| | |ยินดีต้อนรับสู่บล็อกเล็กเล็ก..ของเด็กแมว^^| | |
Group Blog
 
All blogs
 

Review : Beautilicious..Marshmallow Collection สีสวยหวานน่ารักน่ากิน



สวัสดีค่ะ วันนี้แพร์มาพร้อมขนมอร่อยๆสีสวยหวาน
ขนมที่ว่านั้นก็คือ.. มาร์ชแมลโลว์ นั่นเอง!! น่ารักเนอะ ได้ยินชื่อก็หิวแล้ว งั้นไม่รอช้าไปดูกันเล้ยย




วะว้าว หีบน้อยๆของขวัญจากพี่สาวคนสวยน่ารักมวาก ในกล่องมี Marshmallow Collection ของแบรนด์ Beautilicious ซึ่งประกอบด้วยเมคอัพสีพาสเทล แป้งผสมรองพื้น บลัชออนสีพีช และ สีชมพู ลิปพาเลต 4 เฉดสีหวาน และยาทาเล็บสีเก๋ๆรอไม่ไหวแระ ขอปาดเลยดีกว่าเนอะ



Pore Smoothing Powder Vanilla
แป้งผสมรองพื้น ที่เคลมว่า เน้นการปกปิดระดับปานกลางเผยผิวกระจ่างใสอย่างสุขภาพดีและเน้นความขาวกระจ่างใสมีออร่า



สำหรับแป้งตัวนี้ ทดลองกับรอยแดงที่แขน (รูปซ้ายจะสังเกตเห็นว่ามีรอยแดงของลิปสติกปื้นๆอยู่) เมื่อลงแป้งโดยใช้พัฟที่แถมมาในตลับเลย ปาดเนื้อแป้งกดๆไปตามผิว ผลก็พบว่า ปกปิดรอบแดงได้จริงๆ ในระดับกลาง เพราะถ้ามองด้วยตาเปล่าจะยังพอเห็นรอยแดงเรื่อๆอยู่ แต่พอถ่ายรูป หรือโดนแสงไฟ ด้วยคุณสมบัติกระจ่างใสของแป้ง ก็ช่วยสะท้อนให้กลืนกับผิวไปหมดเลย แต่ถ้าเป็นรอยแดงชัดๆจากสิวอาจต้องการตัวช่วยเช่น คอนชิลเลอร์หรือรองพื้นก็ว่ากันไปจ้า


(ลุคส์นี้ ใช้บลัชสี Rasberry pink , ลิปสีที่3และยาทาเล็บ3สีค่ะ)



ลองใช้เป็น Hilight ก็ได้ เก๋กู๊ด ลองดูจากภาพ แพร์ลงรองพื้นและคอนทัวร์หน้า จากนั้นใช้แป้งตัวนี้ลงบริเวณที่ต้องการไฮไลท์เช่น หน้าผาก สันจมูก ใต้ตา คาง ผลออกมา หน้าดูมีมิติขึ้นเลยเนอะ เพราะว่า แป้งค่อนข้างขาว ทำเป็นไฮไลท์ได้สบายๆเลยค่ะ

สำหรับแป้งตัวนี้ถ้าใช้กับรองพื้นที่ปกปิดเจ๋งๆหน่อย ลงแป้งตัวนี้ทับ จะได้ลุคส์ที่ปกปิดกำลังดีเลยไม่หนามากเกินไปเพราะตัวแป้งเนื้อบางเบาดีทีเดียวเลยค่ะ ที่สำคัญอะ เนียน มากก
แต่ถ้าอยากได้ลุคส์ใสๆละก็ กันแดดผสมรองพื้น หรือ ลงเบส แล้วตามด้วยแป้งตัวนี้เลย ก็ได้ค่ะ รวดเร็ว และดูไม่จงใจปกปิดมากเกินไปด้วยจ้า

ส่วนเรื่องความติดทน เราเป็นคนหน้ามัน ถ้าใช้เดี่ยวๆยังเอาไม่อยู่ค่ะ แต่ถ้าใข้คู่กับรองพื้นหรือกันแดดคุมมัน ใช้แป้งตัวนี้เติมระหว่างวันก็ใช้ได้เลยหละจ้า
ทดลองแล้ว มันเนียนจริงจัง และอยู่ทั้งวันสบายๆเลย



Blusher Raspberry Milk & Peach Crumble


บลัชออนเนื้อซาติน สีน่ารักทั้งสองสี คือ สีชมพูนมๆ Raspberry Milkเขาบอกว่ามาจาก ผลราสเบอรรีที่เติมลงในนมอุ่นจนได้เป็นสีชมพูอ่อนจางๆ หูย อ่านแล้วหิวเลยค่ะ ^^ และสีส้มพีช Peach Crumble ลองปาดสีทั้งสองเทียบกันที่แขนดู เนื้อบลัชเม็ดละเอียดมากๆเลย แต่เม็ดสีจะไม่ค่อยอัดแน่นเท่าไหร่ เหมาะมากเลยสำหรับสาวๆมือหนักๆ เพราะว่าปัดยังไง๊ยังไง ก็จะดูบางเบา เหมือนเป็นสีแก้มเรื่อๆ อยู่อย่างนั้นเลยค่ะ สำหรับสีเนี่ย ชอบทั้งสองสีเลยนะ โดยเฉพาะสีชมพูนม เพราะว่า เป็นชมพูใสๆ ปัดแล้วเหมือนแก้มเด็กเลยค่ะ ส่วนสีส้มพีชเป็นสีที่ปัดได้ทุกคน ทุกโอกาส ทุกสีผิว ถือว่าใช้งานง่ายและใช้ได้บ่อยจริงๆค่ะ

แม้ว่าสีจะไม่จัดจ้าน ( ก็เขาเน้นความหวานๆเบาๆหนิเนอะ) แต่ติดทนจริงค่ะ ปกติเราเป็นคนหน้ามัน ทดสอบบลัชบนใบหน้าได้เลย ตกเย็น หายหม๊ดด แต่ตัวนี้ กลับมาตอนเย็น ยังอยู่ค่ะๆ อิอิ ถ้าอยากเป๊ะ ก็เติมระหว่างวัน ได้เลยจ้า



Marshmallow Nutri Lips Palette


พาเลตลิปสีสวยพร้อมบำรุงปากมาพร้อมแปรงทาปาก กรี๊ดมากเลยตัวนี้ พาเลตมีทั้งหมด 4 เฉดสี Rose Mocktail, Strawberry Frappe, Peach Twist, and Mellow Mangoเนื้อลิปนุ่มเม็ดสีค่อนข้างแน่นทีเดียว และไม่เป็นคราบ ทาเสร็จจะได้ลุคส์ชุ่มชื้นๆ ไม่แมตท์ซะทีเดียว ที่สำคัญ มันหอมม๊ากกก เกือบกินแปรงแล้วนึกว่าขนมจริง^^ ลอง Swatch สีดูทั้งหมดที่แขน ทั้ง4 สีมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ เรียบร้อย น่ารัก ไปจนถึง เปรี้ยวจี๊ดจ๊าดกันเลยทีเดียว เรียกได้ว่า พกง่าย ใช้ได้หลายลุคส์ ปลื้มมด้วยความที่มันดูชุ่มชื้น ดังนั้นก็อาจไม่ติดทนเท่ารุ่นที่เม็ดสีอัดแน่นค่ะ แต่ไม่เป็นปัญหาเพราะเติมได้เรื่อยๆเพราะมันไม่เป็นคราบเลยจ้า



สุดท้ายแล้วเป็น Marshmallow Nail Colors




หรือยาทาเล็บ 3 สีหวานๆน่ารักม๊ากก สีเขียวมิ้นต์ สีชมพูพีช และสีม่วงลาเวนเดอร์ โอ๋ย กรี๊ดง่ะ ลองทาสลับสีดู ชอบบบง่ะถ้าไม่ห่วงว่าต้องไปตรวจคนไข้กับต้องคอยหลบอาจารย์นะ หนูคงมิพลาดทาทุกวันเลยสีน่ารักมากจ้า

ลองแต่งหน้าแต่งเล็บด้วย SETนี้กัน ขอบอกว่าสีแซบมวกก ชอบบ


ลองใช้สีปากด้วยสีส้มอมแดง แซบไม่แพ้กันเลย

>

จบไปแล้วสำหรับการรีวิวของขวัญที่น่ารักกล่องนี้ Beautilicious Marshmallow Collection คอลเลคชั้นหวานๆน่ารักๆแบบนี้ โดยรวมประทับแทบทุกตัวเลยทั้งในความน่ารักของสีสัน และความมีคุณภาพของเครื่องสำอางค์  สุดท้ายต้องขอบคุณที่ติดตามรีวิวกันจ้า ^^





 

Create Date : 14 พฤษภาคม 2556    
Last Update : 18 สิงหาคม 2557 18:37:35 น.
Counter : 3556 Pageviews.  

Review..12plus miracle CCของดีที่น่าลอง & Clinique Superbalance Foundationและเก็บภาพจากงานคลีนิกซ์

Review..12plus miracle CCของดีที่น่าลอง & Clinique Superbalance Foundationและเก็บภาพจากงานคลีนิกซ์



รีวิวรวมดองเค็มสามอย่างกันไปเรย กับรองพื้นตัวเก่งของ Clinique ที่ได้มาจากงาน Clinique Fitting Foundation เมื่อหลายเดือนก่อน - - ! ดองจนได้กิมจิแระ ไม่เป็นไร วันนี้เลยตั้งใจทำรีวิวละเอียดยุบยิบกันเลย ต่อด้วยแป้งตัวล่าสุดที่หลังจากทนกระแสไม่ไหวก็ไปสอยมานั่นคือ 12plus miracle CC jewelry powder "เนียนเบนีจิ๊บด่ายหมาย" ตามที่สองหนุ่มเกาหลีพูดโฆษณากรอกหูเราๆอยู่ทุกวัน มาดูกันเลยดีกว่า



เอ้าตัวแรกเลยดีกว่า เห่อไปด้วยเลยนั่นคือแป้งตัวใหม่ของค่าย 12plus ที่ปล่อยออกมาพร้อมโฆษณาที่ออกมาในรูปแบบแปลกตาโดยนางแบบ(แพนเค้กน่ะเอง)ไม่ได้มาอวดผิวสวยเพียงอย่างเดียว แต่มาคุยให้ฟังด้วยว่า แป้งนี้มีคุณสมบัติต่างจากตัวอื่นๆอย่างไร จนได้คำพูดติดหูว่า ไม่ดร็อปไม่หมอง เห็นแบบนี้ถ้าไม่มีภูมิต้านทานคงฉวยเงินไปสอยวันนั้นกันเลยทีเดียว แต่ด้วยความที่ไม่กล้าใช้เพราะไม่เคยใช้แบรนด์นี้มาก่อน บวกกับกลัวมันจะวอกมั้ยน้า หรือจะหนาโบ๊ะหรือเปล่า เลยรอไปก่อนสุดท้ายเห็นสาวๆมารีวิวกัน ชักสงสัยและอยาก ‘ลองของ’ ซะเอง สอยมาในราคา 175 บาทเท่านั้น



อย่างที่เห็นตลับแป้งสวยงามน่ารัก สีชมพูเบาพกพาสะดวก ข้างในสามารถเปิดเก็บพัฟได้แต่ได้ยินเรื่องฝุ่นเข้ามาเยอะ เราเลยจัดการแปะสติ๊กเกอร์ไว้ซะเลยรูน้อยๆเหล่านั้นจะได้หมดปัญหากันไป ตัวแป้งมีส่วนผสมของอัญมณี 4 อย่าง อืมม ฟังดูดี ใช้แล้วจะเป็นยังไงลองดู



ภาพนี้แพร์ใช้เมื่อวาน ลงมันสดๆเลยไม่มีเบสไม่มีรองพื้น เพื่อจะได้ทดสอบประสิทธิภาพตัวแป้งจริงๆ จัดการใช้พัฟฟองน้ำแตะแป้งแล้วค่อยๆกดๆเกลี่ยๆไปไม่ให้หนามาก ผลที่ได้คือ ‘พอใจมากทีเดียว’ หลังจากทิ้งให้แป้งเซ็ตตัวได้สักระยะที่เห็นได้ชัดคือความเนียน เนียนจริงๆถึงจะไม่ปกปิดรูขุมขนมากแต่กลับทำให้ใบหน้าดูผิวสม่ำเสมอมากขึ้น ซูมๆ ตรงข้างแก้มจะยังคงเห็นรอยขี้แมงวันและรอยแผลเป็นจากสิวอยู่ แต่ภาพบนคือบริเวณหน้าผากแพร์ไม่มีปัญหาอะไรแป้งก็ช่วยปรับผิวให้เนียนเรียบขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์



สรุปว่า เนียนได้ใช้เทียบกับราคาแล้วน่ารักมากๆ ส่วนเรื่องปกปิด ไม่เท่าไหร่จ้าดูลูกศรจะเห็นว่ารอยก็ยังอยู่ครบ เราว่าคนที่ผิวไม่มีปัญหาอยู่แล้วใช้แล้วเกิดเลยอ๊ะ ส่วนรอยเล็กๆก็พอกล้อมแกล้มไปได้ ช่วยอำพรางรอยแดงจากสิวให้จางลงเล็กน้อย เรียกได้ว่าถ้าไม่มานั่งจ้องรูขุมขนกัน ระยะห่างปกติคนคุยกันก็แทบไม่เห็นเลยละจ้า แต่ถ้าซูมยังไงก็ยังเห็นรอยต้องไปพึ่งรองพื้นหรือคอนซีลเลอร์กันต่อไป แต่สำหรับวันสบายๆหรือสำหรับการเติมหน้าระหว่างวันแล้ว เจ้าตัวนี้เขาเอาอยู่เลยละค่ะ ที่ชอบที่สุดคือเนียนกริบๆแต่ยังให้ความรู้สึกสบายๆไม่หนักหน้าและดูไม่โบ๊ะ ยังให้ลุคส์ธรรมชาติมากๆค่ะ

ทีนี้ การทดลองของเรายังไม่จบเพียงเท่านี้เพราะเชื่อว่าหลายๆคนคงสงสัยแบบเราว่า เอ๊ะ ถ้าใช้กับรองพื้นล่ะ จะให้ผลออกมาเป็นยังไง วันนี้เลยขอรีวิวไอเท็มถัดไปเลย กับ Clinique Superbalance Foundation ที่ได้รับมาทดลองใช้จากงาน Clinique Foundation Fittingsจ้า หน้าตาเป็นแบบนี้



ขวดเล็กๆเป็นทรงสี่เหลี่ยมเสียดายแต่เวลาใช้ต้องเทรองพื้นใส่มือก่อนไม่สะดวกเท่าหัวปั๊มจ้า แพร์ได้เบอร์ 64 มา สี Cream beige เข้ากับสีผิวโช๊ะเด๊ะ สวยเนอะ ว่าแล้วก็มาลองกับผิวหน้ากันเลยค่ะ เราตั้งค่ากล้องไว้เหมือนกันทุกภาพเน้อเพื่อจะได้เปรียบเทียบได้จ้า



วิธีการลงรองพื้นจะใช้แปรงสำหรับลงรองพื้นค่อยๆเกลี่ยก็ได้ แต่คราวนี้เราใช้นิ้วเลยนี่แหละจ้า จะได้เป็นการวอร์มรองพื้นด้วย เกลี่ยบางๆและทาให้สม่ำเสมอ รอให้รองพื้นเซ็ตตัว เน้นบริเวณที่มีรอยแผลเป็นโดยการกดย้ำๆซ้ำลงไป ผลคือรองพื้นตัวนี้จะปกปิดระดับปานกลาง เหมาะสำหรับสาวผิวผสมถึงผิวมันค่ะ



มาซูมอัพกันหน่อย รอยแผลเป็นไม่หายไปหมดจะยังเห็นอยู่จางๆไม่ชัดเท่าก่อนทาค่ะ ส่วนรอยแดงจากสิวทำให้ดีเช่นกันโดยถ้ารอยไม่ใหญ่มากมันก็กลมกลืนไปกับผิวส่วนอื่นๆเลย ส่วนรอยกว้างหน่อยก็จะยังเห็นจางๆแต่ไม่แดงเท่าตอนแรกค่ะ(สังเกตบริเวณจมูกแพร์จะมีปื้นสีแด๊งแดงมันก็หายไปได้บ้างเท่านั้นค่ะ) ลักษณะผิวหลังลงรองพื้นไม่หนาเลย และแทบดูไม่ออกเลยว่าทารองพื้น คือทา BB บางรุ่นยังดูออกมากกว่าเลยจ้า เป๊ะมากๆ ไม่หนักหน้าด้วย เหมาะสำหรับวันเบาๆทุกๆวันเลยค่ะถ้าอยากกริบหน่อยก็อาศัยคอนซีลเลอร์อีกแรงไปได้เลย

สุดท้ายเซ็ตด้วยแป้ง 12 plus miracle CC Powder ผลคือแบบนี้เลย



ซูมๆ ยังคงความเนียนแบบเป็นธรรมชาติได้ ส่วนเรื่องการปกปิดก็ช่วยได้อีกนิดหน่อยเท่านั้นเราว่าขึ้นกับรองพื้นหรือเมคอัพเบสที่ลงตั้งแต่แรกมากกว่าจ้าตัวแป้งมันไม่ช่วยอะไรมาก แต่สังเกตแป้งสี 01 คือสำหรับผิวขาวเนอะ ถ้าลงเยอะไปจะทำให้ดูวอกได้นะเออต้องระวังหน่อยจ้า เรื่องความแมตท์ มันดูเหมือนแมตเกินไปเนอะ แต่จริงๆแล้วตัวแป้งเองมีวิ๊งค์เล็กมากๆช่วยกระจายแสงได้ดีเลยค่ะ พยายามลงในช่วงกลางใบหน้าหรือที่ต้องการไฮไลท์ ส่วนกรอบหน้าก็ลงน้อยหน่อยหรือใช้เฉดดิ้งเข้าช่วยก็ทำให้ดูไม่วอกและมีมิติเป็นธรรมชาติได้แล้วค่ะ



ชะแว๊บไปแต่งหน้าเบาๆ ปัดแก้มและเฉดดิ้งไฮไลท์ซะหน่อยหน้าเราก็ดูมีมิติขึ้นมาไม่ดูแบนเหมือนตอนลงแป้งแรกๆจ้า ถ้าสาวๆไม่ชอบลุคส์แมตท์มากเกินไปลองใช้ไฮไลท์วิ้งแบบโกลว์ๆมาปัดดูน้า ทำให้หน้าเราดูฉ่ำๆไม่แมตเกินไปได้ดีทีเดียวจ้า



สำหรับเราว่าโอเคมากๆเลย เพราะแพร์ไม่ต้องการการปกปิดมากมายมันจะดูไม่เป็นธรรมชาติจ้า สองไอเท็มนี้ยังสามารถให้ผิวที่มีสภาพบางเบา ดูธรรมชาติม๊ากมากก(กว่าลงBBอีกอ้ะ) สรุปว่าพอใจมากๆจ้า เสร็จแว้วว หวังว่ารีวิวนี้คงเป็นประโยชน์กับสาวๆไม่มากก็น้อยนะคะ ของดีราคาถูกก็อยากแบ่งปันกันจ้า แต่อย่างไรก็ตามทุกไอเท็มขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละคนด้วยนะคะ



สุดท้าย เก็บภาพบรรยากาศจากงาน Clinique Foundation Fittingsมาฝากกัน ด้วยความที่เอาบล็อกน้อยๆของหนูไปร่วมสนุกกับทางคลีนิกซ์ทำให้ได้รับเชิญไปร่วมงานเพื่อทดลองและเฟ้นหารองพื้นที่เหมาะสมกับสภาพผิวมาใช้จ้า พี่ๆทีมงานน่ารักมากๆ ใจดีมากกก ทุกคนเลย งานนี้ประทับใจมากๆและรองพื้นเขาก็เทพจริงอะไรจริงจ้า แอบกระซิบหน่อย รองพื้นคลีนิกซ์มีชื่อเสียงขายดีและโด่งดังที่สุดเชียวนะเออ



รับมอบผลิตภัณฑ์ไปลองใช้จ้า



ถ่ายภาพกับพี่สาว BAคนสวยที่มาช่วยเลือกรองพื้นและลงรองพื้นจนหน้าหนูเนียนกริบๆเลยจ้า อีกภาพแอบแชะๆกับคุณกุ้ง Kunginter หน้าใสโฮกคร่า ^^ จบแว้วว ขอบคุณทาง Clinique มากนะคร๊าบบ

จบแล้วจ้า ขอบคุณทุกๆท่านที่มาเยี่ยมชมนะคะ แต๊งกิ้วหลายๆเด้อ




 

Create Date : 18 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 18 กรกฎาคม 2554 17:28:58 น.
Counter : 3990 Pageviews.  

รีวิวและเห่อ : แปรง Sigma travel kit + แปรงเบลนนัวร์ๆ




ขอเห่อมั่ง แม้จะ Delay ไปเอิ่มม..หลายเดือนทีเดียว กับจ้านี่เลย Sigma brush set : Travel kit nice in pink และ Tappered blending E45 ส่งตรงจาก USA มาถึง ณ ขอนแก่นเมืองนอน คิคิ แอบถ่ายรูปไว้ตั้งแต่กล่องหย่อนตุ๊บลงมาหน้าหอพักนานแระ พูดถึงวิธีการสั่งซื้อ ง่ายม๊ากมาก ด้วยแรงกิเลสพาเราเข้าสู้เว็บไซต์ของทาง Sigma สมัครสมาชิก กดสั่งของและจ่ายเงินด้วยการใส่ชื่อและรหัสบัตรเครดิตลงไปเท่านี้เองจ้า ทางเว็บก็จะส่งเมลล์บิลมาให้เราและภายในวันสองวันสองเราก็จะถูกแพ็คส่งมาที่ไทยค่ะ




เราสั่งเซตแปรงชุด travel kit มาชุดนึงเลือกอยู่นานมากว่าจะเอาสีดำหรือสีชมพู เพราะชอบกระเป๋าสีชมพูเนื้อผ้ามันดูไม่เลอะเทอะง่าย แต่สีดำเลอะง่ายมากง่า และแอบกลัวว่าเซตสีชมพูจะแถมแปรงสีเงิน E25 มั้ยน้า (แอบงกอีก) แต่ด้วยแรงชมพู เย้ย เลยลงเอยแบบนี้ ที่เลือกเซตนี้ เพราะเราอยากได้แปรง Sigmaมาลองนานแระ เซตนี้มีแปรงแป้ง รองพื้น คอน คอนทัวร์ ขนเม่น เรียกได้ว่าครบเลย เพราะเราชอบอุปกรณ์เกี่ยวกับ Face จ้า พวกแปรงตาไม่ค่อยสนเท่าไหร่เพราะถนัดนิ้วมากกว่า อิอิ




นี่เลยกล่องพัสดุมาถึงแล้วตื่นเต้นมากๆ ในกล่องมี 3 ถุงแน่ะ!!ว้าว ถุงนึงเป็นเซตแปรงมาในกระเป๋าเลย อีกถุงเป็นของแถมจากทาง Sigma และอีกถุงก็เป็นเจ้า E45 ที่เราสั่งเพิ่มมาอันนึงจ้า ถุงสีแปร๊ดน่ารักเชียว มีโบชัวร์แนบวิธีการใช้งานและการทำความสะอาดมาให้ทุกถุงเลยต่อไปนี้จะเป็นการเห่อพร้อมผลการใช้กันเลยจ้า




เปิดถุงใหญ่สุดเลย มาเป็นเซตกระเป่าสีชมพูเนื้อวาวๆเปื้อนยากอย่างที่คิดจริงๆด้วย แต่แอบเสียใจกับสีที่ไม่หวานเท่าที่คิด คือมันมีแซมสีหม่นๆเหมือนกระเป๋าเก่า T-T แต่ดูให้ใหม่ก็ได้ กระเป๋าพับสามทบปิดด้วยแม่เหล็กจ้า ข้างในมีแปรงเจ็ดตัวเรียงกัน ซ้ายไปขวา Powder-Duofiber-Contour-Eye shadow-Pencil-Blending-concealer จัดว่าครบความต้องการเลย และถุงเล็กๆรูปล่างคือ ของแถม!!! แปรง E25 ด้ามสีเงินเล็กๆหัวแบนเล็กน้อย เป็นอันว่า เซ็ตสีชมพูก็ได้ของแถมเหมือนเซตสีดำนะค้า




มาดูถุงเล็กอีกถุง อ๊ะ มานคือ ของแถมชิ้นที่สอง เป๊งง!! เป็นของแถมที่ทางเว็บแจ้งไว้อยู่แล้วจ้า คือแปรงทารองพื้นนั่นเอง สรุปคือ สั่งเซตสีดำหรือสีชมพูจะได้แปรงครบเหมือนกันเลยค่ะ




ถุงเล็กๆอันสุดท้าย สีแดงแรงฤทธิ์ คือแปรงที่สั่งเพิ่มค่ะ มันคือ Blending brush เอาไว้ช่วยเกลี่ยสี ตัวนี้เรามองหามานานมาก หาแปรงลักษณะนี้ แต่ไม่เคยเจอที่ไหนเลย พอเจอในเว็บนี้ด้วย เลยสั่งซะเลย ราคาจริงๆมันไม่เท่าไหร่แต่เวลาเราเลือกของเพิ่ม อัตราค่าส่งมันก็จะเพิ่มด้วย (แม้แปรงจะเบามากก็เถอะ) สรุปเลยรวมราคาขนส่งมันเลยหลายร้อยอยู่ T-T ไม่เป็นไร แต่คุ้ม ^^

ทีนี้เรามาเจาะลึกน้องแปรงทีละตัวดีกว่า




F30 – Powder brush
แปรงปัดแป้ง ปลื้ม มวากกกกกกก กว่าน้องHolika หรือน้อง BBเก๊ มันก็ไม่ได้บาดหน้าเหมือนที่คนอื่นเคยคอมเม้นต์ไว้ แต่ที่ประทับใจมากคือมันปุ้มปุ้ยๆ และไม่ยวบยาบ คือเป็นทรงดีมาก เวลาใช้แตะแป้งฝุ่นหมุนวนๆจะทำให้ดีกว่าแปรงที่ขนนุ่มมากๆบางตัวซะอีก คือมันเนียนกว่าแตะมารู้สึกแป้งไม่เยอะไม่น้อยเกินไป รู้สึกว่าใช้มันแทนคาบูกิได้เลย ทรงมันใช่ๆ อิอิ และอีกข้อคือมันไม่กินสี เราเลยชอบใช้เจ้าตัวนี้ปัดบลัชออนด้วย กระจายดีค่อนข้างดีมากเลยค่ะ คอนทัวร์ก็ได้นะเออ สารพัดประโยชน์จริงๆ




F40 – Contour brush
หรือแปรงเอาไว้เฉดดิ้งนั่นหละจ้า อันนี้ตอนล้างเสร็จขนจะบานออกหน่อยหละ ขนแปรงนุ่มๆ เป็นแปรงตัวนึงที่เราสนใจมากที่จะสั่งซื้อเพื่อเอามาทำเฉดดิ้ง แต่ไม่รู้สิกลับไม่รู้สึกประทับใจเท่าที่ควร รู้สึกมันแตะเนื้อบลัชไม่ค่อยติดเลย หรือมันอาจจะติดแต่กินเนื้อเข้าไปก็ได้ เลยทำให้เวลาปัดเฉดดิ้งหรือบลัชออนจะต้องทาหลายๆครั้ง อาจจะยังไม่คุ้นเองก็ได้ต้องลองกันต่อไป




F50 – Duofiber brush
มันคือน้องแปรงขนเม่นน่ะเอง ที่เขาร่ำลือกันนักหนาว่าเทียบเท่าMAC ตัวนี้พอล้างเสร็จแปรงไม่ค่อยบานออกจากกันเท่าไหร่ คือมันเหมือนโดนบีบเข้าไว้ด้วยกันตลอดทำให้พื้นที่ที่ควรจะแตะรองพื้นมันน้อยลงก็ใช้ยากพอสมควรเมื่อเทียบกับ Holika เราชอบ HK ที่สุดแระจ้า เรื่องการแตะเนื้อและ Strip ลงใบหน้า ทำให้ดีพอๆกัน สังเกตเห็นได้ชัดมากๆเวลาลงเบสเขียว ใช้นิ้วจะปื้ดด และ วอกก ใช้แปรงขนเม่นค่อยๆกระจายลง จะได้ลุคส์หน้าผ่องกว่าเยอะเลยค่ะ




F60 – Foundation brush
แปรงทารองพื้น ขนาดค่อนข้างใหญ่เลย ชอบบบอีกแล้วว มันสามารถลงรองพื้นได้อย่างรวดเร็วและเนียน ด้วยขนาดที่ใหญ่ ทำให้ลงทั้งหน้าได้ในเวลารวดเร็วเลยค่ะ ขนนุ่ม ประทับใจมากทีเดียวจ้า




F70 – Concealer brush
แปรงเล็กๆเอาไว้ทาคอนซีลเลอร์ในพื้นที่ขนาดเล็ก พวกร่องจมูก ใต้ตา ปกปิดเฉพาะที่ ชอบอีกแล้วจ้า มันเกลี่ยได้ดีมากทีเดียว กดๆๆลงไปก็สามารถทำให้เนียนไปกับผิวได้ง่ายๆเลยค่ะ

มาเข้าบริเวณดวงตากันบ้าง พื้นที่เล็กที่สุดแต่มีแปรงหลากหลายขนาดที่สุดให้เลือกใช้




E55 – Eye shading brush
แปรงทาอายแชโดว์ขนาดปานกลางไม่เล็กและไม่ใหญ่เกินไป ขนนุ่มดี และที่สำคัญ มันไม่กินสีอายแชโดว์!!! ซึ่งข้อนี้เราประทับใจมาก เพราะเคยใช้แปรงทาตาหลายๆอันมันดร็อปสีอายแชโดว์ลงไปมาก ตัวนี้ใช้ได้เลยค่ะ แตะแล้วลงที่เปลือกตาสีก็ลงไป เกลี่ย เบลน ฟุ้ง ตามสบายเลย ถือว่าใช้ได้ในระดับนึงทีเดียว




E30 – Pencil brush
แปรงหัวแหลมๆเล็กๆเอาไว้ใช้ลงอายแชโดว์ที่บริเวณหัวตาหรือมุมเล็กๆที่นิ้วเข้าไม่ถึง อิอิ ใช้วาดเส้นให้ฟุ้งก็ทำได้ดีเลยค่ะ หัวแปรงเป็นทรงดีมาก ทำให้สามารถเข้าถึงบริเวณที่อยากทาได้อย่างแม่นยำ สวย อายแชโดว์ไม่หล่นเรี่ยราดแถวตา ยกนิ้วให้อีกอันเลยจ้า





E45 – Small tappered blending brush
พระเอกของงานนี้ที่ยอมทุ่มทุนค่าส่งเพิ่มอีกเป็นร้อย ไม่ทำให้ผิดหวังเลย แปรงลักษณะเป็นพุ่มแต่ปลายเรียวแหลม เข้าบริเวณเบ้าตาได้พอดีเป๊ะๆ เวลาเบลนอายแชโดว์แถวหางตาและการคัดเบ้าสนุกสนานขึ้นเยอะเลยจ้า แต่ต้องแอบระวังมือหนักไปนี่ตาเป็นเส้นได้ แต่เจ้าตัวนี้ก็สามารถเกลี่ยให้ฟุ้งได้ตามใจชอบอีก เอาเป็นว่า ไม่เสียดายเงินเลยค่ะที่เลือกมาอีกอัน




E40 – Tappered blending brush
ตัวนี้อาจคล้ายตัวเมื่อกี้ แต่ตรงปลายจะไม่เรียวเข้าใช้ได้หลายงาน เช่น เบลนสีตา หรืออาจทาไฮไลท์ก็ได้เพราะแปรงทาลงพื้นที่ได้เยอะพอสมควรจ้า แต่ถ้าจะเบลนในส่วนที่แคบๆก็ยากหน่อยละ เพราะมันใหญ่อยู่พอดูเลย อิอิ




E25 – Blending อีกแระ
ตัวของแถมจากทาง Sigma แปรงลักษณะแบนหัวเรียวเราชอบใช้เอามาไล้หัวคิ้วเพราะคุมพื้นที่ได้ดีกว่าแปรงหัวกลมๆ(ลักษณะ E40) และไล้สันจมูกก็ได้จ้า แปรงมันแบนๆทำให้ไม่เลอะเทอะ ไม่ออกนอกเส้นมากเกินไป ชอบๆน้องเล็กสุดของเซ็ตและใช้ได้เลย จะเอาไปทาอายแชโดว์ก็สู้ตายค่ะ ^^ !




จบแล้ว ถ่ายรูปรวบครอบครัว Sigma หน่อย อิอิ



แปรงแต่งหน้าเราต้องหมั่นทำความสะอาดนะค้า เพราะนอกจากแปรงจะสะอาดไม่ทำให้เป็นสิวแล้ว ยังทำให้มันแสดงประสิทธิภาพของมันออกมาได้เต็มที่ด้วยจ้า เซ็ตนี้รวมทั้งหมดคือ $49+$9 เป็น ราวๆพันหก กับค่าส่งรวมๆก็ 1,8xx ราคาเท่านี้ถามว่าแพงมั้ย สำหรับเรา แพงนะ แต่คุ้มเพราะเราได้ใช้งานทุกตัวอย่างคุ้มค่า สำคัญที่สุดก่อนจะซื้ออะไร ต้องถามตัวเองให้มั่นใจว่าเราจะได้ใช้งานมันหรือไม่ ถ้าซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ ไม่กี่ร้อยก็แพงแล้วน้า ค่าเงินกำลังเล็กลงเรื่อยๆ สาวๆใช้เงินต้องระมัดระวัง
ด้วยนะค้า สำหรับวันนี้ไปก่อนละจ้า บ๊ายบาย

//www.bepearz.bloggang.com




 

Create Date : 03 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 3 กรกฎาคม 2554 12:13:11 น.
Counter : 13301 Pageviews.  

Review : ที่ดัดขนตาShishedo & Code Bไลเนอร์ สองไอเท็มง่ายๆได้ดวงตาสวยถูกใจ

สวัสดีค่ะวันนี้ลูกแพร์จะมาทยอยรีวิวของดีที่อยากบอกต่อหลังจากผจญโลกกว้างตลอดทั้งSummerแล้วกรุ คสอ ก็ถึงขีดสุดและระเบิด!!เพราะไอเท็มใหม่ๆเยอะมักๆ อันที่จริง มันคือรีวิวขี้เห่ออ๊ะแหละ แต่ดองไว้จนเลิกเห่อแล้ว หะๆ สำหรับไอเท็มใหม่ในกรุสองอัน มาดูกันเลย

Code B Strong eye cream liner

ตัวแรกอายไลเนอร์แบบครีมที่สาวๆพูดถึงกันมาก นั่นคือ Code B Strong cream liner ได้มาจากเกาหลีในราคาน่ารักกว่าไทย ^^



เนื้อครีมดำสนิทสุดๆๆไปเลยชอบมาก เนื้อเนียนแน่น แห้งเร็วดังนั้นจะไม่เลอะเทอะจ้า ถามว่าแห้งเร็วนี่ยากมั้ย เราว่าไม่ยากน้า ลากดีๆทีเดียวเป๊ะไปเลย ขออภัยไม่ได้แต่งตาพึ่งกลับจากเรียนปกติไปเรียนเราแทบไม่ได้แต่งอะไรเลยจ้า เอาเพียวๆไปเลยละกัน




มาพร้อมแปรงเล็กๆน่ารักเห็นตอนแรกคิดว่าเอ๊ะ จะกรีดให้คมได้มั้ยน้อ เพราะหัวแปรงไม่ได้เล็กเลย
นี่เลยแปรงอันเล็กสั้นๆอาจจะจับไม่ถนัดมือแต่ใช้ได้เลยค่ะ หัวแปรงไม่ได้มีลักษณะคมมาก ค่อนข้างใหญ่แต่พอลองกรีดดู โอ้ว กรีดให้เริศเขาก็เริศน้า แอบกังวลเพราะไม่เคยใช้ไลเนอร์แบบเนื้อครีมเลย แต่พอลองใช้ปุ๊บ มันไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลยจ้า เผลอๆง่ายกว่าแบบลิควิดด้วยความที่มันแห้งเร็ว ทำให้ง่ายมักๆเลยจ้า



กรีดเสร็จแล้วทั้งสองข้าง จะเห็นว่าเนื้อครีมดำสนิทถูกจายจริงๆเลย รุ่นนี้มีสีน้ำตาลเข้มด้วยแต่เราว่าไม่ต่างกันเลยเอาสีดำมาค่ะ เส้นไลเนอร์สามารถคุมได้ง่ายหนาบางเข้มอ่อนตามใจเลยค่ะ

Shishedo Eyecurler

มาดูตัวต่อไปกัน ไปสอยได้มาจากเซนทรัลช่วงเค้าลดราคา เดินไปถามเล่นๆหาเจ้าที่ดัดขนตาในตำนาน Shishedo ที่ร่ำลือกันมาว่าเด้งดีหนักหนา มีสองรุ่นคือรุ่นสีดำและสีเงิน เราเลือกรุ่นสีเงินเพราะมันเข้ากับกระบอกตาเราได้ดีกว่าค่ะ ราคาราวๆ 370 กว่าบาท เมื่อเทียบกับ Shu แล้ว ก็ถูกใช่หยอกนะเน่ เลยสอยมาซะเรย



ในกล่องมียางแถมมาให้ด้วยอันนึง รีบเก็บดีๆเลยเพราะเคยทำหายมาแล้วเสียดายมักๆ ซื้อใหม่ได้ ในราคาคู่ละ 150 บาทค่ะ ลองดัดกันดูเลยดัดขนตา 3 ขยักเพื่อความงอนเด้งแล้วปัดตามด้วย Maybelline long extreme จำชื่อไม่ได้แระ แท่งสีดำแดงที่เราใช้ทำฮาวทูบ่อยๆจ้า ช่วยเรื่องความยาวและไม่จับเป็นก้อนเลยละ



เป็นอย่างไรบ้างเอ่ย ดูCurveแล้วงอนสวยโดนใจเรา และจากการใช้ต่อเนื่องเป็น Must have item แล้ว ก็รู้สึกได้ว่าแตกต่างจากที่ดัดขนตาทั่วไปอยู่คือมันทำ curve การโค้งงอนได้ละเอียดกว่า และสามารถเก็บขนตาแถวช่วงหางตาของเราได้หมดโดยที่ไม่ทำให้ขนตาช่วงอื่นหัก หรือโค้งมากไปค่ะ และเวลาล้างมาสคาร่าออกถ้าไม่เช็ดแบบกดลง ขนตาก็ยังงอนอยู่นะ งงมากเลยอันนี้ 55 สรุปโดยรวมคือ พอใจอย่างยิ่ง คุ้มมากๆค่ะไม่ผิดหวังเลยทั้งสองตัว

ถามว่า ต้องที่ดัดขนตาแบรนด์มั้ย เราว่าไม่จำเป็นเพราะเราใช้มาตั้งแต่โนเนมไม่ดี โนเนมแต่ดัดออกมาดีก็มี มีเนมถ้าดัดไม่เป็นมันก็ไม่ต่างอะไรเลยค่ะ สำหรับไอเท็มนี้ แม้ราคาค่อนข้างสูงกว่าทั่วไปแต่ถ้าบรรจงดัดดีๆ ผลออกมาสวยคุ้มแน่นอน อย่างไรก็ตามถ้าทำลวกๆก็มีเละกันได้น้า สุดท้ายจะสรุปว่ามันขึ้นอยู่กับเราเท่านั้นจ้าที่จะสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีได้หรือเปล่า ไม่จำเป็นต้องเสียเงินมากก็ได้ แต่ถ้าสบายใจจ่าย นี่ก็เป็นอีกไอเท็มแนะนำจ้า ^^



เห็นมั้ยเอ่ยแค่สองไอเท็มก็แต่งไปชิลๆได้ไปเรียนวันไหนมีเวลาก็แค่นี้แหละจ้า อิอิ จบแล้วจ้า อย่างไรก็ตาม Itemที่คนทั้งโลกว่าดี อาจจะไม่เหมาะกับเราก็ได้หรือไอเท็มที่ไม่ได้ราคาแพง ถ้าเราใช้ให้เป็น มันอาจจะออกมาดีกว่าไอเท็มที่ราคาแพงอื่นๆก็ได้ ทางที่ดีลองกับตัวเองก่อน พอใจแล้วก็จ่ายเงินจะได้ไม่มาเสียดายทีหลังจ้า ขอบคุณมากๆที่ติดตาม ไปละจ้า บ๊ายบาย

ปล.รีวิวหน้าเจอกันกับ รีวิวแปรงในตำนาน(ของเรา) Sigma Brush set ค๊าบ

//www.bepearz.bloggang.com




 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2554    
Last Update : 13 พฤษภาคม 2554 23:39:39 น.
Counter : 807 Pageviews.  

Review : เปลี่ยนสีผม Light Chocolate & Liese Dark Chocolate สองสีในสองเดือน

Bepearz talk : สวัสดีค่ะ ^^ เป็นกระทู้รีวิวครั้งแรกเลยตื่นเต้น ทู้นี้จะมารีวิวสีผมที่แพร์ได้เปลี่ยนในช่วงปิดเทอมสั้นๆที่แสนสนุกนะคะ โดยสีแรกไปทำที่ร้านเขาบอกว่าชื่อสี ‘ช็อกโกแลตสว่าง(พิเศษ)’ และพอปิดเทอมผ่านพ้นไปเราก็ต้องทำการย้อมผมคืน จึงใช้ไอเท็ม ‘Liese bubble hair color : Dark Chocolate’ เพื่อให้ได้สีผมที่เข้มขึ้นและสุภาพขึ้นค่ะ



มาเริ่มกันเลย อันนี้รูป ก่อน-หลัง รูป Before คือสีผมจริงๆของเราเป็นสีไม่ดำสนิท จะออกน้ำตาลเวลาโดนแดด ยิ่งใส่เสื้อสีดำยิ่งชัดเลยค่ะ ตรงปลายมันสุขภาพไม่ดีเพราะดัดผมมา สีเลยจะดูเสียๆไม่เท่ากันกับเพื่อนค่ะ เราจึงจัดการไปเล็มปลายผมซะ แต่ลอนผมก็ยังอยู่ อิอิ ดีใจ สภาพผมเคยผ่านการทำสีมาครั้งนึงได้สีออกน้อยๆเวลาโดนแดด สีผิว เราเป็นคนขาวเหลืองหาข้อมูลมากๆเข้าก็ตัดสินใจว่าจะย้อมโทนน้ำตาลแดงเพื่อให้ใบหน้าดูไม่ซีดและสดใสมากขึ้นค่ะ ภาพขวาคือไปทำสีผมช็อกโกแลตสว่าง..พิเศษมาเรียบร้อยจากร้าน เสียหายไป 900 บาท ค่ะเพราะผมยาว T-T



สีช็อกโกแลตสว่างเป็นชื่อเรียกสีผมที่ร้านทำผมร้านนี้ในมหาวิทยาลัยเราเค้าเรียกแบบรู้กันค่ะ โดยใช้ผลิตภัณฑ์ของ L’oreal รุ่นที่ไม่ใช่ 3D Feria อะจ้าลงรอบแรก แล้วทิ้งผมไว้เว้นโคน หลังจากนั้นลงสีแดงที่ผสมไฮโดรเจน (โอ้วแม่เจ้า แสบคันหนังหัวมากๆเพื่อนเราก็เป็น) เพื่อให้ได้สีน้ำตาลออกมาทางโทนแดงค่ะ ทำไมต้องสว่างพิเศษ เพราะถ้าสว่างเฉยๆมันจะได้โทนเข้มกว่านี้เลยบอกที่เขาไปว่า สว่างเพิ่มให้อีกหน่อยละกัน 55 ทนทรมานไปราวครึ่งชัวโมงพี่เขาก็มาจับผมดูและพยักหน้า ไปล้างได้ ตอนเห็นตัวเองครั้งแรกตกใจเลย โอ้ สีมันเด่นมาแต่ไกลเลย มันอ่อนที่สุดในชีวิตที่เคยทำมาและมีความรู้สึกว่ามันออกโทนส้มมากกว่า แต่ไม่ซีเรียสค่ะ อะไรก็ดีหมดว่าแต่ได้เปลี่ยนลุคส์ 55 เป็นคนใจง่ายเนอะ

ในภาพเป็นสีผมในสภาพแสงและการตั้งค่ากล้องที่แตกต่างกันสีที่ได้ก็จะไม่ค่อยเหมือนกันแต่จะออกโทนเดียวกันอยู่จ้า ถ่ายมาให้ดูจากแสงแดดประเทศเกาหลี 55 (ไว้มารีวิวทริปไปเที่ยวกัน) ถามว่าเราชอบมั้ย จากครั้งแรกที่ทำรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจ แต่อยู่ๆไปก็ชอบนะรักเลยหละ เพื่อนทักเยอะเลยว่าหน้าดูสว่างขึ้น แต่งหน้าก็ขึ้นกว่าผมสีดำ สีคิ้วแมตช์มากๆกับสีผม อิอิ

ทีนี้ผ่านไปเดือนครึ่งก็จะเปิดเทอมแล้ว จึงต้องเปลี่ยนสีผมคืนให้เข้มใกล้เคียงสีดำ - - ! เสียดายมากกว่าจะทำใจย้อมกลับได้นี่นานพอดูค่ะ เราไม่อยากได้สีดำสนิท อยากได้สีน้ำตาลเข้มที่ยังพอมองออกว่าผมมีสีจึงเลือกสีเข้มสุดของ Liese มาค่ะ คือสี Dark Chocolate น่ะเอง สอยมาในราคา 315 บาทค่ะ หน้าตาเป็นแบบนี้..



ในกล่องมีน้ำยามาให้สองขวด จัดการผสมรวมกันแล้วปิดฝาเขย่าแบบพลิกข้อมือตามที่เขาแนะนำ แล้วจัดการทาครีมรอบใบหน้า หาผ้ากันเปื้อน ใส่ถุงมือ ผ่านไปราว 5 นาที จับขวดดูมันเริ่มเป็นน้ำสีน้ำตาลเข้มแล้วและมันอุ่นๆแฮะเลยคิดว่าควรย้อมได้แล้ว จริงๆควรทำทันทีหลังผสมเสร็จค่ะ จัดการเปลี่ยนจุก ตั้งขวดตรงๆแล้วบีบก็จะออกมาเป็นโฟมซึ่งเยอะมากๆๆๆๆๆๆ ละเลงจนทั่วแล้วน้ำยาก็ไม่มีทีท่าว่าจะพร่องเลย เราใส่จนหมดขวดค่ะ



ภาพนี้ฮาๆนะ ใส่ที่ปิดจมูกด้วยเรามีพกไว้อยู่แล้วเป็นแพ็คเลยเวลาต้องเข้าแลปกรอส ครั้งนี้ต้องใช้เพราะกลิ่นน้ำยามันฉุนมากก หรือเพราะเราไม่ได้ยืนทำในที่โปร่งลมพัดได้ มันเลยแสบจมูกเป็นพิเศษ บางทีต้องหลับตาเลยเพราะฉุนจริงๆ ฉุนขึ้นตา! น้ำยากลิ่นไม่ได้เลวร้ายเลยนะ คือมันก็หอม หอมฉุนด้วยกลิ่นเคมี T-T น้ำตาแตกกันเลยค่ะ นวดให้โฟมทั่วถึงผมทุกเส้นแล้วก็เก็บขึ้นไปเลยจ้า

ราว 20 นาทีผ่านไปเราก็ล้างแล้ว เขาให้ทิ้งไว้ 20-30 นาที สาวๆในห้องนี้ชอบทิ้งไว้นานกว่านั้น แต่เอ๊ะคิดไปคิดมา เราจะทิ้งไว้นานๆทำไมเนี่ยก็ไม่อยากให้สีมันเข้มมากนี่นา เลยรีบล้างตอนนาทีที่ 20 ซะเลย แล้วจัดการเช็ดผมให้แห้งใส่ลีฟออนที่แถมมาให้ และเซตผมดัดตามปกติค่ะ มาดูก่อนและหลังย้อม



สีผมที่ได้ถูกใจมวากกก เป็นสีน้ำตาลเข้มโทนแดงสมใจที่อยากได้ตั้งแต่ไปร้านตอนแรก สมกับชื่อ Dark Choc เพราะมันเหมือนสีช็อกโกแลตจริงจริ๊ง



มันไม่ได้เป็นสีเข้มมากมาย แต่ทำให้ดูผิวสว่างขึ้นอีกนะ เพราะว่าสีผมเดิมของเราเป็นสีอ่อนกว่านี้มาก พอย้อมสีนี้ทับทำให้ได้สีที่ไม่เข้มมากแต่ใกล้เคียงสีผมข้างกล่องมากเลย และสังเกตว่ามันมีประกายสีผมเดิมผสมอยู่ด้วย คือประกายส้มเลยหละเวลาแสงตกกระทบ



ทีนี้ลองเทียบภาพที่ถ่ายในที่ร่มกับที่มีแสงให้ดูค่ะ อยู่ในร่มแทบมองไม่เห็นเลยคือเป็นสีเข้มแต่ยืนดูใกล้ๆจะไม่เข้มเท่าดำจ้า แต่พออยู่กลางแดดนี่สีจะสว่างออกมาเลย ประกายสีผมเหมือนสีหน้ากล่องเป๊ะเลย เป็นประกายส้มๆ





จบแล้ว ถือว่าพอใจและสนุกมากกับการเปลี่ยนสีผมด้วยตนเองครั้งแรก หวังว่ารีวิวนี้คงเป็นประโยชน์กับสาวๆได้บ้างนะคะ อย่างไรก็ตามสีผมที่ได้ ขึ้นกับสีผมเดิมและสภาพผมของแต่ละคนด้วยสีที่ได้ย่อมแตกต่างกันค่ะ ขอบคุณที่ติดตามชมจ้า ไปละค่ะ บ๊ายบายยย

//www.bepearz.bloggang.com




 

Create Date : 01 พฤษภาคม 2554    
Last Update : 1 พฤษภาคม 2554 16:38:30 น.
Counter : 58537 Pageviews.  

1  2  

Valentine's Month


 
bepearz
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 31 คน [?]




แด่..ที่พำนักของความทรงจำและแหล่งสะสมแห่งประสบการณ์ล้ำค่า ครั้งหนึ่งในชีวิตนักศึกษาแพทย์คนนี้...Bepear forever

สวัสดีจ้าผู้หลงเข้ามาทุกคน ที่นี่เป็นดินแดนส่วนตัวบนโลกออนไลน์แห่งแรกเลยของลูกแมวเหมียวตัวนี้ (ลูกแพร์จ้า)
ดีใจมากที่ได้ขึ้นบ้านใหม่สักที ทีนี้
ที่นี่ก็จะเป็นแหล่งเก็บตุนผลงานที่เรา
ภูมิใจเยอะแยะเลยน้า ยังไงฝากด้วยนะค้าา

เปิดบ้านอย่างเป็นทางการ : Oct 2010

เราเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่เกิดมาพร้อมความชอบศิลปะทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว ชอบขีดๆเขียนๆ ว่างๆก็นั่งครีเอทไปเรื่อยๆ เคยคิดว่าตัวเองชอบออกแบบมากจนอยากไปเรียนสถาปัตย์ แต่สุดท้ายก็มาจบลงกับการเรียนแพทย์ด้วยความชอบและปัจจัยอะไรอีกหลายๆอย่าง แต่ถึงกระนั้นเราก็ยังรักในศาสตร์แห่งศิลปะที่เคยเป็นเพื่อนรักมาแต่นมนาน ทุกวันนี้เลยมีงานอดิเรกหลายต่อหลายอย่างที่ท่านผู้ผ่านมาอาจจะงงว่า 'มันช่างไม่เข้ากัน' เราชอบออกแบบตกแต่งภายใน คิดว่าสักวันคงจะออกแบบบ้านให้ตัวเองอยู่ สนใจในเมคอัพที่ตั้งใจว่าสักวันจะแต่งหน้างานรับปริญญาให้ตัวเอง และหลงใหลในการถ่ายภาพที่คิดว่าสักวัน ผนังของบ้านฉันจะประดับไปด้วยรูปที่ถ่ายมาด้วยมือและประสบการณ์ของตัวเอง ขอบคุณ..ความสุขทั้งหลายที่ให้เราเป็นตัวเรา

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าการลอกเลียนแบบ
หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของรูปภาพและข้อความใน
http://www.bepearz.bloggang.com แห่งนี้ไปใช้
ทั้งโดยเผยแพร่ หรือเพื่อการอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาต
จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Bepearz Fanpage
ShoutMix chat widget
Friends' blogs
[Add bepearz's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.