ศิลปะ เชื่อมโยงธรรมชาติและมนุษย์ให้ใกล้ชิดกัน
 
 

สิ่งปิดกั้น

นกเขาตัวหนึ่งติดอยู่ในห้องกระจกที่บินหลงเข้ามา

มันเกาะขอบวงกบอย่างกระวนกระวายเพื่อหาทางออก กระจกใสพอให้มันมองเห็นต้นไม้ที่อยู่ภายนอก มันจึงพยายามเอาหัวดันกระจก เพื่อผ่านสิ่งขว้างกั้นอันใสกระจ่าง แม้ไม่อาจพ้นไปได้มันก็ดึงดันที่จะบินชน มันเจ็บปาก หัว ตัว และปีก อ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด มันหยุดพักเกาะที่เดิม พักเหนื่อยแล้วทำอย่างเดิมอีก คือบินชน บินชน และบินชน

เจ้านกโง่เอ๋ย เจ้าเห็นโลกภายนอกก็จริง แต่เจ้าไม่เคยเห็นสิ่งปิดกั้น ภาพที่เห็นเป็นความจริงที่สัมผัสไม่ได้ สิ่งใดที่แท้จริงกันเล่า ตัวเจ้า กระจก หรือท้องฟ้าภายนอก

มันยังคงนิ่งมองต่อไป แต่ไม่อาจพบทางออกได้ เพราะความปรารถนาอันแรงกล้าปิดบังหนทางมัน คือต้องการออกไปจากตรงนี้ ความทะยานที่ต้องการพ้นไป รุนแรงกว่าความคิดถึงคู่รักของมันชัดเจน กว่าความหิวโหย และความตาย

เพื่ออิสรภาพ มันไม่ย่อท้อ

ดูว่ามันเรียนรู้ และดูเหมือนว่า มันมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง

มันย้ายที่เกาะ เปลี่ยนที่ชน แต่ยังเป็นผนังกระจกแผ่นเดิม

มันเดินไปตามขอบไม้วงกบ พร้อมเอาหัวดันกระจก ราวนักประดาน้ำ แสวงหาอากาศบนผิวน้ำ ราวเสือติดจั่น ปลาติดไซ

มันจะทำอย่างไรต่อไป?

มันทำอย่างเดิม คือบินชน บินชน และบินชน

โอ้ เจ้านกเขา ข้าจะช่วยเจ้าได้อย่างไร

เจ้าปรารถนาอิสรภาพ แต่ไม่รู้วิธี

ฉันจะบอกแกได้อย่างไรให้หันหลัง แล้วบินไปในทิศตรงข้าม

ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่อยู่ด้านทิศตะวันออก ที่ประตูบานใหญ่เปิดไว้เพื่อเจ้า

แต่ครานี้ มันถอยห่างกระจกมากกว่าเดิม เพิ่มระยะทางที่ปีกมันจะกระพืออย่างไม่จำกัด เพิ่มความเร็วอย่างที่มันต้องการ เพื่อบินชนกระจกนั้นให้เต็มเหนี่ยว เท่าที่นกตัวหนึ่งมี

มันทำแบบเก่าแต่รุนแรงกว่าเดิม

มันเชื่อมั่นในตัวเอง

มันเชื่อความคิดของมัน

มันใช้วิธีเดียว วิธีเดิม

มันทำซ้ำ ทำซ้ำ ทำซ้ำ

เราไม่รู้ว่ามันมาจากทิศใด แม้ตัวมันเองก็ไม่น่าจะจำได้

ตั้งแต่เช้าตรู่จนบ่ายคล้อย มันยังคงงกงัน งุ่มง่าม กระวนกระวาย เป็นทุกข์อยู่กับการดิ้นรนเพื่อพ้นทุกข์

กระจกใสเป็นเครื่องกีดขวาง

แต่ความดิ้นรนเป็นสิ่งปิดกั้นที่ทำให้มองไม่เห็นทางออก

มันหันไปมองด้านทิศตะวันออกครั้งหนึ่ง แล้วหันไปมองทิศตรงข้าม เหลียวหลังอยู่อีกครั้ง สองครั้ง แล้วตีปีกเป็นวงกลม เพิ่มรัศมีการบินให้กว้างมากกว่าเดิม แล้วทำซ้ำราวกับว่านี่คือโอกาสสุดท้าย

มันรวบรวมพละกำลังเท่าที่มีทั้งหมด กระพือปีกให้แรงและเร็วกว่าที่เคยทำมา เพิ่มระยะทางให้มากที่สุดเท่าที่จะมีพื้นที่บิน

อย่างไรมันก็ไม่ยอมที่จะเป็นนกเขาติดกระจก เป็นเสือติดจั่น เป็นปลาติดไซ ประหนึ่งว่า ชีวิตนั้นมีอยู่เพียงขณะเดียว คืออิสรภาพที่ไร้สิ่งกีดขวาง

มันแน่วแน่ มั่นคง มุทะลุ และดันทุรัง ทำซ้ำอย่างเดิมอีกครั้ง เป็นครั้งสุดท้าย




 

Create Date : 27 มีนาคม 2551   
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2551 23:25:39 น.   
Counter : 351 Pageviews.  


สวัสดีปีเก่า ...ยินดีต้อนรับชีวิตใหม่

การสิ้นสุดมาพร้อมกับการเริ่มต้น

คนทั้งโลกรอเวลานับถอยหลังอย่างใจจดใจจ่อ เพื่อก้าวข้ามวินาทีแรกแห่งปีร่วมกัน ประหนึ่งว่าพรอันประเสริฐจะโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า แจกจ่ายทุกดวงใจที่ตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้ได้รับพรนั้นและสิ่งดีงามตามใจปรารถนา

ใครจะรู้ว่าอาทิตย์ และจันทร์ถือกำเนิดขึ้นเมื่อใด

การเริ่มต้นปีใหม่นิยมนับบวกไปอีกหนึ่งปี ราวกับสรรพชีวิต สรรพสิ่งในโลกถือกำเนิดขึ้นในวันเดียวกัน ภูเขา ทะเล แม่น้ำ ท้องฟ้า และดวงดาว ถูกอุปโลกน์ว่ามีอายุเพิ่มขึ้น

คนส่วนใหญ่หวังให้สิ่งดีๆเริ่มต้นอีกทีในวันปีใหม่ และหวังอยู่ในใจลึกๆว่าทุกสิ่ง ทุกเรื่องราวจะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา มนุษย์ค่อนโลกใช้ปฏิทินร่วมกัน แต่ใช่ชีวิตต่างกัน บางคนเลือกที่จะกำหนดชีวิตของตัวเอง บางคนปล่อยให้ชีวิตพาไป บางคนเริ่มต้นใหม่อยู่ตลอดเวลา ชีวิตก็ไม่เป็นไปอย่างที่คิด และสิ่งที่หวัง ก็มักไม่เป็นดั่งใจ บางทีการงานก็จบไม่ทันในเดือนธันวา เมื่อปีใหม่มาก็ต้องกลับไปสะสางงานเก่า

จะร่วมนับถอยหลังไปด้วยกัน หรือจะเข้านอนตามปกติ และบอกกับตัวเองว่าปีใหม่ก็เป็นเพียงวันที่แรกของเดือนถัดไป ทำไปตามหน้าที่ของวันนี้ อย่างเช่นทุกวัน

หรือชีวิตจำเป็นต้องมีระเบียบร่วมกัน เพื่อความสมานฉันท์ กลมกลืนกับมนุษย์ด้วยกัน อย่างน้อยก็หนึ่งวัน ที่จะเฉลิมฉลองร่วมกัน ขอพรให้กับตัวเอง อวยพรให้กับผู้อื่น ส่งมอบความรักความปรารถนาดี ให้กำลังใจ ให้อภัยซึ่งกันและกัน แล้วหลังจากนั้นก็ต่างแยกย้ายกันไปตามวิถี

สุริยะคติเป็นศูนย์กลางการนับของคนในปัจจุบัน แม้คนโบราณนิยมใช้ดวงจันทร์เป็นเครื่องนับ แต่ละชาติ แต่ละภาษา ต่างมีปีใหม่ที่เหลื่อมกันอยู่ในระหว่างปี คนไทย คนจีน คนฝรั่ง คนแขก และชาติอื่นๆ แต่กลับกลายเป็นว่า แต่ละเผ่าพันธุ์ มีปีใหม่เพิ่มขึ้นมาอย่างเป็นสากลอีกหนึ่งวาระ นับรวมกับปีใหม่ดั้งเดิมเป็นสองวาระ หรือบางคนก็สามารถมีปีใหม่ได้มากว่าสามครั้ง หากนับเพิ่มกับชนชาติอื่นในทุกโอกาสการเฉลิมฉลอง

ชีวิตเริ่มต้นใหม่ได้ตลอดเวลา หากรอโอกาสที่จะเริ่มต้นตามปฏิทินบางทีก็ช้าเกินไป เพราะรัศมีโคจรของชีวิตคนนั้นแตกต่างกัน ปีใหม่เป็นเพียงเครื่องกระตุ้นเตือนให้คนที่เผลอ ผุดขึ้นมามองดูเวลาและตัวเองอีกครั้ง บางเรื่องก็จำเป็นที่จะต้องเคลื่อนไหวไปพร้อมกันกับผู้อื่น ในบางเรื่องวาระของการงานก็ดำเนินไปตามเงื่อนเวลาของแต่ละบุคคล

ตกลงจะร่วมฉลองปีใหม่ด้วยกันรึเปล่า

หากยังคิดอยู่นานอาจจะไม่ทันกาล

จะปีใหม่หรือปีเก่า โลกนี้ก็เก่าอยู่แล้ว ดวงอาทิตย์ก็เก่า ดวงจันทร์ก็เก่า เช้าวันใหม่ก็มีแต่แสงแดดเก่าๆที่เพิ่งส่องมาถึง ภูเขาก็เก่า ทะเลก็เก่า แม่น้ำก็เก่า ท้องฟ้าและดวงดาวก็เก่า มองไปรอบตัวเราไม่เห็นมีอะไรใหม่ หรือว่าถ้าปีเก่าผ่านไป อะไรๆมันจะใหม่ขึ้นมาได้

เรามาเริ่มต้นกันใหม่กับปีใหม่ที่จะมาถึงกันดีกว่า เพราะว่าสามร้อยหกสิบห้าวันก็ผ่านไปแล้ว จริงๆ ในแต่ละวันของเดือนที่ผ่าน ก็ผูกพันภาระ เพิ่มเงื่อนไขให้ชีวิตต้องแกะ แก้ สานต่อ เพื่อให้วันเวลาที่เหลือมีค่า และเคลื่อนไหวไปพร้อมกันกับเพื่อนมนุษย์ที่มองโลกในองศาเดียวกัน

ไม่นับก็ต้องนับ ไม่ทบทวนก็ต้องทบทวน เพราะกระแสจิตทีสั่นสะเทือนพร้อมๆกันนั้น ย่อมทำให้โลกสั่นไหวไปตามแรงปรารถนาอันแรงกล้าของผู้อฐิษฐานจิตภาวนา

ให้ความทุกข์และความสุขเป็นโมฆะ ให้ชีวิตได้มีช่วงเวลาเว้นวรรค จะสำเร็จหรือล้มเหลว เมื่อวันเวลาแห่งปีสิ้นสุดลงทุกสิ่งจะถูกเริ่มต้นใหม่ จะสมหวังหรือสิ้นหวัง ทุกชีวิตมีสิทธ์แก้ไข ขอให้ดวงจิตที่ผ่องใส จงผุดผ่องต่อไป เหมือนอาทิตย์ที่พ้นขอบฟ้าเจิดจ้ามีพลัง ขอให้ดวงใจที่หม่นหมองจงผ่านพ้นเงาร้ายของชีวิต เหมือนเมฆดำที่ผ่านพ้นจันทร์ให้แจ่มเต็มดวง

การเริ่มต้น ก็คือการสานต่อเรื่องราวเก่า

วันใหม่ของชีวิตคือวันที่ได้ค้นพบตัวเอง

ความจริงนั้นเป็นเรื่องเก่า ที่ดักรอเราอยู่เบื้องหน้าให้ค้นหา

ชีวิต ... เก่าและใหม่ได้ในทุกวินาที

และ เมื่อวินาทีสุดท้ายผ่านไป ชีวิตก็ใหม่ทันที




 

Create Date : 31 ธันวาคม 2550   
Last Update : 31 ธันวาคม 2550 21:02:58 น.   
Counter : 325 Pageviews.  


บันทึกสวยงาม



ลมหนาวของเมืองเหนือ โชยบทแรกของฤดูกาล แม้เพียงบางเบา แต่หัวใจของนักเดินทางก็พองฟู และอบอุ่น วันเวลาที่หอมชื่นชวนจดจำ ตรึงติดอยู่ในใจอย่างไม่รู้ว่าจะจางคลายลงวันใด…


เทือกเขามหึมาอ้าแขนรับขบวนรถไฟยาวเหยียด หมอกเลือนสลัวบดบังอาทิตย์ และแผ่คลุมป่าผืนใหญ่ ในบัดดลการมองเห็นถูกตัดขาดลง เมื่อหัวขบวนพามุดเข้าอุโมงค์อันมืดมิด ยาวนานเกินกลั้นหายใจกว่าหัวรถจักรจะโผล่พ้นความมืด

เมื่อขบวนรถเทียบจอดชานชาลา สถานีรถไฟขุนตานก็ประจักษ์ตาอยู่ด้านซ้ายมือ เสียงหวูดแผดก้องขึ้นอีกครั้งก่อนทอดทิ้งคณะเดินทางให้อ้างว้างกับยามเช้าที่หนาวเย็น และทัศนียภาพที่ไม่คุ้นตา

ไร่ - นา - ป่า - เขา กับถนนที่คดโค้งไปตามภูมิประเทศ คือเส้นทางที่จะนำไปสู่หมู่บ้านเชิงเขา พวกเราแวะรับประทานอาหารเช้ากันที่นั่นแล้วออกเดินทางต่อไปตามทางฝุ่นอย่างกองคาราวาน หนึ่งรถโฟร์วีลไดรฟ์นำหน้ากับสองรถกระบะตามหลัง หลบหลุมบ่อปีนป่ายไปตามไหล่เขาคดเคี้ยว ไม่ไกลเกินจดจำทิวทัศน์สองข้างทางก็ไปสุดที่สันเขื่อนสูงของอ่างเก็บน้ำห้วยแม่บอน เดินทางต่อด้วยการเดินเท้าเข้าป่ากับสัมภาระบนบ่าที่ไม่ยอมให้เป็นภาระของใคร

ในป่ากว้าง นักนิยมไพรกลุ่มใหญ่กลับกลายเป็นจุดเล็กๆ หมู่ไม้สูงใหญ่ก้มมองความเป็นไปของคนกลุ่มนี้ ที่หนีความจำเจจากเมืองใหญ่กระโจนสู่ความวิบากกลางพงไพร เรียนรู้สาระของความเรียบง่ายจากธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ และชีวิตบทใหม่ก็เริ่มต้น

เราชวนกันไป "วาดภาพในป่า" เป็นป่าต้นน้ำผืนสำคัญที่เชื่อมต่อลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ ต้นกำเนิดสายน้ำแม่ทาที่ไหลลงสู่แม่น้ำปิง ไหลลงเจ้าพระยาและไหลออกสู่มหาสมุทร

ความสมบูรณ์ของป่าเราสังเกตได้จากน้ำในลำห้วย ความสุขของคนรักป่าเรารับรู้ได้จากรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอันเบิกบาน ไม่มีเหตุผลของการมาทำตนให้ลำบากของคนที่คุ้นกับที่นอนอันอ่อนนุ่ม ห้องน้ำปูกระเบื้องสีสวย มากางเต้นท์นอนใต้ต้นไม้ กับสุขากลางป่าที่มีใบไม้เป็นม่านบังตา มานอนกลางดิน กินกลางป่า และวาดภาพสีน้ำ

‘ ชีวิตในเมือง ดูเหมือนสบายแต่อยู่ยาก ชีวิตในป่า ดูเหมือนลำบากแต่อยู่ง่าย ’

คงมีหลายเหตุผลที่ทำให้คนต่างสายงาน ต่างสาขาอาชีพมาอยู่ร่วมกัน บ้างก็มาเดี่ยว บ้างก็มาคู่ บ้างก็เป็นเพื่อนกันมาก่อน บ้างก็มาถูกคอกันที่นี่ ป่าช่วยละลายตัวตน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม กระซิบความจริงที่คนในเมืองชอบหลงลืมและมองข้าม




ใครอยากรู้เรื่องป่า เรื่องพรรณไม้ เรื่องสัตว์ ให้ไปถามลุงคำ ใครสงสัย เรื่องการวาดสีน้ำ ให้ไปถามครูเป้ แต่ถ้าอยากรู้จักตัวเองให้ไปปลีกวิเวก ไปนอนทอดกายอาบน้ำในลำธาร มองดูใบไม้จากสายตาของก้อนหิน ไปอยู่กับความมืดมองแสงของกลางคืน ไปอยู่กับความเงียบฟังเสียงน้ำไหล ไปอยู่กับไอหนาวหาความอบอุ่นจากฟืนไฟ

โอกาสที่จะได้อยู่กับป่าโดยลำพังและมีเวลาจดจ้องมองต้นไม้ ใบไม้เป็นเวลานาน ๆ ก็คงเป็นขณะที่นั่งวาดภาพ พวกเราทำกันอย่างนั้น จิตรกรสมัครเล่นจึงกระจายไปเกลื่อนในรัศมีของกระท่อมกลางไพร เราเรียกกันว่ากระท่อมจิตรกร บางคนก็เรียกมันว่ากระท่อมครูเป้

ความงดงามของป่าโอบล้อมพวกเขาไว้ทุกด้าน การเคลื่อนไหวอยู่ในวงกลมของตัวเอง ก็สามารถหามุมวาดภาพได้ทั้งวัน บางคนหันหน้าไปทางแอ่งน้ำ มีก้อนหินน้อยใหญ่เรียงสลับแบบหินในลำธาร บางคนเลือกเขียนต้นไม้เล็กๆ ข้างทางเดิน บางคนวาดต้นไม้ บางคนวาดกระท่อม ตามแต่ใจใครเห็น บางคนสนุกอยู่กับโปสการ์ดทำมือ ตามประสาคนเพื่อนมาก





อากาศเย็นสบายชวนให้ลืมเวลา บรรยากาศเงียบสงบช่วยให้ได้ยินเสียงนก เสียงน้ำที่อยู่ตรงหน้าชัดเจนจนน่าแปลกใจ

หลายคนถามว่าจะวาดอย่างไร…?

ผมไม่ตอบ เพียงบอกให้พวกเขาทำไปตามแต่ใจ ใครจะรู้ว่าควรทำอย่างไรกับความงามวิจิตรนั่น ตามแสงที่สดใสนั้นไป มองให้ทะลุไปถึงทุกซอกมุมของความมืด ปล่อยให้พู่กันสับสนไปกับความสลับซับซ้อนของใบไม้ ให้การวาดภาพดำเนินไปอย่างไร้ความลังเลสงสัย ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นคือ บันทึกที่สวยงาม

ต้นไม้เล็กใหญ่สลับเรียง ใบไม้มากมายมหาศาล ก้อนหินเรียงรายไปตามลำห้วย ปาดป้ายไปเท่าที่จะบันทึกไว้ได้ ป่าให้เราทั้งหมดแต่ใครเล่าจะรับได้ทั้งหมด เลือกเก็บเอาเฉพาะสิ่งที่พึงใจ จะมากหรือน้อย นั่นคือการได้รับทั้งหมดสำหรับตัวเรา


คนไม่เคยวาดภาพมาก่อนก็ได้วาด คนที่เคยวาดมาบ้างก็วาดกันต่อไป ภาพเขียนให้รางวัลกับเราตั้งแต่ฝีแปรงแรกที่ปาดป้าย ป่าช่วยละลายตัวตนจนไม่รู้จะคาดหวังกับตัวเองทำไม ผลงานที่เกิดจากความบันดาลใจ ให้สิ่งที่เหนือความคาดหมายเสมอ





สามวันกับสองคืนที่ได้หายใจอย่างต่อเนื่องในป่าดูเหมือนน้อยเกินไป เมื่อเริ่มปรับตัวเข้ากับป่าได้ น้ำต้มเดือดจากฟืนขอนไม้ ข้าวหลามในกระบอกไม้ไผ่ กลิ่นหอมอาหารรมควันชวนให้อาลัยทุกครั้งเมื่อย้อนคิดถึง นิทานเก่าเก่า เรื่องเล่าขบขัน ดาราตลกนอกจอ เหล่านักร้องไร้สังกัด ให้ความรู้สึกดีดีและยิ้มได้เมื่อนึกถึง กับข้าวรสมือชาวบ้าน น้ำพริกผักจิ้ม อาหารพื้นบ้าน ผลไม้พื้นถิ่น ล้วนย้ำเตือนความทรงจำ

ณ สถานีขุนตานยามเย็น

บทบันทึกจบลงเมื่อถึงตอนที่เราจากกัน วันเวลาอันหอมชื่นชวนจดจำ ซึมซับอยู่ในภาพวาดและติดตรึงอยู่ในใจ

คณะนักร้องครื้นเครงตั้งวงร้องบรรเลงเพลงรอรถไฟชนิดเพลงต่อเพลง ทันใดที่เสียงหวูดรถไฟฝ่าความมืดมาแต่ไกล เสียงเพลงร้องที่กำลังออกรสมีอันต้องจบลงกลางคัน ยังไม่ทันได้กล่าวลา ทุกคนแตกตื่นคว้าสัมภาระขึ้นขบวนรถอย่างไม่เป็นกระบวนท่า

สัญญาณระฆังดังขึ้นดั่งคำพิพากษา ผมยืนเงียบโบกมือลาขบวนรถไฟที่พาพวกเขาลอดมุดอุโมงค์หายลับไปในม่านราตรี





 

Create Date : 28 ธันวาคม 2550   
Last Update : 8 มกราคม 2551 9:52:35 น.   
Counter : 279 Pageviews.  


บันทึกสวยงาม (รูป)


ครูเป้







ลุงคำ





 

Create Date : 27 ธันวาคม 2550   
Last Update : 31 ธันวาคม 2550 23:02:46 น.   
Counter : 293 Pageviews.  



เป้ สีน้ำ
 
Location :
นครปฐม Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




ชีวิตและความฝันของฉัน
แม่น้ำเป็นผู้สร้าง
[Add เป้ สีน้ำ's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com