images by free.in.th

Group Blog
  • images by free.in.th
  • images by free.in.th
  • images by free.in.th
  • images by free.in.th
  • images by free.in.th
  • images by free.in.th
  • images by free.in.th
  • images by free.in.th
  • images by free.in.th
  • images by free.in.th
 
All blogs
 

Review: Sena ผลิตภัณฑ์ช่วยลดน้ำหนักและdetoxด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ



lozocat


สวัสดีค่า เนื่องจากมีโอกาสได้ทดลองทานผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักตัวหนึ่งได้ 1 สัปดาห์เลยอยากนำมาเล่าสู่กันฟังเล็กๆน้อยๆ เนื่องจากกระแส healthy ในหมู่สาวๆหนุ่มๆปีนี้มาแรงมาก

ตัวที่เราทานชื่อว่า Sena ซึ่งทางแบรนด์เคลมว่าเป็นผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักด้วยธรรมชาติ 100% หน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ








สรรพคุณโดยสรุปง่ายๆคือช่วยทั้งในเรื่อง
-การ clean ลำไส้ หรือ detox นั่นแหละ
-block แป้ง
-burn ไขมัน
-build กล้ามเนื้อ
-บรรเทาความอยากอาหาร










วิธีทานก็ง่ายๆ แค่เทผงออกมาแล้วชงกับน้ำดื่มอุณหภูมิห้อง ดื่มวันละ 1 ซองก่อนนอน ชงออกมาจะเป็นน้ำสีเขียวแบบนี้ค่ะ








-เอาเรื่องรสชาติก่อนนะคะเพราะเป็นสัมผัสแรกที่ทุกคนจะconcernก่อน เราว่ากลิ่นเหมือนกีวี่ หรือเกรปฟรุ้ต อะไรทำนองนั้นคือทานไม่ยาก หอมๆเหมือนผลไม้กึ่งผักนิดๆ ไม่หวาน (แต่เราเป็นคนชอบหวานนิดๆ นึกอยากจะเติมน้ำเชื่อมลงไปเหมือนกันนะ)

-ผลที่ได้ ถ้าเรื่องขับถ่าย ส่วนตัวเราก็ธาตุแข็งพอควรคือถ้ามื้อเย็นไม่ได้ทานแป้งหรือทานน้อย แล้วดื่มตัวนี้ก่อนนอนตอนเช้ามาเราไม่ถ่ายนะ แค่ปวดมวนๆนิดๆ แต่ถ้าคนธาตุอ่อนหรือขับถ่ายไม่ได้ยากเย็นอยู่แล้ว แล้วเกิดอยากจะคลีนตัวเองเพราะวันก่อนหน้าทานไปเยอะพุงป่องๆ ตัวนี้น่าจะช่วยได้ ทานก่อนนอนตอนเช้าก็ถ่ายปกติ มันจะไม่ได้ปวดมากมายอะไรก็คือเหมือนปวดเข้าห้องน้ำตามปกติ ถ้าใครกลัวเรื่องจะไปปวดเข้าห้องน้ำกลางทางตอนเช้า แนะนำให้เริ่มทานคืนวันศุกร์หรือเสาร์ก่อน จะได้รู้ว่าตัวเองประมาณไหน

-เรื่องผิวพรรณ อันนี้เนื่องจากเราลองทานไปเป็นระยะเวลาสั้นๆคือ5-7วัน มันก็ยังไม่ส่งผลอะไรชัดเจนเรื่องนี้ จากประสบการณ์นะ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทุกตัวที่จะช่วยส่งผลเรื่องผิวพรรณแนะนำให้ทาน1-2เดือนขึ้นไป จึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงค่ะ





โดยสรุปเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทานไม่ยาก สำหรับคนที่ธาตุอ่อนแนะนำให้ลองทานครึ่งซองก่อนก็ได้ถ้ารู้สึกว่าโอเคแล้วค่อยเพิ่มปริมาณเป็น 1 ซอง ผลที่ได้มากน้อยขึ้นกับปัจจัยแวดล้อมของแต่ละคน เช่นนิสัยการทาน อายุ วินัยการออกกำลังกายนะคะ สำหรับเราผ่านหลัก4มาแล้วหลายปี การเผาผลาญไม่ได้ดีนัก การรักษาสุขภาพและรูปร่างจึงขึ้นอยู่กับการกินเป็นหลัก การออกกำลังกายอีกซัก 30% ส่วนผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ก็เอาไว้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งร่วมกับการดูแลสุขภาพนะคะ

Smileyสุดท้ายขอบคุณ sena สำหรับผลิตภัณฑ์ที่แบ่งปันมาให้ทดลองค่าSmiley




 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2559    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2559 23:04:50 น.
Counter : 1498 Pageviews.  

Review: Beyond x Alice in blooming snow cushion



lozocat


สวัสดีค่า คาดว่าหลายคนที่เป็นสาวกบิวตึ้หรือติดตามอัพเดทไอเท็มความงามสายเกาหลีอยู่เรื่อยๆ คงพอคุ้นกับแบรนด์นี้กันบ้างแล้วคือ Beyond ซึ่งเมื่อปลายปีที่ผ่านก็สร้างกระแสกรี๊ดกร๊าดกับ collection Alice in wonderland มาแล้ว

วันนี้เราได้ไอเท็มในคอลเล็คชั่น Alice มาเชยชมกับเค้าบ้าง ล่าสุดเป็นตัว cushion ที่ออกมาใหม่เป็น 2nd edition ใช้ชื่อว่า Alice in blooming มาดูความน่ารักของเค้ากันค่ะ (คำบรรยายใต้ภาพ)









รุ่นนี้จะต่างกับตัวเก่าตรงที่ Alice in blooming จะเน้นเรื่องความ bright และออกไปทาง pink tone มากกว่านิดหน่อย แบรนด์เค้าเคลมไว้ว่า "maintains bright skin with micro foam cushion"
มี2เบอร์คือ 01 Pink beige / 02 Natural beige เราได้เบอร์01 ค่ะ ส่วนตัวเก่าเป็นรุ่น glow เดาว่าน่าจะได้ลุคฉ่ำกว่าตัวนี้หรือเปล่าไม่แน่ใจ






ก็ถือว่าขาวทีเดียว เหมาะกับคนผิวขาว ขาวอมชมพูอะไรทำนองนี้







ลองลงครึ่งหน้าซ้ายมือบางๆ1รอบ ใช้วิธีกดๆเอา ถือว่าปกปิดดีเลยถ้ากดๆซ้ำอีกก็จะยิ่งปกปิดกว่านี้ เนื้อค่อนไปทางแมตเล็กๆนะ หรือเราชินกับ cushion ที่ฉ่ำกว่านี้มาหลายอันก็ไม่รู้ รู้สึกว่าตัวนี้ไม่ฉ่ำเท่าไหร่





แอบแถมให้ดู eye shadow ตัวนี้ไม่ใช่ฝุ่นนะออกครีมๆหน่อย จะลองแต่ง finish look ดูโดยใช้ไอเท็มที่เป็นครีมๆหรือ cushion ทั้งหมดทั้งตาแก้มปาก และจะไม่ลงแป้งหรือลงแค่ใต้ตาเท่านั้นเพื่อเผยความโกลว์ของผิวตามสไตล์เกาหลีเค้า





ลุคนี้ไม่ลงแป้งเลย แตะคอนซีลเลอร์ใต้ตาเล็กน้อย ทำให้พอเห็นความวาวของผิวบ้าง





อย่างที่บอกว่าเบอร์นี้ค่อนข้างขาว พออยู่ outdoor แล้วผิวจะสว่างออร่าหน่อย จะบอกว่าจุดเด่นอีกเรื่องคือ เนื้อcushionเขาหอมมากๆเลย กลิ่นสดชื่นมาก





อันนี้ถ่ายคนละวันกัน ใช้แป้งฝุ่นไล้ทั่วหน้าเล็กน้อย


พอหอมปากหอมคอละ จริงๆมีแฮนด์ครีม nail sticker ด้วย ยังเอาออกมาใช้ไม่หมดเลย เสียดาย hahaha อันนี้มีน้องที่รู้จักไปเกาหลีมาเลยได้มาในราคาไม่แพงค่ะประมาณ 21000 won cushion รุ่นนี้รู้สึกมีขายเป็นเซ็ทด้วยนะ คือขายคู่กันกับรุ่น Alice in wonderland ในราคา 34000 won ไม่รู้หมดไปหรือยัง เราชอบสะสม cushion แพ็คเกจน่ารักๆแบบนี้ เดี๋ยวจะทะยอยเอาออกมารีวิวให้ดูอีกนะคะ







 

Create Date : 31 มีนาคม 2559    
Last Update : 31 มีนาคม 2559 22:23:23 น.
Counter : 2380 Pageviews.  

Review: Mille 6D Tattoo Brow Gel


สวัสดีค่า วันนี้มาแนะนำ item ที่เพิ่งสอยมาลองแล้วรู้สึกชอบเพราะมันทำให้ชีวิตง่ายขึ้นอีกหน่อยนั่นคือเรื่องคิ้วๆของเรานั่นเองตัวนี้ชื่อว่า 6d tattoo brow gel ของแบรนด์ Mille เราซื้อสีอ่อนมาค่ะมันจะมีสีเข้มกว่านี้อีกสีนึง อันนี้ซื้อจากร้าน Eve and Boy (คำบรรยายใต้ภาพ)

 






หน้าตาจะเป็นแบบนี้ค่ะ ขวดเหมือนมาสคาร่าตัวแปรงเหมือนกึ่งๆแปรงทาลิปกับแปรงทาอายไลเนอร์ส่วนเนื้อผลิตภัณฑ์มันจะเย็นๆนิ่มๆหยุ่นๆ ถ้าใครเคยลองมาส์กดำของ Kose ก็นั่นแหละ กลิ่นเดียวกันเลยเนื้อก็คล้ายๆกัน(แต่จะต่างกันตอนลอกออกนิดนึงเดี๋ยวว่ากันต่อ)

 

 

มาลองกัน

 




รูปบนเป็นรูปคิ้วธรรมชาติเราเอง (เนื่องจากลืมถ่ายรูปBeforeเอาไว้เลยไปค้นรูปเก่าๆสมัยทำ how to ปีก่อนๆ ทรงคิ้วจะยังโค้งกว่าปัจจุบันหน่อยหลังๆจะกันให้มันออกตรงๆมากขึ้นไม่โก่งเยอะนะคะ)ส่วนรูปล่างเราก็ป้ายเจลลงไปตามทรงที่เราอยากให้เป็นแต่ไม่ควรต่างไปจากทรงเดิมมากนัก




ทิ้งไว้ 1 คืนแล้วค่อยๆลอกออกค่ะอันนี้เท่าที่เราเคยอ่านมาบางคนก็ทิ้งไว้แค่ 15-20 นาทีแล้วแต่นะคะเราลองครั้งแรกก็ทิ้งข้ามคืนไปเลยและสำหรับท่านที่กลัวว่ามันจะไปเลอะหมอนตอนเราหลับไม่มีปัญหานะเพราะจริงๆตัวเจลมันจะแห้งใน 15-20 นาทีแรกอยู่แล้วถ้าเผลอเอาหน้าไปถูหมอน อย่างมากมันก็ลอกๆหลุดออกมาแค่นั้น ไม่เลอะค่ะส่วนตอนลอกไม่ต้องกลัวว่าขนคิ้วจะหลุดออกมาด้วย มันจะเป็นเจลหยุ่นๆดึงออกง่าย (ไม่เหมือนมาส์กกระชากวิญญานของkose นะถึงแม้กลิ่นจะเหมือนกันก็ตาม)

 

tips : ถ้าอยากให้สีคิ้วเห็นชัดและไม่แหว่ง แนะนำว่าเวลาป้ายให้ป้ายหนักนิดนึงจนเรารู้สึกเย็นๆให้เนื้อเจลลงไปที่ผิวอย่าป้ายแค่เคลือบขนคิ้ว และแนะนำให้ป้ายเป็นเส้นบางๆก่อน ถ้าจะเอาทรงหนาขึ้นมาเติมทีหลังได้ค่ะหากระหว่างป้ายแล้วเจลมันเลอะออกมานอกกรอบที่เราอยากได้ ให้ใช้คัตตอนบัดส์แตะพวก eyes remover แล้วค่อยๆเช็ดแต่งทรงเอาก่อนเนื้อเจลจะแห้ง

 

มาดูกันว่าเสร็จแล้วเป็นงัย

 






คือ ชอบเลยอะ รู้สึกว่าตื่นมาแล้วสวยเลยแลดูธรรมชาติ(ไม่ลงโทษ) ทีนี้ถ้าจะลงเมคอัพให้ดูมีอะไรกว่านี้นิดนึงก็แค่เติมๆละประหยัดเวลาขึ้นมากสำหรับเรา




เราใช้เจลครีมแต่งคิ้วเสริมให้มันดูฟุ้งๆนัวๆและทรงหนาเป็นเส้นตรงขึ้นมาอีกนิด ใช้เวลาแป๊บเดียวเอง ดีงามมากสำหรับวันเร่งรีบ

 

ทีนี้มาดูตอนล้างบ้าง หลุดไม่หลุด




รูปบนคือหลังจากเอาออยล์ล้างเครื่องสำอางค์(เราใช้ของIpsa) ลูบๆเมคอัพออกทั้งหน้า แต่ตรงคิ้วเราก็ลูบเบานิดนึง ก็ยังไม่หลุดนะส่วนรูปล่างคือล้างหน้าด้วยโฟม เช็ดหน้าเรียบร้อยแล้วก็จางลงไปนิดๆแต่โดยรวมสียังอยู่

 

สรุปเรื่องความติดทนอันนี้ทางแบรนด์เคลมไว้ว่าราวๆ 1 สัปดาห์ แต่ถ้าสำหรับคนล้างหน้าหลายขั้นตอนอย่างเรา(cleansingoil/cleansing cream/milk lotion/foam) เราว่าคงอยู่ได้ซัก 2-3 วัน(วันที่เขียนรีวิวนี่เพิ่งจะวันแรก) เดี๋ยวจะมา update ให้ทราบอีกที

 

ข้อดีอีกอย่างคือ ราคาไม่แพง ราวๆ300กว่าบาท และมันช่วยประหยัดเวลาเขียนคิ้วตอนเช้าได้เยอะสำหรับเราค่ะ

 

บุญรักษา เจอกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ

 



 




 

Create Date : 20 มกราคม 2559    
Last Update : 21 มกราคม 2559 17:53:04 น.
Counter : 982 Pageviews.  

Review: 3CE Stylenanda Drawing Lip Pen Kit



Blog แรกและคงเป็น Blog เดียวของปี 2015 Smiley เป็น item ที่รีวิวแล้วสนุกดี เลยนำมาแปะลงบล็อกค่ะ ปะ ไปดูกันกับลิปแมตแบบดินสอที่มาแรงในช่วงนี้



(โอ๊ะ ไม่ได้เขียนบล็อกนาน หน้าตาcontent มันแปลกไป รูปใหญ่โตมากขอโทษทีนะคะ)

เจ้าตัวนี้เป็นเซ็ท lip pencils เนื้อแมทที่เพิ่งออกมาไม่นานของแบรนด์เกาหลีสุดฮิปแบรนด์นี้ 3CE stylenanda นั่นเอง ตอนนี้มีช็อปที่เอ็มควอเทียร์ กับ พารากอน (แต่เราไม่ทราบว่าสินค้าตัวนี้มีหรือเปล่านะคะ เพราะยังไม่เคยเข้าไปทั้ง2shop เนื่องจากบ้านไกล อันนี้เราฝากคนหิ้วมาจากเกาหลีค่ะ)

ไม่พูดเยอะล่ะ ไปดูสีบนปากกันเลย



(รูปจะใหญ่ไปไหน ใหญ่จนเครียด Smiley )

จุดเด่น บอกเลยว่าเนื้อดินสอเขียนง่ายมาก นุ่ม ลื่น ซึ่งเราว่ามันทาง่ายกว่าลิปแมทแบบแท่งลิปสติกของแบรนด์เองซะอีกนะ เพราะเรามีแท่งที่เป็นปลอกสีชมพูตัวหนังสือดำอยู่แท่งนึง รู้สึกว่ามันแมทไป ขนาดลงลิปมันแล้วก็ยังดูแห้งๆ แต่อันนี้พอลงลิปมันแล้วบางทีต้องเอาทิชชู่ซับออกหลังทาเสร็จ ไม่งั้นมันจะดูไม่ค่อยแมทสำหรับบางสี

ข้อเสีย คือมันต้องมานั่งเหลาอะ ไม่เหมาะสำหรับคนขี้เกียจ(อย่างเรา) และอีกอย่างก็น่าจะเป็นราคาเนาะ คือถ้ามีเพื่อนมาแชร์สีที่เราไม่ค่อยได้ใช้ ก็อาจจะช่วยประหยัดขึ้นนะ เพราะมันก็ไม่ได้เหมาะกับเราทุกสี แต่...แต่... มันก็มีทางออก

เพราะความสนุกมันอยู่ตรง การผสมสีนี่แหละ บอกเลยว่าความสวยมันอยู่ตรงการไล่สีนี่แหละ มีตัวอย่างให้ดูกัน



คือมันสนุกตรงนี้ เปลี่ยนไปทุกวันไม่มีเบื่อ แถมสีส่วนใหญ่เป็นแนวหวานๆ candy ซะครึ่งตลับละ ถูกใจถูกสไตล์เรามาก

มาดูรัวๆกัน












ดีงามนะ เราว่า ตอนนี้ใช้แต่ตัวนี้ทุกวันเลย mix ไปเรื่อยๆ

จบการรีวิวส่งท้ายปีแต่เพียงเท่านี้จ้า พบกันใหม่เมื่อเวลาอำนวย สวัสดีค่ะ




 

Create Date : 31 ธันวาคม 2558    
Last Update : 31 ธันวาคม 2558 22:07:24 น.
Counter : 52183 Pageviews.  

Preview : Hello Kitty House Bangkok ร้านกาแฟและสปาคิตตี้แห่งแรกในเมืองไทยจ้า

lozocat


สวัสดีค่า วันนี้มาอัพเดทเรื่องน่ารักๆถูกใจสาวๆสาวกคิตตี้กันดีกว่า

หลายๆคนคงทราบข่าวกันบ้างแล้วว่า เดือนสิงหาคมนี้ Hello Kitty House Bangkok จะมาเปิดตัวกันอย่างเป็นทางการที่สยามสแควร์วัน ชั้น G โดยย่อ บริการของร้านก็จะมีในส่วนของร้านกาแฟ เบเกอรี่ สปา และ ทำเล็บ วันนี้เรามีโอกาสผ่านไปเลยแวะซื้อบัตร คล้ายๆบัตรเมมเบอร์ทั่วไปอะค่ะ คือจ่ายไปเท่าไหร่ก็ใช้บัตรนี้ซื้อบริการในร้านได้ตามมูลค่าบัตรของเรา หน้าตาของบัตรจะเป็นแบบนี้ค่ะ







มีบัตรแข็ง1ใบคล้ายๆบัตรเครดิต / คูปองเพื่อแลกรับเครื่องดื่มและ/หรือของกำนัล ตามที่ระบุหน้าบัตร/ กล่องใส่บัตรด้านในบรรจุแผ่นพับเงื่อนไขการใช้บัตรและรายละเอียดต่างๆ


มูลค่าบัตรที่ขายจะมีให้เลือก3ราคา คือ 2500/5000/10000 บาท เนื่องจากเท่าที่เราสอบถามราคาและโปรแกรมการให้บริการต่างๆ ยังไม่มีออกมาชัดเจน เราเลยเลือกแบบกลางๆไว้ก่อนคือ 5000 บาทค่ะ

โปรโมชั่นที่ได้คือ หากเราชำระด้วยบัตรวีซ่า จะท๊อปอัพยอดเงินให้อีก 10% ดังนั้นมูลค่าในบัตรของเราที่จ่ายไป 5000 จะใช้ได้จริงคือ 5500 ค่ะ ตัวการ์ดจะมีอายุ 3 ปี แต่มูลค่าเงินสดในบัตรจะมีอายุ 1 ปีนับจากวันที่ซื้อบัตรนะคะ โดยมูลค่าที่เราสามารถเติมเงินได้ครั้งต่อไปจะมีตั้งแต่ 100-49,999 บาทค่ะ และเราได้ของแถมเป็นกระเป๋าในเครื่องสำอางค์สำหรับเดินทางด้วย แต่ของยังไม่มีนะ มารับได้อีกทีประมาณต้น-กลางเดือนสิงหาค่ะ


มาคั่นด้วยบรรยากาศในร้านกันเล็กๆน้อยๆ สาวๆคงชอบแน่นอนมีมุมให้ถ่ายรูปเยอะเลย (แต่ตอนที่เราไปเขามีประชุมพนักงานและยังมีการตกแต่งเพิ่มเติมบางส่วน จึงไม่ได้เปิดให้ถ่ายรูปได้ทั้งหมดค่ะ ไม่ได้เอากล้องไปด้วย ถ่ายจากมือถือมานิดๆ)















เมื่อได้บัตรมาแล้ว ควรจะเข้าไปลงทะเบียนบัตรของเราที่ www.sanriohellokittyhousebangkok.com ด้วยนะคะ ซึ่งทางเวบไซท์จะเปิดให้ลงทะเบียนได้วันที่ 2 สิงหาคม นี้ค่ะ

การลงทะเบียนจะทำให้เราสามารถสะสมคะแนนจากยอดการใช้จ่ายของเราเพื่อแลกรางวัลต่างๆได้ด้วยค่ะ (ทุกๆการใช้จ่าย 10 บาทจะได้ 1 คะแนนนะจ๊ะ)

ขอติเล็กน้อยตรงที่ ยอดเงินสดในบัตรมีอายุ 1 ปีนับจากวันที่ซื้อบัตร นั่นคือเราซื้อวันนี้บัตรจะหมดอายุวันที่ 31 กค 2015 แต่ร้านกว่าจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการก็วันที่ 8 สค ดังนั้นเราว่าจริงๆแล้วควรจะให้บัตรเริ่มใช้งานและหมดอายุตามวันเวลาจริงที่ทางร้านเปิดให้บริการมากกว่าค่ะ

และคูปองแลกรับเครื่องดื่มก็เช่นกัน มีอายุเพียง 2 เดือน นับจากวันซื้อบัตร ซึ่งเดี๋ยวว่าจะไปถามทางร้านอีกทีว่าจะนับวันกันอย่างไร หากนับจากวันนี้ที่ร้านเปิดให้บริการก็ยังโอเคค่ะ แต่นับจากวันนี้ไม่โอเคนะ haha

โดยรวม ก็ตื่นตาตื่นใจนะ สำหรับสาวกคิตตี้ สำหรับตัวเราคงจะไปหลังจากเปิดบริการแล้วไปซักพัก เพราะคาดว่าคนล้นหลามแน่นอน สาวๆที่สนใจลองแวะไปดูที่สยามสแควร์วัน นะคะ


อ้อ และเวบไซท์ของร้านจะเป็นอันนี้ค่ะ www.hellokittyhousebangkok.com คนละอันกับที่ระบุให้ลงทะเบียนบัตรนะจ๊ะ




 

Create Date : 01 สิงหาคม 2557    
Last Update : 1 สิงหาคม 2557 0:46:56 น.
Counter : 4298 Pageviews.  

1  2  

fashionizy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]






Friends' blogs
[Add fashionizy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.