Group Blog
  •  images by free.in.th
  •  images by free.in.th
  •  images by free.in.th 
  •  images by free.in.th
  •  images by free.in.th
  •  images by free.in.th
  •  images by free.in.th
  •  images by free.in.th
  •  images by free.in.th
All Blog
Review | แป้งตลับ 5 แบรนด์ hi-end ข้อดีข้อเริศมีอะไรบ้าง เทียบกันให้ดูเลย



สวัสดีค่า จอยเองค่ะ กลับมาพบกันอีกแล้ว
ซึ่งวันนี้จอยยกกรุแป้งของตัวเองออกมา เพื่อรีวิวให้เพื่อนๆ ได้ชมกันค่ะ

สำหรับครั้งนี้จอยเน้นรีวิวแป้งระดับสูงหน่อย
เพราะเชื่อว่าคงมีสาวๆ ที่อยากจะมีแป้งตลับดีๆ ไว้ในครอบครองซักตลับสองตลับ (หรือมากกว่านั้น?)
จะให้ลองซื้อถูกซื้อผิดมาให้เปลืองงบเล่นก็ใช่ที่
วันนี้จอยเลยเอาประสบการณ์ที่ได้ลองใช้แป้งเหล่านี้มาบอกเล่าให้เพื่อนๆ ฟังกันค่ะ!
จะมีแบรนด์อะไรกันบ้าง ไปดูกันเลย!





แป้งตลับทั้ง 5 ตัวที่จอยหยิบมารีวิวในวันนี้ได้แก่
1. Jill Stuart Everlasting Silk Powder Foundation Flawless Perfection สี 103 nude (ตลับ+แป้ง/550+1,250)
2. Covermark Moisture Veil LX สี MN10 (ตลับ+แป้ง/700+1,500)
3. Givenchy Doctor White Teint Couture White Brightening Compact Foundation SPF20 สี 2 Shell (ราคา 2,520 บาท)
4. Benefit Cosmetics Hello Flawless! "i love me" SPF15 สี Ivory (ราคา 1,450 บาท)
5. Dior Diorsnow white reveal pure transparency makeup SPF30/PA+++ สี 020 (ราคา 2,450 บาท)






สังเกตุดู แป้งส่วนใหญ่ที่จอยมีสะสมไว้ จะเป็นแป้งที่เน้นผิวหน้ากระจ่างใส
ให้ผิวที่ขาวสว่าง แต่ไม่ได้เน้นปกปิดแน่นปังแบบ full-coverage (อย่างแป้ง mac, Laura Mecier)
มาดูกันเลยว่า แป้งตัวไหน เหมาะกับการใช้งานแบบไหนบ้าง


เริ่มจากตัวแรก 
Jill Stuart Everlasting Silk Powder Foundation Flawless Perfection สี 103 nude 
(ราคา 1,800 บาท)




แป้งจากแบรนด์เจ้าหญิงที่เลอค่า Jill Stuart แค่แพกเกจก็ชนะใจไปอย่างขาดลอย
ดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากกระเป๋าใบเล็กๆ เวลาหิ้วไปงานเลี้ยง
(แถมมีโซ่เอาไว้หิ้วเป็นหูกระเป๋าด้วย น่าร๊ากกก)
กลิ่นหอมอ่อนๆ เนื้อแป้งเนี่ยนนุ่มลื่น สีที่ได้มารู้สึกว่าจะเข้มไปนิด ค่อนข้างพอดีผิว
แต่จอยชอบแป้งที่สีสว่างกว่าผิวเล็กน้อย เพื่อความกระจ่างใส และป้องกันสีดรอประหว่างวัน



ให้การปกปิดได้ดีที่สุด และรู้สึกว่าจะมีความหนาที่สุด เมื่อเทียบกับแป้งอีก 4 ตัวที่เหลือ
วิธีการลง สามารถใช้ฟองน้ำที่มากับตลับ กดย้ำลงบนผิวหน้าได้เลย
(ฟองน้ำฟูนุ่มมากกกกกก เหมือนขนมญี่ปุ่น)
ให้ความเนียนละเอียดและติดทนพอสมควร
ตัวนี้ใช้ทาก่อนถ่ายรูป ผิวจะสวยเป้ะมาก ดูนวลเนียนละมุนตุ้นมากๆ
แต่สำหรับใช้เติมระหว่างวัน จะหนักไปนิ้สส ไม่ค่อยแนะนำ


Covermark Moisture Veil LX สี MN10
(ราคา2,200บาท)





อีกหนึ่งแบรนด์ที่ทำตลับออกมาได้สวยสะพรึงมากกกก เป็นสีดำ-ทอง กลิตเตอร์ ดูหรูหราสุดๆ
ตัวนี้มีความเริศเป็นพิเศษตรงที่สามารถย้ำลงไปเท่าไหร่ก็ได้ ไม่ดูหนาหนักเลย 
(ดูจากรูป swatch มุมซ้ายล่างได้ เทียบกับแป้งตัวอื่นๆ ดูไม่เป็นผงๆ แป้งๆ เลย)
แถมยังให้การปกปิดได้ดี เนื้อเนียนละเอียดไม่เป็นคราบ
เวลาใช้นิ้วปาดลงไปบนแป้งนี่ นุ่มฟินสุดๆ



เป็นแป้งตัวเดียวจบ ที่ตบในตอนเช้าแล้วไม่ต้องเติมแป้งอีก
สำหรับจอยเวลาทาแป้ง ช่วงบ่ายๆ เวลาส่องกระจกจะเริ่มมันทั่วทั้งหน้า 
โดยเฉพาะหน้าผากและจมูก (นึกว่าทอดไข่ได้)
แต่สำหรับวันที่โบกเจ้าตัวนี้ หน้าจะมันน้อยลงมาก คือมันควบคุมมันได้ดีที่สุดในแป้งทั้ง 5 ตัว
ผิวที่ทาคือจะไม่ฉ่ำวาว รู้สึกเนียนๆ เหมือนกำมะหยี่ ดูสุขภาพดีเว่อร์
(ไม่ได้ดูแห้งๆ แป้งๆ นะ)
ช่วงไหนที่หน้ามัน จอยหยิบตัวนี้ขึ้นมาใช้แบบไม่ลังเลเลย
ถ้าอยากได้ลุคบางเบาหน่อย ก็ปัดวนทั่วหน้าด้วยแปรงพุ่มหัวใหญ่ๆ
แต่ถ้าต้องการเพิ่มระดับการปกปิดและความเป้ะปัง ก็แตะด้วยฟองน้ำได้เลย
(บางทีนี่ก็งง แป้งบางแบรนด์เคลมว่าคุมมัน แต่ก็เฉยๆ 
ส่วนตัวนี้ชื่อเป็นแป้ง moisture veil แต่ดันไม่ทำให้ผิวมันซะอีก เออ เริศอ่ะ)


Givenchy Doctor White Teint Couture White Brightening Compact Foundation SPF20 สี 2 Shell 
(ราคา 2,520 บาท)





เป็นแป้งที่หอมมากกกกกกก นี่เคยคิดว่า Jill Stuart หอมแล้ว
ตัวนี้หอมแรงกว่าอีก! ส่วนตัวชอบนะ ชอบมากด้วย
แต่สำหรับคนที่กลัวเรื่องน้ำหอม อาจจะต้องข้ามตัวนี้ไปนะจ้ะ

ด้วยตัวแป้งมีความพิเศษ ทำออกมา 2 เฉดสี เพื่อเน้นผิวหน้าให้กระจ่างใสx2 5555
เนื้อแป้งจะแห้งๆ แข็งๆ ไม่เนียนนุ่มเมื่อเทียบกับเพื่อนๆ อีก 4 ตลับ
แต่เนื้อเนียนละเอียด 

สำหรับตัวนี้จอยว่าสามารถใช้ได้ทุกวัน เบาๆ สบายๆ 
ไม่เน้นการปกปิดเท่าไหร่ ระดับ light coverage แต่ก็ยังช่วยทำให้รอยแดงบนผิวลดเลือนได้
ไม่ช่วยควบคุมความมัน แต่ผิวดูกระจ่างใส สุขภาพดี มีความฉ่ำนิดๆ เวลาเหงื่อออก
และที่สำคัญคือไม่เป็นคราบ
จอยว่าตัวนี้ปัดด้วยแปรง จะให้ลุคที่สวยกว่า สามารถฟาดลงไปเท่าไหร่ก็ได้ ไม่ดูหนักเช่นกัน
ปัดไปก็หอมไป ฟินเว่อร์ๆ ส่วนตรงไหนที่เราอยากให้ดูกระจ่างใสเป็นพิเศษ 
ก็ปัดย้ำที่แป้งสีขาว มาเล่นมิติบนใบหน้าได้ 



Benefit Cosmetics Hello Flawless! "i love me" SPF15 สี Ivory 
(ราคา 1,450 บาท)





ตัวนี้เรียกได้ว่าเป็นแป้งกึ่งๆ Hi-End ที่ไม่ได้แพงมาก แต่ก็ไม่ได้ถูก
และที่อยากหยิบมาพูดถึงก็เพราะว่ามันมีความดีงามมากกกกก
ตลับสี่เหลี่ยมเล็กๆ ทำให้พกพาค่อนข้างสะดวก 
อีกทั้งแถมทั้งแปรงและฟองน้ำมาให้ในตลับเลย!
ความดีงามของมันก็คือ แป้งตัวนี้ใช้เซ็ตคอนซีลเลอร์ใต้ตาได้เริศมากกก
หรือเวลาเราต้องการเซ็ตผิวในส่วนต่างๆ ตัวนี้ทำได้ดีมาก
เพราะแป้งไม่หนาหนักและไม่ทำให้เกิดคราบ



แป้งที่เซ็ตรองพื้น คอนซีลเลอร์ได้ หมายความว่าใช้ Touch-up ระหว่างวันได้เช่นกัน!
โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นคราบแป้งเลย
(แต่ถ้าหน้ามันมาก ยังไง จอยแนะนำให้ซับก่อนนะจ้าา อย่าฟาดลงไปเลยทันที ฮือๆ)

ถามว่าการปกปิดเป็นอย่างไร จอยว่าไม่ค่อยเน้นการปกปิดเท่าไหร่
เนื้อแป้งเล็กละเอียด มีความนุ่มนิดๆ เวลาใช้แปรงปัดบนเนื้อแป้ง
มีผงมีฝุ่นกระจายพอสมควร ต้องเบาๆ มือหน่อย
ตัวนี้เห็นบล็อกเกอร์ต่างประเทศก็ชอบกันหลายคนเหมือนกัน <3


Dior Diorsnow white reveal pure transparency makeup SPF30/PA+++ สี 020 
(ราคา 2,450 บาท)





มาที่แป้งตัวสุดท้าย ที่รู้สึกว่าควรทิ้งได้แล้ว 
ไม่ใช่ไม่ดี แต่เพราะเป็นแป้งลูกรักที่ติดกระเป๋าอยู่ด้วยกันมานานม๊ากกกกกกก
ส่วนใหญ่ตัวนี้จอยเอาไว้พก Touch-up ระหว่างวัน
เพราะไม่เป็นคราบ แต่ให้การปิกปิดที่บางเบา 
เนื้อเนียน ละเอียด และนุ่มมากกกกกก
พัฟเยินมาก เพราะส่วนใหญ่ใช้เติมหน้าข้างนอกตลอด



ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น ผิวยังดูเป็นผิวจริงๆ (เหมาะกับคนที่ผิวหน้าดีระดับนึง)
ตลับหรูหรา สวยงาม เหมาะแก่การพกพาไปข้างนอก 
ไม่ค่อยคุมมัน แต่ใช้เติมระหว่างวันเวลาที่หน้ามันได้ (โดยไม่ทำให้เกิดคราบ)
หรือจะใช้ปัดเบาๆ ทั่วหน้าในวันสบายๆ ที่ไม่เน้นการปกปิด
ให้ผิวดูสว่างๆ เป็นธรรมชาติ




ครบแล้วววว ทั้ง 5 ตัว 
ที่นี้มาดูสรุปจากแป้งทั้งหมดกัน

ไล่จากแป้งที่แนะนำที่สุด (ซ้าย) ไปถึงแป้งที่ไม่แนะนำ (ขวา)

แป้งที่เหมาะจะใช้ในตอนเช้ามากที่สุด เพื่อความสวยและเป้ะตลอดทั้งวัน
Covermark > Jill Stuart > Givenchy > Dior > Benefit

แป้งที่เน้นการปกปิดมากที่สุด
Jill Stuart > Covermark > Givenchy > Benefit Dior

แป้งที่คุมมันมากที่สุด
Covermark > Benefit Dior > Jill Stuart Givenchy

แป้งที่เหมาะสำหรับเซ็ตผิว หรือเติมระหว่างวัน
Dior > Benefit > Givenchy > Covermark > Jill Stuart

ความติดทน
Covermark Benefit > Dior > Jill Stuart Givenchy

ราคา (สูง>ต่ำ)
Givenchy > Dior > Covermark Jill Stuart Benefit 


ครบแล๊ววววว

หวังว่าจะเป็นประโยชน์ สำหรับเพื่อนๆ กันนะคะ
แล้วพบกันใหม่ บทความหน้าจ้า




Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 14 เมษายน 2560 21:30:55 น.
Counter : 2285 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

LoveBerryJoyJee
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]



loveberry joyjee
See my Art work, Graphic Design