Group Blog
 
All blogs
 

Realikare Astaxanthin Extract วิตามินบำรุงร่างกายและสายตา

หลายคนสอบถามกันถึงวิตามินที่บำรุงผิวพรรณกันเข้ามามาก

ที่เราทานอยู่ประจำก็มี Vitamin C และพวก Marine Q10 ค่ะ

นอกจากนี้ก็ยังมี Astaxanthin อีกตัวที่ทานมาตั้งแต่ปีที่แล้ว วันนี้หยิบมาแนะนำ

ให้ได้รู้จักกันว่า Astaxanthin ดีต่อร่างกายอย่างไรบ้าง เพราะนอกจากบำรุงผิวแล้ว

ก็ยังบำรุงร่างกายในหลายๆส่วนอีกด้วย และใครที่ใช้สายตาเยอะๆ ก็ยิ่งเหมาะค่ะ

Astaxanthin คืออะไร

Astaxanthin เป็นสารแคโรทีนอยด์ที่มีอยู่ในธรรมชาติซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

แต่ร่างกายคนเราไม่สามารถสร้างสารนี้ได้เอง เราต้องทานเข้าไปถึงจะได้รับค่ะ

สารนี้มีอยู่ในแซลมอน ไข่ปลาคาเวียร์ หรือเปลือกกุ้ง เป็นต้น

แต่ร่างกายคนเราได้รับในปริมาณน้อยมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่ทานเข้าไป

เช่น ทานปลาแซลมอน 200 กรัม จะได้ Astaxanthin แค่ 1 มิลลิกรัมเท่านั้น

.

.

Astaxanthin ดีอย่างไร

การต่อต้านอนุมูลอิสระและบำรุงผิว เพราะ Astaxanthin ได้การยอมรับว่า

เป็นสารที่ต่อต้านอนุมูลอิสระได้ดี และมีประสิทธิภาพ

(มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระได้มากกว่า CoQ10 800 เท่า,

Vitamin E 550 เท่า, Green tea catechins 550 เท่า,

Alpha lipoic acid 75 เท่า, Beta Carotene 40 เท่า และ

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น 17 เท่า)

ดังนั้นจึงทำให้ผิวพรรณคงความยืดหยุ่นได้มากขึ้น ลดริ้วรอยและจุดด่างดำต่างๆ

 .

.

บำรุงสายตา ช่วยลดความเมื่อยล้าทางสายตา โดยสาร Astaxanthin

จะเข้าไปช่วยปรับโฟกัสของสายตาให้ดีขึ้น และช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อปรับเลนส์ตา

สำหรับบทความที่เขียนเกี่ยวกับการปรับการทำงานของสายตา

และการทำงานของ Astaxanthin เพื่อลดความเมื่อยล้าทางสายทา

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ

//gowell.co.th/article_detail.php?nid=4

เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เมื่อเราออกกำลังกาย หรือการออกแรงอะไรก็ตาม

ก็จะทำให้เกิดอนุมูลอิสระค่ะ อนุมูลอิสระนี้จะทำให้เซลล์เกิดความเสียหาย

ทำให้เกิดการอักเสบได้ สาร Astaxanthin จึงเป็นที่นิยมในหมู่นักกีฬา

เพื่อเพิ่มความทนทานและลดความเสียหายของกล้ามเนื้อ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ //gowell.co.th/article_detail.php?nid=5

.

.

สำหรับวิตามิน Realikare Astaxanthin Extract นี้

แป้งทานมาตั้งแต่ปลายปีก่อน หมด 3 กระปุกก็พักไประยะนึงค่ะ ตอนนี้ก็

กลับมาทานต่อ ทานแค่วันละเม็ด ตอนไหนก็ได้ค่ะ (แนะนำให้ทานช่วงเช้า)

เพราะตั้งแต่เช้ายันเย็นเราใช้สายตาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอด

วิตามินจะได้ช่วยเรื่องสายตาด้วย สำหรับความรู้สึกหลังทาน

ถามว่าดีมั้ย เห็นผลมั้ย ตอบยากมากๆค่ะ เพราะเราทานวิตามินหลายตัว

โดยรวมแล้วเราสุขภาพโอเคค่ะ ไม่มีปัญหาเรื่องสายตา ไม่ใส่แว่นหรือเลนส์จ้า

.

.

ตอนนี้เปิดเข้าไปในเวบของตัวแทนจำหน่าย เค้าจัดโปรซื้อ 2 แถม 2

เนื่องในโอกาสวันแม่อยู่ด้วย คุ้มมากค่ะ ใครอยากหาวิตามินบำรุงร่างกาย

ก็ลองศึกษาเอกสารประกอบจากทางเวบดูก็ได้ค่ะ เขียนไว้ค่อนข้างละเอียด

และมีเอกสารรับรองหลายตัวเลย โปรโมชั่นนี้หมดเขต 17 สิงหาคมนี้จ้า

//www.gowell.co.th

Product Information

Realikare Astaxanthin Extract

30 เม็ด  990 บาท (โปรโมชั่น ซื้อ 2 แถม 2 ถึงวันที่ 17 สิงหาคมนี้)

//www.gowell.co.th




 

Create Date : 17 สิงหาคม 2555    
Last Update : 17 สิงหาคม 2555 14:03:36 น.
Counter : 5315 Pageviews.  

HAUL: PAMBOX of June + รีวิวเปรียบเทียบ QoQoBox & PAMBOX

กลับมาอีกครั้งกับ Beauty Box ธุรกิจใหม่ที่บุกตลาดไทยจนเป็นกระแสตอนนี้

ครั้งก่อนแป้งได้เปิดกล่องจาก QoQoBox อีกแบรนด์นึงที่มาแรงไปแล้่ว

ในครั้งนี้ก็มาเปิดกล่องอีกค่ายหนึ่งที่เป็นคู่แข่งอันดับต้นๆก็ว่าได้

นั่นก็คือ “PAMBOX” ค่ะ 

ครั้งนี้มารีวิวเปิดกล่อง และรีิวิวถึงจุดดี จุดด้อย ของทั้ง QoQoBox และ PAMBOX

.

[Continue reading ]




 

Create Date : 03 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 3 กรกฎาคม 2555 23:47:01 น.
Counter : 11356 Pageviews.  

my Original iPhone case (You can do it!)


วันนี้มีไอเท็มใหม่มาอวดค่ะ เป็นเคสไอโฟนไอเดียจากน้องพีพี


เป็นน้องที่รู้จักค่า ไอเดียเก๋มากๆเลย เพื่อนๆสามารถนำไปปรับใช้กันได้นะคะ


มาดูกันดีกว่าว่าเคสน่ารักแบบนี้ทำอย่างไร...



เห็นจากรูปก็พอเดาออกเนาะ


ง่ายๆเอง... คือการปริ้นท์รูปแล้วตัดให้พอดีกับเคสใสที่ซื้อมาค่ะ


เคสที่เราใช้เป็นของ CAPDASE รุ่น Soft Jacket fuze DS


ราคาประมาณ 590 บาทค่ะ



ในกล่องจะประกอบด้วย เคส, ที่ตั้ง, ซองผ้า และ ฟิล์มกันรอย


แต่ทำไมกล่องเราไม่มี แง๊.... T T เซ็งเลย ก่อนซื้อเช็คกันให้ดีว่ามีครบหรือเปล่านะคะ




รุ่นนี้ด้านข้างจะเป็นซิลิโคน Hydrocabon ค่ะ ตกแล้วไม่เป็นไร


ส่วนด้านหลังจะเป็นพลาสติกโพลีคาร์บอเนตแบบใส


ที่สามารถป้องกันรอยขีดข่วนได้มากกว่าพลาสติกทั่วไป และก็ยังแตกยากกว่าด้วย




ด้านหลังเราไม่ชอบตรงที่มันมีรูสองรูเอาไว้ใส่ strap อ่ะ


ดูตลกๆยังไงบอกไม่ถูก แต่ถ้าใครที่ชอบห้อยคอคงเหมาะค่ะ


รูนี้ทำให้ฝุ่นเข้าไปในเคสง่ายมากเลยล่ะ



ด้านหน้าซิลิโคนหุ้มตัวเครื่องรอบ ทำให้ดูแล้วปลอดภัยทีเดียวค่ะ




อุปกรณ์มีแค่นี้เองค่ะ ไม่ยาก แต่ยากตรงการหารูปที่จะมาใส่นี่แหละ


ใครมีฝีมือก็บรรเลงวาดกันเลยจ้า ใครไม่ถนัดวาดก็หารูปเก๋ๆ


มาตัดและใส่ได้ แต่อย่างนึงที่คิดว่าใช้ไปนานๆอาจจะเกิดปัญหาได้


นั่นคือรูปที่เราใส่ไปเนี่ย สีมันต้องละลายติดกับเคสไปในซักวันนึง


เพราะไอโฟนเครื่องมันร้อน ก็อยากจะให้ทำใจกันล่วงหน้า


ไม่ต้องซื้อระดับ air jacket อันละเป็นพันๆมาใส่นะคะ


เพราะสีติดที่เคสแล้ว มันเอาออกยาก หรืออาจจะเอาออกไม่ได้ค่ะ







 

Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2555    
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2555 12:35:37 น.
Counter : 3382 Pageviews.  

Review: Veet ครีมขจัดขนสุดเริ่ด มาถึงเมืองไทยแล้ว เย่!



ถ้าพูดถึงการขจัดขนส่วนเกิน คิดว่าสาวๆหลายๆคนก็กังวลกับเรื่องนี้อยู่ใช่มั้ยคะ
ใครๆก็อยากมีผิวเนียนนุ่ม ดูเรียบเนียน เราเองก็เป็นคนที่ไม่ชอบให้แขนขามีเส้นขนหนาๆมาปกคลุม
ก็ใช้สารพัดวิธีที่กำจัดพวกขนส่วนเกินนี้ออกไป
ก่อนที่จะมารีวิวถึงผลิตภัณฑ์ตัวนี้ เราขอพูดถึงวิธีต่างๆในการกำจัดขนกันก่อน
ทุกวิธีต่างก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไปค่ะ เอาจากประสบการณ์ตรงเลยแล้วกันเนาะ...



การโกน

การโกนเป็นอะไรที่เบสิกที่สุด ง่าย ประหยัด แต่มีโอกาสเกิดบาดแผลที่มองไม่เห็นบนผิวหนัง
หากมีดโกนไม่ดี สามารถบาดผิวได้ง่ายๆ และถ้ามีดโกนไม่สะอาด สามารถทำให้เกิดผื่นแพ้ได้ค่ะ
และที่สำคัญเลยเนี่ยขนที่ขึ้นใหม่แข็ง เป็นตอ เวลาจับแล้วรู้สึกบาดๆผิว



การถอน

เป็นอีกวิธีเบสิกเช่นกัน บริเวณที่ถูกถอน เส้นขนขึ้นใหม่จะค่อยๆบางลง แต่ตอนถอนแรกๆ
เจ็บ และบางทีเป็นตุ่มแดง แต่ถอนไปนานๆก็จะชินไปเองค่ะ แต่นอกจากความชินที่ได้มาแล้ว
ยังมีตุ่มหนังไก่เป็นของแถมที่ไม่อยากได้มาด้วยเนี่ยสิ
พอเป็นตุ่มแล้วมันไม่หายเลยต้องไปทำเลเซอร์เท่านั้น



การแว๊กซ์

เป็นวิธีเดียวที่เรายังไม่เคยลองนะคะ ที่ไม่กล้า เพราะกลัว...555 กระชากทีขนหลุดมาเป็นแผง
การแว๊กซ์ก็มีอันตรายจากการแพ้แว๊กซ์เช่นกันค่ะ ผื่นแดง เป็นตุ่มคัน
แถมต้องเป็นคนที่ทำเป็นอีกต่างหาก เพราะไม่งั้นขนอาจไม่หลุดแล้วเลือดไหลซิบๆอีกด้วย



การใช้ครีมขจัดขน

เป็นวิธีที่มีมานาน ราคาไม่แพง ใช้ง่าย ไม่เจ็บ ไม่เกิดบาดแผล
แต่ก็มีโอกาสเกิดการแพ้ครีมได้เช่นกัน ควรต้องใช้ครีมที่น่าเชื่อถือ
และมีการทดสอบกับผิวหนังแล้วว่าปลอดภัย



การใช้เครื่องถอนขน

รวดเร็ว แต่ไม่สามารถกำจัดขนอ่อนๆหรือขนที่สั้นๆได้ มีโอกาสเป็นขนคุดสูง
เหมาะกับการถอนขนเส้นใหญ่ๆมากกว่า



การใช้เลเซอร์

เราเคยใช้เลเซอร์ YAG กำจัดขนค่ะ สุดยอดเลย เจ็บดีแท้ มีแผลไหม้เป็นจุดๆไป 2 วัน
แต่ทำไปประมาณ 8 -10 ครั้ง ขนจะไม่ขึ้น ที่สำคัญแพงอะ แล้วก็ไม่ถาวรด้วย
ผ่านไป 2 ปีขนก็เริ่มขึ้นมาใหม่ค่ะ



ในครั้งนี้เราขอพูดถึงการกำจัดขนโดยใช้ครีมค่ะ เป็นวิธีที่ประหยัด และเกิดอันตรายน้อยมาก

ครีมขจัดขนยอดนิยม เราว่าสาวๆคงรู้จักกันดีนะ
หรือใครไม่รู้จักมานี่เลยเราจะแนะนำว่ามันเป็นยังไง ใช่แล้ว...ยี่ห้อ “Veet” ค่ะ


Veet เป็นแบรนด์จากอังกฤษที่ดังไปทั่วโลก ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆในการขจัดขน
ทำให้สาวๆทั่วโลกต่างติดใจ และครองอันดับต้นๆในประเภทครีมขจัดขนในหลายประเทศ
ตอนที่เราอยู่ญี่ปุ่นเนี่ย ก็ใช้อยู่เหมือนกันค่ะ มีหลายรูปแบบมาก ทั้งครีม สเปรย์ แว๊กซ์
แต่ที่ชอบสุดก็คงเป็นแบบครีมเบสิกๆนี่แหละ และตอนนี้ Veet ได้มาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
ที่ไทยแล้ว ทำให้หาซื้อได้ง่าย ไม่ต้องบินไปซื้อมากักตุนหรือว่าฝากใครซื้อจากต่างประเทศแล้ว
ที่สำคัญราคาไม่แพงด้วยล่ะ



Veet ที่นำเข้ามาขายในไทยมีอยู่ 2 สูตรค่ะ
สูตรผิวธรรมดา (สีชมพู) และ สูตรผิวบอบบาง (สีฟ้า)
และมี 2 ขนาด คือ 25g (65 บาท) และ 50g (119 บาท)





มาดูแต่ละรุ่นกันเลย...
ขอเริ่มกันที่สูตรผิวบอบบาง (สีฟ้า) กันก่อน



สำหรับใครที่ยังไม่เคยใช้ครีมขจัดขน หรือยังไม่เคยใช้ Veet
เราแนะนำให้ใช้สีฟ้าก่อนนะคะ เพราะจะลดความเสี่ยงจากอาการแพ้ได้ดีกว่า
ในสูตรสีฟ้านี้ จะมีส่วนผสมของอโลเวล่า และวิตามินอี ช่วยบำรุงผิวไปในตัว
สูตรสีฟ้านี้จะขจัดขนได้ช้ากว่าสีชมพูค่ะ ต้องทิ้งไว้นานกว่า แต่ประสิทธิภาพพอๆกัน




สูตรผิวธรรมดา (สีชมพู)

มีส่วนผสมของโลตัสมิลค์และกลิ่นหอมจากจัสมิน รุ่นสีชมพูเป็นรุ่นที่เราใช้อยู่ค่ะ
สามารถขจัดขนแข็งๆได้ดีกว่าสีฟ้า และขจัดขนได้รวดเร็วกว่าด้วย





ทั้งสองสูตรมีเนื้อครีมคล้ายกันมากค่ะ สีชมพูจะมีครีมออกชมพูอ่อนๆหน่อย กลิ่นจะหอมมากกว่า
(เราชอบเพราะกลิ่นไม่ฉุนเหมือนครีมยี่ห้ออื่น)
ส่วนสีฟ้าจะครีมขาว มีกลิ่นอ่อนๆ (เพราะสีฟ้าเนี่ยมันจะไม่มีน้ำหอม
กลิ่นก็จะประมาณน้ำยาทำสีผมอะนะ แต่แค่แป๊ปเดียวไม่กี่นาที
เพื่อความสวยผู้หญิงอย่างเราทนได้... 555)


จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

- สามารถขจัดขนได้หลายบริเวณ เช่น ใต้วงแขน แขน ขา บิกินี่ไลน์
- Veet ขจัดขนโดยทำให้ปลายเส้นขนมีลักษณะโค้งมน ไม่เป็นปลายตัด
ทำให้ขนขึ้นใหม่ไม่แข็งและไม่เกิดขนคุด
- นวัตรกรรมใหม่ล่าสุด ด้วย ไฮโดรเรสเตอร์TM จะช่วยมอบความชุ่มชื้นผิว ไม่ทำให้ผิวแตกลอก (อันนี้แบบว่าชอบมาก เพราะทำแล้วผิวดูเนียนนุ่ม จับแล้วรู้สึกเลย)
- ผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เราเลยมั่นใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ



ก่อนใช้อย่าลืมอ่านคำแนะนำให้ละเอียดนะคะ หลักๆที่ต้องระวังก็มีดังนี้ค่ะ


- ครีมขจัดขนโดยทั่วไปเหมาะกับการขจัดขนบริเวณใต้วงแขน แขน ขา บิกินี่ไลน์เท่านั้นค่ะ
ไม่เหมาะกับใบหน้า หน้าอก หรือส่วนอื่นๆ เพราะอาจเกิดการระคายเคืองได้นะคะ
- หากเป็นแผล หรือเพิ่งโกน เพิ่งถอนขนมาในระยะ 3 วัน อย่าเพิ่งใช้ค่ะ มันจะแสบ
และระคายเคืองได้ง่าย
- ควรทดสอบก่อนใช้ 1 วันนะคะ ว่าแพ้หรือไม่ หากไม่แพ้ ก็ลุยยย...
- หลังใช้ไม่ควรฉีดน้ำหอมบริเวณนั้นๆ หรือทาพวกครีมกันแดดค่ะ เดี๋ยวผิวจะระคายเคือง
อาจเกิดผื่นแดงได้ง่าย



เมื่อพร้อมแล้ว....ก็ลุยกันดีกว่า

วันนี้เราใช้สูตรผิวธรรมดา สีชมพูค่ะ รวดเร็วและง่ายมากๆ
และเลือกลงบริเวณต้นขา เพราะส่วนนี้มีขนอ่อนและสั้น เครื่องขจัดขน หรือแว๊กซ์
ไม่สามารถขจัดได้ เคยลองด้วยเครื่องถอนขน มันถอนไม่ได้ล่ะ ขนขาดแถมเป็นขนคุดอีกต่างหาก
เราจึงนิยมใช้ครีมขจัดขนบริเวณนี้แทนการใช้เครื่องถอนค่ะ




บีบครีมออกมาเป็นทางยาวๆได้เลย



หลังจากนั้นก็ใช้พายสีเขียวที่แถมมา ปาดๆๆครีมให้ทั่วบริเวณ เอาให้มันปกคลุมขนนะคะ
อย่าไปเสียดายครีม โปะมันเข้าไป ยิ่งถ้าเป็นขนขาที่แข็งๆ ต้องโปะให้ทั่วค่ะ

หลังจากนั้นก็รอ...
สำหรับสูตรสีชมพู ทิ้งไว้ 3 นาที (หรือไม่เกิน 6 นาที)
สูตรสีฟ้า ทิ้งไว้ 5 นาที (หรือไม่เกิน 10 นาที)

เมื่อครบเวลาก็ลองปาดออกมานิดนึงค่ะว่า ขนมันหลุดหรือยัง



ปาดเพียงเล็กน้อยค่ะ หากยังไม่หลุดก็กลบครีมไปต่อ
ในบริเวณขนแข็งๆอาจจะต้องทิ้งไว้นานหน่อย




เมื่อขนหลุดแล้วก็ปาดครีมออกให้หมดเลยค่ะ
หลังจากนั้นก็ไปล้างด้วยน้ำสะอาด แล้วก็เช็ดให้แห้ง

เสร็จแล้ววว....




ง่าย รวดเร็ว ราคาประหยัด ผิวไม่แห้งด้วย
ขนที่ขึ้นมาใหม่ก็งอกจากรากเดิม ดังนั้นขนจะไม่เยอะขึ้นนะคะ ขนมีลักษณะเหมือนเดิม
ดีกว่าการโกนตรงที่ปลายคนมันไม่คม ลูบที่ผิวแล้วยังรู้สึกนุ่มลื่นค่ะ
ขนใหม่จะค่อยๆงอกออกมาประมาณ 4-5 วันหลังจากที่กำจัดออกไป (แต่ก็แล้วแต่คนด้วยอะนะ บางคนก็เร็วกว่านี้หรือช้ากว่านี้นิดหน่อย)
แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนใช้ ควรจะทดสอบก่อนนะคะ และหากใช้แล้วมีอาการแสบ ให้รีบล้างออกเลย เพราะผิวบางคนอาจบอบบางมากๆ

สำหรับคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการขจัดขน ก็ลองดู Veet เป็นอีกตัวเลือกดูค่ะ
ตอนนี้นำเข้ามาในไทยแล้วหาซื้อไม่ยากแล้วค่ะ มีจำหน่ายที่ WATSON, BOOTS และSupermarket ชั้นนำทั่วไป แล้วก็ เซเว่น ด้วยค่ะ







Kirari's talk





 

Create Date : 04 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 4 กรกฎาคม 2554 10:43:09 น.
Counter : 33858 Pageviews.  

Review : Booty Parlor massage candle, Firming cream, body shimmer



วันนี้มาแนว sexy sexy หน่อยนะฮ้าาา...
Booty Parlor's เป็นแบรนด์ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานในไทยค่ะ
ด้วยจุดเด่นของส่วนผสมและกลิ่นหอมยั่วยวนจาก
Pheromone ที่มาพร้อมความโรแมนติก และเซ็กซี่... แบรนด์นี้อาจจะยังไม่บูมในไทยมากนัก
แต่ในวงดาราฮอลลีวู้ดถือว่ามีชื่อเสียงมากทีเดียวน้า

วันนี้มารีวิวสั้นๆกับ 3 items ที่ใช้อยู่จ้า



ชิ้นแรกเริ่มที่ Flirty Little Secret : Firming cream
178ml 1,890 บาท





ครีมกระชับสัดส่วนที่ผสมฟีโรโมนค่ะ กลิ่นออกแนว พีชๆ มะม่วงๆ เป็นกลิ่นหอมหวาน แปลกนิดหน่อย
เนื้อครีมบางเบาซึมไวเหมือนกันค่ะ หลอดใหญ่มากก ใช้มาพักนึงแระยังไม่ถึงครึ่งเลย




เนื้อครีมมันมีชิมเมอร์ด้วยนะ นวดๆแล้ววิ้งๆ ใช้นวดบริเวณหน้าอก เอว หรือหน้าท้องก็ได้ค่ะ
จะรู้สึกตึงๆผิวหน่อย กระชับขึ้น





ต่อกันที่อีกชิ้นที่เราช๊อบชอบ... Don't Stop : Massage candle
2,190 บาท





Massage candle อันนี้หอมหวาน ฟุ้งฟิ้งดีค่ะ มีฝาปิดด้วย เวลาใช้ก็แค่จุดเทียน รอให้แว๊กซ์มันละลายนิดหน่อย
แล้วก็หยดลงผิว ไม่ต้องกลัวร้อนค่ะ มันจะอุ่นๆ แล้วก็ค่อยๆนวดวนๆ ตัวแว๊กซ์ที่ใช้นวดบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นได้ดีเลยล่ะ
แต่จะออกมันๆนิดนึงค่ะ เหมาะกับนวดๆแล้วนอน ตื่นมาผิวก็ยังเด้งไม่แห้ง



สำหรับ massage candle ยังไม่ค่อยเห็นแบรนด์อื่นออกมาเท่าไหร่ ในไทยเลยเห็นแค่แบรนด์นี้แหละ
แต่ที่อเมริกามีออกมาหลายแบรนด์เหมือนกันค่ะ แต่ถ้าดูแพคเกจแล้ว บูตี้ชนะขาดเลย



แถมอีกชิ้น.... Lust Me Dust Me : Kissable body shimmer
3 colors 1,890 บาท



เค้าขายเป็นแพคสามสีค่ะ เราได้แบ่งมาสีนึงจากงานเปิดตัวแบรนด์ เป็นสี Bronzin
อีกสองสีก็สวยนะคะ เข้าไปลองเล่นดู สีชมพูหวานๆ ทาแล้วผิวผ่องมาก ของเราจะออกแทนๆหน่อย
ทาแล้วเซ็กซี่ วิ้งกระจายสุดๆ



ทาตัวไปงานกลางคืนเด่นเด้งดี วิ้งกระจุยกระจายมาก ก่อนทาแนะนำให้ทาโลชั่นทาตัวก่อนค่ะ
ไม่ให้ผิวแห้งเกินไป พวกชิมเมอร์จะได้ติดทน


อันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ใช้จริงเลยมารีวิวให้ชมกัน สินค้าของแบรนด์นี้เก๋ๆ เซ็กซี่ๆทั้งนั้นค่ะ
ลองแวะไปชมกันดู เคาท์เตอร์ยังเห็นอยู่ไม่กี่ที่ พารากอน เซ็นทรัลชิดลม เดอะมอลล์บางกะปิ
รู้สึกว่าตอนนี้จะมีแค่นี้ล่ะมั้ง แต่เดินเข้าไประวังฟุ้งฟิ้งกับกลิ่นฟีโรโมนนะจ้ะ อิอิ

ปล. ได้ยินจากพี่ๆ BA แบรนด์นี้ว่า ทุกชิ้น สามารถทานได้นะคะ ไม่ต้องห่วงค่ะ...
555 เอ๊กซ์สุดๆเลยค่าแบรนด์นี้


แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าจ้า...






Kirari's talk




 

Create Date : 31 พฤษภาคม 2554    
Last Update : 22 มิถุนายน 2554 11:49:39 น.
Counter : 3436 Pageviews.  

1  2  3  4  

KiRaRi
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 98 คน [?]






สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ.2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน
หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน
KiRaRi blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และ
เพื่อการอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็น
ลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดีตามที่
กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด

กฎหมายพรบ.ว่าด้วยการกระทำผิดทาง
คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ให้ความคุ้มครอง
สำหรับผู้เสียหายจากการสวมรอย
สำหรับการโพสข้อความรูปภาพโดยแอบอ้าง
ว่าเป็นบุคคลอื่นเท่ากับเป็นการนำเข้าข้อมูล
ที่เป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และทำให้
ผู้อื่นเสียหายแล้วมีความผิดตามมาตรา 14 (1)
มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน
1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


"พรบ.ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์"




เพื่อนๆสามารถค้นหาทุกสิ่งใน blog
โดยการพิมพ์ keyword เพื่อค้นหาได้ที่นี่ค่ะ

Custom Search






Created since: 23 JAN 2009



KiRaRi on Thailand Blog Award 2010

Bloggang Popular Award 201





ในหน้าของ Kirarista Fanpage จะเป็นการอัพเดท
Blog entry, Kirari TV, Kirarista item
หากอยากติดตามการอัพเดท สามารถแอดที่หน้านี้ค่ะ

Kirarista

Promote Your Page Too



Kirarista Instagram

Kirari on twitter



Ads by Google
Friends' blogs
[Add KiRaRi's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.