All Blog
Review: Matsumoto Kiyoshi : Retinotime Skincare ต่อต้านริ้วรอย

สวัสดีค๊า^^

พี่วิเชื่อว่าสาวๆหลายคนในที่นี้ ต้องไปช้อปปิ้งที่

Tops market กันอยู่บ่อยๆ

พี่วินะ..ทุกอาทิตย์เลยค่ะ




และตอนนี้..เราอาจจะสังเกตุเห็นว่า Tops market ที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว

มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ดูไฟสว่างๆ ดูของระรานตาใช่ไม๊คะ?? 

เป็นเพราะว่าทาง Tops market เพิ่มให้มีโซน HBA ซึ่งเกี่ยวกับ 

Health, Beauty and Accessories

ซึ่งเหมาะกับสาวนักช้อปและช่างเลือกอย่างพวกเรามากๆ

เทสกันมันส์ เล่นโน่นนี่จนเพลินลืมเวลากันเลยค่ะ


และวันนี้พี่วิจะมารีวิวผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ ให้น้ำลายหกกันเลยค่ะ555+

อดรนทนไม่ไหว แล้วล่ะสิ๊...ไปดูกันค่ะ


ส่วนตัวพี่วิชอบโซน Skincare ที่สุดค่ะ

เพราะด้วยวัย ด้วยอ่ะนะ 555++ ก่อนหน้านี้เพื่อนๆ พี่วิทุกคนที่เคยไปญี่ปุ่น

จะต้องกลับมาเม้าท์ให้พี่ฟังว่า ถ้าไปญี่ปุ่นนะ!!ทุกคนต้องไปช้อปปิ้งที่ร้าน 

ร้านนึงมีทุกอย่าง ที่เกี่ยวกับ Health & Beauty เลย 

ชื่อร้าน Matsumoto Kiyoshi เป็นร้านอันดับ 1 ทางด้านสุขภาพและ

ความงามของญี่ปุ่น คือเป็นที่รู้จักดีของนัก shopping หรือคนที่เดินทางไปญี่ปุ่น 


เมื่อก่อนอิจฉามากกก..แต่ขอโทษจ้า....ตอนนี้ไม่ต้องบินไปไกลถึงญี่ปุ่นแล้วนะ..

เพราะผลิตภัณฑ์ Matsumoto Kiyoshi มีขายที่เมืองไทยแล้ว โดยเป็นครั้งแรก

ที่มีจำหน่ายนอกประเทศญี่ปุ่น และสะดวกกว่าตรงที่อยู่ใน Tops Supermarket 

นี่แหละ..ที่สำคัญเป็นสินค้าที่คัดสรรมาแล้ว และ Exclusive มาก มีขายเฉพาะที่

 Tops และ Central Food Hall เท่านั้น



ดูระรานตามากๆ มีอะไรที่น่าสนใจกันบ้างในกลุ่มโปรดอย่าง Skincare 


เริ่มจากแบรนด์แรก..กันเลยนะ

1. ชื่อแบรนด์: Retinotime (เรทิโนไทม์)

Anti-aging Skincare

เป็นอะไรที่เหมาะกับพี่วิมากๆ ช่วยลดเลือนริ้วรอยและชะลอวัยพี่วิสุดๆ




นี่เฉพาะสกินแคร์นะจ๊ะ...เพี๊ยบเลยยย

จากที่แบรนด์เคลม...เน้นเรื่องอะไรบ้างมาดูกัน...

เป็นผลิตภัณฑ์ต่อต้านริ้วรอยก่อนวัยช่วยบำรุงล้ำลึกถึงผิวชั้นใน ทำให้ผิว

กระจ่างใส และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวด้วยส่วนผสมหลัก 5 ชนิด


Retinoic acidTocoferil (ปรับสมดุลผิว),

ColloidolPlatinum (ปกป้องมลภาวะสาเหตุของริ้วรอยก่อนวัย),

Rejuline (เพิ่มความยืดหยุ่นและอ่อนนุ่มให้ผิว),

EDP3 (ข่วยให้ผิวนุ่มลื่นและชุ่มชื้น)

และ SuperHyaluronic Acid (ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นล้ำลึกถึงผิวชั้นใน)

*เห็นผลภายใน2 อาทิตย์ หลังการใช้อย่างต่อเนื่อง


ในแบรนด์ Retinotime นี้มีผลิตภัณฑ์ครบถ้วนมากค่ะ

แต่..วันนี้พี่วิจะพูดถึง 3 ตัวที่พี่รู้สึกว่า..น่าสนใจจริงๆ เท่านั้นนะ


เริ่มจากตัวที่พี่วิชอบที่สุดก่อนนะคะ

Retinotime: Cleansing & MassageAEX

เป็น Creme Cleansing make-up remover

ขนาด 175 กรัม  ราคา 1,450 บาท


พี่วิให้ความสำคัญมากๆ กับการทำความสะอาดผิวหน้ามาก เพราะเนื่องจาก

เคยมีประสบการณ์ หน้าพังจากการเป็นสิวอุดตันทั้งหน้ามาก่อน 

และเป็นคนแต่งหน้าตลอด รักเมคอัพค่ะ 555+

ดังนั้นเมื่อเรารักจะสวย ก็ต้องรักสะอาดแบบล้ำลึกด้วยค่ะ

มาดูซิว่า ทำไมพี่วิถึงให้ความสนใจ Cleansing ตัวนี้เป็นพิเศษ



เป็นเนื้อครีมสีเหลืองอ่อนๆ พอเกลี่ยไปแล้ว จะให้ความรู้สึกเหมือนเซรั่มเลย

เนื้อครีมจะใสขึ้น ลื่นแต่ไม่มาก ที่สำคัญเนื้อจะเย็นๆ 

รู้สึกสบายผิวดีค่ะ..เวลานวดเบาๆ ที่ผิว


พี่วิลองเทสโดยการ ทำความสะอาด Eye Liner ตัวโปรดให้ดูแล้วกันนะคะ

เป็นที่ขึ้นชื่อในกลุ่มสาวรักเมคอัพกันอยู่แล้วว่า Eye Liner ตัวนี้ติดทน!! 

ไม่ทำให้เราเป็นแพนด้า นั่นหมายถึงล้างออกไม่ง่ายเลยใช่ไม๊คะ..มาดูกัน



ช่วงทดสอบ!!  ตอนแรกแอบตกใจเหมือนกัน 

คือวนไป 3-4 รอบไม่สะทกสะท้านเลย เอ๊ะอย่างไง??


ที่จริงแล้ว!! แตะ Cleansing ลงผิวแล้วเกลี่ยให้ทั่ว!! แล้วทิ้งไว้ 10 วินาทีค่ะ

จากนั้นวนเบาๆ เท่านั้นแหละ!! ไลน์เนอร์ที่ว่าติดทนนักทนหนา!!

หลุดออกมาง่ายดายมากกกก...พอล้างน้ำออกแล้ว ตัวคลีนซิ่งไม่ทำให้รู้สึกผิวมัน

หรือทิ้งคราบลื่นๆ ติดผิวเลย แต่ผิวจะนุ่มๆ ขึ้นอีกด้วย..ถือว่าเป็นตัวที่พี่วิ

อยากทุ่มทุนเสียทรัพย์มากที่สุดค่ะ

ตัวที่ 2 ที่น่าสนใจคือ โลชั่น

Retinotime: Wrinkle Lotion AEX

ขนาด 160ml. ราคา 1,950 บาท



มีให้เลือก 2 ประเภท แบบชุ่มชื่นเหมาะกับสาวผิวมัน ถึงผิวปกติ

และแบบชุ่มชื่นมาก เหมาะกับสาวผิวแห้งค่ะ

คุณสมบัติคือช่วยปกป้องความหมองคล้ำจากมลภาวะและมอบความชุ่มชื่นสู่ผิว

ช่วยปรับสมดุลให้ผิวและผลัดเซลล์ผิวชั้นอย่างอ่อนโยน




เป็นโลชั่นน้ำใสๆ แบบนี้ค่ะ เนื้อโลชั่นจะมีความหนึบนิดๆ 

ให้ความรู้สึกชุ่มชื่นๆ เกลี่ยง่าย และซึบซาบไวมากค่ะ


มาดูอีกขวดนึงค่ะ เป็นโลชั่นเหมือนกันแต่เป็นแบบน้ำนม

Retinotime: Wrinkle MilK AEX

ขนาด 125ml.  ราคา 1,950 บาท



คุณสมบัติคือช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผิวที่แห้งเป็นพิเศษ

และช่วยให้รูขุมขนเล็กลงเป็นการสร้างผิวใหม่และกักเก็บความชุ่มชื้น



เนื้อครีมเป็นสีขาวขุ่นๆ เหมือนน้ำนมเลยค่ะ  ตอนเทออกมาครั้งแรกจะหนืดๆ

รับรู้ได้ว่ามีความเข้มข้นมาก และสักครู่จะเริ่มกลายเป็นน้ำนม 

เกลี่ยแล้วผิวจะดูเงาๆ  ซึมซาบเร็วมากๆ เช่นเดียวกับโลชั่นน้ำใสๆ เลยค่ะ 

แต่โลชั่นน้ำนมจะดูผิวชุ่มชื้นกว่า และมีกลิ่นน้ำนมอ่อนๆ ติดอยู่ที่ผิว 

เหมือนผิวเด็กอ่อนเลย..555..ชอบๆๆ


และตัวสุดท้ายตัวที่ 3 ที่น่าสนใจคือ

Retinotime: Wrinkle Day Milk UV AEX

ตัวนี้เป็น Moisturizer UV Protection Make-up base All in One ค่ะ

มี SPF 50 PA+++ ขนาด 30ml. ราคา 1,650 บาท



เนื้อครีมจะเป็นสีขาวนะคะ

ซึ่งแบรนด์เคลมว่า ใช้เป็นเมคอัพเบสได้เลย..เรามาดูกันค่ะ



พอทาแล้วเกลี่ยบางๆ ให้ทั่ว..จะดูผิวใสโกลว์ๆ ค่ะ

ซึมซาบได้ไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่ทิ้งคราบขาวๆ 

ผิวจะรู้สึกตึงๆ และดูเนียนเรียบขึ้น เหมือนทาเมคอัพเบสไว้นั่นเองค่ะ

เท่ากับกันแดดด้วย เป็นเบสใสๆ เพื่อปรับสภาพผิวในเรียบได้ด้วย..อ่ะเริ่ดๆ อยู่นะ


ยังมีอีก 2 แบรนด์ที่ Exclusive ไม่แพ้กัน 

แต่ว่าเกี่ยวกับผม และผิวกายค่ะ 




2. ชื่อแบรนด์ : Argelan (อัลจีรัน)

แบรนด์นี้เป็นผลิตภัณฑ์ออแกนิคทั้งหมด

ซึ่งมีตัว Body Cream และ Hand Cream ที่ได้รับการรับรองจาก ECOCERT

ว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติอย่างแท้จริง 


ตัวที่เรียกว่าชูโรง..โดดเด่น ขายดีสุดๆ ของแบรนด์เลยคือ




นี่เลยค่ะ!!  เป็น Organic Hair Care

 ขนาด 550ml.  ราคาขวดละ 1,150 บาท


เป็นแชมพูเจลสาหร่ายทะเลเนื้อเจลจะช่วยซึมซับสิ่งปรก ที่อุดตันรูขุมขน

ให้สะอาดหมดจด และอีกขวดนึงเป็นทรีทเม้นท์มาส์คโคลนทะเล 

ช่วยเคลือบและกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในเส้นผม ปราศจากซิลิโคน 

เหมาะกับผิวแพ้ง่าย และสารเคมีที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย


และท้ายสุดที่เราจะกล่าวถึงในบล็อคนี้คือ

แบรนด์ที่เกี่ยวกับเส้นผมโดยเฉพาะค่ะ




3. ชื่อแบรนด์ : Lungta (ลุงต้า)

เป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผม..แต่ว่าเป็น Professional Hair Care

เน้นความเป็นสินค้าอันดับ 1 ที่ลูกค้าซื้อแล้วกลับมาใช้มากที่สุด

ในร้าน Matsumoto ที่ญี่ปุ่นเลยค่ะ


เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผมระดับ Hair Salon มี 2สูตรคือ WhiteSeries 

สูตรสำหรับผมเสียมาก บำรุงล้ำลึกถึงรากผม ช่วยฟื้นฟูผมที่โดนทำลาย

จากการดัดและทำสี  ตัวบรรจุภัณฑ์จะเป็นสีขาวค่ะ


แต่สำหรับพี่วิต้องตัวนี้ค่ะ...เหมาะมาก!!!




PurpleSeries สูตรสำหรับผมลีบและขาดน้ำหนัก ทำให้ผมนุ่มสลวย

ดูมีสุขภาพดีรับรองว่าเห็นผลทันทีตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้

บรรจุภัณฑ์จะเป็นสีม่วงๆ แบบนี้ค่ะ


เห็นมั้ย ความระรานตาในโซน HBA ที่ Tops market มีสิ่งที่น่าสนใจมากๆ

สำหรับสาวๆ ที่รักสุขภาพและความงามอย่างพวกเรา

พี่วิไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครๆ ไปญี่ปุ่นแล้วต้องแวะ

ร้าน Matsumoto Kiyoshi ก็ดูสิ!!  มีแต่ของดีๆ ทั้งนั้นเลย!! 


ต้องขอโทษจริงๆ ที่พี่วิไม่อาจรีวิวให้ดูได้ทั้งหมดใน Zone HBA นะ

เพราะว่าของเยอะมาก...ใครแวะไป Tops Market บ่อยๆ อย่าพลาดนะคะ!!


แนะนำว่า...เผื่อเวลาไว้เยอะๆ 

และ!! ไม่ควรพาคุณแฟนไปด้วยค่ะ!!

เพราะจะเป็นการขัดเวลาแห่งความสุข บนสวรรค์น้อย ๆ 

อันเลอค่าของพวกเราค่ะ 5555++




Create Date : 03 พฤษภาคม 2557
Last Update : 4 มิถุนายน 2557 13:29:02 น.
Counter : 17972 Pageviews.

0 comment
Review: แชมพูขจัดรังแค "CLEAR" เคลียร์ ซากุระ เฟรช จุดจบของรังแค

วันนี้มาพูดถึงแชมพูขจัดรังแคกันหน่อยค่ะ
พี่วินี่ ลูกค้าตัวยง ของแชมพูขจัดรังแคเลยนะ
คือใช้แชมพูทั่วไปได้นะ แต่ต้องเลือกมากหน่อย
เพราะบางทีใช้แล้วจะคันหนังศรีษะ เคยไม๊?? คือไม่ได้คันแบบธรรมดานะ
คันแบบลึกมาก เกาแล้วก็ไม่หาย ผลาญหงุดหงิด เสียบุคลิกด้วยนี่สิ
เกามากๆ หรือแม้บางทีไม่เกา ก็ลอกเป็นสะเก็ดรังแคเลย

พี่เลยตัดปัญหาซื้อแบบขจัดรังแคติดไว้ตลอด
ซึ่งในท้องตลาดก็มีหลายแบรนด์มากๆ 
ยิ่งตอนนี้นะ มีหลายกลิ่น หลายสไตล์ เอาใจพวกเราสุดๆ

ล่าสุดที่เห็นเลยนะ  และที่วันนี้จะมารีวิวถึงคือ
“เคลียร์ซากุระ เฟรช”




ซึ่งตอนนี้เอาใจสาวๆ ที่ชอบอะไรที่เป็นญี่ปุ่นๆ 
แล้วถ้าพูดถึงประเทศญี่ปุ่น ต้องนึกถึง"ดอกซากุระ" ดอกไม้ประจำประเทศที่จะเบ่งบานให้คนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้สัมผัสความงามและความหอมยั่วยวนได้แค่1 อาทิตย์ใน 1 ปีเท่านั้น


ทางเคลียร์บอกว่า....

 งานนี้ ใครที่ไม่ได้ไปญี่ปุ่นหรือไปแล้วพลาดโอกาสเห็นดอกซากุระก็ไม่ต้องวอรี่เพราะตอนนี้นอกจากจะได้สัมผัสความหอมของซากุระเหมือนอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นแล้วผมยังสวยไร้รังแค ในขั้นตอนเดียวอีกด้วย กับ 
“เคลียร์ ซากุระ เฟรช” ครั้งแรกของแชมพูขจัดรังแคกลิ่นซากุระ
ที่ให้ทั้งผมหอมกลิ่นซากุระสดชื่นยาวนาน 
และความมั่นใจไร้รังแคในขวดเดียว

 สำหรับใครที่ไม่ค่อยชอบใช้แชมพูขจัดรังแคเพราะกลิ่นของแชมพูยังไม่ถูกใจ ต้องลอง “เคลียร์ซากุระ เฟรช” รับรองจะติดใจไม่ว่าจะสะบัดผมกี่ครั้งก็มั่นใจหายห่วง ว่าผมจะหอมกลิ่นซากุระสดชื่นยาวนาน 


ด้วยสารสกัดจากดอกซากุระผสานอานุภาพของเทคโนโลยี

นูเทรียม 10 (Nutrium10)


จุดจบของรังแค  ของดีต้องบอกต่อ



อ่ะในเมื่อเค้าท้าเราซะขนาดนี้ 

คงต้องลองกันซักหน่อยค่ะ


เริ่มจากดู บรรจุภัณฑ์ กันสักนิด

ขวดเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม สีขาวขุ่น






ฝาเปิด-ปิด 

แค่ดันขึ้นและปิดเบาๆ 







เนื้อแชมพู

เป็นสีขาวขุ่น

มีความเหนียวหนืดกำลังดี

ใช้เพียงเท่านี้ต่อครั้งก็สระสะอาดแล้วค่ะ






กลิ่น

เป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้

คือเจ้ยังไม่เคยไปญี่ปุ่นนะ เลยไม่รู้ว่ากลิ่นดอกซากุระเป็นเยี่ยงไร

แต่ถ้านี่คือกลิ่นของดอกซากุระ..พูดเลยว่า..หอมจัง!! อยากไปญี่ปุ่นเลย ^^






ความรู้สึกหลังใช้ 1 อาทิตย์


พี่วิเป็นคนสระผมวันเว้นวันค่ะ เพราะเป็นคนผมมันง่าย ลีบแบน

หลังใช้ “เคลียร์ ซากุระ เฟรช” แล้ว


1. ไม่คันหนังศรีษะค่ะ

2. ไม่มีรังแค

3. กลิ่นหอม

4. ผมไม่ลีบแบน


แค่ 4 ข้อนี้พี่ว่าก็เพียงพอสำหรับพี่แล้วค่ะ ตอบโจทย์พี่ได้ทุกข้อ

ถือว่าเป็นแบรนด์ม้ามืดสำหรับพี่มากๆ เพราะไม่เคยใช้มาก่อนเลย



พอลองแล้วรู้สึก!! เออ..ทำไมเราปิดกั้นตัวเองใช้แต่อะไรเดิมๆ มาตลอด

คือด้วยความเป็นคนมีรังแคไง...ใช้อะไรก็คัน..เลยไม่ค่อยอยากเปลี่ยน

พอวันนี้เปลี่ยนมาทดลอง “เคลียร์ ซากุระ เฟรช”

แล้วรู้สึก พอใจมากๆ ค่ะ



ตอนนี้มั่นใจ!! ท้าให้พิสูจน์เลยค่ะ 

ผมหอมและไม่มีรังแคแน่นอน!!







ส่วนสาวๆ บางคนที่ไม่ได้มีรังแคแบบพี่วิ เอ๊ะ..ใช้แล้วจะเป็นอย่างไงสามารถดู Comment ได้จาก 2 สาวนี้ได้เลยค๊า



Me.Melissa  น้องเมย์ >> //www.bloggang.com/viewblog.php?id=melissa-me&date=03-05-2014&group=3&gblog=31


และ 

Sp Saypan   น้องสายป่าน >> //www.bloggang.com/mainblog.php?id=saypan&month=03-05-2014&group=1&gblog=23




เคลียร์รังแค กับ “เคลียร์ ซากุระ เฟรช” ได้แล้ววันนี้

ขนาด 380 มล. ราคา 139 บาท


ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าทั่วประเทศ

“เคลียร์ ซากุระ เฟรช” กลิ่นซากุระสดชื่นยาวนาน จุดจบของรังแค







Create Date : 03 พฤษภาคม 2557
Last Update : 10 พฤษภาคม 2557 10:47:21 น.
Counter : 13442 Pageviews.

0 comment
How to: การเปลี่ยนสีผมพร้อมปิดหงอกด้วยตัวเอง..ง่ายจะตาย!!
สวัสดีค่ะสาวๆ 
วันนี้ไม่มี How to Makeup มาให้ดูนะ

แต่ว่ามา How to ย้อมผมปิดหงอกมาฝากกันค่ะ!!!
วัย 40+ อย่างพวกเรา สังขารค่ะ..สังขาร..หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ



และสาวๆ หลายคนที่ยังไม่สูงวัยเยี่ยงพี่..แค่ 20 ต้นๆ 
บางคน!! ก็เริ่มมีน้องหงอกมาเยือนกันแล้ว..ใช่ไม๊คะ??

ไม่ต้องเสียใจค่ะ..ไม่ต้องเสียใจ!!...คุณมีพี่เป็นเพื่อนแล้ว5555++
ของพี่วินะ...ประจานแนวหน้าเลย..ด้านในไม่ค่อยมี!!
แต่ดันขึ้นตลอดแนวขอบหน้าผาก..เรียกว่าประจานวัยกันสุดๆ ค่ะ
นี่พูดเลยนะ..ว่าเซ็งมาก!! พยายามทำใจมาหลายปีแล้ว..แต่ยังไม่ชิน555++


วิธีจัดการน้องหงอกของพี่วิเหรอคะ??
ก็จะมีทั้งเก็บเฉพาะโคนผม
และเปลี่ยนสีตั้งแต่โคนถึงปลายผมค่ะ

ถ้าเป็นรหัสสีเดิมๆ แบรนด์เดิมๆ ที่ใช้อยู่ตลอดๆ 
1. พี่จะเก็บสีเฉพาะโคนผมตรงที่หงอก หรืองอกยาวขึ้นมาใหม่ 
2. โดยการแบ่งสีย้อมผมออกเป็น 3-4 ส่วน กะเอาค่ะใช้เมจิกขีดไว้เป็นเส้นขั้นๆ
3. การเก็บเฉพาะโคนจะทำทุก 2 อาทิตย์ ประมาณ 3-4 ครั้ง ก็จะหมดกล่องพอดีค่ะ
4. ครั้งที่ 4 จะเก็บสีตั้งแต่โคน ถึงปลายผมเลยค่ะ

ถ้าระหว่างใน 2 เดือนนั้นอยากเปลี่ยนเป็นสีเฉดอื่นๆ ไปเลย
ก็จะทำตั้งแต่โคนผมถึงปลายเลยค่ะ
แต่ส่วนใหญ่จะรอทำตอนรอบที่  4 ค่ะ
คือเปลี่ยนเฉดด้วยแล้วเก็บทั่วตั้งแต่โคนสุดปลายทีเดียวเลย
แล้วซื้ออีกกล่องมาเก็บไว้เพื่อรอเก็บโคนทุกๆ 2 อาทิตย์ต่อไปค่ะ

ด้วยความที่เราต้องย้อมกันบ่อยมากๆๆๆๆ
สิ่งที่พี่ตระหนัก คำนึง นึกถึงมากๆ คือตัวผลิตภัณฑ์ค่ะ
เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราต้องใส่ใจมากๆ ซึ่งจะต้องมี 6 ข้อนี้มาก่อนเลยคือ....
1. ต้องไม่มีแอมโมเนีย
2. ต้องไม่แสบหนังศรีษะ
3. ต้องไม่เหม็นฉุน ถ้าหอมได้ยิ่งดี
4. สีต้องติด..ไม่ใช่ล้างผมเสร็จ!! อ้าววว..หงอกยังอยู่
5. สีต้องสวย 
6. ราคาต้องจับต้องได้จ้า..เพราะต้องทำบ่อยนะ

พี่วิมีแบรนด์ในดวงใจอยู่ 2 แบรนด์ค่ะ
น้องๆ เพื่อนๆ ที่ตามพี่วิในเพจจะทราบกันดีอยู่แล้ว

แต่วันนี้!!!  แบรนด์นึงที่พี่ไม่เคยใช้!! แต่จะลอง!! (นี่ขอยอมรับกันตรงๆ เลย!!)
พูดเลยว่าไม่เคยอยู่ในสายตา..เวลาเลือกซื้อเลย!! ...
เพราะปกติ ถ้าพี่วิจะซื้อผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผม
พี่จะซื้อทึ่ร้านขายส่งหรือร้านอุปกรณ์เกี่ยวกับทำผม

ที่ร้านแสงเจริญตรงปากซอยเพชรบุรี 15 ซึ่งไปแทบทุกอาทิตย์ 
และอีกร้านคือ J&B ปากซอยเพชรบุรี 31 ค่ะ..ซึ่ง 2 ร้านนี้สินค้าราคาถูกมากกว่า
ที่ซื้อในศูนย์การค้าค่ะ ในร้านแรกไม่มีแบรนด์นี้ และร้านที่ 2 พี่ไม่เห็นนะ 
หรืออาจจะไม่ได้สังเกตุ!! 

หลายครั้งนะ!! เวลาพี่พูดเรื่องการเปลี่ยนสีผมในเพจ..
ว่าวันนี้ถึงเวลาเก็บสีนะ ครั้งนี้ใช้ของอะไรบ้าง?? 
เพื่อนๆ น้องๆ ก็จะแนะนำชื่อแบรนด์โน้นนี้ขึ้นมา..น่ารักมาก..
ถือเป็นการช่วยกันแชร์กัน..พี่ชอบ!!

ซึ่งเป็นข้อดีที่เรามีเพื่อนๆ น้องๆ เยอะ..
มีส่วนให้เราได้ยิน ได้รู้จัก และอยากทดลอง
มีแบรนด์แนะนำกันมาตลอดๆ บอกว่าหอมๆ ไม่แสบหนังศรีษะด้วย!!
จนทำให้พี่อยากรู้อยากเห็น!! 5555++ และแอบไปสืบ..จนต้องลองซื้อมา
นั่นคือ Ganier Olia!! 




  วันนั้นเลยตัดสินใจซื้อจาก Tops มา 2 กล่องค่ะ

พอถึงบ้านปุ๊บเจอ E-mail ติดต่อมาว่า
จะส่งผลิตภัณฑ์มาให้ทดลองใช้!! 
คุณพระ!! ..นี่เราตัดสินใจเร็วไป หรือเราเปิดเมลล์ช้าไป555++
พี่เลยตอบไปว่า...อ่อ!! นี่เพิ่งซื้อมาเลย..และกำลังจะลอง!! 
ไม่ต้องส่งมาก็ได้...ไม่เป็นค่ะ

พี่เลยติดต่อน้องเมย์ กับน้องสายป่าน The gang!! "Little Beat"
กะว่าจะเล่าสู่กันฟังขำๆ น้องๆ บอกว่าทางแบรนด์ส่งของมาให้แล้ว!! อ่าวววว!!

คุยไปคุยมา..เราเลยสรุปกันว่า
เออ!! เรามา How to การทำสีผมกันไม๊??
เนื่องจากเราทำสีผมกันเองตลอด และทำบ่อย 
ใครมีเทคนิคอะไรบ้าง...มาแชร์กัน!!

เพราะเชื่อว่าบางคน อาจจะยังไม่เคยเปลี่ยนสีผมเอง..
และเรา 3 คนก็มีผลิตภัณฑ์แบรนด์เดียวกันพอดี
แถมยังคนละเฉดสี...เลยตัดสินใจ How to ร่วมกัน
แบบสไตล์ใคร สไตล์มัน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อคนอ่านและเราก็สนุกดี!!!


เห็นวิธีของน้องๆ  2 สาวแล้วใช่ไม๊คะ?? 
ถึงตรงนี้มาดูการเก็บหงอกของเจ้กันดีกว่าค่ะ!!




อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมทั้งหมดมีดังนี้

1. ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม พี่วิเลือกเบอร์ 3.16 เป็นน้ำตาลเข้ม  ประกายหม่นเหลือบม่วง
2. ถุงมือ ซึ่งจริงๆ จะมีมาให้ในกล่องแล้ว แต่พี่ชอบถุงมือหมอมากกว่าถนัดดี
3. ถ้วย และแปรงป้ายสีผม ใช้ในเวลาที่จะเก็บเฉพาะโคนผม (จะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้)
4. กิ๊บพลาสติกติดผม 6-10 ตัว แล้วแต่ความหนาบางของเส้นผมค่ะ
5. หวีสำหรับแบ่งผม
6. ถุงพลาสติกใบใหญ่กว้างกว่าตัวเราเล็กน้อย
7. วาสลีน หรือปิโตรเลี่ยมเจล
8. ฟอยล์





ขั้นตอนการเตรียมผม

1. ดูว่าผมเราสกปรกเกินไปหรือเปล่า? 
เมื่อวานใช้สเปรย์หรือออยล์สำหรับจัดแต่งทรงผมไม๊?

ถ้าอย่างใดอย่างหนึ่ง ควรสระผมด้วยแชมพูสระผม 1 รอบ
ห้ามเกาหนังศรีษะ และห้ามใช้ครีมนวดนะคะ เพื่อเป็นการทำความสะอาดก่อน 
สีจะได้ติดง่ายขึ้นด้วย จากนั้นซับน้ำแล้วเป่าผมให้แห้ง แล้วแบ่งผมเป็นช่อๆ
ถ้าจะให้ดี หลังสระผมแล้ว ควรเว้นไว้ประมาณ 1 วัน ให้ผมเรามีน้ำมันบนเส้นผมบ้าง
เพื่อให้การเปลี่ยนสีผมมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ




2. ถ้าผมสะอาดดีไม่มีผลิตภัณฑ์แต่งผมก็ไม่ต้องสระค่ะ แล้วแบ่งผมเลย




3. พี่จะแบ่งเป็น 2 ฝั่งซ้ายขวาก่อนค่ะ 
แล้วมาแบ่งย่อยๆ อีกครั้ง ประมาณ 6 ช่อไว้ก่อน


ขั้นตอนการเตรียมอุปกรณ์

1. เอาถุงพลาสติกใบใหญ่ๆ ที่เตรียมไว้ มาตัดเว้าตรงก้นถุงเป็นคอเสื้อ 
และเว้าแขน 2 ข้าง เราจะได้เสื้อกล้ามพลาสติกแขนกุดตัวใหญ่ๆ สวมทับชุดลงไป
เพื่อป้องกันสีผม โดนตัว และเสื้อผ้าค่ะ จะได้ไม่เลอะเทอะ...
วิธีนี้เหมาะกับสาวๆ ที่มีผมยาวค่ะ

2. นำสีผลิตภัณฑ์มาเทผสมรวมกัน ตามคำแนะนำที่แนบมา 
แล้วเขย่าๆ ให้ส่วนผสมเข้ากัน



3. ทาวาสลีน เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้สีที่อาจตกลงมาเลอะเทอะ
ที่หน้า ใบหูและคอค่ะ พี่จะทาชิดแนวขอบหน้าผาก ตลอดจนถึง
แนวจอนผม ใบหู ท้ายทอยและบริเวณคอด้วยค่ะ




ขั้นตอนการลงสี 

1. ใส่ถุงมือให้เรียบร้อยก่อนค่ะ แล้วเริ่มจากช่อแรกที่อยู่ด้านล่างสุดก่อนค่ะ
2. เราจะทำเฉพาะช่วงปลายผมก่อน คือจะเว้นโคนผมไว้ประมาณ 2" 
3. ให้ลงสีชุ่มๆ จนถึงปลายผมนวดที่ผมเบาๆ เพื่อให้สีติดให้ทั่ว แล้วใช้ฟอยล์ห่อทับไว้
4. ทำไมต้องห่อด้วยฟอยล์?? เนื่องจากสีผมเดิมที่พี่วิทำไว้ค่อนข้างเข้ม 
สีที่มาลงใหม่จะติดยากมาก  การห่อฟอยล์ช่วยให้สีไม่แห้งไว ไม่ระเหยเร็ว 
เหมือนเป็นการ-อบไว้ จะทำให้สีติดได้ง่ายขึ้น 
ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นเทคนิคส่วนตัวของพี่วิเลยค่ะ
5. ทำให้ครบทุกช่อแล้วทิ้งไว้ 40 นาทีค่ะ
6. อย่าลืมนะ อย่าพึ่งทำที่โคนผม เดี๋ยวเรามาเก็บทีหลัง




ขั้นตอนการเติมโคนผม

1. เมื่อครบ 40 นาทีแล้ว เรามาแกะฟอยด์ออกกันเลยค่ะ
2. เริ่มแกะจากช่อล่างสุดก่อนดูว่าสีผม เริ่มติดไม๊?? แล้วแกะออกให้หมด
3. ถ้าน้ำยาเปลี่ยนสีผม 1 กล่องหมดแล้วหรือดูว่าไม่พอ ผสมใหม่!! กล่องที่ 2 เลยค่ะ
4. จับช่อแรกที่ด้านหน้าตรงหน้าผาก แล้วลงสีจากโคนผม
ให้ทั่วถึงในจุดที่เราเว้นไว้ในตอนแรก
5. ลงให้ทั่วโคนผมทุกช่อที่เราเคยเว้นไว้ค่ะ เน้นตรงผมขาวเยอะๆ ชุ่มๆ ค่ะ
6. จากนั้นนวดศรีษะเบาๆ เพื่อให้สีกระจายให้ทั่วถึง แล้วทิ้งไว้อีก 30 นาที




***ทำไมต้องมาลงสีที่โคนผมทีหลัง!! 
เพราะโคนผมอยู่ติดหนังศรีษะค่ะ ในบริเวณนี้จะเป็นผมที่งอกยาวออกมาใหม่
และมีอุณหภูมิอุ่นๆ ที่หนังศรีษะด้วย..จะทำให้สีผมติดไวกว่าช่วงอื่นๆ มาก 
ถ้าเราลงสีที่โคนผมพร้อมปลายผม และทิ้งไว้ในเวลาที่เท่ากัน 
จะทำให้สีตรงโคนผมอ่อนและสว่างกว่าส่วนอื่นๆ 
ทำให้สีที่ออกมาไม่เนี๊ยบ!! ไม่สม่ำเสมอค่ะ  
โคนแดงปลายดำอะไรแบบนั้นเลยค่ะ

เมื่อครบตามเวลาแล้ว ไปล้างผมกันค่ะ!! ยังต้องใส่ถุงมืออยู่นะ!! 
ล้างด้วยน้ำเปล่าธรรมดาอย่างเดียวค่ะ
ถ้ายืนสระกับฝักบัวจะสะอาดกว่ามาก!! เพราะเราจะได้ใช้ทั้ง 2 มือนวดเบาๆ 
เพื่อล้างสีให้ทั่วทั้งหนังศรีษะได้ค่ะ...

ขอย้ำ!! ตอนสระผมยังต้องใส่ถุงมืออยู่นะคะ..
ไม่อย่านั้นเล็บจะเปลี่ยนไปตามสีผมที่เราย้อม..ซึ่งจะสีขมุกขมัวเล็บดำเลยทีเดียว 
ล้างน้ำเปล่าจนรู้สึกสะอาดสุดๆ แล้วให้นวดบำรุง
ด้วยคอนดิชั่นเนอร์ หรือครีมนวดที่มีมาให้ในกล่องค่ะ นวดทิ้งไว้ 5-10 นาที 
เพื่อล็อคสีไว้และบำรุงให้ผมนุ่มลื่นค่ะ


จากนั้นซับผม และเป่าให้แห้งจัดทรงตามต้องการมาดูกันค่ะ..
ว่าผมสีน้ำตาลเข้ม ประกายหม่นเหลือบม่วง เป็นอย่างไรกันบ้าง




ความรู้สึกที่..ชื่นชอบหลังทดลองใช้

1. กลิ่นหอมดีค่ะ
2. ไม่แสบหนังศรีษะ ไม่มีไอฟุ้งๆ ให้แสบตาทั้งที่อยู่ในห้องน้ำแคบๆ 
3. ผมไม่แห้ง หยาบ กระด้างมือค่ะ
4. สีผมติดชัดในความเป็นน้ำตาลเข้มค่ะ และจะเห็นเหลือบม่วงเข้มๆ เวลาอยู่กลางแจ้ง
5. ปิดผมขาว (ผมหงอก) ได้อย่างมิดชิดเลยค่ะ

ความเห็นส่วนตัวที่อยากให้ปรับค่ะ

1. พี่ว่าสีติดช้าไปนิดนึงค่ะ คือต้องไว้นานมากอย่างที่พี่ทำสีถึงจะติด 
โดยเฉพาะผมหงอกและสีถึงจะออกชัดเจน
2. ขวดที่เราต้องถือจับเวลาทำสี รูปทรงน่ารักดีชอบนะคะ!! แต่เวลาที่ถุงมือเลอะสีแล้ว 
ด้วยความที่เป็นทรงกลมและผิวเรียบ ทำให้ขวดลื่นมาก จับไม่ค่อยอยู่ 
และจะทำให้บีบสีออกมายากขึ้นค่ะ
3. ราคาแอบสูงไปหน่อยค่ะ..ถ้าไม่ใช่ช่วงลดราคานี่!! ต้องยืนคิดสักพักค่ะ!!
แต่ถ้าเทียบคุณภาพที่ได้ ทำสีแล้วผมไม่เสีย ก็คุ้มค่าค่ะ

ข้อดีของ Garnier Olia อีก 1 ข้อ..ที่พี่ชอบคือมี ODS ค่ะ
ODS (Oil delivery system) ที่เป็นพลังสารสกัดจากน้ำมันดอกไม้ธรรมชาติถึง 60%
มีดอกทานตะวัน ดอกคาเมลเลีย ดอกแพชชั่น และดอกลิมแนนทิสอัลบา โดยน้ำมัน
จะช่วยผลักเม็ดสีเข้าสู่เส้นผม และไม่ทำให้ผมเสียระหว่างทำสีค่ะ


ความรู้สึกสรุปแบบภาพรวม...ชอบค่ะ!!

เอาละเรามาดูกันว่า...ให้ลุคไหนกับพี่วิได้บ้าง...





หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกๆ คนนะคะ..ไว้จะหาเทคนิคอื่นๆ มาแชร์กันอย่างนี้อีก!!

ดูกระทู้ที่พวกเราลงด้วยกันได้ที่นี่ค่ะ --> //pantip.com/topic/32082155

วันนี้พวกเรา 3 สาว Little Beat น้องสายป่าน น้องเมย์ และพี่วิ ต้องบ๊ายบายกันไปก่อน..
ไว้พบกันใหม่ครั้งต่อไป..สวัสดีค๊า... ^_^



Create Date : 29 เมษายน 2557
Last Update : 21 พฤษภาคม 2557 11:40:14 น.
Counter : 32623 Pageviews.

0 comment
Review: อาหารเสริมเืพื่อผิวสวยกับ Verena: L-Gluta Berry Plus
สวัสดีค๊า..วันนี้พี่วิจะพูดถึงเรื่องของอาหารผิวกันบ้าง

ซึ่งพี่มั่นใจว่าทุกคนคงอยากทราบ
ว่าพี่วิทานอะไรบ้าง ในการดูแลผิว




ก่อนหน้านี้พี่วิจะพยายามรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ 
ซึ่งก็ครบบ้างไม่ครบบ้าง การออกกำลังกายซึ่งก็ไม่มีโอกาสได้ทำทุกวัน
แต่การบำรุงด้วยครีมบำรุงผิวและการรับประทานวิตามิน C ใน 2 อย่างนี้ที่พี่ไม่เคยขาดค่ะ

แต่..พี่รู้สึกว่ามันไม่เพียงพอ!!
เลยทำให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยในเรื่องสุขภาพและผิวพรรณ
เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญ ซึ่งพี่กำลังให้ความสนใจไม่น้อยเลยค่ะ


ถ้าให้พูดเรื่องการทำให้ผิวสวย ขาว กระจ่างใส 
ปฎิเสธไม่ได้ว่าทุกคนจะต้องให้ความสำคัญกับคำว่า กลูต้าไธโอน
หลายคนกลัว!! พี่เองก็กลัวค่ะ ดังนั้นเลยต้องอ่าน ฟัง และหาข้อมูลเพิ่มเติมสักหน่อย
โดยพี่วิได้รวบรวมจากบทสัมภาษณ์คุณหมอและจากในเว็ปไซต์ มาสรุปให้อ่านกันดังนี้ค่ะ

“กลูต้าไธโอน คือ   (glutathione) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เซลล์ในร่างกายมนุษย์สามารถสังเคราะห์ได้เอง 
มีคุณสมบัติเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ทำหน้าที่ในการปกป้องเนื้อเยื่อไม่ให้ถูกทำลายโดยสารอนุมูลอิสระที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย กระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย และที่สำคัญยังช่วยตับ
ในการทำลายและขจัดสารพิษออกจากร่างกายด้วย

               ในทางการแพทย์พบว่ามีการนำกลูตาไธโอนมาทดลองใช้ในการรักษาโรคต่างๆ ซึ่งยังไม่ได้รับการอนุมัติข้อบ่งใช้จากองค์การอาหารและยา เช่น ภาวะเป็นหมันในเพศชาย ปลายเส้นประสาทอักเสบ มะเร็งกระเพาะอาหาร หรือมะเร็งต่อมลูกหมาก วิธีการรักษามักทำโดยการฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำหรือเข้าที่กล้ามเนื้อ ผลข้างเคียงอย่างหนึ่งที่น่าแปลกใจ คือ ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยการฉีดกลูตาไธโอนนั้นมีสีผิวที่ขาวขึ้น เนื่องมาจากกลูตาไธโอนสามารถยับยั้งเอนไซม์
ไทโรซิเนส (tyrosinase) ได้ และส่งผลให้เม็ดสีของผิวหนังเปลี่ยนจากเม็ดสีน้ำตาลดำ
เป็นเม็ดสีชมพูขาว  ด้วยเหตุนี้เองจึงมีผู้พยายามนำผลข้างเคียงของยามาใช้ในการทำให้ผิวขาวขึ้น

ประเด็นสำคัญ ของการใช้ยาฉีดกลูตาไธโอนโดยเฉพาะการฉีดเข้าหลอดเลือดดำนั้น คือ 
ความปลอดภัยจากการฉีดยา เนื่องจากผิวที่ขาวขึ้นจากกลูตาไธโอนนั้นเป็นผลข้างเคียง
ของยาที่เกิดขึ้นชั่วคราวเท่านั้น  หากต้องการให้ผลคงอยู่ไปตลอดจำเป็นต้องได้รับ
การฉีดซ้ำเป็นระยะ ทำให้มีการสะสมยาในร่างกายมากขึ้น และอาจก่อให้เกิดอันตราย
ในระยะยาวได้ นอกจากนี้การฉีดยาจำเป็นต้องกระทำโดยผู้ประกอบวิชาชีพที่เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการให้ยา เช่น การฉีดยาในอัตราที่เร็วเกินไป 
การติดเชื้อในกระแสเลือด จากเครื่องมือที่ไม่สะอาดเ การเกิดฟองอากาศอุดตันหลอดเลือด 
เนื่องจากผู้ฉีดยาไล่ฟองอากาศในเข็มฉีดยาไม่หมด เป็นต้น
 ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อผู้ที่ได้รับยาจนถึงขั้นเสียชีวิต ได้เลยทีเดียว”


และ พี่วิได้พบบทสัมภาษณ์หนึ่งใน YouTube เป็นการแนะนำจากคุณหมอค่ะ
ว่าเราสามารถรับประทานกลูต้าได้ แต่ต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม จึงจะเกิดประโยชน์
ทานน้อยไปก็ไม่เห็นผล มากไปก็เป็นผลเสียต่อร่างกาย 
ซึ่งคุณหมอแนะนำว่า ใน 1 วันไม่ควรรับประทานเกิน 500 มิลลิกรัมค่ะ
แล้วควรแบ่งเป็น 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 250 มิลลิกรัม และควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มี อย.

จากหลายๆ ข้อมูลเลยทำให้พี่วิมั่นใจได้ว่า  
เราสามารถดื่มหรือรับประทานได้ในปริมาณที่เหมาะสมค่ะ
ถึงจะส่งผล และไม่ควรนำกลูต้าเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีการฉีดซึ่งอันตรายมากๆ
พี่วิไม่กล้า และไม่สนับสนุนให้ใช้วิธีการฉีดนะคะ  
ถ้ารักจะสวย ก็ต้องสวยแบบฉลาดและปลอดภัยด้วยค่ะ!!

เอาล่ะข้อมูลครบแล้ว..ก็เหลือการเลือกผลิตภัณฑ์ที่จะทดลองแล้วค่ะ
ประจวบเหมาะกับที่มีหลายๆ แบรนด์ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ทดลอง
แต่ด้วยวัยที่มากอย่างพี่แล้ว..จะดื่มหรือรับประทานอะไรก็คงต้องเลือกกันหน่อยค่ะ เช่น
ว่าปลอดภัยหรือไม่ 
ได้รับ อย. หรือเปล่า 
และจะส่งผลดีอย่างไร 
รวมถึงมีส่วนผสมอะไรที่พี่สนใจบ้าง
เมื่อได้อ่านและเปรียบเทียบทุกอย่างแล้ว พี่วิจึงตัดสินใจเลือกดื่มของแบรนด์นี้ค่ะ


Verena L-Gluta Berry Plus




ไปดูส่วนผสมกันหน่อยค่ะ.. 
เพื่อความมั่นใจ!!





ไปดูประสิทธิภาพและจุดเด่นที่แบรนด์เคลมไว้หน่อยนะคะ
ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

- ผิวขาวขึ้น (ขาวออร่า) ผิวใสขึ้น ผิวตึงขึ้นกว่าเดิม ผิวอมชมพู กระจ่างใส ได้ถึง 10 เท่า

- ดูดซืมเข้าร่างกายได้ดีกว่า เพราะเป็นน้ำ

- รวบรวมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหว่า 15,000 มิลลิกร้ม มาอยู่ในซองเดียว 
สามารถดูดซึมได้ทันที

- ถ้าคุณทานแบบแคปซูลต้องทานประมาณ 20-30 แคปซูล เทียบเท่ากับการทาน 
แอลกลูต้าเบอรี่พลัสเพียงแค่ 1 ซองแต่ถ้าทานแบบแคปซูล
จะก่อให้เกิมะเร็ง เวียนหัว อาเจียน ปวดหัว

- แอลกลูต้าเบอรี่ ปลอดภัย ผ่านการับรองจาก อย. GMP ฮาลาล 
มาตรฐานระดับโลก ทานได้ทุกเพศ ทุกวัย

- รสชาติน้ำผลไม้ ตัวนี้เหมาะมาก เพราะทานง่าย หรือวัยทำงานที่ต้องทานน้ำ 
แค่เทลงน้ำก็ได้ทานแล้ว โดยเฉพาะแม่บ้านหรือผู้สูงอายุที่ไม่ชอบทานยา 
ทานง่ายเป็นน้ำผลไม้ได้เลย เด็กหรือวัยรุ่น ที่ไม่ชอบทานยาหรือผักผลไม้


คุณสมบัติและส่วนผสมที่แบรนด์เคลมไว้ค่ะ

- คอลลาเจนจากปลาทะเลน้ำลึกที่มาจากสหรัฐอเมริการ ที่รับรองว่าไม่กลิ่นคาว 
ไม่ทำให้อ้วน ไม่มีกลิ่นฉุน และดูดซึมได้ถึง 100% จะเข้าไป
เติมเต็มริ้วรอยต่างๆ ให้เต่งตึง กระชับ ชุ่มชื้น

- แอลกูลต้าไธโอน จะเข้าไปในร่างกายเพื่อเร่งการสร้างกลูต้าเป็นกลูต้าที่ได้รับมาตรฐาน  
บางคนกลัวกลูต้ามากเพราะบางสื่อโจมตีกลูต้าว่าอันตราย แต่กลูต้าของมี GMP รับรองมาตรฐาน

- ผลไม้ตระกลูเบอรี่ที่เป็นผลไม้ที่วิเศษ เช่น สตอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ 
ทั้งหมดนี้เป็นผลไม้ที่ต่อต้านอนุมูลอิสรา เป็นผลไม้ที่นำเข้าจากต่างประเทศด้วยการแช่แข็ง 
และบดเป็นผงเสมือนคุณได้ทานผลไม้สด ๆ เลย ผลลัพธ์คือ คุณจะมีผิวพรรณที่ใส กระจ่าง 
สังเกตว่าชาวต่างประเทศนิยมผลไม้ตระกูลเบอร์รี่มาก

- ทับทิมราชินีแห่งความงามที่เป็นอมตะ ทับทิมจะไปต่อต้านอนุมูลอิสระทำให้ผิวเราไม่เหี่ยว
ไม่โทรม  ตื่นตอนจะรู้สึกกระปรี้กระเป่า ผิวใส

- โคเอนไซน์เคิวเทนที่ทำให้ผิวไม่แก่ ไม่เหี่ยว และคนที่มีอายุแล้วต้องใช้โครเอนไซน์คิวเทนบำรุง

- วิตามินซี

- ไม่ต้องกลัวว่าจะอ้วน เพราะในตัวนี้มีอินูลินทำให้รู้สึกอิ่ม ซูก้าฟรี ทำให้ผิมสวยหุ่นดีด้วย
- สารสกัดทั้งหมดนี้อยู่ในซอง ซองนี้ วิธีทาน ทานง่ายมากเพียงแค่คุณฉีกซอง ชง ดื่ม และเชค 
ด้วยวิธีชง น้ำเปล่า 1 แก้ว 120 มิลลิลิตร หรือประมาณ 1 แก้ว และเทลงไป 
และคนให้ละลาย จะเห็นเป็นน้ำผลไม้

- ใครที่ชอบทานน้ำผลไม้ หรือทานเหล้าลองใช้ตัวนี้ดู เพราะมีแต่ประโยชน์และดีต่อสุขภาพ



หลังจากที่พี่วิ ได้อ่านข้อมูลครบถ้วนแล้วเลยเริ่มทดลองดื่มดังนี้ค่ะ

15 วันแรกพี่วิจะชงดื่ม 1 ซอง และก่อน 1 ซองค่ะ





15 วันหลัง พี่วิดื่มเฉพาะตอนเช้าอย่างเดียว 2 ซองเลยค่ะ






วิธีการชง และอุปกรณ์






1. พี่วิใช้น้ำเย็นๆ เจี๊ยบบบ..ในการชงค่ะ
2. L-Gluta Berry Plus 1-2 ซอง





จะออกมาเป็นสีชมพูน่าดื่มแบบนี้เลย






กลิ่นเหมือนน้ำผลไม้เลยค่ะ
หอมเบอร์รี่และทับทิม
รสชาติหวาน







ความรู้สึกหลังทดลองผลิตภัณฑ์มา 1 เดือนนะคะ

สิ่งหนึ่งที่เห็นผลชัดๆ แน่นอนเลยคือ 

1. ทำให้พี่วิมีระบบขับถ่ายที่ดีขึ้นมาก จากปกติ 3-4 วันถ่าย 1 ครั้ง
ตอนนี้ถ่ายทุกวันที่ดื่มเลยค่ะ ท้องไม่ผูกด้วย...
และเห็นผลตั้งแต่ 2-3 วันแรกที่ดื่มเลย...ชอบตรงนี้ที่สุด!!

2. ส่วนในเรื่องของผิวขาว ต้องเรียนว่าพี่ว่าขาวอยู่แล้วนะคะ 
เลยอาจจะเห็นผลได้ไม่ชัดเจนเหมือนคนอื่น อีกอย่างพี่วิเชื่อว่าเราต้องดื่มอย่างต่อเนื่องค่ะ 
ถึงจะเห็นผลชัดเจน ว่าขาวขึ้น กระจ่างใสขึ้นขนาดไหน

3. ตื่นเช้ามารู้สึกสดชื่นค่ะ ไม่งัวเงีย ตื่นยาก เหมือนเมื่อก่อน..อันนี้แฟนบอก 5555+

4. อีกอย่างที่ชอบมากๆ ตรงกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเบอร์รี่และทับทิมค่ะ
ทำให้รู้สึกว่า ดื่มได้ง่าย และน่าจะดูดซึมได้ไวเพราะเป็นการชงดื่มแบบน้ำ
และสุดท้ายยยย

5. สบายใจตรงที่แบรนด์เคลมว่าดื่มแล้วไม่อ้วน เพราะเป็นซูก้าฟรีค่ะ


สำหรับสาวๆ ที่สอบถามกันมาเยอะว่าพี่วิดูแลผิวอย่างไร ดื่มอะไรบ้าง 
ได้ข้อมูลกันไปแล้วนะคะ

ไว้พบกันใหม่ในบล็อคหน้า...ลุ้นกันว่าพี่วิทดลองอะไรอีกบ้าง 
น่าสนใจขนาดต้องบอกต่อกันแบบนี้หรือไม่...แล้วพบกันค๊า



ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม สถานที่จัดจำหน่าย และช่องทางการสั่งซื้อค๊า

www.verena.co.th
Watsons และ BigC ทุกสาขา
หรือสั่งซื้อโดยตรงที่ โทร. 1607 ส่งฟรีถึงบ้าน

ราคา Promotion : 3 กล่อง 1,000 บาท




Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2557 10:37:55 น.
Counter : 30558 Pageviews.

0 comment
Review: Workshop กับ โดฟ คอนดิชันเนอร์ เคลือบปิดรูพรุนบนผมเสีย

สืบเนื่องจากปลายเดือนมกราคมพี่วิมีโอกาสไปร่วม Workshop กับ Dove Hair
ทดลองสระและนวดผมด้วย โดฟ คอนดิชันเนอร์ ที่ The Gallery Salon ในเกษรพลาซ่าค่ะ
วันนี้เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์และความรู้ต่างๆ ที่ได้ไปฟังบรรยายมา ซึ่งพี่ว่ามีประโยชน์มากๆ




เริ่มต้นจาก..การใช้เครื่องตรวจวัดสุขภาพเส้นผม
จากตัวเลข 0-9 วัดออกมา..พี่ได้ 4 คือ  ผมเริ่มแห้งแล้ว..ตัวเลขอยู่แบบปานกลาง
ใครได้ 0 คือสุขภาพผมนี่ดีมากๆ ช่างน่าอิจฉา





จากนั้นเข้าสู่การเข้าฟังบรรยาย
โดยคุณคุณปรัศว์ หงส์ลดารมภ์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์โดฟ 
กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลและบำรุงเส้นผม บริษัทยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง 



เผยถึงปัญหาผมเสียของสาวไทยว่า ผู้หญิงไทยใช้ความร้อนและสารเคมีในการทำผมเพิ่มขึ้นมาก
เพราะทรงผมที่เคยทำยาก ๆ ก็ไม่ได้เกินความสามารถของผู้หญิงอีกต่อไปและด้วยเทคโนโลยีของอุปกรณ์ทำผมด้วยตนเองที่มีมาให้เลือกได้หลากแบบหลายทรง รวมทั้งกระแสการเปลี่ยนสีผมสวยๆ ตาม  เทรนด์แฟชั่นอีกด้วย ซึ่งส่งผลให้สูญเสียเคราตินจนเกิดรูพรุนบนเส้นผม อันเป็นสาเหตุของผมเสียอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นผมขาดความแข็งแรง แห้ง แตกปลายและขาดร่วงง่าย เพราะผมที่ไม่แข็งแรงก็เปรียบเสมือนเสาที่มีรูพรุนซึ่งจะไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื้นหรือน้ำมันตามธรรมชาติที่ทำให้ผมเรียบและอยู่ทรงเอาไว้ได้ ทำให้สาวๆ ขาดความมั่นใจและไม่กล้าที่จะเผยเส้นผมให้ใครๆ เห็น อย่างไรก็ตามเราพบว่าผู้หญิงจำนวนมากได้เผยว่าไม่อยากจะใช้บำรุงผมด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นเป็นประจำ เนื่องจากมักจะให้ความรู้สึกหนักและไม่สบายศีรษะในระหว่างวัน ทำให้ขาดการบำรุงและฟื้นฟูผมอย่างต่อเนื่อง

และโดฟได้จัดอันดับสำหรับ 3  เทรนด์ผมฮิต
ที่ทำร้ายผมสาวไทยมากที่สุด 

พิจารณาจากความรุนแรงในการทำร้ายผมและความนิยมในหมู่ผู้หญิงไทย 



อันดับ 1 ได้แก่ทรง Fuzzy Curls 
การม้วนผมด้วยแกนไฟฟ้า เพื่อให้ผมฟูฟุ้งสวยมีมิติเป็นสาเหตุให้ทำผมเสียไร้น้ำหนัก 
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาว ๆ ที่อยากได้ลอนเด้งตลอดวัน
แล้วตั้งค่าความร้อนเกิน 180 องศาเซลเซียสขึ้นไป 

อันดับ 2 ได้แก่ทรง Super Straight Hair 
เทรนด์ผมตรงเรียบจรดปลายที่เป็นที่นิยมของสาว ๆ ทุกยุคสมัยทำให้ผมต้องเจอกับการไดร์ตรง
ที่ใช้ความร้อน แม้ความร้อนจากไดร์เป่าผมจะไม่ได้สูงเท่าทรงแรก 
แต่กว่าจะได้ลุคสวยหวานก็ต้องไดร์เป็นเวลานาน อีกทั้งยังต้องไดร์ทุกวัน
ทำให้เส้นผมแห้งเสียในระยะยาว

อันดับ 3 ได้แก่ทรง Vintage Big Hair
ตั้งแต่ภาพยนตร์ The Great Gatsby ออกฉาย กระแสผมหยอกพองฟู
แบบวินเทจสไตล์ดาราฮอลลีวู้ดกำลังเข้าสู่เมืองไทย ซึ่งนอกจากต้องใช้พลังความร้อนสูง
ในการทั้งเป่าและเซ็ตผมแล้ว สาว ๆ หลายราย
ก็ยังนิยมยีผมเพื่อเพิ่มวอลลุ่มให้โคนผมอีกด้วย ซึ่งเป็นการเปิดเกล็ดผม 
ดังนั้นกว่าจะได้ทรงสวยเนี้ยบเก๋ก็ทำให้ผมเสียได้เช่นกัน

เมื่อเทรนด์ผมสวยแต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพผมคงจะอยู่กับสาวไทยรวมทั้งสาว ๆ ทั่วโลกไปอีกนาน 
ดังนั้นสถาบันวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยูนิลีเวอร์ ประเทศอังกฤษ จึงพัฒนานวัตกรรม  
“เคราติน รีแพร์  แอ็คทีฟ”  ที่สามารถอุดรูพรุนด้วยการเติมเคราตินถึงชั้นเซลล์ผม แต่ยังให้ความรู้สึกเบาสบายมีชีวิตชีวา ด้วยการทำงานของ “แผ่นไมโครชีท”



คุณธนภัทร บารมีแสงเพชร ผู้จัดการแผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์
เครื่องใช้ส่วนบุคคล บริษัทยูนิลีเวอร์ ไทย   เทรดดิ้ง 
เผยถึงมิติใหม่แห่งการบำรุงและฟื้นฟูสุขภาพผมในโดฟ คอนดิชันเนอร์ สูตรล่าสุดว่า 
“หลังจากใช้เวลาในการศึกษาค้นคว้าวิจัยมานาน ในที่สุดสถาบันวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยูนิลีเวอร์
ก็ประสบความสำเร็จในการพัฒนาครีมนวดผม “โดฟ คอนดิชันเนอร์” สูตรใหม่ ด้วยเทคโนโลยี 
“เคราติน รีแพร์ แอ็คทีฟ” และ “ไมโครชีท” เอกสิทธิ์เฉพาะของยูนิลีเวอร์
ที่ช่วยยกระดับการบำรุงและฟื้นบำรุงผมแห้งเสียได้อย่างเต็มความสามารถ 
ด้วยการตรงเข้าบำรุงถึงชั้นเซลล์ผม  พร้อมสารบำรุงที่ช่วยเคลือบปิดรูพรุนเพื่อฟื้น
บำรุงให้ผมแห้งเสียกลับมาแข็งแรง เรียบลื่นสุขภาพดี ตอบสนองกับขั้นตอนการทำผม
ของสาวๆ ยุคนี้ที่มีการใช้ความร้อนและสารเคมีเยอะขึ้นได้อย่างดี นอกจากนี้โครงสร้าง
โมเลกุลสารบำรุงผมในรูปแบบ "ไมโครชีท” ที่สามารถกระจายตัวเข้าบำรุงเส้นผมได้อย่างทั่วถึง 
ผมจึงเรียบลื่นและนุ่มสลวย ไม่พันกันแม้ขณะทีผมเปียก  
พร้อมตอบโจทย์สาวเมืองร้อนด้วยการมอบความรู้สึกเบาสบายตั้งแต่ขณะสระผมอีกด้วย”




ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยโครงสร้างของแผ่น “ไมโครชีท” ที่มีลักษณะเป็นรูปทรงแบนเรียบสามารถ
กระจายตัวเข้าบำรุงเส้นผมได้อย่างทั่วถึง ผมจึงเรียบลื่นและนุ่มสลวย ไม่พันกันแม้ขณะทีผมเปียก  แตกต่างจากโมเลกุลสารบำรุงในครีมนวดผมทั่วไปในปัจจุบันที่เป็นลักษณะเป็นรูปทรงกลมคล้ายหัวหอม ซึ่งพื้นที่ผิวสัมผัสไม่เอื้ออำนวยต่อการเคลือบบำรุงเส้นผมได้อย่างทั่วถึง 
ประสิทธิภาพที่ทำให้ผมเรียบลื่นและนุ่มสลวยก็น้อยลงไปด้วย


หลังจากฟังบรรยายจบ พี่วิได้มีโอกาส Workshop 
โดยการทดลองใช้ “โดฟ คอนดิชันเนอร์ ใหม่”

ที่ The Gallery Salon ที่เกษรพลาซ่าค่ะ 
ใครเคยไปทำผมที่ร้านนี้บ้างคะ..จะบอกว่าพนักงานสระผมและนวดได้เคลิ้มมากๆ 
มีเวลาอีกนิดเจ้หลับแน่ๆ 555+  พนักงานทุกท่านมารยาทดี สุภาพ ไดร์ผมสวย มือเบาค่ะ
บรรยายกาศในร้านสะอาดสะอ้าน  เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ต้องการบริการ
ระดับ Hi-end หรูหราและเป็นส่วนตัวค่ะ





เลือกครีมบำรุงผมให้เหมาะกับสภาพผม
โดฟขอแนะนำครีมบำรุงผม “โดฟ คอนดิชันเนอร์ ใหม่” ที่มาพร้อมด้วยเทคโนโลยี “เคราติน รีแพร์ แอ็คทีฟ*” และ“ไมโครชีท” ในโดฟทั้ง 4 สูตร ช่วยเคลือบปิดรูพรุนในผมแห้งเสียได้ดียิ่งกว่า ผมนุ่มลื่นยิ่งขึ้นตั้งแต่ขณะสระและผมเปียก บำรุงลึกถึงชั้นเซลล์ผม ปรับโครงสร้างผมที่เสีย เพื่อความแข็งแรงของเส้นผม หวีง่ายไม่พันกัน ป้องกันการขาดหลุดร่วงระหว่างสระผม สู่สัมผัสผมนุ่มลื่นสลวยถึงภายนอก พร้อมให้ความรู้สึกเบาสบายมีชีวิตชีวาอย่างแท้จริง โดยมาในขวดรูปโฉมใหม่ ใช้ง่าย และจับถนัดมือกว่าเดิม





ใช้ครีมนวดให้ถูกวิธี
การใช้ครีมนวดผมอย่างถูกวิธีคือ “เราควรชโลมทันทีหลังจากสระผมเสร็จ ขณะที่ผมเปียกหมาดๆ เพื่อให้สารบำรุงในครีมนวดผมสามารถตรงเข้าสู่เซลล์ผมได้อย่างเต็มที่ โดยหากผมยาวประมาณครึ่งหลัง ควรใช้ปริมาณครีมนวดผมประมาณหนึ่งฝ่ามือ แต่หากผมยาวมากหรือหนาเป็นพิเศษก็ควรเพิ่มปริมาณให้มากขึ้น หลังจากบีบครีมนวดผมมาได้ในปริมาณพอเหมาะ ให้ชโลมครีมนวดผม โดยเริ่มจากกึ่งกลางผมแล้วลูบไปตามความยาวของเส้นผม โดยเน้นบริเวณปลายผมให้มาก แล้วทิ้งไว้ 1-2 นาที เพื่อช่วยให้ครีมนวดผมสามารถเข้าถึงเส้นผมได้ทั่วถึงที่สุด จากนั้นล้างออกด้วยน้ำตั้งแต่โคนไปสู่ปลายผม ซึ่งจะช่วยปิดเกล็ดผมและเก็บกักความชุ่มชื้นไว้ภายใน”

ไดร์ผมเสร็จแล้ว พี่วิได้รับผลิตภัณฑ์ 
เพื่อมาทดสอบเองที่บ้านด้วยค่ะ





 ได้ความรู้มาเพี๊ยบบบ!!
เช้าอีกวันตื่นขึ้นมาเห่อมากเลยค่ะ..ขอสระผมและนวดผมด้วยโดฟซะเลย





เนื่องจากพี่วิเป็นสาวผมเสียนะ เลยเลือกสูตรนี้เลย

โดฟ คอนดิชันเนอร์ อินเทนซ์ รีแพร์ (สำหรับสาวผมเสีย)
INTENSE REPAIR





พี่วิผมยาวประมาณกลางหลังค่ะ 
เลยลงครีมนวดตั้งแต่ช่วงกลางถึงปลายผม





ไดร์ผมเสร็จแล้วค๊า...ดูพริ้วเลยยยย




ความรู้สึกหลังใช้:
หลังจากซับผมให้แห้งแล้ว พี่วิไดร์ผมตามปกติเหมือนทุกวันค่ะ
 “ผมดูชุ่มชื่น มีน้ำหนักมากขึ้น แต่ไม่ลีบแบนค่ะ”


แบรนด์ให้มาทดลองทั้ง 4 สูตรค่ะ 
แต่ที่เหมาะกับพี่คือสีน้ำเงินที่พี่วิทดลอง





4 สูตรเหมาะกับสาวๆ ผมแบบไหนบ้าง??
ดูได้จากด้านล่างนี้เลยค่ะ


โดฟ คอนดิชันเนอร์ อินเทนซ์ รีแพร์ (สำหรับสาวผมเสีย)



ดูแลล้ำลึกจากภายในด้วยเคราติน รีแพร์ แอ็คทีฟ เพื่อจัดการทุกปัญหาผมเสียไม่ว่าจะเป็นผมหยาบ ชี้ฟู ไม่เงางาม ผมแห้ง ไม่มีน้ำหนัก ผมไม่แข็งแรง พันกัน จัดทรงยาก และเรียงตัวไม่สวยงาม บำรุงเส้นผมให้แข็งแรงจากโคนจรดปลาย  ให้ผมเสียกลับมาสวยสมบูรณ์แบบตลอดทั้งเส้น เสริมสร้างความยืดหยุ่นเพื่อให้เส้นผมแข็งแรงและมีน้ำหนัก พร้อมรับมือกับการถูกทำร้ายในอนาคต 



โดฟ คอนดิชันเนอร์ นอริชชิ่ง ออยล์ แคร์ (สำหรับสาวผมแห้ง)



ผสานพลังนูทริ-ออยล์ บำรุงให้ผมนุ่มลื่นขึ้นถึง 99%** ซึมซาบเข้าไปบำรุงผมอย่างล้ำลึก เพื่อเติมลิพิดหรือน้ำมันตามธรรมชาติ พร้อมด้วยสารบำรุงผมอื่นๆที่จำเป็น พร้อมลดการชี้ฟู 
โดยไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ ล้ำหน้าไปอีกขั้นกับการดูแลเส้นผม
ให้คงความนุ่มสลวยและเปล่งประกายเงางาม



โดฟ คอนดิชันเนอร์ แฮร์ ฟอล เรสคิว (สำหรับสาวผมขาดหลุดร่วง)



ปกป้องและลดการขาดหลุดร่วงของเส้นผมตั้งแต่โคนผม และเสริมความแข็งแรงให้แก่เส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการผสานส่วนผสมสำคัญ ไตรคาซอล แอ็คทีฟ (Trichazole actives) และป้อนสารบำรุงลงลึกถึงโคนผม จึงช่วยให้ผมยึดติดกับโคนผมได้ดีขึ้น^ ขณะเดียวกันก็ช่วยเคลือบปิดเกล็ดผมที่ขาดและฟื้นบำรุงเส้นผมที่แห้งเสีย ช่วยทำให้เส้นผมลื่นขึ้น ไม่เปราะขาดง่ายอีกต่อไป 
^เมื่อใช้ควบคู่กับ โดฟ แฮร์ฟอล เรสคิว โทนิค



โดฟ คอนดิชันเนอร์ สเตรท แอนด์ ซิลกี้ 
(สำหรับสาวผมชี้ฟูเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ)



ให้ผมตรงขึ้น สวยขึ้น เหมาะสำหรับผมเสียปานกลาง ผมแห้ง ไม่มีน้ำหนัก และจัดทรงยาก โดยมีไมไคร มอยซ์เจอร์ เซรั่ม เอกสิทธิ์เฉพาะของโดฟ ช่วยบำรุงให้ผมตรงเรียงเส้นสวยขึ้น มีน้ำหนัก 
ลดการชี้ฟู ไม่แห้งเสีย และจัดทรงได้ง่ายขึ้น 



ทั้ง 4 สูตรมีให้เลือก 5 ขนาด ได้แก่ 
70 มล (29 บาท) 
160 มล (69 บาท) 
330 มล (135 บาท) 
460 มล (159 บาท) 
650 มล (199 บาท)  

********************************
*เคราติน รีแพร์ แอ็คทีฟ ที่มีเฉพาะในโดฟ อินเทนซ์ รีแพร์ คอนดิชันเนอร์


เรียกว่า Workshop ครั้งนี้  ทำให้พี่วิมีความรู้เกี่ยวกับครีมบำรุงและการบำรุงดูแลเส้นผมมากขึ้นมากๆ
ขอขอบคุณ โดฟ บริษัทยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง และ The Gallery Salon มากค่ะ
ที่ให้พี่วิได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมและประสบการณ์ดีๆ รวมถึงความรู้ใหม่ ๆ
เพื่อนำมาแบ่งปันข้อมูลดีๆ ในครั้งนี้ค๊า



Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2557 14:59:04 น.
Counter : 5782 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  

beauty4ties
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 157 คน [?]



หวัดดีค๊า...ก่อนอื่นคงต้องขอแนะนำตัวเองคร่าวๆ นี๊สนึงนะคะ..^_^ พี่วิชอบในเรื่องเมคอัพและการดูแลตัวเองค่ะ เลยอยากมาแชร์ความรู้เท่าที่มี และประสบการณ์ต่างๆ ในทุกๆ เรื่องที่ได้สัมผัส ทดลอง และเรียนรู้ทั้งหมดเก็บไว้ในบล็อกนี้ ซึ่งถือว่าเป็นงานเขียนที่พี่หลงรักมากๆ ตอนนี้เวลาใครถามว่าทำงานอะไรก็จะตอบสวยๆว่า "เป็นนักเขียนอิสระ ไม่มีสังกัดค๊า" 555+

แต่พี่วิอาชีพหลักเป็นแม่ค้านะ...พี่วิทำธุรกิจส่วนตัวเล็กๆอยู่ในประตูน้ำค่ะ เป็นธุรกิจผลิตเสื้อผ้า ออกแบบเองและค้าส่งค่ะทำมาได้ 7 ปีแล้ว ปี 2557 นี้ถือว่าธุรกิจเสื้อผ้าซบเซาที่สุดและเศรษฐกิจแย่สุดๆ สำหรับเจ๊!! แต่เจ๊ก็จะสู้สุดใจขาดดิ้นค่ะ ^^

ด้วยเข้าวัย40แล้วล่ะค่ะ..แต่เป็นคนสดใสร่าเริงคุยเก่ง เลยดูจะเป็นคนโลกสวยคิดบวกไปนิด..เพราะพี่บอกตรงๆว่ายังไม่อยากแก่เลยจิงจี๊ง..และพี่มั่นใจว่า...การคิดบวกช่วยให้เราแก่ช้าลงจริงๆ ค่ะ

เป็นคนมีปัญหาผิวหน้าค่ะ...เอาเป็นว่าขอ...ออกตัวแรงๆอีกสักรอบค่ะว่า...!!!..พื้นฐานหน้าแท้ๆ..จัดว่ายอดแย่!!!..แต่อยากให้ทุกคนเห็นว่าผิวหน้าที่มีกระ..สีผิวไม่สม่ำเสมอ..รูขุมขนกว้าง และริ้วรอยแห่งวัย40อย่างพี่วิ..จะทำนุบำรุงหรือบูรณะปกปิด..ตบแต่งพัฒนาได้ไม๊..อย่างไรบ้าง?? ก็เลยตั้งใจอยากมาแชร์ความรู้ เรื่องความสวยความงาม การดูแลตัวเอง..รวมถึงการดำเนินชีวิตแบบเราๆ วัยเนี้ยะ!!!..กับทุกๆคนน่ะค่ะ..ถือว่าบอกกล่าวเล่าสู่กันฟังนะ

และต้องขอโทษเพื่อนๆไว้ล่วงหน้าด้วยนะคะ..
1. ภาษาที่เรานำมาโพสท์คงใช้ตัวสะกดที่ไม่ถูกต้องบ้าง
2. จริตจก้านของเราที่อาจจะเยอะแยะ!!..ไปซะหน่อยเพราะความที่เป็นคนขี้เล่นมว๊ากกน่ะค่ะ

อยากให้ทุกคนมีความสุข..หัวเราะขำขันอารามณ์ดี..เลยต้องขออนุญาตกันก่อนอย่าถือสากันเลยน๊า.. อยากเห็นทุกคนมีรอยยิ้มทุกวันนะค๊ะ..^_^

นอกจากที่บล็อกนี้แล้ว..ทุกคนสามารถติดต่อพูดคุยกับพี่วิทุกวันได้ที่ Facebook นะคะ --> Beauty4ties

ขอบคุณทุกคนค่ะ ^^
New Comments