สุดฟ้าสิ้นรอยทราย . . . ตอนที่ 40
สุดฟ้าสิ้นรอยทราย . . . ตอนที่ 40







เบื้องหน้าของเด็กน้อยเต็มไปด้วยทหารอียิปต์มากมายจนสุดลูกหูลูกตาเมดูอาไม่เคยเห็นคนเยอะขนาดนี้มาก่อน...เท้าคู่น้อยเริ่มสั่นเทาเมื่อตระหนักได้ว่าหากจะเอาชนะผู้ชายตรงหน้าด้วยทัพของชาวฮิคโซสเพียงอย่างเดียวคงไม่มีวันชนะได้เลย...ร่างเล็กเดินตามพระปฤษฎางค์ขององค์ฟาโรห์ด้านหลังของเธอมีลามูจาและอารีฟ...ถัดไปก็มีบาสเททกับกาเนททุกคนอยู่ในชุดนักรบชวนดูน่าหวั่นเกรง

วันนี้เด็กน้อยได้รับอนุญาตให้แต่งกายด้วยชุดเบดูอินสีขนนกกาเต็มยศตั้งแต่หัวจรดเท้าโผล่ออกมาแค่ใบหน้าจิ้มลิ้มและดวงตาสีทราย...ดูแปลกตากว่าทุกครั้งและยิ่งดูเด่นเมื่อยู่ในกองทัพของทหารอียิปต์ ... แต่ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าเจ้าเปี๊ยกคนนี้มีความสำคัญกับองค์ฟาโรห์มากนัก

เมดูอาได้ยินเสียงตะโกนของเหล่าทหารม้าและทหารเดินเท้าไปทั่วลานกว้าง...เมื่อวรกายของผู้เป็นใหญ่เห็นอียิปต์ตอนบนเสด็จขึ้นทรงม้าศึกก่อนจะชูดาบประจำตัวเป็นสัญญาณในการพร้อมรบ

ทุกสรรพเสียงเงียบสนิทเพื่อรอฟังคำสั่งขององค์ฟาโรห์ในขณะที่คนอื่นๆ เริ่มพาตนเองขึ้นม้าของตนอย่างเงียบๆ ทุกคนมีสีหน้าเรียบเฉยไม่ต่างกัน

เด็กน้อยเห็นธอธถูกจูงมาตรงหน้าก็ดีใจที่อย่างน้อยครั้งนี้เธอไม่ได้ทิ้งเพื่อนคู่ยากไว้เพียงลำพังในดงศัตรู...น้ำเสียงใสกระซิบข้างหูก่อนจะลูบแผงคอม้าเมื่อมันเอาหัวมาดุนตรงไหล่อย่างคุ้นเคย... เด็กสาวพาตนขึ้นไปนั่งบนอาชาสีหมอกมือเล็กกระชับบังเหียนเข้าหาตัว... ก่อนจะกระทุ้งข้างลำตัวเบาๆเพื่อให้มาออกเดินทันทีที่ได้ยินสุรเสียงสั่งการ

“เคลื่อนพลได้”

เมื่อสัญญาณในการเคลื่อนทัพเริ่มขึ้นเด็กน้อยก็ได้ยินเสียงตะโกนอย่างฮึกเหิมของเหล่าทหารอีกคราคราวนี้มันดังก้องจนเด็กน้อยรู้สึกขนลุกโดยไม่ทราบสาเหตุ...เธอไม่เข้าใจในเมื่อพวกเขากำลังจะเดินทางไปสู่ความตายแต่ทำไมยังฮึกเหิมได้ถึงขนาดนี้

เมื่อขบวนเสด็จขององค์ฟาโรห์เริ่มเคลื่อนพล...เหล่าข้าราชบริพานที่ตามมาส่งเสด็จต่างค้อมกายถวายความเคารพ...เหล่านักบวชที่ยืนอยู่ไม่ไกลกันนักสวดมนต์เพื่อบูชาเทพเซทให้องค์ฟาโรห์ทรงชนะศึกในครานี้

แม่ทัพเนคนุมถูกสั่งให้ดูแลตัวเมืองอียิปต์ในช่วงที่องค์ฟาโรห์ไม่อยู่...ด้วยเป็นผู้เดียวที่โอซาเมซิสไว้วางพระทัยมากกว่าผู้ใดอีกทั้งแม่ทัพเนคนุมผู้ที่เริ่มชราไปตามกาลเวลายังรั้งตำแหน่งขุนนางขั้นสูง...ทำให้เขาต้องรับผิดชอบหน้าที่นี้อย่างเต็มที่...ทั้งที่เขาอยากจะออกไปร่วมรบกับพวกพ้องใจจะขาดแต่ก็ไม่สามารถขัดพระประสงค์ได้แม่ทัพเนคนุมกำชับบุตรชายที่รั้งตำแหน่งแม่ทัพในศึกครานี้ให้ถวายอารักขาองค์ฟาโรห์โอซาเมซิสยิ่งชีพ

“ข้าจะถวายการดูแลองค์ฟาโรห์ให้ดีที่สุดท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วง...ได้โปรดดูแลตัวเองด้วย”คำพูดของแม่ทัพหนุ่มกินความหมายถึงให้ระวังพวกที่ลอบแทงข้างหลังในช่วงที่องค์ฟาโรห์ไม่อยู่...ชายชราพยักหน้ารับ

ทั้งสองคนรู้ดีว่าใครบ้างที่จ้องจะล้มองค์ฟาโรห์แล้วก้าวเป็นใหญ่แทน..แต่ตราบใดที่หลักฐานยังไม่ปรากฏชัดเจนพวกเขาก็มิอาจจะกล่าวหาใครอย่างเลื่อนอลยได้ถึงตอนนี้จะยังจับไม่ได้คาหนังคาเขา...แต่การที่องค์ฟาโรห์ออกไปจากวังหลวงแบบนี้พวกที่จ้องเก้าอี้ของอียิปต์ตอนบนมีหรือจะไม่โผล่หางออกมา

ขอให้มันโผล่ออกมาทั้งหัวทั้งหางเถอะน่า...เขามีวิธีที่จะจัดการให้มันหายไปจากโลกอย่างเงียบๆก่อนที่องค์ฟาโรห์จะเสด็จกลับจากศึกครานี้แน่นอน

แม่ทัพเมเนคโค้งศรีษะให้บิดาก่อนกระตุกบังเหียนห้าให้ออกเดินตามขบวนเสด็จขององค์ฟาโรห์...เหล่านายกกองและพลทหารม้าเริ่มเคลื่อนพลออกเดินตามท่านแม่ทัพเมเนค

ทัพขององค์ฟาโรห์ที่ออกมาจากวังหลวงผ่านบ้านเรือนและผู้คน ชาวบ้านบางคนก็โห่ร้องอวยชัยให้ทัพอียิปต์บางคนก็มีสีหน้าเศร้าสร้อยที่ญาติสนิทมิตรสหายต้องจากไปไกลแถมการจากคราวนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่มีใครทราบได้...ขบวนเสด็จผ่านมาตรงท้ายตลาดที่เธอกับเมฟูเคยมาตั้งกระโจมพักเมื่อครึ่งปีก่อน ผ่านบ้านเรือน...เรียบแม่น้ำไนล์ที่ทอดตัวเลี้ยงชาวอียิปต์

บ้านเรือนที่เริ่มหนาแน่นค่อยๆ กระจายตัวอยู่ห่างๆ ในที่สุดเบื้องหน้าภาพที่เธอหวาดกลัวมาตลอดก็ปรากฏขึ้น...หมู่บ้านทาสของชาวฮิคโซสที่ถูกเกณฑ์ให้มาร่วมสงครามในครั้งนี้ด้วย

ทาสชาวฮิคโซสนับหมื่นยืนรอราวกับไม้ตายซากทุกคนไม่มีชุดเกราะเหมือนทหารอียิปต์อาวุธก็เป็นหินแร่ชั้นเลวที่ดูเพียงตาเปล่าก็รู้ได้ทันทีว่าคงไม่ทนทานนัก...ทั่วทั้งบริเวณไม่มีแม้แต่เสียงโห่ร้องด้วยความยินดี

ด้านหนึ่งมีกลุ่มเด็ก... สตรี และคนชรายืนจับกลุ่มกันอยู่ถึงจะเห็นไม่ชัดแต่เมดูอาก็รู้ว่าหน้าตาของพวกเขาเหล่านั้นเศร้าสร้อยราวกับหมดกำลังใจหูของเมดูอาเหมือนจะแว่วเสียงร้องไห้ของอิสตรี จนเธอเองทนไม่ได้ต้องก้มหน้าก้มตาควบเจ้าธอธผ่านตรงนั้นให้เร็วที่สุด

ถึงแม้จะขอโทษพวกพ้องเท่าไรก็คงไม่พอ...สิ่งที่เธอทำได้ในตอนนี้คือจัดการตามแผนให้สำเร็จอย่างน้อยมันจะช่วยลดการสูญเสียลงไปได้เยอะ

แต่ในใจของเด็กน้อยก็ยังได้ยินเสียงตำหนิตนเองดังก้องอยู่ในใจ

เธอเป็นผู้นำชาวฮิคโซสไม่ใช่ฤๅ... ใยจึงปล่อยให้พวกพ้องไปตายง่ายๆเช่นนี้... ช่างไม่คู่ควรกับความภักดีที่พวกเขามอบให้เลยจริงๆ

ดวงตาสีทรายหวนคิดถึงเมื่อตอนที่เธอถูกลงโทษไปเป็นทาสก็ได้พวกพ้องคอยช่วยเหลือ...แต่ตอนนี้เธอทำอะไรให้พวกพ้องได้บ้างเล่า

...ไม่มีเลย...

“ข้าเกลียดเจ้าเมดูอา”ดวงตาสีทรายไหววูบเมื่อน้ำตาเอ่อคลอจวนเจียนจะหยดเด็กสาวรีบกลั้นความข่มขืนลงไปในอก

สักวันพวกอียิปต์ต้องชดใช้...ที่พาพวกพ้องของเธอไปตายในครั้งนี้




“อย่าลืมนะ!! ว่าเจ้าสัญญาอะไรกับข้าเอาไว้...งานนี้ต้องไม่พลาดเจ้าเด็กนั่นจะกลับมาอียิปต์ไม่ได้อีกเป็นครั้งที่สอง” เนราเรกระซิบกับบุคคลผู้หนึ่งที่แอบเร้นร่างกายอยู่ในเงามืด

“เจ้าไม่ต้องห่วง.. ข้าได้ส่งลูกน้องข้าเข้าไปในกองทัพเพื่อจัดการมันตามที่เจ้าต้องการแล้วคราวนี้ก็เหลือแต่เพียงเจ้าเท่านั้นล่ะที่ต้องทำให้องค์ฟาโรห์กลับมาลุ่มหลงเจ้าให้ได้”

เนราเรยิ้มเหยียด

“แน่นอน! ไม่มีมัน...องค์ฟาโรห์ก็ต้องกลับมาสนใจข้าเหมือนเมื่อก่อน” หญิงสาวคิดถึงอดีตที่คอยได้รับใช้องค์ฟาโรห์ตั้งแต่ยังทรงเป็นพระยุพราชเยาว์วัยไม่ว่ายังไงเธอก็จะใช้เสน่ห์ที่มีอย่างล้นเหลือผูกมัดพระองค์อีกคราถ้าเพียงแต่ไม่มีมารที่ชื่อเมอามาขัดขวาง

เมื่อไร้คนที่คอยอยู่ข้างกายเธอเชื่อว่ายังไงองค์ฟาโรห์ต้องหันกลับมามองเธอเหมือนเมื่อครั้งอดีต

มีหรือ...คนที่เคยคุ้นในรสเสน่หาอันเร่าร้อนจะลืมเธอลง!!




ท่ามกลางท้องนภากลาดเกลื่อนไปด้วยหมูดาวและแสงแห่งจันทรา กองทหารแห่งอียิปต์ตรึงกำลังอยู่กลางทะเลทราย...คืนแรกที่ต้องอยู่ท่ามกลางทะเลทรายอันหนาวยะเยือกทำให้เหล่าทหารบางคนที่อยู่ยามถึงกับปากสั่นเสียงฟันกระทบกันดังกึกๆบ้างก็อาศัยไออุ่นของกองไฟช่วยคลายหนาว

ถึงแม้อียิปต์ตอนบนจะมีทะเลทรายอยู่บ้างแต่ก็ยังมีต้นไหม้พืชหญ้าอยู่อย่างหนาแน่นคอยกั้นไม่ให้ลมทะเลทราย และไอเย็นและความร้อนจากทะเลทรายได้เข้ามากร้ำกรายถึงด้านในตัวเมือง

แต่ตอนนี้กลางเวิ้งฟ้ากว้างหันไปทางไหนก็เห็นแต่เงาทะมึนของภูเขาทรายแถมลมที่พัดมาต้องร่างแต่ละครั้งก็หนาวเหน็บราวกับโดนคมมีดบาด ...แต่พอเทพเจ้าราเสด็จประทับมาในเวลากลางวันทั่วท้องทะเลทรายก็ร้อนระอุจนแทบจะแผดเผาทุกสิ่งให้มอดเป็นจุลมีเพียงคนเดียวในกองทัพที่ดูจะไม่อาทรร้อนใจกับอากาศที่หนาวเย็นลงทุกที ตรงกับข้ามเด็กน้อยกลับดูเริงร่าราวกับนกน้อยที่ออกจากกรงโผบินสู่อิสรภาพบนผื่นทรายกว้าง

โอซาเมซิสเงยหน้าจากกองไฟที่อยู่ตรงหน้าเพื่อมองลูกทะเลทรายพระโอษฐ์แย้มเมื่อเห็นเด็กน้อยร่าเริงขึ้นตั้งแต่ออกมาจากอียิปต์...เขากำลังนึกเป็นห่วงที่อีกฝ่ายดูนิ่งเงียบไปดวงตาสีทรายมีความทุกข์ตั้งแต่รู้จักกันเขาไม่เคยเห็นเด็กน้อยมีสีหน้าเศร้าสร้อยจนเหมือนคนจะร้องไห้มาก่อน

เสียงสั่งการของเมอาให้เหล่าทหารคอยดูแลกองฟืนไม่ให้มอดดับพลางพูดขู่ถึงความอันตรายของทะเลทรายยามค่ำคืนหากปล่อยให้กองไฟดับเด็กน้อยเดินลาดตระเวนไปทั่วราวกับจะช่วยเขาดูแลทุกคนโดยมีลามูจาเดินไปอารักขาอยู่ห่างๆส่วนกาเนทกับบาสเททจำต้องช่วยท่านแม่ทัพเนคนุมคอยอารักขาเมืองหลวงในช่วงที่องค์ฟาโรห์ไม่อยู่

องค์ฟาโรห์หนุ่มถูกพระหัตถ์เพื่อไล่ความหนาวเย็นที่พัดมาต้องพระวรกายเป็นระลอกโดยไม่สนใจเสียงทูลเตือนให้พระองค์เข้าไปประทับในกระโจมแทนที่จะมานั่งตากน้ำค้าง...แต่เขขาจะเข้าไปข้างในได้ก็ต่อเมื่อเด็กน้อยยอมเข้าไปกับเขาเท่านั้น...โอซาเมซิสไม่อาจจะปล่อยให้เด็กน้อยคลาดสายตาไปได้เลยเขากลัวว่าจะมีใครมาทำร้ายคนของเขาหากเพียงแต่เขาละสายตาไปแม้แต่เพียงนิดเดียว

“กลับกันเถอะท่านเมอา องค์ฟาโรห์ทรงรออยู่”คำเตือนของคนที่เดินตามอยู่ข้างหลังทำให้ฝีเท้าของเด็กสาวชะงักกึก

ที่เธอไม่อยากกลับไปตอนนี้ก็เพราะไม่อยากจะเข้าไปอยู่ในกระโจมเดียวกับองค์ฟาโรห์เมื่อเย็นพอรู้ว่าเธอต้องนอนกระโจมเดียวกับองค์ฟาโรห์ทำให้เธอคิดหาวิธีถ่วงที่จะอยู่ข้างนอกให้นานที่สุดถ้าทรงรอไม่ไหวเดี๋ยวก็เข้าไปบรรทมเองนั่นล่ะ...เมดูอาคิดอย่างง่ายๆ

แต่ยังไงเธอก็จะไม่ยอมไปนอนข้างๆศัตรูอีกแล้ว...ครั้งเดี๋ยวก็มาเกินพอ

ความทรงจำของเมดูอาหวนไปในคืนที่มีพิธีเลี้ยงฉลองขอบคุณเทพีแห่งไนล์เธอไม่รู้ว่าตนเองดื่มเหล้าไปมากเท่าและไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าถูกพากลับมานอนได้ยังไง...สิ่งสุดท้ายที่รับรู้ได้คือความทรงจำอันเลือนลางยามนั่งมองแสงจันทร์

พอรู้สึกตัวแต่ยังไม่ได้ลืมตา...มือเล็กๆ ก็ป่ายเปะควานหาหมอนข้างมานอนกอดเหมือนเช่นทุกทีแต่สัมผัสที่ได้รับมันแข็งแกร่งกว่าจะเป็นหมอนข้างแต่กลับรู้สึกถึงความอบอุ่นของเลือดเนื้อ

เจ้าตัวลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ถึงแม้ยังรู้สึกไม่อยากจะตื่นแต่สิ่งผิดปกติที่อยู่ข้างตัวชวนทำให้เด็กน้อยอยากรู้ว่ามันคืออะไร...จากสัมผัสคล้ายเหมือนจะเป็นร่างกายของมนุษย์แต่ซายาไม่เคยขึ้นมานอนบนเตียงเดียวกับเธอ และนี่ก็ไม่ใช่ส่วนหนึ่งในร่างกายของเธอแน่ๆ

เมื่อทุกอย่างกระจ่างชัด...ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้เจ้าตัวตกตะลึงอยากจะกรีดร้องแต่ก็รีบอุดปากตัวเองไว้...ในขณะที่สิ่งแปลกปลอมที่เธอคิดเอาเองเมื่อตอนแรกยังนอนหลับอยู่ข้างๆ

เมดูอาผุดลุกขึ้นนั่ง... ดวงตาสีทรายเบิกโพลงจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความตกใจสุดขีด

“โอซาเมซิส...” ทำไมอีตานี่ถึงมานอนอยู่ข้างๆ เธอล่ะ

ใบหน้าของเมดูอาซีดเผือดลง...สายตากวาดไปทั่วห้องกว้างที่ไม่คุ้นเคย... รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง

...นี่ก็ไม่ใช่ห้องของเธอเสียด้วย ดูจากการตบแต่งประดับประดาอย่างวิจิตรอลังการทำให้เด็กสาวรู้ได้ทันทีว่าคงเป็นห้องใครไปไม่ได้นอกจากห้องของคนที่นอนหลับอยู่ข้าง

“งั้น...” เมดูอาไม่อยากคิดต่อ

สายตาลดลงสำรวจร่างกายของตัวเองแทบทันที... ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอกถึงเสื้อผ้าที่เธอใส่มาตลอดคืนจะยับยู่ยี้ไปนิดหน่อย...มีคราบสกปรกไปบ้างแต่ทุกชิ้นก็ยังอยู่บนตัวเธอครบสมบูรณ์...รวมทั้งผ้าที่พันหน้าอก

ยังดีที่ ‘อีตานี่’ ไม่หน้ามืดขึ้นมาตอนที่เธอหมดสติ

...แต่พยายามนึกเท่าไรก็นึกไม่ออก ว่าทำไมเธอถึงมานอนที่ห้องโอซาเมซิสได้...

พระพาหาแข็งแกร่งตวัดพาดลงบนตักของคนที่นั่งอยู่ ทำให้เมดูอาสะดุ้งโหยงแต่พอหันกลับไปมอง...เด็กสาวก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกที่พระเนตรยังหลับสนิท...ไม่ได้ตื่นบรรทมแล้วอย่างที่เธอนึกกลัว

“แค่พลิกพระวรกายเองรึ”เด็กสาวพ่นลมหายใจออกจากปากอย่างแผ่วเบา ถ้าเกิดองค์ฟาโรห์ทรงตื่นบรรทมขึ้นมาตอนนี้...เธอคงไม่รู้จะทำหน้ายังไงดี

เมดูอายกพระกรที่พาดอยู่บนตักขึ้นช้าๆ ก่อนที่ค่อยๆ พาตัวเองลงมาจากพระแท่นบรรทมขององค์ฟาโรห์...แล้วค่อยๆวางพระกรข้างนั้นลงไปบนที่นอน ดวงตาสีทรายคอยลอบมองอีกฝ่ายอยู่เป็นระยะ...เมื่อเห็นว่าองค์ฟาโรห์ไม่ตื่นจากบรรทมเด็กสาวก็รีบพาตัวเองไปที่ประตู...บอกตัวเองแต่เพียงว่าต้องรีบออกไปก่อนที่ใครจะมาเห็นเข้า

ดวงตาคอยมองร่างที่บรรทมอยู่บนเตียง แต่มือก็พยายามเปิดประตูอย่างแผ่วเบาไม่ให้เกิดเสียง...ในใจก็เฝ้าภาวนาให้เขาอย่างพึ่งตื่นขึ้นมาตอนนี้เลย เมื่อร่างบางลอดผ่านประตูไปได้เมดูอาก็จัดการปิดบานประตูให้เบาเหมือนกับเช่นตอนที่เปิดแต่กระนั้นก็ยังเกิดเสียงนิดๆ เมื่อประตูทั้งสองบานกระทบกัน

เมื่อกลับมาถึงห้อง...เมดูอาแปลกใจที่ไม่พบใครอยู่ในห้องเลย...แม้กระทั่งซายาซึ่งระยะหลังจะมานอนข้างเตียงของเธอเพื่อระวังความปลอดภัยให้ก็หายตัวไปไหนไม่รู้

“หรือว่า...”

เด็กสาวทำตาโตเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ได้กลับห้องไปตั้งแต่เมื่อคืนป่านนี้ซายาอาจจะยังตามหาเธออยู่ แต่เมื่อเจ้าตัวมาคิดอีกทีถ้าซายาไม่เห็นตัวเธอก็น่าจะถามเอากับองครักษ์ฝ่ายขวาหรือไม่ก็องค์ฟาโรห์

ใบหน้าของหญิงสาวซีดเผือด เมื่อคิดว่าบางทีซายาอาจจะเห็นภาพที่เธอนอนเตียงเดียวกับฟาโรห์แล้วก็ได้

“ตาย...ตายแน่”

ใบหน้าของเมดูอาหน้าแดงก่ำเมื่อคิดถึงภาพที่ตนเองนอนอยู่ข้างๆอีกฝ่าย ก่อนจะไล่ความคิดฟุ้งซ่านของตนออกไป... เธอต้องคิดบวกเข้าไว้

...ไม่มีอะไรหรอกน่า...

เสียงเปิดประตูดังขึ้นทำให้เมดูอาหันกลับไปมอง...ซายากลับมาแล้วและมาเพียงคนเดียวอย่างน้อยก็ทำให้เด็กน้อยไม่โดนเหล่านางกำนัลซักถามว่าทำไมเมื่อคืนถึงไม่กลับห้อง...และถ้าตาไม่ฝาดเมดูอาคิดว่าเธอเห็นสีหน้าแปลกใจของซายายามที่เห็นเธอยืนอยู่กลางน้องดีที่พระพี่เลี้ยงไม่ได้ซักถามอะไรมากนัก ไม่งั้นเธอคงคิดหาคำตอบให้อีกฝ่ายไม่ทัน

“ตื่นแล้วหรือเจ้าคะนายน้อยซายาต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้อยู่รับใช้... พอดีซายาเมาเลยเผลอหลับคาห้องเลี้ยงของเหล่านางกำนัลจนเช้า” คำพูดของอีกฝ่ายทำให้เมดูอาแอบถอนหายใจเฮือกใหญ่...ดีใจที่ความยังไม่แตกว่าเมื่อคืนเธอไปทำอะไรมา

แต่เมื่อคืนเธอก็ไม่ได้ทำอะไรเสียหายสักหน่อย

แค่... แค่...

เด็กสาวหน้าแดง... รู้สึกหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมาข้างนอกเมื่อคิดถึงภาพที่เธอนอนกอดอีกฝ่าย

...ไม่ ไม่ ไม่...เธอเข้าใจผิด นึกว่าอีตานั่นเป็นหมอนข้างต่างหาก...

“เป็นอะไรไปคะนายน้อย หน้าแดงเชียว...” ซายามองด้วยความสงสัย…จนเมดูอาต้องรีบกลบเกลื่อน

“ปะ... ปล่าว ไม่มีอะไร!! ซายาล้างพวกเครื่องประทินโฉมนี้ออกทีสิเหนอะจะแย่อยู่แล้ว” เด็กน้อยรีบเปลี่ยนเรื่องทำให้พระพี่เลี้ยงไม่ได้ซักถามอะไรต่อไป

พระพี่เลี้ยงขององค์ฟาโรห์ทำงานตามหน้าที่ของตนอย่างเงียบๆ....แต่ประกายตาประหลาดที่จ้องมองมาทำใหเมดูอารู้สึกร้อนตัว...คิดว่าอีกฝ่ายคงจะรู้แน่ๆ ว่าเธอไปทำอะไรมา

เด็กน้อยรีบพาสติตัวเองกลับคืนเมื่อเห็นท่านราชองค์รักษ์ฝ่ายขวากอดอกห่อไหล่จากความหนาวเย็นของอากาศกลางทะเลทรายยามค่ำคืนพลางนึกสงสารที่เขาต้องมาเดินตามตนแทนที่จะได้นั่งอุ่นอยู่ข้างกองไฟ

“ข้าจะไปดูพวกฮิคโซสสักหน่อยท่านลามูจาไม่ต้องตามมาก็ได้” เมดูอาไม่ยอมทำตามคำของร้องของอีกฝ่ายง่ายๆร่างเล็กก้าวเท้าไปยังเหล่าทาสชาวฮิคโซสที่ก่อกองไฟอยู่ไม่ห่าง

การะกระทำของเด็กน้อยทำให้เขาต้องเดินตามอย่างไม่มีทางเลือกไม่ใช่เป็นเพราะกระแสรับสั่งขององค์ฟาโรห์เพียงอย่างเดียว...แต่เขาเองก็เป็นห่วงความปลอดภัยของเมอาเช่นกัน



(โปรดติดตามตอนต่อไป)


:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:



เดี๋ยวต้องกลับไปทำงานต่อครับเพราะงานยังไม่เสร็จ...ล่าช้ากว่ากำหนดเดิมนิดหน่อยเนื่องจากเป็นฤดูฝน  เดี๋ยวผมก็ต้องออกไปซื้อของเพิ่มเติมด้วยเลยมาลงตอนนี้เร็วกว่าปกติ

แต่มีขาวดีคือพี่สาวกรอกล็อคอินและรหัสผ่านในโน๊ตบุ๊คให้ คราวนี้ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องการอัพเดทตอนต่อไปอีกแล้ว (จนกว่าจะโดนล็อคเอ๊าท์) ... ดังนั้นตอนต่อไปก็ตามกำหนดเดิมวันอังคารนะครับ ^^ เย้ๆๆๆ


ปูลู...เข้าตอนที่ 18 ของต้นฉบับถั่วแล้วนะครับ...เรียกว่าเดินทางมาเกินครึ่งเรื่องแล้ว (แต่ในบล็อคแก๊งค์ปาเข้าไปตอนที่ 40 แล้ว กว่าจะจบ...จะถึงร้อยตอนในบล็อคแก๊งค์ไหมเนี่ย) =[ ]=




Create Date : 31 สิงหาคม 2556
Last Update : 31 สิงหาคม 2556 10:26:38 น.
Counter : 516 Pageviews.

4 comments
  
เดินทางบ่อยๆๆรักษาสุขภาพด้วยนะ7
โดย: sakeena IP: 124.121.206.88 วันที่: 1 กันยายน 2556 เวลา:8:40:02 น.
  
:D
โดย: Nop IP: 27.55.217.188 วันที่: 1 กันยายน 2556 เวลา:12:00:04 น.
  
รอนะจ๊ะ
โดย: O_O IP: 37.228.105.151 วันที่: 2 กันยายน 2556 เวลา:3:24:35 น.
  
ขอบคุณครับ... ^^ สำหรับคำอวยพรและความห่วงใย ที่ทุกท่ามอบให้ เดี๋ยวจะโพสต์ตอนต่อไป...กรุณารอสักครู่ครับ
โดย: ช่อชมพู & ธัญณัฐฐ์ วันที่: 3 กันยายน 2556 เวลา:13:50:12 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

อมฤดา & ธัญณัฐฐ์
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



ผลงานและบทความทุกชิ้นที่ปรากฏใน Bloggang ของ boonchompu-tunnut ได้รับการคุ้มครองและสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (มาตรา 15 และ 27) ไม่อนุญาตให้นำส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมด...ไปเผยแพร่ ทำซ้ำ หรือดัดแปลง จำหน่าย ให้เช่า คัดลอก เลียนแบบ ทำสำเนา การทำให้ปรากฏต่อสาธารณชน ไม่ว่าในรูปลักษณะอย่างใดหรือวิธีใด...โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเด็ดขาด หากพบเห็นการละเมิดลิขสิทธิ์ที่ผิดกฏหมายของข้าพเจ้า...จะขอดำเนินการทางกฏหมายทั้งทางแพ่งและอาญาโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
New Comments
All Blog