยาแตก เสียแก่พม่า

ในปี พ.ศ. 2310 ครั้งนั้นพระเจ้าตากสิน ขณะนั้นดำรงตำแหน่ง เป็นพระยาวชิรปราการ เจ้าเมืองตาก ได้ลงมาช่วยป้องกันกรุงศรีอยุธยา ทรงเห็นว่ากรุงศรีอยุธยาจะแตกแน่ เพราะคนไทยแตกความสามัคคี จึงรวบรวมไพร่พลตีฝ่าวงล้อมของพม่า มาตั้งกำลังพลอยู่ที่จันทบุรี ต่อมาก็ยกทัพมาตีพม่าแตกพ่ายที่โพธิ์สามต้น และปราบก๊กต่างๆ ที่ตั้งตัวเป็นใหญ่ได้สำเร็จอย่างน่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก ในช่วงระยะเวลาอันสั้น พระเจ้าตากสินทรงสามารถผนึกแผ่นดินสร้างเป็นราชธานีได้ใหม่อีกครั้ง จากนั้นก็ปราบดาภิเษกเป็นกษัตริย์สืบวงศ์สยาม ยกกรุงธนบุรีขึ้นเป็นเมืองหลวง แผ่ขยายขอบเขตอาณาจักรให้กว้างขวาง แผ่ไพศาลยิ่งกว่าครั้งกรุงเก่า

พ.ศ. 2319 เกิดศึกไทย กับพม่า อะแซหวุ่นกี้ ขณะนั้นเจ้าเมืองนางรอง เมืองขึ้นของนครราชสีมา เอาใจออกห่างไปขึ้นกับจำปาศักดิ์ พระเจ้ากรุงธนบุรีจึงโปรดให้ เจ้าพระยาจักรี กับ เจ้าพระยาสุรสีห์ เป็นแม่ทัพยกไปปราบ กองทัพไทยตีชนะจำปาศักดิ์ได้ ได้อาณาเขตลาวใต้ มีจำปาศักดิ์ สีทันดร อัตปือ และเขมรป่าดง แถบเมืองสุรินทร์ เมืองสังขะ และเมืองขุขัน (ในเขตจังหวัดศรีสะเกษ รวมเขต “เขาพระวิหาร” ไว้ด้วย) มาในราชอาณาเขต

ครั้งนั้นพระเจ้ากรุงธนบุรี ได้ให้เจ้าพระยานครราชเสมา ส่งราชสารขึ้นไปยังเมืองเวียงจันทน์บุรี ให้มาขึ้นแก่กรุงธนบุรี เหมือนกับเมืองต่าง ๆ เช่น ชวา มาลายู กัมพูชา กะเหรี่ยง ลาวเชียงใหม่ และญวนก็มาขึ้นแล้ว แต่พระเจ้าเวียงจันทน์ไม่ยอมอ่อน กับไทย

พ.ศ. 2321 เสนาบดีพระวอ ทะเลาะกับเจ้าบุญสาร เมืองเมืองศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทร์) พระวอสู้ไม่ได้ จึงหนีอพยพเข้ามาอยู่ที่ตำบลดอนมดแดง (อุบลราชธานี ) ขอสวามิภักดิ์ต่อพระเจ้ากรุงธนบุรี แต่ต่อมาเจ้าบุญสารไม่พอใจ จึงให้ทหารลงมาจับพระวอฆ่าทิ้ง พระเจ้ากรุงธนบุรีทรงเห็นเป็นการละเมิดอำนาจดินแดนไทย จึงมีรับสั่งให้เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกฯ ยกไปทางบก รวมพลอยู่ที่นครราชสีมา ส่วนเจ้าพระยาสุรสีห์ ยกทัพเรือไปทางแม่น้ำโขง ตีหัวเมืองรายทาง ขึ้นไปจนถึงเมืองเวียงจันทร์ เจ้าร่มขาว เจ้าเมืองหลวงพระบางขอสวามิภักดิ์ไทย

กองทัพไทยล้อมเวียงจันทร์อยู่ 4 เดือน เจ้าบุญสารสู้ไม่ได้ จึงหลบหนีไป ไทยจึงเข้าเมืองเวียงจันทร์ได้ กวาดต้อนผู้คน เวียงจันทร์ หลวงพระบาง เข้ามาไว้ในหัวเมืองชั้นในเป็นอันมาก กลายเป็นคนอีสานจนถึงปัจจุบัน และได้อัญเชิญพระแก้วมรกต และ พระบาง กลับลงมาพระนครธนบุรี พระเจ้าตากสินก็ให้สร้างโรงพระแก้ว ที่หลังพระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม แล้วก็อัญเชิญพระแก้วมรกต กับพระบาง ขึ้นประดิษฐาน

พ.ศ. 2325 สิ้นสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี สมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึก ปราบดาภิเษกขึ้นเสวยสิริราชสมบัติ เป็นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (ร.1) ทรงพระราชดำริว่า พระพุทธรัตนปฏิมากร พระองค์นี้เป็นแก้วอย่างดีวิเศษ จึงทรงสถาปนาสร้างพระอุโบสถในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งประดับประดาสวยงามวิจิตรยิ่งนัก พ.ศ. 2327 ปีมะโรง วันจันทร์ แรม 12 ค่ำ เดือน 4 ทรงอัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ลงบุษบกเรือพระที่นั่ง เสด็จข้ามฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มาประดิษฐานต้องอุโบสถหลังใหม่ ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

เฉลิมฉลองเป็นเวลาสามวันสามคืน ทรงถวายพระนามนครใหม่ ให้เหมาะที่เก็บรักษาพระแก้วมรกต ของพระเจ้าอยู่หัวผู้สร้างพระนคร และต้องกับนามพระพุทธรัตนปฏิมากร ว่า “ กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ มหินทราอยุธยาบรมราชธานี “ ส่วนองค์พระบาง ก็พระราชทานคืนให้กับประเทศลาว ไป สมัยสร้างแต่เดิมนั้นองค์พระแก้วมรกต ฝังเพชรเม็ดเล็กไว้ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ (ร.4) ได้ถวายเพชรเม็ดใหญ่ เปลี่ยนเพชรเดิมออก

เส้นทางพระแก้วมรกต และจำนวนปีที่ประดิษฐาน มีดังนี้
ไชยา ( ปาฏลีบุตร ) รวม 140 ปี , นครศรีธรรมราช ( ตามพรลิงค์ ) รวม 32 ปี , นครวัด ( เขมร ) รวม 113 ปี , ลพบุรี ( ละโว้ ) รวม 47 ปี , อโยธยา ( อู่ทอง ) รวม 138 ปี , กำแพงเพชร รวม 170 ปี , เชียงราย รวม 119 ปี , ลำปาง รวม 4 ปี , เชียงใหม่ รวม 73 ปี , หลวงพระบาง ( ลาว ) รวม 12 ปี , เวียงจันทน์ ( ลาว ) รวม 215 ปี , ธนบุรี รวม 5 ปี , กรุงเทพฯ พ.ศ. 2327 – ปัจจุบัน..ราว 230 ปี...อายุพระแก้วมรกตจึงประมาณ 1,300 ปี !!

พระแก้วมรกต นั้นแต่เดิมเป็นพระพุทธรูปของไชยา และสุดท้ายไปอยู่เชียงใหม่ แล้วถูกนำไปที่หลวงพระบาง และ เวียงจันทร์ อาณาจักรธนบุรีได้ไปชิงคืนมาจากอาณาจักรล้านช้าง (ลาว) แต่ปัจจุบันเชียงใหม่เป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย ก็ต้องถือว่าเป็นพระพุทธรูปของไทยไปแล้ว แต่ถ้าปัจจุบันเชียงใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของลาว ก็อาจถือไอ้ว่าเป็นพระของลาว ก็ขึ้นอยู่กับเขตแดนประเทศในปัจจุบันนั่นเอง

พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวไทย การเสด็จไปสู่สถานที่ต่างๆ ของพระแก้วมรกตนั้นมีปัจจัย 3 อย่าง คือ เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา เกิดกลียุคในอาณาจักรนั้น และด้วยความรักและเมตตา เดินทางไปที่ต่างๆ ตามคำทำนายของพระนาคเสนเถระ ผู้สร้างองค์พระพุทธรูปนี้ และจะไม่ไปไหนอีกแล้วจนครบ 5,000 ปีของพุทธศาสนา

แต่บริษัทเผาไทย และแก๊งค์อั้งยี่แดง กลับไม่เคยเห็นคุณค่าทางจิตใจของพระแก้วมรกต ที่ประเมินไม่ได้ ในปี 2553 “นายนิ ครูใหญ่โรงเรียนแก๊งค์แบ่งแยกดินแดน นปช.” จ้าง ส.ต.ท.บัณฑิต บ้านอยู่ อ.พล จ.ขอนแก่น เป็นอดีตชายชุดดำตระเวนชายแดน ถูกให้ออกจากราชการเมื่อปี 2538 ขณะอยู่ที่ สภ.อ.วังน้ำเย็น จ.ปราจีนบุรี เกี่ยวข้องกับคดีไม้เถื่อน แล้วไปทำงานที่บ่อนการพนัน ชายแดนไทย-กัมพูชา และต่อมาเป็นคนขับรถ ส.ส.บริษัทเผาไทย จังหวัดสมุทรปราการ อดีต รมต.ช.คลอดหลอด ชื่อ ป.ที่เคยถูกยิงปางตาย

ส.ต.ท.บัณฑิต มีความรู้ใช้อาวุธสงคราม ให้การสารภาพว่าได้เดินทางเข้า กทม.พร้อมกับเมียผู้จ้างวาน (นายนิ) มาร่วมชุมนุมกับเสื้อแดง นปช.ที่ผ่านฟ้า และบอกว่าการจะบรรลุวัตถุประสงค์จะต้องก่อการร้ายสากลสถานที่ราชการ จึงได้รับค่าจ้างเงินสด 5 แสนบาท พร้อมเตรียมอาวุธโดยจ้าง จ.ส.ต.ปริญญา จัดหาอาวุธเครื่องยิงจรวดอาร์พีจี ต่อมาวันที่ 20 มี.ค.53 ระยะห่างราวๆ 500 เมตร ได้ยิงหัวจรวดอาพีจี มีเป้าหมาย คือ วัดพระแก้วมรกต

โดยต้องยิงวิถีโค้งข้ามตึกกระทรวงกลาโหมไป แต่ยิงพลาดเป้าหัวระเบิดพุ่งไปติดสายไฟฟ้าบริเวณปากซอยแพร่งภูธร กระสุนเฉี่ยวติดสายไฟฟ้า ไปตกที่กระทรวงกลาโหม จึงรีบทิ้งรถแล้วหนีไป และถูกจับในที่สุด และเขาถูกศาลไคฟงพิพากษาจำคุก 38 ปี..ถ้าแก๊งค์อั้งยี่แดงยิงถูกตรงเผงตามเป้า ไปโดนพระอุโบสถ และพระแก้วมรกตคู่บ้านคู่เมืองของเรา ประวัติศาสตร์ยาวนานพระแก้วมรกต 1,300 ปี จะเป็นเช่นไร ?? แต่ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของพระแก้วมรกต ทำให้มือปืนก่อวินาศกรรม ยิงพลาดเป้า และทิ้งร่องรอยไว้มากมาย ให้จับตัวได้ และแฉ สิ้นใส้ถึงผู้จ้างวาน..

วงเวียนกรรม ที่แก๊งค์อั้งยี่แดงทั้งหมด กล้าทำลายพระพุทธรูป ที่พระอินทร์วรมเทวะ กับ พระวิษณุกรรมเทพบุตร แห่งอาณาจักรศรีวิชัย สร้างถวายพระนาคเสนเถระ เพื่อค้ำจุนพุทธศาสนาไป 5,000 ปี บูรพกษัตย์ทุกพระองค์ของ อาณาจักรไชยา ลังกาทวีป กัมโพชะศรีอโยธยา โยนะวิสัย ปะมะหละวิสัย และสุวรรณภูมิ..ผู้เคยครอบครองพระแก้วมรกต จะสาปแช่ง และใช้พระแสงประหารบั่นคอ ทุกคนในแก๊งค์อั้งยี่แดง หมดบุญเก่าแล้ว แกนนำ และคนเสื้อแดงทุกคน ที่ดื้อดึง และถูกหลอกจ้างให้มาตายหลังสงกรานต์ 57 ที่กรุงเทพ จะถูกแยกชิ้นส่วนจบสิ้นชิวิต พร้อมครอบครัว ญาติมิตร ในไม่ช้านี้

หรือว่า..การชุมนุมครั้งใหม่นี้ที่ถนนอักษะ คือการได้อยู่บนดิน เห็นแสงสว่างเป็นครั้งสุดท้าย ในชีวิตของคนเสื้อแดง..เพราะต่อไปคงต้องปิดตา ไปฝังร่างกลบอยู่ไต้ดิน ตามที่ชายดูไบสั่งการ“บอมบ์” ให้หนัก..อยากฆ่านักเอามาให้ฆ่า..อนิจจาลาก่อนทุยแดง..วงเวียนกรรมติดระเบิด !!

ที่มา แฉ..ความลับ @เสธ น้ำเงิน https//www.facebook.com/topsecretthai

9051
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.120.4.133 วันที่: 16 เมษายน 2557 เวลา:12:46:03 น.  

 
 
 
13 เม.ย.57 เผย..ปมเหตุเสื้อแดงหมิ่นเบื้องสูง และพระราชทรัพย์ของราชวงศ์จักรี

ราว 10 กว่าปีที่ผ่านมา บริษัทเผาไทย เจ้าของลัทธิทุนนิยมสุดโต่ง ร่วมกับคอมมิวนิสต์อกหักกลายพันธ์ ที่พ่ายแพ้สมัย นักฆ่าแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา เป็นนายก มีความพยายามจะรวบอำนาจการบริหารประเทศ ให้เป็นเหมือนบริษัทเอกชน จึงดำเนินการราว 5 แนวทางที่สำคัญ ตามลำดับ คือ

1. มุ่งสู่การบริษัทการเมืองเดียว ในยึดอำนาจบริหาร และนิติบัญญัติ โดยวิธีการ
- ไม่สร้างพนักงาน ส.ส.ใหม่ แต่ใช้วิธีเป็นยี่ปั้วไปซื้อตัวพนักงาน ส.ส.จากบริษัทอื่น ที่เขาเป็นอยู่แล้ว ด้วยราคา 50-60 ล้านบาทต่อหัว
- บีบบังคับให้ยุบบริษัทเดิม มาควบรวมกิจการ กับบริษัทเผาไทย แต่แบ่งย่อยเป็นมุ้งเล็ก มุ้งน้อย และมี CEO เป็นชายดูไบ ชี้นิ้วสั่งการตั้งแต่สากกะเบือ ยันเรือรบ เสมือนฮิตเลอร์ ของบริษัทว่างั้นเถอะ
- ช่วงแรกๆ ชายดูไบ จะมีค่าหัวคิวการเสนอชื่อเป็น รตม.เช่น รมต.ค้าขาย 250 ล้านบาท ถ้ายังไม่มีเงิน ก็โอนโรงแรมให้เขา เป็นค่าหัวคิวแทน ตามที่เคยเล่าไปแล้ว
- ต่อมาคดโกงจนรายได้ดี ก็จะมีเงินเดือนบริษัทจ่าย ส.ส. , ส.ว. ต่างหากจากเงินเดือนหลวง ในอัตราเดือนละ 50,000 – 100,000 บาท , ค่าคอมมิสชั่นยกมือผ่านกฎหมายอีกต่างหาก เช่น ถ้าเรื่องสัมปทานแบบนี้จะตกราว Job ละ 5 แสน – 1 ล้านบาท , เทศกาลทางประเพณีมีโบนัสต่างหากราว 1 แสนบาท
- ต่อมาใครจะลง ส.ส.แบ่งเขต หรือปาร์ตี้ลิส , ส.ว.ประเภทเลือกตั้ง , ใครจะเป็น รมต. , ผู้ช่วย รมต., เลขา ฯลฯ ต้องทำบัญชี 1,2,3 เสนอ CEO ชายดูไบ Approved ก่อน และเขาจะปรับแก้ ตามเงินที่เสนอให้ เช่น ต้องการสมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิส ลำดับต้นๆ ต้องจ่าย 60 ล้านบาท
- ตำแหน่ง รมต.ไม่ต้องพูด และคิด มีหน้าที่เซ็นต์อนุมัติ ตามที่มี Note ปะหน้าหนังสืออย่างเดียว ทุกโครงการต้องจ่ายให้ CEO บริษัท 50% ผ่านสารพัดนอมินี ที่เหลืออีก 50% เจ้าของโครงการไปโกงเอาเข้ากระเป๋าเองตามใจชอบ เม็ดเงินโครงการ 100 % จะเหลือไปถึงประชาชนจริงๆ ไม่เกิน 5-10 % เท่านั้น จึงเป็นสาเหตุสร้างถนนก็พัง , ตึกก็ร้าว, สีก็ร่อน , วัสดุ อุปกรณ์ เจ้งวินาศหมด จะได้ตั้งโครงการจัดซื้อ จัดจ้างใหม่บ่อยๆ เขาชอบ

2. หลอกมวลชน คือ เข้าถึงระบบรากหญ้า ที่เป็นมวลชนยากจนจำนวนส่วนใหญ่ของประเทศ ให้ทั่วถึงมากที่สุด โดย
- ให้ข้อมูลเฉพาะมุมที่ดี และกระทำในสิ่งที่หัวหน้าชุมชน รับนโยบายจากบริษัทเผาไทย ไปถ่ายทอดสู่คนรากหญ้า
- เสกสรรปั้นแต่งให้เวอร์เกินจริง เช่น หลอกรากหญ้าว่าถ้าเลือกบริษัทการเมืองอื่น จะยกเลิก 30 บาทรักษาทุกโรค, จะยกเลิกการพักหนี้ ธ.ก.ส. , จะยกเลิกการจ่ายเงินเดือนคนแก่ , จะไม่ให้กู้กองทุนหมู่บ้าน ฯลฯ

3. รื้อระบบราชการเดิมที่เข้มแข็งทั้งหมด แล้วทำให้อ่อนแอ โดย
- ใช้ระบบซื้อขายตำแหน่ง แล้วแต่งตั้งไปอยู่ในระดับมอบนโยบายทางราชการทุกส่วน หรือแต่งตั้งโยกย้ายระดับรองลงไป
- ล้วงลูก ก้าวก่าย บังคับ ระบบงานราชการ ให้ทำผิดจากหน้าที่ตามที่ CEO บริษัทเผาไทยต้องการ
- คัดเลือกคนไปเป็น ข่มขู่ ติดสินบน หรือบีบบังคับองค์กรอิสระต่างๆ เช่น กกต. ปปช. ฯลฯ ให้ขึ้นตรงกับหัวหน้าบริษัทเผาไทยเพียงคนเดียว “ ไฮ้!! ฮิตเลอร์ “

4. หนุนทุนนิยมอย่างบ้าครั้ง ให้ประชาชนอุปโภคและบริโภคทรัพยากรมากๆ คือ
- ให้ใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ของฟุ่มเฟือยต่างๆ เช่น กู้กองทุนหมู่บ้านมาซื้อโทรศัพท์มือถือ , รถมอเตอร์ไซต์ , คนชั้นกลางก็ยุให้ซื้อรถยนต์ บ้านจัดสรร เพราะพรรคพวกตนผลิตของ และอะไหล่ไว้รอจำหน่ายแล้ว
- โฆษณาชวนเชื่อ ด้วยสื่อมวลชนรับจ้างในเครือข่าย ที่ถูกซื้อตัว ให้สร้างภาพบริษัทเผาไทย จากผิดเป็นถูก และ CEO เก่งเกินมนุษย์ ตลอดเวลา ตามวิธีการ 7 อย่างที่เคยเล่าไปแล้ว
- หาเรื่องลงทุนในโครงการใหญ่ๆ อ้างว่ายกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชน เช่น ปล่อยข่าวว่าจะยุบโรงเรียนขนาดเล็กหลายหมื่นโรงให้ปั่นป่วน แล้วไปตั้งโครงการซื้อรถตู้แสนแพงไปแจกโรงเรียน แค่อยากได้เปอร์เซ็นต์ , ซื้อแท๊ปเล็ตพีซี เป็นล้านเครื่อง จากตัวแทนเทียมที่มีออฟฟิสเป็นอาแปะ กับอาม่า แค่ห้องแถวเดียว ฯลฯ

5. บั่นทอนสถาบันเบื้องสูง ที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ โดย
- เต้าข่าว ปล่อยข่าว ให้ร้ายเบื้องสูง เสียๆ หายๆ ให้ประชาชนผู้หูเบา ซุบซิบนินทา ให้คล้อยตาม เช่น เต้าข่าวว่ามีความขัดแย้งในราชวงศ์ เรื่องการตั้งรัชทายาท เรื่องการเลือกข้าง จากต้นตอหลัก คือ ท่านผู้หญิง ว.ผ่านเครือข่ายของมวลชนบริษัทเผาไทย โดยที่ไม่มีมูลความจริงใดๆ สักเพียงน้อย
- ผสานกับ NGO ที่เป็นนักวิชากำกวม , สื่อวิทยุออนไลน์ต้นต่อจากต่างประเทศ , เว็ปไซต์ , สื่อสังคมออนไลน์ , วิทยุชุมชน, แดงล้มสถาบัน โดยอ้างง่ายๆ ว่าต้องการความเท่าเทียม ในความเป็นจริงเบื้องหลัง คือ กลุ่มพวกนี้ได้ทุนอุดหนุนที่กองทุนต่างชาติเอกชนแห่งหนึ่ง เมืองลุงแซม ที่ให้ทุนปี 1,500 ล้านบาท เพื่อให้ใส่ร้ายสถาบันเบื้องสูง ในทุกประเทศที่ยังมีสถาบันนี้อยู่
- ในไทยมีฐานเป็น NGO ใหญ่ทำงานกับต่างชาติอยู่อำเภอแห่งหนึ่ง ในจังหวัดที่วางแผนจะตั้งเป็นเมืองหลวงใหม่ สปป.ล้านนา โดยแอบแฝงในรูปการทำวิจัย เพื่อฟอกเงินให้กับนักวิชากำกวมหลายคนในส่วนกลาง และภูมิภาค
- เครือข่ายวิทยุชุมชน มีเครือข่ายโกเต็กเรดการ์ด เป็นแกนสำคัญในนาม กวป. ล่าสุดมีการเผยแพร่ใบสมัคร และเรียกประชุมกันที่ รร.แห่งหนึ่ง ฝั่งเดียว ใกล์กับศูนย์ราชการนนท์ ชี้แจงการโอนเงินสนับสนุนสถานีภาคเหนือ และอีสาน เดือนละ 5 พันบาท , ภาคใต้เดือนละ 1 แสนบาท แกนนำสถานี 2 แสนบาท โดยมีข้อแม้ว่าต้องเกี่ยวสัญญาณเสียงหมิ่นเบื้องสูง ที่ต้นทางมาจากต่างประเทศ เช่น ชูพงศ์, เพียงดิน ที่เจาะวิทยุแท็กซี่ หรือ ในประเทศจากเครือข่าย กวป. ฯลฯ จากระบบอินเตอร์เน็ตของแก๊งค์นี้ วันละไม่ต่ำกว่าระยะเวลาที่กำหนด
- ทางเว็ปไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ จ้างไว้ 3 พันคน เงินเดือนประมาณ 2.8 หมื่นบาท ให้ตัดต่อภาพ โพสป่วน ปล่อยข่าวลือให้ร้าย โพสหมิ่นเบื้องสูง สร้างเว๊ปไซต์หมิ่น เช่น เว็ปประชาลาว , พันทิบ ชื่อห้อง เหมือนสนามมวยแห่งหนึ่ง แก๊งค์นี้ได้รับทุนหนุนจากแก๊งเลวแล้วรวย และ รมต.เทคโน มีการจัด Meeting ร่วมกันเป็นประจำ

ในสภาพความเป็นจริงคือ สถาบันเบื้องสูง และรัชทายาท ทุกพระองค์ ไม่เคยลงมายุ่งเกี่ยวใดๆ ทางการเมืองเลย ข่าวที่เกิดขึ้นตลอดมา จึงเป็นเรื่องโป้ปดมดเท็จ ตัดต่อภาพนิ่ง วิดีโอ ที่เกิดจากแก๊งค์นี้นั่นเอง สาเหตุสำคัญที่แก๊งค์อั้งยี่แดง ต้องการทำลายและล้มล้างสถาบันเบื้องสูง ก็เพราะยังเป็นสถาบันหลัก ที่คนไทยทุกสีเคารพและศรัทธา ตามรากฐานวัฒนธรรมดังเดิมกว่า 800 ปีที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ยังคงสามารถสร้างความสมัครสมานสามัคคี ยึดโยงเป็นปึกแผ่น เป็นศูนย์รวมใจของประชาชนไทยไว้ได้

ไม่ได้เกิดจากการอำนาจ แต่เกิดจากทรงพระปรีชาสามารถ ทรงคุณงามความดี และมีพระเมตตา แก่ราษฎรทุกคน ทุกศาสนา อย่างทั่วถึงเทียมเทียมกัน จึงเป็นจุดแข็งให้อำนาจตุลาการ มีความเข้มแข็ง ตรงไปตรงมา ให้ความเป็นธรรมกับประชาชน ไม่ว่าร่ำรวย หรือยากจน ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายกติกาเดียวกัน ทำให้บริษัทเผาไทยยึดอำนาจประเทศได้แค่อำนาจบริหาร และนิติบัญญัติ เท่านั้น การคดโกงต่างๆ จึงไม่รอดจากอำนาจตุลาการได้นั่นเอง

เมื่อแทรกแซงอำนาจตุลาการไม่ได้ ก็ต้องทำลายสถาบันเบื้องสูงเสีย และแก้กฎหมายใหม่ เช่น พรบ.ล้างผิดสุดซอย , เพื่อให้ตุลาการต้องตัดสินตามความต้องการของตน แต่ก็มาถูกมวลมหาประชาชนนำโดยกำนัน รู้ทันและออกมาขัดขวางจนแท้งไปอีก จะสลายมวลชน กปปส.ก็โดนนักรบป๊อบคอร์นสลายชุดดำซะเอง ต่อมาพวกโลกสวยต้องออกมาเรียกร้อง ขอให้เอาบังเกอร์ออกไป กดดันชายชุดเขียวที่วางกำลังเรือนหมื่น ให้ถอนกำลังเข้าที่ตั้งไป เพื่อที่แก๊งค์ก่อการร้ายสากล จะได้บรรจงเล็งยิงอาวุธสงคราม M79 ใส่ศาล ปปช. มวลมหาประชาชนได้สะดวกแม่นยำ แต่ก็ไม่ใครสนใจใยดีทำตาม ทำให้แดงพวกนี้ดิ้นๆๆๆ ที่ทำอะไรไม่ได้เลย จึงต้องหันมาเร่งให้โจมตีให้ร้ายเบื้องสูงอย่างหนักอีกครั้ง บริษัทเผาไทย และแก๊งค์อั้งยี่แดง จึงเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการที่สำคัญ ของพวกนักวิชากำกวม แดงโลกสวย และแดงหมิ่นสถาบันนั่นเอง

มีการโจมตีให้ร้ายเรื่องทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยให้ข้อมูลผิดๆ กับพวกที่หูเบา เชื่อคนง่าย เกี่ยวกับทรัพย์สินมูลค่ามาก ของ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตรย์ ที่ฝรั่งไปเอามูลค่าของบริษัท ในตลาดหลักทรัพย์ เช่น บริษัท ธนาคารค้าขาย ฯลฯ มารวมเหมาเอาว่าเป็นทรัพย์สินของในหลวงด้วยนั้น เป็นเรื่องที่ใส่ร้ายทั้งเพ

ทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์เดิม ที่เป็นพระราชทรัพย์ของราชวงศ์จักรี ได้ถูกยึดมาเป็นของรัฐบาลทั้งหมดนานแล้ว หลังปฎิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองฯ เมื่อ พ.ศ. 2475 ทั้งหมดได้ตกเป็นของรัฐไปหมดแล้ว โดยรัฐสมัยนั้นออก พรบ.จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พุทธศักราช 2479 และได้จัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูแล คือ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เดิมมีสถานะเป็นหน่วยราชการระดับกอง ในสังกัดกระทรวงการคลัง ให้ รมต.คลังของรัฐ แต่ละสมัยเป็นประธานควบคุมดูแล

ต่อมามีการแก้ไขปรับปรุง จนจัดตั้งยกระดับหน่วยงานขึ้นมาดูแลใหม่ มีสถานะเป็นนิติบุคคลเมื่อปี พ.ศ. 2491 ที่ตั้งอยู่ที่ วังแดง ถนนนครราชสีมา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ที่ดินของราชวงค์ ก็ถูกยึดมาใช้ประโยชน์เรียกว่า ที่ดินราชพัสดุ , สมบัติที่ยึดมาทั้งหมด กระทรวงการคลัง ก็ดูแลออกดอกออกผล อยู่จนถึงบัดนี้ โดยทรัพย์สินส่วนนี้จึงไม่ต้องเสียภาษีเพราะเป็นของรัฐเอง ใครเป็นรัฐบาลก็จะได้ใช้ประโยชน์

ธนาคารออมสิน รัชกาลที่ 6 ก็ทรงตั้งด้วยเงินส่วนพระองค์เริ่มต้นเอง ท่านวางระเบียบไว้เดิมให้เสนาบดีพระคลังเป็นคนดูแล จนถึงปัจจุบันมีเงินเพิ่มพูนเป็นแสนล้านบาท ก็กลายเป็นธนาคารของรัฐ 100 เปอร์เซ็นต์ไปแล้ว ปัจจุบัน รมต.คลัง ก็เป็นคนดูแลเอง ตั้งกรรมการได้เอง ทั้งคณะ รัฐจึงเอาเงินไปใช้ได้สะดวก

ดังนั้นใครกล่าวร้ายว่าพระองค์ท่านร่ำรวยที่สุดในโลกนั้น ท่านกำลังทำบาปอย่างมหันต์ เพราะทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ปัจจุบันนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับสถาบันเบื่องสูงเลยสักน้อย พระราชวงค์ไม่มีสิทธิ์ใดๆ ในทรัพย์สิน หรือในธนาคารใดๆ เลย..เคยมีบันทึกในประวัติศาสตร์รัชการลที่ 8 ไว้ว่า " แม้แต่รถก็ไม่มีให้ใช้ หากแม่เราป่วยจะไปโรงพยาบาลจะไปอย่างไร "..จะพูดก็ได้ว่า ในหลวงท่านทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ที่ทรงยากจนทรัพย์มากด้วยซ้ำไป

ที่เป็นทรัพย์ของส่วนพระองค์ จริงๆ ก็เกิดการบริจาคโดยตามพระราชอัธยาศัย หรือโดยเสด็จพระราชกุศลเข้ามูลนิธิต่างๆ เช่น มูลนิธิชัยพัฒนา ฯลฯ ที่ประชาชนสาขาต่างๆ บริจาคตามศรัทธา เช่น ที่ดิน ทุนทรัพย์ ฯลฯ ที่เราเห็นทางทีวีบ่อยๆ นั่นเอง แต่มีไม่มากนัก ทรัพย์ส่วนนี้เรียกว่า "ทรัพย์สินส่วนพระองค์" และในหลวงท่าน ก็จะเสียภาษีอากรภายใต้กฏหมายเหมือนประชาชนทั่วไปนั่นแหละ ใครอยากรู้ว่ามีเท่าไร ก็ไปตรวจสอบที่กรมสรรพากรเอา ทรัพย์สินส่วนนี้ดูแลโดยสำนักงานจัดการทรัพย์สินส่วนพระองค์ และทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักพระราชวัง

ยามประชาชนเดือนร้อน และทุกข์ยาก ในหลวง พระราชินี และองค์รัชทายาท ท่านก็จะพระราชทานให้นำทรัพย์สินส่วนพระองค์นั้น กลับคืนมาสู่ราษฎร์ของท่านอีก เช่น ทรงบริจาคที่ดินทำกินประเดิมให้ผู้ยากจน ถุงยังชีพพระราชทานยามเกิดอุทกภัย หรือภัยพิบัติ หรือโครงการพระราชดำริส่วนพระองค์

จะมีราษฎรสักกี่คนที่ทราบว่า วังสวนจิตรที่ในหลวงประทับนั้น เป็นบ้านที่เล็กกว่าบ้านของเศรษฐีไทยหลายพันคน และเล็กกว่าแม้กระทั่งบ้านของอดีต รมต.หลายร้อยคนด้วยซ้ำ วังสวนจิตรลดาถึงแม้จะมีบริเวณใหญ่ แต่ส่วนที่เป็นที่ประทับมีบริเวณเล็กมาก ที่ดินส่วนใหญ่เป็น โรงเรียน โรงงานทดลองทำปุ๋ย เลี้ยงวัว ทดลองปลูกข้าว โรงสี ฯลฯ

ใครไม่เชื่อและอยากตรวจสอบตามที่เห็นพูดเหย็งๆ กัน อย่ารอช้า ให้ไปพิสูจน์ด้วยตาตนเองเลย ประชาชนทั่วไปเขาอนุญาตให้เข้าไปได้สะดวกง่ายๆ ถึง รร.จิตรลดา เลย ได้โดยขอแลกบัตร ได้จากบริเวณโรงเรียน ก็สามารถมองเห็นอาคารที่ในหลวงประทับ ห่างออกไปเพียงไม่ถึง 100 เมตรเท่านั้น พวกที่หมิ่นทั้งหลาย กล่าวร้ายว่าท่านร่ำรวย อย่าเชื่อใคร แต่ให้ไปเห็นด้วยตาตนเอง เห็นกับตาว่าพระองค์ท่านกิน อยู่ แบบคนไทยชั้นกลางทั่วๆ ไป เท่านั้นเอง ไม่ใช่แบบเศรษฐีไทย อย่างแน่นอน

ช่างซ่อมรองพระบาท (รองเท้า) ของพระองค์ท่าน เล่าว่า ท่านจะส่งรองเท้าเก่าๆ ของท่านมาซ่อมตลอด จนซ่อมไม่ไหว รองพระบาทเก่าคู่นั้น ช่างยังเก็บไว้ให้เราไปดูได้ สมาคมทันตแพทย์ไทย เคยไปขอพระราชทานหลอดยาสีฟันเก่า ที่ทรงใช้ได้จนหยดสุดท้าย โดยรีดจนหลอดแบนเป็นกระดาษ ไปขอดูที่สมาคมฯ ได้เลย แม้แต่ดินสอดำ ที่พระองค์ท่านทรงขีดเขียนงานต่างๆ ท่านก็ทรงเบิกใช้เพียงเดือนละ 1 ด้ามเท่านั้น และพระองค์ท่านก็เขียนและเหลา เสียจนสั้นจู๋เลย

เคยมีนักข่าวสัมภาษณ์ท่านดาไลลามะ ผู้นําจิตวิญญาณแห่งทิเบตว่า "ท่านคิดว่าผู้นําหรือใครที่เป็นตัว¬แทนในการอุทิศตัวเพื่อผู้อื่น" ท่านตอบว่า " ถ้าเอาข้าพเจ้าเทียบกับคนผู้นี้¬ ข้าพเจ้าจะกลายเป็นแค่เด็กเพิ่ง¬หัดเดินไปเลย กับสิ่งที่คนผู้นี้ทําให้กับคนของเขา..ด้วยความรักและศรัทธาใน¬สิ่งนี้อย่างเต็มเปี่ยม" นักข่าวถามต่อว่า "คนผู้นี้คือใคร? " ท่านตอบเพียงสั้น ๆว่า "มหาราชภูมิพล"..แล้วถ้าไปถามบริษัทเผาไทย แก๊งค์อั้งยี่แดง แก๊งค์สู้แล้วรวย..มันจะตอบว่าใคร?

เงินที่คดโกงจากภาษีประชาชนไป ลูกสาวทอมชายดูไบ ใช้ชีวิตหรูหรา เที่ยวเมืองนอก กินไข่ปลาแพงๆ ถ้วยละ 2 แสนบาท , สมุนบริวาร เอามาจ้างหลอกประชาชนมาชุมนุม หัวละ 300, 500, 1000 บาท แล้วอมค่าหัวคิวนี้ไป คากคกตู่ซื้อนาฬิกาเรือนละล้านกว่าบาทใส่ , ใส้เดือนเต้นขึ้นบ้านใหม่ 70 ล้านบาท , ไข่มุกดำ มีร้านอาหารอยู่เมืองผู้ดี..เรียกร้องประชาธิปไตยกันจนน้ำลายหก..แล้ววันนี้คนเสื้อแดงรากหญ้ามีอะไร?..ได้เงินจำนำข้าวหรือยัง?..ไปถาม รมต.ช.ค้าขายหน่อย ว่าสต๊อคข้าวเหลือกี่ตัน ขายไปแล้วกี่ตัน..ดูซิมันจะตอบคำถามง่ายๆ แบบนี้ได้ไหม?

พวกหมิ่น กล่าวร้ายเบื้องสูงอยู่ มีวาสนาแค่ไหนแล้ว ที่ได้เกิดมาในประเทศไทยที่แสนจะมีความสุขสบาย ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว และมีพระมหากษัตริย์ที่แสนจะประเสริฐ การใส่ร้าย ป้ายสี พระองค์ท่านต่างๆ นาๆ ไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับพระองค์ท่านเลย อยากจะบอกว่าในหลวงท่านถูกรังแก จากราษฎรที่ไม่ดีของท่านเอง

มีพวกบ้าโรคจิต ที่ออกมาเรียกร้องให้ยกเลิก มาตรา 112 อยากจะถามว่ามีมาตรานี้แล้วมันทำให้กินเงินจำนำข้าวไม่ลง , ยิง M79 ไม่ได้ , ว.5 ไม่สะดวก , กู้มาโกง 2.2 ล้านๆ ไม่ได้ หรือมันหนักกะบาลใครตรงไหน? มาตรานี้ เป็นหนึ่งในประมวลกฎหมายอาญา มีเนื้อหา คือ “มาตรา 112 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี”

มาตรานี้ไม่มีผลอะไรเลยกับคนทั่วไปเลย แต่มีผลกับคนหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย เบื้องสูงเท่านั้น ถ้าใครไม่ทำก็ไม่เห็นต้องดิ้นรนไปทำไม เหมือนกฎหมายบัญญัติว่าถ้าโกงจำนำข้าวจะต้องออกจากตำแหน่ง และต้องติดคุก..ก็ถ้าไม่ได้โกงจำนำข้าวจะมาเดือดร้อน ดิ้นๆๆ ทำไม !!

พวกเราใครมาหมิ่นก็สวนตอบโต้ได้ แต่เบื้องสูงท่านลงมาโต้ตอบกับพวกหมิ่นไม่ได้เหมือนคนทั่วไป จึงจำเป็นต้องมีมาตรา 112 นี้ไว้ กันพวกทุยตกมันแดงมาขวิดเอา ประมุขของประเทศใดก็ตาม ย่อมถือเป็นเกียรติยศสูงสุดของประเทศนั้น แค่มีมาตรา 112 ทุยแดงยังหมิ่นกันขนาดนี้ และอาฆาตมาดร้ายท่าน กันทุกวัน ถ้าไม่มีมาตรา 112 พวกนี้ก็จะรังแกท่านสบายเลย โดยที่ท่านก็ทำอะไรไม่ได้ สรุปกฎหมายมาตรานี้มีไว้เพื่อปกป้องพระองค์ท่านจากคนพาลนั่นเอง

ส่วนบางคนก็สงสัยว่า ชายดูไบ ทำไมถูกพิพากษาโดยศาลเดียว? และจำคุก 2 ปี ทำไมไม่กลับมารับโทษสักพัก ก็ออกมาได้แล้ว ? เรื่องนี้อธิบายดังนี้

1. ถูกพิพากษาโดยศาลเดียว คือ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง ก็เพราะกฎหมายเขาเขียนไว้ไง เพราะนักการเมืองมีวาระแค่ 4 ปีเอง และส่วนใหญ่ก็หลุดจากตำแหน่งก่อนวาระเสมอ รมต.บางคนเป็น 6 เดือนเอง สมัยปูเน่าปรับ รมต.ถี่มาก ราวกว่า 200 คนได้มั้งที่ได้เป็น รมต. (นับรวมคนที่เป็นซ้ำด้วย) แทบเป็น รมต.กันทั้งบริษัทอยู่แล้ว แล้วแบบนี้จะให้สู้คดี 3 ศาล เป็น 10 ปีได้ไง มันก็ตายไปก่อนแล้ว และพวกนี้เล่ห์เหลี่ยม และเงินมาก กฎหมายเขาถึงบัญญัติให้ศาลเดียวพอ

2. จำคุก 2 ปี ทำไมไม่กลับมารับโทษ..มันตัดสินไปได้แค่คดีเดียวแล้วเหลี่ยมมันหนีเตลิดไปไง มันยังมีคดีค้างที่ศาลอีกราว 15 คดีที่รออยู่ และคดียังไม่จำหน่าย จะเดินหน้าพิจารณาคดีก็ไม่ได้ เพราะผู้ต้องหายังไม่มาปรากฏตัวในการพิจารณาคดีนัดแรก..ขืนเหลี่ยมยอมมาเข้าคุกคดีที่ตัดสินไปแล้ว ศาลก็ต้องถูกอายัดตัวทันที นำขึ้นปรากฏตัวในที่ดีที่เหลือ 2, 3,4...15 ที่นี้การพิจารณาจะเป็น Auto Run ไปเรื่อยๆ จนถึงพิพากษาได้เลย โดยไม่สนใจว่าเขาจะอยู่ที่ไหน

4011 - -"

 
 

โดย: อิอิ IP: 124.120.4.133 วันที่: 16 เมษายน 2557 เวลา:13:32:06 น.  

 
 
 
ที่นี้เหลี่ยมก็กลัวซิ ขึ้นเจอจำคุกอีกสัก 10 คดี x 2 ปี = 20 ปี..ที่นี้พอออกจากคุกคดีแรก ก็ต้องมาติดคดีที่ 2 ที่ 3...ที่ 10 เพราะคดีต่างเรื่อง ต่างกรรม ต่างวาระกัน..ก็ตายคาคุกซิ นี่แหละที่เหลี่ยมกลัวหนักหนาไม่กล้าเข้ามา ทั้งที่ทุกคนก็กวักมืออยากให้เข้ามาวันนี้เลย จะช้าอยู่ใย มันถึงอยากให้นิรโทษกรรมไง จะได้ล้างคดีเก่า และคดีที่กำลังรอพิจารณาอยู่ แถมยังจะต่อรองเอาเงินที่โกง 4.6 ล้านบาทคืน บอกว่ากว่าจะโกงมาได้ขนาดนี้ยากนะ ขอคืนเถอะ..บ้าไปแล้ว แบบนี้เหลี่ยมก็ต้องหนีโทษจำคุกคดีแรกต่อไป จนกว่าจะหมดอายุความ 15 ปีนับแต่วันพิพากษา

ช่วงสงกรานต์นี้ เขาจึงทำได้เพียงสไกป์จากเกาะฮ่องกง มาหาญาติที่เชียงใหม่ หน้าตาไม่สดชื่น แววตากังวล หน้าเหี่ยว ไหล่ห่อ คอตก มีเงินมากมายแต่หาความสุขสบาย ที่แท้จริงไม่ได้เพราะหมิ่นเบื้องสูง พอลูกน้องถามท่านจะเอายังไง ชายดูไบ ตอบว่า “ผมไม่ยอม ให้พวกเราลงใต้ดิน" เพราะเขาสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นจริงๆ..หลังสงกรานต์คนเสื้อแดงที่มาชุมนุม ได้ลงใต้ดินแน่ๆ เตรียมถูกพวกเดียวกันบอมบ์ ศพแหลกเหลวถูกฝังอยู่ใต้ดินนั่นแหละ

จับตาหลังสงกรานต์ เพราะเขาจะไปจีน เพื่อให้ครอบครัวและวีไอพีอีกสาย “เผ่นหนี” ออกนอกประเทศตามไปสมทบ ไปเสวยสุขอยู่ต่างประเทศ งานนี้คนเสื้อแดงเตรียมล่ำลาญาติเสียก่อนถูกหลอกจ้างมาชุมนุมลอยแพนะ เพราะ “บอมบ์ “สังหารคนเสื้อแดงด้วยกันเองคราวนี้ แรงระเบิดแสวงเครื่องที่แก๊งค์อั้งยี่แดงทำไว้มันแรงมาก ชิ้นส่วนร่างกายจะขาดกระเด็นจากกันไปคนละทิศละทาง ใส้แตกแหลกเละ จะสั่งลาคนที่บ้านไม่ทัน ส่วนพวกที่เหลือก็ติดคุก และโดนคดี หมดเนื้อหมดตัวกันไป..เหมือนเดิมนะ

ทุยแดงพวกนี้ทำเวรทำกรรมมามาก เห็นผิดเป็นชอบ ไร้สติ ขาดปัญญารุนแรง แบบกู่ไม่กลับ ตัวเองไม่ค่อยจะมีหญ้าแดก แต่ออกมาต่อสู้เพื่อให้เศรษฐีแสนล้านกินไข่ปลาคาเวียร์ ที่เป็นโรคจิต ได้กลับมามีอำนาจ ข่มเหง แบ่งแยกชนชั้น และทำร้ายประเทศชาติบ้านเกิดเมืองนอน

ครั้งก่อน แก๊งค์แดงใส้แตก ที่บางรายก่ออุบาทพระเพลิง รับกรรมระเบิด "ไปป์บอมบ์บ์" โดนตัวเองจนแขน ขา กระเด็นไปคนละทิศละทาง ที่ซอยราษฎร์อุทิศ 25-27 ใกล้สุเหร่าทรายกองดิน แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี เมื่อค่ำวันเสาร์ที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา นั่นและ ผลการตรวจหลักฐานครั้งนั้นพบระเบิด "ไปป์บอมบ์บ์" อีกหลายลูกในเวลาต่อมา ตรวจค้นบ้านเช่าของแก๊งค์นี้ พบอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องไม้ รวมทั้งวัสดุ ประกอบระเบิดแสวงเครื่องอีกเพียบ

บ้านเช่าหลังนั้นเป็นแหล่งซุกซ่อน และผลิตวัตถุระเบิดชนิดแสวงเครื่อง ของกลางที่ตรวจพบในบ้าน และรอบๆ บริเวณบ้านเช่ากว่า 20 รายการ ที่ยึดได้ เช่น กระเดื่องถังดับเพลิง 9 อัน , หัวถังดังเพลิงพร้อมกระเดื่อง 1 อัน , แผ่นกระดาษอธิบายการทำงานของวงจรตั้งเวลา 1 สัปดาห์ 4 ชุด , ซากโทรศัพท์มือถือยี่ห้อหนึ่งที่นิยมนำมาประกอบเป็นระเบิด , หัวตะปูที่ถูกตัดแล้ว คล้ายเหล็กตัดท่อนเพื่อทำเป็นสะเก็ดระเบิด , บัตรเติมเงินโทรศัพท์ , เศษสายไฟ , ถุงมือ , กาวซีเมนต์ , ม้วนตะกั่วบัดกรี , ซากระเบิดปิงปอง ,กระป๋องที่มีคราบดินระเบิด , หมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกฉีกทำลาย , หน้ากาก , แว่นตา , เศษซองปืน , สัญญาเช่าบ้านหลังนี้ , เอกสารเกี่ยวกับบุคคล , เสื้อผ้า ของใช้ , ลายนิ้วมือ ฯลฯ

รอบๆ บริเวณบ้าน มีการเผาถุงดินระเบิด และชนวนระเบิดปิงปอง รวมทั้งพบถังปูน 2 ถัง ที่มีการเผาทำลายก้นถังด้วย ภายในตู้เสื้อผ้ามีเสื้อสีแดง และสัญลักษณ์แก๊งค์แบ่งแยกดินแดน นปช.แขวนอยู่อย่างโจ่งแจ้ง แก๊งค์นี้เร่งผลิตระเบิดเพื่อให้ทันกับการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงที่จะ “ บอมบ์คนเสื้อแดงด้วยกันเอง ในช่วงหลังสงกรานต์ “ เพื่อให้แกนนำแดง เช่น ผู้พันเปีย แนวคิดการปฏิวัติฝรั่งเศส และแกนนำสู้แล้วรวย จะได้ใส้ร้าย ป้ายสี โยนความผิดให้สถาบัน ชายชุดเขียว มุกเดิมเหมือนปี 53 “ แต่คนเสื้อแดงตายจริง “

บ้านเช่าหลังนั้น จึงเป็นแหล่งประกอบระเบิดแสวงเครื่อง มีวัตถุระเบิดซุกซ่อนอยู่จำนวนมาก มีทีมงานราว 10 กว่าคน รถตู้ติดฟิล์มกระจกทึบ 1 คัน และรถจักรยานยนต์อีกหลายคัน เมื่อประกอบเสร็จก็จะมีทีมขนส่งวัตถุระเบิดไปให้เป้าหมาย ทีมวางระเบิด หรือ ทีมก่อเหตุ ซึ่งเป็นอีกชุดหนึ่งแยกต่างหากจากกัน แก๊งค์นี้เชื่อมโยงกับเหตุป่วนในเขต กทม. และปริมณฑล และเชื่อมโยงกับการระเบิดที่จังหวัดชายแดนใต้ ช่วงที่ผ่านมานี่แหละ

แก๊งค์นี้เชื่อมโยงกับ อส.คนหนึ่ง ที่ใกล้ชิดกับข้าราชการแดง ผอ.ศูนย์ที่นั่น เป็นลูกน้องชายดูไบ ที่ไม่ถูกกับเป็ดเหลิมนั่นแหละ พวกนี้หวังผลหลายอย่างในเวลาเดียวกัน คือ
- ล่อบิ๊กสีเขียวลงไปหาจังหวะลอบทำร้าย แต่ก็ล้มเหลว ( ล่อหลอกไปครั้งแรกที่https://www.facebook.com/media/set/?...4770444&type=3 )
- ดึงกำลังชายชุดเขียวจากส่วนกลาง และอีสาน หมุนเวียนลงไปช่วยชายแดนใต้ ให้ส่วนกลางกำลังลดลง เพื่อก่อเหตุรุนแรงหลังสงกรานต์
- ดิสเครดิตลูบคมแม่ทัพ 4 คนใหม่ และก่อกวนให้คนต่างชาติกลัว ไม่กล้ามาเที่ยวช่วงสงกรานต์
- แสดงศักยภาพในการก่อความรุนแรง ให้คนท้องถิ่นหวาดกลัว ย้ายออกไป และแย่งชิงที่ดินมาเป็นของแก๊งค์อั้งยี่แดงเอง เพราะอยู่ในโซนพลังงานมหาศาล สังเกตได้จากการโจมตีที่พุ่งเป้าไปที่โกดังร้านค้าส่งแห่งหนึ่ง ที่ถูกโจมตีมากว่า 30 ครั้งแล้ว ที่ร้านค้านี้มีคนงานทำงานกว่า 1,000 คน ส่วนใหญ่เป็นคนไทยพุทธ ( ตามที่เล่าให้ฟังแล้วที่https://www.facebook.com/media/set/?...4770444&type=3 )

แก๊งค์นี้ยังก่ออุบาทพระเพลิงอีก..เมื่อวันที่ 5 เม.ย 57 เวลาประมาณ 02.15 น. แก๊งค์อั้งยี่แดงกล้าล้วงคอตำรวจ ด้วยการวางระเบิด แสวงเครื่อง C4 หนักประมาณครึ่งปอนด์ หรือประมาณ 500 กรัม หุ้มด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ หรือห่อพลาสติก ต่อชนวนหน่วงเวลา ระเบิดด้วยฝักแค และใช้วิธีจุดชนวนด้วยไฟแช็ค โดยอานุภาพระเบิด รัศมี 20 เมตร และรัศมีทำลายล้างประมาณ 5 เมตร จากนั้นจึงวางไว้ข้าง “ วังปารุสก์ “ ก่อนขับรถหลบหนี แรงอัดของระเบิด ส่งผลให้รถหกล้อตำรวจเสียหาย และกระจกภายในตำหนักจิตรดา ภายในพิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสวัน แตกเสียหายจำนวน 11 บาน !!..

งานถือถือว่าแก๊งค์อั้งยี่แดงประกาศเปิดศึกกับตำรวจแบบเปิดหน้า ล้วงคองูเห่าวางระเบิดวังปารุสก์ที่เป็น “พิพิธภัณฑ์ตำรวจ”..เพราะแก๊งค์นี้เพิ่งประกาศวันเวทีถนนอักษะ ว่าเตรียมวางระเบิดแบบนี้ไว้อีก 77 ลูก..คงจะได้เห็นตำรวจฝ่ายดี แสดงฝีมือจัดการเสี้ยนแดงที่กล้ามาหยามตัวเอง..และเป็นลางร้ายสำหรับแก๊งค์อั้งยี่แดงชัดๆ ที่วางระเบิดข้างวังเก่า..มันเหมือนการลดทอนบุญตัวเอง และทำให้บารมีจากบูรพกษัตริย์สาปแช่งคนที่อยู่ในเครือข่าย หรือสนับสนุนแก๊งค์นี้ ให้ต้องตายตกไปตามกัน..น่าจับตามาก !!

10 เมษา ที่ผ่านมา นักฆ่าแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้ทักทายอับดุล ขณะรดน้ำขอพร ด้วยปริศนาถ้อยคำว่า “ อดทนหน่อยนะ แต่ต้องทำต่อไป ”..อืมม..อดทนอะไรน้า ไม่รู้จริงๆ..ฮา

ส่วนโกเต็ก แดงหมิ่นเจ้าผู้ห้าวเป้ง มีความเชื่อมั่นในตัวเอง และประเมินว่า "บารมีชายชุดดำใหญ่" จะคุ้มหัวคุ้มกะลาหัวได้ จึงเผยธาติแท้ที่ตรงข้ามกับป้ายที่ทำ และเสื้อ ที่หมิ่นเบื้องสูงอย่างแรงชัดเจน กลายเป็น "ปลาหมอตายเพราะปาก" โดนหมายจับ หนีตายหัวซุกหัวซุน ล่าสุดโดนปาระเบิดขวดใส่เสาสถานีวิทยุเข้าให้อีก แต่ไม่วายตกมัน หันกลับมาขวิด แฉ พวกเดียวกันเองว่า “ ปุ้ม ญาติหล่อใหญ่ นั้นชายดูไบ ไม่เอา แต่เพราะปูเน่า เกรงใจ ว.5 สี่ฤดู แก๊งออฟโฟร์ ก็เอามาอยู่ด้วย เป็นภัยต่อรัฐบาลเทียม คิดว่าจะอยู่รอดเหรอ “ ..เอ๊ะๆ..เกรงใจอะไรกับ ว.5 สี่ฤดู นักหนาเนี่ยยย..ฮา

แล้วเกี่ยวอะไรกับหญิงกลางคน ที่เบอะๆ บ๊ะๆ คนหนึ่ง ที่รับว่าขึ้นไปชั้นเจ็ดโรงแรมสี่ฤดูตามลำพังสองต่อสองนาน 2 ชั่วโมง ฝ่ายชายก็อ้างว่าขึ้นไปห้องนั้นแค่เปลี่ยนชุด ส่วนเมียหลวงเขาก็แฉว่าผัวเป็นคนเสร็จเร็ว ต่อมาแม่บ้านก็ไปทำความสะอาดห้องน้ำใหม่และเปลี่ยนผ้าเช็ดตัวใหม่ พนักงานโรงแรมก็เก็บถุงยางได้ เอาไปตรวจ DNA จนป่านนี้หายเงียบไป..งัยกันเนี่ยย

เสธ ฝากเพลงไว้ท่อนหนึ่งนะ..งึกๆ งักๆ มันเป็นตะงึก ตะงักๆ #$%$^%&*&+*^&%$#..ฮา

ที่มา แฉ..ความลับ @เสธ น้ำเงิน https//www.facebook.com/topsecretthai

1606
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.120.4.133 วันที่: 16 เมษายน 2557 เวลา:13:32:30 น.  

 
 
 
บันทึกลับ !! เรือเอกวัชรชัย ชัยสิทธิเวช
ผู้ลอบปลงพระชนม์ ในหลวง ร.8

ได้มีโอกาสเจอคุณลุงท่านหนึ่ง(ขอไม่เปิดเผยนาม)ที่เป็นคนในครอบครัวของ ศ.นพ.ชุบ โชติกเสถียร หรือฉายา " หมอสปัสซั่ม " ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลจุฬาฯ

ผู้ชันสูตรพลิกศพของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 8 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ท่านเป็นหมอที่ยืนยันว่านอกจากจะมีการลอบปลงพระชนม์ด้วยอาวุธปืน " พาราเบลลั่ม "แล้ว ยังมีการวางยาในหลวง วางยาต้นห้อง

คุณลุงนั่งกินหมูกะทะกับผมโดยบังเอิญที่หน้าสถานีวิหคเรดิโอ เชียงใหม่ เมื่อ 19 พฤษภาคม 2556 เพราะท่านมาวันเกิดลูกของน้องชายผม เลยคุยกันแบบถูกคอเรื่องบ้านเมือง

ในอดีตจนถึงปัจจุบัน คุณลุงเล่าให้ฟังเรื่องการลอบปลงพระชนม์ ร.8 ว่า ศ.นพ.ชุบ โชติกเสถียร บิดา จะไปเป็นพยานในศาลคดีลอบปลงพระชนม์ ปรีดี ได้มาเจรจา

เพื่อให้ยอมไปให้ปากคำว่าเป็นการปลงพระชนม์ตัวเอง โดยยื่นสินบนด้วยคำพูดว่า "จะเปิดคลังหลวงให้และให้เอากระเป๋าไป2ใบ ใส่เงินเท่าที่ใส่ได้ให้ไปกินอยู่ตลอดชีวิต แค่อย่าให้ปากคำกับศาลว่าเป็นการลอบปลงพระชนม์"

ในสมัยนั้นถ้าใครไม่ยอมทำตาม ก็จะมี "เก๋งดำ" หรือรถยนต์เก๋งสีดำ มาจอดหน้าบ้าน นั้นหมายถึงว่าตายทุกราย จนข่าวนี้โด่งดังจนเกิดข่าวลือว่า ศ.นพ.ชุบ ตายแล้ว อันที่จริงแล้ว ศ.นพ.ชุบ ได้จ้างทหารมาเป็นยามถือปืนลูกซองอยู่ในบ้านใครเข้ามา

"ยิงทิ้งทันที" จากนั้นก็ไปให้ปากคำกับศาลยืนยันว่าเป็นการลอบปลงพระชนม์จริง ระบุว่าในการตรวจพระศพยังพบว่ามีการ "ลอบวางยา" ต้นห้องของในหลวงรัชกาลที่ 8

และในพระวรกายของพระองค์ท่านยังพบว่า มีการพบ "น้ำมันละหุ่ง" ในปริมาณมากผิดปกติ จนทำให้เกิดอาการ "มึนงง" ก่อนการลอบปลงพระชนม์

คำว่าหมอ "สปัสซั่ม" สื่อมวลชนในสมัยนั้น ได้ให้ฉายา กับ ศ.นพ.ชุบ เพราะคำให้การที่อธิบายถึงคนที่จะยิงตัวตายได้จะต้องมีอาการเกร็ง หรือ "สปัสซั่ม" แต่ในหลวงรัชกาลที่ 8

ไม่มีอาการดังกล่าว นั้นยิ่งชัดว่าเป็นการลอบปลงพระชนม์ ที่ ศ.นพ.ชุบไม่ให้ปากคำตามที่ปรีดีต้องการ เพราะท่านได้ทุนเจ้าฟ้าเรียนในประเทศอังกฤษตั้งแต่อายุ 13 ปี

มีพี่น้องคือ 1.หลวงประเสริฐไมตรี โชติกเสถียร 2.พลเอกหลวงสุระณรงค์ โชติกเสถียร สมุหราชองครักษ์-องคมนตรี 3.ศ.นพ.ชุบ โชติกเสถียร 4.ท่านผู้หญิงศิริ สารสิน เป็นบุตรของ

ทูตพระสัมผกิจปรีชา โชติกเสถียร และคุณหญิงฉลวย โชติกเสถียร ซึ่งพลเอกหลวงสุระณรงค์ โชติกเสถียร คือ สมุหะราชองครักษ์ ต่อมาได้รับโปรดเกล้าให้เป็น "องคมนตรี"

โดยได้รับใช้ดูแลในหลวงรัชกาลที่ 8 และ 9 พระพี่นาง สมเด็จย่า มาตั้งแต่สมัยเป็นเด็กในประเทศไทยตอนยังไม่ได้ครองราชบัลลังค์ ก่อนเสด็จไปประเทศสวิสฯ

ทำให้ ตระกูล "โชติกเสถียร" มีความใกล้ชิดและจงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรีเป็นอย่างมาก พอเกิดการเปลี่ยนแปลงจากคณะราษฎร์ยึดอำนาจกันเอง ทำให้ปรีดีหมดอำนาจ

จากฝีมือจอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์ ชีวิตของ ศ.นพ.ชุบ จึงรอดเงื้อมมือมัจจุราชมาได้ และได้ก่อตั้งโรงพยาบาล หน่วยแพทย์อาสา จนสิ้นอายุขัยด้วยวัยชรา

ลุงตั้งข้อสงสัยว่าทำไมสำหรับ ใจ ลูก ดร.ป๋วย มาใส่ร้ายโจมตีรัชกาลที่ 9 กล่าวหาว่าเป็นผู้ลอบปลงพระชนม์รัชกาลที่ 8 เพื่อแย่งชิงราชบัลลังค์นั้น ผมอธิบายกับคุณลุงนิต

ตามหลักยุทธศาสตร์การเมืองว่า เป็นเรื่องที่ไม่แปลก เพราะทั้ง ป๋วย ทั้ง ใจ เป็นฝ่ายซ้ายนิยมในคอมมิวนิสต์ แม้ ดร.ป๋วย จะเป็นเสรีไทยสายอังกฤษ แต่ก็ไม่นิยมเจ้าจึงเป็นพรรคพวกเดียวกับอำมาตย์ตรีปรีดี การปล่อยข่าวทำลายสถาบันกษัตริย์

เป็นหลักในการล้มล้างการปกครองในประเทศฝรั่งเศส ที่จะปล่อยข่าวทำลายราชวงศ์ก่อนที่จะมีการโค่นล้ม โดยมีรากเหง้ามาตั้งแต่ ประชาธิปไตยเกิดขึ้นที่นครรัฐกรีกโบราณช่วงศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาล ยุค เมโสโปเตเมีย ฟินีเซียและอินเดีย

ที่มีนักปราชญ์ที่รู้จักกันในนาม "เพลโต้" democracy ในภาษาอังกฤษมีรากศัพท์มาจากภาษากรีกโบราณว่า "ดีมอคระเทีย" หลังการลอบปลงพระชนม์สมัยนั้น

คดีลอบปลงพระชนม์" ถูกรื้อฟื้นอีกครั้ง หลังจาก จอมพลสฤษดิ์ ยึดอำนาจจอมพลป.สำเร็จ โดยถือหลักคิดโจโฉ ถือธงนำหน้า ปกป้องพระเจ้าแผ่นดิน ส่วนวาทกรรมที่ว่า "ปรีดีฆ่าในหลวง"

ที่มีการประกาศในโรงภาพยนต์สมัยนั้น เกิดจากประชาชนที่อดรนทนไม่ไหวกับการยึดครองอำนาจของคณะราษฎร์ เกิดการทุจริต คอรัปชั่น เข่นฆ่าประชาชน ฆ่ารัฐมนตรี รัฐประหารกันเองหลายสิบครั้ง ฆ่าในหลวง อีกต่างหาก

แต่ฝ่ายซ้าย หรือฝ่ายคอมมิวนิสต์จะเอามาโจมตีว่าเป็นฝีมือของ “พรรคประชาธิปัตย์” พรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นโดย นายควง อภัยวงศ์ น้องชายของพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี

ของรัชกาลที่ 6 โดยเจตนาโจมตีป้ายสีรัชกาลที่ 9 ว่าเป็นผู้ลอบปลงพระชนม์ ให้เกิดเป้าหมายสูงสุดคือปลุกให้ประชาชนไม่พอใจลุกฮือเปลี่ยนแปลงการปกครอง เหมือนที่เกิดในฝรั่งเศส รัสเซีย ฯลฯ

การสอบสวนคดีลอบปลงพระชนม์ ร.8 จอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์ รื้อฟื้นขึ้นเมื่อ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๔๙๐ มีการแต่งตั้งใด้ พล ต.ต. พระพินิจชนคดี

กลับเข้ารับราชการทำหน้าที่สืบสวนกรณีสวรรคตเสียใหม่ หลังถูกปลดออกในช่วงรัฐบาลจอมพล ป.(นอมินีปรีดี) บทสรุปจากบันทึกจากทั้งฝ่ายคอมมิวนิสต์ คือฝ่ายผู้แพ้ ฝ่ายขวา คือฝ่ายชนะ และคนกลาง ตรงกันคือ ในหลวงรัชกาลที่ 8 ถูกลอบปลงพระชนม์จริง

จากพยานที่ถูกบันทึกไว้ทั้ง 3 ฝ่ายระบุตรงกันรวมทั้งคำพิพากษาศาลฎีกาคดีลอบปลงพระชนม์ว่า เพราะในหลวงรัชกาลที่ 8 จะลาออกมาเลือกตั้งแข่งขันเป็นนายกรัฐมนตรี และจะให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เป็นในหลวงแทน

จากการสอบสวนและบันทึกส่วนพระองค์พบว่า ร.8 ท่านทนไม่ได้ที่ถูกปรีดี ในฐานะนายกรัฐมนตรีและผู้สำเร็จราชการฯริบรอนพระราชอำนาจ กดขี่ จนมีบันทึกในประวัติศาสตร์ไว้ว่า " แม้แต่รถก็ไม่มีให้ใช้ หากแม่เราป่วยจะไปโรงพยาบาลจะไปอย่างไร "

จากผู้อยู่ในเหตุการณ์ระบุว่าผู้ลงมือลอบปลงพระชนม์คือ " รอ.วัชรชัย " อดีตรองราชเลขาสำนักพระราชวัง คนสนิทปรีดี ที่ทำหน้าที่เป็นรองราชเลขาสมัยนั้น ที่เริ่มให้ ร.8 ซ้อมยิงปืนเมื่อเกิดเหตุจะได้ไม่มีใครสงสัย ลอบสังหารต้นห้องจนเสียชีวิต

จากนั้นเข้าไปวางยา ร.8 แล้วจึงลอบปลงพระชนม์ด้วยอาวุธปืน เมื่อสำเร็จก็หลบหนีไปร่วมกับอำมาตย์ตรีปรีดียังประเทศจีน แล้วกลับมาร่วมกันก่อกบฎวังหลวง กบฎแมนฮัตตัน กบฎเมษาฮาวายแต่ไม่สำเร็จ

จอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์ ใช้อำนาจศาลสั่งประหาร นายเฉลียว ปทุมรส อดีตราชเลขานุการในพระองค์ นายชิต สิงหเสนี และนายบุศย์ ปัทมศริน สองมหาดเล็กห้องพระบรรทม

ในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๔๙๐ ฐานละเลยการปฎิบัติหน้าที่ปล่อยปละละเลยให้เกิดการลอบปลงพระชนม์ และเกี่ยวพันการลอบปลงพระชนม์ ส่วน ร.อ.วัชรชัย

ที่หลบหนีไปกับปรีดีหลบซ่อนในจีน ได้ขอให้ทางการจีนสังหารให้ตายตกตามกัน ส่วนปรีดี โจวเอนไหล เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้เชิญให้ออกจากประเทศไปลี้ภัยในประเทศฝรั่งเศส จนกระทั่งเสียชีวิตบนโต๊ะทำงานด้วยโรคหัวใจ

เรื่องการใส่ร้ายป้ายสีสถาบันกษัตริย์ ฝ่ายคณะราษฎร์ได้เริ่มกระทำการปลุกปั่นอย่างหนักมาตั้งแต่เริ่มทำการปฎิวัติสยาม 24 มิถุนายน 2475 และกระทำหนักป้ายสี ร.9

ในยุคจอมพล.ป. เพื่อหวังยึดอำนาจการปกครองให้เบ็ดเสร็จ แต่ถูกจอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์ รัฐประหาร จึงมีการรื้อคดีลอบปลงประชนม์ขึ้นมา ต่อมาพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หรือขบวนการก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ได้นำหลักนี้มาป้ายสีอีก

ก่อนเกิดเหตุการณ์วันเสียงปืนแตก คือวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2508 ซึ่งเป็นวันที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยใช้อาวุธโจมตีกองกำลังของรัฐบาลไทยเป็นครั้งแรก

จนกระทั่งมาในยุคคอมฯขบวนการแบ่งแยกดินแดนเสื้อแดงก็นำวิธีเดียวกันมาใช้ ตั้งแต่ ราว1มกราคม 2552 ก่อนเกิดเหตุการณ์เมษาจราจล 12-15เมษายน 2552

เพราะกลยุทธดังกล่าวในการป้ายสีสถาบันกษัตริย์คือหนึ่งในหลักล้มล้างการปกครองที่มีต้นแบบมาจากการปฏิวัติฝรั่งเศส ระหว่าง ค.ศ. 1789-1799 เป็นยุคสมัยแห่งกลียุค (upheaval)

ที่นิยมกระทำกันมากหลังสงครามโลกครั้งที่สองทำให้ประเทศในโลกถึง 1 ใน 3 ของโลก กลายเป็นคอมมิวนิสต์

สิ่งเหล่านี้คือประวัติศาสตร์ กลยุทธการเมือง ที่สลับซับซ้อน ที่เป็นรากเหง้าของประเทศไทย ที่ได้ค้นคว้าจากคำบอกเล่าจากคนมีชีวิต และบันทึกของทั้งฝ่ายคอมมิวนิสต์ คนกลาง

และฝ่ายชนะ อันจะเป็นบทเรียนสำหรับคน ไทยทั้งชาติได้จดจำ รู้ข้อเท็จจริงมิให้เกิดขึ้นอีกในภายหน้า สิ่งหนึ่งที่ได้จากประวัติศาสตร์คือ ผลของกรรมที่เกิดจากการกระทำไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหน ผลกรรมยุติธรรมเสมอ ทำกรรมใดไว้ก็จะได้รับผลกรรมตามนั้น

“ รู้จักแผ่นดินถิ่นกำเนิด รู้จักเทิดองค์กษัตริย์ของรัฐถา รู้จักคำสั่งสอนขององค์พระศาสดา จงรู้ซึ้งคำว่าประชาธิปไตยแบบไทยๆ “

บทกลอนในหนังสืออำนาจที่ยิ่งใหญ่ โดย ไกรสร ตันติพงศ์ ปรามาจารย์การเมือง

เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา
8 เมษายน 2557

เครดิต : เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา-สถานีวิหคเรดิโอ

ข้อมูลอ้างอิง

1.คำบอกเล่าหลายท่านจากผู้ที่มีชีวิตลุงมานิต - ไกรสร ตันติพงศ์ ปรามาจารย์การเมือง

2.หนังสือของฝ่ายคอมมิวนิสต์-คนกลาง-เหตุการณ์หลังปฎิวัติสยาม 24 มิถุนายน 2475

3.บันทึก ลับ จอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์

4.บทความเรื่องเล่าลุง... ลอบปลงพระชนม์ ร.8 เมื่อ 22 พฤษภาคม 2556

1059
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.120.4.133 วันที่: 16 เมษายน 2557 เวลา:13:33:21 น.  

 
 
 
Panadda Diskul

เปิดใจพูดเนื่องในปีใหม่ไทย
ข้าพเจ้าขอเปิดใจพูดสักเรื่องในเช้าวันนี้ เก็บความรู้สึกนึกคิดนี้มานานพอสมควรแล้ว ข้าราชการหลายคนผู้เป็นทั้งเพื่อนฝูงและรุ่นพี่ๆ น้องๆ ก็ถามข้าพเจ้ากันเป็นเสียงเดียว หรือแม้แต่ชาวต่างประเทศที่เขารักเมืองไทยมาก ไม่ใช่เพื่อหวังที่จะไปทะเลาะเบาะแว้งให้ต่างชาติเขาดูถูกว่าคนไทยตั้งตัว เป็นศัตรูกันเองและพูดจากันไม่รู้เรื่อง ข้าพเจ้านึกถึงคำสอนสุภาษิตไทยแต่โบราณ "หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก" ที่ข้าพเจ้าคิดว่าใช้ได้ในทุกยุคสมัยเมื่อสังคมใดประเทศใดมีปัญหา ที่มีความหมายว่า "ผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้าหน่วยงานจะต้องเป็นแบบอย่างทางจริยธรรมแก่องค์กร เพื่อที่ทุกๆ คนในองค์กรจะได้เรียนรู้และปฏิบัติตาม"

แต่ในเวลานี้คนไทยอดทนกันมานานมาก ทั้งๆ ที่ข้าพเจ้าและเพื่อนๆ หลายคนรับราชการ อีกหลายๆ คนทำงานภาคเอกชน เป็นแพทย์ เป็นพยาบาล เป็นกัปตันเครื่องบิน เป็นสถาปนิก เป็นพ่อค้า เป็น อปพร. เป็นเกษตรกร เป็นกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ แต่ก็ทำให้เราทุกคนนึกถึงสมัยก่อนที่ประเทศไทยมีความเจริญรุ่งเรืองมีความ ร่มเย็นเป็นสุขมาก ไม่เคยมียุคใดเวลาใดในอดีตที่ผู้บริหารและกองทัพไทยจะยอมให้สถาบันสูงสุดของ ชาติที่คนไทยเคารพรักและเทิดทูนถูกข่มเหงรังแกสร้างความเจ็บปวด สร้างความเสียใจให้กับประชาชนคนไทย

ภาคราชการโดยเฉพาะหน่วยงานด้านความมั่นคงต้องเป็นแบบอย่างในการแสดงออกถึง ความจงรักภักดีด้วยความบริสุทธิ์ใจ ทั้งต้องเป็นแบบอย่างที่ชัดเจนที่สุดให้กับข้าราชการทุกหมู่เหล่ารวมถึง นักการเมือง ความเข้มแข็งไม่ย่อท้อของส่วนราชการจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ ความอบอุ่นใจ และความสุขใจในการดำรงชีวิตแก่พี่น้องประชาชนที่ต่างมีความจงรักภักดีต่อ พระองค์ท่านอย่างสุดพรรณนา ภาครัฐไม่ควรเพิกเฉย ปล่อยปละละเลยความรับผิดชอบ พูดจาบ่ายเบี่ยง และสร้างความทุกข์ใจให้กับประชาชนคนไทยที่แอบร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดทุกวัน

ข้าพเจ้ามีความคิดถึงท่านผู้บริหารในอดีตหลายต่อหลายท่านที่จะไม่ยอมให้ใคร มาลบหลู่ดูหมิ่นสถาบันสูงสุดของคนไทย ท่านเหน็ดเหนื่อยมามากให้กับแผ่นดินไทยและพสกนิกรทั้งมวล ทำไมท่านผู้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบจึงไม่เข้าใจความรู้สึกของคนไทย ทำไมท่านผู้มีอำนาจหน้าที่จึงไม่มีน้ำใจให้กับคนไทยเหมือนกับเวลาที่ให้ความ สำคัญกับในเรื่องอื่นๆ ทั้งเรื่องโครงการสร้างระบบคมนาคมสมัยใหม่ ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากต่างประเทศ เปิดความสัมพันธ์กับประเทศโน้นประเทศนี้ เรื่องการบริหารจัดการน้ำ และอีกหลายๆ เรื่อง ทำไมภาคราชการจึงทำให้คนไทยรู้สึกว้าเหว่ท่ามกลางนานาอารยประเทศรอบข้างที่ เขามีความสุขไม่แตกแยกไม่ทุจริตคดโกง ไม่โลภโมโทสัน

ความในใจนี้คงสามารถถ่ายทอดออกมาได้เพียงส่วนหนึ่ง แต่ที่ยังอยู่ในใจของข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้าไม่ทราบจะพูดอย่างไรให้พี่น้องและเพื่อนข้าราชการได้เข้าใจความ รู้สึกในส่วนลึกของข้าราชการคนหนึ่งซึ่งอายุมากแล้วคนนี้ ข้าพเจ้ารักประเทศไทยมากเช่นเดียวกับพี่น้องชาวไทยทุกๆ ท่าน เราเกิดบนแผ่นดินนี้ เราตายบนแผ่นดินนี้เฉกเช่นบรรพบุรุษไทย เราไม่ร่ำรวยที่จะไปมีบ้านเรือนใหญ่โตในต่างประเทศ ไม่สามารถซื้อสินค้าราคาแพงๆ แต่เรามีหัวใจไทยเดียวกัน เรารักล้นเกล้าฯ ทั้งสองพระองค์มาก

กราบมายังทุกท่านผู้เป็นที่เคารพรักยิ่งของกระผมเนื่องในโอกาสสงกรานต์ ๒๕๕๗

/ปนัดดา ดิศกุล

5566
*.* *.* *.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.120.21.167 วันที่: 17 เมษายน 2557 เวลา:12:51:34 น.  

 
 
 
25 เม.ย.57 แฉ..ขบวนการแดงล้มเจ้าหมดมุก ปลุกมวลชน แอบอ้างพระบรมฯ

หลังจากเกิดการหักหลังกันเอง “แดงฆ่าแดง“ กวีไม้หนึ่ง ที่เป็นแดงล้มเจ้าแถวหน้า ที่บทกวีของเขาทุกบท จงใจให้ร้ายสถาบันเบื้องสูงมาตลอด เขาพร่ำเพ้อให้ร้ายแต่ว่าทรัพย์สินส่วนของพระมหากษัตริย์ ยังเป็นของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ซึ่งเป็นการโกหกใส่ร้ายแบบหน้าด้านๆ เพราะทรัพย์สินนี้ ได้ตกเป็นของกระทรวงการคลัง มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 (ตามที่เล่ามาแล้วที่https://www.facebook.com/media/set/?set=a.229030967286938.1073741973.187529244770444&type=3)

ตอนนี้ขบวนการแดงล้มเจ้าดิ้นรน และปั่นป่วนหนัก ที่มีการจัดตั้ง “องค์กรเก็บขยะแผ่นดิน “ จึงพยายามหาวิธีการต่างๆ นาๆ มาแอบอ้างว่า พระบรมฯ หนุนหลังพวกตน แก๊งนี้พยายามยามแบ่งฟ้า แบ่งวัง ทั้งที่เรื่องนี้ไม่เป็นความจริงเลยแม้แต่น้อย ล่าสุดหมดท่า ถึงกลับกล้าหมิ่นเบื้องสูง นำภาพอื่นมาตัดต่อให้ประชาชนเข้าใจว่า พระองค์ทรงพระราชทานพวงมาลา วางหน้าหีบศพ กวีแดงล้มเจ้า "ไม้หนึ่ง" เพื่อหลอกปลุกมวลชนพวกเดียวกันเองให้ฝันลมๆ แล้งๆ

โดยขบวนการแดงล้มเจ้าบริษัทเผาไทย นำภาพเหตุการณ์จริง วันที่ 25 เมษายน 2557 ที่สมเด็จพระบรมฯ ให้นายธนาคม จงจิระ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี อัญเชิญพวงมาลาพระราชทาน และพวงมาลาประทาน ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ไปวางหน้าหีบศพ “นายแก้ว พรมดี “ บิดา ร.อ.รณยุทธ พรมดี ข้าราชการในพระองค์สมเด็จพระบรมฯ ที่เสียชีวิตด้วยโรคชรา เมื่ออายุ 92 ปี โดยตั้งสวดพระอภิธรรมศพ ณ วัดป่าหวายทุ่ง ตำบลป่าตาล อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี มาตัดต่อเป็นภาพบิดเบือนให้ประชาชนเข้าใจผิดพระบรมฯ

หู ตา สว่าง ชัดเจนกันหรือยัง ว่าพระบรมฯ ถูกขบวนการแดงล้มเจ้าแอบอ้างมาตลอดเวลา ที่ผ่านมาก็ทำหนังสือราชการปลอมมาอ้างว่าพระบรมฯ สนับสนุนทหารองครักษ์ 3,000 คนคุ้มครองปูเน่า คนอื่นบอกเสื้อแดงว่าโกหกทั้งเพ ก็ไม่เชื่อกัน พร่ำเพ้ออยู่นั่นแหละ จนราชเลขาธิการ ออกมาบอกว่าเป็น “เอกสารปลอม” เท่านั้นแหละวงแตก หงายเงิบ เอาหน้าไปมุดรูไปพัก , ต่อมาไม่เลิกอ้างถึงการแบ่งส่วนราชการกลาโหมใหม่ ว่าพระบรมฯ ให้อำนาจปูเน่าควบคุมทหารองค์รักษ์ แล้วก็โดนตอกหน้ากลับไปอีก จนตอนนี้ซาไป , นี่มาใหม่อ้างพระบรมฯ ทรงพระราชทานพวงมาลา วางหน้าหีบศพ กวีแดงล้มเจ้า "ไม้หนึ่ง" อีกแล้ว..เจอหลักฐานของจริงนี้ตอกหน้าหงายเงิบ ฟุบไปอีก !!

ขบวนการแดงล้มเจ้าบริษัทเผาไทย ให้ร้ายพระบรมฯ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปเคลือบแคลงเข้าใจผิดในพระองค์ ในขณะเดียวกันก็หลอกลวงเสื้อแดง ให้พร่ำเพ้อว่ามีพระบรมฯ หนุนพวกตนเอง..หลักฐานนี้ชิ้นเดียว จบแล้ว !! เรื่องที่แอบอ้างมาทั้งหมดพังคลืน ย่อยยับ เพราะเสื้อแดงทำตัวเอง เดี๋ยวนี้โลกมันแบน จะมาหลอกกันมันไม่ง่าย..ดังนั้นต่อไปถ้าเสื้อแดงจะอ้างอะไรเกี่ยวกับพระบรมฯ ขอให้รู้ว่า “ไม่จริง”..ให้เสื้อแดงบอกต่อๆ กันไปด้วย ว่าที่ผ่านมาถูกหลอก

หลายสิบปีที่ผ่านมา เรื่องข่าวลือของพระบรมฯ เยอะมาก คนทั่วไปจะพูดถึงหรือวิจารณ์ไม่ได้ ทำให้ขบวนการแดงล้มเจ้า บริษัทเผาไทย ได้ใจใส่ร้ายเพิ่มขึ้นตลอดเวลา โดยที่พระองค์ไม่สามารถออกมาตอบโต้อะไรได้เลย ข่าวลือจึงกระจายไปทั่ว สร้างข่าวลือที่น่ากลัว ทำให้ไม่มีใครกล้าออกมาพูดอะไร ประชาชนก็เข้าใจกันผิดไปใหญ่ แต่ยามที่พวกแย้หางแดง ถูกเป่าลมเข้ารู้แย้ จนต้องโผล่หัวแสดงตนจำนวนมาก ทำให้ประชาชน หู ตา สว่าง ว่ามันมีแก๊งค์ที่จ้องทำลายสถาบันเบื้องสูงนั่นเอง

พระบรมฯ จะไปหนุนเสื้อแดงเพื่อหมิ่นในหลวงทำไม ในเมื่อตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบสันตติวงศ์ พ.ศ. 2467 พระองค์ก็เป็นรัชทายาทอยู่แล้ว การปล่อยข่าวลือว่าพระบรมฯ หนุนเสื้อแดง จริงๆ ก็คือเป็นวิธีการบั่นทอนเพื่อล้มล้างสถาบันเบื้องสูงแบบหนึ่งนั่นเอง เพื่อให้ประชาชนทั่วไปเกิดความหวั่นไหว และเคลือบแคลงในพระองค์ เพื่อต้องการทำลายให้พระองค์เสียหาย และลดความศรัทธาต่อสถาบันเบื้องสูง อันเป็นเป้าหมายปลายทางของขบวนการแดงล้มเจ้าบริษัทเผาไทย ที่ไม่ต้องการให้มีสถาบันกษัตริย์ในไทยอีกต่อไปนั่นเอง

ในขณะเดียวกันก็ยังมีคนเสื้อแดงอีกจำนวนมากมายมหาศาล ที่รักและยังต้องการปกป้องเทิดทูนสถาบันให้อยู่ดำรงต่อไป ถึงกับมีการทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างหนักว่าแบบนี้ร่วมทางกันไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ส่งผลให้เสื้อแดงหู ตา สว่าง มวลชนลดลงตลอดเวลา แม้แต่คนอีสาน ตอนนี้เขายังรักในหลวง อย่างเต็มเปี่ยมด้วยความจงรักภักดีเหนือสิ่งอื่นใด และพร้อมจะพลีชีพถวายพระองค์ได้ นั่นเพราะในอดีตพวกเขาได้รับพระมหากรุณาธิคุณมากมายเหลือคณานับจากในหลวง และราชวงค์ทุกพระองค์นั่นเอง

หลักฐานสำคัญ ที่เป็นใบเสร็จว่า ชายดูไบ คือ โต้โผทุนใหญ่ของขบวนการล้มเจ้า คือ เทปและบันทึกหนังสือแปลการให้สัมภาณ์สดกับบรรณาธิการเอเซียของ “เดอะไทมส์” สื่อออนไลน์เมืองผู้ดี ขณะที่เขาอยู่ดูไบ สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรต มีการเผยแพร่เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2552 เขาได้เปิดเผยพรั่งพรูออกมาจากปากของเขา โจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการจาบจ้วง ให้ร้ายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมฯ อย่างรุนแรง เผยตัวตนที่แท้จริงออกมาจนถึงก้นบึ้งใจ ที่ยืนยันทุกคำพูดและพฤติกรรม ที่ผ่านมาของเขาเองได้เป็นอย่างดีว่าเป้าหมายของเขามีความทะเยอทะยานจะล้มราชวงศ์จักรีของไทย

เป็นการจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างที่พวกโลกสวย คนเหนือ และคนอีสาน ไม่มีใครคาดคิด ว่าคนที่เคยได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ตั้งแต่พระราชทานกระบี่ตอนจบโรงเรียนชายชุดดำสามพราน จนเป็นถึงนายกฯ คนหนึ่ง จะกล้ามีเจตนาทำร้าย ทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างชัดเจนเยี่ยงนี้ ชายดูไบ และบริษัทเผาไทย จึงมีเจตนาที่เปิดศึกเป็นศัตรูกับคนไทยทั้งประเทศที่รักสถาบันพระมหาพระมหากษัตริย์ และราชวงศ์ นั่นเอง..คนอีสาน และเหนือ จงรู้ไว้เถิด แก๊งค์นี้แหละที่ให้ร้าย และจ้องทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ตลอดมา..บอกต่อกันไปเลย

ตอนนี้พวกเสื้อแดงเอง แฉ ด่าประจาน “กวีไม้หนึ่ง ” อย่างหนัก ว่า อมเงิน กลุ่มปฎิญญาหน้าศาล เงินหัวคิว และยังฟันเมียชาวบ้านด้วย แถมยังแฉ คนสั่งยิงอีกว่า “ นายใหญ่ สั่งห้ามไม้หนึ่ง แล้ว ช่วงนี้ให้ถอยไว้ก่อน เพราะกระแสปกป้องสถาบันเบื้องสูงมาแรงมาก แต่ไม้หนึ่ง ดื้อไม่ฟัง บอกว่าจะสู้ไม่ถอย ผลที่ออกมาจึงตามเกมส์ จำไว้พี่น้องเสื้อแดง หากใครไม่ฟังนายใหญ่ ให้ระวัง เหมือนโกตี๋ ที่หนีหัวซุกหัวซุน เพราะนายใหญ่บอกถอยพักก่อน แล้วดื้อ “ ( ดูขั้นตอนความขัดแย้ง และสั่งฆ่ากวีไม้หนึ่ง ที่https://www.facebook.com/media/set/?set=a.231896077000427.1073741983.187529244770444&type=1)

และไม้หนึ่ง ก็รู้ตัวก่อนถูกยิงตาย ว่าคนจะฆ่า คือ เพื่อนร่วมอุดมการณ์เสื้อแดงด้วยกันเอง จนเขาโพสข้อความใน FB ตัวเองว่าเพื่อนจะทิ้งกันไป และลอยแพเขา..นี่ส่อแสดงว่าเขารู้ตัวว่าเพื่อนใกล้ชิดกำลังปองร้ายเขา โดยการสั่งตายมาจากนายใหญ่..ตอนนี้แกนนำเสื้อแดงหัวโจก ที่ร่วมกันวางแผนฆ่ากวีไม้หนึ่ง หลายคนเริ่มรู้ตัวแล้วว่าต้องถูกสั่งตาย กลายเป็นเหยื่อแห่ศพรายต่อไป เพื่อมาปลุกกระแสการโกรธแค้นของมวลชนเสื้อแดง เป็นเหยื่อยกระดับการต่อสู้..คนร่วมฆ่ากวีไม้หนึ่ง จึงหวาดระแวงทุกคนที่เข้าใกล้ตนเอง !!

ตอนนี้ยิ่งชัดเจนหนักว่านายใหญ่ สั่งฆ่า เมื่อกวีไม้หนึ่งตายไปแค่ 2 วัน ก็แห่ศพไปหน้าศาลอาญารัชดา และดันได้รับเงินจากภาษีราชการ 1 แสนบาท จากกระทรวงไม่ยุติธรรม ทั้งที่คนตายหมิ่นเบื้องสูง และคดียังพิมพ์ไม่เสร็จจากโต๊ะร้อยเวรชายชุดดำเลย ขั้นตอนอยู่เพียงแค่ส่งสเก๊ตภาพคนร้ายไปขอออกหมายจับเท่านั้น และสำนวนคดีก็ยังไม่ส่งมาที่ศาล แต่คนร่วมก่อเหตุย่อมแสดงความพิรุธ เมื่อก่อนกวีไม้หนึ่งตาย อ.หวาน ที่เป็นกิ๊กกัน ก็นั่งอยู่ในร้านอาหารอยู่ด้วย และรู้ดีถึงความขัดแย้งกลับกลุ่ม อ.ตุ้ม เรื่องการยักยอกเงินเข้ากระเป๋าส่วนตัวไปเที่ยว

แต่จนบัดนี้ อ.หวาน ยังหลบเลี่ยงไม่ยอมเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน อ้างว่า “ ยังไม่ว่าง “ ต้องจัดการงานศพ ทั้งที่กวีไม้หนึ่ง ก็มีเมียถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว แฉ ไปเลย เรื่องหัวคิวที่ยังไม่จ่าย แฉให้หมดว่าไปทวงเขา หรือถูกโดนเขาทวง ประจานให้คนเสื้อแดงรู้ให้หมดเลย ว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง ถ้าหลบเลี่ยงให้ปากคำแบบนี้แหละ เขาจะจับได้ว่า “สมคบคิดและชี้เป้าสังหาร”

ส่วนพรรคพวกเสื้อแดงแหล่งส่องสุมขยะแผ่นดิน แนวคิดล้มเจ้าเหมือนกับกวีไม้หนึ่ง หลังงานศพ วัดเสมียนนารี กลับมีงานเลี้ยงฉลองชัยกันที่ร้านอาหาร ที่สามารถหาผู้สละชีวิตเพื่อปลุกมวลชนแดงได้ ดีใจกันใหญ่ เหมือนรู้ว่าคิวว่า คนเสื้อแดงรายต่อไปใครจะเป็นผู้เสียสละชีวิต..งานนี้ “ แดงฆ่าแดง “ ตายกันเป็นเบือแน่

การไล่ฆ่ากันของเสื้อแดง ไม่ใช่มีแค่นี้ การข่าวที่ได้รับมาตอนนี้พวกอมเงินหัวคิวจัดม็อบย่านพัทยา ก็เริ่มยิงหัวกันเองแล้ว เพราะถูกจับได้ว่ารับเงินค่าจ้างจัดม็อบไปแล้วอมเข้ากระเป๋า ไม่จ่ายหัวคิวลงไปยังลูกทีมในม๊อบ จึงเกิดการโวยวายฟ้องถึงหูนายใหญ่ และสั่งคนไปเก็บ ไอ้ที่เป็นศพ ลอยขึ้นอืดกันตรงนั้นตรงนี้เยอะแยะช่วงนี้นั่นแหละ พวกอมเงินหัวคิวทั้งนั้น

เตือนพวกม๊อบกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ รมต.กระทรวงคลองหลอด บังคับให้จัดม๊อบมาช่วงต้นเดือน พ.ค.57 ที่กระทรวงคลองหลอด เพื่อปะทะกับมวลชน กปปส.บางส่วนที่อยู่ที่นั่น การข่าวมาว่าท่านจะถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือ โดยแก๊งค์อั้งยี่แดง จะมีการลอบปาระเบิด RGD-5 ใส่ หรือยิง M79 ใส่เข้าไปกลางวงม๊อบกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้มีการตายและเจ็บจำนวนมาก แล้วจะนำศพทั้งในเครื่องแบบมาแห่ตามแบบคอมมิวนิสต์ เพื่อปลุกระดมมวลชนเสื้อแดง..เป็นแผนหลอกมาตายของ รมต.คลองหลอด และแก๊งค์อั้งยี่แดง ถ้ายังโง่มาตามเขาหลอก ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาจะหาว่าไม่เตือน..ใครมีญาติลือบอกต่อไปด้วย..ตอนนี้เสื้อแดงมันหน้ามืดแล้ว มันจะฆ่าทุกคน

ส่วนที่แก๊งค์แดงเนรคุณป่วนชาติ (นปช.) จะหลอกจ้างมวลชนเสื้อแดงที่ ให้ไปชุมนุมที่ถนนอักษะ กรุงเทพ ฯ อีกครั้งหลังวันที่ 6 พ.ค.57 นั้น จะเตือนคนต่างจังหวัดที่ไม่รู้ประวัติถนนเส้นนี้ว่า ถนนอักษะเส้นนี้อาถรรพ์แรง จุดชุมนุมก็อยู่หน้าองค์พระด้วย ใครไปทำไม่ดีบนถนนเส้นนี้ก็จะจบชีวิตไม่ดี ใครทำอะไรก็ได้แบบนั้น ถนนเส้นนี้ร่ำลือกันว่าใครทำร้านอาหารจะรอด แต่เปิดร้านเหล้าจะเจ๊ง กิจการร่อแร่ เป็นแบบนี้มานานแล้ว

ขนาดเด็กวัยรุ่น ยังไม่กล้าไปตั้งแก็งค์แว้นบนถนนอักษะเส้นนี้เลย เพราะตั้งแต่เปิดถนนใหม่ๆ รถล้มตายโหงไปหลายสิบคนแล้ว จนเด็กวัยรุ่นกลัวกันไปหมด จนถึงวันนี้ก็ไม่มีใครกล้าไปแข่งรถบนเส้นนี้อีก ต้องย้ายไปแข่งรถที่ถนนเส้นอื่น

เสธ เตือนคนเสื้อแดงที่ไม่เชื่อ และจะดื้อไปทำไม่ดี ขี้ เยี่ยว ส่งเสียงเย้วๆ โหวกเวก ชุมนุมบนถนนอักษะอาถรรพ์แรง ที่มีศพตายโหงหลายสิบไปแล้ว คอยดูต่อไปเถอะ..เสื้อแดงที่ไปจะถูกแกนนำบอมบ์เละ ตายอยู่เป็นผีเฝ้าถนนอักษะเส้นนี้..

ตอนเข้ามาได้ แต่ขากลับญาติจะเอาไปแต่ร่าง..ส่วนวิญญาณทิ้งไว้ที่นี่ !!
ที่มา แฉ..ความลับ @เสธ น้ำเงิน https//www.facebook.com/topsecretthai

5477
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.122.109.43 วันที่: 28 เมษายน 2557 เวลา:8:52:18 น.  

 
 
 
ทรนง ศรีเชื้อ เผยบทสนทนากับหลวงปู่ลึกลับ จากเทือกเขาตะนาวศรี ระบุประเทศเข้าสู่ยุคอำมหิต จะมีผู้คนล้มตาย มีการแตกแยกก่อนบ้านเมืองคืนสภาพ ชี้กลุ่มผู้ชุมนุมเป็นนักรบเก่าที่เคยกอบกู้แผ่นดิน ส่วนพวกเผาบ้านเผาเมือง ไม่ใช่คนไทย

วันนี้ (2 มีนาคม 2557) นายทรนง ศรีเชื้อ ผู้สร้างและผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ได้โพสต์คลิป "ทรนง กับ คำทำนายของ "หลวงปู่" " ผ่านทางบัญชียูทูบของตัวเอง โดยเล่าถึงการพบพระธุดงค์ที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งได้ทำนายชะตาการเมืองไทยเอาไว้ว่า การเมืองไทยได้เข้าสู่ยุคอำมหิต จะเกิดการจองล้างจองผลาญของคน 2 กลุ่ม มีคนล้มตายทั้ง 2 ฝ่าย ผู้นำทางการเมืองระดับใหญ่ของทั้ง 2 ฝ่ายจะถูกลอบสังหารผลัดกันไปมา ซึ่งเป็นชะตากรรมของบ้านเมือง การปะทะของทั้ง 2 กลุ่มเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จะเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว เพราะผู้คนอึดอัดและอัดอั้นมานานนับ 10 ปีแล้ว จนเมื่อหมดยุคอำมหิตจะเข้าสู่ยุคชำระล้าง บ้านเมืองจะกลับมาฟื้นคืนสภาพเดิมและดีขึ้นกว่าเก่า

โดยภายในคลิป นายทรนง ได้เล่าว่า ตนได้พบกับพระธุดงค์ชรา ในช่วงที่เดินทางไปแก่งกระจาน เมื่อราวกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้เกิดความเลื่อมใสที่ท่านเดินเท้าเปล่าแสวงหาจาริกบุญ และเวลาช่วงค่ำก็เห็นท่านเดินบนถนน เป็นเช่นนี้ติดต่อกัน 2-3 วัน จนกระทั่งค่ำวันหนึ่งขณะที่ตนขับรถขึ้นเขา ได้พบกับภิกษุชรานี้ ซึ่งขอเรียกท่านว่าหลวงปู่ กำลังธุดงค์อยู่บนไหล่เขา ตนทนไม่ไหวจึงเดินไปนมัสการท่านจะไปส่งที่วัด หลวงปู่ก็บอกว่าได้ธุดงค์แถบนี้มา 10 ปีแล้ว ตั้งแต่เทือกเขาตะนาวศรี กาญจนบุรี ราชบุรี จนกระทั่งลพบุรี จนไปถึงประจวบคีรีขันธ์

จากนั้นหลวงปู่ก็ได้ทักขึ้นว่า เป็นไงที่กรุงเทพฯ ทุกอย่างชุลมุนวุ่นวายไหม ซึ่งหลวงปู่หมายถึงเรื่องเดินขบวน การชุมนุมคัดค้านการเลือกตั้ง ก่อนจะบอกเล่าว่า เชื่อหรือไม่ว่าพวกผู้นำ นักการเมืองระดับใหญ่ทั้งหลายนั้นจะถูกลอบสังหาร ฝ่ายนั้นฆ่าฝ่ายนู้น ฝ่ายนู้นฆ่าฝ่ายนี้ กลับไปกลับมา พร้อมทำนายว่าขณะนี้บ้านเมืองได้เข้าสู่ยุคอำมหิต เป็นการล้างผลาญกันของคน 2 กลุ่ม ที่แตกแยกไม่สามารถเข้ากันได้แล้ว เหมือนน้ำกับน้ำมันเบนซิน ซึ่งเป็นชะตากรรมของบ้านเมืองที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ไม่เหมือนอดีต ผู้นำของพวกนั้นจะฆ่ากันเอง

นอกจากนี้หลวงปู่ยังได้กล่าวว่า ประชาชนที่มาเดินขบวนนั้นไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นนักรบเก่าแก่ของแผ่นดินเรา เมื่อ 200-300 ปีก่อน กลุ่มผู้ชุมนุมเคยเป็นนักรบ เคยทำการรบกับกษัตริย์กอบกู้แผ่นดินมาหลายแผ่นดิน ต่างคนต่างวาระ พอมาเกิดใหม่ก็ไม่รู้ตัวหรอกที่ออกมาเดินขบวนกันว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่พวกเขากำลังกอบกู้ชาติดั่งเช่นที่เคยทำเมื่อชาติปางก่อน ส่วนไอ้พวกเผาบ้านเผาเมืองนั้น มันไม่ใช่คนไทย ลองคิดดูว่าใครเป็นคนเผากรุงศรีอยุธยา ใครเป็นคนเผาวัดวาอารามของชาติเรา มันกลับมาเกิดมันก็เผาบ้านเผาเมือง
//hilight.kapook.com/view/98702

8 มี.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ทรนง ศรีเชื้อ” ผู้สร้างและผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ได้เล่าถึงการพบพระธุดงค์ที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี โดยตั้งฉายาว่า “หลวงปู่แห่งเขาตะนาวศรี” ซึ่งได้ทำนายชะตาการเมืองไทยเอาไว้ โดยในครั้งนี้ระบุว่า เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นเกิดจากความบ้าอำนาจความโลภของคนไม่กี่คน ทำให้สังคมไทยประเทศชาติถึงกลียุค ความขัดแย้งตอนนี้จะจบลงเมื่อทุกอย่างไปถึงสุดขั้ว จะเกิดความสูญเสียมากมาย ร้ายแรงกว่าที่คิด

“มันเกิดจากความอำมหิตของคนบางคน ทำให้เกิดความวิปริต คิดจะพลิกฟ้าแยกแผ่นดิน ยุคนี้คนเลวเกิดมาได้อายุ 60-70 ปี จะสร้างความปั่นป่วนให้บ้านเมืองที่อยู่มาช้านาน มันต้องมีจุดจบแน่ ส่วนฝ่ายที่ชนะก็คือฝ่ายที่ต่อสู้เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์”

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้หลวงปู่ฯระบุว่า การเมืองไทยสู่ยุคอำมหิต จะเกิดการจองล้างจองผลาญของคน 2 กลุ่ม มีคนล้มตายทั้ง 2 ฝ่าย ก่อนที่จะกลับมาฟื้นคืนสภาพเดิม เหตุการณ์นี้หนีไม่ได้ เกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว เพราะผู้คนอึดอัดและอัดอั้นมานานนับ 10 ปีแล้ว
//www.naewna.com/politic/94000

4276
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.122.109.43 วันที่: 28 เมษายน 2557 เวลา:8:56:55 น.  

 
 
 
26 เม.ย.57 แฉ..ประวัติ อ.หวาน ขบวนการแดงล้มเจ้า สมแล้ว จุฬาฯ ไม่จ้างต่อ

ที่ อ.หวาน ที่เป็นกิ๊ก ของกวีเสื้อแดง “ไม้หนึ่ง “ ทั้งที่เขามีเมียจดทะเบียนสมรสแล้วโทนโท่ พฤติกรรมนิสัยจึงเหมือนปูเน่าเป๊ะ คือ ชอบหาแดกผัวชาวบ้าน ไปทั่วราชอาณาจักร ปูเน่าเองตั้งแต่เป็นสาวมาจนถึงปัจจุบัน การข่าวว่าทำแท้งไปแล้วไม่ต่ำกว่า 4 ครั้ง

อ.หวาน และแก๊งค์เสื้อแดงใส่ร้ายจุฬาฯ ที่ไม่ต่อสัญญาจ้าง ว่าไม่ให้ความเป็นธรรม , เกิดจากอำมาตย์รังแก และเป็นผลพวงจากรัฐบาลฤษี ที่ออกกฎหมายประเมินการจ้างงานของมหาวิทยาลัย ดังนั้นจึงจะแฉ ประวัติพฤติกรรม อ.หวาน ขบวนการแดงล้มเจ้า จอมลวงโลกนี้ซะให้ฉ่ำปอดไปเลย ว่าทำไมจุฬาฯ จึงไม่ต่อสัญญาจ้าง

- ได้รับทุนจากจุฬาฯ ไปเรียนต่อจนถึงระดับปริญญาเอก ต่อมา จุฬาฯ จ้างไปสอนหนังสือ ในคณะอักษรศาสตร์ ภาควิชาภาษาไทย

- เคยร่วมม็อบขับไล่ชายดูไบ มาตั้งแต่สมัยปี พ.ศ. 2548-2549 ต่อมาไม่มีจุดยืนที่มั่นคงในสิ่งดีงาม และศรัทธาในความถูกต้อง เปลี่ยนไปยึดบนผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นสำคัญ

- ทิ้งงานสอนหนังสือเป็นประจำ โดยอ้างว่าต้องไปทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลเทียม ให้ปูเน่า ซึ่งทางจุฬาฯ ก็ยังพยายามอะลุ้มอล่วยให้มาโดยตลอด

- ละทิ้งอาชีพความเป็นครู ไม่รับผิดชอบการสอนหนังสือ นิสิตจะร้องเรียนเสมอๆ ว่า หวาน งดสอนบ่อยโดยไม่มีเหตุอันควร แต่จะเลือกสอนเฉพาะวิชาที่ได้เงินพิเศษ เวลาสอนก็จะเอาบทความที่ด่าทอศาลมาใช้ประกอบ , แล้วเลือกเอาบทความที่ชื่นชมรัฐบาลแดง มาใช้เป็นประจำ , ชอบเอาบทความที่วิพากษ์ด่าทอระบบกษัตริย์มาใช้สอนนิสิต จนนิสิตบางคนทนไม่ได้ต้องเดินออกจากห้องเรียนไป

- ไม่ยอมรับหน้าที่ควบคุมวิทยานิพนธ์ , ไม่เข้าประชุมกรรมการที่ตนเองเข้าร่วมเป็นกรรมการ

- เอาความเป็นอาจารย์จุฬาฯ ไปเป็นเครื่องแสดงฐานะของตน แล้วจัดรายการโทรทัศน์กลุ่มคนเสื้อแดงล้มเจ้าที่ประกาศตัวเป็นขี้ข้าชายดูไบ สถานีเอเซียอาบแดด ได้รายได้เพิ่มเติมเดือนละประมาณแสนกว่าบาท

- เคยหอบเอากระดาษคำตอบของนิสิตปริญญาโทของจุฬาฯ ไปขณะที่ไปร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงเมื่อ 2-3 ปีก่อน แล้วทำกระดาษคำตอบนิสิตหายไปทั้งหมด เพียงแค่ต้องการโชว์ว่าไม่ธรรมดา เป็นอาจารย์จุฬาฯ จบปริญญาเอก

- ติดสติกเกอร์คำว่า ไพร่ปริญญาเอก ไว้หลังรถเก๋ง

- ยกหางตัวเองเพื่อข่มผู้อาวุโสรายหนึ่งในจุฬาฯ ว่า “ป้าจะไปรู้อะไร หวานนะจบปริญญาเอกนะ ป้าต้องฟังหวานสิ หวานต้องจัดการเอง”


- เวลาเบิกเงินไปใช้ทำภารกิจใด ๆ จะไม่ส่งใบเสร็จหลักฐานให้คณะ เสมือนว่าจบปริญญาเอกแล้วใช้จ่ายเงินโดยไม่ต้องมีใบเสร็จ

- ในการเข้าคณะฯ แต่ละครั้ง หลังจากประกาศตัวเป็น “ปริญญาเอกไพร่แดง” คือ ต้องมีการ์ดถึงสองคน ตามประกบอารักขาในเวลาที่เข้าคณะ ฯ เพื่อต้องการโชว์เพาว์

- ปัญญาอ่อนจนต้องอ๊วกแตก คือ ประกาศใช้นามสกุลรัง..ณ ชินวัตร

- เป็นแนวร่วมผู้ผลักดันร่วมแก้ไขกฎหมายหมิ่นเบื้องสูง มาตรา 112 (แนวร่วม 29 มกรา) , อยู่ในกลุ่มนักวิชากำกวม “นิติราษฎร์ล้มเจ้า” , เข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่มนรกป่วนชาติ (นปช.) และขึ้นปราศรัยบนเวทีเกือบทุกครั้ง , ฝักไฝ่ระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์

- เป็นแกนนำใน "กลุ่มปฏิญญาหน้าศาล" ร่วมกับ กวีเสื้อแดงไม่หนึ่ง ที่เป็นกิ๊กกัน รับเงินสนับสนุนจากชายชุดดำใหญ่ เดือนละ 5 หมื่นบาท มาเคลื่อนไหว

- การที่จุฬาฯ ประเมินผล อ.หวาน ในระดับปานกลาง ส่งผลให้ไม่ต่อสัญญาจ้างในครั้งนี้ถือว่าได้รับความเมตตา และยุติธรรมมาก เพราะจุฬาฯ ได้จ่ายค่าชดเชยเป็นเงินกว่า 4 แสนบาท

- ปัจจุบัน ได้รับตำแหน่งใหม่ คือ เป็นกิ๊กคนตาย กับ เป็นควายหงอทุยแดง

การที่ อ.หวาน ไม่สอนหนังสือ ละทิ้งภารกิจหน้าที่สำคัญของความเป็นครู แต่กลับต้องการให้จุฬาฯ ต่ออายุสัญญาจ้างเพื่อให้ได้ทำงานในจุฬาฯ ต่อไป จึงไม่มีความละอายใจ เอารัดเอาเปรียบนิสิต และผู้ว่าจ้าง เห็นแก่ผลประโยชน์เงินทอง ไร้สำนึกสาธารณะ กำพืดและสันดานไร้สำนึกผิดชอบชั่วดี ที่สำคัญอย่างให้อภัยไม่ได้ คือ “ มีใจคิดล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ “ ทั้งที่อยู่ในสถาบันการศึกษาที่เป็นพระนามของรัชกาลที่ 5

คนจุฬาฯ บอกมาว่าพอ อ.หวาน ไม่ได้ทำงานในจุฬาฯ อีกต่อไป เสมือนแผ่นดินจุฬาฯ จะสูงขึ้น แต่หากจะให้แผ่นดินจุฬาฯ และประเทศไทยสูงกว่านี้อีก ก็หมายถึงทุกสถาบันการศึกษา ต้องให้ออก และไม่ต่อสัญญาจ้าง เพื่อปราศจากนักวิชากำกวมสอนหนังสือจำพวกอยู่ใน “ขบวนการแดงล้มเจ้า “ ที่เหลืออีกหลายคน..

การหมิ่น ให้ร้าย อาฆาตมาดร้าย สถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่เสรีภาพทางวิชาการ แต่เป็นการบ่อนทำลายเสาหลักศูนย์รวมจิตใจของประชาชนไทยทั้งประเทศ , บ่อนทำลายรากฐาน จารีตประเพณี และจิตวิญาณทางวัฒนธรรมไทย , ทำลายคนรุ่นหลัง ให้หลงลืมรากเหง้า ความเป็นมาของเผ่าพันธ์ชนชาติตนเอง , เป็นการเนรคุณบรรพบุรุษ..ทั้งที่ตนเองมีการศึกษาสูง

คนพวกนี้จึงเป็นแค่ “ ขยะ ของขยะ แผ่นดิน” ที่ต้องได้รับการกวาดล้าง และเอากลับลงไต้ดิน

ที่มา แฉ..ความลับ @เสธ น้ำเงิน https//www.facebook.com/topsecretthai

2786
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.122.109.43 วันที่: 28 เมษายน 2557 เวลา:9:03:01 น.  

 
 
 
28 เม.ย.57 เผย..รำลึกวันนี้วันดีเมื่อ 64 ปีที่แล้ว..สู่พยัคฆ์เตือนแมวไร้สมอง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงหมั้นกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 และเสด็จพระราชดำเนินนิวัตพระนครในปีถัดมา โดยประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน กรุงเทพฯ ( ดูเรื่องย้อนหลัง รักแรกพบของในหลวง ราชินี ที่ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.231611900362178.1073741982.187529244770444&type=1 )

วันนี้เป็นวันพระ และในอดีตเมื่อ 64 ปีที่แล้วเป็นวันดี เมื่อวันที่ 28 เมษายน พุทธศักราช 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์โปรดเกล้าฯ กำหนดให้เป็นวันประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส กับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ณ พระตำหนักสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ภายในวังสระปทุม อันเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า

เมื่อใกล้ถึงเวลาพระฤกษ์ เวลา 09.30 น. หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร ทรงนำหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ไปยังวังสระปทุม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธย และหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ลงนามในสมุดทะเบียนสมรส ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ราชสักขี 2 คน คือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี, พลเอกมังกร พรหมโยธี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมลงนามด้วย เช่นเดียวกับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร พระบรมวงศ์ที่ทรงนับถือ ซึ่งในการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสนี้ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์

** ดูคลิป VDO พระราชพิธีประวัติศาสตร์ หาดูได้ยากนี้ ที่ท่านจะได้เห็นวัฒนธรรมไทยอันดีงามหนึ่งเดียวในโลกที่

//www.youtube.com/watch?v=oD5Xrz4StwA



ต่อมาวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามแบบอย่างโบราณราชประเพณีขึ้น ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ เฉลิมพระปรมาภิไธย ตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"

ในโอกาสนี้พระองค์ทรงพระราชดำริว่า ตามโบราณราชประเพณี เมื่อสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเษกแล้ว ย่อมโปรดให้สถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระอัครมเหสีขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมราชินี ดังนั้น พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นกษัตริย์พระองค์เดียวในโลก ที่เป็นนักประดิษฐ์ ความสนพระทัยในงานช่างมีมาตอนพระเยาว์ สมเด็จย่าเลี้ยงดูพระองค์อย่างค่อนข้างจะเข้มงวด ไม่มีแม้แต่ของเล่นมากมายสำเร็จรูป อย่างฟุ่มเฟือยเหมือนอย่างสมัยนี้ เช่น หากพระองค์อยากได้วิทยุมาฟัง ก็ต้องเข้าหุ้นกับทูลกระหม่อมลุง ซื้อชิ้นส่วนของวิทยุทีละชิ้นๆ แล้วก็เอามาประกอบเองเป็นวิทยุ บางครั้งเงินที่ได้รับเป็นค่าขนมก็ไม่พอซื้อของที่พนะองค์ท่านอยากได้ ก็ต้องมีการหาเงินพิเศษ โดยต้องใช้ความสามารถของพระองค์ท่านเอง

ในหลวงทรงโปรดการช่างพิเศษ ตั้งแต่ในสมัยทรงพระเยาว์ ทรงนำสิ่งของที่เหลือใช้ภายในพระตำหนักที่ประทับเท่าที่จะหาได้ เช่น ไม้แขวนเสื้อมาสร้างรถไฟฟ้าแล่น มอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับทำให้รถไฟแล่นก็ทรงประดิษฐ์เอง โดยเอาลวดทองแดงมาพันเข้าเป็นแกนกลางของเครื่องมอเตอร์ ในพระตำหนักจะเต็มไปด้วยเครื่องมือช่างไม้ เครื่องช่างกล และสิ่งของที่ทรงสนพระทัย ทรงเป็นนักประดิษฐ์คิดค้นชั้นเลิศ เห็นได้จากสิ่งต่าง ๆ ที่พระองค์ทรงประดิษฐ์ หรือมีพระราชดำริให้จัดทำขึ้น

พระองค์ทรงเล่น “สร้างเขื่อนเก็บกักน้ำ“ โดยทรงขุดดินเป็นแอ่งน้ำเล็ก ๆ แล้วทรงจัดทำคลอง ทรงนำกิ่งไม้มาประดับไว้ริมคลอง เหมือนเป็นต้นไม้ที่อาศัยน้ำในบริเวณนั้น เพื่อให้เจริญงอกงาม ซึ่งในขณะนั้นคงไม่มีใครคาดคิดว่าการเล่นของพระองค์ คือ การทรงเริ่มงานเทคโนโลยีด้านชลประทานและการปลูกป่า

จนเมื่อกาลเวลาล่วงเลยไป ในระหว่างทรงครองราชย์ ฯ ได้ทรงสร้างสรรค์ผลงานด้านวิศวกรรมในการชลประทาน การสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ ฝายกั้นน้ำ คลองส่งน้ำ และการปลูกป่าป้องกันไฟป่า เป็นโครงสร้างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ยังความอุดมสมบูรณ์แก่ผืนแผ่นดินไทยอย่างกว้างขวาง..พระองค์ทรงเตรียมพร้อม ในการเป็นพระมหากษัตริย์ ผู้ปกป้อง ขจัดความทุกข์ยาก เตรียมจัดหาข้าว ปลา อาหาร ให้แก่ราษฎร ในแผ่นดินของพระองค์ มาตั้งแต่ทรงพระเยาว์มากแล้ว

เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ทรงต่อเรือรบศรีอยุธยา ย่อสเกล 1:50 พระองค์ทรงภูมิพระทัยมาก ทูลสมเด็จพระราชชนนีว่ารักมาก ต่อเหมือนที่สุด ทรงใช้ความละเอียด ใช้เวลาในการต่อนานมาก วันดีคืนดีสมเด็จพระราชชนนี รับสั่งว่าจะเอาเรือที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อนี้ไปแล้ว พระทัยนี้วูบเลย

คล้ายๆ กับว่าของที่เราต่อมา ของเล่น ต่อเรือ ต่อเรือบิน เมื่อเสร็จแล้วภูมิใจมาก สมเด็จพระราชชนนี รับสั่งว่าต้องนำไปทำประโยชน์ให้กับส่วนรวม ขอเรือลำนี้ไปประมูล เพื่อเอาเงินทำการกุศล พระองค์ทรงถูกฝึกมาตลอดเวลา จึงทรงยอม แต่ทรงมีรับสั่งว่า ประมูลได้เท่าไหร่นั้น คนทำได้ 10 % ครั้งนั้นประมูลได้ราว 60,000 บาท ทรงได้รับส่วนแบ่งมา 600 บาท เป็นเงินก้อนแรกที่ทรงได้มา และเอามาซื้อกล้องถ่ายรูปอันแรก

จะเห็นได้ว่าแต่ละสิ่ง แต่ละอย่างที่ทรงได้มาสมัยเด็กๆ ไม่ใช่ได้มาจากความฟุ่มเฟือย แต่พระราชชนนีทรงฝึก ให้ทรงทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมตลอดเวลา เป็นสิ่งที่ทรงถูกปลูกฝังตลอดมาโดยพระราชชนนี เป็นมูลเหตุสำคัญที่ทำให้พระองค์จึงเห็นแก่ประโยชน์ราษฎร์มากกว่าความเหนื่อยยากของพระองค์เอง

แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจได้เกิดขึ้น คือ เมื่อวโรกาสที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปีนั้น เรือลำนั้นได้กลับมาหาพระองค์อีกครั้งหนึ่ง คนที่ประมูลได้ครั้งนั้นได้นำกลับมาทูลเกล้าฯ ถวายคืนหลังจากที่เวลาผ่านไปหลายสิบปี บุญกุศลนั้นก็ได้กลับคืนมาหาพระองค์อีกครั้งหนึ่ง ทรงได้รับสั่งว่า "ประเทศของเราที่อยู่รอดมาได้นั้น เพราะประชาชนของเรานั้นยังให้กันอยู่"

คนไทยที่อยู่อาศัยในแผ่นดินพระบารมีของพระองค์ ไม่ว่าจะเสื้อสีใด จึงควรจะมินิสัยเป็นผู้ให้กับสังคมให้ติดเป็นนิสัย ไม่ใช่ว่าจะรับแต่อย่างเดียว เห็นแก่ได้อย่างเดียวตลอดชีวิตก็คงไม่ได้ เพราะสังคมไทยเรานั้นอยู่ได้เพราะ "การให้" ดังที่ในหลวงทรงทำเป็นตัวอย่าง ให้หมดทุกอย่างกับพสกนิกร และชาติบ้านเมือง

----------------------------------------
ในหลวง ทรงจดหมาย ถึง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เมื่อ วันที่ 6 ตุลาคม 2547 ความว่า

ลูกพ่อ..ในพื้นแผ่นดินนี้ ทุกสิ่งเป็นของคู่กันมาโดยตลอด มีความมืดและความสว่าง ความดีและความชั่ว ถ้าให้เลือกในสิ่งที่ตนชอบแล้ว ทุกคนปรารถนาความสว่าง ปรารถนาความดีด้วยกันทุกคน แต่ความปรารถนานั้น จักสำเร็จลงได้ จักตัองมีวิธีที่จักดำเนินให้ไปถึงความสว่าง หรือความดีนั้น ทางที่จักต้องไปให้ถึงความดี นั้นก็คือ รักผู้อื่น เพราะความรักผู้อื่น สามารถแก้ปัญหาได้ทุกปัญหา ถ้าให้โลกมีแต่ความสุข และเกิดสันติภาพ ความรักผู้อื่นจักเกิดขึ้นได้ พ่อขอบอกลูกดังนี้....

1. ขอให้ลูกมองผู้อื่นว่าเป็นเพื่อนเกิด เพื่อนแก่ เพื่อนเจ็บ เพื่อนตาย ด้วยกัน ทั้งหมด ทั้งสิ้น ไม่ว่าอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
2. มองโลกในแง่ดี และจะให้ดียิ่งขึ้น ควรมองโลกจากความเป็นจริง อันจักเป็นทางแก้ปัญหาอย่างถูกต้องและเหมาะสม
3. มีความสันโดษ คือ มีความพอใจเป็นพื้นฐานของจิตใจ พอใจตามมีตามได้ คือ ได้อย่างไรก็เอาอย่างนั้น ไม่ยึดติด ขอให้คิดว่า มีก็ดี ไม่มีก็ได้ พอใจตามกำลัง คือ มีน้อยก็พอใจตามที่ได้น้อย
- ไม่เป็นอึ่งอ่างพองลม จะเกิดความเดือดร้อนในภายหลัง
- พอใจตามสมควร คือ ทำงานให้มีความพอใจ เหมาะสมแก่งาน
- ให้ดำรงชีพให้เหมาะสมแก่ฐานะของตน
4. มีความมั่นคงแห่งจิต คือ ให้มองเห็นโทษของความเกียจคร้าน และมองเห็นคุณประโยชน์ของความเพียร และเมื่อเกิดสิ่งที่ไม่พึงปราถนา ให้ภาวนาว่า มีลาภมียศ สุขทุกข์ปรากฎ สรรเสริญนินทา เสื่อมลาภเสื่อมยศ เป็นกฎธรรมดา อย่ามัวโศกา นึกว่า"ชั่งมัน"
พ่อ
6/10/2547
-------------------------------
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีพระราชปารภ ทิ้งท้าย ความว่า
- ฉันหวังว่า....คำสอนพ่อ ที่ฉันได้ประมวลมานี้ จะเกิดประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านที่ได้พบเห็น และลูกอันเป็นที่รักของพ่อทุกคน..ฉันรักพ่อฉันจัง

สิรินทร
-------------------------------

ในขณะที่ต้นรัชกาลของในหลวงรัชกาลที่ 9 มีผสกนิกรไทยอยู่เพียง 17.5 ล้านคน จนถึงปัจจุบันขยายจำนวนเป็น 67 ล้านคน ( เพิ่มมาเกือบ 4 เท่า ราว 49.5 ล้านคน ) ผู้ที่กำลังหมิ่นฯ ให้ร้าย และอาฆาตมาตร้าย พระมหากษัตริย์ และราชวงศ์ ส่วนใหญ่ เกิด และมีชีวิตที่สุขสบายอยู่ในช่วง 64 ปี รัชกาลของพระองค์นี้ทั้งสิ้น ล้วนเป็นผลผลิตผสกนิกร จำนวน 49.5 ล้านคนนี้ ทุกคนล้วนได้รับอานิสงฆ์จากความคิด หยาดเหงื่อ ความลำบากยากเข็ญ ของในหลวงทั้งสิ้น ที่พระองค์ทรงเสียสละ ให้พระองค์ทรงทำเพื่อให้ราษฎรพึ่งพาตนเองได้ ตามทฤษฏี “เศรษฐกิจพอเพียง” คือ ทำกินแบบประมาณตน ถือเหลือก็ขาย หรือ ช่วยเหลือสังคม ซึ่งทฤษฏีนี้ก็ทำให้คนเป็นเศรษฐีมาจำนวนนับไม่ถ้วน

แต่ “ขบวนการแดงล้มเจ้า “ กับบริษัทเผาไทย ที่ร่างเป็นคนไทย แต่จิตใจคือวิญญาณพม่าในอดีตมาสิงร่าง กลับเนรคุณ ทรยศ พ่อของแผ่นดิน ไม่ยอมหยุดหย่อน ทำร้ายรังแกพระองค์ยังไม่พอ ยังหลอกลวง ทำร้ายผสกนิกรที่ยากจน โดยมาสร้างความหายนะให้แก่ราษฎร ที่หลงผิดของพระองค์ด้วย เพียงเพื่อต้องการเปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ มีประธานาธิบดีเป็นประมุข เผด็จการแบบเกาหลีเหนือ แต่อ้างชื่อบังหน้าสวยหรูว่า “ ประชาธิปไตยแบบเท่าเทียม” และต้องการเสวยสุขกันในหมู่นักการเมือง โดยกดขี่ แบ่งชนชั้นประชาชน ที่หลงชื่อคำหลอกลวงนั้น

ถ้าใครเคยไปพม่า ก็จะพบคนพม่า แต่วิญญาณคนไทยตกค้างแต่โบราณ นั่งวาดรูปในหลวงอยู่ตรงตลาดสก็อต ในย่างกุ้ง มีคนมาถามว่าทำไมถึงวาด? เขาตอบว่า "I love the king of Thailand"

ขบวนการแดงล้มเจ้า และคนเสื้อแดง อับอายคนพม่าเขาบ้างไหม? และหน่วยควบคุมฝูงชน หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ชายชุดดำ ที่ยกกำลังมาไว้ เตรียมทำไม่ดี รุนแรงต่อราษฎรของพระองค์ จะหาว่าไม่เตือน ที่เอาตราเครื่องหมายราชวงศ์จักรีที่หน้าหมวก ไปรับใช้นักการเมืองเลว คิดทำร้ายประชาชน

พยัคฆ์หมอบเงียบ ร้ายกว่าแมวที่เดินเพ่นพ่าน บทเรียนสลายม๊อบเมื่อ 18 ก.พ.57 มันสอนไว้ เพราะพยัคฆ์มันนอนดูเหยื่อ ที่กำลังเดินไปมา แล้ววางแผนจะจัดการเหยื่ออย่างไร จัดการด้วยวิธีไหน จะดักทางเหยื่ออย่างไร จู่โจมขย้ำเหยื่อในเวลาไหน..ส่วนแมวที่เดินเพ่นพ่าน เช่น ขนกำลังจำนวนมากจากพิษณุโลก ไปพักรวมพลในสวนสัตว์ดุสิต หรือ จะไปทางไหน ซ้าย-ขวา, หน้า-หลัง, บน-ล่าง พยัคฆ์จะรู้หมด..ถ้าแมวคิดแต่จะใช้กำลังเข้าหักหาญ..เขาเรียกว่าแมวขาดสมอง..

คราวนี้พยัคฆ์นักรบ จะตะปบอย่างไร้ความปราณีใดๆ ทั้งสิ้น ชายชุดดำ ที่เป็นแมวผู้หลงผิด..เลิกคิดทำเลวซะ..ในหมู่แมว ย่อมมีแมวที่แฝงตัวเป็นใส้ศึกอยู่ แค่ขยับแมวชั่วที่ไม่สำนึกหน้าที่ จะตายยกฝูง แล้วญาติและเพื่อนๆ อย่ามาร่ำให้เสียใจในภายหลัง เหมือนครั้งก่อน !!

ที่มา แฉ..ความลับ @เสธ น้ำเงิน https//www.facebook.com/topsecretthai

5255
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 58.11.242.157 วันที่: 29 เมษายน 2557 เวลา:8:41:09 น.  

 
 
 
27 เม.ย.57 แฉ..แก๊งค์แบมือขอ รอของแจก แ.ด..กของฟรี จัดม็อบต่างด้าวมาอีกแล้ว

นโยบายของรัฐอั้.งยี่แดง และปูเ.น่าที่ผ่านมาตั้งแต่ 2 ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน
1. ถ้ามีคนบอกโกง..ห้ามยอมรับ
2. ถ้าเค้ามีหลักฐาน..ให้บอกว่าปลอม
3. ถ้าพิสูจน์ได้ว่าจริง..บอกว่าโกงเล็กน้อยเอง
4. เมื่อพบหลักฐานเพิ่ม..บอกว่าไม่ตั้งใจ ต้องดูที่เจตนา
5. เมื่อพิสูจน์ทราบเจตนา..บอกว่าถูกกลั่นแกล้งจากอำมาตย์
6. พอพิสูจน์ได้ทั้งหมด..ไม่รับคำตัดสิน และเอา M79 ไปยิงใส่ศาล

อ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งหมดเป็นผลพวงจากการรัฐประหาร มีคนอยู่เบื้องหลัง และรัฐธรรมนูญยังไม่เป็นประชาธิไตย..มั.นแ.ถ กันหน้.าด้.านไปแบบนี้แหละ

ช่วงที่ผ่านมา บริษัทเผาไทย จึงใช้บริการแก๊.งค์อัน.ธพา.ลนอกกฎหมาย โดยการอุ้มชูช่วยเหลือจากรัฐ คุกคามประชาชนที่คิดต่าง และกระบวนการยุติธรรม คล้ายๆ กองโจ.รตาลีบัน ของอัพกานิสถาน แต่ตอนนี้สภาพของแก๊.งค์อั.นพ.าลพวกนี้ รวมตัวกันไม่ติด เพราะต่างคนต่างต้องการแยกตัวเป็นเอกเทศ ไม่ขึ้นต่อกัน การยิงหัวหน้าสายจัดม๊อบ ที่อมเงินค่าหัวคิวไม่จ่ายต่อให้ลูกสายคนเสื้อแดง จึงเกิดขึ้นอย่างมากในช่วงนี้..เรียกได้ว่าถ้าอยากจะเป็นเสื้อแดง ก็ต้องพร้อมสละชีวิตว่างั้นเถอะ..มันก็คล้ายๆ แก๊งค์ยาเสพติดนั่นแหละ เข้าไปได้ แต่ออกต้องตาย !!

แต่เนื่องจากพวกนี้เป็นพวกเถื่.อน ถ่.อย จึงมักไม่ยอมให้ใครใหญ่กว่าตัว จึงแยกตัวออกมาตั้งเป็นแก๊งค์เล็กแก๊งค์น้อย เพื่อรับท่อน้ำเลี้ยงจากนายใหญ่โดยตรง ทำให้ตอนนี้เกิดแบรนด์ใหม่ๆ รับจ้างจัดอีเว้นท์แบ่งแยกทรัพย์ชายดูไบ แล้วอมเงินหัวคิวคนเสื้อแดง หลายชื่อ แข่งขันกันออกแบรนด์ตนเอง บล๊าพกันทางการตลาด เช่น แบรนด์ นปช.ของแก๊งค์อมเงินหัวคิว, แบรนด์ อพปช.ของแรมบ้า และขวัญค.ว.าย , แบรนด์ กวป.ของศรรักษ์ , แบรนด์ โกเ.ต็ก ณ เตลิดเปิดเปิง ฯลฯ

เปลี่ยนสีเสื้อ จนจะครบแม่สีอยู่แล้ว บางวันจะทำสงครามกับเบื้องสูง บางวันชูป้ายโหนพระบรมฯ บางวันแต่งกวีให้ร้ายสถาบัน บางวันแดงฆ่าแดง วันต่อมาเอาศพเพื่อนแห่ไปศาล พอหมดวันไปนั่งกินเหล้าเลี้ยงฉลองที่ฆ่าเพื่อนได้ อีกวันไปขอรับเงินจากรัฐเทียม จนงงสับสนไปหมด..ตกลงม.รึ..งจะเอาอย่างไร ก็เอาซักอย่าง ตกลงกันให้เรียบร้อยก่อน สะเปะสะปะมาก

แต่ปัญหาหลักของแก๊งค์จัดม๊อบอมหัวคิวตอนนี้ คือ มวลชนเสื้อแดงต่างจังหวัดไม่ยอมเข้ามาในกรุงเทพ ฯ เพราะกลัวหลอกมาถูกยิงหัวแห่ศพปลุกระแส แก๊งค์นี้ก็เลยว่างจัด ยิงเพื่อนในกรุงเทพฯ “กวีไม้หนึ่ง” ให้ตาย แล้วแห่ศพเล่นกันไปพลางๆ ก่อน เพื่อรอเวลาเสื้อแดงต่างจังหวัดหลงคารม เข้ากรุงเทพฯ มา แก๊งค์นี้จะจัดของหนักที่เตรียมไว้บอมบ์เพื่อนเสื้อแดง แห่ศพ ปลุกกระแสต่อ

ตอนนี้จึงถึงคิว แบรนด์ นปช. แก๊งค์ “ แบมือขอ รอของแจก แ.ด..กของฟรี “ เดินสายไปจัดอีเว้นท์อมเงินค่าหัวคิว เลาะเลียบค่ายตามต่างจังหวัด อมเงินหัวคิวแบ่งทรัพย์ไปเรื่อยๆ เป็นที่ถูกใจของแกนนำ และถือโอกาสเกลี้ยกล่อมเสื้อแดงต่างจังหวัด หลอกลวงให้ไปตาย ในกรุงเทพฯ บ้าง..อย่ากินแรงกันตายว่างั้นเถอะ

แก๊งค์ นปช.สมุทรปราการ ก็เป็นอีกแก๊งค์ที่จัดเวที นปช. เอาหัวคิวเลี้ยงกระแสกับเขาบ้าง คนเสื้อแดงช่วงพีคหัวค่ำที่ต้องมาเขาแถวเซ็นต์รับเงินค่าจ้าง ราว 100-200 คน ถ้าหลัง 4 ทุ่มก็ถือว่าหมดเวลา ..แว๊บหายกลับบ้านกันโลด..เหลืออยู่ประมาณ 10 คน นี่นับรวมคนพูดปราศรัย ช่างเครื่องเสียง แม่ค้า การ์ด แล้วทั้งหมด จะได้ประมาณเท่านี้ เวทีที่นี้มันโ.ค..ร.ตประหยัด คือ มันตั้งๆ หยุดๆ ตั้งอยู่ 2-3 วัน เงินเติมหมดแล้วก็เก็บ พอแกนนำ นปช.คางคกตู่ ใส้เดือนเต้น มันแย้ว!! และเติมเงินมาที ก็ตั้งเวทีกันที 2-3 วัน จ้างคนมาฟังแล้ว ซาไปก็เก็บอีก แล้วเงินมาก็ตั้งใหม่ เป็นแบบนี้ประจำ..เขาเรียกม๊อบประเภทนี้ว่า “ ม๊อบห.ม.ด.ประจำเ.ดื.อน”...ฮา

แต่ที่ไม่ไหวจะฮาคือ พวกนี้จะกลัวคนไปถ่ายรูป แล้วเห็นคนน้อย จะไปขึ้นเงินไม่ได้เต็มที่ มันจะเอารถมอไซต์บ้าง รถยนต์บ้าง จักรยานบ้าง มาจอดบังสายตาคนที่มองมาจากถนน แล้วให้มวลชนไปยืนบังเป็นกลุ่มๆ เพื่อให้ดูว่าคนมาเยอะ..(ฮา) แต่ถึงพวกมันทำแบบนี้ ก็ยังสามารถมองไปเห็นหน้าเวทีได้ หน้าเวทีจะว่างโล่ง ไม่มีคนนั่งเลย เป็นลานโล่งๆ..สามารถทำเป็นรันเวย์เอาเครื่องบินโบอิ้งไปจอดพัก กินข้าวเหนียวส้มตำระหว่างทางได้อย่างสบาย..ฮา

ช่วงนี้แก๊งค์ “แบมือขอ รอของแจก แ.ด..กของฟรี “ ก็จะเดินสายไปตามจังหวัดเป้าหมาย ที่เกณฑ์คนรอไว้ได้ ในวันที่ 26 เม.ย.57 ที่ร้อยเอ็ด , วันที่ 27 สนาม อบจ.ชัยภูมิ , วันที่ 28 สนามหน้าศาลากลาง จ.อุตรดิตถ์ , วันที่ 29 โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร , วันที่ 1 พ.ค.57 สุพรรณบุรี

ทุกสถานที่ทั้งจ้าง ทั้งใช้อำนาจรัฐบังคับให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. อส. อดีต ส.ส. เกณฑ์คนมาฟังและบังคับให้ใส่เสื้อแดง จ่ายค่าจ้าง 200 -300 บาทต่อคน เฉพาะช่วงเวลา 16.00 - 22.00 น. เพราะเกินนี้ชาวบ้านไม่ยอม เพราะง่วง..ฮา ถ้าจะให้อยู่ต่อต้องเติมเงินจ่ายเพิ่มเป็น 2 แรง..ดังนั้นถ้าจะนับมวลชนชุมนุมเสื้อแดงอุดมการณ์ “ขีดเส้นไต้” ต้องนับหลังเวลา 23.00 น.เท่านั้น จึงจะเป็นมวลชนเสื้อแดงที่แท้จริง นับก่อนเวลานี้ไม่ได้..เพราะเป็นการมาด้วยค่าจ้างอย่างเดียว ไม่สามารถบอกนัยยะทางการเมืองใดๆ ได้เลย

ครั้งก่อนจัดม๊อบพม่ามาไม่ได้ จนหน้าแ.ตกเอาปี๊.บคลุมหัว ตอนนี้แก๊งค์อั้งยี่แดง มามุกยุแ.ยงใส่ร้ายอีกแล้ว โดยทำ “ใบปลิวปลอม” ไปแจกในค่ายชายชุดเขียวแถวแจ้งวัฒนะ เป็นมุกเดิมๆ เหมือนครั้งก่อนหลายครั้งที่ผ่านมา ชายชุดเขียวสุภาพบุรุษพอ หลักคือ “ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน “ แต่ข้อความในใบปลิว ตรงข้ามนี้โดยสิ้นเชิง จึงเป็นของแก๊.งค์อั้.งยี่แ.ดง แต่เอามายุแหย่แค่นั้นเอง ไม่มีใครหลงกลลวง ส่วนอะไรที่เข้าใจผิดกันระหว่างการ์ด กับชายชุดเขียว เขาก็ขอโทษปรับความเข้าใจกันได้นานแล้ว ไม่มีใครเคยไม่พลาด แต่พลาดแล้วยอมรับ และขอโทษ ในทางชายชุดเขียวถือว่าลูกผู้ชาย ขอกันกิ.นมากกว่านี้ ไม่เหมือนแก๊งค์อั้งยี่แ.ดงที่ใช้ M79 ยิงใส่ค่ายชายชุดเขียว พล.ปตอ. , ศาล , ปปช., ฯลฯ แล้วไม่เคยออกมายืดอกรับผิด แต่กลับบอกว่าพก M79 และ ระเบิด RGD-5 แค่ป้องกันตัว

สายข่าวแจ้งมาว่า ตอนนี้แก๊งค์อั้งยี่แดงมันใช้วิชาม.ารปลอมทุกอย่าง ตอนนี้มันกล้าถึงขนาดทำลายความมั่นคงประเทศอีกแล้ว ทำเป็นขบวนการแดงใหญ่ โดยขนต่างด้าวขึ้นรถไฟมาครั้งละจำนวนมากโดยไม่ผ่านด่านตรวจใดของชายชุดดำรถไฟ ใช้สายเหนือ อีสาน ตะวันออก เพราะรถยนต์ถูกสกัดได้ โดยเป็นเที่ยวค่ำมืด ทุกคนพูดคุยกันโดยไม่ใช้ภาษาไทย มีการแจกเสื้อดำให้ทุกคนพิมพ์คำว่า “ ทหารของพระราชา” แล้วจอดให้ลงในสถานีต่างๆ ในกรุงเทพฯ จากนั้นจะมีรถตู้มารับไปกบดานอีกทอด

ใช้ให้พวกแก๊งค์ต่างด้าวนี้กระทำผิดกฎหมายไทยต่างๆ เช่น ปล้นแท็กซี่ , ชิงทรัพย์ ฯลฯ จะได้ใส่ร้ายป้ายสีให้มวลชน กปปส. และคำด้านหลังเสื้อ ก็จะให้ร้ายป้ายสีไปถึงสถาบันเบื้องสูงด้วย ตอนนี้เริ่มมีปฏิบัติการปล้นแท็กซี่ และเต้.าข่าวว่าเป็นการ์ด กปปส.บ้างแล้ว..ใครพบให้ถ่ายภาพส่งขึ้นเฟส และแจ้งชายชุดเขียว หรือการ์ด กปปส.ที่ใกล้ที่สุด ควบคุมตัวต่างด้าวแดงพวกนี้ไว้ เอามาสอบสวนขยายผล ไปถึงผู้จ้างวาน..รับประกันได้ไ.อ้.พวกที่นำเข้ามาแล้ว ถูกฆ่าตัดตอนหมดแน่ แล้วมันก็สวมรอยเอามาแห่ศพเป็นคนเสื้อแดงอีก !!

เมื่อคืนก่อน มีการจัดม๊อบเติมเงินกันที่ จ.ชัยภูมิ พอพวกแก๊งค์อั.ป.รี.ย์นี้มาเหยียบแผ่นดิน เท่านั้นแหละเป็นเรื่องเลย เวลาประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆ เจออาเพศ ทั้งฝนกระหน่ำ ทั้งพายุลมแรงขับไล่ เละไม่เป็นท่า นี่ขนาดแกนนำม็อบ ไปบนบานศาลกล่าวเจ้าพ่อพยาแล แล้วนะ แต่ธาตุทั้ง 4 ที่มีศักดิ์มากกว่าก็ยังไม่ยินยอม ฟ้าดินจึงลงโทษคนคิดชั่วต่อแผ่นดิน ให้เกิดเป็นฟ้าฝนคะนองตกลงมาราวฟ้าทะลุในหน้าร้อน

บอกแล้วพวกนี้อั.ป.รี.ย์สมคำร่ำลือ ใครไปเข้าใกล้..จะต้องพลอยรับผลกระทบความอั.บ.ป.รี.ย์กลับบ้านไปด้วย เงินค่าจ้างที่ได้รับไปจะเป็นเงินร้อน เผาผลาญชีวิตตนเองและครอบครัว ให้เกิดหา.ยนะ ลม ฝน ที่ตกมาใส่ตัว ล้วนคือ คำสา.ปแ.ช่งจาก ฟ้า ฝนที่พิโรธ เหมือนจะรู้ว่าพวกนี้จะมาทำลายแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์นี้..คิวต่อไปที่อุตรดิตถ์ และ พิจิตร..ให้ลือบอกต่อกันไปว่า..ใครไปร่วมชุมนุมแดง กับคนอาเ.พศ ก็จะต้องรับความซ.ว..ย.กลับบ้านไปด้วย..

คอยดูเหอะช่วงนี้พายุลูกเห็บ จะอาเพธ ถล่มภาคอีสาน กับภาคเหนือ ยั.บเ.ยินแน่ คนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ พลอยซ..ว.ย.ไปด้วย ดังนั้นคนในพื้นที่ต้องอย่ายอมเอาอาเพศเข้าบ้าน ถ้าพวกอั.ป.รี.ย์นี้มา ก็รวมตัวขับไ.ล่.มั.นให้พ้นไปจากพื้นที่ของตัวเอง เอาไข่เ.น่า หนังสะติ๊ก ระดมปาและยิงขึ้นไปบนเวที อาเ.พศจะได้ไปไกลจากแผ่นดินเร็วๆ

แก๊.งค์อมเงินค่าหัวคิวจัดม็อบ นปช. กำหนดจะจัดชุมนุมใหญ่เพื่อหลอกนำคนเสื้อแดงต่างจังหวัด มาบอมบ์สังหาร ในวันที่ 6 พ.ค.57 ที่ถนนอักษะ กรุงเทพฯ โดยวิทยุ ทุยแดงภาคเหนือ หว่านล้อมหลอกให้หาสมาชิกคนเสื้อแดง ไปร่วมชุมนุมเป็นแบบแชร์ลูกโซ่ คือ 1 คน หาให้ได้ 10 คน ขยายไปเรื่อยๆ แบบสินค้าขายตรงบางชนิด แล้วให้แต่ละกลุ่มดูแลค่าใช้จ่ายอมหัวคิวกันเอง...

เสธ เคยแนะนำพี่น้องเสื้อแดงไปแล้วว่า ก่อนไปร่วมชุมนุมให้ขอเงินค่าจ้างล่วงหน้าก่อน 90,000 บาทขาดตัว (3,000 บาท x 30 วัน) ไม่ลดเด็ดขาด และให้บอกลาญาติพี่น้อง สั่งเสีย ล่ำลากันให้เรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย เพราะโอกาสที่จะกลับบ้านอวัยวะครบ 32 คงยาก หรือเผลอๆ จะต้องเอาชิ้นส่วนร่างกายที่แหลกเหลว ใส่โลงกลับบ้านมานั่งต่อจิ๊กซอร่างกายด้วย

นั่นเพราะแกนนำอั้.ง.ยี่ ต้องเดินตามแผนคอมมิวนิสต์ คือ “ แดงฆ่าแดง “เพื่อเอาศพมวลชนพวกเดียวกันมาแห่ปลุกกระแสม็อบนั่นเอง

มีนักรบนิรนาม ฝากโจทย์การบ้านให้ เสธ ช่วยคิดว่าข้อใดต่อไปนี้..จะเป็นเหตุการณ์ใดที่จะช่วยปลุกม็อบคนเสื้อแดงออกมาร่วมชุมนุมมากๆ ได้เป็นล้าน ๆ คน ? แต่เสธ คิดไม่ออก จึงมาสอบถามสมาชิก ดังนี้

1. มีการไล่สังหารแกนนำย่อย ที่ขึ้นเวทีแก๊งค์อมเงินหัวคิว นปช. แบบทีละคนจนครบทุกคน โดยเฉพาะคนที่ปากดี ปากเก่ง ให้ร้าย อ.า.ฆ.า.ติมาดร้าย สถาบันเบื้องสูง เป็นที่ชื่นชอบ ของคนเสื้อแดงมากๆ จะโดนระเบิดตัวขาด 2 ท่อน..จากนั้นแห่ศพ โยนความผิดให้สถาบัน และชายชุดเขียว ตามมุกเดิม

2. มือสังหารปริศนาสอย คางคกตู่ และ ใส้เดือนเต้น กลางเวทีขณะที่กำลังอ้าปากพูดปลุกระดมคนเสื้อแดง โดยใช้อาวุธประสิทธิภาพสูงระยะไกล ส่งป๊อบคอร์นเจาะจนหัวเละ หายไปครึ่งนึง ต่อหน้าต่อตาถ่ายทอดทีวีเอเชียอาบแดด คล้ายๆ เสธ.แดง แต่เละกว่านั้น !!

3. สังหาร เป็ดเหลิม ด้วยบอร์มทำลายล้างสูง จนมีชายดูดำที่คอยติดตามอารักขา ต้องบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก..แล้วโยนความผิดให้มวลมหาประชาชนเป็นผู้ทำ

4. ลอบสอยปูเ.น่า ด้วยการวางบอมบ์แต่พลาด ทำให้แขนขาด และใบหน้า ถูกไฟลุกเผาจนเละ !! เปลี่ยนจากนางปูเ.น่า กลายเป็นนางอั.ป.ลั.กษณ์และพิการ...แล้วโยนความผิดโทษฝ่ายตรงข้ามที่ออกมาต่อต้านรัฐอั้.ง.ยี่แ.ดง

5. รอจังหวะให้คนเสื้อแดงมาเต็มหน้าเวที แล้วกดรีโมทตู้ลำโพงบอมบ์ TNT แสวงเครื่องขนาด 500 ปอนด์ รัศมีหวังผล 1 กิโลเมตร ราบเป็นหน้ากลอง จะได้ศพคนเสื้อแดงไปแห่ราว 300 - 500 ศพ โดยคนที่เจ็บราว 3,000 คน เป็นผู้ไปเก็บแขนขาที่กระเด็นไปไกลตามยอดไม้ เอามาใส่โลงมัดรวมๆ กันแห่..แล้วโยนความผิดให้สถาบัน และชายชุดเขียว ตามมุกเดิม

ท่านสามารถเลือกคำตอบปรนัย (ช้อย) ได้มากกว่า 1 ข้อ และสามารถแสดงความคิดเห็นแบบอัตนัย (บรรยาย) เพิ่มเติมอีกได้ไม่จำกัดวิธี..ฮา

ที่มา แฉ..ความลับ @เสธ น้ำเงิน https//www.facebook.com/topsecretthai

3399
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 58.11.242.157 วันที่: 29 เมษายน 2557 เวลา:9:25:24 น.  

 
 
 
Chuchart Srisaeng
..........'ตายเดี่ยว' หรือ 'ตายทั้งคณะ'?
.....เปลว สีเงิน ไทยโพสต์ วันจันทร์ที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๗
.....ถ้าชีวิตเหมือนไอติมแท่ง ผมก็คือไอติมที่เหลือติดโคนไม้แล้ว เอาแน่นอนอะไรไม่ได้ ยิ่งร้อนเผาโลกแบบนี้ มันละลายเร็วดีจัง!
.....แต่ก็นั่นแหละ....
.....บางทีมันก็อยู่จนละลายไปหมดแท่งเอง แต่บางที ด้วยเนื้อไอติมเหลือติดโคนไม้ มันก็พร้อมร่วงหลุดละลายหายไปกับพื้นดินได้ทุกเมื่อ
.....ด้วยเหตุนั้น....
.....ผมจึงไม่ตื่นเต้น ไม่ลุ้นว่า...เมื่อไหร่ทักษิณจะให้สัญญาณแกนนำ นปช.เกณฑ์คนเสื้อแดงออกมาทำ อย่างที่โหมปลุกระดมด้วยข้อมูลปั้นแต่งตามทีวีแดงเสียที
.....รวมทั้งทางช่อง ๙ และช่อง ๑๑!
.....ที่ไม่ลุ้น ไม่ตื่นเต้น เพราะยุคนี้ เป็นยุค "ขายตรง" แล้ว ผู้ซื้อกับผู้ขายเขาติดต่อซื้อขายตรง ไม่ผ่านเอเยนต์ใหญ่-แกนนำ-หัวหน้าย่อยเหมือนเดิม ซึ่งต้องถูกชักหัวคิว ถูกอม ถูกชักดาบ จนเกิดเรื่อง "แดงกินแดง" ประจำ
.....ยิ่งเวลานี้ ไม่เพียงคนทั่วไปที่รู้ว่าน้ำยาทักษิณใกล้หมด พวกโจกแดงด้วยกันก็รู้ จึงเปลี่ยนตัวเองจากยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ซี้ปั๊ว โหงวปั๊ว ของ นปช.ไปเป็น
....."พ่อค้า-แม่ค้าขายตรง"!
.....ไม่รับงาน-รับสินค้า-วางบิล-รับเงิน ผ่านระดับแกน นปช.อีกแล้ว ทุกอย่าง "รับงาน-วางบิล-รับเงิน" ตรงกับทักษิณ รับเนื้อๆ เต็มๆ ไม่มีหักหัวคิว ไม่มีอม
.....มาก-น้อย ขึ้นอยู่กับผลงาน!
.....อย่างขวัญชัย อย่างโกตี๋ อย่างยอดรัก อย่างแรมโบ้ เห็นมั้ย...ตอนนี้ประกาศอิสรภาพ เป็นผ้าเตี่ยวหุ้มไข่-กะไหล่หุ้มแ.คม "ขึ้นตรง-รับตรง" ไปแล้ว
.....จากที่ต้องผลิตงานผ่านยี่ห้อ นปช.ซึ่งถูกทั้งชักเปอร์เซ็นต์และชิงผลงาน ไปสร้างแบรนด์ตัวเองในระบบขายตรงกับทักษิณ หรือกับผู้ "เสมือนตัวทักษิณ"
.....นี่เท่าที่รู้กันทั่วไปตามท้องตลาด ยังไม่นับพวก "ดังในภูธร" มีทั้งระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ระดับหมู่บ้าน ระดับชุมชน
.....พวกนี้มีสถานีวิทยุ ทั้งเถื่อน-ไม่เถื่อน ตั้งกลางดง-กลางป่า เป็นอุปกรณ์ มีมวลชน พร้อมระดมไปตะโกน ไปชูป้าย ไปไล่ตี ไล่กระทื.บ ทำอะไรก็ได้ ที่มนุษย์ทั่วไปเขาไม่กล้าทำกัน ขอให้สู้ราคา และสั่งมาเถอะ
.....ระดมครั้งละ ๑๐๐-๓๐๐ คนขึ้นไป สบายมาก!
.....เพราะแตกตัวไปขายตรง-รับตรงกับทักษิณกันส่วนใหญ่นี่แหละ ทำให้การระดมกำลังแดงของแกนนำ นปช.หวังทาบมวลมหาประชาชนกำนันสุเทพ ๔ ครั้ง ๕ ครั้งที่ผ่านมา
.....ต้องเอาภาพมวลชนเก่าๆ เมื่อปี ๕๓ มาตัดต่อออกจอ ออก fb ตบตาว่าถึงปี ๕๗ นี้ แดงก็ยังมากันเนืองแน่น
.....ที่แท้ ขนาดให้ ส.ส.-พ่อค้าอิทธิพลถิ่นแต่ละพื้นที่เกณฑ์ก็แล้ว จ้างรายหัว-รายวันก็แล้ว ได้มาแค่ประดับหน้าเวทีให้ทีวีโฉบถ่ายเห็นแวบๆ ว่า "แน่นจนไม่มีที่ให้ต.ด" แล้วรีบแพนกล้องหนี
.....กล้าแช่กล้องโชว์ว่า "มวลชนเสื้อแดงมากันหัวก่ายนะครับ..พี่น้อง" เหมือนตะก่อนซะที่ไหนล่ะ!
.....แกนนำ นปช.ที่ประกาศเป็น "ผ้าเตี่ยว-ตะปิ้ง" ระดมคนไปชุมนุมกดดันศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ ๖ พ.ค.นี่ก็เหมือนกัน ทีท่าจะหะรอมหะแรมเหมือน ๔-๕ ครั้งที่แล้ว อีกนั่นแหละ
.....ที่น่าตื่นเต้นกว่า ผมว่าตรงประเด็น ยิ่งลักษณ์กล้าไปชี้แจงต่อคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ ๖ พ.ค.ตามนัดหรือไม่
.....ตรงนี้ตะหาก ที่น่าตื่นเต้น น่าลุ้น!
.....และยังน่าลุ้นต่อไปด้วยว่า พวกทีมกฎหมายเพื่อไทย จะมาด้วยลูกไม้ไหนต่อ ใช้อ้างต่อศาล "ยื้อเวลา" ไปเรื่อยๆ?
.....ผมว่ายื่นได้ แต่มันเลยเวลา "พองาม" ไปแล้ว ศาลท่านคงไม่ยืด-ขยายเวลาให้อีก
.....อีกอย่าง คดีนี้ "ศาลปกครองสูงสุด" วินิจฉัยในข้อเท็จจริงไปเสร็จสรรพว่า "ยิ่งลักษณ์ผิด" ไปแล้ว
.....ดังนั้น ไม่ต้องลุ้นประเด็น "ยิ่งลักษณ์ผิด-ไม่ผิด" ที่ศาลรัฐธรรมนูญอีก ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านวินิจฉัยตามคำร้อง ส.ว.ไพบูลย์ นิติตะวัน กับคณะ ที่ยื่นมาให้ตีความเฉพาะข้อกฎหมายเท่านั้น ว่า
....."ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๒ วรรคหนึ่ง (๗) ประกอบมาตรา ๒๖๘ หรือไม่?" ในกรณีใช้อำนาจหน้าที่ก้าวก่าย แทรกแซง ในการแต่งตั้ง-โยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี"
.....เข้าใจนะครับ ศาลจะวินิจฉัยเฉพาะที่เขายื่นให้วินิจฉัยเท่านั้นว่า "ความเป็นรัฐมนตรีของยิ่งลักษณ์สิ้นสุดลงหรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญมาตรานั้นๆๆๆ" เท่านั้น
..........คือความผิด "ชัดเจน" แล้ว!
.....ศาลจะดูตามข้อกฎหมายเท่านั้นว่า ผิดของยิ่งลักษณ์ ผิดคนเดียว หรือมีคนอื่นต้องผิดด้วยตามข้อกฎหมาย และผิดนั้น ตามมาตรานั้นๆ กำหนดไว้ขนาดไหน อย่างไร?
.....ทักษิณตอนนี้อยู่นิวยอร์กใช่มั้ย เห็นโชว์รูปยืนกับกุนซือหน้าขี้เรื้อน ในยามขาลง และในตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดที่ "ส่วนใหญ่" ท่านไม่ชอบรับประทานขนม ได้ยินข่าวล่ามาจากนิวยอร์กว่า
....."ทักษิณยอม"....!
.....ยอมให้น้องสาว "สิ้นสุดความเป็นนายกรัฐมนตรี" เฉพาะตัว ไม่ต้องปั้นจิ้ม-ปั้นเจ๋ออยู่รักษาประชาธิปไตย
.....แต่ขออย่าให้ต้องไปทั้งคณะ เหลือ ครม.ไว้ทำพันธุ์ซักหน่อ-สองหน่อ เป็นเชื้อให้เป็น "ครม.รักษาการ" ต่อจะได้มั้ย?
.....ได้-ไม่ได้ ก็ไม่ทันได้ฟังจบกระแสความ พอดีคลื่นสุริยะแผ่รบกวนโทรจิต ถ้าอยากทราบเล่นๆ คำนวณตามหลักสถิติดูไม่ยากนี่ครับ
.....เกือบทุกคดีสำคัญๆ เกี่ยวกับระบอบทักษิณ เช่น เรื่องแก้รัฐธรรมนูญก็ดี เรื่องกฎหมายนิรโทษกรรมทักษิณก็ดี งบน้ำ ๓.๕ แสนล้านก็ดี งบราง ๒.๒ ล้านล้านก็ดี กระทั่งล่าสุด เลือกตั้ง ๒ ก.พ.โมฆะ
.....ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ๙ ท่าน ผลวินิจฉัยจะออกมา ๖:๓ และ ๕:๔ ยืนพื้น!
.....๖:๓ "เสียงข้างน้อย" ยืนพื้น นั้น ๓ เสียงที่ยืนพื้นวินิจฉัยเป็นคุณกับระบอบทักษิณ ก็มี ท่านชัช ชลวร ท่านอุดมศักดิ์ นิติมนตรี ท่านเฉลิมพล เอกอุรุ
.....ส่วนบางคดีที่ออกมา ๕:๔ คือจาก ๓ "เสียงข้างน้อย" ยืนพื้น กลับมีเสียงจากฝั่ง ๖ มาบวกเพิ่มให้อีก ๑ เป็น ๕:๔
.....คือเสียงของท่านบุญส่ง กุลบุปผา!
.....ส่วน ๕ เสียง อันเป็น "เสียงข้างมาก" ก็มี
........ท่านจรูญ อินทจาร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ
........ท่านจรัญ ภักดีธนากุล
........ท่านนุรักษ์ มาประณีต
........ท่านสุพจน์ ไข่มุกด์ และ
........ท่านทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ
.....เมื่อดูตามสถิติแล้ว การวินิจฉัยว่า ยิ่งลักษณ์จะสิ้นสุดความเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องไปคนเดียว หรือต้องไปทั้งคณะ หรือเหลือรัฐมนตรีบางคนไว้เป็นกระสายยา ตามที่ ส.ว.ไพบูลย์ยื่นให้ตีความ
.....สงสัยจะมี ๒-๓ ขยัก!?
.....คือขยักแรก "ยิ่งลักษณ์ไปแน่" เพราะดูเอกสารการประชุม ครม.แล้ว ต่อให้แก้ผ้าดิ้น เอาแค่ตัวรอด ก็ไม่รอด เผลอๆ มติเอกฉันท์ ๙ เสียงด้วยซ้ำ
.....ผิดจากเอกฉันท์ จะออกมาแบบ ๖:๓ ใครอยากจะเล่น ก็เล่นได้แบบนักค้าทองที่จะเลือกชอร์ตหรือลอง ทำกำไรในช่วงขาลง
.....ที่ต้องลุ้นเป็นขยักที่ ๒ ก็ตรง "จะไปคนเดียวหรือไปยกคณะ" นี่แหละ ซึ่งตรงนี้จะเป็น "หัวเลี้ยว-หัวต่อ" ในเส้นทางสายเปลี่ยน
.....ไปคนเดียว ทักษิณยอม แต่ไปทั้งคณะ ประเทศเกิดสุญญากาศทางอำนาจระบอบทักษิณกินเมือง
.....ทักษิณบอก...ku.ไม่ยอม!?
.....ไม่ยอมในเหตุผลว่า ไม่ถึงต้องไปทั้งคณะ เพราะดูตามเอกสารการประชุม ครม.และคำสั่งต่างๆ เกี่ยวกับการย้ายคุณถวิล ครม.ชุดที่ลงมติ บ้างก็ยังอยู่ บ้างก็ออกไปแล้ว
.....นั่นคือ ที่ยังอยู่ มีโอกาสตามไปกะไหล่แ.คมด้วยสูงมาก แต่ที่เข้ามาใหม่หลังเดือนกันยายน ๒๕๕๔ เรียกว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการย้ายคุณถวิล อาจบุญหล่นทับ
.....ได้อยู่เป็นเชื้อชั่.วสิงชาติ!
.....ปึ้งก็ดี เฉลิมก็ดี ชัชชาติก็ดี ปลอดประสพก็ดี เอ....ผมคลับคล้ายคลับคลา เป็นรัฐมนตรี "ขาประจำ" ยืนพื้นมาตลอดกับยิ่งลักษณ์มิใช่หรือ?
.....ฉะนั้น สิ่งควรลุ้นคือ คำวินิจฉัยที่จะออกมา ยกโ.ค.ต.รระบอบทักษิณไป หรือยกแต่ยิ่งลักษณ์กับรัฐมนตรีบางคนที่ร่วมลงมติครั้งนั้นไป?
.....จะออกมา ๖:๓ หรือ ๕:๔ ว่างั้นเถอะ!?
.....ถ้าอยากรู้ ต้องไปถาม "ท่านบุญส่ง กุลบุปผา" อดีตท่านไม่ใช่พระเจ้าแปร แต่ปัจจุบัน การวินิจฉัยของท่านเป็น
....."ตัวแปร" ตลอด!
.....จะ ๖:๓ หรือ ๕:๔ ก็อยู่ที่เสียงท่านบุญส่งนี่แหละ ช่วยจับตาเป็นสักขีพยานให้พระเจ้ามูลเมืองกันหน่อยเน้อ
.....เอาละ....ร้อนจนแทบจะแ.ก้.ผ้าอยู่แล้ว จบแค่นี้ดีกว่า ไปเอาต.รู.ดแช่น้ำเปิดทีวีช่องแดงยุคดิจิตอลที่ยึดจอเรียงแถว ๕-๖ ช่อง ดูท่านตู่-ท่านเต้น และท่านก.ากทั้งหลายทำอนันตริยกรรมประเทศไทยดีกว่า
.....คนไทย เปิดสถานีโทรทัศน์ "ถล่มล้มประเทศไทย" หาดูได้ง่ายๆ จากที่ประเทศไหน-เมืองไหนซะที่ไหนล่ะ
.....มีโอกาสต้องดูไว้ เป็นการส่งท้ายพวก
.........."ใต้เถนเทวทัตมาเกิด"!

6865
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 58.11.242.157 วันที่: 29 เมษายน 2557 เวลา:9:48:12 น.  

 
 
 
Tan Thaugsuban.
วันนี้ ดูเหมือนคุณอภิสิทธิ์จะโดนมวลมหาประชาชนบางส่วน และ กองแช่งแห่งชาติ รวมกันรุมอัดซะน่วมพอสมควรนะครับ แต่ผมว่าการที่คุณอภิสิทธิ์แสดงแนวคิดที่อาจจะแตกต่างไปจากมวลมหาประชาชนไป บ้าง พิสูจน์ให้เห็นว่า ที่ฝ่ายขี้ข้า (โดยเฉพาะไอ้ตัวที่คุณโอ้คจ้างมาเขียนเฟชบุ๊คให้) ที่พยายาม กล่าวหาว่า "กปปส. ก็คือพรรคประชาธิปัตย์" เป็นเรื่องที่ไม่จริงครับ

เห็นกันชัดๆว่าคุณอภิสิทธิ์ก็มีความคิดของท่าน คุณพ่อผม"ลุงกำนัน"ก็เป็นร่างทรงของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่ร่างทรงของพรรคประชาธิปัตย์ แม้ว่าของหัวใจลุงกำนันจะรัก พรรคประชาธิปัตย์ และ เคารพคุณอภิสิทธิ์มากขนาดไหนก็ตาม แต่ถ้าแนวทางของพรรคฯหรือของท่านหัวหน้าฯ ไม่ตรงกับความต้องการของมวลมหาประชาชน ลุงกำนันก็จำเป็นต้องปฏิเสธครับ

อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่าคุณอภิิสิทธิ์ มีความตั้งใจดีในการมาช่วยกันเสนอทางออกให้แก่ประเทศไทย ผมเป็นคนหนึ่งที่มีความเชื่อมั่นในตัวท่านอย่างเต็มเปี่ยม และ ผมเชื่อว่าลุงกำนันก็เช่นกัน ผมเชื่อว่าแม้แนวทางอาจจะไม่ตรงกันบ้าง แต่อุดมการณ์ของทั้งสองท่านนี้เหมือนกัน และ เหมือนกับอุดมการณ์ของมวลมหาประชาชน ชาวไทยผู้รักชาติรักแผ่นดิน ที่ต้องการเห็นบ้านเมืองของเราดีขึ้นครับ สู้เข้าไปอย่าได้ถอย!!

2607
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 58.11.242.157 วันที่: 29 เมษายน 2557 เวลา:9:55:44 น.  

 
 
 
เปลว สีเงิน
Tuesday, 29 April, 2014 - 00:00

วันนี้-๒๙ เมษายน ๒๕๕๗ ตอนบ่ายโมงครึ่ง จะเกิดสุริยคราสวงแหวน หลังจากราหูอมจันทร์ไปแล้วเมื่อ ๑๕ เมษา แต่ไม่ต้องแหงนดูหรอก เพราะไม่เห็นในบ้านเรา ต้องไปแถวๆ ทวีปแอนตาร์กติกาโน่น!
ถึงไม่เห็น แต่การอยู่ใต้กะลาครอบเดียวกัน ทุกชีวิตล้วนเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล เคลื่อนไหว-เป็นไป ด้วยอาณัติแห่งแรงดึงดูดจักรวาล
ดังนั้น ด้วยตำแหน่ง-จุดกำเนิดไทย บอกได้คำเดียวว่า "คราสซ้ำ-คราสซ้อน" ในเดือนเมษา ๕๗ นี้ นับไป ภายใน ๖ เดือน
"หนีไม่รอด...ซี้แหงแก๋"!
ทั้งรัฐ-ทั้งราษฎร์ ความหมายคือ ทั้งรัฐบาล ทั้งประชาชนอสัตย์ ตรงตัวเหน่งๆ คือนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ไม่ตายก็คางเหลือง!?
ไม่จาระไนอีกหรอก เพราะจาไป ๒-๓ รอบแล้ว แต่จะเป็นจริงหรือไม่ ผมก็ไม่รู้ อ่านๆ ลอกๆ เขามา รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม แต่ที่ผมประกันได้เลยว่า มันเกิดแน่ๆ คือ
ขึ้นไตรมาส ๓ เมื่อไหร่.....
ที่เคยกินเป็ด-กินไก่ ใครที่ไม่ได้ฉ้อราษฎร์-บังหลวง ไม่ได้เอาประเทศไทยไปเร่ขายหากำไรตุนไว้ ไม่ได้อยู่เพื่อรักษาประชาธิปไตยให้โคตรรวย
ไอ้การอยู่เป็นรัฐบาล "หมาในรางหญ้า" ของยิ่งลักษณ์นี่แหละ จะทำให้วงจรธุรกิจ-เศรษฐกิจประเทศไทย ชักกระแด่กกันเป็นหย่อมๆ
ประเทศไม่ขาดเงินหรอก แต่สภาพคล่องมันกระจุกอยู่กับโจรใส่สูท ความฝืดมันกระจายไปทั่วทุกหย่อมหญ้า
ปัญหาตรงๆ คือ เงินในประเทศมี มีมากซะด้วย แต่คนกลุ่มหนึ่ง มันกอบ มันโกย มันโกง แล้วเอาไปซุกซ่อนไว้เฉพาะตัว เฉพาะพวก เฉพาะกลุ่ม เฉพาะโคตร
ซุกไว้ในระบบบ้าง นอกระบบบ้าง สร้างห้องใต้ดินซุกไว้บ้าง เอาไปซุกไว้นอกประเทศบ้าง
เงินพวกนี้จึงมีค่าเท่ากระดาษ เพราะไม่ออกมาหมุนรอบให้ระบบเศรษฐกิจไทย เงินไม่สร้างงาน จึงไม่มีงานสร้างตลาด สร้างผู้ผลิต สร้างผู้บริโภค
สร้างแต่ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ "ระบอบทักษิณ" สร้างแต่งานเผาบ้าน-เผาเมือง งานยิง M79 งานผลิตระเบิด สร้างแต่กลุ่มวินาศกรรม กลุ่มเปลี่ยนระบอบ-ล้มสถาบัน กลุ่มพิฆาตไล่ล่าตุลาการ
ผมเคยอ่านหนังสือของ "พระสารสาสน์พลขันธ์" เล่มเท่าตึก ตอนเป็นเด็กวัด ว่าด้วยเรื่องเศรษฐทรัพย์ปริวรรต ก็ไม่รู้เรื่องอะไรตอนนั้น
จนเมื่ออ่านที่ ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร เขียนบทความถึงตำราเศรษฐศาสตร์ของพระสารสาสน์พลขันธ์ไว้หลายปีก่อน เออ...พอใจงูๆ ปลาๆ
ขออนุญาตยกบางส่วนที่ ดร.วิชิตวงศ์ นำของท่านมาเขียนถึงไว้ให้อ่านกันซักนิด
".....เงินนั้นมีคุณอนันต์ แต่ให้โทษมหันต์ "ศึกสงครามก็ดี ศึกกลางเมืองก็ดี การจลาจลไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก ล้วนเกิดขึ้นเป็นขึ้นเพราะเงิน...ผู้ที่เป็นศัตรูของสันติสุข ไม่ใช่คนที่ไม่มีเงิน แต่เป็นคนที่มีเงินมากมายเหลือใช้เหลือสอยต่างหาก ผู้ที่ไม่มีเงินเป็นแต่เครื่องมือของพวกมีเงินเท่านั้น"
โอ้โฮ...ความคิด ความเห็น ของท่าน เรียกว่า ด้วยวิสัยทัศน์ยาวไกล ท่านมองอนาคตไทย "ผ่านคนไทย" จากเมื่อร่วมร้อยปี เหมือนมีตาทิพย์
"ตรงเป๊ะ" ยิ่งกว่าหวยเลขรถยิ่งลักษณ์ตอนหกล้มขาฉีกซะอีก...เอ้า...อ่าน อ่านต่อจากที่ ดร.วิชิตวงศ์ เกริ่นนำ
ประเด็นที่มีความสำคัญและสะท้อนทัศนะทางสังคมของพระสารสาสน์ฯ ได้รับการขยายต่อไป โดยกล่าวว่า.........
"มหาเศรษฐีเพียงไม่กี่ตระกูล สามารถบันดาลให้เกิดศึกสงครามได้ โดยวิธีซื้อนายทหารและนักการเมืองให้ก่อเหตุขัดแย้งรุนแรง
บุคคลที่มีเงินล้นเหลือเหล่านี้ ครอบครองอุตสาหกรรม, ธุรกิจ, สถาบันการเงินเอาไว้หมด แม้กระทั่งสื่อสารมวลชน และสนับสนุนการปกครองแบบอัตตาธิปไตย
ดังนั้น ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์จึงเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะอำนาจเงินของบรรดามหาเศรษฐี"
ครับ...ต้องกราบปรมาจารย์เศรษฐศาสตร์ท่านนี้ อดีตรัฐมนตรีเกษตร สมัยรัฐบาลพระยาพหลฯ ชนิดเรียกว่า
กราบท่านทั้งตัว-ทั้งใจ ตราบอดีต ยันปัจจุบัน สู่อนาคต เลยทีเดียว!
ก็นี่แหละ เศรษฐกิจที่จะยุ่งเหยิง รากหญ้าจะย่ำแย่ในอีกไม่นาน ก็เพราะมหาเศรษฐีไม่กี่ตระกูล โดยเฉพาะตระกูลในระบอบทักษิณ ทำอย่างที่พระสารสาสน์ฯ ท่านมองล่วงหน้าไว้
"แล้วมันก็..........สามารถบันดาลให้เกิดศึกสงครามได้ โดยวิธีซื้อนายทหารและนักการเมือง ให้ก่อเหตุขัดแย้งรุนแรง....
ดังนั้น ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์จึงเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะอำนาจเงินของบรรดามหาเศรษฐี"
เฮ้อ...พูดแล้วเศร้า!

9514
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 58.11.242.157 วันที่: 29 เมษายน 2557 เวลา:11:11:05 น.  

 
 
 
29 เม.ย.57 แฉ..แดงอุ้มแดงไปฆ่าอีกแล้ว และอาเพศไล่ล่าเอาชีวิตเสื้อแดง

หลังการชุมนุม “อมเงินหัวคิว” ของแก๊งค์แบ่งแยกทรัพย์แดง นปช.ที่ร้อยเอ็ด แม้อากาศจะร้อนอบอ้าวจะตายชัก แต่ใส้เดือนเต้น ก็กลัวแบบข.รี้หด ต.ดหาย ยอมทรมาณใส่เสื้อเจ็กเก็ตกันกระสุน ยืนปราศัย ท่ามกลางมวลชนรับจ้างที่หมดกะเวลา 22.00 น.ก็สลายตัวหายสาบสูญวับไปกับตา เหลือต่างหน้าเพียงมวลมหาขยะจำนวนมาก

ชัดเจนมากว่า เสื้อแดงกระแสตกสุดๆ จ้างมาในจังหวัดก็แทบไม่มีคนยอมมา ทั้งให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. ไปบังคับมาก็ฝืดเต็มที่ จนต้องไปหาจ้างมวลชนจากจังหวัดใกล้เคียงให้มาชุมนุม จ่ายหัวละ 200 บาท และให้เอาเสื้อแดงมาเองจากบ้านด้วย (แกนนำรับมาครั้งนี้ 1,000 บาทต่อหัว ที่เหลือ อมเข้ากระเป๋า)

ขุนพลสายลับอีสาน รายงานว่า มวลชนเสื้อแดงตอนนี้ อยู่ในอาการ"จิตตก" เพราะกิตติศัพท์ “แดงฆ่าแดง” มันหึ่งไปภาคอีสาน และเงินค่าจำนำข้าว ก็โดนบริษัทเผาไทย ผู้อุปการะคุณอย่างเป็นทางการของแกนนำแดงโกงไป ไม่ยอมจ่ายมาสักที รอแล้ว รอเล่า เฝ้าแต่รอ ชะเง้อ ชะแง้ จะนานเท่าไรก็ไม่จ่าย เพราะแก๊งค์คอมมิวนิสต์แดงเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้มวลชนเสื้อแดงห่อเหี่ยว ไม่มีกะจิตกะใจจะรุกรบ ไปตาย ติดคุก เพื่อทวงเงินคืนให้เศรษฐีแสนล้าน

แก๊งค์คอมมิวนิสต์แดง จึงเสนอแผนใหม่ ที่โหดอย่างมาก น่าเกรงขาม ขนพองสยองเกล้า..คือ
ให้ชายดูไบ เปิดท่อน้ำเลี้ยงแบบระยะยาว ตราบนานเท่านาน ไปชั่วนิจนิรันดร์กาล โดยจัดชุมนุมเลาะเลียบค่าย อมหัวคิวต่างจังหวัดไปเรื่อยๆ ให้ชายดูไบ เปิดระบบชลประทานน้ำเลี้ยงไหลแรงๆ แบบ Unlimit เริ่มจากวันที่ 6 พ.ค.57 ยาวไปถึงปลายปี 57 โน่น..โดยอย่าพึ่งแตกหัก เพราะหากเข้าปะทะตอนนี้มีแต่ "แพ้กับแพ้" และจะแพ้อย่างราบคาบ !!..ส่วนคากคกตู่ ก็ได้คำรามกร้าวด้วยเสียงดุดันว่า “จะต่อสู้ต่อไป..จนกว่าจะไม่มีตังให้เบิก”..ฮา

รายงานอีกสายมาว่า อดีต ส.ส.อีสาน บริษัทเผาไทย มีการนัดประชุมกันที่ทำการแก๊ง.ค์อั้.งยี่แดง ได้ข้อสรุปว่าจะจัดตั้ง “ขบวนการคนอีสานปกป้องประชาธิปไตย” เพื่อต้มตุ๋นหลอกลวงเคลื่อนไหวในทุกจังหวัดภาคอีสาน และจัดเวทีปราศรัยไปทั่วทั้งภาค เพื่อจะแบ่งทรัพย์ อมหัวคิวแข่งกับ นปช.บ้าง เบื้องต้นจะใช้เวทีหน้าศาลากลางจังหวัด หน้าสนามกีฬากลางจังหวัด เป็นจุดเข้าคิวไปลงชื่อรับเงิน เริ่มตั้งแต่วันที่ 2-3 พ.ค. เรื่อยไป จนถึงวันที่ศาลไคฟงรัฐธรรมนูญ จะมีคำตัดสินถีบปูเน่าตกเก้าอี้

ชายดูไบ ได้สไกป์เข้ามาสั่งการด้วย โดยเขาเห็นด้วยในสิ่งที่ อดีต ส.ส.อีสานกำลังจะทำ เพราะต้องแยกส่วนกับ นปช. เนื่องจากคนอีสานไม่มีใครเอาแก๊.งค์แดง นปช.แล้ว เพราะชอบอุ้มฆ่าพวกเดียวกันเองเป็นประจำ เขากำชับเน้นย้ำว่า “ให้เลี้ยงกระแสไว้ “ และค่าใช้จ่ายการระดมมวลชนแต่ละจังหวัดจ่ายไม่อั้น แต่ๆๆ...ให้ ส.ส.สำรองจ่ายกันเองไปก่อน..ฮา ข.รี้เหนียวฝุดๆ

ส่วนการชุมนุมวันที่ 6 พ.ค.2557 เป็นต้นไป เพื่อเปลี่ยนถนนอักษะ ให้เป็นถนนอัก “สะบักสะบอม” อีกรอบ เขารู้ตัวว่าสมุนบริวารขนมวลชนเสื้อแดงมาไม่ได้ตามเป้าแน่ๆ 1000% จึงให้แนวทางมา คือ ให้ขนต่างด้าวใส่รถไฟมาแทนรถยนต์ ตามที่เล่าตอนที่แล้ว (ที่https://www.facebook.com/media/set/?set=a.232912173565484.1073741987.187529244770444&type=1) และให้เอาเข้าไปที่ถนนอักษะให้ได้ทุกวิถีทาง จะมุดดินหลบด่าน เดินเท้าฝ่าป่าที่งูชุมเข้าไปก็บังคับให้ทำ ส่วน ส.ส.อีสาน ก็ให้ไปหลอกต้มคนอีสาน ที่ยากจน ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ว่างงานหน้าแล้ง คนตกงาน คนแก่ เด็กปิดเทอม คนเร่ร่อน พวกติดยา ไปเอาแหหว่านใส่ตะข้อง เอามาร่วมที่ถนนอักษะ ให้ได้มากที่สุด

ต้องเข้าใจคนอีสานว่า การชุมนุมคนเสื้อแดงในภาคอิสาณ อาจจะทำยอดผู้เข้าร่วมได้ถึง 2-3 หมื่น ด้วยการจ้างมา แต่ผู้เข้าชุมนุมนั้นเขามาเพื่อเงินค่าจ้าง ไม่ได้เป็นคนเสื้อแดงอย่างแท้จริง เพราะเงินค่าจ้าง 200-300 ร้อยบาทต่อวัน สำหรับคนอีสานนั้นมันสำคัญมาก เพราะฐานะส่วนใหญ่เขายากจนและมีอาชีพรับจ้าง อีกทั้งคนอีสานระดับรากหญ้า ไม่รู้เรื่องกฏหมายรัฐธรรมนูญ อย่างถ่องแท้ ไม่รู้เรื่องความเสียหายจากโครงการประชานิยม ไม่รู้เรื่องพลังงาน ฯลฯ ขนาดเงินค่าจำนำข้าวไม่ได้จนบัดนี้ แกนนำเสื้อแดงไปหลอกว่า มวลชน กปปส.ไปขวางทางรถขนเงิน ทำให้ขนเงินมาจ่ายค่าจำนำข้าวไม่ได้ คนอีสานที่ไม่รู้ความจริงจำนวนมากก็ยังเชื่อ

ส่วนเสื้อแดงอีกแบบ คือ แดงคอมมิสต์ จะเป็นพวกอีโก้สุดโต่ง หลงตัวเอง เกิดมาไม่เคยยอมคนอื่น ไม่ต้องการปฏิบัติตามกฎที่วางไว้ พวกนี้ก็อยากให้โลกพังทลาย เหมือนชีวิตตัวเอง คนเสื้อเเดงที่มีน้อยลงมากไม่ใช่ว่าคิดได้ เเต่มันเริ่มเกลียดชายดูใบ ที่เห็นพวกมันเป็นทุยหลอกใช้เเบบโง่ๆ เสื้อแดงคอมมิสต์จะไม่ยอมเปลี่ยนความคิด แต่แค่เปลี่ยนเป้าหมายคนที่พวกมันเกลียด และอิจฉา คนที่เขาดีกว่า คนที่มีประชาชนเคารพมากกว่า คนเสื้อแดงประเภทนี้เกิดมาเลวโดยสั.นด.าน มันยากที่กลับตัวเป็นคนดีได้ แต่มันเเค่ไม่เเสดงออกเท่านั้น

ผลจากอาเพศคนอีสาน ที่สนับสนุนขบวนการแดงล้มเจ้า ที่ไปเลือก ส.ว.ที่เป็นคนขโมยเพชร ธรรมชาติเลยวิบัติ เมื่อวันนี้ที่ จ.อุดรธานี เกิดอ.าเพศพายุมี โดยมีลักษณะพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง สายฟ้าโกรธา แลบแปลบปราบจากท้องฟ้าลงสู่พื้นดิน ลมกระโชกอย่างแรง อากาศก็แปรปรวนร้อนแทบบ้า แต่กลับมีฝนอาเพศผิดฤดูตกลงมาอย่างหนัก พร้อมกับพายุหมุนบ้.าค.ลั่งรุนแรง

ทำเต็นท์ของผู้ประกอบการร้านค้างาน "โอทอปถิ่นฟ้า ล้านนาตะวันออก" ที่จัดบริเวณสนามทุ่งศรีเมือง แทบทั้งหมดล้มพังทับสินค้า และผลิตภัณฑ์ที่นำมาแสดง จนพังย่อยยับในพริบตา เจ้าของร้านค้าน้ำตาตกเพราะเสียหายจนสิ้นแทบหมดตัว ขณะที่ เป็ดยางสูบลมสีเหลืองสันติภาพ แม่และลูกอีก 2 ตัว ที่บริเวณสวนสาธารณะหนองประจักษ์ ก็ล้มเอียงพังเสียหายเกิดรอยรั่ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุอาเพศกับเป็ดเหลืองตัวนี้ เพิ่งเคยเกิดมาและลากเป็ดครูดขึ้นมาพังทลายรถมอเตอร์ไซค์ริมฝั่งยับเยินมาแล้ว

ส่วนการชุมนุมแก๊.งค์อมเงินหัวคิว นปช.ที่อุตรดิตถ์ ก็ต้องย้ายสถานที่กระทันหันไปที่สนามกีฬาหมอนไม้ จากเดิมที่สนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหัก หน้าอนุสาวรีย์ของท่านฯ เพราะขืนจัดที่นั่นต้องตายจากอาถรรพ์กันระนาวแน่ แต่ก็เกิดอ.าเพศรับแก๊.งค์แดงอั.ป.รีย์จนได้ เมื่อเกิดพายุ และฝนกระโชกตกหนักรุนแรงในวงกว้าง พิโรธกระหน่ำทั้ง จ.อุตรดิตถ์ จนบ้านเรือนชาวบ้านพังยับเยิน..แก๊.งค์แดงอั.ป.รีย์แผ่นดินนี่ไปเหยียบที่ไหน อาเพศหนักที่นั่น ชาวบ้านเลยเจอความซ.ว..ยไปเต็มๆ ส่วนคนเสื้อแดงที่รับเงินร้อนค่าจ้างไป จะไม่มีใครได้ตายดีแน่ๆ

มาดูตัวอย่างวงเวียนกรรม ยุติธรรมเสมอ ที่ชวนขนพองสยองเกล้า สำหรับคนเสื้อแดง คือ

1. จุมพล อดีตเปาบุ้นจิ้นรัฐธรรมนูญ สมัยที่เคยตัดสินให้ชายดูไบ หลุดคดีซุกหุ้น ป่วยหนัก นอนรอความตายด้วยโรคมะเร็งปอด เมียก็เป็นมะเร็งด้วย เงินบาปที่ได้มาจากค่าจ้าง ก็ถูกเผาผลาญไปจนหมดกับการรักษา..ล่าสุดวงเวียนกรรมได้สูบเอาชีวิตเขาไปเรียบร้อยแล้วโรงเรียนย.ม.ทู.ต

ประวัติเขาเป็น 1 ใน 8 เปาบุ้นจิ้นรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก ที่สร้างความโ.ห่ฮา ระงม ที่ตัดสิน “แบบศาลา” ให้ชายดูไบไม่มีความผิด ในกรณีเอาหุ้นไปซุกแอบไว้ที่คนใช้ คนสวน คนขับรถ หลายพันล้านบาท เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ จนทำให้ผล ชนะ ไปด้วยเสียงเฉียดฉิว 8 : 7 เสียง เขาได้รับสินบน และบอกว่าแม้ ป.ป.ช.จะตัดสินให้ชายดูไบผิด แต่บริษัทเผาไทยชนะการเลือกตั้ง จึงแสดงว่า ประชาชนลงมติกันแล้วว่าข้อหานี้ไม่ร้ายแรง ไม่ได้คดโกง เปาบุ้นจิ้นรัฐธรรมนูญ จะไปไล่เขา ไม่ใช่ประชาธิปไตย..คนนี้แหละเจ้าตำหรับแถ ที่เสื้อแดงเอามาอ้างจนถึงปัจจุบันละ..นี่แหละตัดสินแบบศาลา โดยไม่เที่ยงตรงตามกฎหมาย ประเทศชาติถึงฉิ.บ.ห.า.ยว.า.ย.ว.อ.ด.จนบัดนี้

เขายังได้รับการแต่ตั้งจากแก๊งค์คอมมิวนิสต์แดง ให้เป็นคณะทำงานกลั่นกรอง กรณีทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ ชายดูไบอีกด้วย..คนในตระกูล ทนไม่ไหว เคยลงชื่อเป็นหางว่าวเรียกร้องให้เขาถอนตัวจากการพิจารณาคดียุบบริษัทเผาไทย และทุกคดีที่เกี่ยวข้องกับชายดูไบ เพราะที่ผ่านมาเขาเอนเอียงเข้าข้างตลอด จนเกิดความเสื่อมเสียกับวงศ์ตระกูลที่อดีตบรรพบุรุษเป็นถึงองคมนตรี และผู้สำเร็จราชการ..วันก่อนเขาตัดสินไม่เที่ยงตรง แบบศาลา แต่วันนี้เขาต้องใช้บริการศาลา..ในการวางร่างไร้วิญญาณเขาเสียเอง

2. นายพีรพันธ์ รมต.วิทย์ เกิดอาการโรคหัวใจกำเริบ วูบ เส้นเลือดหัวใจตีบ และเส้นเลือดในสมองตีบด้วย ญาติต้องหามส่งโรงพยาบาลเอกชนแถว นวมินทร์เป็นการด่วน อาการโคม่าหนักมาก (เป็นการขัดคำสั่งคากคกตู่ เพราะห้ามคนเสื้อแดงป่วยไปหาหมอเด็ดขาด เพราะหมอต่อต้านคนโกง) หมอต้องผ่าตัดด่วน อาการยังทรงและทรุด ไม่รู้สึกตัว

ปูเน่า หน้าซีดเผือด กรรมตามมาเร็วเกินคาด ได้สั่งให้ยกเลิกการประชุมพลังงานที่มีกำหนดการล่วงหน้า เพื่อเดินทางไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล แต่โรงพยาบาลบอกว่า นายพีรพันธ์ มีอาการโคม่าไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ ปูเน่าจะเหวอกลับไป..นี่มันไม่รู้หรือไง ว่าปูเน่าไปเหยียบที่ไหน พินาศวายป่วงที่นั่น ไปเยี่ยมคนเจ็บหนัก..เฮ้อ..จะมีชีวิตอยู่รักษาประชาธิปไตย ไปอีกนานแค่ไหน !! หรือจะมาโทษว่าอำมาตย์กลั่นแกล้ง หรือ เป็นผลพวงจากรัฐประหารอีก

ประวัติเขายโสธร จบนิติศาสตร์ และ ป.เอกสาขากฎหมาย จากปารีส เคยเป็นอาจารย์คณะนิติศาสตร์ รามฯ และรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา เคยเป็น ส.ส.สังกัด ปชป. , บริษัทพลังคอมมิวนิสต์ และบริษัทเผาไทย เป็นทีมกฎหมายแก๊งค์คอมมิวนิสต์แดง เป็นลูกน้องเป็ดเหลิม ที่เคยผลักดันร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ฉบับเป็ดเหลิม

เขาเคยตำหนิ ชาย 2 คน ที่รุมชกปาก วรเจตน์ กลุ่มนิติข.รี้.ราด มหาลัยกฎหมายเก่าแก่ ที่ต้องการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา112 ข้อหาหมิ่นเบื้องสูง โดยให้พวกนี้ด่.าได้อย่างเสรี เพราะมันกินข้าวไม่ลง ถ้าไม่ได้หมิ่นเบื้องสูง และแก้กฎหมายมาตรานี้

3. รายล่าสุดหมาดๆ นายสมพร อายุ 51 ปี อดีตรองนายก อบต.เทวราช อ.ไชโย จ.อ่างทอง เมื่อเดือนธันวาคม 2556 เขาไปร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงที่สนามรัชมังคลา กรุงเทพฯ ที่ตั้งอาชีวะ ยืนปราศรัยด่า หมิ่น ให้ร้ายเจ้าฟ้า เจ้าแผ่นดิน ท่ามกลาง รมต.บริษัทเผาไทย จำนวนมาก และคนเสื้อแดงปรบมือชอบใจ จนคากคกตู่ตบรางวัลเงินสดให้ที่ตั้งอาชีวะ หลายหมื่นบาท ปรากฏว่าหลังจากวันนั้น นายสมพร ก็เจอ “แดงอุ้มแดง” หายสาบสูญอย่างไร้ร่องรอย ขาดการติดต่อกับญาติไปแล้วนานกว่า 4 เดือน จนเมียต้องไปแจ้งความต่อ สภ.เกษไชโย อ่างทอง เพื่อร้องทุกข์และตามหาผัว..

โถ..นาน 4 เดือนแบบนี้ แก๊.งค์อั้.งยี่แดงมันอุ้มไปฆ่าแล้ว มันก็ทำแบบนี้กันประจำอยู่แล้ว แก๊.งค์นี้มันจะมีพฤติกรรมอุ้มการ์ดด้วยกัน อุ้มคนจัดม๊อบมาไม่เข้าเป้า อุ้มเสื้อแดงที่กล้าหนีกลับบ้านก่อนเวลา กล้ามองหน้าการ์ด หรือเรื่องมาก พวกนี้มันก็จะอุ้มเสื้อแดงด้วยกันเองไปซ้อมบ้าง ไปยิงทิ้งเล่นบ้าง แล้วก็ถีบลงน้ำ หรือเอาไปยิงทิ้งในป่าเปลี่ยวไกลคน ก็จะหาซากไม่เจอ

คนเสื้อแดงที่ไปร่วมชุมนุม ก็รู้กันทุกคนแหละว่า “แดงฆ่าแดง” เพราะเป็นกฎของแก๊.งค์นี้..เข้าได้ แต่ออกต้องตายว่างั้นเถอะ !! ก็คากคกตู่ มันประกาศไงว่าเสื้อแดงตายไม่ให้เผาวัด..แต่มันให้เอาไปทิ้งแม่น้ำแทน..

ยังมีพวกที่สนับสนับสนุนแก๊.งค์ขบวนการแดงล้มเจ้า อีกจำนวนมากมาย ที่ตัวเอง ลูก เมีย พ่อแม่ นอนรักษาตัวเป็นผักในโรงพยาบาล ด้วยโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง หัวใจตีบ หลอดเลือดสมองแตก ผลาญเงินบาปที่โกงมาให้หมด แล้วยมทูตกระชากวิญญาณออกจากร่างไป

ตอนอยู่เป็นคนเสื้อสีอื่นดีๆ มีความสุขกลับไม่ชอบ หาเรื่องไปร่วมกับแก๊งค์เสื้อแดงล้มเจ้าปุ๊บ ไม่เห็นตายดีสักคน..


ที่มา แฉ..ความลับ @เสธ น้ำเงิน https//www.facebook.com/topsecretthai

5504
*.*
 
 

โดย: อิอิ IP: 115.87.71.115 วันที่: 30 เมษายน 2557 เวลา:10:02:13 น.  

 
 
 
"การเป็นประชาธิปไตยยังไม่เพียงพอ เสียงข้างมากไม่อาจเปลี่ยนสิ่งที่ผิดให้ถูกได้ หากจะเป็นประเทศเสรีจริงๆ ประเทศนั้นต้องมีความรักที่ลึกซึ้งต่อเสรีภาพ และเคารพหลักนิติธรรมอย่างผูกพันไม่เสื่อมคลาย".

“Being democratic is not enough, a majority cannot turn what is wrong into right. In order to be considered truly free, countries must also have a deep love of liberty and an abiding respect for the rule of law” Margaret Thatcher

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=bsonjb&month=09-2010&group=3&date=22&gblog=2

8315
- -"
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.120.49.15 วันที่: 8 พฤษภาคม 2557 เวลา:13:28:12 น.  

 
 
 
ประชาธิปไตยที่ไม่ใช่แต่การ เลือกตั้งหมายความว่าไงเจ้
 
 

โดย: หลบภัย IP: 58.181.134.142 วันที่: 27 พฤษภาคม 2557 เวลา:11:23:01 น.  

 
 
 
ถึง แควนขับทู๊กทั่น

อืม...อิฉันหายหัวไปนานเลยนะเนี่ย
ยังจะมีแควน ๆ คอยชะเง้อคอรอหา
และ คอยติดตามบล็อกอยู่ไหมน๊อออ ? ^ ^


อนึ่งเนื่องใน วาระดิถี วันหยุดชดเชย วันเข้าพรรษา
อิตั้วเจ้มานีนู๋บี มันเลย แวะเอา ลายแทงทางเข้า หุบเขาคนโฉด
ที่มันไปร่ำสุรา เสวนาธรรมโม๊ะตบตีก๊ัะ ชาวบ้าน มาฝากจร้าาา


อ้อ แต่ขอย้ำไว้ก่อนนะ ลิงค์ ที่เอามาแปะนี้
มันเป็น หุบเขาคนโฉด นะจ๊ะ ไม่มีบรรยากาศร่มเย็น สงบสุข
แบบ วัดเส้าหลิน หรือ สุสานโบราณ หรอกนะจะบอกหั้ย


มัน มีแต่ ความดิบ เถื่อน ถ่อยสถุล
คุณพร้อมที่จะโดนตีหัวหมา ด่าแม่เจ๊ก ได้ทุกเมื่อ
ถ้าเผลอไปคุยกับ ฝูงทรราชที่นั่น - -"


ฉะนั้น จึงไม่เหมาะที่ เด็ก สตรี คนชรา และ อิอ่อน ทั้งหลาย จะเข้าไปข้องแวะ ว่ะ เราเตือนคุณแล้วนะ


//www.tayan800.com/webboard/viewforum.php?f=3


อ้ออันนี้ ก้อ กฏ อัยการศึกของ หุบเขาคนโฉด
++++++++++++++++++++++++++++++++

ที่นี่คือ "บอร์ดลวงโลก" หรือ "เขตปลอดสุภาพชน" จะมีคำไม่เหมาะสม ถ้าท่านรับไม่ได้ โปรดกลับออกไป จุดประสงค์ ของ Webmaster ทำที่นี่ขึ้นมา เพื่อให้เพื่อนๆ ที่เหน็ดเหนื่อยจากเรียนและทำงาน ได้ระบายครับทั่น!!! ที่นิ่เป็นพื้นที่พิเศษ ที่มี แนวคิดเฉพาะแบบ แต่ละสังคมย่อมไม่เหมือนกัน ทางเราไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ต่อความเสียหายใดๆทั้งสิ้น ที่จะเกิดขึ้นใน สถานที่นี้ ข้อ ความทั้งหมดไม่สามารถใช้อ้างอิงถึงบุคคลใดๆได้ สำหรับผู้ที่เข้าไปชมแล้ว เกิดมีความคิดไม่ตรงกับเรา หรือรับ ไม่ได้ โปรดเข้าใจว่า คุณได้ยอมรับข้อตกลงแล้ว จึงไม่มีสิทธิที่จะโต้แย้ง หรือ มีความคิดต่อต้าน แต่จงคิดว่าโลกนี้มันมีอะไร ที่แตกต่าง ดั่งเช่นนิทานนี้

Once upon a time.... มีชายคนนึง เป่าปี่ ได้ไพเราะมาก เมื่อเดินเป่าปี่ผ่านไปยังบ้านใคร ก็จะมีผู้คนออกมาเต้นรำ ด้วยเสมอ ครั้นชายหูหนวกคนหนึ่ง เดินผ่านมา เห็นชาวบ้านเต้นรำกัน ก็นึกว่าคนพวกนี้บ้ากันหมด แล้วก็เดินจากไป.....

ตราบใดที่ท่านคลิก Enter เพื่อเข้าไปใช้บริการ หลุดโลกบอร์ด "เขตปลอดสุภาพชน" เราจะถือว่าท่านได้ยอมรับกฎกติกาของ สถานที่แห่งนี้ (ซึ่งเป็นกฎกติกาสากลที่ใช้กันทั่วโลก) โดยจะไม่มีข้อโต้แย้งภายหลัง และ ถ้าท่านยอมรับ กฎกติกาสากลไม่ได้ โปรดคลิก Exit (DO NOT CONTINUE IF YOU ARE EASILY

ที่มา

//www.tayan800.com/

++++++++++++++++++++++++++++ๅๅ+++


ส่วน อันนี้ กระทู้ของ อิฉัน ที่ไปตบตีกับฝูงชายโฉด ที่นั่น
( อ่านแล้ว ไม่ต้องตกใจน่ะ ถ้า เห็น อิฉัน ใช้ภาษาฮาร์ด คอร์ อย่างนั้น
มันจำเป็นว่ะ ขืนทำตัว หงิม ๆ ติ๋ม ๆ ตรูโดนไอ้พวกฝูงชายโฉดที่นั่น มันแทะจนเหลือแต่กระดูก แหง๋ ๆ - - ")

มีโอกาสที่ คสช.จะยกหางให้ ศาสนาพุทธ เป็น ศาสนาประจำซาดไหมคะ?

www.tayan800.com/webboard/viewtopic.php?f=3&t=701


ถ้าชาติหน้าอยากเกิดเป็น กระเทย จะต้องทำ กรรมอะไรสะสมไว้ดีคะ?

//www.tayan800.com/webboard/viewtopic.php?f=3&t=251



ศาสนา ก๊ะ ภาษี ! เมื่อไร คสช.เข้ามาปฏิรูปเรื่องนี้ซะทีวะ T^T

//www.tayan800.com/webboard/viewtopic.php?f=3&t=778


ศาสนา นี่มันเป็น ปัจจัยที่ 5 ในการดำรงชีวิตหรือไม่คะ ?

//www.tayan800.com/webboard/viewtopic.php?f=3&t=619


ถ้ากายเป็นชาย-ใจเป็นญิ๋ง จะสามารถโกนหัวบวชเป็นพระได้ไหมค๊ะ?

www.tayan800.com/webboard/viewtopic.php?f=3&t=723


อืม.. จิง ๆ ถ้าบอดตาย่านเก่า ไม่โดน คสช.แบน ซะก่อนอ่ะนะ
มีกระทู้ จะมาอวด อีกเพรียบเลยอ่ะ

แต่ช่างเหอะนะ เอามาอวด เท่าที่มีแระกัน อิอิ

ปอลิง
ช่วงนี้ มัวไปแร่ด ล่อเสือล่อตะเข้ ที่หุบเขาคนโฉดซะเพลิน
ยังไม่ได้กลับมาถกประเด็นที่ยังค้างคา ในบล็อกนี้ เลยอ่ะ แหะ ๆ
แต่ไงถ้ามีโอกาสเหมาะ ๆ ก็จะ กลับมา เคลียร์ประเด็นที่ค้าง ๆ คา ๆ ให้น้าาา ^^

อิตั้วเจ้มานีนู๋บี

9272




 
 

โดย: อิตั้วเจ้มานีนู๋บี IP: 110.77.138.136 วันที่: 14 กรกฎาคม 2557 เวลา:22:39:12 น.  

 
 
 
แวะมาเยี่ยม ยังเจริญในธรรมอยู่ใช่มั้ย ส า ธุ
 
 

โดย: P2wichai วันที่: 18 กรกฎาคม 2557 เวลา:22:44:41 น.  

 
 
 
อ้าวเฮ้ยยยยยยยยยย เซอร์ไพร์ซ์ มว๊ากกกกกกกกก
ที่ได้เห็น คุณป๋ากามนิต มาโยนหินถามทางอยู่แถวนี้
อิอิ ไอ้เรื่อง เจริญในธรรม อะรัยนั่น
มันก็คงแล้วแต่จะคิดแล้วแต่จะมอง กระมัง


สำหรับ ตัวอิฉัน เองนั้น คิ ด ว่ า
ไอ้ รัศมีธรรมโม๊ะ ทั้งหลาย ในตัว นั้น
มันก็ ไม่ได้ เจริญขึ้นเจริญลง หรอกคร้าาา
ก็แค่ เป็นปกติ ชิล ๆ เหมือนเมื่อก่อนนั่นแหล่ะ


ศีลหก นี่ก็ถือ จนเป็นปกติ แล้ว
อาจมีถลอกมั่ง อย่างเช่น เผลอเหยียบหอยทาก ตาย
แต่ก็ไม่เห็นศีลมันจะขาด อะรัยนิ
นึกครึ้ม อิคิตตี้ มันก็ อนุยาด ให้ แหกศีลหก ฉันมื้อเย็น เล่น มั่ง เป็นบางวัน


ส่วน อิเรื่อง ดูจิตเล่นเป็นงาน อดิเรก ในชีวิตประจำวันก็ ทำต่อเนื่อง
พิจารณา จาก ปริมาณสภาวะจิตที่ขุ่นมัว เสียสมดุล
เมื่อมีผัสสะมากระทบ จนต้องจดไว้ในสมุดเบิ่งจิต)ฃ
ก็ มีปริมาณน้อยลงอย่างมีนัยยะสำคัญ จนอยู่ในระดับที่น่าพอใจ
แต่ก็มักจะแกว่ง ๆ บ่อย ๆ ก็ช่วงใกล้ ๆ จะเป็นเมนส์ มั้ง ก็ถือว่าหยวน ๆ

ว่า แต่ คุณป๋า คิ ด ว่ า อิฉันเจริญในธรรม อยู่ไหมล่ะเจ้าคะ?
แล้ว อะไร เป็น ดัชนีชี้วัด + เหตุปัจจัย ที่ทำให้ คุณป๋าคิดเช่นนั้นล่ะ
แต่ไม่ว่า คุณป๋าจะคิดไง อิฉันก็มั่นใจ เสมออ่ะว่า


อิพวกคนพุทธส่วนใหญ่ในประเทศไทย
ประมาณ ร้อยละ เก้าสิบห้า
ล้วนแล้วแต่มี ภูมิศีลต่ำ ภูมิธรรมด้อย ภูมิรู้น้อย
กว่า เอธิสต์ อย่าง อิฉัน อ่ะ


ฉะนั้น ไม่ต้องเป็นห่วงอิฉันดอกเจ้าค่ะ
เอาเวลาไปห่วง อิพวก พุทธมามกะจ๋า พวกเดว กะ คุณป๋าดีกว่ามั้ง
เห็น ตะละคน ส่วนใหญ่ ก็ ไม่เอาไหน ทั้งนั้นเรย
แต่ก็นั่นแหล่ะนะ แข่เรือแข่งพายมันแข่งกันได้
แต่ถ้าจะให้มาแข่งบุญแข่งวาสนา แล้วไซร้
มันแข่งกัน บ่ ได้ดอกนาย

ปอลิง 1
แท้งกิ๋ว ที่เป็นห่วง พยามจะเตือนสติ
และ สอน ไอ้เข้อย่างอิฉัน ให้ว่ายน้ำนะคะ คุณป๋า
เฮ้ออ ไม่ว่าจะ เมื่อก่อน หรือ ตอนนี้
อิฉันก็ยัง มั่นใจว่า ภูมิศีลตัวเอง เป๊ะเว่อร์
ยัง ก้มหน้าไม่อายฟ้า เงยหน้าไม่อายดิน เหมือนเดิมอ่ะ

ปอลิง 2
แอบแวะไปดู บล็อกคุณป๋ามาแระ
แนะนำว่า หากต้องการ แลกเปลี่ยน ความคิดเห็นที่หลากหลายเวลาสร้างบล็อก น่าจะเลือก คลิ๊ก สร้างบล็อกแบบให้เม้นต์ได้ทุกคน นะ
ไม่งั้น มันจะจำกัดการเม้นต์ ให้เม้นต์ ได้เฉพาะคนที่เป็นสมาชิกเวบพันติ๊ป

ปอลิง 3
อ้อ แล้วถ้ามีโอกาสไปเจอะเจอ ไอ้ตี๋ ตองเก้า ในกระทู้ ห้องสาดหนา
ฝาก คุณป๋ากามนิต บอกไอ้เด็กก้วยยี้ ด้วยว่า
ไว้ออกพรรษา
พ้นจาก พันธะสัจจะ"งดพันติ๊ปเข้าพรรษา 365 วัน ประชดมอดเวบ " เมื่อไร
เด๋ว ครึ้ม ๆ ตั้วเจ้ จะไปร่วมสังฆกรรม เต้นแรพโย่วโชวสเตปด้วย นะยะ


1996



 
 

โดย: คุณหลานวาสิฏฐีไพรีเผ่น IP: 110.77.138.136 วันที่: 19 กรกฎาคม 2557 เวลา:16:59:50 น.  

 
 
 
นานเข้าที เขียนอะไรซักหน่อย

บางที่สิ่งที่ว่ามันลดลงอย่างเห็นได้ชัด มันก็อาจมาจากการจำกัดตัวเอง อยู่ในเฉพาะบางท่ี่เท่านั้นก็ได้ แต่พอ ออกไปพบบะกับเจ้ากรรมนายเวร เก่าๆ มันอาจโผล่ มาเท่าเดิมหรือมากขึ้นกะได้เดอ เพราะ มันอาจร้อนกว่าที่ตั๋วเองคิดกะได้ เดอ ตะละล่า อีนาง
 
 

โดย: บ่มีหยัง IP: 1.46.204.126 วันที่: 30 กรกฎาคม 2557 เวลา:10:45:45 น.  

 
 
 
อ่ะโหล แวะเอา มู้ว์ ที่ตัวเองเขียน
มาแปะ ให้ แควน ๆ ได้รับชม ฮ่ะ

//www.tayan008.com/webboard/viewtopic.php?f=3&t=88101&start=60


//www.tayan008.com/webboard/viewtopic.php?f=3&t=87718


//www.tayan008.com/webboard/viewtopic.php?f=3&t=88600


ปอลิง

เฮ้ออ....แป๊บ ๆ ก็ใกล้จะ ออกพรรษา แระ
แต่ก็ยังไม่ค่อยจะได้ทำอะรัยเป็นชิ้นเป็นอันเล๊ยยย
แบ่บว่า มัวแต่ ไป อ่อย เอ๊ย ไปแพล่ม อยู่ที่ หุบเขาคนโฉด - -"

2036
 
 

โดย: อิเจ้มานี....นู๋บี IP: 110.77.138.136 วันที่: 16 กันยายน 2557 เวลา:22:14:48 น.  

 
 
 
แวะเอาตัวหนังสือ ที่ัเขียนไว้ล่าสุดมาแปะอ่ะคร้าาาาา


//www.tayan800.com/webboard/viewtopic.php?f=3&t=7529&sid=54919c0753d6fc23d0dd6fa1d46dc7f7

แบบว่า ไม่ชอบแอบนินทาใครลับหลัง
ดังนั้น โดยมารยาทแล้ว เมืีอนินทากล่าวอ้างถึงใครแล้ว
ก้อต้องเอามาแปะป้ายประกาศไว้ให้รับรู้ทั่วกัน ในบอร์ดต้นเรื่อง
ในส่วนที่เป็นหน้าเวบเพจที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน


ปอลิง

แล้วครึ้ม ๆ ฤกษ์งามยามดี จะมาชำแหละ สาดดาของ อิพวกขอทาน ขกแดร่กหมู
เกี่ยวกะเรื่อง หน้าที่และความรับผิดชอบ
ในกรณีหนัเมียไปบวชให้ฟัง ตามที่สัญญาไว้จร้าา
จิง ๆ เรืองนี้ สำนวน อ่อนมาก
วิแคะเขียนสคริปต์ร่างเอาไว้เป็นสเตปแระ
แต่เด๋วนี้ค่อนข้าง ขีี้เกียจ เรยไม่ได้สานต่อ
ให้มันจบครบถ้วนกระบวนความซะทีเรย

เอาไว้ฤกษ์งามยามดีก่อนเนาะ
เพราะไอ้เรื่อง นินทา ชำแหละพุดเจ้านี่ ไม่ใช่เรื่องสำคันเรางด่วนอะรัยเท่าไร


1317

 
 

โดย: อิเจ้มานี....นู๋บี IP: 192.99.14.34 วันที่: 23 สิงหาคม 2558 เวลา:7:02:38 น.  

 
 
 
อ่ะ นู๋บี เอามาฝาก ทุกทั่น จร้าาา ^ ^

อืม....จากที่เคยสัญญาไว้
ว่า จะ ถกเรื่อง สิทธัตถะ หนีเมียไปบวช ที่ค้างคาไว้ ตะแต่ ปีมะโว้


https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=bsonjb&month=09-2010&date=22&group=3&gblog=2

แต่ก้อปรากฏว่า มัวไปฝอยเรื่องอื่นเพลิน จนเจิ่น -*-

เรยกลัวว่า ถ้าโอ้เอ้ต่อไป เผลอ ๆ บังเอิญเกิดตาย 5 กะทันหันขึ้ันมา
จะ ผิดคำพูดที่ให้ไว้ กลายเป็น หนี้เวรหนี้กรรมต่อกันแบบข้ามภพข้ามชาติ
วันนี้ เรย ถือโอกาสแวะเอา ข้อเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ มาให้ ตามที่เคยสัญญาไว้
จะได้ไม่ต้องค้างคาผิดสัญญา กะ ใคร ให้ศีลถลอก โดยไม่ตั้งใจ

แต่ คงต้อง ออกตัวไว้ก่อนนะ ว่า จริง ๆ ประเด็นนี้ มีเรื่องให้เล่น ให้ถลกหนังหัวอีกแยะ
ทว่า เด๋วนี้ แก่แระ เริ่มขี้เกียจ โอ้เอ้ ตลอด เรยเอาเท่านี้ก้อแระกัน เน๊าะ
ถ้าครึ้ม ๆ ไง ่ค่อยว่ากันใหม่อีกที ก้อแระกัน


อ่ะ เอามาฝาก ^ ^

https://www.facebook.com/groups/258678237941377/permalink/328162600992940/

ส่วนอันนี้ แถม เคยเอา เหล่าฮู ไปนินทา 555

https://www.facebook.com/groups/1741041249549923/permalink/1888911198096260/?comment_id=1904527993201247&comment_tracking=%7B%22tn%22%3A%22R9%22%7D


บายจร้าาา ^ ^
 
 

โดย: อิเจ้มานี....นู๋บี IP: 110.77.138.136 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2560 เวลา:20:47:10 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

นู๋บี
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
[Add นู๋บี's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com