ห้องสมุด Xiengyod
ว่าด้วยเรื่องธงต่างๆ ในเมืองไทยและนานาสาระ

เซียงยอด
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เซียงยอด's blog to your web]
Links
 

 

พระราชบัญญัติธง รัตนโกสินทร์ ศก 118 (ตอนที่ 2)

พระราชบัญญัติธง ร.ศ. 118 (ต่ิอ)



ธงราชวงษ์




ที่ 6 ธงราชวงษ์ สำหรับพระราชวงษ์ ขนาดกว้าง 5 ส่วน ยาว 6 ส่วน พื้นธงสีขาบ กลางมีรูปโล่ห์ตราแผ่นดิน เบื้องบนแห่งโล่ห์นั้น มีรูปจักรกรีไขว้กัน แลมีมหามงกุฎสวมอยู่บนจักกรี สำหรับชักขึ้นบนเสาใหญ่ ในเรือพระที่นั่ง ฤๅเรือรบลำใดลำหนึ่ง ซึ่งพระราชวงษ์องค์ใดองค์หนึ่ง เสด็จโดยอิศริยศทางราชการ เปนที่หมายให้ปรากฏว่า พระราชวงษ์ได้เสด็จอยู่ในเรือพระที่นั่ง ฤๅเรือรบลำนั้น พระราชวงษ์ผู้ที่จะใช้ธงนี้ได้ ก็จำเภาะแต่พระราชวงษ์ผู้ใหญ่ ซึ่งมีอิศริยศสมควรที่จะรับสลุตอย่างหลวง 21 นัด ในเรือรบทหารยืนเพลาใบ แลทหารบกยืนแถวคลี่ธงไชย์ แตรทำเพลงสรรเสริญพระบารมี ถวายคำนับเปนเกียรติยศเท่านั้น พระราชวงษ์อันมีอิศริยศอันต่ำกว่านั้น นับว่าเปนพระราชวงษ์ชั้นผู้น้อย ถ้ามีราชการไป ต้องได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตเปนการพิเศษก่อน จึ่งจะใช้ธงราชวงษ์นี้ได้
ที่ 7 ถ้าพระบรมวงษานุวงษ์ฝ่ายใน สีธงแลเครื่องหมายต่างๆ เหมือนกัน เว้นแต่ต้องตัดชายเปนแฉกรูปอย่างหางนกแซงแซวเท่านั้น



ธงเรือหลวง



ที่ 8 ธงเรือหลวง พื้นสีแดง กลางมีรูปช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่น น่าเข้าข้างเสา สำหรับใช้ชักที่ในเรือหลวงทั้งปวง กับทั้งใช้ชักที่ป้อม แลที่พักทหารบรรดาที่ขึ้นอยู่ในกรมทหารเรือทั้งสิ้น



ธงเสนาบดี



ที่ 9 ธงเสนาบดี พื้นสีขาบ กลางมีรูปสมอไขว้กับจักรสีเหลือง ข้างบนมีมหามงกุฎ ธงนี้เปนเครื่องหมายสำหรับตัวเสนาบดี ฤๅรองเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ เมื่อชักขึ้นบนเสาใหญ่ในเรือลำใด ให้พึงเข้าใจว่า เสนาบดี ฤๅรองเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ได้อยู่ในเรือนั้น ถ้าแลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ดี พระอรรคมเหษีก็ดี ได้ประทับอยู่ในเรือหลวงลำหนึ่งลำใด อันได้ชักธงมหาราช ฤๅธงราชินี ขึ้นไว้บนเสาใหญ่ แลได้ชักธงเสนาบดีไว้บนเสาน่าด้วยแล้ว ก็ให้เจ้าน่าที่ในเรือรบแลป้อมทั้งปวง ยิงสลุตตามพระราชประเพณี ถ้ามีแต่ธงมหาราช ฤๅธงราชินี ชักขึ้นไว้บนเสาใหญ่ ไม่มีธงเสนาบดีชักขึ้นบนเสาน่า ห้ามมิให้ยิงสลุตทุกน่าที่



ธงฉาน







ที่ 10 ธงฉาน พื้นสีขาบ กลางมีรูปช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่น น่าเข้าข้างเสา สำหรับใช้ชักขึ้นที่น่าเรือหลวงทั้งปวง ถ้าแลธงนี้ ชักขึ้นบนเสาใหญ่ เปนที่หมายว่าเรือนั้นอยู่ความในบังคับของนายพลเรือเอก ถ้าแลธงนี้มีรูปจักรสีขาวอยู่ที่มุมบนข้างน่าช้าง ชักขึ้นบนเสาน่า เปนที่หมายว่าเรือนั้นอยู่ในความบังคับของนายพลเรือโท ถ้าแลธงนี้มีรูปจักรสีขาว อยู่ทั้งมุมข้างบนแลมุมข้างล่างข้างช้าง ชักขึ้นบนเสาหลัง ฤๅเปนเรือสองเสา ชักขึ้นบนเสาน่า เปนที่หมายว่าเรือนั้นอยู่ในความบังคับของนายพลเรือตรี



ธงหางแซงแซว



ที่ 11 ธงหางแซงแซว คือธงฉานตัดชายเปนแฉกอย่างหางนกแซงแซว สำหรับชักขึ้นบนเสาใหญ่ เปนที่หมายว่านายพลเรือจัตวาอยู่ในเรือนั้น



(มีต่อ)




 

Create Date : 11 เมษายน 2550    
Last Update : 16 สิงหาคม 2552 14:02:59 น.
Counter : 877 Pageviews.  

พระราชบัญญัติธง รัตนโกสินทร์ ศก 118 (ตอนที่ 1)

(คัดสำเนาจากราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 16 ตอนที่ 39 หน้า 541 ลงวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2442)



พระราชบัญญัติธง รัตนโกสินทร์ ศก 118



ศุภมัสดุ ลุรัตนโกสินทร์ ศก 118 วันที่ 1 ธันวาคม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสถิตย์ในพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท เบื้องปัจฉิมาภิมุข ดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมว่า ธงอันเปนสำคัญเครื่องหมายแห่งสยามประเทศนี้ แต่ก่อนมาใช้ผ้าสีแดงเกลี้ยง ครั้นถึงในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ทรงพระราชดำริห์ว่า เรือหลวงกับเรือราษฎร ควรมีเครื่องหมายสำคัญให้เห็นต่างกัน จึ่งมีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ สั่งให้บรรดาเรือหลวงทั้งปวง ทำรูปจักรอันเป็นสัญญานามพระบรมราชวงษ์แห่งพระองค์ลงไว้ในกลางธงพื้นแดงนั้น เปนเครื่องหมายใช้ในเรือหลวง


ต่อมาถึงในรัชกาล พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ครั้งนั้นมีสารเสวตรอันอุดมด้วยลักษณ มาสู่พระราชสมภารถึงสามช้าง เปนการพิเศษไม่มีได้ในประเทศอื่นเสมอเหมือนควรจะอัศจรรย์ อาไศรย์คุณพิเศษอันนั้น จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ทำรูปช้างเผือกลงไว้กลางวงจักรในธงเรือหลวงนั้นด้วย


ครั้นถึงในรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระรำพึงถึงเรือค้าขายของชนชาวสยาม ที่ใช้ธงสีแดงเกลี้ยงอยู่นั้นไม่เปนการสมควร เหตุว่าซ้ำกับประเทศอื่นยากที่จะสังเกต เห็นเปนการควรจะใช้ธงอันมีเครื่องหมายเหมือนอย่างเรือหลวงทั่วไป แต่ว่ารูปจักรเปนของสูงไม่สมควรที่ราษฎรจะใช้ จึ่งมีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ยกรูปจักรออกเสีย คงแต่รูปช้างเผือกบนพื้นแดง ให้ใช้ทั่วไปทั้งเรือหลวง แลเรือราษฎร บรรดาที่เจ้าของเรือเปนข้าขอบขันฑสีมา มิให้เปนการสับสนกับเรือของชาวต่างประเทศ แลให้ทำรูปช้างเผือกบนพื้นสีขาบขึ้นอีกอย่างหนึ่ง สำหรับใช้ชักที่น่าเรือหลวงทั้งปวง ให้เปนที่สังเกตเห็นต่างกัน กับเรือของราษฎรด้วย อนึ่งเวลาเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนเรือหลายลำ ทวยราษฎรผู้ตั้งใจจะเคารพ เฉภาะใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท สังเกตไม่ได้ว่า เสด็จพระราชดำเนินโดยเรือลำใด ทรงพระกรุณาเพื่อจะเอาใจราษฎร จึ่งดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ทำธงสำหรับพระองค์ขึ้นอีกอย่างหนึ่ง พื้นนอกสีแดง พื้นในสีขาบ กลางมีพระมหาพิไชยมงกุฎ แลมีเครื่องสูง 7 ชั้นสองข้าง สำหรับชักขึ้นบนเสาเรือพระที่นั่ง เปนที่หมายว่าได้เสด็จพระราชดำเนินโดยเรือลำนั้นแล้ว แลโปรดเกล้าฯ ให้ชักขึ้นบนเสา ในพระบรมมหาราชวังด้วย ภายหลังเมื่อมิได้เสด็จ ประทับอยู่ในพระมหานคร ต้องลดธงสำหรับพระองค์ลงเสาเปล่าดูอยู่มิบังควร จึ่งดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ทำธงไอยราพต อย่างพระราชลัญจกรไอยราพตประจำแผ่นดินสยามขึ้นใหม่ สำหรับใช้ชักขึ้นบนเสาในพระบรมมหาราชวัง ในเวลาที่มิได้ประทับอยู่ในพระมหานครอีกอย่างหนึ่งด้วย


ในรัชกาลปัจจุบันนี้ ก็ได้ใช้ธงทั้ง 4 อย่างต่อมา แต่ว่าธงสำหรับพระองค์นั้นได้โปรดเกล้าฯ ให้เติมโล่ห์ตราแผ่นดินลง ภายใต้มหาพิไชยมงกุฎเข้าด้วย ภายหลังทรงพระราชดำริห์ถึงธงที่ใช้อยู่ 4 อย่างนั้น ยังหาพอเพียงแก่ที่จะใช้ประโยชน์ในราชการไม่ จึ่งมีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติว่าด้วยแบบอย่างธงสยามขึ้นใหม่ ให้มีธงสำหรับพระองค์ ธงราชตระกูล ธงตำแหน่งข้าราชการ แลตำแหน่งนายทหารเรือ ทั้งธงนำร่องเพิ่มเติมขึ้น มีรูปธงแลข้อความพิสดารอยู่ในพระราชบัญญัติ อันได้ตราไว้แต่ ณ วันที่ 25 มีนาคม รัตนโกสินทร์ศก 110 นั้นแล้ว


บัดนี้ได้ทรงพระราชดำริห์ พิจารณาเห็นว่า ธงทุกอย่างตามพระราชบัญญัติ ซึ่งดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ตราไว้แล้วนั้น บางอย่างควรการ บางอย่างเกินการ แลบางอย่างไม่พอการ ควรที่จะเลิกถอนเสียบ้าง เปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมขึ้นบ้าง ผสมกับของเก่าที่คงใช้ได้ สำหรับให้ใช้พอเพียงแก่การอันควรใช้ในสมัยนี้


จึ่งมีพระราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติธงเสียใหม่ สำหรับใช้แต่นี้ต่อไปเมื่อน่า ดังนี้



ชื่อพระราชบัญญัติ


มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้ ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติธง รัตนโกสินทร์ ศก 118



กำหนดให้ใช้


มาตรา 2 กำหนดให้ใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม รัตนโกสินทร์ศก 118 เปนต้นไป



เลิกพระราชบัญญัติเก่า


มาตรา 3 พระราชบัญญัติว่าด้วยแบบอย่างธงสยาม ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราไว้ เมื่อ ณ วันที่ 25 มีนาคม รัตนโกสินทร์ ศก 110 แลลงวันที่ 1 เมษายน รัตนโกสินทร์ศก 116 นั้น ให้ยกเลิกเสีย



กำหนดอย่างธง


มาตรา 4 แต่นี้ต่อไป ธงสำหรับใช้หมายตำแหน่ง แลชาติ จงทำใช้ ให้ถูกต้องตามแบบที่กำหนดไว้ต่อไปนี้



ธงมหาราช



ที่ 1 ธงมหาราช พื้นนอกสีแดง ขนาดกว้าง 5 ส่วน ยาว 6 ส่วน พื้นในสีขาบ ขนาดกว้าง 3 ส่วน ยาว 4 ส่วน ที่ในพื้นสีขาบนั้น กลางเปนรูปโล่ห์ ในโล่ห์แบ่งเปน 3 ช่อง ๆ บนเปนรูปช้างไอยราพตอยู่บนพื้นเหลือง บอกนามสยามเหนือ สยามใต้ สยามกลาง ช่องล่างข้างขวาแห่งโล่ห์ เปนรูปช้างเผือกอยู่บนพื้นชมพูหันน่าออกไปข้างเสา เปนนามสัญญาแห่งลาวประเทศ ช่องล่างข้างซ้ายของโล่ห์ เปนรูปกฤสคดแลตรง 2 อันไขว้กันอยู่บนพื้นแดง บอกนามสัญญามลายูประเทศ เบื้องบนแห่งโล่ห์นั้น มีจักรกรีไขว้กัน แลมีมหาพิไชยมงกุฎสรวมบนจักรกรี แลมีเครื่องสูงเจ็ดชั้นสองข้างโล่ห์ มีแท่นรองโล่ห์แลเครื่องสูงด้วย รวมครบเครื่องหมายเหล่านี้ทั้งสิ้น จึงเปนธงมหาราช สำหรับพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อนายทหารคลี่เชิญไปในกระบวนใด ก็เปนที่หมายว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จในกระบวนนั้น ฤๅชักขึ้นในที่แห่งใด ก็เปนที่หมายว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับอยู่ที่นั้น ถ้าประทับอยู่ในเรือพระที่นั่ง ฤๅเรือรบแล้ว ต้องชักขึ้นบนเสาใหญ่อยู่เปนนิตย



ธงไอยราพต



ที่ 2 ธงไอยราพต พื้นสีแดง มีรูปช้างไอยราพต สามเศียรทรงเครื่องยืนแท่น หันน่าไปข้างเสา มีบุษบกทรงอุณาโลมไว้ภายในตั้งอยู่บนหลัง แลเครื่องสูงเจ็ดชั้นอยู่น่าหลังข้างละสององค์ ธงนี้ประจำแผ่นดินสยาม สำหรับใช้ชักขึ้นในพระมหานคร เวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ได้ประทับอยู่ในพระมหานคร



ธงราชินี



ที่ 3 ธงราชินี พื้นนอกสีแดง ขนาดกว้าง 10 ส่วน ยาว 15 ส่วน ชายตัดเปนรูปอย่างหางนกแซงแซว ลึกเพียงส่วนที่ 4 แห่งด้านยาว พื้นในถัดมุมแฉกเข้ามาส่วนหนึ่งนั้นสีขาบ ขนาดกว้าง 6 ส่วน ยาว 8 ส่วน รูปเครื่องหมายที่ในพื้นสีขาบ ก็เหมือนกับธงมหาราช ธงนี้เปนเครื่องหมายพระองค์สมเด็จพระอรรคมเหษี สำหรับชักขึ้นบนเสาใหญ่ในเรือพระที่นั่ง อันสมเด็จพระอรรคมเหษี ได้เสด็จโดยพระราชอิศริยยศ เปนที่หมายให้ปรากฏว่า ได้เสด็จอยู่ในเรือลำนั้น



ธงเยาวราช



ที่ 4 ธงเยาวราช พื้นสีขาบ ขนาดกว้าง 5 ส่วน ยาว 6 ส่วน รูปเครื่องหมายในกลางธงเหมือนอย่างธงมหาราช เว้นแต่เครื่องสูงสองข้างโล่ห์นั้นเปนห้าชั้น ธงนี้เปนเครื่องหมายในพระองค์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชมกุฎราชกุมาร สำหรับชักขึ้นบนเสาใหญ่ ในเรือพระที่นั่ง ฤๅเรือลำใดลำหนึ่ง ซึ่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชมกุฎราชกุมาร เสด็จโดยพระราชอิศริยยศ เปนที่หมายปรากฏว่า ได้เสด็จอยู่ในเรือลำนั้น




ที่ 5 ธงสำหรับพระองค์พระวรชายาแห่งมกุฎราชกุมาร ก็เหมือนกับธงมกุฎราชกุมาร เว้นแต่ต้องตัดชายเปนแฉก รูปอย่างหางนกแซงแซวดังเช่นธงราชินีนั้น



(มีต่อ)




 

Create Date : 11 เมษายน 2550    
Last Update : 20 เมษายน 2550 12:43:30 น.
Counter : 1442 Pageviews.  

พระราชบัญญัติธง รัตนโกสินทร์ ศก 116 (ตอนที่ 3 - ตอนจบ)

พระราชบัญญัติธง รัตนโกสินทร์ ศก 116 (ตอนที่ 3 - ตอนจบ)



ธงผู้ใหญ่



ที่ 11 ธงผู้ใหญ่ ต้นกว้าง 14 นิ้ว ยาวศอกคืบ เรียวปลายแหลมส่วนหนึ่ง ข้างต้นพื้นสีขาบ สองส่วนข้างปลายพื้นสีขาว มีจักรสีขาว อยู่กลางพื้นสีขาบ ธงนี้สำหรับใช้กับธงหางจรเข้ ถ้าเรือหลวงทอดอยู่นอกพระมหานคร ตั้งแต่สองลำขึ้นไป อันได้ชักธงหางจรเข้ขึ้นไว้บนเสาใหญ่ทุกลำ ถ้าเรือลำใดชักธงนี้ขึ้นด้วยบนเสาหลัง เป็นที่หมายว่านายเรือผู้ใหญ่อยู่ในเรือลำนั้น



ธงชาติ



ที่ 12 ธงชาติ พื้นสีแดง กลางเปนรูปช้างเผือกน่าเข้าข้างเสา สำหรับใช้ชักในเรือทั้งหลายของพ่อค้า แลของสามัญชนทั่วไป บรรดาที่เปนชาติชาวสยาม



ธงนำร่อง



ที่ 13 ธงนำร่อง คือว่าธงชาติ มีขอบสีขาวโดยรอบ ถ้าเรือลำใดต้องการนำร่อง พึงชักขึ้นบนเสาน่า



ตราตำแหน่ง


มาตรา 5 ข้าทูลลอองธุลีพระบาท บรรดามีตำแหน่งน่าที่ราชการอันหนึ่งอันใด จะใช้ธงเปนที่หมายตำแหน่งน่าที่ ให้ปรากฏในคราวไปราชการ ก็จงใช้ธงเรือหลวงนั้นเปนที่หมาย แต่ต้องเติมรูปตราตำแหน่ง ฤๅตรานามกรม ฤๅตรานามเมือง ลงไว้ที่มุมธงข้างบนข้างน่าช้างเปนสำคัญ ถ้าผู้ใด ตำแหน่งใด กรมใด จะใช้ตราอย่างใดเปนเครื่องหมายในธง ต้องกราบบังคมทูลพระกรุณา ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เมื่อได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จึ่งให้ใช้ได้ ตราตำแหน่งอันได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้วนั้น คือ



ตราราชทูตแลข้าหลวงต่างพระองค์



1 ราชทูต แลข้าหลวงใหญ่ ในสถานตำแหน่งผู้ที่แทนพระองค์พระเจ้าแผ่นดิน ฤๅผู้แทนรัฐบาล ใช้ตรารูปโล่ห์แผ่นดิน มีจักรกรีมหามงกุฎอยู่เบื้องบน



ตรากงสุล



2 กงสุลประจำราชการต่างประเทศ ใช้ตรารูปโล่ห์ตราแผ่นดิน




 

Create Date : 08 เมษายน 2550    
Last Update : 30 เมษายน 2550 16:16:26 น.
Counter : 594 Pageviews.  

พระราชบัญญัติธง รัตนโกสินทร์ ศก 116 (ตอนที่ 2)

พระราชบัญญัติธง ร.ศ. 116 (ต่ิอ)

ธงราชวงษ



ที่ 5 ธงราชวงษ สำหรับพระราชวงษ ขนาดกว้าง 5 ส่วน ยาว 6 ส่วน พื้นธงสีขาบ กลางมีรูปโล่ห์ตราแผ่นดิน เบื้องบนแห่งโล่ห์นั้น มีรูปจักรกรีไขว้กัน แลมีมหามงกุฎสวมอยู่บนจักกรี สำหรับชักขึ้นบนเสาใหญ่ ในเรือที่นั่ง ฤๅเรือรบลำใดลำหนึ่ง ซึ่งพระราชวงษองค์ใดองค์หนึ่ง เสด็จโดยอิศริยยศทางราชการ เปนที่หมายให้ปรากฏว่า พระราชวงษได้เสด็จอยู่ในเรือที่นั่ง ฤๅเรือรบลำนั้น พระราชวงษผู้ซึ่งจะใช้ธงนี้ได้ ก็จำเพาะแต่พระราชวงษผู้ใหญ่ ซึ่งมีอิศริยยศสมควรที่จะรับสลุตอย่างหลวง 21 นัด ในเรือรบทหารยืนเพลาใบ แลทหารบกยืนแถวคลี่ธงไชย แตรทำเพลงสรรเสริญบารมี ถวายคำนับเปนเกียรติยศเท่านั้น พระราชวงษอันมีอิศริยยศอันต่ำกว่านั้น นับว่าเปนพระราชวงษชั้นผู้น้อย ถ้ามีราชการไป ต้องได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตเปนการพิเศษก่อน จึ่งจะใช้ธงราชวงษนี้ได้



ธงเรือหลวง



ที่ 6 ธงเรือหลวง พื้นสีแดง กลางมีรูปช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่น น่าเข้าข้างเสา สำหรับใช้ชักที่ในเรือหลวงทั้งปวง กับทั้งใช้ชักที่ป้อม แลที่พักทหารบรรดาที่ขึ้นอยู่ในกรมทหารเรือทั้งสิ้น



ธงเสนาบดี



ที่ 7 ธงเสนาบดี พื้นสีขาบ กลางมีรูปสมอไขว้กับจักรสีเหลือง ข้างบนมีมหามงกุฎ ธงนี้เปนเครื่องหมายสำหรับตัวเสนาบดี ฤๅรองเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ เมื่อชักขึ้นบนเสาใหญ่ในเรือลำใด ให้พึงเข้าใจว่า เสนาบดี ฤๅรองเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ได้อยู่ในเรือนั้น ถ้าแลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ดี พระอรรคมเหษีก็ดี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชมกุฎราชกุมารก็ดี ได้ประทับอยู่ในเรือหลวงลำหนึ่งลำใด อันได้ชักธงมหาราช ฤๅธงราชินี ฤๅธงเยาวราช ขึ้นไว้บนเสาใหญ่ แลได้ชักธงเสนาบดีไว้บนเสาน่าด้วยแล้ว ก็ให้เจ้าน่าที่ในเรือรบแลป้อมทั้งปวง ยิงสลุตตามพระราชประเพณี ถ้ามีแต่ธงมหาราช ฤๅธงราชินี ฤๅธงเยาวราช ชักขึ้นไว้บนเสาใหญ่ ไม่มีธงเสนาบดีชักขึ้นบนเสาน่า ห้ามการยิงสลุตทุกน่าที่



ธงฉาน







ที่ 8 ธงฉาน พื้นสีขาบ กลางมีรูปช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่น น่าเข้าข้างเสา สำหรับใช้ชักขึ้นที่น่าเรือรบหลวงทั้งปวง ถ้าแลธงนี้ ชักขึ้นบนเสาใหญ่ เปนที่หมายว่านายพลเรือเอกอยู่ในเรือนั้น ถ้าแลธงนี้มีรูปจักรสีขาวอยู่ที่มุมบนข้างน่าช้าง ชักขึ้นบนเสาน่า เปนที่หมายว่านายพลเรือโทอยู่ในเรือนั้น ถ้าแลธงนี้มีรูปจักรสีขาวอยู่ทั้งมุมบนมุมล่างข้างน่าช้าง ชักขึ้นบนเสาหลัง ฤๅเปนเรือสองเสา ชักขึ้นบนเสาน่า เปนที่หมายว่านายพลเรือตรีอยู่ในเรือนั้น



ธงหางแซงแซว



ที่ 9 ธงหางแซงแซว คือว่าธงฉานตัดชายเปนแฉกอย่างหางนกแซงแซว สำหรับชักขึ้นบนเสาใหญ่ เปนที่หมายว่านายพลเรือจัตวาอยู่ในเรือนั้น



ธงหางจรเข้



ที่ 10 ธงหางจรเข้ ขนาดกว้างต้นเจ็ดนิ้ว เรียวปลายแหลม ยาวสามวา ส่วนหนึ่งข้างต้นพื้นสีแดง สองส่วนข้างปลายสีขาบ สำหรับชักขึ้นบนเสา เปนที่หมายเฉพาะนายเรือ



(มีต่อ)




 

Create Date : 08 เมษายน 2550    
Last Update : 12 เมษายน 2550 0:31:19 น.
Counter : 1173 Pageviews.  

พระราชบัญญัติธง รัตนโกสินทร ศก 116 (ตอนที่ 1)

(คัดสำเนาจากราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 14 ตอนที่ 2 หน้า 29 ลงวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2440)



พระราชบัญญัติธง รัตนโกสินทร์ ศก 116



ศุภมัสดุ ลุรัตนโกสินทร์ ศก 116 วันที่ 1 เมษายน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสถิตย์ในพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท เบื้องปัจฉิมาภิมุข ดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมว่า ธงอันเปนสำคัญเครื่องหมายแห่งสยามประเทศนี้ แต่ก่อนมาใช้ผ้าสีแดงเกลี้ยง ครั้นถึงในรัชกาล พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ทรงพระราชดำริห์ว่า เรือหลวงกับเรือราษฎร ควรมีเครื่องหมายสำคัญให้เห็นต่างกัน จึ่งมีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ สั่งให้บรรดาเรือหลวงทั้งปวง ทำรูปจักรอันเป็นสัญญานามพระบรมราชวงษแห่งพระองค์ลงไว้ในกลางธงพื้นแดงนั้น เปนเครื่องหมายใช้ในเรือหลวง

ต่อมาถึงในรัชกาล พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ครั้งนั้นมีสารเสวตรอันอุดมด้วยลักษณ มาสู่พระราชสมภารถึงสามช้าง เปนการพิเศษไม่มีได้ในประเทศอื่นเสมอเหมือนควรจะอัศจรรย์ อาไศรยคุณพิเศษอันนั้น จึ่งมีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ทำรูปช้างเผือกลงไว้กลางวงจักรในธงเรือหลวงนั้นด้วย

ครั้นถึงในรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระรำพึงถึงเรือค้าขายของชนชาวสยาม ที่ใช้ธงสีแดงเกลี้ยงอยู่นั้นไม่เปนการสมควร เหตุว่าซ้ำกับประเทศอื่นยากที่จะสังเกตเห็น เปนการควรจะใช้ธงอันมีเครื่องหมายเหมือนอย่างเรือหลวงทั่วไป แต่ว่ารูปจักรเปนของสูงไม่สมควรที่ราษฎรจะใช้ จึ่งมีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ยกรูปจักรออกเสีย คงแต่รูปช้างเผือกบนพื้นแดง ให้ใช้ทั่วไปทั้งเรือหลวง แลเรือราษฎร์บรรดาที่เจ้าของเรือเปนข้าขอบขันธสีมา มิให้เปนการสับสนกับเรือของชาวต่างประเทศ แลให้ทำธงรูปช้างเผือกบนพื้นสีขาบขึ้นอีกอย่างหนึ่ง สำหรับใช้ชักที่น่าเรือหลวงทั้งปวง ให้เปนที่สังเกตเห็นต่างกัน กับเรือของราษฎรด้วย อนึ่งเวลาเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนเรือหลายลำ ทวยราษฎรผู้ตั้งใจจะเคารพ เฉพาะใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท สังเกตไม่ได้ว่า เสด็จพระราชดำเนินโดยเรือลำใด ทรงพระกรุณาเพื่อจะเอาใจราษฎร จึ่งดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ทำธงสำหรับพระองค์ขึ้นอีกอย่างหนึ่ง พื้นนอกสีแดง พื้นในสีขาบ กลางมีพระมหาพิไชยมงกุฎ แลมีเครื่องสูง 7 ชั้นสองข้าง สำหรับชักขึ้นบนเสาเรือพระที่นั่ง เปนที่หมายว่าได้เสด็จพระราชดำเนินโดยเรือลำนั้นแล้ว แลโปรดเกล้าฯ ให้ชักขึ้นบนเสา ในพระบรมมหาราชวังด้วย ภายหลังเมื่อมิได้เสด็จ ประทับอยู่ในพระมหานคร ต้องลดธงสำหรับพระองค์ลงเสาเปล่าดูอยู่มิบังควร จึ่งดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ทำธงไอยราพต อย่างพระราชลัญจกรไอยราพตประจำแผ่นดินสยามขึ้นใหม่สำหรับใช้ชักขึ้นบนเสา ในพระบรมมหาราชวัง ในเวลาที่มิได้ประทับอยู่ในพระมหานครอีกอย่างหนึ่งด้วย

ในรัชกาลปัจจุบันนี้ ก็ได้ใช้ธงทั้งสี่อย่างต่อมา แต่ว่าธงสำหรับพระองค์นั้นได้โปรดเกล้าฯ ให้เติมโล่ห์ตราแผ่นดินลง ภายใต้พระมหาพิไชยมงกุฎเข้าด้วย ภายหลังทรงพระราชดำริห์ถึงธงที่ใช้อยู่สี่อย่างนั้น ยังหาพอเพียงแก่ที่จะใช้ประโยชน์ในราชการไม่ จึ่งมีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติว่าด้วยแบบอย่างธงสยามขึ้นใหม่ ให้มีธงสำหรับพระองค์ ราชตระกูล ธงตำแหน่งราชการ แลตำแหน่งนายทหารเรือ ทั้งธงนำร่องเพิ่มเติมขึ้น มีรูปธงแลข้อความพิสดารอยู่ในพระราชบัญญัติ อันได้ตราไว้แต่ ณ วันที่ 25 มีนาคม รัตนโกสินทร์ศก 110 นั้นแล้ว บัดนี้ได้ทรงพระราชดำริห์ พิจารณาเห็นว่า ธงทุกอย่างตามพระราชบัญญัติ ซึ่งดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ตราไว้แล้วนั้น บางอย่างควรการ บางอย่างเกินการ แลบางอย่างไม่พอการ ควรที่จะเลิกถอนเสียบ้าง เปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมขึ้นบ้าง ผสมกับของเก่าที่คงใช้ได้ สำหรับให้ใช้พอเพียงแก่การอันควรใช้ในสมัยนี้ จึ่งมีพระราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติธงเสียใหม่ สำหรับใช้แต่นี้ต่อไปเมื่อน่า ดังนี้



ชื่อพระราชบัญญัติ


มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้ ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติธง รัตนโกสินทร์ ศก 116



กำหนดให้ใช้


มาตรา 2 กำหนดให้ใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน รัตนโกสินทร์ศก 116 เปนต้นไป



เลิกพระราชบัญญัติเก่า


มาตรา 3 พระราชบัญญัติว่าด้วยแบบอย่างธงสยาม ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราไว้ เมื่อ ณ วันที่ 25 มีนาคม รัตนโกสินทร์ ศก 110 นั้น ให้ยกเลิกเสีย



กำหนดอย่างธง


มาตรา 4 แต่นี้ต่อไป ธงสำหรับใช้หมายตำแหน่งแลชาติ จงทำใช้ให้ถูกต้องตามแบบที่กำหนดไว้ต่อไปนี้



ธงมหาราช



ที่ 1 ธงมหาราช พื้นนอกสีแดง ขนาดกว้าง 5 ส่วน ยาว 6 ส่วน พื้นในสีขาบ ขนาดกว้าง 3 ส่วน ยาว 4 ส่วน ที่ในพื้นสีขาบนั้น กลางเปนรูปโล่ห์ ในโล่ห์แบ่งเปนสามช่อง ช่องบนเปนรูปช้างไอยราพตอยู่บนพื้นเหลือง บอกนามสยามเหนือ สยามใต้ สยามกลาง ช่องล่างข้างขวาแห่งโล่ห์ เปนรูปช้างเผือกอยู่บนพื้นชมพูหันน่าออกไปข้างเสา เปนนามสัญญาแห่งมลาวประเทศ ช่องล่างข้างซ้ายของโล่ห์ เปนรูปกฤชคดแลตรงสองอันไขว้กันอยู่บนพื้นแดง บอกนามสัญญามลายูประเทศ เบื้องบนแห่งโล่ห์นั้น มีจักรกรีไขว้กัน แลมีมหาพิไชยมงกุฎสรวมบนจักรกรี มีเครื่องสูง 7 ชั้นสองข้างโล่ห์ มีแท่นรองโล่ห์แลเครื่องสูงด้วย รวมครบเครื่องหมายเหล่านี้ทั้งสิ้น จึ่งเปนธงมหาราช สำหรับพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อนายทหารคลี่เชิญไปในกระบวนใด เปนที่หมายว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จในกระบวนนั้น ฤๅชักขึ้นในที่แห่งใด ก็เปนที่หมายว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับอยู่ที่นั้น ถ้าประทับอยู่ในเรือพระที่นั่ง ฤๅเรือรบแล้ว ต้องชักขึ้นบนเสาใหญ่อยู่เปนนิจ



ธงไอยราพต



ที่ 2 ธงไอยราพต พื้นสีแดง มีรูปช้างไอยราพต สามเศียรทรงเครื่องยืนแท่น หันน่าไปข้างเสา มีบุษบกทรงอุณาโลมไว้ภายในตั้งอยู่บนหลัง แลเครื่องสูงเจ็ดชั้นอยู่น่าหลังข้างละสององค์ ธงนี้ประจำแผ่นดินสยาม สำหรับใช้ชักขึ้นในพระมหานคร เวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มิได้ประทับอยู่ในพระมหานคร



ธงราชินี



ที่ 3 ธงราชินี พื้นนอกสีแดง ขนาดกว้างของผืนธง 10 ส่วน ยาว 15 ส่วน ชายตัดเปนรูปอย่างหางนกแซงแซว ลึกเพียงส่วนที่ 4 แห่งด้านยาว พื้นในถัดมุมแฉกเข้ามาส่วนหนึ่งนั้นสีขาบ ขนาดกว้าง 6 ส่วน ยาว 8 ส่วน รูปเครื่องหมายที่พื้นสีขาบ ก็เหมือนกับธงมหาราช ธงนี้เปนเครื่องหมายในองค์สมเด็จพระอรรคมเหษี สำหรับชักขึ้นบนเสาใหญ่ในเรือพระที่นั่ง อันสมเด็จพระอรรคมเหษี ได้เสด็จโดยพระราชอิศริยยศ เปนที่หมายปรากฏว่า ได้เสด็จอยู่ในเรือลำนั้น



ธงเยาวราช



ที่ 4 ธงเยาวราช สำหรับราชตระกูลนั้น พื้นสีขาบ ขนาดกว้าง 5 ส่วน ยาว 6 ส่วน รูปเครื่องหมายในกลางธงเหมือนอย่างธงมหาราช เว้นแต่เครื่องสูงสองข้างโล่ห์นั้นเปนห้าชั้น ธงนี้เปนเครื่องหมายในพระองค์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช มกุฎราชกุมาร สำหรับชักขึ้นบนเสาใหญ่ ในเรือพระที่นั่ง ฤๅเรือรบลำใดลำหนึ่ง ซึ่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช มกุฎราชกุมาร เสด็จโดยพระราชอิศริยยศ เปนที่หมายปรากฏว่า ได้เสด็จอยู่ในเรือลำนั้น



(มีต่อ)




 

Create Date : 08 เมษายน 2550    
Last Update : 20 เมษายน 2550 12:39:14 น.
Counter : 1224 Pageviews.  

1  2  3  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.