ใช้ชีวิตให้มีความสุข เราไม่เดือดร้อน คนอื่นไม่เดือดร้อน
 

Update โรงรถ รูปมาแล้วจ้า

เขียนเล่ามาหลายรอบ เพื่อนๆคงเคืองๆเพราะจินตนาการตามไม่ออก วันนี้ได้โอกาส หลัง 4 โมงเย็น พอคนงานออกจาก site งานปั๊ป เราก็แอบย่องไปถ่ายรูปเลยทันที คนงานที่โครงการงานเยอะค่า เฉพาะโครงการบริษัทในบริเวณนี้ก็ 4 โครงการ รีสอร์ทของเจ้าของโครงการอีก โครงการชื่ออื่นที่อำเภอใกล้เคียงอีก งานก้าวหน้าเท่านี้ เราก็ดีใจจะแย่แล้ว

ดูภาพกันค่ะ


แวะไปเยี่ยมบ้าน หลังคาโรงรถเริ่มขึ้นแล้ว


รางน้ำสังกะสี สั่งทำเพิ่ม เดิมน้ำไหลลงตรงมุมที่หลังคาชนกันหน้าบ้านพอดี


รางน้ำ ลากยาวลงมาถึงด้านล่าง เด๋ยวคงต้องหา อ่างมารอง


รอยต่อหลังคาโรงรถกับห้องนอน1


พื้นโรงรถ เหลือเทปูนเพิ่มและปูกระเบื้อง


หลังคาโรงรถ ส่วนต่อกับห้องน้ำของห้องนอน1


รื้อกระเบื้องด้านข้างห้องนอน1 ออก


หลังคาโรงรถ ยี่ห้ออะไรน้อ


เสาหน้าของหลังคาโรงรถซ่อนอยู่หลังรั้ว สวยกว่าที่บ้านที่ดูตัวอย่าง เพราะบ้านนั้น เสายื่นออกมาด้านขวาของรั้ว


มองจากระเบียงหน้าบ้านไปทางโรงรถ


มองจากระเบียงหน้าบ้าน ผ่านประตูใหญ่ ซึ่งตอนนี้มีนก (อินทรี) เฝ้าประตู


จากหน้าบ้าน ผ่านระเบียง เห็นบ้านตรงข้าม ที่มีรั้วคือบ้านคุณลุงอัธยาศัยดี ที่ไม่มีรั้วคือบ้านตัวอย่าง (2ห้องนอน) ยังขายไม่ได้


จากประตูหน้า มองเข้าไปในบ้าน เหมือนหอพักเลย


เพดาน หน้าต่าง และพื้นห้องนอน1


พื้นต่างระดับหน้าห้องนอน2 มองผ่านห้องรับแขกเห็นหน้าต่างส่วนครัว ประคูห้องนอน 2 3 และห้องน้ำ


ห้องน้ำในห้องนอน 1 กำลังเลอะ เพราะเปิดหลังคาต่อกับโรงรถ



ห้องน้ำด้านนอก ห้องนอน3 และโซนครัว


ห้องน้ำข้างห้องรับแขก


จากครัวมองย้อนไปที่ประตูหน้าบ้าน


กล่องกริ่ง


หลอดไฟที่ทางโครงการติดให้


สภาพพื้นโรงรถ ทำใจเย็นๆ


รางน้ำด้านห้องนอน1


รางน้ำกันสาดหน้าบ้าน


โรงรถและหน้าต่างห้องนอน1



โรงรถและประตูรั้ว มองจากฝั่งตรงข้าม



ตัวบ้าน ถ่ายแบบเต็มพื้นที่


ตัวบ้านและรั้วบ้านด้านขวามือ (ที่โดนยึด)


โรงรถ มองจากหลังบ้าน


ด้านหลังบ้าน และห้องนอน 2 3 ตรงนี้เหลือพื้นที่สีเขียวได้หน่อยนึง


มองจากถนนหน้าบ้าน ซ้ายบ้านโดนยึด ขวาบ้านคุณลุง สนามเทนนิส มีร่มโพธิ์ใหญ่ที่ตรงนี้ด้วย


ตัวบ้านมุมกว้าง


ต้นลีลาวดีที่บ้านตัวอย่าง ต้นนี้ขอนะ


ปักษาสวรรค์ที่บ้านตัวอย่าง ก็ขอบ้างเหมือนกัน


ต้นอะไรเนี่ย ขออีกดีมั้ย


สนามเทนนิสส่วนกลาง ใกล้บ้านมาก


จากสนามเทนนิส มองเข้าซอย


ลีลาวดีที่บ้านตัวอย่าง


ดอกไม้ที่บ้านตัวอย่าง







ปิดท้ายด้วยภาพสาวน้อยทั้งหลาย ออกมาเล่นที่ปากซอย เข้าไปทักทายทำความรู้จักไว้แล้ว จะได้เป็นเพื่อนเล่นกัน

ขนาดซื้อบ้านสร้างเสร็จ ขอต่อเติมนิดหน่อยก็ยังไม่เป็นไปตามกำหนดเลยค่ะ ดีที่โครงการและที่พักอยู่ใกล้กัน เดินทางไปดูได้ทุกวัน




 

Create Date : 17 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 17 กรกฎาคม 2553 21:40:32 น.
Counter : 5231 Pageviews.  

วิเคราะห์เหตุผล (ข้างๆคูๆ)ในการเลือกซื้อบ้าน

อย่างที่เพื่อนๆซึ่งติดตามอ่านใน blog คงจำได้ว่า เราซื้อบ้านเร็ว ทำเรื่องเร็ว จนหลายๆคนสงสัยว่า ได้ดูโครงการอื่นๆบ้างหรือเปล่า วันนี้วันเสาร์ว่างๆ ลองมาทบทวนกันหน่อยว่าดูบ้านไปกี่ที่ และแต่ละที่ตกรอบไปเพราะอะไร ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ก่อนดูบ้าน ได้คุยกับผู้จัดการแบงค์ม่วงคร่าวๆแล้วว่าน่าจะกู้ได้ประมาณเท่าไหร่ และกำหนดแบบในใจแล้วว่าต้องเป็นชั้นเดียว ซึ่งทุกโครงการที่ไปดู ราคาอยู่ในเกณฑ์ ที่กู้ได้ทั้งหมด ฉะนั้นเรื่องราคาคงเป็นเหตุผลประกอบเพื่อดูความคุ้มค่า แต่ไม่ใช่เหตุผลหลักในการเลือกครั้งนี้



*โครงการ Home Garden Ville ไชยมงคล*
//www.homegardenville.com/Ca.html
โครงการนี้อยู่ทางประตู 2 ติดถนนใหญ่ราชสีมา กบินทร์บุรี ถนน 4 เลน ไฟสว่างข้อดี
1.เจ้าของเป็นคนโคราช สร้างบ้านมาแล้วหลายโครงการ ถ้าบ้านไม่ดีตามหาตัวง่าย ต่อว่ากันได้ บางครั้งเจ้าของยังมากวาดสำนักงานขายด้วยตัวเอง
2.แบบบ้านสวย มีให้เลือกเพียบ มีหลายทำเล เพื่อนบ้านดี (เพราะราคาบ้าน ช่วยเลือกเพื่อนบ้านให้)

ไม่เลือกเพราะ
1. Saleหน้าไม่รับแขกเลย ขอดูบ้าน บอกสร้างยังไม่เสร็จท่าเดียว brochure ก็แทบจะต้องกราบ ถึงได้ให้ ตอนไปถึงก็ไม่อยู่ที่สำนักงานขาย ต้องตามหา เหมือนไปรบกวนเค้ายังไงก็ไม่รู้ ทุกคนที่ไปมีความเห็นตรงกันว่า นั่งในสำนักงานขายแล้วอึดอัด เพราะความไม่เป็นมิตรของคุณเธอ
2.โครงการอยู่ห่างจากประตูใหญ่ของที่ทำงาน 2 กม. หรือไปถึง office ก็ 5กม.
3.โครงการดูแห้งแล้ง แดดเปรี้ยง ต้นไม้ยังน้อย

ละแวกนั้น มี Home Garden Ville สามยอด อีกหนึงทำเล ตรงนี้คนขายน่ารัก แจกโบรชัวร์มาเพียบ (แบบเดียว แต่ให้มาเป็นสิบชุด...อิอิ...) แต่...โครงการอยู่ไกลที่ทำงานไปหน่อย ขับรถผ่านที่่เปลี่ยว 10 นาที เข้าซอยซอกแซกอีก 10 นาที ซอยกว้างแต่ 2 เลนสวนกัน ตอนไปดูเจอพวกเก่งในซอยด้วย คือ ถนนก็สั้นๆ ระยะทางมีแค่นั้น แต่ข้าขอแรง ขอแซง ขอปาด ไม่รู้ที่บ้านมีบ่อน้ำมันรึยังไง no no

*หมู่บ้านรุ่งนิรันดร์*
โครงการใหญ่มี 15 โครงการแล้ว เจ้าของเป็นนายก อบต ดึงสาธารณูปโภคเข้าโครงการได้ครบถ้วน ปัญหาเหมือน Home Garden Ville เพราะตั้งอยู่ติดกัน นั่นคือทำเล

*โครงการบ้านรชารมย์*
เดินทางจากรุ่งนิรันดร์ใกล้ที่ทำงานเข้ามาอีกหน่อย ตัดปัญหาเรื่องซอยซอกแซกออกไป เหลือไว้แต่ที่เปลี่ยว มีสองแถวผ่านหน้าโครงการด้วย ห่าง office ประมาณ 6 กม. ห่างถนนใหญ่(จริงๆ) ระหว่างประตู 1 กับตัวออฟฟิซ ประมาณ 3กม. ถ้าใช้รถเมล์กลาง ต้องต่อรถเข้าซอยอีก 3กม. (ที่เปลี่ยว กลางคืนถนนมืด) ซึ่งตรงนี้ ถ้าพ่อแม่พี่น้องมาเยี่ยมและไม่ได้เอารถมาเอง คงต้องโทรให้ออกมารับอย่างเดียวเลย

แบบบ้านโอเค ราคาไม่แพง ทำเลทำให้ ..ขอคิดดูก่อน

*โครงการ The House Residence*
ถัดจากบ้านรชารมย์ ใกล้ที่ทำงานมาอีก 1 กม. บ้านบนเนิน แบบสวย ราคาสูงกว่ารชารมย์ แต่ก็ไม่เกินงบ น้องเซลคล่องแคล่วน่ารักดี โทรตามในวันหลังด้วย ทุกอย่างโอเคหมด ยกเว้น ทำเล... เพราะ...ก็คล้ายๆรชารมย์

*โครงการบ้านสิริสุข*
ติดประตู 1 ห่างประมาณ 3 กม. รถสาธารณะทุกรูปแบบของที่ทำงานผ่านหมด บ้านสวย เจ้าของโครงการน่ารัก เวลาเข้าเมือง ต้องผ่านทุกวัน ดูทุกวัน เข้าไปดูในโครงการ 5-6ครั้ง ดูบ่อยกว่าที่อื่น มีคนที่ทำงานซื้อกันเยอะด้วย ดูทุกแบบ บ้านชั้นเดียวมีแบบเดียว ชอบแบบบ้าน แต่เหลือที่ทำสวนไว้ด้านหน้าเท่านั้น ด้านข้างติดรั้ว เกือบเดินไม่ได้ น้องสถาปนิกที่รู้จักกันแอบกระซิบว่าระยะห่าง 50 ซม ถูกกฏหมาย แต่อึดอัด ดูทีวีบ้านข้างๆได้เลย

อีกอย่างที่ไม่เลือกคือบรรยากาศหมู่บ้านไม่เป็นมิตร จะอธิบายไงดี คือ...เหมือนต่างคนต่างอยู่ เช้าออกไปทำงาน เย็นเข้าบ้านใครบ้านมัน ลักษณะบ้าน perfect แบบที่ถ้าใครต่อเติมขายลูกชิ้นทอดหน้าบ้านคงดูประหลาด คิดไปเองว่า คงรู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียวถ้าอยู่โครงการนี้

หลังจากที่ตระเวณดูบ้านย่านประตู 1 ซะหลายโครงการ เพราะผิดหวังจากsaleโครงการ Home Garden Ville ประตู 2 พี่ๆน้องๆก็ชวนสำรวจโครงการย่านประตู 2 อีกหน่อย

*บ้านภูมิรักษ์*
บ้านสวน บนเนิน ที่กว้าง แบบสวย ราคาเบากว่าที่อื่น ที่ดินกว้างขวาง 80 ตรว. แต่ไกลจากถนนใหญ่มากๆ ทุกคนลงความเห็นว่า ห้ามรถเสียกลางทาง ห้ามกลับบ้านค่ำ อีกอย่างคือกลัวอดตาย เพราะทั้งหมู่บ้าน ไม่มีอะไรขายเลย หมู่บ้านนี้เหมาะกับครอบครัว มีสามีขับรถรับส่ง สาวโสดไม่ควร ไม่ควร ยิ่งหน้าโครงการติดวัดและเมรุด้วย no no

*โครงการ Land and House*
ติดถนนใหญ่ อยู่ตรงกลางระหว่างประตู 1 และ 2 hiso สมชื่อ ราคา overprice สุดๆ เค้าขายหมดแล้ว ไม่ต้องคิดมาก ถ้าอยากได้ก็ต้องรอซื้อบ้านจากแบงค์ (มีนะ หลายหลังด้วย) sale เป็นมืออาชีพจนน่าเบื่อ แบบบ้านช้านดี ดี๊ ดี ฟังแระเซ็ง บึงน้ำโครงการเสื่อมโทรมตั้งแต่โครงการยังไม่ปิด สวนรอบสำนักงานขายดูไม่ได้ บ่อปลาร้าง อะไรกันเนี่ย มันสะท้อนให้เห็นความต่างคนต่างอยู่ของคนในหมู่บ้าน ไม่มีใครใส่ใจส่วนกลาง บ้านช้านต้องสวย บึงหน้าโครงการช่างมัน เพราะไม่ใช่บ้านช้าน ประมาณนั้น บางทีที่คนมีเงินมาอยู่รวมกันมากๆก็ใช่ว่าจะเห็นจิตสาธารณะ อยู่แบบนี้ต้องจ้างแม่บ้าน อาศัยไหว้วาน อะไรใครคงยาก ที่ดินเปล่าเหลือ 4 แปลง ถูกสุดคือ 2.5 ล้าน ชาตินี้คงได้แต่ที่ดินเปล่า ซึ่งยังต้องเสียค่าตัดหญ้าอีกเดือนละ 600 บาท ขอบคุณค่ะ ลาล่ะค่ะ

*โครงการบ้านทรัพย์อนันต์ *

โครงการเล็กๆ อยู่ติดถนนใหญ่ ติด land and house ไม่มีการโฆษณา บ้านชั้นเดียวเรียงกัน 2 แถว เจ้าของทำอยู่โครงการเดียว ไม่มีที่อื่น หลังคา สีฟ้า ไม่ชอบสีหลังคา (มีเหตุผลมาก) ไม่เข้าไปดูเลย

*โครงการ Korat Village 2 และ 3 *

ก็ย่านเดียวกับ land and house หลังคาสีฟ้าอีกแล้ว ไม่ดู

*โครงการKorat Village4*
เจ้าของโครงการถูกโฉลกกับย่านนี้ (ว่างั้น) ก็เลยกระหน่ำลงเฟส 2 3 4 ที่นี่ เฟส 5 เริ่มปรับพื้นที่แล้ว ไม่ไกลกันนัก โครงการอยู่ห่างประตู2 200เมตร ลงรถสองแถวหน้าประตู2 ก็เดินเข้าโครงการได้เลย ติดถนนใหญ่เหมือน land and house แต่ใกล้ประตู 2 มากกว่า ประตู2 มีโรงพยาบาลอยู่ถัดไป 3 กม. คราวนี้ใช้ หลังคาเป็นสีแดง ดูได้ sale ดูเฉยๆตรงๆ ไม่ประดิษฐ์หวานจนนึกว่าอยู่ในห้าง แต่ข้อมูลแน่นปึ๊ก

บ้านชั้นเดียวมี 3 แบบ สร้างยาวไปตามพื้นที่ ห่างรั้ว 1 เมตร เหลือที่ด้านข้างให้ต่อเติมหรือจัดสวน ตอนที่ดูครั้งแรกก็ธรรมดา แบบเหมือนบ้านที่สิริสุขเปี๊ยบ แต่มีที่ให้หายใจมากกว่า (แปลว่าบ้านหลังเล็กว่า พื้นที่ใช้สอยน้อยกว่าสิริสุข) เผื่อต่อเติม เพราะเหนื่อยจากสารพัดโครงการ แต่ชอบบรรยาศความมีชีวิตชีวาของโครงการ หลังสำนักงานขายมีที่ว่าง จักรยานจอดเต็ม เพราะนักเรียนปั่นออกมาจากท้ายหมู่บ้าน จอดไว้ เพื่อขึ้นสองแถวไปเรียน อาจเป็นเพราะโครงการเก่า คนเข้าอยู่มากแล้ว เลยมีร้านค้า ร้านบริการต่างๆให้เห็น แต่ก็ไม่แออัด ต้นไม้โต สวยงามหมดแล้ว โครงการเก่าแต่ยังเห็นคนงานตัดแต่งต้นไม้ เก็บเศษหญ้า เศษใบไม้ และส่วนกลางไม่โทรม แสดงว่าดูแลได้ดี สำนักงานขายและสระบัวยังเนี๊ยบ พอไปดูบ้าน ลุงบ้านข้างๆรีบออกมาคุย มาดูบ้านผมก็ได้ จะย้ายมาอยู่เมื่อไหร่ ท่าทางเป็นมิตรของคุณลุง พอจะขอฝากดูบ้านเวลาต้องไปประชุมหลายๆวันได้แน่ คริ คริ เยื้องๆมีร้านขายของชำ ขายเป๊ปซี่ ไม่อดตายแน่เรา เคยอยู่ที่ห่างร้านขายของชำ ประเภทจะทำไข่เจียว ลืมซื้อน้ำมันพืช ก็ต้องเดินทางไกลอีกรอบ หมู่บ้านนี้เดินไปอีกซอยก็ซื้อได้ อีกซอยมีร้านซักผ้าหยอดเหรียญ สบายแล้วช้าน มีการต่อเติมบ้าง มีร้านขายของบ้าง แต่ไม่เลอะเทอะ ถนนยังวิ่งได้สบาย สวน 2 แห่ง สนามเทนนิส สระว่ายน้ำ ในสภาพที่ใช้งานได้ เจ้าของโครงการเป็นรอง นายก อบจ สาธารณูปโภค และการติดต่อธนาคาร ที่ดิน หายห่วง

เราว่าการเลือกบ้าน ก็คงเป็นดวงชะตาของทั้งบ้านและเราที่จะเลือกกันและกัน เราถึงรู้สึกได้ ถึงความชอบ ไม่ชอบ อยากอยู่ ไม่อยากอยู่ เมื่อความรู้สึกบอกว่าชอบ สติปัญญาตรองและเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย ก็ยอมรับได้ ราคา ค่าผ่อนต่อเดือนไม่ได้สร้างความเดือดร้อน ความเป็นเนื้อคู่ของเรากับบ้านก็คงลงเอยด้วยความสมหวัง




 

Create Date : 17 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 1 มีนาคม 2554 17:24:06 น.
Counter : 8233 Pageviews.  

หามาฝาก: ฤกษ์

ฤกษ์ หมายถึง คราวหรือเวลา ความปลอดภัยหรือความสำเร็จสมประสงค์ อำนวยความเป็นศิริมงคลแก่ผู้ประกอบการนั้น ๆ

ฤกษ์ แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ ฤกษ์บนและฤกษ์ล่าง

ฤกษ์บน เป็นชัยมงคลเบื้องสูง โดยถือตำแหน่งของพระจันทร์และดาวพระเคราะห์ต่าง ๆ เป็นหลัก คือ กำหนดโดยจันทร์ พระจันทร์ต้องดีไม่เป็นอริ มรณะ และวินาศแก่ผู้ประกอบการ พระจันทร์โคจรให้คุณเช่นจันทร์ครุสุริยา ทางโหราศาสตร์ใด้กำหนดฤกษ์ไว้ 9 ฤกษ์ ได้แก่

ทลิทโทฤกษ์ มหัทธโณฤกษ์ โจโรฤกษ์
ภูมิปาโลฤกษ์ เทศาตรีฤกษ์ เทวีฤกษ์
เพชฌฆาตฤกษ์ ราชาฤกษ์ สมโณฤกษ์


ฤกษ์ล่าง ซึ่งเหมาะเป็นชัยมงคลทางเบื้องใต้ฟ้า หรือเบื้องต่ำบนพื้นดิน โดยมนุษย์เป็นผู้กำหนดขึ้น โดยให้วันทั้ง 7 ประกอบด้วยดิถี ขึ้น แรม และเดือน ปี เป็นหลักในการคำนวณนับ เช่น วันธงชัย วันอธิบดี วันอุบาทว์ และวันโลกาวินาศ และมีดิถี คือ ขึ้น แรม ดิถีธงชัย ดิถีพิฆาต อีกทั้งวันจม วันฟู วันลอย กทิงวัน อัคนิโรธ ทักทิน ยมขันธ์ จัดเป็นฤกษ์ย่อยต่าง ๆ รวมเรียกว่า "ฤกษ์ล่าง" หรือ (ภูมิดล)


ความหมายและการนำฤกษ์ทั้ง 9 ไปใช้
1. ทลิทโทฤกษ์


เป็นฤกษ์ที่เหมาะสำหรับ การขอสิ่งต่างๆ เพราะถือว่าเป็นฤกษ์ของชูชก จะทำการขอสิ่งใดก็ง่าย เช่น การขอหมั้น ขอแต่งงาน ทวงหนี้ กู้ยืม ร้องทุกข์ การทำการใดๆ เพื่อให้ผู้อื่นสงสารกรุณา เปิดร้านขายของชำ ของเก่าชำรุด สมัครงาน ทำการใดๆ ที่ริเริ่มใหม่

ฤกษ์นี้ใช้สำหรับ ขอผัดผ่อนหนี้ ขอหมั้น ขอแต่งงาน ขอทำงาน ขอสมัครงาน ขอร้อง สู่ขอ ขอคืนดี ขอรี่ไร ขอส่วนแบ่ง ขอกู้เงิน ยืมเงิน ขอผ่อนผัน ขอให้อุปการะ ขอให้ค้ำประกัน ขอซ่อม ขอร้อง ร้องขอ ขอความเป็นธรรม ขอร้องทุกข์ ขอความช่วยเหลือ สรุปคือบรรดาการขอ (ขอร้อง) ทุกอย่างให้ใช้ฤกษ์นี้

2. มหัทธโนฤกษ์

เป็นฤกษ์ที่เหมาะสำหรับ การมงคลต่างๆ เช่น ขึ้นบ้านใหม่ แต่งงาน ปลูกสร้างอาคาร ธุรกิจการเงิน การค้าอุตสาหกรรม เปิดห้างร้าน ลาสิกขาบท สะเดาะเคราะห์ และ สารพัดงานมงคล

เป็นการกระทำมั่นคงถาวร เช่น สร้างบ้านให้อยู่นานๆ เปิดร้าน เปิดบริษัท เอารถออกจากอู่ ถอยรถใหม่ เปลี่ยนชื่อ อุปสมบท ลาสิกขา และงานมงคลทั้งปวง

3. โจโรฤกษ์


เป็นฤกษ์ที่เหมาะสำหรับ คนโบราณใช้ในการ ปล้นค่าย จู่โจมโดยฉับพลัน ข่มขวัญ บีบบังคับ ทำการปราบปราม การแข่งขันช่วงชิง การแย่งอำนาจและผลประโยชน์ งานเสี่ยงๆ ในระยะสั้นๆ การปฏิวัติ งานของบุคคลในเครื่องแบบแบใช้กำลัง

สรุปการ ใช้ฤกษนี้
การเอาเปรียบคนอื่น จะไปจับผิดใครให้ใช้ฤกษ์นี้ การปรับทุจริต เป็นฤกษ์ฉกฉวย หรือเป็นการข่มคนอื่น ไปต่อสู้คดี ขึ้นโรงขึ้นศาล คือการทำเพื่อให้ชนะคนอื่น หรือแม้กระทั่งการเอาเปรียบคนอื่น ฤกษ์นี้ยังหมายถึง การท่องเที่ยว การผจญภัย การสอบชิงทุน การแข่งขัน การแข่งกีฬา การข่มขวัญศัตรู การปรับปรุงแก้ไข การปฏิวัติ รวมทั้งเอารถออกจากอู่ (จากการซ่อม) หรือออกจากโชว์รูม (ถอยรถใหม่) ฤกษ์นี้ไม่เหมาะในการลงทุน อาจทำให้ผิดหวังและถูกเบียดเบียนจากคนในเครื่องแบบ

4. ภูมิปาโลฤกษ์

เป็นฤกษ์ที่เหมาะสำหรับ การมงคลต่างๆ งานที่ต้องการความมั่นคงถาวร งานเกี่ยวกับที่ดิน การเกษตร การเช่าซื้อ ก่อสร้าง ปลูกเรือน ยกศาลพระภูมิ แต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ ลาสิกขาบท เปิดอาคารห้างร้าน และ สารพัดงานมงคลทั้งปวง

สรุปการใช้ฤกษนี้
ฤกษ์นี้ที่ใช้ในการทำให้มั่นคงระยะยาว ไม่ใช่ฤกษ์หวังผลในระยะสั้นๆ เช่น สร้างหอพัก สร้างบ้านจัดสรร เพื่อกินกำไรในระยะยาว ให้ความสมบูรณ์พูนสุข ความเจริญรุ่งเรืองที่ไม่หวังผลรวดเร็ว แต่หวังผลในระยะยาวคือนานๆ (มั่งคงถาวร) ฤกษ์นี้เหมาะสำหรับ ลงเสาเข็ม ตั้งศาลพระภูมิ ก่อสร้างวัตถุที่ถาวร หอพัก การพัฒนาการเกษตร เปิดร้าน เปิดโรงงานอุตสาหกรรม สัญญาซื้อขายที่หวังผลระยะยาว อะไรที่เจราที่หวังผลสำเร็จในระยะยาวและมั่นคงถาวร (ไม่ฉาบฉวย) ให้ใช้ฤกษ์นี้ และงานมงคลทั้งปวง

5. เทศาตรีฤกษ์

เป็นฤกษ์ที่เหมาะสำหรับ งานการติดต่อการค้าระหว่างถิ่น เกี่ยวกับความสนุกสนานชักชวนคนเข้าออกมาก เปิดโรงมหรสพ สถานเริงรมย์ ซ่องโสเภณี โรงแรม โรงหนัง ตลาดและศูนย์การค้า การประกอบอาชีพนอกสถานที่ อาชีพเร่ร่อน อาชีพที่ต้องย้ายที่อยู่เสมอ

สรุปการใช้ฤกษนี้
เป็นฤกษ์ที่ชอบคนเยอะๆ เช่น คนมาเที่ยว รื่นเริง บันเทิง สนุกสนาน เช่น เปิดโรงแรม เปิดสรรพสินค้า เปิดอาบ อบ นวด เปิดสถานบันเทิง เงินแสดงคอนเสิร์ตของนักดนตรี เปิดบู๊ตแสดงสินค้า หรือกิจการที่ต้องการให้คนต่างประเทศมาเที่ยว รวมทั้งการทำอะไรที่สนุกสนาน รื่นเริง ฟุ่มเฟือย (บาร์ ไนต์คลับ โรงภาพยนตร์ ภัตตาคาร โรงแรม ตลาดสด ช๊อปปิ้งเซ็นเตอร์)

6. เทวีฤกษ์


เป็นฤกษ์ที่เหมาะสำหรับ การเข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่ การหมั้นหมายและสมรส การส่งตัวเจ้าสาวและเข้าห้องหอ การทำกิจการที่ต้องการชื่อเสียงและมีเสน่ห์ งานมีเกียรติ งานเชิงศิลปะตกแต่งชั้นสูง เปิดร้านค้าอัญมณีเครื่องประดับ ร้านเสริมสวย ตัดเย็บเสื้อผ้า การประชาสัมพันธ์ ลาสิกขาบท ขึ้นบ้านใหม่ ขอความรัก งานเพื่อความสงบเรียบร้อย และ สารพัดงานมงคลทั้งปวง

สรุปการใช้ฤกษนี้
ฤกษ์สู่ขอ หมั้น แต่งงาน ขอความช่วยเหลือจากสตรี (ผู้หญิง) ฤกษ์ที่ใช้ความโอ่อ่า หรูหรา สง่า งาม สวย รวมทั้งศิปละ ออกแบบ ตกแต่ง สวย หรู เช่น โชว์อัญมณี เครื่องประดับ ให้ใช้ฤกษ์นี้

7. เพชฌฆาตฤกษ์

เป็นฤกษ์ที่เหมาะสำหรับ การฟันผ่าอันตรายและอุปสรรค ต่อสู้เสี่ยงภัยต่างๆ อาสางานใหญ่ ทำกิจปราบปรามศัตรู ตัดสินคดีความ งานที่ใช้การตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ประกอบพิธีไสยศาสตร์ ปลุกเสกเครื่องรางของขลัง ลงเลขยันต์ สร้างวัตถุมงคลแบบคงกระพันชาตรี สร้างสิ่งสาธารณะกุศลสงเคราะห์ เปิดโรงพยาบาล การรักษาโรคเรื้อรังที่หายยากๆ การยาตราทัพ เจิมอาวุธยุทธภัณฑ์ สร้างโบสถ์วิหารการเปรียญ คล้ายกับโจโรฤกษ์ แต่ฤกษ์นี้จะแรงกว่า

สรุปการใช้ฤกษนี้
ฤกษ์แห่งความเด็ดขาด เผด็ดการ งานปราบปราม กำจัดศัตรู ทำพิธี ไสยศาสตร์ ฤกษ์ที่ต้องการใช้ความเด็ดขาด กล้าหาญ การตัดสินใจที่เด็ดขาด จะเลิกกับแฟนให้ใช้ฤกษ์นี้ได้ หรือสามีภรรยาจะหย่ากันให้ใช้ฤกษ์นี้ การผ่าตัด การปลูกเศกของขลัง ใช้ฤกษ์นี้ได้ ฤกษ์นี้สามารถใช้ในการเปลี่ยนชื่อได้ เพราะต้องการความมั่งคง หนักแน่น ไม่ต้องต้องเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก

8. ราชาฤกษ์

เป็นฤกษ์ที่เหมาะสำหรับ งานราชพิธี งานราชการงานเมือง สร้างที่ประทับ งานที่ต้องการชักจูงให้ผู้อื่นดำเนินตาม การเข้ารับตำแหน่งงาน การแสวงหาชื่อเสียงเกียรติยศ การเข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่ งานมงคลสมรสที่หรูหรามีเกียรติ ลาสิกขาบท การขึ้นบ้านใหม่(สามัญชนควรเว้น ถ้าหาฤกษ์ไม่ได้ก็พออนุโลมใช้ได้ เพื่อดวงชะตาและความเหมาะสม) และ งานมงคลทั้งปวง

สรุปการใช้ฤกษนี้
ฤกษ์สูง ฤกษ์ใหญ่โต เป็นฤกษ์ของบุคคลชั้นสูง มีเกียรติ หรือว่างานนั้นมีผู้ใหญ่ เจ้านายมาร่วมทำพิธีด้วย ฤกษ์นี้ใช้ได้กับงานมงคลทั้งปวง

9. สมโณฤกษ์


เป็นฤกษ์ที่เหมาะสำหรับ ทำพิธีกรรมทางศาสนา และ ทางนักบวช เช่น การทำขวัญนาค การอุปสมบท หล่อพระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เข้ารับการศึกษา และ การกระทำทุกอย่างเพื่อความสงบร่มเย็นเป็นสุข สงเคราะห์ในฤกษ์นี้ได้ เช่น ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ทำบุญต่ออายุ

สรุปการใช้ฤกษนี้
ฤกษ์สงบ บวชพระ สึกพระ งานเกี่ยวกับศาสนา งานที่ไม่หวังผลรวดเร็ว ไม่มีการแข่งขัน ไม่มีการช่วงชิงกับผู้อื่น งานการกุศลทั้งปวง เช่น สร้างศาลาการเปรียญ หรือถาวรวัตถุ งานพุทธาภิเษก หล่อพระ ปฏิบัติธรรม เรียนธรรมะ เปิดสำนักโหรดูดวง เปิดห้องสมุด เปิดสถานที่สาธารณะ ทำบุญต่ออายุ ต่อชะตา ขึ้นบ้านใหม่ เปิดมูลนิธิ เผยแพร่ศาสนา งานการกุศลทั้งหลาย


ที่มา
//www.mahamodo.com/tamnai/good_time.aspx




 

Create Date : 17 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 17 กรกฎาคม 2553 5:53:35 น.
Counter : 549 Pageviews.  

หามาฝาก: พิธีขึ้นบ้านใหม่ เข้าบ้านใหม่

พิธีขึ้นบ้านใหม่ การเข้าบ้านใหม่

บ้านเป็นจุดศูนย์รวมของครอบครัว พิธีการขึ้นบ้านใหม่ จึงถือเป็นเรื่องสำคัญ อย่างหนึ่งของคนไทยเรา ถือเป็นเรื่องของความเชื่อ ความศรัทธาอย่างหนึ่ง เพื่อความสบายใจในการเข้าอยู่อาศัย ในบ้านใหม่ ที่เรายังไม่เคยไปอยู่ ไม่เคยเข้าไปสัมผัส จิตใจเราจึงยังไม่มีความมั่นใจในการย้ายเข้าไปอยู่ เราจึงต้องหาสิ่งยึดเหนี่ยวหรือที่พึ่งทางใจ เพื่อความสบายใจไว้ก่อน ส่วนเรื่องว่า เมื่อย้ายเข้าอยู่แล้ว หรือทำพิธีแล้ว จะเกิดผลอย่างไรนั้น ก็อีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งต้องเข้าใจว่า ไม่ได้เกิดจากการกระทำพิธีเพียงอย่างเดียว การอยู่อาศัยที่จะมีความสุข สงบ สบาย หรือเจริญรุ่งเรืองนั้น ไม่ได้อยู่ที่พิธีกรรม หรือโชคลาภ เพียงอย่างเดียว (ถ้าพิจารณาในแง่นี้ ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่า มีส่วนมากน้อยเพียงใด หรือกี่เปอร์เซ็นต์ แบบทางวิทยาศาสตร์) มันอยู่ที่ตัวบ้านเอง และสิ่งแวดล้อม ที่บ้านนั้นตั้งอยู่ ซึ่งเราสามารถเลือก กำหนด หรือควบคุมมันได้มากกว่า ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าบ้านคุณสร้างไว้ไม่ดี อยู่ไปก็ต้องซ่อมไป ก็อย่าไปโทษการทำพิธีกรรม หรือข้างบ้านเสียงดัง ทำสกปรก ต่างๆ ก็เป็นสาเหตุให้มีเรื่อง หรืออยู่แบบไม่เป็นสุขได้ ดังนั้นการจะทำพิธีเข้าบ้านใหม่ หรือทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ผมขอให้คิดเป็นลักษณะของธรรมเนียมประเพณี มากกว่า ซึ่งบางอย่างก็มีเหตุมีผล ที่มองเห็นจับต้องได้ เช่นการขึ้นบ้านใหม่ ก็เป็นการบอกให้เพื่อนบ้านรับรู้ ว่ามีเพื่อนบ้านใหม่ ทำความรู้จักกันไว้ก่อน สร้างไมตรีไว้ก่อน เลี้ยงพระ เลี้ยงอาหารก็เผื่อแผ่กันไว้ก่อน ต่อไปมีอะไร ก็จะพูดกันได้ เจรจากันได้ ไม่ทะเลาะกันเสียก่อน อย่างนี้เป็นต้น


การเข้า บ้านใหม่

เรื่องการเข้าบ้านใหม่นี่ ถ้าเป็นคนสมัยใหม่หน่อย ก็ต้องบอกว่า เอาฤกษ์สะดวกที่จะย้ายเข้า และสะดวกกับเจ้าบ้าน ก็พอแล้ว แต่ถ้าเรายังเคารพศรัทธาธรรมเนียมโบราณ ก็ควรทำพิธีแบบง่ายก็พอ ซึ่งก็เป็นการทำพิธีแบบง่ายๆของการขึ้นบ้านใหม่นั่นเอง เป็นเรื่องที่ชาวพุทธมักจะทำเพื่อเป็นสิริมงคล โดยการทำแบบพอเป็นพิธีนั้น เมื่อได้ฤกษ์ยามดีที่หาไว้ หัวหน้าครอบครัวก็อัญเชิญพระพุทธรูปประจำบ้าน ไปประดิษฐานไว้ที่บูชา จุดธูปเทียนบูชา อธิษฐานขอคุณพระคุ้มครองให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข หรือจะนิมนต์พระสักรูปหนึ่ง มาประพรมน้ำพระพุทธมนต์ตามห้องต่างๆ ก่อนขนของเข้าไปอยู่ ก็จะสมบรูณ์ยิ่งขึ้น เพียงแค่นี้ก็ถือว่า เสร็จพิธีแล้ว หรือหากมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ใกล้ๆบ้าน (เจ้าที่ใหญ่) ให้ไปไหว้แสดงความเคารพ และขอพรให้ท่านคุ้มครองดูแลให้มีความสุขความเจริญและให้ทำบุญสังฆทาน และอุทิศบุญกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรของครอบครัว เจ้าที่ และวิญญาณที่อาศัยอยู่ในสถานนั้นด้วยก็ได้


การขึ้น บ้านใหม่

นับเป็นประเพณีของชาวพุทธที เดียว แต่จะจัดการทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ใหญ่เล็กแค่ไหน ก็ว่ากันตามกำลังทรัพย์ และความสะดวก การทำแบบพอเป็นพิธีนั้นก็ทำเหมือนการเข้าบ้านใหม่ก็พอ ส่วนการทำแบบพิธีใหญ่ มีเลี้ยงพระ มีการเจริญพระพุทธมนต์ แล้วถวายภัตตาหารหรือ มีการตักบาตรด้วยก็ได้ ตามกำลังศรัทธา


เมื่อการสร้างบ้านเรือนเสร็จแล้วก็จะต้องทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ประกอบพิธีตามที่เชื่อถือกันว่าเป็นสิริมงคล นำความสุขความเจริญมาสู่คนในครอบครัว ในขั้นแรกผู้ที่จะอยู่อาศัยต้องเก็บกวาดทำความสะอาด ตกแต่งบ้านเรือนให้สะอาดสวยงาม เพื่อให้เกิดสิริมงคลและเป็นการให้เกียรติแก่พระสงฆ์และแขกที่เชิญมาเป็น เกียรติ


พิธีเริ่มเมื่อพระ สงฆ์มาพร้อม หัวหน้าครอบครัวจุดธูปเทียนรับศีล พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ หากมีตักบาตร เมื่อพระสงฆ์สวดถึงบท "พาหุ" ให้ตักบาตรแล้วถวายอาหาร ถวายเครื่องไทยธรรม กรวดน้ำ ฟังพระสงฆ์อนุโมทนา ต่อจากนั้นทุกคนในพิธีเจ้ารับพรมน้ำมนต์จากพระสงฆ์ผู้เป็นประธาน ขณะนั้นพระสงฆ์อื่นจะเจริญมงคลคาถา เสร็จแล้วให้ใครสัก 2 คน ช่วยอุ้มบาตรน้ำมนต์ และบาตรทรายพร้อมแป้งกระแจะสำหรับเจิม นำหน้าพระสงฆ์ 1 รูป ไปพรมน้ำมนต์ตามห้องต่าง ๆ ถ้ามีการเจิมประตูบ้าน ก็นิมนต์พระท่านให้ทำในโอกาสนี้ก่อนจะโปรยทรายรอบบริเวณพื้นบ้าน ถือเป็นมงคลว่า เป็นทรายเงิน ทรายทอง ให้อยู่เย็นเป็นสุข ขับไล่ภูตผีปีศาจ ถือเป็นอันเสร็จพิธี


นอกจากนั้น ถ้าเจ้าบ้านมีความประสงค์ที่จะประกอบพิธีตามทางศาสนา มีการเชิญแขกให้มาร่วมด้วยก็มีหลักที่จะต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ ต้องกำหนดวันการทำบุญขึ้นบ้านใหม่ให้เป็นที่แน่นอนและการเลือกวันที่ว่านี้ ถ้าต้องการให้เป็นมงคลตามความเชื่อถือที่มีมาแต่โบราณแล้ว ก็ต้องไปหารือกับผู้ที่มีความรู้ทางโหราศาสตร์ให้กำหนดวันและเวลาให้ แล้วออกบัตรเชิญแขกให้มาร่วมในพิธีทำบุญขึ้นบ้านใหม่ และส่งบัตรนั้นออกไปในระยะเวลาก่อนถึงวันกำหนดพอสมควร ในบัตรนั้น ต้องบอกตำบลบ้านที่จะประกอบพิธี กำหนดวัน เวลาอย่างชัดเจน เรียกว่าถ้าเขียนเป็นแผนที่ได้ ก็จะดีที่สุด เมื่อใกล้กับวันที่กำหนดไว้ ต้องเตรียมตกแต่งบ้านเรือนที่จะทำบุญ ขึ้นบ้านใหม่นั้นให้เรียบร้อยงามตาตามสมควร และเตรียมสิ่งของที่จำเป็นใช้ในวันประกอบพิธีให้พร้อมเช่น


อาราธนาพระสงฆ์ - เมื่อกำหนดวันงานแน่นอนแล้ว ไปอาราธนาพระตามจำนวนที่ต้องการ ก่อนถึงวันงานอย่างน้อย ๓ ถึง ๗ วัน การอาราธนานั้น ถ้าสามารถเขียนหรือพิมพ์เป็นฎีกานิมนต์ ได้เป็นการดีที่สุด โดยบอกกำหนด วัน เดือน ปี เวลา และงานให้ละเอียด ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆสำหรับพระสงฆ์ ก็สามารถยืมของที่วัดมาใช้ได้ โดยไปเบิกมาก่อนพิธีสักวัน จะได้ไม่ฉุกละหุก เสร็จแล้วอย่าลืมไปคืนล่ะ บาปกรรม !


จำนวนพระที่นิมนต์ ตามปกติจำนวนนี้คือ ๕ รูป ๗ รูป ๙ รูป แต่ส่วนมากนิยมนิมนต์ ๙ รูป ถือกันว่าเลข ๙ เป็นเลขมงคลขลังดี งานนั้นจะได้เจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป ซึ่งสมัยนี้ขอแนะนำว่า ตามกำลังศรัทธาครับ


การตั้งโต๊ะหมู่ - ควรจัดไว้ทางด้านขวามือของพระสงฆ์ โดยให้พระพุทธผินพระพักตร์ไปด้านเดียวกับพระสงฆ์ ถ้าสถานที่อำนวยให้ผินพระพุทธรูปไปทางด้านทิศตะวันออก หรือทิศเหนือ ได้ก็ยิ่งดี ถ้าสถานที่ไม่พอก็ให้จัดตามความเหมาะสมกับสถานที่ (นี่ก็เป็นข้อจำกัดในการนิมนต์พระด้วย ว่าควรจะเป็นกี่รูป) พระพุทธรูปที่จะนำมาตั้งโต๊ะบูชานั้น ไม่ให้มีครอบและเล็กจนเกินไป หรือใหญ่เกินไป ถ้าโต๊ะบูชาใหญ่เล็ก ก็ให้จัดพระบูชาเหมาะสมตามส่วน มีแจกันดอกไม้ พานดอกไม้จัด ๓ หรือ ๕ พาน แจกันจะใช้ ๑ - ๒ คู่ก็ได้ แล้วแต่ขนาดของโต๊ะ กระถางธูปให้ปักไว้ ๓ ดอก เชิงเทียน ๑ คู่ พร้อมเทียน


ขันน้ำมนต์ จะใช้ขัน หรือบาตรหม้อน้ำมนต์มีเชิงก็ได้ (ไม่มีก็ยืมพระท่านไว้เลย) ใส่น้ำสะอาดพอควร มีเทียนน้ำมนต์ ขี้ผึ้งอย่างดี ๑ - ๒ เล่ม ใบเงินใบทองอย่างละ ๕ ใบ มัดหญ้าคาหรือก้าน มะยม สำหรับประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ๑ มัด ถ้าใช้ใบมะยมใช้ก้านสด ๙ ก้าน ถ้ามีการเจิม ก็เตรียมแป้งกระแจะ ใส่น้ำหอมในผอบเจิมด้วย ถ้ามีการปิดทองด้วย ก็เตรียมทองคำเปลวไว้ ตามต้องการไว้ในพาน ตั้งไว้ข้างบาตรน้ำมนต์ด้วย


ด้ายสายสิญจน์ - ใช้ด้ายดินจับ ๙ เส้น ๑ ม้วน โยงรอบบ้านหรือบริเวณพิธี เวียนจากซ้ายไป ขวา โยงเข้าหาพระประธานที่โต๊ะหมู่บูชา เวียนซ้ายไปขวาเช่นเดียวกัน แต่ไม่ควรเอาไปพันไว้ที่องค์พระประธาน เวียนรอบฐานพระโยงมาที่ขันหรือบาตรน้ำมนต์เวียนขวา แล้วนำด้ายสายสิญจน์วางไว้บนพานรอง ตั้งไว้ข้างโต๊ะบูชาใกล้กับพระเถระ องค์ประธานในสงฆ์ เรื่องด้ายสายสิญจน์นี้ มีข้อควรระวังเป็นพิเศษคือ ห้ามข้ามกรายเป็นเด็ดขาด แม้ที่สุดจะหยิบ ของข้ามหรือยื่นมือไปเขี่ยบุหรี่ บ้วนน้ำหมากน้ำลาย ก็ไม่ควรข้ามด้ายสายสิญจน์อย่างยิ่ง เพราะ นอกจากเป็นการแสดงความไม่เคารพในพระพุทธเจ้า หรือถ้าเป็นงานศพก็ไม่เป็นการเคารพในผู้ตาย และยังเป็นผู้ที่ถูกติเตียนด้วย หากมีความจำเป็นจริงๆ ก็ควรสอดมือไปทางใต้ด้ายสายสิญจน์


การปูอาสนะสำหรับพระ สงฆ์ - ควรใช้เสื่อหรือพรหมปูเสียชั้นหนึ่งก่อน นิยมใช้กัน ๒ วิธีคือ ยกพื้นอาสนะสงฆ์ให้สูงขึ้น โดยใช้เตียงหรือแคร่ม้ายาววางต่อกันให้พอจำนวนแก่สงฆ์ และอีก วิธีหนึ่ง ปูลาดอาสนะบนพื้นธรรมดา อาสนะสงฆ์ชนิดยกพื้นนิยมใช้ผ้าขาวปูลาด จะมีผ้านิสีทนะ ปูอีกชั้นหนึ่ง หรือไม่ก็ได้ โดยอาสน์สงฆ์ยกพื้นนี้ มักจัดในสถานที่ที่ฝ่ายเจ้าภาพนั่งเก้าอี้กัน ส่วนอาสนะชนิดที่ปูลาดบนพื้นธรรมดา จะใช้เสื่อหรือพรมผ้าที่สมควรก็สุดแท้แต่ที่จะหาได้ หลักคืออาสนะสงฆ์ ควรอยู่สูงกว่าคนธรรมดาขั้นหนึ่งเสมอ ดังนั้นควรระวังอย่าให้อาสนะพระสงฆ์กับที่นั่งของคฤหัสถ์ฝ่ายเจ้าภาพเป็นอัน เดียวกัน ควรปูลาดให้แยกจากกัน ถ้าจะเป็นแยกกันไม่ได้โดยปูเสื่อหรือพรมไว้เต็มห้อง สำหรับอาสนะสงฆ์ ควรปูทับเสื่อหรือพรมอีกชั้นหนึ่งจึงจะเหมาะสม โดยใช้ผ้าขาวหรือผ้านิสีทนะก็ได้ ปูเรียงองค์เป็นระยะให้ห่างกันพอสมควร อย่าให้ชิดกันเกินไป มีหมอนอิงข้างหลังเรียงองค์เท่า จำนวนที่นิมนต์มาในงานนั้นๆ (สิ่งของเหล่านี้ก็ขอยืมที่วัดได้ทั้งหมด)


เครื่องรับรองพระ ก็มีกระโถน, ภาชนะน้ำเย็น, พานใส่หมากพลูบุหรี่ วางไว้ทางด้านขวามือของพระสงฆ์เป็นรายรูป ถ้าของมีจำกัด ๒ รูปต่อ ๑ ที่ก็ได้ วางเรียงจากข้างในมาหาข้างนอก ตามลำดับ คือกระโถนไว้ในที่สุด ถัดมาภาชนะน้ำเย็น และพานหมากพลูบุหรี่ ส่วนน้ำชา หรือเครื่องดื่ม เมื่อพระสงฆ์เข้านั่งเรียบร้อยแล้ว ค่อยถวายก็ได้ การล้างเท้า - เช็ดเท้าพระสงฆ์ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยพบเห็น ซึ่งแต่ก่อนเมื่อพระสงฆ์มาถึงบ้าน ฝ่ายต้อนรับจะคอยล้างเท้าให้ท่าน จะให้ท่านล้างเท้าเองดูไม่เหมาะ เพราะน้ำอาจมีสัตว์ขัดกับพระวินัย ซึ่งมีพุทธบัญญัติว่า เราภิกษุไม่เป็นไข้ จักไม่สวมรองเท้าเข้าไปในบ้าน ถ้าภิกษุรูปใดฝ่าฝืนรับเป็นอาบัติทุกกฎ เสร็จแล้วคอยเช็ดเท้าให้ท่านด้วย สมัยนี้พอลงจากรถ ก็นิมนต์ขึ้นบ้านเลย (ที่หนักกว่านั้นคือ ไม่ไปรับท่านมาจากวัด ให้ท่านขึ้น taxi มาเองซะงั้น) จากนั้นจึงประเคนเครื่องรับรองพระสงฆ์ เมื่อพระสงฆ์เข้าประจำที่เรียบร้อยแล้ว พึงเข้าประเคนของรับรองพระที่เตรียมไว้ปูแล้ว คือภาชนะน้ำเย็น พานหมากบุหรี่ (เดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยถวายกันแล้ว) ประเคนของที่อยู่ข้างใน ก่อน เสร็จแล้วน้ำชาหรือน้ำอัดลมถวายทีละองค์จนครบ การประเคนต้องให้ได้หัตถบาศ คือต้องเข้าไปใกล้พระประมาณ ๑ ศอก จะเป็นชายหรือหญิง ก็ประเคนได้ทั้งนั้น ส่วนของที่ประเคนต้องไม่ใหญ่หรือหนักเกินไป ต้องเป็นของที่พอจะยกได้คนเดียว


การจุดธูปเทียนเป็นหน้าที่ของเจ้าภาพไม่ควรให้ผู้อื่นจุดแทน ก่อนจุดเทียนให้กราบพระพุทธเสียก่อน แล้วใช้เทียนชนวนจุดเทียนบนที่บูชา ให้จุดเล่มขวาของพระพุทธรูปเสียก่อน แล้วจุดเล่มซ้าย จึงจุดธูป ๓ ดอก แล้วภาวนาว่า
อิมินา สกฺกาเรน ตํ พุทฺธํ อภิปูชยาม
อิมินา สกฺกาเรน ตํ ธมฺมํ อภิปูชยาม
อิมินา สกฺกาเรน ตํ สงฺฆํ อภิปูชยาม
แล้วกราบ ๓ ครั้ง กราบครั้งที่ ๑ ว่า พุทฺธํ วนฺทามิ กราบครั้งที่ ๒ ว่า ธมฺมํ วนฺทามิ กราบ ครั้ง ๓ ว่า สงฺฆํ วนฺทามิ


ครั้นเมื่อบูชาและกราบพระเสร็จแล้วให้ถวายกลุ่มด้ายสายสิญจน์ ถวายก็ได้ ถวายเสร็จแล้วเริ่มอาราธนาศีลต่อไป ดังนี้
มยํ ภนฺเต ติสรเณน สห ปญฺจ สีลานิ ยาจาม (๓จบ) หรือจะเติม ทุติยมฺปิฯ ตติยมฺปิฯ ด้วยก็ได้

แล้วตั้งใจรับศีลต่อไป ซึ่งพระท่านจะให้ศีลจนจบ เมื่อรับศีลแล้วให้คุกเข่าประนมมือ อาราธนาพระปริตรดังนี้

วิปตฺติปฏิพาหาย สพฺพสมฺปตฺติสิทฺธิยา สพฺพทุกฺขวินาสาย ปริตฺตํ พรูถมงฺคลํ
วิปตฺติปฏิพาหาย สพฺพสมฺปตฺติสิทฺธิยา สพฺพภยวินาสาย ปริตฺตํ พรูถมงฺคลํ
วิปตฺติปฏิพาหาย สพฺพสมฺปตฺติสิทฺธิยา สพฺพโรควินาสาย ปริตฺตํ พรูถมงฺคลํ
อาราธนาจบแล้ว กราบลง ๓ ครั้ง แล้วนั่งราบตั้งใจฟังพระสวดเจริญพระพุทธมนต์ต่อไป


จุดเทียนน้ำมนต์ตอนพระสวดถึงมงคลคาถาตอนขึ้น "อเสวนาฯ" ให้จุดเทียนชนวนแล้วไปจุดเทียนสำหรับหยดน้ำมนต์ที่ปักติดไว้กับภาชนะทำ น้ำมนต์ จุดเสร็จก็ยกประเคน ถวายพระทำน้ำมนต์ต่อไป ไหว้หรือกราบหนึ่งครั้ง (จุดเทียนน้ำมนต์เป็นหน้าที่ของเจ้าภาพ)


เมื่อพระสวดมนต์จวนจบ ถึงบท ส่งเทวดา คือ ทุกฺขปฺปตฺตา...ฯ ให้จัดเตรียมน้ำร้อน น้ำดื่มไว้ พอสวดจบก็เอาไปถวายพระท่าน แล้วเลี้ยงภัตตาหารพระ อย่าลืมจัดสำรับคาวหวานถวายพระพุทธ เจ้าภาพควรบูชาด้วยใจนึกดังนี้
อิมํ สูปพยญฺชนสมฺปนฺนํ สาลีนํ โภชนํ อุทกํ วรํ พุทฺธสฺส ปูเชมิ แล้วกราบ ๓ ครั้ง ครั้นได้เวลาพอสมควรก็กล่าวลาข้าวพระพุทธว่า เสสํ มงฺคลา ยาจามิ
พอพระฉันภัตตาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ถวายไทยธรรม พระท่านจะขึ้น ยถาฯ เจ้าภาพเริ่มกรวดน้ำ ห้ามเอานิ้วรองน้ำ เพราะไม่ต้องการให้มีเครื่องกีดขวาง กรวดน้ำเสร็จก็นั่งประนมมือจนกว่าพระจะอนุโมทนาให้พรเสร็จ จากนั้นนิมนต์พระประพรมน้ำมนต์เจ้าภาพ แขกผู้มีเกียรติที่เชิญมาในงาน และประพรมบริเวณบ้านจนทั่ว ขณะพรมน้ำมนต์พระท่านจะสวดเจริญชัยมงคลคาถา สวดจบแล้วเป็นเสร็จพิธีทางพระ เจ้าภาพควรส่งพระกลับวัดแค่บันไดก็พอ เสร็จพิธีสงฆ์นี้แล้ว อย่างน้อยนับว่าคุณได้ทำบุญเลี้ยงพระไปแล้ว ได้บุญแน่นอน ตอนกรวดน้ำจึงควรอุทิศส่วนกุศลให้ทั่วถึง


พอการทำบุญเลี้ยงพระเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็ทำพิธีขึ้นบันไดตามลัทธิความเชื่อถือ (ตามแต่ศรัทธา ไม่ค่อยมีแพร่หลายนัก) ให้ขึ้นบ้านตามทิศที่เป็นมงคล ขึ้นทางทิศบูรพาให้เอาเงินขึ้นก่อนจะมีลาภ ถ้าขึ้นทางทิศอุดรให้เอาทองขึ้นก่อนจะได้สัตว์ ๒ เท้า ๔ เท้า และถ้าขึ้นทางทิศอีสานให้เอานมวัวและของขาวขึ้นก่อน การขึ้นบ้านตอนแรกท่านให้เอาหญ้าแพรก งา เหล็ก ขึ้นก่อน จะปราศจากทุกข์และอุปัทวันตรายทั้งปวง วันที่จะขึ้นบ้านใหม่ ที่จัดว่าเป็นวันดี ได้แก่ วันพุธ วันพฤหัสบดี และวันศุกร์


พิธีพระเสร็จแล้วก็จะมีการเลี้ยงอาหารกัน เมื่อสมัยก่อนราว ๓๐-๔๐ ปี จะมีการเลี้ยงอาหารแก่วงศาคณาญาติมิตรสหายและแขกเหรื่อที่เชิญมาเป็นเกียรติ ในงาน พร้อมทั้งจัดให้มีมหรสพ การเล่นรื่นเริง เช่น โขน ละคร ลิเก ลำตัด ให้ชมอีกด้วย การเลี้ยงอาหารแขกแบบไทยๆ นั่งล้อมกันเป็นวงๆ หรือทำร้านมีกระดาน ๓-๔ แผ่นปูยาวสำหรับตั้งอาหาร ๒ ข้าง มีกระดานแผ่นเดียวลดต่ำลงมาปูยาวไปสำหรับแขกนั่งรับประทานอาหาร แต่ปัจจุบันนี้การเลี้ยงแขกนิยมใช้โต๊ะจีนอาหารจีนกันเป็นส่วนมาก มหรสพที่จัดให้ชมมักนิยมหาดนตรี นักร้องเพลงลูกทุ่งลูกกรุง หางเครื่องมาแสดงตอนแขกรับประทานอาหาร เพื่อให้งานครึกครื้นสนุกสนาน รื่นเริงบันเทิงใจไม่เงียบเหงา การจัดงานใหญ่งานเล็กก็แล้วแต่ฐานะและรสนิยมความต้องการของเจ้าภาพ แต่มหรสพเดี๋ยวนี้ไม่นิยมจัดกันแล้ว เพราะฟุ่มเฟือยเกินไป


ถ้าต้องการให้มีการยกศาลพระภูมิในวันนั้นด้วย ก็ต้องเชิญผู้มีความรู้ในทางนี้มาเป็นผู้ทำหน้าที่ประกอบพิธีในวันนั้นด้วย ควรเตรียมต้อนรับรองแขกให้พร้อม และมีการนัดหมายกับผู้ทำหน้าที่ต้อนรับแขกให้เป็นที่เข้าใจว่าใครมีหน้าที่ ที่จะต้องทำอย่างไร ถ้ามีการเลี้ยงอาหารแขกด้วย ก็ต้องเตรียมห้องอาหารและอาหารให้พร้อม


จะเห็นว่าการทำบุญขึ้นบ้านใหม่แบบดั้งเดิม เต็มตามพิธีนั้น ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ จึงควรจัดตามความเหมาะสมพอดี และพิธีทางพระนี้ ก็เป็นสิ่งควรทำ ส่วนสิ่งที่เป็นความเชื่อ ทางโหราศาสตร์ หรือฮวงจุ้ย เกี่ยวกับการขึ้นบ้านใหม่นั้น จะทำหรือไม่ เชื่อหรือไม่ ก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละบุคคล แต่ก็นำมาลงให้อ่านกันให้ครบทุกด้านครับ


ส่วนการทำพิธี อย่างอื่น ที่ไม่ใช่พิธีสงฆ์ มีวิธีการดังนี้
สิ่งของที่ต้องเตรียมใช้ในพิธี
- ถุงเงิน , ถุงทอง อย่างละ 1 ถุง
- เงินเหรียญทุกประเภท รวมกันให้ได้ 108 บาท เช่น เหรียญ 10 บาท 5 บาท 1 บาท 50 สต. 25 สต.
- ธนบัตรทุกประเภท รวมกันให้ได้ 1,900 บาท
- ตะกร้า , ถังน้ำ 2 ใบ ( ต้องใช้ของใหม่ )
- ข้าวตอก , ถั่ว , งา
- ดอกกุหลาบแดง , เหลือง , ดอกดาวเรือง แกะเอาเฉพาะกลีบ
- ดอกบานไม่รู้โรย แกะเป็นดอก
- ดอกรัก แกะเป็นกลีบ
- เครื่องครัวทั้งหมด
- พระพุทธรูป ที่เป็นองค์ประธานของบ้าน
- สร้อย แหวน เครื่องประดับ ของมีค่า
- ธูป เทียน


ขั้นตอนการทำ พิธี
- นำธนบัตร 1,900 บาท และเหรียญ 108 บาท ใส่ลงในถุงเงิน ก่อนใส่ถุงให้พูดเสียงดังๆ ว่า “ โอ้โฮ เงินทองร้อยแปดพันเก้าเลย “
- นำถุงเงิน และ สร้อย แหวน ทองของมีค่า ใส่ในถุงทอง
- ถังใหม่ที่เตรียมไว้ ใส่น้ำให้เต็มจนล้น 1 ถัง ส่วนอีกถัง ให้ใส่ข้าวสารให้ล้น
- ถั่ว งา ข้าวตอก ดอกไม้ คลุกรวมกัน ใส่ลงในตะกร้า โรยใส่ในถังที่เตรียมไว้ ทุกถัง
- นำเครื่องที่เตรียม ตั้งแต่ 1 - 7 เข้าบ้านก่อน โดยให้เพื่อนๆ ญาติๆ ที่พูดเก่งๆ ให้พูดจาสนุกสนาน และช่วยกันหิ้วเครื่องครัว เครื่องใช้ต่างๆ เข้าบ้าน
- หิ้วถังน้ำ ถังข้าวสารตาม โดยหิ้วให้หกเรี่ยราดตลอดทาง แล้วเอาไปวางไว้บนโต๊ะในครัว พูดดังๆ ว่า “ บ้านนี้มีความสุขจริง เงินทองเต็มบ้าน ข้าวของอุดมสมบรูณ์……” และพูดแต่ในสิ่งที่ดีๆ
- เจ้าของบ้าน อุ้มพระพุทธรูปองค์ประธาน เดินตามขบวนเข้าไป แล้วนำไปไว้ที่หิ้งพระ จุดธูป 9 ดอก ให้พูดถึงชื่อตนเองและทุกคนในครอบครัว ขอให้พระคุ้มครองให้มีความสุข ความเจริญ
-ทุกคนในครอบครัว ช่วยกันแบกตะกร้าที่ใส่ ข้าวตอก ดอกไม้ เงินทอง ของมีค่า เทคว่ำลงบนที่นอน แล้วให้ทุกคนนอนลงบนที่นอน และช่วยกันเก็บ ของที่เทไว้ใส่ในกระเป๋าเสื้อ กางเกง
- เก็บกวาดข้าวของที่หกเรี่ยราด เอาไปให้นกกิน


พิธีนี้เป็นความเชื่ออีกอย่างหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่ทำตามกันมามากกว่า ไม่เหมือนพิธีกรรมที่เป็นการทำบุญเลี้ยงพระ พิธีการนี้ เป็นเพียงความเชื่อโบราณซึ่งท่านถือเป็นคติสืบต่อกันมา อย่างไรก็ตามคนไทยกับความเชื่อในหลายๆ เรื่องก็ยังคงแยกกันไม่ขาดแม้แต่ในยุคปัจจุบันก็ตาม


วันต้องห้าม ตามคติโบราณ
“ห้ามขึ้นบ้านวันเสาร์” เนื่องจากว่าวันเสาร์ตามหลักโหราศาสตร์แล้ว ถือกันว่าเป็นวันแห่งโทษทุกข์ และดาวเสาร์ยังจัดเป็นดาวแห่งบาปเคราะห์อีกด้วย แต่การขึ้นบ้านใหม่ ต้องการความร่มเย็น ความสุขและความมั่นคงถาวร ความเจริญ ดังนั้นคนโบราณจึงห้ามมิให้ประกอบพิธีเกี่ยวกับการปลูกสร้าง บ้านเรือน เช่น การยกเสาเอก วางศิลาฤกษ์ เปิดป้ายอาคาร หรือแม้กระทั่งการย้ายเข้าสู่บ้านใหม่

ส่วนพิธี ขึ้นบ้านใหม่ / เข้าบ้านใหม่ แบบซินแสจีน ก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง เป็นเรื่องเกี่ยวกับพลังและกระแสต่างๆ ที่เรามองไม่เห็น ลองอ่านเป็นความรู้บ้างก็ดีครับ แต่ใครไม่ค่อยสนใจก็ผ่านไปเลยครับ ถือว่าจบพิธีทำบุญเลี้ยงพระแบบมาตรฐานแล้ว

ในกรณีที่เป็นบ้าน ใหม่ หรือบ้านนั้นยังไม่เคยเข้าไปอยู่อาศัย ก่อนย้ายเข้า เราสามารถปรับสภาพกระแสภายในบ้านให้ปราศจากสิ่งไม่ดีทั้งหลาย
โดยการทำพิธี ล้างปรับสภาพ การทำพิธี ขึ้นบ้านใหม่ ต้องใช้ฤกษ์ยามที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ จึงจะเกิดความร่มเย็นเป็นสุข ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ ให้ดับไฟในบ้าน ให้ทุกคนออกนอกบ้าน รวมตัวกันที่หน้าบ้าน เมื่อได้ฤกษ์ ขึ้นบ้านใหม่ ให้เดินเข้าบ้านใหม่ จัดตั้งองค์พระ สิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ เพื่อให้ท่านช่วยคุ้มครองปกปักรักษา ให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข

เราควรกำหนดจุดตั้ง และเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นไว้ล่วงหน้า เพื่อสะดวกในวันทำพิธี และจะได้ตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เสร็จทันในฤกษ์ หากต้องการนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้ามาก่อน ให้ใส่กล่องทึบและวางไว้โต๊ะกลางบ้าน เพื่อจะได้ไม่เกี่ยวข้องกับทิศทาง และหากอัญเชิญมาจากที่บ้านเก่าต้องดูฤกษ์อัญเชิญลง
การจัดของไหว้ถวาย ( ตามแต่ประเพณีและความนิยมของบุคคล ) ดีที่สุด ควรเป็นผลไม้ห้าอย่าง ( ครบห้าธาตุ - ดิน ทอง น้ำ ไม้ ไฟ )
ไม่ควรเป็นเนื้อสัตว์ เพราะเท่ากับเบียดเบียนชีวิตอื่น
วันแรกให้จุดธูปจริง เทียนจริง เพื่อให้เกิดควัน (ควันเป็นสื่อถึงแสดงออก ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราเชิญได้รับรู้) และขอพร (อย่าขอหลายอย่าง ให้ขอเท่าที่สำคัญและจำเป็น)

ก่อเตาหุงต้ม (จุดเตาแก๊ส) คือการเริ่มต้นอยู่กิน และหมายถึงมีกินมีใช้ (ในสมัยโบราณจะใช้วิธีการถือ เตาถ่าน เข้าบ้าน แต่ปัจจุบันสามารถใช้วิธีนี้แทน) แนะนำให้ต้มขนมอี๋เพื่อเป็นสิริมงคล

ตั้งเตียงและนอนค้างคืน หมายถึงมีที่นอน อยู่เย็นเป็นสุข (ในความเป็นจริงส่วนใหญ่จะตั้งเตียงอยู่แล้ว เราเพียงแต่ดันขยับสักเล็กน้อยพอเป็นพิธีเท่านั้น) การปูเตียง ก็เพียงยกหมอนขึ้นแล้ววางลง ตบฟูกเบา ๆ

หากที่บ้านทิ้งช่วงทำบุญมามากกว่า 1 ปี ควรดูฤกษ์ แต่หากทำต่อเนื่องทุกปีไม่ต้องดูฤกษ์

วิธีที่ง่ายกว่าคือ : ไปทำบุญสังฆทานที่วัด แล้วอุทิศให้เจ้าที่ และวิญญาณทั้งหลายที่อาศัยในบ้านหลังนี้ ขอให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข


ที่มา
//www.mahamodo.com/tamnai/howto/howto_up_new_house.asp




 

Create Date : 17 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 17 กรกฎาคม 2553 5:47:34 น.
Counter : 703 Pageviews.  

16 กค 53 คืบหน้าไปอีกนี๊ด

กลับจากประชุม ถึงโคราชเกือบ 2 ทุ่ม ขับรถไปส่งพี่ที่ไปประชุมด้วยกันที่ในเมือง ขากลับเลยเเวะโครงการ แอบดูความคืบหน้าหน่อยดีกว่า

ยามค่ำคืน ที่หน้าหมูบ้านสว่างไสว ยามอยู้ที่ป้อม คอยปิดเปิดประตู เข้าไปข้างในที่ซอยบ้าน เจอยามอีกคน ขับจักรยานยนต์ตรวจรอบหมู่บ้าน และกำลังจอดคุยอยู่กับครอบครัวนึง ที่ป้อนข้าวลููกอยู่ข้างสนามเทนนิส


แวะไปที่บ้าน พบว่ารางน้ำเสร็จแล้ว อยากเห็นที่ว่าเมตรละ 200 มันกลายเป็น 2600 ได้ไง เห็นแล้วก็...สมราคา ให้อภัยได้

ตอนนี้โรงรถ ขึ้นเสาหมดแล้ว เชื่อมโครงหลังคาเหล็กและปูกระเบื้องหลังคาใกล้เสร็จ เหลือเดินสายไฟ ติดฝ้า หลอดไฟ และติดหินทรายที่เสา

จากนั้นก็คงเป็นรายการปูกระเบื้องพื้น ซึ่งคงต้องรอกระเบื้องอีก 5-6 วัน (นะHome Pro)

พรุ่งนี้จะไปสั่งเฟอร์(ไม่เฟ้อ) ล๊อตแรกที่ไปดูไว้วันก่อนแล้วค่ะ

วันนี้ไปบ้านก็มืดแล้ว ไม่มีรูปมาอวด อย่าเพิ่งเคืองกันเด้อ




 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 16 กรกฎาคม 2553 23:04:43 น.
Counter : 494 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  
 
 

Nootukk2010
Location :
นครราชสีมา Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




[Add Nootukk2010's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com