:: 7 วัน 7 สี ที่ Seven Hotel ::


วันนี้จะพาไปรู้จักกับหนึ่งในโรงแรม ที่เข้าประกวด ในโครงการ Thailand Boutique Awards 2011 นะคะ

" Seven "




ที่ตั้ง ซอยสุขุมวิท 31 เลี้ยวซ้ายซอยสวัสดี 1 ตรงไป seven อยู่ขวามือเกือบสุดซอย
การเดินทางมายังโรงแรม สะดวกมาก มีป้ายรถเมล์อยู่ใกล้ๆ 
และเดินไม่ไกลจาก BTS พร้อมพงศ์ ถ้าจะขับรถมา ที่นี่ไม่มีที่จอดรถ ให้บริการนะคะ




โรงแรมนี้เป็นเพียง ทาวเฮาส์ 1 คูหาขนาด 6 ชั้นรวมดาดฟ้า (บางส่วนวาเข้าใจว่าเป็นชั้นลอยนะคะ)
ดูจากภายนอกเราจะเห็นว่า เป็นทาวเฮาส์ธรรมดา ที่รายรอบไปด้วยที่พักที่ลักษณะคล้ายๆกัน 
สลับกับร้านอาหารและบ้านคน ได้ทราบมาว่า เมื่อก่อนทาวเฮาส์ตรงนี้เป็นบ้านเปล่าๆที่ไม่มีคนอาศัย
และได้เข้ามาปรับปรุง ให้เป็นโรงแรมขึ้นมาในปัจจุบัน




ซึ่ง Concept ของโรงแรมนี้ คุณเจน เจ้าของ Seven เล่าว่า เค้าต้องการที่จะใช้ธุรกิจของที่บ้าน
ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับ " สีทาบ้าน " มาผสมกับความเป็นไทย ได้มีการปรึกษาเพื่อนๆมากมาย
ซึ่งเพื่อนชาวอังกฤษท่านนึงได้ให้ความเห็นว่า 

" ประเทศไทย เป็นประเทศเดียวในโลก ที่มีการกำหนดสีให้วันแต่ละวัน "

วันอาทิตย์ - สีแดง
วันจันทร์ - สีเหลือง
วันอังคาร - สีชมพู
วันพุธ - สีเขียว
วันพฤหัส - สีแสด (สีส้ม)
วันศุกร์ - สีฟ้า
วันเสาร์ - สีม่วง




คุณรู้หรือไม่ว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่มีสีประจำวัน แบบนี้ 
ตอนที่คุณเจนเล่าให้ฟัง วานึกถึงพี่คนนึง ที่ออฟฟิสขึ้นมาเลย
เพราะพี่คนนี้ไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่เด็กเลยค่ะ ตั้งแต่ชั้นประถมเลย

เค้าชอบแซววาเวลาใส่เสื้อผ้าสีสดใส " แหม วันนี้ใส่เสื้อเขียวมาเลยนะ "
วาก็ตอบว่า " ก็วันนี้วันพุธ " พี่เค้าก็งง วันพุธเกี่ยวอะไรกับสีเขียว ทำหน้า งง แบบจริงจังมาก
เลยมาคุยกันจริงจัง ว่าเค้าไม่รู้จริงๆ ว่าวันไหนสีอะไร ไม่เคยเรียนมา ไม่มีคนบอก
วาเลยต้องใส่เสื้อสีตามวันมาให้เค้าจำ ว่าวันไหนสีอะไร พร้อมกับเค้าก็ต้องใส่มาด้วย
พี่เค้าใส่ผิดสีหลายรอบเลย เป็นที่สนุกสนานไป

พอมาฟังคุณเจนเล่า ... ก็เพิ่งเข้าใจว่า มีที่ประเทศไทย ประเทศเดียวจริงหรือนี่ ...

เมื่อได้สิ่งที่ แสดงออกถึงความเป็นไทย และเข้ากันกับ " สี " ซึ่งเป็นต้นทุนที่มีอยู่แล้ว อย่างที่ต้องการ
ก็ยังได้รับคำแนะนำจากเพื่อนอีกว่า ควรตกแต่งโรงแรมด้วยศิลปะที่เรียกว่า Mural หรือจิตรกรรมฝาผนัง
ดึงเอาความเป็นไทยใส่ลงไปด้วย ให้ออกมาในรูปของศิลปะ จะไม่ทำให้ดูเยอะจนเกินไป
จึงได้ออกมาเป็น Seven อย่างทุกวันนี้ Concept แน่นจริงอะไรจริงค่ะที่นี่ 

* น้ำกระเจี๊ยบ เป็น Welcome Drink




ประตูด้านหน้าของที่นี่ต้องมี คีย์การ์ด ถึงจะเข้าได้ เข้าไปก็เจอในส่วนของ Lobby ก่อน
ซึ่งเราจะได้เห็นว่าโทนออกไปทาง " สีแดง " มีเก้าอี้นั่งพักผ่อนหลายจุด




พร้อมมีหนังสือและ DVD ให้ยืม มีโต๊ะส่วนกลางขนาดใหญ่
ที่สามารถมานั่งหรือนอนเล่นได้ด้วยค่ะ ตอนเช้าก็เป็นที่สำหรับทานอาหารเช้า





จากที่พูดคุยคร่าวๆคือ ห้องพักที่นี่มีทั้งหมด 6 ห้อง คือ สีเหลือง สีชมพู
สีเขียว สีส้ม สีฟ้า และสีม่วง โชคดีของวาที่ได้เห็นห้องพักทั้งหมด 5 ห้อง
ส่วนอีกห้องที่มีแขกเข้าพัก ไม่ได้เข้าชม คือ สีเหลือง วันจันทร์ค่ะ




จากล๊อบบี้ เดินขึ้นบันไดไปสู่ชั้นที่ 2 แต่วาคิดว่าดูเหมือนชั้นลอย เพราะมองลงมาเห็นล๊อบบี้ได้ด้วย

มีห้องพักตรงนี้ 1 ห้อง สีส้ม - วันพฤหัส 
วาเรียกห้องนี้ว่า ล๊อบบี้ วิว เพราะมองจากเตียงลงไปจะเห็นล๊อบบี้เลย
แต่ก็ไม่ได้รู้สึกไม่เป็นส่วนตัวขนาดนั้นนะคะ มีม่านกั้นไว้ เปิดปิดได้ค่ะ




ของตกแต่งเน้นสีส้ม ผนังของห้องนี้เป็นลวดลายกราฟฟิคสวยงาม
มีรูปตาคู่สวยอยู่ตรงหัวเตียงให้อารมณ์แปลกตาดีค่ะ




เน้นโทนส้ม - ขาว ดูกลมกลืน




ในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ มีห้องน้ำอยู่ด้านหลัง และมีระเบียงเล็กๆ
ออกไปสูดอากาศภายนอกได้ แต่จะเป็นเหมือนกล่องๆ ที่ชั้นบนมองลงมาเห็น
ข้อเสียคือ หลังระเบียงเป็นบ้านคนอื่นเลย ตอนวาเดินไปชมห้อง เห็นฝั่งนั้น เค้าเดินไปมานิดนึง




ห้องน้ำใช้โทนสีส้ม มีสีเทามาช่วยเบรคความแรงของสีส้มได้อย่างลงตัว



ในส่วนของชั้นนี้ มีสะพานเล็กๆเดินทะลุไป ส่วนนั่งเล่นด้านหน้าได้ด้วยค่ะ 
ทุกคนที่เข้าพักที่ seven สามารถเดินไปได้ ไม่ใช่เฉพาะห้องสีส้มนะคะ




ขึ้นมาอีกชั้นนึง จะมีห้องพักอยู่ 2 ห้อง คือ วันอังคาร - สีชมพู และ วันพุธ - สีเขียว
โดยห้องสีชมพู จะเป็นห้องที่ทีขนาดค่อนข้างใหญ่ เข้าไปจะเห็นการตกแต่งสีชมพูอ่อน สบายตา
ผนังเป็นรูปดอกกล้วยไม้ค่ะ ใครที่ไม่ชอบอะไรเยอะแยะ น่าจะชอบห้องนี้ เพราะสีและลายออกซอฟๆ



มีโต๊ะทำงาน กึ่งๆโต๊ะเครื่องแป้ง และกระจกบานใหญ่
ของตกแต่งเน้นสีชมพู




มีทีวี และ เครื่องเล่น DVD



ห้องพักจะมีส่วนของกระจกค่อนข้างเยอะ น่าจะทำให้ดูโปร่งสบาย
รับแสงแดด และ ชมวิว บ้านข้างๆ มีะเบียงออกไปนั่งเล่นเล็กน้อย



ในส่วนของห้องน้ำ จัดเป็นสีชมพูสดสีเข้มตัดกับสีดำ ดูแปลกตาแล้วก็ให้อารมณ์สดใส วัยรุ่น
กำแพงกั้นระหว่างห้องนอนกับห้องน้ำ เป็นกระจก ทั้งหมด แต่มีผ้าม่านกั้น เปิดปิดได้จากด้านนอก
ถ้าอาบน้ำอยู่ ใครแกล้งมาเปิดม่านก็ตัวใครตัวมันค่ะ :D



น้ำอุ่นที่นี่อุ่นไว ร้อนจริงอะไรจริง น้ำไหลแรงดีค่ะ สระผมสะใจดี




ห้องข้างๆกันเป็นสีเขียว เปิดเข้าไปก็จะเจอเตียงนอนแบบ Twins
มีลายกราฟฟิคอยู่บนกำแพงฝั่งตรงข้ามกับเตียงนอน ส่วนหัวเตียงใช้เป็นไม้สีน้ำตาลแทน
ห้องนี้โทนสีสวยมากค่ะ ชอบจัง




ของตกแต่งในห้อง เน้นสีเขียวโทนอ่อน สวยหวาน




มีห้องน้ำขนาดกระทัดรัด อยู่ด้านซ้ายมือ โทนสีนี้ วาแอบกรี๊ดเป็นการส่วนตัว 
ปกติไม่ค่อยชอบสีเขียว แต่ชอบสีห้องน้ำนี้มากๆ สีดูหวานๆพาสเทลสุดๆ




จะเห็นได้ว่า ถ้าในห้องนอนเน้นสีเข้มๆสดๆหนักๆไปแล้ว
ในห้องน้ำจะเป็นสีที่ตรงข้ามกัน คือสีอ่อน เหมือนมีมุมที่ได้พักสายตาบ้างในบางส่วนของห้อง




ห้องนี้จะ size เล็กกว่าห้องสีชมพูข้างๆนิดหน่อย แต่ก็มีระเบียงออกไปนั่งเล่นได้เหมือนกัน
โดยจะเห็นวิว บ้านข้างๆ และมองลงไปเห็น ส่วนระเบียงของห้องสีส้ม




ถึงจะเป็นห้องไซส์เล็ก แต่ก็ถือว่า สวยงามไม่แพ้ห้องอื่นเลยทีเดียวค่ะ



ถัดขึ้นไปอีกชั้น จะมีอีก 2 ห้องก็คือ ห้องสีม่วงซึ่งเป็นห้องใหญ่ และห้องสีเหลืองที่มีขนาดเล็กกว่า
ด้วยความที่ห้องสีเหลืองมีแขกพักอยู่ เลยไม่ได้เข้าชม เลยได้เข้าชมแต่ห้องสีม่วง - วันเสาร์ ค่ะ



ห้องนี้จะมีแปลน คล้ายๆห้องสีชมพู ตกแต่งด้วยสีม่วง ลวดลายสวยงาม
เน้นกระจกเช่นกัน ห้องเลยดูโล่ง โปร่งสบาย


ในห้องน้ำเป็นสีม่วงหม่นๆโทนเข้ม ดูอบอุ่น ผนังเป็นกระจก 
มีม่านกั้นด้านนอกค่ะ ห้องนี้ จะวางโถชักโครก ติดผนัง
แล้วส่วนของตู้เสื้อผ้าอยู่ด้านนอกแทน แต่โดยรวมก็คล้ายๆห้องสีชมพู




และเดินขึ้นบันไดไปจนถึงห้องชั้นบนสุด



ห้องนี้ เป็นห้องที่มีขนาดเล็กที่สุด แต่มีบริเวณระเบียงห้อง ใหญ่ที่สุด
เหมาะที่เอาไว้นั่งชมวิวที่สุด คือห้องสีฟ้า - วันศุกร์ค่ะ ห้องนี้เน้นโทนขาวฟ้า 
มีเครื่องอำนวยความสะดวกทุกอย่างครบเช่นเดียวกับห้องอื่น



ห้องนี้จะดูแคบที่สุดในบรรดาทุกห้อง เป็นห้องไซส์เล็กค่ะ
แต่ก็มี ทีวี เครื่องเล่น DVD อะไรครบหมดเหมือนกับห้องอื่นๆเลย



ลายกราฟฟิคห้องนี้ สีฟ้าสด มีดวงตาของสาวสวยอยู่หัวเตียงค่ะ



ห้องนี้ไฮไลท์น่าจะอยู่ที่ระเบียงห้องค่ะ
เป็นส่วนเก้าอี้นั่งสบายที่สุดในบรรดาทุกห้องเลย
ชมวิวตึกรามบ้านช่องแถวนั้นได้เลย




กลับเข้าห้องไปดูห้องน้ำกันค่ะ



ห้องน้ำสีหวานมากๆ แต่จะแคบว่าห้องอื่นๆหน่อย



จากหน้าห้องสีฟ้า จะมีบันไดลิงเล็กๆขึ้นไปชั้นดาดฟ้าเล็กๆได้ด้วยค่ะ
ส่วนนี้สามารถเดินขึ้นไปได้ทุกคนนะคะ เพราะเป็นส่วนที่สามารถเดินทะลุขึ้นไปได้เลย
ไม่ใช่ดาดฟ้าส่วนตัวของห้องใดห้องหนึ่ง

เท่าที่ได้สำรวจมา ทุกๆห้องจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนกัน แต่อาจจะแตกต่างที่ขนาด 
และการตกแต่งเพียงเท่านั้น ที่วากรี๊ดมากคือ หมอน ผ้าห่ม และผ้าปูที่นอน เนื้อละเอียดนอนหลับสบายมาก
รวมทั้งผ้าเช็ดตัวด้วย มารู้ตอนเช้าจากคุณเจนว่า ใช้ผ้าเกรดเดียวกับโรงแรมหรูๆในกรุงเทพฯ 
บินไปเลือกเองที่อเมริกา ซึ่งไม่ได้มีราคาแพง แต่คุณภาพแน่นมาก ถึงกับลองนอนเอง
เอาที่คิดว่าตัวเองชอบและนอนสบายที่สุด เลือกเหมือนซื้อให้ตัวเองกันเลยทีเดียว

มี iPod dock ให้ในทุกๆห้องด้วยค่ะ



เมื่อเข้า Check-in จะได้รับ กุญแจห้อง แผนที่ นามบัตร คีย์การ์ดเข้าประตูด้านล่าง 
ถ้าเป็นแขกต่างชาติ จะมีโทรศัพท์มือถือ (ถ้าลูกค้าไม่มี) และซิมการ์ดของเมืองไทย
เอาไว้ให้แขกด้วย เพื่อเอาไว้ติดต่อสอบถามได้ตลอด ถ้ามีปัญหา เช่นตอนเรียก Taxi
สั่งอาหารทาน หรือต้องการไปสถานที่ท่องเที่ยว เผื่อคุยกันไม่รู้เรื่องก็ต่อสายให้คุยกับทางโรงแรมได้เลย
ซึ่งทาง Seven ต้องการให้แขกที่มาพัก ได้รับความสะดวกสบาย เป็นกันเอง
และให้รู้สึกเหมือน มีเพื่อนอยู่ที่เมืองไทย



สิ่งที่วารู้สึกว่าไม่โอเค ก็คือน้ำเปล่าที่มีให้ในห้องค่ะ เป็นน้ำแบบนี้เท่าที่เห็น
คือไม่มีน้ำในขวดแบบ พลาสเจอร์ไรซ์ใดใด อยู่ในห้องอีก และห้องพักไม่มีตู้เย็น

คือ สารภาพตามตรงว่า เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า มันถูกตั้งอยู่แบบนี้มานานเท่าไหร่
หรือมีเอามาตั้ง ก็ต่อเมื่อมีคนเช็คอิน หรือ เป็นน้ำอะไร มาจากที่ไหน ยังไง
คิดเอาว่าน่าจะเพิ่งมีมาตอนมีคนจะเข้าพัก เพราะไปถ่ายรูปห้องอื่น "ไม่เห็น"
แต่ก็ต้องยอมรับว่า ไม่กล้าเอามาทานค่ะ ไม่ได้สอบถามอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับน้ำนี้ด้วยค่ะ
วาก็ไม่ได้คิดว่ามันสลักสำคัญอะไร แต่ที่เขียนถึง เพราะเท่าที่ไปพักมาหลายๆโรงแรม ไม่มี
มีส้มอยู่ในตระกร้าประมาณ 3 ลูก น่าจะเป็น เวลคัม ฟรุ๊ต ค่ะ



ตกเย็นเดินออกไปแถวๆซอยสุขุมวิท 33 ข้างๆ มี 7-11 ให้ซื้อขนมได้
และมีร้านขายอาหารตามสั่ง ข้าวมันไก่ บะหมี่เกี๊ยว อยู่ด้วย อาหารการกินสมบูรณ์ดีค่ะ
เลยได้ฝากท้องตรงร้านข้าวหน้า 7-11 นั่นเอง



อาหารเช้าที่นี่มีเวลาบอกไว้ แต่สามารถโทรลงมาแจ้งได้ว่า จะลงมาทานเช้าสายขนาดไหน
เนื่องจากที่นี่ไม่มีครัว ไม่มีบริการอาหาร ใดใด อาหารเช้าจึงเรียบง่าย คือ กาแฟ ผลไม้ ขนมปัง
และโยเกิตใส่ผลไม้ ถึงขนมปังจะค่อนข้างเยอะ ต่างชาติจะรู้สึกยังไงวาไม่ทราบนะคะ
แต่วาที่ทานอาหารเช้าเป็นมื้อหนัก รู้สึกไม่อิ่ม เท่าไหร่ (ขนมปังในรูปสำหรับ 2 ท่านนะคะ)



สรุปโรงแรมนี้ ห้องพักสวยมาก ไม่น่าเชื่อว่าด้านนอกเป็นตึกแถวดูธรรมดามาก
ด้านในจะตกแต่งสวยงามได้ถึงขนาดนี้ ชอบทุกๆห้อง เพราะแต่ละห้องมีความน่ารักแตกต่างกันไป
เสียดายที่ไม่ได้ชมห้องสีเหลือง คิดว่าน่าจะสวยไม่แพ้ห้องอื่นๆ

เรื่องราคาที่พัก เรตจะอยู่ที่ ประมาณ 3000 บาท (กว่าๆ) ซึ่งแต่ละห้อง ราคาไม่เท่ากัน
บังเอิญเห็นป้ายที่ติดอยู่ที่ล๊อบบี้ แต่มีหลายเรท หลายห้อง และช่วงเวลา
จำได้ว่าเห็นเลข 2 พันปลายๆ และเลข 3พันกลางๆค่ะ นอกจากขายความสวยงามแล้ว
น่าจะขายทำเลด้วย เรตเลยแอบสูงซักนิดนึง (ความเห็นส่วนตัวนะคะ)

เรื่องการตกแต่ง สีสรรที่ลงตัว Concept ที่สัมผัสได้ และบริการที่เป็นกันเอง
ทำให้ Boutique Hotel กลางกรุงเทพ แห่งนี้เป็นอีกที่ๆน่าสนใจทีเดียวค่ะ





Link ที่เกี่ยวข้อง
Saven Hotelwww.sleepatseven.com/
Thailand Boutique Awards 2011
//www.thailandboutiqueawards.com




Create Date : 29 กันยายน 2554
Last Update : 27 กันยายน 2555 16:07:35 น. 5 comments
Counter : 5652 Pageviews.

 
สวยมากเลยค่ะ


โดย: เก่ง (keng_toshi ) วันที่: 29 กันยายน 2554 เวลา:12:47:52 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะคุณวา


โดย: มิลเม วันที่: 29 กันยายน 2554 เวลา:13:06:23 น.  

 



โดย: Kavanich96 วันที่: 30 กันยายน 2554 เวลา:7:29:55 น.  

 
โรงแรมสวยน่าพักมากๆเลยค่ะ


โดย: กางเกงยักษ์ลอยฟ้า วันที่: 30 กันยายน 2554 เวลา:7:46:24 น.  

 


โดย: arunlakbuo วันที่: 4 ตุลาคม 2554 เวลา:21:59:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

นังนู๋วา
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 149 คน [?]













Blog date ล่าสุด ..



Google+



วิธีสั่งซื้อไอเฮิร์บคลิ๊ก


cool hit counter <-- My Blog Stat




Group Blog
 
<<
กันยายน 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
29 กันยายน 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นังนู๋วา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.