ขอศรัทธาในความรักและเมตตาของพระแม่กวนอิม จงบังเกิดแก่ทุกท่านค่ะ
Group Blog
 
All Blogs
 
ฤกษ์และหลักการไหว้เทพเจ้าไฉ่สิ่งเอี๊ย(เทพเจ้าแห่งโชคลาภ) ตรุษจีน ปี2552-2553

องค์ไท้ส่วย ประจำปี 2553 นี้ ทรงนามว่า "อูฮ้วงไต่เจียงกุง" ซึ่งองค์ไท้ส่วย หรือเทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา นี้เป็นเทพผู้ศักดิ์สิทธิ์ ที่คอยดูแลชะตาชีวิตของผู้คนในแต่ละปี

ซึ่งในรอบ 60 ปี จะมีเทพเจ้า องค์ไท้ส่วยประจำอยู่ในแต่ละปี รวมทั้งสิ้น 60 องค์ ซึ่งทำหน้าที่รักษาและคุ้มครองดวงปี หรือเฝ้าปี อยู่ ซึ่งแต่ละองค์จะมีอำนาจให้คุณ ดลบันดาลความสุข โชคเคราะห์ ทุกข์ภัย หรือให้โทษแก่ผู้ใด ก็ขึ้นอยู่กับพระเมตตาของท่าน

โดยเฉพาะท่านที่มีเคราะห์ หรือพื้นดวงชะตาตก ทำอะไรก็ติดขัดไม่ราบรื่น สมหวัง ท่านก็จะช่วยปัดเป่า เคราะห์ภัย บังเกิดแต่ความเป็นศิริมงคล มาสู่ตัวท่านและครอบครัว

ประเพณีการไหว้ฝากดวงชะตาต่อองค์ไท้ส่วย ในช่วงเริ่มต้นปีใหม่ของจีน(ตรุษจีน) ของทุกๆปี ก็เพื่อให้ท่านที่มีพื้นดวงดีอยู่แล้ว ให้ดียิ่งๆขึ้นไป ส่วนใครที่มีพื้นดวงไม่ค่อยดี ก็จะช่วยขจัดปัดเป่า ผ่อนหนักเป็นเบา แก้ร้ายเป็นดี และโดยเฉพาะท่านที่มีปีเกิดไปชงหรือทับกับองค์ไท้ส่วย ซึ่งในแต่ละปีจะแตกต่างกันออกไป

ปีนี้ผู้ที่ควรต้องไหว้องค์ไท้ส่วย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอจากคนทั่วไปที่ต้องการไหว้ เพื่อเกิดความเป็นศิริมงคลต่างๆแล้ว ได้แก่คนที่เกิดปีชง กับองค์ไท้ส่วยประจำปีนี้(ปีขาล) ได้แก่

ท่านที่เกิดปีวอก (ชงโดยตรงกับปีขาล), ท่านที่เกิดปีขาล (ทับองค์ไท้ส่วย), ปีมะเส็งและปีกุน (ปีร่วมชง)

และท่านที่เกิดปีดังกล่าว ห้ามท่านไปเป็นเจ้าภาพงานศพ หรือไปร่วมพิธีงานศพ แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ห้ามไปไหว้ศพ หรือไปร่วมส่งศพ

การไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภปีนี้ 2553

ฤกษ์ที่ดีที่สุดในการไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภในปีนี้ ตรงกับเช้ามืดของ
วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 24.01-24.59 น.
ซึ่งเป็นช่วงที่ฟ้าเปิด เป็นฤกษ์ที่ดีที่สุด โดยปีนี้องค์ไท้ส่วย จะเสด็จมาทาง ทิศ ตะวันออกเฉียงใต้

(ซึ่งฤกษ์วันและเวลา จะเปลี่ยนไปทุกปีนะครับ ไม่ตรงกัน รวมถึงทิศที่องค์ไท้ส่วยจะเสด็จมาด้วย)

เครื่องสักการะ บูชาเทพเจ้าแห่งโชคลาภ มีดังนี้

1. รูปภาพ หรือรูปปั้น องค์ไท้ส่วย หากไม่มี เวลาไหว้ ก็ให้ระลึกถึง
2. แจกันดอกไม้สด 1 คู่
3. เทียนแดง 1 คู่
4. กระถางธูป 1 ใบ(ปกติให้ใช้แยกต่างหาก เพราะเมื่อไหว้เสร็จแล้ว ต้งออัญเชิญเข้าบ้าน และตั้งบูชาไว้ตลอดปี)
5. ธูป 3 ดอก ต่อหนึ่งท่าน
6. หงิ่งเตี๋ย 12 ชุด
7. กิมหงิ่งเต้า 1 คู่
8. เทียงเถ้าจี๊ 1 ชุด
9. ผลไม้ 5 อย่าง
10. สาคูแดงต้มสุก 5 ถ้วย (ต้มสาคู แล้วใส่น้ำแดงเฮลบลูบอยลงไป)
11. น้ำชา 5 ถ้วย
12. ข้าวสวย 5 ถ้วย
13. เทียบเชิญแดง 1 แผ่น (สำคัญมาก)
14. ขนมจันอับ 1 จาน
15. กระดาษสีเขียว 1 แผ่น (เทียบเชิญสีเขียว)
16. เจไฉ่ 5 อย่าง (เช่น เห็ดหอม, เห็ดหูหนู, ดอกไม้จีน, วุ้นเส้น, ฟองเต้าหู้)

ซึ่งโดยปกติ ชุดไหว้องค์ไฉ่ซิ่งเอี้ย จะมีขายตามศาลเจ้าจีนทั่วไป หรือร้านขายพวกของมงคลของจีน ซึ่งเมื่อซื้อมาแล้ว ก็ให้เปิดออกมาเช็คดูครับ เพราะบางที่อาจไม่ครบ จะได้เตรียมหาเพิ่มเติมให้เรียบร้อยก่อน ส่วนพวกของไหว้ อย่างข้าวสาร,ผลไม้,สาคูแดง และเจไฉ่ ให้เตรียมในวันไหว้ได้

ซึ่งหาได้ครบหรือไม่ครบ ก็ไม่เป็นไรครับ ที่สำคัญที่สุด คือต้องมีเทียบเชิญสีแดง และสีเขียว สองอย่างนี้ จำเป็น เพราะเราต้องเขียนชื่อและที่อยู่ของเราลงไป รวมถึงเขียนเชิญ องค์ไท้ส่วย

หาได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น เพียงแต่เวลาและทิศทาง ให้ถูกต้องตามฤกษ์ของปีนี้ครับ







การประกอบพิธีไหว้


ให้จัดเตรียมของไหว้ทุกอย่างลงบนโต๊ะพร้อมทั้งหันหน้าไปทางทิศที่องค์ไฉ่ซิ่งเอี้ย จะเสด็จมา
โดยให้ทุกคนอยู่หน้าโต๊ะ และผู้ที่ไหว้ หันหน้าไปทาง ทิศตะวันออกเฉียงใต้

ให้นำเทียบเชิญสีเขียว มาเขียนชื่อ นามสกุล และวันเดือนปีเกิด ของแต่ละคน ของทุกคนในบ้านลง
ไป(รวมถึงคนที่อาจไม่ได้มาร่วมไหว้ในวันนี้ แต่เป็นคนในบ้านของท่าน) และเขียนคำขอที่ต้องการให้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ประทานมาให้ในปีนี้

ส่วนเทียบเชิญสีแดง ให้เขียนคำเชิญเทพเจ้า เพื่อมารับเครื่องสักการะบูชา ที่ได้จัดเตรียมไว้

สำหรับคำกล่าวอัญเชิญเทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี้ย ให้เปล่งเสียงหรืออธิษฐานในใจ กล่าวว่า "วันนีข้าพเจ้า........ ขอเรียนเชิญองค์ไฉ่ซิ่งเอี้ย มารับเครื่องสักการะบูชา ซึ่งมี(กล่าวถึงสิ่งที่ท่านได้จัดเตรียมและนำมาถวาย) และหลังจากองค์ท่านได้รับเครื่องสักการะเหล่านี้แล้ว จงประทานพรให้ครอบครัวของข้าพเจ้าทุกคน จงประสบแต่โชคลาภความสุข และความสำเร็จ สมดังที่มุ่งหวังทุกประการ" (หากท่านมีขอสิ่งใดเป็นพิเศษ ก็ขอต่อไปได้)

หลังจากทำพิธีเสร็จแล้ว ให้นำของไหว้ที่เป็นกระดาษทั้งหมด รวมถึงเทียบเชิญสีแดง และสีเขียว ไปเผาไฟในภาชนะที่เตรียมไว้ จึงจะสัมฤทธิ์ผล แล้วอัญเชิญองค์ไท้ส่วย กระถางธูป เทียนแดง นำเข้าบ้าน ปิดประตูบ้าน เพื่อเชิญองค์ไท้ส่วยเข้าบ้าน

ส่วนของที่รับประทานได้ จะทานเลย หรือเก็บไว้ทานวันหลังก็ได้ แต่ไม่ควรทิ้งไป เพราะถือเป็นของมงคล

หากไม่สะดวก หรือไม่มีเวลาจัดเตรียม แต่มีแรงศรัทธา ก็ใช้เพียงธูปเทียน จุดธูปกล่าวอัญเชิญท่าน ตามฤกษ์และทิศทางที่ท่านจะเสด็จมา โดยตัวคุณต้องหันหน้าไปทาง ทิศตะวันออกเฉียงใต้ และกล่าวคำสักการะและขอพรจากเทพเจ้าแห่งโชคลาภ จากนั้นปักธูปลงในกระถาง แล้วกล่างอัญเชิญท่าน เข้ามาทางประตูบ้าน


ปีใหม่ปีนี้ ขอให้เพื่อนๆทุกคน มีสุขภาพแข็งแรง ทั้งกายและใจ และถ้ามีเวลา ก็อยากให้เพื่อนๆทุกคน มาร่วมกันไหว้ขอพร จากองค์ไฉ่ซิ่งเอี้ย ร่วมกัน เพื่อความเป็นศิริมงคล ของปีนี้นะครับ

ไม่ต้องกลัวครับ พอถึงเวลา มีหลายบ้าน เปิดมาไหว้เป็นเพื่อนกันหลายหลังครับ อย่างแถวบ้านของผม พอถึงเวลา ขนาดบางปี เป็นเวลาตีสอง ตีสาม พอมาเปิดประตูเอาโต๊ะออกมาตั้วของไหว้ ก็มีหลายบ้าน ตั้งโต๊ะ เสร็จแล้ว รวมถึงบางบ้านก็ค่อยๆ เปิดประตูมาไหว้กัน

ถ้าเปรียบกับคติของไทย ก็เหมือนกับพระประจำวัน ที่ผมจะเช็คให้เสมอ สำหรับคนที่มาดูดวงกับผม เพื่อนำไปสวดมนต์บูชา เช่นกันครับ

ขอขอบคุณข้อมูล และรูปภาพ จากหนังสือ เสริมดวงชะตาปีมะเส็ง ของ อ.ตั้งกวงจือ และ อ. ธนากร ตันอาวัชนการ


ข้อมูลจาก //www.modonut.net/showdetail.asp?boardid=411






ฤกษ์และหลักการไหว้เทพเจ้าไฉ่สิ่งเอี๊ย(เทพเจ้าแห่งโชคลาภ)

ปีฉลู 2552 นี้ ฤกษ์ดีที่สุดตรงกับเวลา 03.00-05.00น. ตอนเช้ามืดของวันที่ 26 มกราคม 2552 อันเป็นช่วงเวลาแห่งขุมทรัพย์ตกบัลลังค์ทอง และในปีนี้เทพเจ้าไฉ่สิ่งเอี๊ยจะเสด็จมาทางทิศตะวันออก ผู้ไหว้จึงควรหันหน้าไปรับท่านในทิศดังกล่าว
จัดเครื่องเซ่นลงบนโต๊ะหน้าบ้านหรือดาดฟ้าก่อนเวลา เจ้าบ้านจุดธูป 12ดอก ไหว้ฟ้าดินก่อนปักธูป3ดอกในกระถางธูปหน้าบ้าน
ธูป9ดอกที่เหลือ ให้ไหว้รับเทพ กล่าวบทสวดอัญเชิญดังนี้
”โอม จำปาลา จา เลน ไน ยะ ซา ฮา” 3 จบ โดยกล่าวคำบูชาว่า “วันนี้ ข้าพเจ้า ........(ชื่อ-นามสกุล)........เกิดวันที่ .........อาศัยอยู่บ้านเลขที่.......(แจ้งสถานที่อยู่อาศัยหรือร้านค้า).... ......... ขออัญเชิญเทพเจ้าแห่งโชคลาภ(ไฉ่สิ่งเอี๊ยะ),เทพเจ้าอุปถัมภ์(กุ้ยซิ้งเอี๊ย)และเทพเจ้าแห่งความปิติยินดี(ฮี่ซิ้งเอี๊ย) โปรดเสด็จมารับเครื่องสักการบูชาเหล่านี้ เมื่อรับแล้วโปรดประทานพรให้ข้าพเจ้าและครอบครัว ประสบแต่สรรพสิริมงคล อุดมโชคลาภ ขอโปรดอภิบาลรักษาให้ปราสจากภัยทั้งปวง และสิ่งอัปมงคลทั้งหลายจงอย่าได้แผ่วพาน ขอให้ข้าพเจ้าประสบแต่ความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคลสมบูรณ์พูนผล มีความก้าวหน้าสมปรารถนาด้วยมงคลทั้งปวง................(อธิษฐานสิ่งที่หวัง)..............และมีความสุขตลอดไปเทอญ” จากนั้นปักธูป9ดอก ลงในกระถางที่เตรียมไว้



เครื่องบูชาอัญเชิญองค์ไฉ๋ซิ้งเอี๊ย หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้งปวง มีดังนี้

1.องค์รูปปั้นองค์เทพเจ้าแห่งโชคลาภ 1 องค์

2.ค้อซี 1 พวง(กระดาษไหว้เจ้าพับเป็นรูปเงินแล้วร้อยเป็นพวง)

3.เทียนเถ่าจี๊ 1 หรือ 5 ชุด(กระดาษไหว้เจ้าลักษณะเป็นแผ่นยาวสีแดงขอบสีเขียว)

4.กิมหงิ่งเต้า 1 หรือ 5 คู่(กระดาษไหว้เจ้าลักษณะเป็นรูปทรงคล้ายกระบอกคล้ายถังเงินถังทอง)

5.ธูป เทียน แดงอัญเชิญ 3 ดอก/1 ท่าน

6.เทียนแดง 1 คู่

7.ธูปขดหอม สำหรับอัญเชิญเทพเจ้าแห่งโชคลาภ

8.เจไฉ่ 5 อย่าง ประกอบด้วย ฟองเต้าหู้,วุ้นเส้น และอื่นๆ

9.ขนมจันอับ 1 จาน (จับกิมทึ้ง)

10.ผลไม้มงคล 5 อย่าง

11.ข้าวสวย 5 ที่

12.สาคูแดงต้มสุก 5 ถ้วย

13.น้ำชา 5 ถ้วย

14.แจกันดอกไม้สด 1 คู่



Create Date : 21 มกราคม 2552
Last Update : 21 มกราคม 2553 19:16:23 น. 8 comments
Counter : 647 Pageviews.

 
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ ดีจังที่มีฤกษ์มาให้ค่ะ ปีนี้ท่านเสด็จมาดึกจังนะคะ


โดย: ริน IP: 124.121.42.189 วันที่: 22 มกราคม 2552 เวลา:1:33:20 น.  

 
ขอบคุณมาก ๆ กำลังหาข้อมูลอยู่พอดี


โดย: ammy IP: 124.120.64.158 วันที่: 25 มกราคม 2552 เวลา:11:39:44 น.  

 
ขอบคุณมากๆ ค่ะ..
กำลังหาอยู่เหมือนกันเลย..

พอดีทำปฏิทินหายเลยไม่รู้เวลา


โดย: ( '3') IP: 125.24.202.14 วันที่: 25 มกราคม 2552 เวลา:21:43:41 น.  

 
สงสัยว่า ปักธูป 3 ดอกแรก และ 9 ดอกหลังลงในกระถางธูปเดียวกัน หรือ ต้องแยกเป็น 2 กระถางครับ ?

ขอบคุณมากครับ


โดย: ตอบด่วน IP: 58.9.13.202 วันที่: 26 มกราคม 2552 เวลา:2:55:48 น.  

 
ถึงคุรตอบด่วน
ขอโทษทีค่ะ ไม่ได้แวะเข้ามาดูตอบเผื่อปีหน้าละกันค่ะ
ปักคนละกระถางค่ะ


โดย: คุณน้ำ (khun naam ) วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:58:19 น.  

 
ตรุษจีนปีนี้ เริ่มต้นด้วยการไหว้เทพเจ้าไฉ่ชิงเอี้ยทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่คืนวันที่ 13 เวลา ตี 3- ตี 4.59 รับโชคลาภปีใหม่เข้าบ้าน พร้อมไหว้เจ้า-บรรพบุรุษขอสิ่งมงคลตลอดปี 2553 ให้ชีวิตมีแต่ เฮง เฮง เฮง! แนะปีชง 4 ปีเกิด “เสือ-หมู-วอก-งู” อย่าไปทำสะเดาะห์เคราะห์วันปีใหม่สากลเพราะชื่อจะไปรวมกับปีเก่า แต่ให้ไปหลังตรุษจีน 15 วัน เพราะ 15 วันแรกให้ขอพรขอความมงคลก่อน พร้อมเปิดวัดจีน 8 แห่งคนนิยมไปไหว้ตรุษจีนมากสุด!

ใกล้เข้ามาแล้ว สำหรับเทศกาล “ตรุษจีน” ที่จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 1 เดือน 1 ของปีตามจันทรคติ ที่คนจีนถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ที่แท้จริง ซึ่งปีนี้จะตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553 สำหรับคนจีนแล้วพิธีการไหว้ขอพรปีใหม่ในวันตรุษจีนจะเริ่มตั้งแต่ก่อนวันตรุษจีน 7 วัน

ของตั้งโต๊ะในพิธีเซ่นไหว้

เศรษฐพงศ์ จงสงวน นักวิชาการด้านจีนศึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านพุทธศาสนานิกายมหายานในประเทศไทย กล่าวว่า ก่อนวันตรุษจีน 7 วัน ในปีนี้จะตรงกับวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 จะเริ่มมีการไหว้เทพเจ้าเตา ซึ่งเป็นเทพเจ้าประจำบ้านให้ขึ้นสู่สรวงสวรรค์ โดยจะไหว้ด้วยของหวานและผลไม้ เพื่อให้พระเจ้าเตาขึ้นสู่สรวงสวรรค์และพูดสิ่งดีๆ และจะเริ่มทำการปัดกวางทำความสะอาดบ้านตั้งแต่วันนี้ ซึ่งวันตรุษจีนจะไม่มีการทำความสะอาดใดๆ จากนั้นจะเริ่มมีการติดกลอนคู่ หรือรูปเทพเจ้า ตามประตูและช่องทางเดินต่างๆ เพื่อให้เกิดสิริมงคลในบ้านเรือน

พอถึงวันสิ้นปี หรือวันส่งท้ายปีเก่าของชาวจีนคือวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2553 คนจีนจะมีการไหว้เจ้า ในช่วงฟ้าสาง จะมีการไหว้เทพเจ้า เทวดาฟ้าดิน และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้าน เพื่อเป็นการไหว้ขอบคุณที่ทั้งปี เทพเจ้าได้คุ้มครองเราและคนในบ้าน และช่วงสายก็จะมีการไหว้บรรพบุรุษ

พิธีการเซ่นไหว้ในวันสิ้นปีนี้ ในการไหว้เทพเจ้าต่างๆ จะสามารถไหว้ตั้งแต่ตี 5 เป็นต้นไปโดยการเตรียมโต๊ะไหว้เจ้านั้นส่วนใหญ่จะประกอบด้วย เนื้อสัตว์ต่างๆ นิยมไหว้เป็น ซาแซ กับ โหงวแซ โดย “ซาแซ” หรือไหว้เนื้อสัตว์ 3 ชนิด ได้แก่ เป็ดไก่หมู หรือเป็ดไก่ปลาก็ได้ อยู่ที่แต่ละบ้านเรือนจะจัด หรือ “โหงวแซ” คือการไหว้ด้วยเนื้อสัตว์ 5 ชนิด คือนอกจาก 3 ชนิดข้างต้นก็สามารถใช้เนื้อสัตว์อื่นๆ ให้ครบ 5 ชนิด ที่นิยมนำมาเป็นเครื่องไหว้ได้แก่ ห่าน,ปลาหมึก,กุ้ง,ปู และตับหมู นอกจากนี้ก็จะมี เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง

ส่วนช่วงเวลา 9.00-12.00 น. จะเป็นการไหว้บรรพบุรุษ นอกจากซาแซ หรือโหงวแซที่จัดเตรียมไว้ไหว้เทพเจ้าตอนเช้าไปแล้ว สามารถใช้ในการไหว้บรรพบุรุษได้อีก แต่ต้องเพิ่มกับข้าวในจำนวน 6 อย่าง 8 อย่าง หรือ 12 อย่าง ตามกำลังแต่ละคน ทั้งต้องมีการตั้งข้าวเท่าจำนวนบรรพบุรุษ รวมถึงจัดวางเครื่องถ้วยชาม ตะเกียบ ถ้วยน้ำชา ตามจำนวนบรรพบุรุษ และเตรียมน้ำชา และเหล้าจีนวางไว้ด้วย หากเลยเที่ยงวันจะไม่นิยมไหว้ แต่จะมีการเก็บโต๊ะไหว้เจ้า


เทพเจ้าไฉ่ชิงเอี้ย


ส่วนขนมนิยมไหว้ด้วย ซาลาเปา ขนมถ้วยฟู (ชีวิตจะเฟื่องฟู) ขนมเข่ง ขนมเปี๊ยะ ขนมจันอับต่างๆ และขนม กุ้ยช่ายรูปลูกท้อที่เป็นสัญลักษณ์ของความมีสิริมงคล ส่วนผลไม้ นิยมไว้ผลไม้ 3 หรือ 5 ชนิด ส่วนใหญ่มักเลือกผลไม้ที่มีชื่อพ้องเสียงกับคำที่มีความหมายสิริมงคลต่างๆ ได้แก่ “ส้ม” หมายถึงมหามงคล “แอปเปิ้ล” พ้องเสียงกับคำว่า เผ่งอั้ง แปลว่า ความสงบสุข “สาลี่”หมายถึงเงินทองไหลมาเทมา “กล้วยหอม” หมายถึงเรียกโชคลาภเข้าบ้าน “กล้วย” หมายถึงมีลูกหลานสืบสกุล “องุ่น”มีความหมายว่าเฟื่องฟู และมีผลไม้ที่มีความหมายมงคลตามลักษณะได้แก่ “ทับทิม” มีความหมายว่าให้มีลูกหลานมากมาย มีความมั่งคั่ง “ลูกพลับ” แปลว่าให้มีความสุขตลอดปี

เมื่อ ตกเย็น ก็จะมีการร่วมรับประทานอาหารของคนในครอบครัว โดยมักทานอาหารที่เหลือจากการเซ่นไหว้นี้ เพราะเชื่อว่าจะทำให้เกิดมงคลกับทุกคน

เทพเจ้าโชคลาภปีนี้มาตี 3

จากนั้นจะเป็นการไหว้เทพเจ้า “ไฉ่ชิงเอี้ย” หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ตามปฏิทินจีนปีนี้ ระบุว่าการไหว้เทพไฉ่ชิงเอี้ย จะต้องตั้งโต๊ะหันไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ในคืนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ โดยฤกษ์มงคลรับเทพเจ้าแห่งโชคลาภในปีนี้คือช่วงเวลาตี 3 ถึง ตี 4.59 นาที ซึ่งให้จุดธูปไหว้ แล้วรีบเชิญเทพเจ้าเข้าบ้าน ไม่ต้องรอธูปหมดดอก

ของไหว้เทพเจ้าไฉ่ชิงเอี้ย สามารถตั้งโต๊ะอย่างง่ายๆ ได้แก่ จุดธูป 3 ดอก จุดเทียนสีแดงมงคล กระดาษเงินกระดาษทอง 12 แผ่น หรือจะเพิ่มส้ม อาหารเจ ขนมอี๋ ขนมสาคูสีแดง และน้ำชา ก็ได้ เสร็จแล้วตั้งโต๊ะหันหน้าไปทางทิศที่เทพเจ้าจะลงมาจากสวรรค์ในปีนี้คือทิศตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมกล่าวภาวนาว่า “ขออัญเชิญให้ท่านเทพเจ้าเข้ามาในบ้าน นำโชคลาภมาให้กับคนในครอบครัวของข้าพเจ้า”

เช้าวันปีใหม่หรือวันตรุษจีน คือวันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะมีการไหว้ตั้งแต่ฟ้าสางเหมือนวันสิ้นปี ซึ่งจะไหว้เพื่อขอพรให้มีชีวิตราบรื่นตลอดปีใหม่ที่มาถึงนี้ โดยส่วนใหญ่จะไม่ใช้ของคาวในการไหว้ในวันขึ้นปีใหม่ แต่จะใช้อาหารเจ หรือใช้ขนมอี๋ หรือสาคูต้มน้ำตาลแดง 3 ถ้วยหรือ 5 ถ้วย แทน โดยจะมีธูปแดง เทียนแดง และน้ำชาใส่ถ้วยในการไหว้เจ้าวันปีใหม่ จากนั้นในการรับประทานอาหารเช้าของครอบครัว มักเริ่มต้นอาหารมื้อแรกด้วยอาหารเจ 1 มื้อ เพื่อเป็นสิริมงคลตลอดปี และจะไม่มีการเผาเครื่องกระดาษในวันนี้

นิยมจุดธูปดอกแรก
รับปีใหม่ตามวัดจีน

สำหรับธรรมเนียมการไหว้ขอพรของชาวจีน นอกจากไหว้ในบ้านเสร็จแล้ว คืนวันก่อนปีใหม่คือวันที่ 13 กุมภาพันธ์ จะมีชาวจีนจำนวนหนึ่งเดินทางไปขอพรตามวัดจีนต่างๆ ด้วย โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร วัดจีนที่คนจีนนิยมไปกันมากได้แก่ วัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน้ยยี่),ศาลเจ้าพ่อเสือ,ศาลเจ้าไต่ฮงกง หรือปอเต็กตึ้ง,วัดกัลยาณมิตร (หลวงพ่อโต),วัดทิพย์วารี ที่บริเวณบ้านหม้อ,วัดโพธิแมนคุณาราม (สาธุประดิษฐ์),ศาลเจ้าปึงเฒ่ากงที่ถนนทรงวาด,วัดบรมราชานุสรณ์ฯ หรือเล่งเน้ยยี่ 2 ก็ได้รับความนิยมไปขอพรข้ามคืนในวันปีใหม่อย่างหนาแน่นทุกปี

ขณะเดียวกันนิยมไปปักธูปครั้งแรกกันในวันปีใหม่ตามวัดจีนต่างๆ วัดที่คนนิยมไปมากที่สุดคือวัดมังกรกมลาวาส ซึ่งหลังจากพระจีนได้ทำการเจริญพุทธมณแล้ว จึงจะมีการเปิดประตูให้ชาวจีนเข้าไปจุดธูปบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ซึ่งจะเริ่มประมาณเวลาตี 1 ส่วนวัดหรือศาลเจ้าจีนอื่นๆ บางแห่งมีการเปิดให้เข้าไปได้ตั้งแต่หัวค่ำ แต่ส่วนใหญ่จะปิดประตูไว้ก่อน

เคล็ดลับ
สะเดาะห์เคราะห์ปีชง 53

อย่างไรก็ดีตรุษจีนปีนี้ คือปีเสือ จะเป็นปีที่ต้องระวังของคนเกิดใน 4 ปี ที่ต้องระวังมากที่สุดคือปีวอก หรือปีลิง ถือเป็นปีที่จะปะทะกับปีเสือที่สุด ส่วนปีเสือเอง แม้ว่าจะเป็นปีของตัวเอง แต่ตามโหราศาสตร์จีนถือว่าเป็นปีครบรอบปีเกิด จะมีทั้งเรื่องดีและไม่ดีเกิดขึ้น เพราะทุกอย่างจะโคจรมาครบรอบกัน ทั้งคนเกิด 12 ปี 24 ปี 36 ปี 48 ปี 56 ปี ฯลฯ เป็นวงจรรอบใหญ่ ขณะที่ปีกุน ปีกุนนั้นไม่ใช่ปีชงกับปีเสือ แต่เป็นปีคู่สมพงษ์กับปีเสือ เหมือนเพื่อนที่ไปไหนไปด้วยกัน เวลาโดนอะไรจะโดนด้วยกัน ฉะนั้นจึงต้องระวังตัวด้วย ส่วนปีมะเส็ง หรือปีงูเล็กนั้น เป็นปีตรงข้ามกับปีหมู จึงต้องระวังเช่นกัน

ส่วนการสะเดาะห์เคราะห์ปีชงนั่น คนไทยหลายคนหรือคนไทยเชื้อสายจีน มักจะคิดว่าสามารถไปสะเดาะห์เคราะห์ได้ตั้งแต่วันปีใหม่สากล คือวันที่ 1 มกราคม 2553 แต่ความจริงไม่ใช่ การสะเดาะห์เคราะห์ปีชงแบบจีนที่ถูกต้อง จะเริ่มทำในวันขึ้น 15 ค่ำแบบจีน คือหลังจากวันตรุษจีน 15 วัน เพราะตรุษจีนจนถึง 15 วันแรกจะเป็นการขอพรให้มีสิ่งดีๆเกิดขึ้นกับชีวิต ปัจจุบันอนุโลมให้สำหรับคนไม่มีเวลา คือสามารถสะเดาะห์เคราะห์ได้ตั้งแต่วันตรุษจีน แต่ไม่ควรสะเดาะห์เคราะห์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม เพราะวัดจีนถือว่ายังไม่ขึ้นวันปีใหม่ และจะเอาเทียบที่เราไปฝากดวงไว้กับเทพไท่ส่วยเอี้ยหรือเทพแห่งดวงชะตาไปรวมกับของคนปีเก่า ฉะนั้นหากเป็นปีชงในปี 2553 นี้จึงควรให้ถึงวันตรุษจีนก่อน

ทั้งนี้ สำหรับปีชง ปกติจะต้องระวังตัว 2 อย่าง คือ ไม่ไปงานศพ และไม่ไปงานมงคล การไปงานศพนั้น ถือว่าคนปีชงอาจจะไปรับพลังไม่ดีที่โคจรอยู่เข้ามาทำให้เกิดอันตรายและเจ็บป่วย ส่วนการไปงานมงคล อาจจะไปเจอดวงเจ้าบ่าวหรือดวงเจ้าสาวที่แข็งกว่า และหากดวงนั้นชงกับเรา จะทำให้เราเจ็บป่วยด้วย

ที่มา //www.wiseknow.com/blog/2010/01/15/4450/


โดย: naam (khun naam ) วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:19:29:27 น.  

 
อยากทราบว่าถ้ากรณีที่พักอาศัยเป็นคอนโด จะต้องไหว้ที่ไหนคะ ถ้าเป็นที่ระเบียงหลังบ้านได้หรือไม่ ช่วยตอบด้วยคะ
ขอบคุณคะ


โดย: sirikan IP: 203.144.144.164 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:13:58:47 น.  

 
การไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ไฉ่ซิ่งเอี้ย ตรุษจีนปี 2558 (มะแม ธาตุดิน)

องค์ไท้ส่วย ประจำปี 2558 นี้ ทรงนามว่า "องค์เอี่ยเซียงไต่เจียงกุง" ซึ่งองค์ไท้ส่วย หรือเทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา นี้เป็นเทพผู้ศักดิ์สิทธิ์ ที่คอยดูแลชะตาชีวิตของผู้คนในแต่ละปี

การไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภปีนี้ 2558 ฤกษ์ที่ดีที่สุดในการไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภในปีนี้ ตรงกับเช้ามืดของ วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 01.00-03.00 น. (หลังเที่ยงคืนของวันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558) ซึ่งเป็นช่วงที่ฟ้าเปิด เป็นฤกษ์ที่ดีที่สุด โดยปีนี้องค์ไท้ส่วย จะเสด็จมาทาง ทิศ ตะวันตก

เครื่องสักการะ บูชาเทพเจ้าแห่งโชคลาภ มีดังนี้

1. รูปภาพ หรือรูปปั้น องค์ไท้ส่วย หากไม่มี เวลาไหว้ ก็ให้ระลึกถึง
2. แจกันดอกไม้สด 1 คู่
3. เทียนแดง 1 คู่
4. กระถางธูป 1 ใบ(ปกติให้ใช้แยกต่างหาก เพราะเมื่อไหว้เสร็จแล้ว ต้งออัญเชิญเข้าบ้าน และตั้งบูชาไว้ตลอดปี)
5. ธูป 3 ดอก ต่อหนึ่งท่าน
6. หงิ่งเตี๋ย 12 ชุด
7. กิมหงิ่งเต้า 1 คู่
8. เทียงเถ้าจี๊ 1 ชุด
9. ผลไม้ 5 อย่าง
10. สาคูแดงต้มสุก 5 ถ้วย (ต้มสาคู แล้วใส่น้ำแดงเฮลบลูบอยลงไป)
11. น้ำชา 5 ถ้วย
12. ข้าวสวย 5 ถ้วย
13. เทียบเชิญแดง 1 แผ่น (สำคัญมาก)
14. ขนมจันอับ 1 จาน
15. กระดาษสีเขียว 1 แผ่น (เทียบเชิญสีเขียว)
16. เจไฉ่ 5 อย่าง (เช่น เห็ดหอม, เห็ดหูหนู, ดอกไม้จีน, วุ้นเส้น, ฟองเต้าหู้)


โดย: khun naam IP: 171.6.180.105 วันที่: 27 มกราคม 2558 เวลา:20:21:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

khun naam
Location :
นนทบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีค่ะ ทุกๆท่าน

ดิฉัน นับถือพระแม่กวนอิมมากที่สุด

การนับถือในสมัยเด็กๆของดิฉัน แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีเหตุผลหรือสาเหตุ รู้แต่รักพระแม่กวนอิมเพราะท่านดูใจดี รักพระแม่ลักษมีเพราะท่านชอบสีชมพูมากๆเหมือนเรา

แต่ตอนนี้ดิฉันรักเพราะรู้สึกได้ถึงความเมตตาที่ท่านมี ให้กับทุกๆสิ่ง

จากพระประวัติที่ท่านได้ตั้งปณิธานไว้ว่า "จะไม่เสด็จไปไหนจนกว่าทุกๆสรรพชีวิตในโลกจะพ้นทุกข์"

พระแม่ลักษมีก้อเป็นเทพอีกองค์ที่ดิฉันนับถือ
ถ้าพูดถึงเทพสององค์นี้อยากจะใช้คำว่ารักท่าน
มากๆๆๆๆๆๆๆ ศรัทธามั่นคงมากๆ

พระพรหมก้อรักค่ะและก้อเชื่อด้วยว่าท่านก้อเมตตาเรา

แต่ถามว่าเคยได้รับอิทธิฤทธิ์ เคยมีประสบการปาฏิหารย์อะไรเกิดขึ้นกับดิฉันหรือเปล่า

ตอบว่าไม่เคยค่ะ แต่รู้สึกได้ถึงการดลใจ
บางครั้ง บางอย่างไม่มีเหตุผลแต่ทำไมเราจึงเลือกทำในสิ่งที่ควรจะทำได้ถูกเสมอ

หลายคนที่ประสบปัญหานั่นนี่ แต่ทำไมเราถึงได้มีชีวิตที่ดีอยู่

หลายครั้งที่เห็นคนที่ปากบอกว่านั่งสมาธิสำเร็จมาจากที่นั่น ที่นี่ มีองค์นั้นองค์นี้
แต่พูดจาโกหกจนน่าสงสาร โหวกเหวก โวยวาย เสียงดังไม่น่าเคารพ ถือโกรธมีอาฆาตพยาบาท
ไม่รู้จักการอโหสิกรรมที่แท้จริง ช่างน่าสงสารกว่าคนทั่วๆไปซะอีก
ทั้งหมดนี้เพราะถือดีว่าตนมีองค์เทพ

แต่ในจินตนาการของดิฉัน เทพทุกๆองค์น่าจะเป็นเทพที่ใจดี ลูกทำผิกก้อตักเตือน ลูกทำถูกก้อโมทนาอะไรแบบนี้

กลับทำให้ดิฉันรู้สึกว่าบางครั้งการที่ไม่พบเห็นปาฏิหารย์มากมายนั้นเป็นเรื่องที่ดีสำหรับดิฉันมากกว่า

ความนับถือของดิฉัน ไม่คยเกิดเพราะมีใครมาทักว่ามีองค์ เห็นใครในตัวเรา แต่ศรัทธาของดิฉันเกิดจากใจล้วนๆ และ

เกิดจากความเชื่อที่ว่า คนคิดดี ทำดี ต้องได้รับความเมตตาจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และ ต้องได้ดีค่ะ

ดิฉันเป็นอีกคนหนึ่งที่นับถือศาสนาพุทธ

ดังนั้น ย่อมมีความปราถนาดีต่อคนอื่นๆ

เมื่อเรารู้สึกถึงสิ่งดีๆที่ได้รับจากความเมตตาของสิ่งศักดิ์สิทธ์ก็ย่อมอยากให้ผู้อื่นได้รับสิ่งนั้นเช่นกัน
และมีความเชื่อว่า การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง

เพื่อนๆที่สนใจสามารถ ร่วมบุญสมทบทุนในการจัดพิมพ์หนังสือธรรมมะได้ค่ะ

หรือหากต้องการรับหนังสือธรรมมะ กรุณาเมลชื่อ ที่อยู่ของท่านมาให้ดิฉันเพื่อขอรับสื่อธรรมมะเช่นกันค่ะ

ขอสงวนสิทธ์ในการจัดส่งตามความสะดวก(และกำลังทรัพย์นะคะ)

ขอให้บุญรักษาทุกๆท่านค่ะ


คุณน้ำ
Friends' blogs
[Add khun naam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.