อัพเดตเทรนด์อินเตอร์ และสไตล์คุณแม่ญี่ปุ่นที่ปรับใช้ได้จริงกับคุณแม่คนไทย ที่นี่ค้า ^^

✿คุณแม่ชวนอ่าน✿ ✿คุณแม่ชวนชิม✿ ✿คุณแม่ D.I.Y✿ ✿คุณแม่เล่าเรื่อง✿ ✿คุณแม่บอกต่อ✿

✿✿ความปลอดภัย เจ้าหนูวัยซน✿✿



วันนี้เทรนดี้เอาบทความดีๆ
จาก นิตยสาร Mother&Care มาแชร์จ้า


ว่าด้วยเรื่องความปลอดภัยของลูกน้อยที่
กำลังเรียนรู้ อยากรู้อยากเห็น คุณแม่และผู้ดูแล
ต้องเอาใจใส่กันมากๆ นะคะ



พลิก-คว่ำ



Do

คุณแม่อาจให้พี่เลี้ยงจับลูกนอนคว่ำ
เลือกฝึกบนที่นอนหรือเบาะที่สะอาดและปลอดภัย
เพื่อฝึกการยกศีรษะจากที่นอน (เพียงชั่วขณะ)
เพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อส่วนแขน-ขาของลูกค่ะ



Don't

ของเล่นประเภทผ้าห่ม ผ้าอ้อม
หรือหมอนบริเวณที่นอนไม่ควรอยู่ใกล้ใบหน้าลูก
เพราะอาจเสี่ยงต่อการอุดตัน ปิดรูจมูกของลูก
ทำให้ขาดอากาศหายใจได้





คลาน



Do

ช่วงเริ่มต้นฝึกคลานใหม่ๆ ลูกอาจล้มได้
ดังนั้นควรให้พี่เลี้ยง คอยระวังอุบัติเหตุ
อาการบาดเจ็บต่างๆ ด้วยการเตรียมพื้นที่มุมสนุก
มีเบาะ หรือผ้าปูบริเวณที่ลูกเล่นและดูแลอย่างใกล้ชิด



Don't

ของใช้ เช่น ปลั๊กไฟ กาน้ำ ของมีคม หรือของเล่นชิ้นเล็กๆ
ที่ลูกสามารถหยิบ จับ นำเข้าปากได้นั้น
ไม่ควรเผลอวางไว้หรือวางใกล้มือ ลูกน้อย
เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ค่ะ





นั่ง



Do

ให้พี่เลี้ยงระวังเรื่องศีรษะของลูกให้มาก เช่น
ควรมีหมอนหรือผ้าปูบริเวณที่ลูกนั่ง
เพื่อป้องกันอุบัติเหตุเรื่องล้ม
หรือหงายหลังในขณะที่ลูกเพลิดเพลินกับเรื่องเล่น



Don't

กำชับพี่เลี้ยงด้วยว่า ไม่ควรปล่อยให้ลูกนั่งเล่น
หรืออยู่คนเดียวเพียงลำพัง
แม้ว่าลูกน้อยจะสามารถทรงตัว นั่งเองได้แล้วก็ตาม





ยืน



Do

ควรเตรียมพื้นที่ปลอดภัย
ให้ลูกฝึกการทรงตัว เช่น ที่นอนหรือพื้นที่โล่ง
มั่นใจได้ว่าไม่มีหลุมหรือมุมที่ลูกอาจจะสะดุดล้มได้
ที่สำคัญพี่เลี้ยงควรเป็นผู้ช่วยให้ลูกน้อยเกาะยืนได้สะดวก



Don't

ไม่ควรมีสิ่งของอันตรายใกล้บริเวณที่ลูกยืน
เช่น กาน้ำร้อน โคมไฟ ของมีคม
เช่น ตะปูหรือเข็มหมุดเพราะลูกอาจชนหรือสัมผัส
จนได้รับบาดเจ็บ





เดิน



Do & Don't

เมื่อความสามารถในการเคลื่อนไหวร่างกายดีขึ้นตามลำดับ
ความซุกซน การเรียนรู้โลกกว้างก็เพิ่มมากขึ้นทุกวัน
ดังนั้นพี่เลี้ยงจึงต้องดูแลใกล้ชิดควบคู่ไปกับ
การป้องกันอุบัติเหตุในทุกๆ จังหวะกิจกรรม
ในแต่ละวันไม่ว่าเรื่องเล่น เรื่องกิน
และอื่นๆ ของลูกน้อยวัยซนช่วง ขวบปีแรกค่ะ








Trendy Mommy Club



::::::::::

กลับไปหน้าแรก








 

Create Date : 07 มิถุนายน 2554    
Last Update : 7 มิถุนายน 2554 17:29:49 น.
Counter : 305 Pageviews.  

✿✿12 วิธีจัดการปัญหายามแพ้ท้อง ✿✿



วันนี้เอาบทความดีๆ จาก เว็บ snowbrand มาแบ่งปันจ้า


กับ 12 วิธีจัดการปัญหายามแพ้ท้อง






1. พักงานก่อนดีไหม

ถ้าคุณต้องตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะเตรียมตัวไปทำงาน
ทั้งๆที่คุณตั้งท้องอยู่ แถมยังมีอาการแพ้ท้องอยู่อีก

แบบนี้เห็นทีคงจะไม่ดีแน่ๆ

หาเวลาให้ตัวเองได้พักผ่อน ออกไปเที่ยว
จะช่วยให้คุณได้พักผ่อน
ซึ่งเป็นผลดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ


2. สูดอากาศที่บริสุทธิ์

การได้ไปสัมผัสกับอากาศที่บริสุทธิ์ สะอาด
แน่นอนว่าเป็นผลดีอย่างมาก
เพราะจะทำให้ร่างกายของคุณรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า
และช่วยลดอาการแพ้ท้องได้เป็นอย่างดีอีกด้วย


3. พูดคุยเยอะ ๆ

การได้ใช้เสียง ได้พูดคุยเยอะๆ บ่อย ๆ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง
ที่ช่วยให้คุณแม่ๆบรรเทาอาการแพ้ท้องได้
และหากไม่รู้จะไปพูดคุยกับใครล่ะก็
ลองหันไปหาสามีคุณหรือญาติพี่น้อง
เพื่อนฝูง ก็เข้าท่าอยู่ไม่น้อย







4.สังเกตและบันทึกอาการแพ้ท้อง


การคลื่นไส้อาเจียน
เป็นอาการที่มีความสำคัญที่ช่วยให้ได้รู้ถึง
ระบบร่างกาย ณ ขณะนั้นได้ดี

ลองสังเกตและจดบันทึกดูว่า
มีอาการแพ้ท้องบ่อย หรือมากน้อยขนาดไหน
เพื่อเป็นประโยชน์และหลีกเลี่ยงอาการที่ไม่พึงประสงค์อื่น ๆ



5.ดื่มน้ำเยอะ ๆ

ร่างกายคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบเป็นส่วนใหญ่แล้ว
และยิ่งมีเจ้าตัวน้อยด้วยแล้ว

การดื่มน้ำจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จำเป็นอย่างมาก

ทั้งต่อตัวคุณแม่และลูกน้อย
ทั้งนี้อุณหภูมิของน้ำก็สำคัญเช่นกัน เย็นเกินไป
หรือร้อนเกินไปก็ไม่ดี ทางที่ดีน้ำอุ่น ๆ ดีที่สุด


6. กินอาหารที่เป็นประโยชน์

คุณแม่ต้องนึกถึงลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์เป็นสำคัญ
ใครที่ชอบกินเผ็ด กินเค็ม หรืออาหารรสชาติจัดจ้าน
ก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะไม่เป็นผลดี
ทั้งต่อตัวคุณแม่และเจ้าตัวน้อย



7.กินทีละนิดละหน่อย

ถ้าคุณยังเคยชินกันการกินทีละมาก ๆ คำโต ๆ
แนะนำให้ลดลงบ้างจะดีกว่า

เพราะการกินทีละนิดละหน่อย คำเล็ก ๆ
จะช่วยให้ระบบการย่อยอาหารของคุณทำงานได้ดียิ่งขึ้น
และถือเป็นการบรรเทาการแพ้ท้องไปในตัว







8. บริโภคขิงมากประโยชน์


จากการศึกษาพบว่าขิงมีสรรพคุณในการแก้
ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยในการเจริญอาหาร

ดังนั้นการบริโภคขิงจึงเป็นประโยชน์ต่อคุณแม่อย่างมาก
โดยจะบริโภคแบบที่ผสมกับน้ำร้อน
หรือทานง่าย ๆ แบบลูกอม ก็ไม่ว่ากัน


9. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้คอมพิวเตอร์

อาจจะคิดว่าการใช้คอมพิวเตอร์ไม่น่าส่งผลอะไรมากนัก
แต่จริง ๆ แล้ว แสงจากจอคอมพิวเตอร์
และการเคลื่อนไหวร่างกายเพียงนิดเดียว

ส่งผลทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนมากขึ้น
ลองเปลี่ยนขนาดของตัวอักษร ลดสีหน้าจอ
รวมไปถึงพักการใช้คอมพิวเตอร์เป็นระยะ ๆ
ก็จะช่วยให้รู้สึกดียิ่งขึ้น



10. หากิจกรรมทำ

แน่นอนว่าอาการแพ้ท้อง
สร้างความรำคาญใจอย่างมาก
แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้นให้ลองหากิจกรรมสนุก ๆ ที่ชอบทำ
เพื่อเป็นการบันเทิงตัวเอง

ไม่ว่าจะอ่านหนังสือ เล่นเกม
หรือออกกำลังกายเล็ก ๆ น้อย ๆ
ก็จะช่วยให้ลืม ๆ เรื่องที่น่ารำคาญใจไปได้บ้าง


11. ระวังเรื่องการกินยา

หากคุณแม่มีอาการไม่สบาย
หรืออยากจะกินวิตามินเสริมต่าง ๆ
เพื่อร่างกายและลูกน้อย

ขอให้ใช้ยาหรือวิตามินนั้น ๆอย่างระมัดระวัง
ศึกษาอย่างถี่ถ้วน และเพื่อความมั่นใจ
ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาหรือวิตามินนั้น ๆ จะดีที่สุด


12. นอนหลับพักผ่อน

การนอนหลับพักผ่อน ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด
ที่จะทำให้ร่างกายได้รับการพักผ่อน
จากการใช้งานมาตลอดทั้งวัน

ซึ่งวิธีนี้ถือเป็นวิธีที่ทั้งเหล่าบรรดาคุณหมอ
และแม่ ๆ ต่างยอมรับและถือว่า
เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ช่วยให้หลีกหนีจากอาการแพ้ท้องได้








ทั้ง 12 ข้อที่ว่ามานี้ ถือเป็นเคล็ดลับดี ๆ
ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เป็นแม่เป็นอย่างมาก

ไม่เฉพาะกับตัวคุณแม่เอง
แต่ยังดีกับตัวลูกน้อยอีกด้วย

ซึ่งหากลองทำตามทั้งหมดที่ว่ามานี้แล้วนั้น
เชื่อได้ว่า บรรดาคุณแม่จะลดอาการแพ้ท้อง
ที่น่ารำคาญใจได้แน่นอน



...................


ที่มา //www.snowbrand.co.th
รูปประกอบ Google search



เจอกันบล็อกหน้าจ้า


Trendy Mommy Club



::::::::::

กลับไปหน้าแรก




 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2554    
Last Update : 7 มิถุนายน 2554 17:30:47 น.
Counter : 536 Pageviews.  

✿✿ เคล็ดลับให้นมลูก.....แม้แม่ต้องไปทำงาน ✿✿

วันนี้เอาบทความดีๆ
จาก เว็บ //www.breastfeedingthai.com มาฝากจ้า







เมื่อถึงกำหนดต้องกลับไปทำงานแล้ว
ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณแม่หมดโอกาสที่จะให้นมลูกนะคะ
แต่คงต้องเตรียมตัวเสียแต่เนิ่นๆ
เพราะบางเรื่องอาจต้องเตรียมกันยาวเชียวล่ะ





เตรียมเรื่องอะไรบ้าง

เตรียมว่าใครจะเป็นคนดูแลลูกเวลาคุณไปทำงาน
หรือต้องฝากเนิร์สเซอรี่ที่ตรงไหน
อธิบายให้เขาทราบและเข้าใจถึงความตั้งใจของคุณ
ที่จะให้ลูกได้กินน้ำนมที่คุณแม่เก็บเตรียมไว้ให้ยามต้องไปทำงาน


ถ้าที่ทำงานมี Day care เพราะหิ้วไปได้หมดทั้งลูกและอุปกรณ์ค่ะ


เตรียมมองหาโอกาสที่จะบีบ-ปั๊ม-เก็บน้ำนม
ระหว่างเวลาที่ไม่ได้อยู่กับลูก เช่น ช่วงเวลาพักกลางวัน

เตรียมมองหาตู้เย็น หรือภาชนะที่เก็บน้ำนมแล้วนำกลับบ้าน

เตรียมบอกคนรอบข้างให้ทราบว่าสิ่งนี้มีความสำคัญกับลูก
และทุกๆ คน เนื่องจากคนรอบข้างมีอิทธิพลต่อการ
สร้างความมุ่งมั่นให้กับคุณแม่

เตรียมสร้างความคุ้นเคยกับลูก
ถ้าจำเป็นต้องกินนมที่ปั๊มไว้จากขวดช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
ลูกอาจไม่ยอมกินจากขวดเพราะความรู้สึกที่ต่างกัน
ดูดจากขวดเหนื่อยกว่าดูดจากเต้าเยอะ

ซึ่งคุณแม่ต้องใจแข็ง
ไม้เด็ดคือให้ระลึกเสมอว่าไม่มีเด็กคนไหนยอมหิวจนอดตาย
พอลูกหิวเต็มที่อย่างไรเสียก็จะกินไม่ว่าขวดหรือไม่ขวด









อีกสองอาทิตย์จะไปทำงาน… ทุกอย่างต้องพร้อม



คุณแม่ให้ดูดนมจากเต้าช่วงเช้าก่อนจะไปทำงาน
เริ่มปั๊มหรือบีบน้ำนมในช่วงเวลาที่เหมาะที่สุด


ถ้าอยู่ที่ทำงาน เช่น ก่อนเริ่มงาน พักเที่ยง บ่าย
เลือกตามสะดวก แต่ไม่ให้เว้นช่วงนานเกินไป



ให้ดูดจากเต้าอีกทีเมื่อเวลาแม่กลับถึงบ้านและตอนกลางคืน
อาจจะปั๊มพร้อมกันไปเวลาลูกดูด

หรือหลังจากดูดอิ่มแล้วเอาเก็บเข้าตู้เย็นไว้
ถ้าแช่แข็งเก็บได้เป็นเดือน แช่ธรรมดาเก็บได้ 1-2 วัน
คุณแม่คงต้องมีปั๊มเก็บให้เกินพอไว้หน่อย
จะได้ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะได้นมไม่พอ



ในช่วงแรกอาจมีอาการนมคัดน้ำนมไหลเปียกได้
ซึ่งจะใช้เวลาปรับตัวประมาณ 3-7 วัน ก็จะหายไปเอง









รักษาคุณค่าให้น้ำนม



-- แยกเก็บเป็นมื้อๆ เขียนวันที่และเวลาที่เก็บไว้ด้วย
จะได้รู้ว่าต้องกินขวดไหนก่อน


-- ภาชนะที่เก็บต้องสะอาด ควรเป็นขวดปากกว้าง
หรือถุงเก็บน้ำนมจะได้ไม่ลำบากเวลาปั๊มหรือบีบ
และต้องล้างมือให้สะอาดเสมอนะคะ


-- ถ้าลูกกินแล้วเหลือ ห้ามเก็บไว้กินอีก ให้ทิ้งไปได้เลย


-- เวลาอุ่นนมให้แช่ขวดหรือถุงในน้ำร้อนจัดๆ
อย่าอุ่นโดยไมโครเวฟ เพราะน้ำนมจะร้อนเกินไป


-- เวลาหิ้วน้ำนมกลับมาบ้าน อาจใส่กระติกน้ำแข็ง
หรือภาชนะที่เก็บความเย็น แล้วจึงย้ายเก็บในตู้เย็นอีกที





ถ้าพบว่าปริมาณน้ำนมที่บีบออกมาได้น้อย
ให้กลับไปดูเรื่องความบ่อย

และระยะเวลาในการดูดหรือปั๊มนม
อย่าลืมทฤษฎีดูดนาน ดูดบ่อยก็มีน้ำนมมาก

อย่ากังวลเกินไป เดี๋ยวน้ำนมหดหมด หาเวลาพักผ่อน
กินอาหารที่มีประโยชน์ ทำจิตใจให้ผ่องใส


แค่นี้ก็หมดปัญหาแล้วค่ะ




โดย : มีนะ สพสมัย

[ ที่มา..นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 8 ฉบับที่ 95



เจอกันบล็อกหน้าจ้า


Trendy Mommy Club



::::::::::

กลับไปหน้าแรก




 

Create Date : 01 พฤษภาคม 2554    
Last Update : 20 พฤษภาคม 2554 1:07:26 น.
Counter : 638 Pageviews.  

✿✿ ยารักษาสิวกับคุณแม่ตั้งครรภ์ ✿✿

เรื่อง ความสวยความงามไม่เข้าใครออกใครค่ะ

แม้แต่คุณแม่ตั้งครรภ์...
ก็ยังไม่อยากยอมแพ้เรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน ^^








ใน ช่วงตั้งครรภ์เป็นช่วงที่ว่ากันว่า
กำลังมีการเจริญพันธุ์ของทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์

โดยเฉพาะว่าที่คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ลูกชาย
ซึ่งเชื่อกันว่าฮอร์โมนของลูกชายจะยิ่งทำให้คุณแม่มีสิวเห่อขึ้นมา
ทำให้เคุณแม่คนสวยต้องหาทางรักษาสิว

บางคนปรึกษาแพทย์ แต่บางคนก็หายามาใช้เอง
อย่างหลังนี่แหละค่ะที่อันตราย
เพราะยารักษาสิวบางตัวเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์นะคะ
ถ้าไม่ศึกษาและได้รับคำแนะนำจากแพทย์


:::::::::::::::


ในกลุ่มของผู้ที่รักษาสิว

มักจะทราบกันดีว่าจะมีกลุ่มยาบางตัวที่ไม่เหมาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์
เพราะก่อน ทำการรักษาหรือจ่ายยาเหล่านั้น
แพทย์ผิวหนังจะต้องถามเราก่อนเสมอว่ากำลังตั้งครรภ์อยู่หรือไม่
หรือกำลังวางแผนจะตั้งครรภ์หรือไม่
เพราะยาดังกล่าวจะส่งผลให้ทารกที่เกิดมามีความผิดปกติได้

ดังนั้น ว่าที่คุณแม่ที่ยังอยากสวย
แม้จะตั้งครรภ์ก็อย่าให้ความอยากสวยมาทำร้ายเจ้าตัวเล็กนะคะ
เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่า มียากลุ่มไหนบ้างที่เป็นอันตราย
ต่อคุณแม่และเบบี๋ในท้อง



กลุ่มยารักษาสิวแบบทา

1. ยาทากลุ่มกรดวิตามินเอ หรือ เรตินอยด์
ได้แก่ Tretinoin, Isotretinoin, Adapaleno
ซึ่งยากลุ่มนี้ยังไม่ยืนยันความปลอดภัยสำหรับหญิงมีครรภ์



2. Tazarolene ห้ามใช้ในหญิงมีครรภ์โดยเด็ดขาด



กลุ่มยารักษาสิวแบบทาน



1. ยากลุ่มเดตตร้าชัยคลิน
ได้แก่ Tetracycline, Doxycycline และ Minoeyeline

ซึ่งเป็นยากินรักษาสิวที่ใช้กันมาก
เนื่องจากยาตัวนี้มีผลต่อกระดูกและฟันของเด็กอ่อนในครรภ์และเด็ก


2. กลุ่มฮอร์โมน เช่น Spironolactone, Cyproterone acetate
ระหว่างกินยาชนิดนี้ก็ห้ามตั้งครรภ์ เพราะลูกน้อยในท้อง
ที่เป็นเพศชายคลอดออกมามีลักษณะคล้ายเพศหญิง



3. ยากลุ่มวิตามิเอ คือ เรตินอยด์ หรือ Isotretinoin
ยาตัวนี้จะทำให้ทารกในครรภ์พิการได้อย่างมาก
คือ ศีรษะโตหรือเล็กผิดปกติ ในหน้าและตาผิดปกติปัญญาอ่อน
หรือหัวใจผิดปกติได้ ดังนั้นคุณแม่ตั้งครรภ์ต้องจำขึ้นใจ
อย่าใช้ยาตัวนี้เด็ดขาด

หรือใครที่คิดจะตั้งครรภ์ เคยใช้ยาตัวนี้
ก็ต้องหยุดกินยาให้ครบ 1 เดือน ก่อนการตั้งครรภ์จึงปลอดภัย
และระหว่างให้นมลูกก็ห้ามใช้ยาตัวนี้ด้วยเช่นกัน
รวมไปถึงห้ามบริจาคเลือดระหว่างกินยานี้

การใช้ยาต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น
ส่วนความผิดปกติที่พบร้อยละ 25-30 ของหญิงตั้งครรภ์ที่กินตัวยานี้
เด็กมีความผิดปกติในกะโหลกและใบหน้า หัวใจ
ระบบประสาทส่วนกลาง



::::::::::::::::::


คุณแม่อยากหน้าใสทำอย่างไรดี


ง่าย ๆ เลยค่ะ พบและปรึกษาแพทย์ผิวหนังโดยเฉพาะ
และควรแจ้งคุณหมอด้วยว่าขณะนี้กำลังตั้งครรภ์กี่เดือน
เพื่อให้การจ่ายยารักษาสิวเป็นไปอย่างปลอดภัยมากที่สุด

และหากอยากเลี่ยงการใช้ยารักษาสิวโดยสิ้นเชิง
ก็ยังมีการรักษาสิวด้วยวิธีอื่น เช่น การรักษาด้วยเลเซอร์
ซึ่งจะให้ผลที่ดีกว่าและช่วงรักษาได้เฉพาะจุด
โดยไม่เป็นอันตรายเจ้าตัวน้อยในครรภ์ด้วยค่ะ



รวม ไปถึงการรักษาด้วย
การรักษาความสะอาดเป็นสำคัญค่ะ ล้างหน้าให้สะอาด
ใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว หรือจะใช้สมุนไพรที่เป็นธรรมชาติล้วนๆ
ขัดหรือพอกหน้าดูก็ได้ค่ะ
และถ้ายังห่วงเรื่องความปลอดภัยก็ปรึกษาก่อนเพื่อความมั่นใจ



อย่า ลืมเป็นอันขาดนะคะว่าถึงจะอยากสวยแค่ไหน
แต่เจ้าตัวน้อยในครรภ์ก็สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดค่ะ
เราอาจจะต้องดูแลเจ้าตัวน้อยให้ดีเสียก่อน
แล้วค่อยหันมาดูแลตัวเองก็ยังไม่สายนะคะ
ความสวยรอได้ค่ะ



ขอบคุณที่มา : women.thaiza.com




:::::::::::::::::





เจอกันบล็อกหน้าน้า


Trendy Mommy Club



::::::::::

กลับไปหน้าแรก








 

Create Date : 22 เมษายน 2554    
Last Update : 1 พฤษภาคม 2554 0:45:56 น.
Counter : 769 Pageviews.  

✿✿ เคล็ดลับสร้างลูกฉลาด..แบบคุณแม่ญี่ปุ่น ✿✿

หยุดสงกรานต์ยาวๆ กับครอบครัวไปแล้ว ^^

เทรนดี้ก็ชาร์ตพลังมาเต็มที่เหมือนกันค่ะ
เริ่มต้นทำงานและสู้ๆ กับเจ้าตัวเล็กด้วยความสดใสกันนะจ้ะ


..................


วันนี้มีบทความดีๆ มาให้อ่านเหมือนเคย

เครดิตจาก //www.snowbrand.co.th ค่ะ


อาจจะตัวกระจิ๋วไปหน่อย กด Ctrl และเครื่องหมาย + พร้อมกัน
เพื่ออ่านขนาดใหญ่ได้เลยจ้า








หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างนะจ้ะ

เจอกันบล็อกหน้าน้า


Trendy Mommy Club



::::::::::

กลับไปหน้าแรก








 

Create Date : 18 เมษายน 2554    
Last Update : 22 เมษายน 2554 12:10:23 น.
Counter : 577 Pageviews.  

1  2  3  

Trendy Mommy
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]
















ShoutMix chat widget

กลับไปหน้าแรก






Link sharing














Hits since 18 July 2010
จำนวนผู้เข้าชมบล็อก

career education degrees

Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Trendy Mommy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.