Group Blog
 
All blogs
 

ดูแลผิวหน้าสำหรับคนผิวแพ้ง่ายกับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เพิ่งเคยทดลองของ Derma E

ฝนเป็นคนที่ผิวแพ้ง่ายมาก นิดหน่อยก็แพ้ ผิวมันหนักไปทางผสมค่อนข้างมัน

เมื่อไ้ด้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ Derma E 3 ตัว คือ

Vanilla Bean Cleansing Mousse, Age-Defying Facial Formula
DMAE - Alpha Lipoic - C-Ester Serum
Skin Lighten Natural Age Spot Cream

เป็นเวลา 2 เดือนที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นี้ อย่างแรกที่ต้องออกตัวก่อนเลยว่าไม่เคยได้ยินชื่อ Derma E การที่จะทดลองอะไรใหม่ๆ จะเป็นเรื่องที่คิดเยอะ แต่ด้วยผลรีวิวของเวปต่างๆ อย่าง //www.makeupalley.com และผู้ใช้ที่มาแสดงความคิดเห็นค่อนข้างเป็นบวก ทำให้ตัดสินใจทดลองใช้อย่างไม่ลังเล

++ หมายเหต ++ ระหว่างการใช้ผลิตภัณฑ์ก็มีปัญหาเรื่องสิวเพราะแพ้สกินแคร์ของ ETUDE

รีวิวตัวแรกก่อนเลยจ้า

1. Vanilla Bean Cleansing Mousse, Age-Defying Facial Formula



เหมาะสำหรับผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง หรือผิวที่มีริ้วรอย

ลักษณะเป็นมูสล้างหน้า กลิ่นหอมวนิลา จุดเด่นอยู่ที่สารแอนติออกซิแดนท์ อุดมไปด้วยคุณค่าจากธรรมชาติ เช่น Pycnogenol , Green Tea Extract, ส่วนผสมจากธรรมชาติอื่นๆ และ สาหร่ายทะเล ช่วยทำความสะอาดและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ทิ้งไว้ซึ่งผิวที่สะอาด แลดูอ่อนเยาว์ สดใสอยู่เสมอ อันนี้เป็นคำโปรยที่รอการพิสูจน์



ซึ่งพบว่า... หอมจริงจังเป็นกลิ่นวนิลา ใช้แล้วรู้สึกหน้าไม่แห้งตึง และไม่ทิ้งความลื่นบนผิว ฟองไม่ค่อยมีเยอะเหมือนพวกโฟม แต่ไม่ได้บางเบาเหมือนพวกเจลล้างหน้า



ความรู้สึกหลังใช้ 2 เดือน

- ชอบกลิ่นที่เวลาใช้รู้สึกผ่อนคลาย
- ไม่สามารถทำความสะอาด คสอ.ได้ 100 % ดังนั้นเราจำต้องใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด คสอ.ก่อนและค่อยใช้มูสตัวนี้รวมทั้งควรตามด้วยโทนเนอร์เช็ดทำความสะอาดผิวอีกทีถึงจะเป็นขั้นตอนการทำความสะอาดหน้าเวลาแต่งหน้าได้อย่างสะอาดจริงจัง
- เนื้อมูสเวลาถูๆ เกิดฟองเล็กน้อย จัดว่าโอเค 8/10 คะแนน
- คุณภาพ ราคา ปริมาณเหมาะสมกันดีจ้า ใช้ได้มากกว่า 2 เดือนแน่นอนตอนนี้ยังไม่หมดเลย
- ระหว่างที่แพ้ Etude ก็ได้ใช้แบรนด์นี้ควบคู่ไปด้วย อาการของผิวที่มีปัญหาขึ้นผดผื่นสิวก็ดีตามลำดับ ไม่ได้ทำให้หายสิว แต่ดูแลผิวที่ค่อนข้างแพ้ง่าย ทำให้ไม่ระคายเคืองมากไป และไม่ทำให้หน้าแห้งมากด้วย ผิวมีความชุ่มชื้น 9/10

...............................................................................................................

2. DMAE - Alpha Lipoic - C-Ester Serum




ตัวนี้คุณสมบัติจะเหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ รูขุมขนกว้าง

เป็นเซรั่มบำรุงผิวสูตรเข้มข้น ประกอบด้วย DMAE, Alpha Lipoic Acid และ วิตามิน C-Ester ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ขึ้นชื่อในด้านการให้ความชุ่มชื้นและปรับสภาพผิวที่นุ่ม แน่นและกระชับขึ้น

เกร็ดความรู้จากเซรั่มตัวนี้ (คำโปรย)

DMAE : จากผลงานวิจัยพิสูจน์ให้เห็นว่า DMAE มีประสิทธิภาพสูงในการลดการหย่อนคล้อยของผิว ลดริ้วรอยบนใบหน้า ช่วยฟื้นฟูในผิวดูกระชับขึ้น เรียบเนียนขึ้น และดูกระจ่างใสยิ่งขึ้น

Alpha Lipoic Acid : สารต่อต้านอนุมูลอิสระเข้มข้น ช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของผิว และปกป้องผิวจากมลภาวะภายนอก

C-Ester : วิตามิน C ที่มีความเสถียรสูง เป็นวิตามินซีชนิดแรกที่ไม่มีความเป็นกรด จึงไม่ระคายเคืองต่อผิวแพ้ง่าย ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนบนผิว ช่วยให้ผิวยืดหยุ่นและแข็งแรงขึ้น



จากการที่ทดลองใช้ 2 เดือน

- ทาลงบนผิวช่วงแรกจะรู้สึกตึงๆ ผิวเล็กน้อย ประมาณ 2-3 นาทีแรก หลังจากนั้นจะหายไป ซึ่งถือว่าเป็นอาการปกติ (อ่านจากข้อมูลรีวิวเค้าก็เป็นแบบนี้กัน) ซึ่งมักพบในผลิตภัณฑ์ที่มี DMAE เป็นส่วนผสม
- รู้สึกว่ารูขุมขนกระชับขึ้น อาจะยังไม่ได้เห็นผล 10/10 แต่ตอนนี้รู้สึกว่า 2 เดือนเห็นผล 7/10 โดยเฉพาะช่วงใกล้ปีกจมูก แก้ม จะเห็นความต่างชัดเจน จับแล้วเรียบๆ ดี
- กลิ่นโอเคอ่อนๆ บอกไม่ถูกแต่ไม่เหมือนพวกที่มีน้ำหอมแรงๆ ตัวนี้ถ้าใครกังวลใจเรื่องน้ำหอม รับรองว่าไม่มีในเซรั่มนี้แน่ๆ จ้า
- ใช้เช้า-เย็น คล้ายบำรุงทั่วไปนั่นแหละ ซึ่งสะดวกนี้ ฝนจะใช้เป็นตัวแรกก่อนลงครีมบำรุงตัวอื่น

...............................................................................................................

3. Skin Lighten Natural Age Spot Cream



Skin Lighten ตัวนี้ประกอบไปด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ Alpha-Arbutin สกัดได้จากต้น Bearberry, วิตามิน A และ E, Licorice, และสารสกัดจากโสม ที่สามารถลดเลือนจุดด่างดำ และสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอได้อย่างธรรมชาติ โดยไม่ทำร้ายผิวในระยะยาว เผยผิวใหม่ที่ใสกระจ่างขึ้นในทุกๆ 28 วันเมื่อผิวได้มีการผลัดเซลล์ใหม่



หมาย เหตุ : Derma E Skin Lighten ไม่มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อผิว จึงสามารถใช้ได้ทุกวันและใช้ต่อเนื่องได้ในระยะยาว และเพื่อให้ได้รับผลสูงสุด ควรใช้ร่วมกับครีมกันแดดทุกวัน

คำโปรยด้านบนเป็นเหตุให้เราต้องลอง นั่นเพราะความอยากรู้และบังเอิญมีปัญหาผิวเกี่ยวกับรอยดำพอดี ซึ่งผลระยะยาว 2 เดือน ทำให้เห็นว่ามันช่วยได้จริง ให้ 9/10 คะแนน



ผลการรีวิว 2 เดือนหลังใช้ Skin Lighten
- เรื่องการดูแลปัญหารอยดำได้ 9/10
- รอยดำและรอยแดงค่อยๆ จางลงแต่ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ค่อยเป็นค่อยไป จัดว่าใช้ได้เรื่อยๆ แต่เห็นผลจริง
- ตอนที่แพ้ Etude ใช้ตัวนี้ต่อเนื่องได้โดยที่ไม่ระคายเคืองกับปัญหาสิวผดผื่นที่ขึ้นอยู่
- แนะนำว่าควรใช้กันแดดทุกวันด้วยนะคะจะได้เห็นผล เพราะถ้ารอยดำ รอยแดงเจอแดดก็ยิ่งทำให้หายช้า

สำหรับผลิตภัณฑ์ Derma E 3 ตัวที่ใช้นับว่าชอบ ถ้าให้เลือกว่าอะไรถูกใจสุด คงเป็น "C-Ester Serum" ซึมดี ไม่ถึงกับรวดเร็วแต่ไม่เหนียวเหนอะหนะให้รำคาญใจ

เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนที่ผิวแพ้ง่ายซึ่งน่าสนใจมาก ทำให้อยากทดลองตัวอื่นๆ ของ Derma E อีก ต้องตามไปสอย ^^




 

Create Date : 19 เมษายน 2554    
Last Update : 19 เมษายน 2554 23:57:27 น.
Counter : 3518 Pageviews.  

เลือก vSlim ในวันที่ต้องควบคุมน้ำหนักของ fonkan

ตั้งแต่คลอดมาเริ่มรู้สึกว่าทำไมน้ำหนักมันทรง -*-
เดิมหนัก 46 ก.ก.มีลูกคลอดแล้ว 50 ก.ก.บางวันมันก็ 49.9 ก.ก. ให้ช้ำทรวง
งานนี้ต้องตั้งอกตั้งใจกันนิดหนึ่ง เพราะอยากกลับไปใส่ชุดเดิมๆ ได้

เพิ่งได้รู้จัก vSlim เห็นหลายทีและในเซเว่น ขวดละ 20 บาท
มีอยู่ 2 รส คือ ลาเต้กับมอคค่า ปัจจุบันตอนนี้จำต้องมีติดตู้เย็นเพราะติดใจ



นี่กินไปบ้างแล้วนะ จริงๆ แล้วเต็มชั้นเลย เพราะว่ากินกันทั้งแม่่และยาย (อานะ)

การกินกาแฟครั้งนี้ต้องขอออกตัวก่อนว่าฝน
"ไม่ได้ให้นมน้องแล้ว"

ดังนั้นอัดได้เต็มสูบ อย่างกลางวันง่วงๆ กินกาแฟแก้ง่วง ก็ทำให้เลี้ยงลูกได้ตาใสปิ๊งๆ



รูปทรงขวดให้นัยยะดีจริงๆ มีเชฟ โค้งเว้าจับถนัดมือ เสริมความรู้สึกกระตุ้นใ้ห้เราอยากมีหุ่นดี

ก่อนจะดื่มเราก็ต้องดูข้างขวดสักนิดว่ามีข้อมูลที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง?
ซึ่งเป็นกาแฟที่ให้พลังงาน 100 kcalจากไขมัน 20 kcal



มี L-Carnitine ด้วย ช่วงนี้ใครๆ ก็ต้องทำความรู้จักกับ L-Carnitine หากต้องการควบคุมน้ำหนัก L-Carnitine จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานให้เยอะขึ้น ดึงไขมันสะสมที่อยู่ในร่างกายออกมาเปลี่ยนเป็นพลังงาน ออกกำลังกายได้นานขึ้นเพราะมีพลังงานที่ได้จากการเผาผลาญพลังงานเยอะขึ้น

ยกตัวอย่าง.. กิจวัตรประจำวันทั่วไป เช่น การเดินจาก office ไปรถไฟฟ้าระยะทาง 200เมตร เดินจากทางเข้ารถไฟฟ้าไปขึ้นรถไฟฟ้าอีก100เมตร ร่างกายต้องใช้พลังงานในการเดิน ประมาณ 70 กิโลแคลอรี่ แต่ถ้ารับประทาน L-Carnitine จะกระตุ้นให้เผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้น จากที่จะต้องใช้พลังงานในการเดินประมาณ 70 กิโลแคลอรี่ก็จะใช้ เป็น 100กิโลแคลอรี่ ทำให้อาหารที่รับประทานเข้าไปได้เผาผลาญมากขึ้น



สารสกัดจากถั่วขาว มีคุณสมบัติช่วยในการยับยั้งการย่อยอาหารจำพวกแป้งที่เรารับประทานเข้าไปได้ ถึง75% จึงแนะนำให้รับประทานก่อนมื้ออาหาร อย่างน้อย 30นาที ดังนั้นร่างกายจะได้รับแป้งแค่ 25% ของจำนวนแป้งทั้งหมดที่รับประทานเข้าไป ทำให้นำไปใช้ได้หมดไม่เหลือสะสม เปลี่ยนเป็นไขมันส่วนเกิน or in short ช่วยดักจับแป้ง ไม่ให้เปลี่ยนไปเป็นน้ำตาลและสะสมในร่างกายในรูปแบบไขมัน



แต่เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศอันแสนร้อนอบอ้าวของวันนี้
ฝนจึงขอเติมน้ำแข็งเพิ่ม จริงๆ ถ้าเราแช่เย็นแล้วนำออกมาดื่มก็ได้นะคะ
อร่อยอยู่แล้ว ไม่เข้มมากเหมือนพวกกาแฟกระป๋อง



ดูยาย (อานะ) สะก่อน ติดใจกินทุกกลางวัน



จริงๆ แนะนำให้กินช่วงเช้านะคะ เพราะใครที่มีปัญหาดื่มกาแฟแล้วปวดท้องมวนๆ ตัว vSlim ช่วยได้ แต่ถ้าต้องการควบคุมน้ำหนักดื่มวันละ 2ขวด เช้า-เย็นก่อนมื้ออาหาร 30นาที และออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย จะเห็นผลเร็ว



ประโยชน์ของใยอาหารเท่าที่ได้ทดลองมา 7 วันจะบอกว่ามันทำให้คุณอยากอาหารน้อยลงส่วนหนึ่ง คือ อิ่มนานและก็ทำให้ระบายได้ดี อึนิ่ม ถ่ายคล่อง ชอบมากเลย

สำหรับเรื่องการติดกาแฟหรือไม่นั้น??.. ก็ไม่ถึงกับทำให้เราติดกาแฟ เพราะประมาณคาเฟอีนไม่ได้แตกต่างจากกาแฟที่เราชงรับประทานตามปกติเจ้ายอดนิยมทั่วไป



เพิ่มเติมสำหรับการควบคุมน้ำหนักให้ได้ผล

ควรจำกัดปริมาณแป้งและน้ำตาลที่บริโภคให้น้อยลง หรือหันมาเปลี่ยนพฤติกรรมบริโภคอาหารจากธรรมชาติ เช่น ข้าวซ้อมมือ ซึ่งจะมีใยอาหารช่วยชะลอการย่อยและดูดซึมน้ำตาล และหนีกิจกรรมที่ต้องอยู่นิ่งๆ ไปออกกำลังกายบ่อย ๆ แล้วไขมันจะไม่มาเยือน แถมสุขภาพยังดีขึ้นอีกด้วยค่า




 

Create Date : 06 เมษายน 2554    
Last Update : 17 เมษายน 2554 11:01:49 น.
Counter : 2816 Pageviews.  

ผลพิสูจน์ 3 สัปดาห์กับความรู้สึกที่ได้รับจาก Clarins White Plus

ได้ทดสอบ Clarins White Plus มาเป็นเวลา 3 สัปดาห์

นับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 54 บัดนี้เข้าสัปดาห์ที่ 3 และจ้า

ผลที่ได้เป็นฉะนี้


สำหรับตัวที่ 1 ที่ใช้เป็น Intensive Whitening Smoothing Serum

ตัวนี้ซึมเร็วมาก 10/10 ได้ใจไปเลย กลิ่นลิลลี่ชัดเจน ตัวนี้ไม่มีที่ติใดๆ ชอบเป็นการส่วนตัว โฮะๆๆ



สำหรับตัวที่ 2 ที่ใช้เป็น Fluide Eclaircissant Hydratant Whitening Moisture Day Emulsion

ตัวนี้มีกันแดด SPF 20 ควบคุมความมันด้วยจ้ะ ผลที่ใช้ตอนนี้รู้สึกไม่ได้คุมมันตลอดวันนะคะ แต่ก็ช่วยได้หลายชั่วโมง ยิ่งแต่งหน้าแล้วรู้สึกผิวเด้ง ๆ ดี ซึมระดับ 8/10



สำหรับตัวที่ 3 ที่ใช้เป็น Whitening Repairing

Night Cream ตัวนี้กลิ่นคล้ายโค้ก หอมสดชื่นดีอ่า รู้สึกสบายผิวเวลาที่ใช้เนื้อครีมไม่เหนียวเหนอะหนะดี ซึมระดับ 8/10 มีส่วนผสมจาก Sea lily และเดซี่ขาว คุณสมบัติช่วยควบคุมกระบวนการสร้างเม็ดสีส่วนเกินที่ได้รับการกระตุ้นจากรังสียูวีในระหว่างวัน



สำหรับคนท้อง >> ใช้ได้นะคะ ไวนเทนนิ่งเซ็ตนี้ใช้ได้ปกติ ปลอดภัยค่า




มาจนถึงบัดนาว....

ความรู้สึกต่อเนื่องยังคงชอบและติดใจกับเซรั่มและไนท์ครีมมากเป็นอันดับ 1
ส่วนกันแดดสำหรับฝนให้ความสำคัญรองลงมา



ลำดับขั้นตอนการใช้ คือ

1. Intensive Whitening Smoothing Serum (กลางวัน-ก่อนนอน)
2. Fluide Eclaircissant Hydratant (กลางวัน)
3. Whitening Repairing Night Cream (กลางคืน)



สำหรับความรู้สึกที่ใช้มาตลอด 3 สัปดาห์ พบว่า...

สิ่งที่เห็นชัดหลังการใช้ Intensive Whitening Smoothing Serum คือ เรื่องการซึมของเืนื้อเซรั่มไวมากจริงจัง และเกลี่ยลื่นทั่วผิวทั้งหน้า ใช้ประมาณเม็ดไข่มุก ระยะเวลา 3 สัปดาห์ความรู้สึกตอนนี้กับตอนที่เริ่มใช้ยังคงเหมือนเดิมคือ ให้ 10 เต็ม และสุขภาพผิวดีขึ้นจริง ยอมรับเรื่องความกระจ่างใสเลย ในระหว่างวัน (ถ้าได้ล้างหน้า) จะเอามาแต้มๆ ตรงบริเวณที่เป็นรอยด้วย ซึ่งผลเฉพาะรอยเห็นไม่ชัดเจน แต่สภาพโดยรวมยอมรับว่าผิวใบหน้าสว่างกระจ่างขึ้น

สำหรับความรู้สึกที่ใช้ Fluide Eclaircissant Hydratant คือ สามารถเป็นได้ทั้งกันแดดและช่วยเรื่องปรับสภาพสีผิวให้กระจ่างใสขึ้นไปในเวลาเดียวกัน สำหรับฝนมองว่ามันไม่ได้ช่วยให้ขาวเหมือนครีมตามท้องตลาดที่มุ่งแต่ขาวๆๆ แต่ผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะให้ความรู้สึกว่าผิวเรามีสุขภาพดีมากกว่าความขาวแบบลอยๆ เหนอะนิดหน่อย หักไปแค่ 1 คะแนน มี SPF 20 ไม่มากและไม่น้อย ควบคุมความมันได้ในระดับหนึ่ง ใครผิวผสมคิดว่าเหมาะเจาะทีเดียว เรื่องความชุ่มชื่นให้ 9 เต็ม 10 คะแนน คือ ถ้าใช้ตามเซรั่มแล้วทาแป้งก็ได้อยู่ ไม่ต้องลงบำรุงอื่นๆ ก็ได้



สำหรับความรู้สึกที่ใช้ Whitening Repairing Night Cream ตัวนี้กลิ่นคล้ายโค้ก ยังยืนยันว่าความรู้สึกตัวเองว่า "หอมกลิ่นโค้ก" ฮ่าๆ แม้ว่ามันจะเป็นกลิ่นลิลลี่ก็ตาม ก็หอมสดชื่นดีอ่า ชวนให้อยากใช้ ซึ่งใช้แล้วชอบตรงที่ว่าตื่นขึ้นมา (วันรุ่งขึ้น) รู้สึกตอนมองกระจกว่าผิวเด้ง ใครมีลองไปส่องกระจกตอนเช้าๆ ดูนะ ว่าแ้ก้มมันเนียนๆ ขึ้น ในบรรดา 3 ตัวที่ใช้ ชอบไนท์ครีมสุด เพราะคิดว่าเห็นผลหลังใช้ชัดเจนตรงเนี้ย



ถ้าถามว่าแล้วตกลงตัวไหนที่ช่วยให้ผิวขาวใสอย่างที่เค้าว่า .. ตอบตรงๆ ว่าฝนใช้พร้อมกัน 3 ตัว ดังนั้นแยกแยะเป็นชิ้นเป็นอันได้ยาก จริงแล้วมันเป็นไลน์ที่ช่วยปรับสภาพผิวที่เสริมคุณสมบัิติของกันและกันให้เห็นผลเร็วขึ้น ผลโดยรวมจึงออกมาจริงอย่างที่กล่าวว่า 3 สัปดาห์

สมมติว่าฝนได้ตั้งท้องอีกครั้ง (ซึ่งเป็นภาวะหน้าคล้ำแดดง่ายมาก ผิวไวต่อแสง) คิดแล้วว่าจะใช้ตระกูล White Plus ช่วยปรับสภาพผิวให้ดีขึ้น เพราะเข็ดมากๆ ช่วงท้องนี่ต้องคอยหลบแดด สกินแคร์ก็แทบไม่ได้ใช้ เฮ้ออออ..... ไว้อาลัยไป 9 เดือน

เอาเป็นว่าทิ้งท้ายด้วยภาพเปรียบเทียบ ซึ่งมีทั้งเมคอัพและไม่เมคอัพ รูปตอนแต่งหน้านี่เห็นผลชัดทั้งๆ ที่ใช้รองพื้นตัวเดิม สีเดิม แสงจากกล้องเป็นโหมด Auto ปกตินะจ๊ะ




 

Create Date : 21 มีนาคม 2554    
Last Update : 22 มีนาคม 2554 0:02:42 น.
Counter : 1783 Pageviews.  

Review :: กันแดด Neutrogena ระหว่าง Fine Fairness & Ultra Sheer

วันนี้จะมารีวิวผลการใช้กันแดดของ Neutrogena นะคะ



สำหรับกันแดดตัวแรกที่ใช้จะเป็น Neutrogena Fine Fairness Brightening UV Moisture SPF 50+ PA+++



คำโปรยของเจ้า Fine Fairness Brightening UV Moisture SPF 50+ PA+++...

มีเทคโนโลยี Helioplex ที่ช่วยให้ประสิทธิภาพในการปกป้องคงที่ยาวนาน ด้วย 3 ประสิทธิภาพ SPF 50 ป้องกันผิวจากรังสี UVB ซึ่งเป็นสาเหตุของผิวหมองคล้ำ PA+++ ป้องกันริ้วรอย ฝ้า กระ จากรังสี UVA Photostability ป้องกันแสงแดดได้ยาวนาน เป็นสูตร Oil-free ไร้ความมัน ไม่เหนียวเหนอะหนะ พร้อมให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว เพื่อผิวกระจ่างใส

ผลหลังการใช้ พบว่า ...

ให้ความรู้สึกว่าหลังใช้ผิวชุ่มชื้นและช่วยเรื่องกันแดดได้จริง คือ รู้สึกว่าหน้าไม่หมองคล้ำ กลิ่นคล้ายลิลลี่ ไม่ฉุนน้ำหอมรุนแรงเหมือนแบรนด์อื่นๆ เ่ท่าที่ใช้ดูก็ไม่แพ้นะ โดยรวมรู้สึกพึงพอใจ แต่ไม่ถึงกับคุมมันเทพ ใครหน้ามันมากๆ ก็ต้องทำใจ มันมีบ้างอะไรบ้างนะจ๊ะ แต่ใครผิวผสมคิดว่าคุมมันได้ในระดับดีทีเดียว อย่างถ้าแดดร้อนๆ เหงื่อออกก็มีรำคาญผิวนิดหน่อย แต่ไม่มากจนต้องทำให้รู้สึกกังวลหรือรำคาญผิวมากไป



เป็นเนื้อโลชั่นไม่เหนียว-ไม่เหลวแต่จัดอยู่ในระดับกำลังดี เกลี่ยง่าย ใช้ก่อนลงเมคอัพช่วยให้หน้าชุ่มชื้นดีมาก รองพื้นไม่ตกร่องผิวเลยหล่ะจ้า



..........................................................................................................................

สำหรับกันแดดตัวที่ 2 จะเป็น Neutrogena Ultra Sheer Complete UV Waterlight Lotion Spf 50+ PA+++



มีกลิ่นหอมอ่อนๆค่ะ ใช้แล้วไม่ทำให้หน้าวอก กันแดดได้ดี เจอแดดแรงๆ เราก็ไม่รู้สึกแสบหน้า เนื้อโลชั่นซึมสู่ผิวได้ช้ากว่ารุ่นของ Fine Fairness นิดหน่อย ตัวนี้เป็นเบสเมคอัพไปในตัว มีเนื้อสีชมพู ซึ่งเบสสีชมพูจะช่วยปรับผิวขาวซีดไม่มีชีวิตชีวา



..........................................................................................................................

เปรียบเทียบกันแดด 2 ตัวตามความรู้สึกของผู้ใช้อย่างเราๆ



Neutrogena Fine Fairness Brightening UV Moisture SPF 50+ PA+++

- เหมาะเป็นตัวบำรุงที่เป็นกันแดดประสิทธิภาพดีเยี่ยมใช้ก่อนลงรองพื้นดีมากๆ ซึมสู่ผิวได้ดีให้ความชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวกระจ่างใสด้วยเพราะเป็นสูตร Brightening ถ้าใช้ทาตัวก็ดีนะ แต่คิดว่ามันจะเปลืองไปนิด เนื้อมันหนืดกว่าตัว Ultra Sheer อาจทำให้ทาได้ไม่ทั่วตามที่ต้องการ

Neutrogena Ultra Sheer Complete UV Waterlight Lotion Spf 50+ PA+++

- เหมาะสำหรับทาระหว่างวัน ฝนชอบทาตอนไม่แต่งหน้า เพราะมันเบาๆ ตบแป้งฝุ่นต่อได้เลย และยังทาได้ต่อมายังแขน ขาได้อีก ชอบที่เนื้อโลชั่นเป็นน้ำปาดง่าย กับผิวใบหน้าอาจรู้สึกเหนอะๆ แต่ถ้าเป็นผิวกายนี่ชอบมากให้ความรู้สึกชุ่มชื้นดี ตัวนี้กันแดดได้เยี่ยม ไปทะเลขอแนะนำ ใช้แล้วออกแดดแรงๆ ไม่แสบผิว ทดสอบจากการทาทั่วตัวแล้วไปเจอแดดเปรี้ยงๆ ผิวไม่ดำ ไม่ไหม้

หมายเหตุ :: ค่า SPF 50+PA+++ เื้ืท่้ากัน เมื่อทาทั่วใบหน้าแล้วแนะนำให้ทาบริเวณคอด้วยนะจ๊ะ ผิวจะได้รับการปกป้องจากแสงแดดทั่วถึง

..........................................................................................................................

ขณะนี้กำลังทดลองตัวบำรุงต่างๆ ของ Neutrogena อยู่ ได้ผลอย่างไร ไว้เจอกันรีวิวหน้าค่า




 

Create Date : 21 มีนาคม 2554    
Last Update : 21 มีนาคม 2554 20:38:45 น.
Counter : 2679 Pageviews.  

Sakura Cleanser ครีมล้างหน้าที่ให้ความรู้สึกเนียนนุ่มไปพร้อมกับการทำความสะอาดผิว



Sakura Cleanser ขนาด 80g

ศาสตร์ของความงามแบบญี่ปุ่นที่อนุญาตให้เพียงฟองครีมนุ่มละมุน ส่วนผสมจากแร่ธาตุในบ่อน้ำพุร้อนสัมผัสผิวหน้าอย่างอ่อนโยน คุณจะรู้สึกถึงความสดชื่น ขาว ใส อย่างเห็นได้ชัด



มีส่วนผสมหลักสารสกัดจากถ่านไม้ไผ่บริสุทธิ์ ซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซับสิ่งสกปรก ละอองฝุ่น ออกจากผิวหน้าได้ดี ผสมผสานเข้ากับสารสกัดจากซากุระที่กำลังบานสะพรั่ง และน้ำพุร้อนจากธรรมชาติที่บริสุทธิ์และอุดมด้วยแร่ธาตุ ทำให้ผิวใสสะอาด และยังมีประสิทธิภาพในการล้างเครื่องสำอางค์อ่อน ๆ ได้อย่างหมดจด



วิธีใช้ :

- ใช้ล้างหน้าวันละสองครั้ง เช้าและก่อนนอน

- ล้างมือและใบหน้าด้วยน้ำอุ่นให้ชุ่มชื้น บีบครีมออกจากหลอดเพียงเล็กน้อย(ปริมาณครีมเท่าหัวไข่มุกเม็ดเล็ก ๆ)ไว้ที่ปลายนิ้ว

- ถูครีมให้เกิดฟองโดยใช้ผ้าฟองน้ำชุบน้ำอุ่นและขยี้เนื้อครีม จะได้ฟองที่นุ่มนวลและละเอียด เพิ่มประสิทธิภาพในการชำระล้างผิวหน้าให้ดียิ่งขึ้น

- ลูบไล้ฟองครีมทั่วใบหน้าและลำคอเพียงเบา ๆ

- ล้างออกด้วยน้ำอุ่น

หมายเหตุ : Cleanser ของ LIBOTE' ใช้ร่วมกับ Lather Cloth เพื่อตีให้เกิดฟองครีมนุ่มละมุน



ความรู้สึกหลังใช้ (ครั้งแรก)

- เอริ่ม.. ทำไมเนื้อโฟมที่ตีแล้วมันเนียนนุ่มเทพเยี่ยงนี้ คือ ถ้าเราตีโฟมจนฟู เวลาแปะไปที่หน้าเพื่อทำการวนนวดทำความสะอาดมันจะให้ความรู้สึกแน่นของโฟม รู้สึกชัดเจนว่าเนื้อโฟมนั้นละเอียดจริงๆ จากรูปจะเห็นว่าเนื้อโฟมที่นำมาทำความสะอาดจะแทบไม่มีฟองอากาศ ซึ่งถ้าเราตีโฟมไม่ดี หรือรีบไปจะทำให้เกิดลักษณะโฟมที่ไม่ฟูเช่นนี้

เราสังเกตได้ง่ายๆ ว่าถ้าโฟมมีรูปร่างไม่ฟู ดูก้อนเล็ก เนื้อไม่ละเอียด เวลาถูไปที่หน้า นิ้วจะสัมผัสกับผิวหน้าโดยตรงและฟืดๆ ไม่ลื่นปรื๊ดเหมือนโฟมฟู



ความรู้สึกต่อเนื่องหลังใช้ประจำ

- ถ้าล้างแค่กันแดดและแป้งฝุ่นกับสิ่งสกปรกทั่วไป ยอมรับว่าสะอาดจริง สัมผัสดูก็รู้สึกได้ หรือถ้าใช้โทนเนอร์เช็ดก็เห็นชัดว่าสะอาด แต่ถ้าแต่งหน้ามาก็ควรจะใช้ตัวล้างเครื่องสำอางโดยเฉพาะก่อนนะจ๊ะ แล้วค่อยตามด้วย Sakura Cleanser

คะแนนความพึงพอใจ ให้ 10 เต็ม 10 เพราะประทับใจเนื้อโฟมที่ฟูแน่นมากๆ

หลายคนอาจรู้สึกเสียเวลาในการตีโฟมให้ฟู แต่รู้ไหม..นั่นแหละไฮไลท์ของเจ้า Sakura Cleanser ที่ทำให้ใบหน้าเราสะอาดจริงจังและเนื้อครีมไม่เสียดสีกับผิวโดยตรง ซึ่งเหมาะกับทุกสภาพผิวได้อย่างแท้จริงค่า




 

Create Date : 21 มีนาคม 2554    
Last Update : 21 มีนาคม 2554 11:01:08 น.
Counter : 761 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

ตีไม่แรง ไม้แพง แต่งตัวเท่ห์
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]











Blog นี้ไม่ได้อยู่ในหน้า Up Date รวม Bloggang

อ่านเรื่องอัพเดทล่าสุดได้จากด้านล่างที่แปะไว้

หรือไม่เข้าไปที่ All About Blog นะคะ

New!! : UP Date


BABY UPDATE














Bloggang : Fonkan



ฝนขอสงวนลิขสิทธิ์งานเขียน

ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539

ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน

หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความที่เขียนไว้

ใน blog นี้ไปใช้เด็ดขาด...

ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง

โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร

จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด


--------------------------------------------------------

งานเขียนใน Blog นี้จะเน้น ภาพประกอบการเขียน

ขอบคุณที่ติดตามอ่าน (สังเกตจากคนเข้าชม)

--------------------------------------------------------

เวปไซด์สำหรับสิว รักษาสิวเอง ไม่พึ่งหมอ

http://www.loving-shop.com/

หากสนใจเว็ปไซต์ส่วนตัวฝน คลิ๊ก....

http://www.fonkan.com

--------------------------------------------------------





fon&kieng


Google
Friends' blogs
[Add ตีไม่แรง ไม้แพง แต่งตัวเท่ห์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.