Group Blog
 
All Blogs
 

ความซวยมาเยือนแล้วกรู...เซงเป็ด

ก้อรู้ทั้งรู้อ่ะนะ ว่า side effect ของยาต้านไวรัสเนี่ย โคตรโหดเลย คนที่เคยกิน อ้วกแตกอ้วกแตนมาตั้งหลายคน แต่กรูก้อโดนจนได้...
เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อ 2-3 วันก่อนอุตส่าห์แก้ตัวเข้าวอร์ดแต่เช้า แล้วก้อเกิดเรื่องไม่คาดคิด
"เอก มาถึงห้องคลอดยัง" เสียงตามสายมางั้น เสียวสันหลังวูบๆ
"อื้อ" ไม่อยากตอบเลยกรู...
"มีเคส caesar(ผ่าคลอด)ด่วนอ่ะ มาเข้าหน่อยดิ อ.มาแล้ว" เอ้อ กรูว่าแล้ว...
ที่จิงเป็นเคสในเวรอ่านะ แล้วก้อลงตอน 8 โมง แต่ถ้าเข้ากว่าจะเสร็จคง 8 ก่า
เข้าให้ก้อได้วะ...
ว่าแล้วก้อเดินคอตกเข้า OR(ห้องผ่าตัด)ไป..

แต่งตัว ใส่ถุงมือ 2 ชั้น เข้าเคส ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ยกเว้นตอนเย็บมดลูก
เลือดคุณแม่ออกเยอะมาก อ. ก้ออารณ์รีบเย็บให้เลือดมันหยุด
"ฉึก" เสียงจิงๆไม่ดังหรอก แต่ขอซาวน์หน่อยละกัน แบบว่าเข็มทะลุเข้าถุงมือ เลือดซึมๆเลย(กะว่าเลือดไม่ออกจะไม่โวย)
"พี่พยาบาลครับ ผมโดนเข็มตำ..." หมดเสียงผมก้อโกลาหลซักครู่
เดินออกไปถอดถุงมือ เอาแอลกอฮอล์ราด เลือดหยุดก้อเข้าเคสต่อ(บอกแล้วว่าเรียนหมอต้องอึด)
เคสผ่านได้ด้วยดี...แต่กรูดิ

"พี่ครับ แล้วผมต้องไปเจาะเลือดป่าวอ่ะ" ถามหน้าซื่อๆ
"น่านดิ แต่คนไข้ไม่ได้เลือดบวกนะ ต้องป่าวอ่ะ" พี่พยาบาลอีกคนช่วยถาม
"ไปเจาะไว้ก่อนละกันตามมาตรฐาน" โอ้ เสียงคำตอบจากสวรรค์(หรือนรกฟระ) ว่าแล้วพี่เค้าก้อโทรไปหน่วย IC(ป้องกันการติดเชื้อ)
"พี่เอ๋คะ เด๋วจะให้ extern ไปเจาะเลือดนะคะ extern สุดหล่อของหนูโดนเข็มตำ"(เค้าพูดงี้จิงๆนะ อิอิ)
ว่าแล้ว ไอ้เอกก้อต้องไปเจาะเลือดตามระเบียบ

หลังคุยกะ อ. โรคติดเชื้อก้อได้ความว่าถ้ากลัวก้อกินยากันไว้ก้อได้ เลยดูผลเลือดคนไข้
"แมร่งลบเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ประวัติกรูก้อไม่รู้ เอาวะกินก้อกิน..." ครือว่า ถ้าเพิ่งติดเชื่อเนี่ย มันลบได้ 3 เดือนอ่า...
ว่าเล้วเลย on ยาต้านไวรัสแบบเด็กๆ คิอแค่ 2 ตัว
ไอ้โดสแรกก้อ ok หรอก...
พอโดส 2 ก้อเฉยๆ...
พอเริ่มวันที่ 2 (โดส 3)...
แมร่ง หิว แต่กินข้าวไม่ลง พะอืดพะอมตลอดเวลา กรำจิงๆกรู
จะหยุดยาเองก้อไม่ค่อยกล้า ไงๆก้อต้อง play save(เคยได้ยินว่ามีคนกินแล้วอ้วกจนต้องให้น้ำเกลือด้วยอ่า)
สรุป ตอนนี้เปลี่ยนจากเค้าดาวน์ปีใหม่เป็นเค้าดาวน์ 28 วันในการกินยาไปเรียบร้อยแล้ว
จะมีชีวิตถึงวันที่ 28 รึป่าววะเนี่ยกรู...




 

Create Date : 31 ธันวาคม 2549    
Last Update : 31 ธันวาคม 2549 16:53:50 น.
Counter : 175 Pageviews.  

ขอเขียนถึงเป็นครั้งสุดท้าย...

รู้สึกไม๊ครับว่าบางทีการรู้อะไรมากเกินไป หรือรู้ในสิ่งที่ไม่รู้เนี่ย มันก็ทำให้อึดอัดได้เหมือนกัน บางทีก้อกดดันจนเซงเลยล่ะครับ มันอาจจะจริงก้อได้ที่ อ.ที่เคยสอนผมเคยพูดว่า "หมอ มือนึงลูบหลังคนไข้ อีกมือเช็ดน้ำตาให้ตัวเอง" ผมไม่เคยได้รู้สึกอะไรขนาดนั้นมากนัก จนกระทั่งช่วงนี้ครับ เศร้าจิงๆให้ตายเหอะ....

เรื่องมีอยู่ว่าตอนนี้ปู่ผมท่านป่วยหนักอยู่ครับ ตอนนี้อยู่ใน ICU อาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่...จะให้พูดจริงๆก้อไม่ดีเอามากๆเลยล่ะ ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมท่านมา 3-4 ครั้ง(กว่าจะมีเวลาว่าง) ทั้งที่่านเข้า รพ. มาเกือบ 2-3 เดือนแล้ว เข้าใจว่าที่บ้านอาจเห็นผมยุ่งๆด้วย เพราะเดือนที่แล้วอยู่ ER เวลาไม่ค่อยเหมือนมนุษย์อื่นซักเท่าไหร่ บางวันเค้าตื่นกันผมก้อเพิ่งได้นอน กว่าจะรู้เรื่องอีกทีก้อตอนญาติโทรมาถามเรื่องมอนิเตอร์ใน ICU นั่นแหละ ถึงได้รู้ว่าท่านเข้า ICU ไปแล้ว...

เมื่อวานี้ไปเยี่ยมท่านมาครับ จะบอกว่าลำบากใจมากๆไม่รู้ว่าจะพูดยังไง เห็นสภาพท่านตอนนี้ ผอมลงมาก แต่ยังพูดคุยได้ ยังห่วงลูกๆ เพ้อถึงญาติที่เสียๆไปแล้วบ้าง ผมได้ไปคุยกับพยาบาลที่เฝ้าไข้กับหมอเจ้าของไข้(ไม่ได้บอกว่าเรียนหมออยู่ แต่ก้อใช้ศัพท์เทคนิคบ้าง) พอทรายอาการท่าน จะบอกว่าน้ำตาซึมเลยครับ ความหวังน้อยมากๆ ตกับหัวใจมีปัญหามาก แล้วก้อไม่สามารถทำอะไรได้เพราะสวนหัวใจไตก้อจะแย่ลงอีก ได้แต่ประคับประคองไปเรื่อยๆ พอออกมาจากเยี่ยมก้อมีญาติมาถามว่าเป็นยังไงบ้าง คุยกับหมอแล้วเป็นไง ไม่รู้จะพูดยังไงครับ ตอนเรียน เราเองเป็นคนพูดกับญาติคนไข้เองเรื่องโรคของคนไข้ แต่ตอนนี้พอเป็นคนฟังเองมันรู้สึกยังไงก้อไม่รู้ครับ อึ้งมึนไปหมด ยิ่งโดนญาติๆถามแล้ว จะให้บอกว่าไม่ไหวเหรอ มันก้อ... สุดท้ายผมก้อได้แต่คุยไปเรื่อยๆ บอกไปแค่กับญาติที่มาเฝาตลอดคนเดียว ไม่กล้าพูดครับ ไม่กล้าแม้จะบอกอะไรเลย ยิ่งตอนเข้าไปลาท่าน ท่านบอกว่า "คืนนี้คงหมดเวรหมดกรรมแล้วล่ะ" อึ้งครับ เศร้าไปเลย แต่ก้อต้องยิ้มไป แล้วก้อบอกว่า อาทิตย์หน้าจะมาเย่ยมใหม่ครับ รู้ไม๊ครับ ท่านตอบว่า"ไม่ต้องมาแล้วแหละ" อึ้งอีกรอบครับ ได้แต่ยิ้มๆแล้วก้อเดินออกมา...ตอนนี้ก้อคงได้แต่นั่งลุ้นอย่างเดียวครับว่าอาการท่านจะทรงๆไปได้นานขนาดไหน...

ครั้งนี้ผมเพิ่งรู้นะครับว่าการทีเราได้เจอเรื่องความตายบ่อยๆ มันไม่ได้ทำให้เราทนขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว ยิ่งถ้าเรื่องพวกนี้เกิดกับคนใกล้ๆตัวด้วยแล้ว(ที่จริงผมกับคุณปู่ก้อไม่ค่อยได้คุยกันมากนัก) มันยากมากครับที่จะทำตัวนิ่งอยู่ได้ แถมยิ่งเรารู้เรื่องที่สุดด้วย หมายถึงคุยกับหมอกับพยาบาลเข้าใจมากกว่าเพื่อน มันไม่รู้จะทำยังไงครับ ถ้าทำตัวเศ้ราเกินไป คนอื่นสังเกตเห็นก้อคงเอะใจกันแล้วว่าไม่ดีแน่ๆ แต่ถ้าไม่พูดอะไรเลยมันก้อไม่ได้อีก เพราะไม่อยากจะปิดคนอื่นซักเท่าไหร่ มันเหนื่อยครับ ตอนนี้เหนื่อยใจมากๆ...




 

Create Date : 13 พฤศจิกายน 2549    
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2549 23:45:42 น.
Counter : 187 Pageviews.  

The Confession

ลองเขียนเรื่องเกี่ยวกะเรียนหมอมาพักนึง(แล้วก้อหายไปพักหญ่ายๆ) คิดไปคิดมา มันไม่ใช่ตัวของตัวเองว่ะ เอางี้ดีก่า เริ่มใหม่แมร่งหมด...

ก้อคงเริ่มตรงนี้มั้งหว่า

มันแปลกนะ...คนอย่างผม อยู่ๆก้อมาเรียนหมอซะได้ ทั้งๆที่บุคลิกอะไรไม่ได้ให้เล้ย ก้อแหม จะให้ทำตัวเป็นคนขรึมๆ อยู่ในชุดขาวๆทั้งวันทั้งคืนเนี่ย ทนไงไหวหว่า

อ่าว แล้วทำไมผมมาเรียนหมอเหรอครับ ง่ายมากเลย ก้ออยากช่วยคนงัย เห็นคนป่วยๆแล้วสงสาร...คิดว่างี้ล่ะสิ
อยากให้ผมตอบงี้ใช่ไม๊ล่ะ ตอบจริงๆนะ ไม่ใช่หรอก แค่เสี้ยนเอง(จะโดนหาว่าเป็นคนไม่ดีไม๊เนี่ย 555)

อยากจะเล่าเรื่องของตัวเองหน่อย เผื่อมีใครที่คิดจะเรียนหมอ ไม่ว่าเหตุผลใดก้อตาม มาอ่านๆดูแล้วจะได้คิดใหม่มั่ง เหอๆๆ

ผมมาเข้าเรียนหมอด้วยเหตุผลบางอย่างเป็นการส่วนตัว เรียกได้ว่าเข้าเพราะเห็นแก่ตัวก็ได้มั้งเนี่ย มันเริ่มจากการที่บางครั้งรู้สึกเหมือนไม่มีคนต้องการ มันเบื่อๆเซ็งๆ การที่เราไปบ้านใครบางคนทุกๆอาทิตย์แล้วก้อยังไม่รู้สึกเหมือนว่าจะคุ้นเคยกันมากกว่าเดิมเลย บางครั้งกลับรู้สึกอิจฉาบางคนมากกว่าที่ไม่ได้มาตลอด แต่ยังได้รับความสนิทสนมมากกว่าเรา จนตอนหลังเหมือนๆแค่ไปเป็นหน้าที่เท่านั้นแหละ เบื่อจะตายไป...

นั่นล่ะ จุดเริ่มของทั้งหมด อย่างที่ผมบอกแล้วงัย ผมก้อแค่เด็กโง่ๆคนนึง ที่เซง+อยากประชดบางคน ว่า ไม่มีคนสนใจกรุก้อทำได้โว้ย ทำได้ดีกว่าคนอื่นๆอีก ไอ้คนที่เมิงโอ๋ๆกันเนี่ย ทำได้ครึ่งนึงของกรูไม๊(คิดอีกที โง่สนิทแฮะ!!) ว่าแล้วเลยเปลี่ยนเข็มจากวิดวะคอมที่ชอบสุดๆมาเข้าหมอแทน เพราะยังไม่มีคนเรียน 555

ชีวิตคนเรามันก็อย่างงี้และครับ โง่ๆกันไปวันๆ ตอนแรกเข้ามาเรียนก้อเฉยๆนะ เพราะปี 1 เรียนไม่ต่างกับมัธยม แต่ที่รู้ๆคือ แมร่ง ชอบฟิสิกส์อิ๊บอ๋าย แต่ชีวะเนี่ยเบื่อสราดดด...และแล้วผมก้อจบมาด้วยเกรดฟิสิกส์มหิดลที่ว่าโหดๆเนี่ยเป็น B ครับ ต่อมาพอเริ่มปี 2 เนี่ยสิ เริ่มเห็นแววว่ะ มีแต่ท่องๆๆๆๆ ใครท่องมากเก็บได้มากก้อสบายกว่าเพื่อน ภาษาแมร่งมนุษย์ต่างดาว รายก้อไม่รุ ผมน่ะเบื่อเอียนจนไม่อยากเรียนต่อเลย เกรดก้อร่วงเอาๆ จากที่เป็น 1 ใน 10 ในมัธยม ใครจะเชื่อล่ะว่าร่วงมาจนซ่อมตั้ง 2-3 วิชา แบบว่าเจอหน้าพวกที่ซ่อมด้วยกันเนี่ย รู้กันเลย เพื่อนๆโรงเรียนเก่ามันรู้ก้อแบบ เฮ้ย เมิง เด๋วไม่จบหรอก ตอนนั้นไม่รู้ดิครับ ทรมานอิ๋บอ๋าย ออกก้อไม่ได้เพราะติดทุน 2 ตัว(ของสาธา 400000 แล้วก้อคณะอีก 1500000) เอาแบบว่าขายเฟอร์นิเจอร์ทั้งตัว แถมตัวด้วยก้อไม่พอจ่ายอ่ะ พอบ่นกับที่บ้านเค้าก้อเข้าใจว่าเราเบื่ออาจารย์ที่สอนอีก เลยเชียร์ให้สู้ๆ แต่ก้อแบบว่านะ...กรูไม่สู้กรูจาออก...(บ้านผมเพิ่งรู้จิงๆเมื่อปีที่แล้วเองว่าไอ้ลูกชาย-หลานชายตัวดีเนี่ย อยากออกจนตัวสั่นตั้งนานแล้ว กำของเวรจิงจี๊งงง)

ต่อมาปี 3เทอมสองเหรอครับ เบื่อจัดๆ ประมาณว่าเที่ยวมากกว่าเรียนอ่ะ ก้อพยายามเรียนมากขึ้นนะ(ยอมจำนน เพราะชีวิตไม่ใช่ของเรา) แต่จนแล้วจนรอดก้อร่วงจนได้ ต้อ repeat ปีหน้า ว่างไปครึ่งปี ช่วงนั้นซึมไปประมาณ 5 วัน แล้วก็โทรหาเพื่อนสมัยมัธยม "เฮ้ย ว่างกันป่ะ ไปเชียงใหม่กัน" ว่าแล้วก้อหายตัวไปจากกรุงเทพไปแบคแพกอยู่ 1 อาทิตย์ได้ หลังจากนั้นก้อรอคอยเวลาที่จะกลับไปเรียนอีกครั้ง เฮ้อ...

ผ่านพ้นอีกปีไปได้ด้วยดี แล้วก้อเนื่องจากทำกิจกรรมมาก(ก้อเบื่อเรียนนิหว่า) เลยสนิทกะน้องๆปีติดกันเยอะอยู่บ้าง เลยอยู่ด้วยได้แบบว่าค่อนข้างสบาย ไม่ต้องปรับตัวมากมาย พอมาปี 4 ต้องดูคนไข้ด้วยนี่สิ แถมอยู่เวรอีก ส-อา ก้อกว่าได้กลับบ้านประมาณเกือบๆบ่าย หอก้อไม่มีแอร์ เซงครับ เซงเป็ดเลย ก้อเรียนๆไปทำงานไป จนอีกปี(ปี5 นั่นแหละครับ) ชาวบ้านชาวช่องถึงได้รู้กันอย่างที่บอกมาตอนต้นแล้วว่า กรูม่ายอยากเรียน เฮ้อ ชีวิตน้อ...

ตอนนี้ปี 6 แล้วครับ จะว่าไป อีก 4 เดือนก้อจบแล้ว เป็นคุณหมอเต็มตัวซะที(ชาวบ้านเค้าทำงานกันจนหัวเป็นนอตไป 2 ปีแล้ว) ตอนนี้คงยังไม่คิดอะไรหรอก แปลนล่วงหน้าก้อยังไม่มี ใช้ชีวิตสบายๆกับเพื่อนๆที่สนิทไปวันๆก่อน ส่วนจบแล้วจะทำไรเหรอ เรื่องของอนาคตครับ(อาจหลบไปเปิดร้านน้ำเต้าหู้ด้วยซ้ำไป) บางทีอาจจะเป็นหมอต่อ ไม่ก้อกลับมาทำงานที่บ้านเอง แก้เซง 555

อย่างที่บอกแหละครับ ที่เขียนเนี่ยไม่ได้เอามาด่าตัวเอง หรือโรคจิตกกำเริบอยากให้คนอื่นๆด่าหรอกนะครับ แต่อยากเอามาเล่าให้ฟังๆบ้าง เผื่อว่าบางคนที่อยากจะเรียนหมอ ด้วยเหตุผลประหลาดๆแต่ไม่ได้ชอบจิงจังเนี่ย จะได้เปลี่ยนความคิดซะที 6 ปี สำหรับคนที่ชอบนั้น สบายมากครับแปบๆก้อผ่าน แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบเนี่ย ยังกะตกนรกไปตั้งร้อยปีแน่ะ เลยอยากให้แบบว่าคิดดีๆ ตัดสินใจดีๆก้อแล้วกัล อิอิ




 

Create Date : 11 พฤศจิกายน 2549    
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2549 21:14:48 น.
Counter : 202 Pageviews.  

1  2  

Holy light
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add Holy light's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.