19/12/47 The Incredibles ควบ หมานคร

ได้ข่าวว่า DVD GUNDAM SEED ของ DEX แผ่นแรกออกแล้ว วันนี้เลยออกไปซื้อ ได้เวลาผจญภัยมาบุญครองอีกครั้งหลังจากไม่ได้ออกจากบ้านเสียนาน

ออกจากบ้านไปมาบุญครองโดยรถไฟฟ้า วันนี้ไปตัวเปล่าพร้อมเงินพอสมควร เหลือจากสัปดาห์ก่อนมาเยอะเหมือนกัน วันนี้ก็เลยกะเอาไปถลุง พอถึงมาบุญครองปุ๊บก็พุ่งไปชั้น 7 โรงหนังก่อนเลย ตังเยอะทั้งที กะดูหนัง ช่วงรอบใกล้ ๆ มีแต่ The Incredibles เลยเอาน่ะ ดูอีกรอบก็ได้ เผื่อจะได้ดูไปนึกถึงปาฏิหาริย์วันนั้นไปด้วย

ซื้อตั๋วเสร็จก็ลงมาตามหา DVD เสียที ระหว่างทางก็แวะหาแผ่นผี ROTK EE ด้วย แต่เจอของจริงเข้า โอ้โฮ ได้ลูบ ๆ คลำ ๆ ทั้งแบบ 4 แผ่น ทั้ง 5 แผ่นแน่ะ ถ้ามีเงินสัก ฿3000 ก็ดีสิ

ตามหามาหลายร้านก็ไม่เจอสักที ชักสงสัยว่าข่าวที่ได้มานี่มันข่าวลวงหรือเปล่า จนกระทั่งมาถึงร้าน BOOMERANG นั่นแหละ หาไปหามาก็ไม่เจอ จนจังหวะที่กำลังจะถอดใจอยู่นั่นเอง ก็เห็นต่อหน้าต่อตา GUNDAM SEED DVD No.1 คว้าหมับแล้วเดินไปเคาน์เตอร์ยื่นแบงค์ 500 ให้ทันที พอได้มาปุ๊บก็เดินระรื่นไป

เวลายังเหลืออีกเยอะ เลยเดินไปร้าน 555 หาซื้อกระดาษเสียหน่อย มันเข้าสู่ฤดูเขียนเฟรนด์ชิพกันแล้ว เอากะเขาบ้าง เผื่ออีกสิบปีจะได้มีอะไรให้รำลึกความหลัง พอมาถึงร้านตอนแรกก็เลือกกระดาษ A4 กะว่าเอาสัก 50 แผ่น พอกะน้ำหนักแล้ว... เกรงว่าจะรับไม่ไหว เลยหนีไปหยิบกระดาษเขียนจดหมาย ขนาดย่อมเยากว่าหน่อย ซื้อมา 50 แผ่นได้มั้ง เป็นเงิน 170 กว่าบาท พอไหว หลังจากนั้นก็เดินไปหาอะไรกิน ลงเอยที่เชสเตอร์กริลล์ชั้น 7 กินเสร็จเหลือเวลาอีก 40 นาที ไม่ไหว เลยไปร้านเนท เล่นโน่นเล่นนี่ไปเรื่อยจนได้เวลาหนังฉาย ก็เข้าโรงไป

ประมาณสองชั่วโมงให้หลังก็เดินออกมาจากโรง ตั้งใจอยู่ดูจนจบเครดิต เพลงเพราะเลยทีเดียวแหละ หลังจากนั้นด้วยกิเลสหนา วิ่งไปซื้อตั๋วหมานครดูต่อทันที จะว่าบังเอิญหรืออะไรดีก็ไม่ทราบ ได้ดูโรงเดิม (โรงสี่) เดี๊ยะ ๆ ที่นั่งก็ห่างจากเดิมนิดเดียว

หมานครเป็นหนังเหนือจริง เล่าเรื่องเวอร์ ๆ เหนือจริง (ประเภทตัวละครทำนิ้วหลุดไปในกระป๋องปลากระป๋อง แล้วไปเดินหาตามร้านต่าง ๆ) อย่างหน้าตาเฉย ชวนให้ตะขิดตะขวงใจเป็นยิ่งนัก แต่นั่นก็เป็นเพียงช่วงแรก ๆ เมื่อเวลาผ่านไป ความรักที่ป๊อดมีให้กับจินจะเข้าบดบังดวงตาเราจนมองไม่เห็นความน่าตะขิดตะขวงใจนั้นอีกเลย เป็นหนังที่ดูสนุกผิดคาด ดูแล้วคิดถึงใครบางคนพิลึก

พอหนังจบ ก็ไม่มีอะไรทำแล้ว ขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้านตามปกติ





วันที่ 19 ธันวาคม 2547
SPECIAL DREAMER's EDITION


วันนี้เป็นอีกวันที่จะได้ดูหนังด้วยกัน เธอบอกว่าอยากดู The Incredibles อีกรอบ ผมเองก็ไม่อยากขัดอะไร เลยตามใจเธอ วันนี้เลยมาดูด้วยกันฉลองก่อนสอบ เพราะอีกสองสัปดาห์จากนี้ไปจะเป็นฤดูแห่งการสอบ คงจะไม่มีเวลาได้เที่ยวกันอีก

หนังฉายเวลา 1530 ผมมาก่อนเวลาประมาณสองชั่วโมง ทำธุระโน่น ธุระนี่ เผอิญสืบทราบมาก่อนว่า DVD การ์ตูนเรื่อง GUNDAM SEED ออกแล้ว วันนี้เลยถือโอกาสมาซื้อเสียด้วย พอผมมาถึงมาบุญครองปุ๊บ ผมก็พุ่งขึ้นไปชั้น 7 ซื้อตั๋วเรื่อง The Incredibles ไว้เลย 2 ใบ แล้วค่อยไปตามหาซื้อ DVD ทีหลัง

หลังจากได้ DVD ดังใจแล้ว ผมก็เดินไปร้าน 555 ร้านขายกระดาษชื่อดัง ซื้อกระดาษเขียนจดหมายไปให้เพื่อน ๆ เขียนเป็นเฟรนด์ชิพกับเขาบ้าง

1520 เกือบถึงเวลานัดระหว่างผมกับเธอ ผมรอเธออยู่ที่ชั้น 7 มาบุญครอง ในร้าน SE-ED BOOK CENTER ระหว่างที่ยืนอ่านหนังสือไปเรื่อยอยู่นั่นเอง เธอก็เข้ามาสะกิดผมจากด้านหลัง

"อ่านอะไรอยู่น่ะ?" เธอใส่เสื้อสีน้ำเงิน ผมรวบไว้ข้างหลังเหมือนปกติ แต่ก็ดูน่ารักไม่เปลี่ยนแปลง เป้ที่เธอสะพายประจำวันนี้เธอไม่ได้เอามาด้วย คงหมายความว่าวันนี้เธอไม่มีเรียนพิเศษ

ผมยื่นหนังสือที่กำลังอ่านให้เธอดู ... 'ความรู้ดี...ที่เรียกว่ารัก ชุดพิเศษ : น้ำแข็งใสใส่ความรัก'

"โห อ่านหนังสือโรแมนติกซะด้วย" เธอหัวเราะ "หนังใกล้ฉายหรือยังน่ะ?"

ผมก้มลงดูนาฬิกาข้อมือ "ก็อีกสักสิบนาทีได้นะ จะเข้าโรงเลยมั้ย" ผมถามเธอ

"ก็ดีนะ" เธอตอบ

ผมวางหนังสือลง แล้วเดินนำเธอไปยังโรงหนัง ผมหยิบตั๋วออกจากกระเป๋าสตางค์ยื่นให้เจ้าหน้าที่ เขาฉีกหางตั๋วออกแล้วยื่นให้ผม ผมยื่นให้เธอ ถามว่า "จะเก็บไว้มั้ย เดี๋ยวฉีกแบ่งให้"

เธอตอบว่า "เก็บสิ แต่ไม่ต้องฉีกหรอกนะ ให้มันติดกันไว้นี่แหละ"

คำตอบของเธอทำเอาผมลอยไปถึงไหนก็ไม่รู้

เราได้ที่นั่งที่ค่อนข้างดีทีเดียว อยู่สูงขึ้นมาจากกึ่งกลางพอสมควร แต่ก็ไม่สูงเกินไปจนไกลจอ แถมยังเป็นที่นั่งกลางแถว เห็นจอภาพชัดเจน ก็สมควรจะได้ที่ดี ๆ อยู่หรอก เพราะผมเล่นมาซื้อตั๋วล่วงหน้าตั้งเกือบสองชั่วโมงแบบนั้น ช่วงที่เราเข้าไปนั้นเป็นช่วงก่อนหนังฉาย ประตูโรงเพิ่งเปิด ทำให้เราเข้าไปยังที่นั่งได้อย่างสบาย ๆ

หนังเรื่องนี้เราสองคนดูแล้วรอบหนึ่ง ครั้งนั้นเรามากับเพื่อน แต่ครั้งนี้ ผมกับเธอนัดกันมาดูเองสองคน เป็นเรื่องพิเศษมากเพราะผมไม่เคยชวนเธอดูหนังกันสองคนแบบนี้มาก่อน

หนังเรื่องนี้เราสองคนดูแล้วรอบหนึ่ง ทำให้ผมไม่จำเป็นต้องติดตามเรื่องอย่างใกล้ชิดเหมือนครั้งก่อน แต่มีเวลาให้กับการสังเกตคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ผมมากขึ้น เธอยังคงขำกับมุข "เอดนา=ปองเพ็ญ" ที่คิดขึ้นมากันเองในครั้งที่แล้วอยู่ บางครั้งขณะที่ผมแอบมองเธอ เธอก็รู้สึกตัวแล้วหันมามองผมเช่นกัน ทำเอาผมหน้าร้อนผ่าวสะดุ้งจนต้องหันหน้าไปดูหนังเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอหัวเราะ ผมเองก็หัวเราะตามเธอไปด้วย

เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง หนังจบ

ผมถามเธอว่า "ดูกันอีกเรื่องมั้ย?"

เธอตอบว่า "เอาอีกแล้วเหรอ ครั้งที่แล้วก็ดูควบสองเรื่องแล้วนะ"

"จะได้ดูหนังที่ยังไม่ได้ดูบ้างไง เมื่อกี้เนี่ยดูแล้วไม่ใช่เหรอ"

"แล้วจะดูเรื่องอะไรล่ะ"

"หมานคร" ผมตอบเธอทันที "เอามั้ย เดี๋ยวเราออกให้ก่อนก็ได้"

เธอเงียบไปพักหนึ่ง ผมชักรู้สึกไม่ค่อยดี นี่มันก็หกโมงแล้ว การดูหนังอีกเรื่องหมายถึงว่ากว่าเธอจะได้กลับบ้านก็จะเป็นเวลาสองทุ่ม ซึ่งไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลย

แต่เธอกลับตอบผมว่า
"เอาสิ เราบอกแม่ไว้ว่ามาเรียนเลิกทุ่มนึง เดี๋ยวเราบอกแม่ว่าเลิกเรียนเราไปซื้อหนังสือก็ได้"

พูดจบเธอก็เดินนำผมไป "มาสิ" ผมก็เดินตามเธอ หัวใจพองโตอย่างประหลาด เรามาถึงห้องขายตั๋วในพริบตา รู้สึกตัวอีกทีผมก็ยื่นเงิน 240 บาทให้กับเจ้าหน้าที่ แล้วเดินมายังคนฉีกตั๋วอีกรอบหนึ่ง

"โรงสี่ ... โรงเดิมนี่นา" เธอเป็นคนสังเกตุเห็นก่อน

"นั่นสิ จริงด้วย บังเอิญจัง"

ที่นั่งครั้งนี้ไม่ดีเลิศเหมือนครั้งที่แล้ว เพราะซื้อในเวลากระชั้นชิดกับรอบฉาย แต่ก็ไม่ใช่ที่นั่งที่เลวร้ายนัก มันเป็นที่นั่งกลาง แต่ถูกมหาชนดันมาข้างหน้าล้ำแนวกลางมานิดหน่อย ไม่หนักหนาเกินไปนัก

ครึ่งแรกของหนังทำเอาเรางงไปไม่น้อย แต่พอเข้าครึ่งหลัง ครึ่งที่ความรักที่ป๊อดมีต่อจินพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ผมก็เริ่มเคลิ้มไปกับหนัง

"ความรู้สึกที่ป๊อดมีต่อจินไม่เคยเปลี่ยนแปลง" ป๊อดพูด

ผมสะกิดเธอ
เธอหันมามองผม
ผมพยักเพยิดไปยังจอ
เธอเงยหน้าขึ้นมองจอหนัง
เหมือนรู้ว่าผมหมายถึงอะไร เธอยิ้ม
เธอไม่รู้หรอกว่าที่เธอยิ้มทำให้หัวใจของผมลอยออกนอกโรงหนังไปแล้ว

หนังจบ เวลาสองทุ่มแล้ว

"กลับเหอะ" ผมบอก

เธอเห็นด้วย

เราเดินลงจากชั้น 7 ไปยังสถานีรถไฟฟ้า BTS ผมซื้อตั๋ว 3 สถานี ลงที่พญาไท ในขณะที่เธอจะลงหมอชิต เราขึ้นไปยังชานชาลา รถไฟจอดรออยู่แล้ว ผมกับเธอเข้าไปยืนอยู่ในนั้น คุยกันเรื่องต่าง ๆ หนังสองเรื่องที่ดูวันนี้บ้าง การสอบที่กำลังใกล้เข้ามาบ้าง

รถออก เพียงพริบตาเดียวมันก็มาถึงสถานีสยาม เราลงจากรถสายนี้เพื่อย้ายไปยังอีกสายหนึ่ง โชคดีเหลือเกินที่ทั้งผมและเธอต้องขึ้นรถสายเดียวกัน ผมนึกขอบใจในโชคครั้งนี้มาเกือบตลอดสามปีที่ผ่านมา

รถไฟฟ้าขบวนที่เราได้นั่งนั้นมีคนเยอะมากจนไม่มีที่นั่ง เราได้ที่ยืนตรงริมประตู ผมพิงกระจกฝั่งหนึ่ง เธอพิงกระจกอีกฝั่งหนึ่ง เราไม่ได้พูดอะไรกัน พอใกล้ถึงสถานีพญาไทที่ผมจะลง ผมเสนอตัวไปส่งเธอถึงหมอชิต เธอปฏิเสธ โดยบอกว่าไม่อยากให้ผมต้องกลับบ้านดึกกว่าที่ควรจะเป็น

เมื่อถึงสถานีที่ผมจะลง เธอโบกมือลาให้ผม ผมเองก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากโบกมือลาเหมือนเธอ ประตูเปิดออก ผมเดินออกจากรถไฟฟ้า


กลับเข้าสู่โลกแห่งความจริงที่มีผมเพียงคนเดียว

...




 

Create Date : 26 ธันวาคม 2547   
Last Update : 26 ธันวาคม 2547 22:24:08 น.   
Counter : 385 Pageviews.  


26/12/47 เขียน BLOG รึ? จะทำได้นานสักแค่ไหนเชียว

ยินดีต้อนรับผู้หลงเข้ามาทุกท่าน ถ้าท่านมาอ่าน WEBDI ขอแสดงความผิดหวังเพราะไดที่ข้าพเจ้าเคยมีอัพประมาณสองปีต่อหนึ่งครั้งโดยเฉลี่ย แต่ก็หวังว่าจะมีเรื่องมาเขียนกะเขาบ้าง

ช่วงนี้เป็นช่วงใกล้สอบ แทนที่จะอ่านหนังสือกลับมานั่งเล่นคอม เมื่อวานเช่าหนังสือมาอ่านเล่มนึง 'ความรู้สึกดีที่เรียกว่ารัก ชุดพิเศษ : น้ำแข็งใสใส่ความรัก' เผอิญว่าไม่มีอะไรอ่าน(หนังสือเรียนล่ะ?) เลยเช่ามาอ่านเสียหน่อย

ในเรื่องก็เป็นรวมเรื่องสั้นหลายเรื่อง แต่ละเรื่องก็โยงกันนิด ๆ หน่อย ๆ ประมาณว่าตัวเอกเรื่องนี้เป็นเพื่อนของตัวเอกเรื่องนั้น แต่เรื่องไม่เกี่ยวกันเลย เป็นเรื่องรัก ๆ ของหนุ่มสาว(ตัวเอกเป็นผู้หญิงทั้งนั้นเลย)ชาวไทยที่ไปเรียนอยู่ลอนดอน เหมือนจะสนุกดี แต่ยังเขียนหนีไม่พ้นพลอตคลาสสิคประเภทจริง ๆ แล้วทั้งสองก็รักกันแต่ไม่มีความกล้าจะบอกออกไปแทบทุกเรื่อง (รู้สึกจะมีที่ไม่ใช่แค่เรื่องเดียว) ทำให้เบื่อ(แกมอิจฉา)พิกล

น้อยใจเล็ก ๆ ว่าไม่มีเรื่องประเภทรักข้างเดียวบ้างเลย ความรักข้างเดียวมันไม่มีค่าพอให้เขียนถึงรึไงนะ พอคิดแบบนั้นแล้วมันชักฮึกเหิมขึ้นมา เดี๋ยวสอบเสร็จจะปั่นออกมาสักเรื่อง(หวังว่า)

ช่วงนี้พยายามอยู่บ้าน การไม่ต้องไปโรงเรียนเพราะสอบวันเว้นสองวันแบบนี้ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้โข แถมเวลาอยู่บ้านก็กินบะหมี่เป็นอาหารหลัก (เช้านี้บิดาซื้อเกาเหลาเลือดหมูมาทิ้งไว้ให้ ขอบคุณครับ) ทำให้แทบไม่ต้องใช้เงินเลย นอกจากจะเอาไปเช่าหนังสือ

อยากปั๊มเงินเก็บไว้ซื้ออะไรให้เขาหน่อย

ปีใหม่นี้เป็นปีใหม่สุดท้ายที่จะได้พบกันแล้ว อยู่ม.6 แล้ว อีกไม่นานก็จะจบ ตั้งแต่รู้จักมาก็ปาเข้าไปเกือบสามปีแล้ว อะไร ๆ ก็ยังเหมือนเดิม ไม่ขยับเข้าหาหรือออกห่างไปไหนเลย

เขาจะอยากได้อะไรในโอกาสปีใหม่นี้ล่ะ...

ยิ่งถ้าเป็นเราซื้อให้แล้วจะอยากได้เร้อ

คิดมากไปเดี๋ยวก็ทำไม่ได้อย่างที่ตั้งใจพอดี ไม่รู้ละ จะให้ของขวัญ เสร็จแล้วจะเอาไปทำอะไรก็ตามใจ จะทิ้งก็ได้ แต่ขอให้รับให้เห็น แค่นั้นก็พอละ

ไปอ่านหนังสือดีกว่า

ขอให้ทุกท่านมีความสุขความเจริญในช่วงสุดท้ายของปี




 

Create Date : 26 ธันวาคม 2547   
Last Update : 26 ธันวาคม 2547 21:25:26 น.   
Counter : 283 Pageviews.  


1  2  3  

มูแอน
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add มูแอน's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com