Group Blog
 
All blogs
 

REVIEW HOBBIT Extended DVD Ver.

สวัสดีครับ วันนี้เปลี่ยนแนวบ้าง ขี้เกียจทำรีวิวตามเว็บบอร์ดแหละ ทำเอาบนบล๊อกส่วนตวันี่แหละ ทำสองที่นะครับ

My.Id @ Dek-d.com
Bloggang

วันนี้มาแงะกล่อง HOBBIT 1 แบบ Extend Edition กันดีกว่า

เริ่มจากสภาพภายนอกกันเลย

 photo DSC_0251_re_zpse7728854.jpg
 photo DSC_0252_re_zps47a280e4.jpg
 photo DSC_0253_re_zps51acde92.jpg

แกะปกออกมา ภาพรอบตัว
 photo DSC_0261_re_zpscd80ab6e.jpg
 photo DSC_0255_re_zpscf44d4b2.jpg
 photo DSC_0256_re_zps6758f437.jpg

ดึงกล่องออกมา
 photo DSC_0257_re_zpsf11dc180.jpg
 photo DSC_0258_re_zpsb224e80e.jpg

คราวนี้เฮียปีเตอร์จัดหนัก มาทีเดียว 5 แผ่นเลยอะ
 photo DSC_0260_re_zps538a7bf3.jpg


ปริมาณข้อมูลแผ่นที่ 1 จุมา 5.8GB
 photo DVD-EX1-Pro_zpsa86a00ed.png
Bitrate 6.44Mbps
 photo DVD-EX1_zpsfab06f87.png

DVD1 Menu
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h00m10s0_zpsd314bd7e.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h01m00s245_zpsa3fe93d7.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h01m15s138_zps980e3bb0.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h01m26s250_zps7fc98bd5.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h01m35s112_zpse814b8a4.jpg


ของแถมแผ่นแรก นอกจากความเห็นทีมงาน ก็เป็นสารคดีเบื้องหลัง NEW ZEALAND : HOME OF MIDDLE-EARTH
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h04m01s59_zps703ee9e8.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h02m53s146_zpsc61f5ffa.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h04m13s154_zps2f67b08a.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h04m41s156_zpsd19b3c88.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h03m52s198_zps3b274bc4.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h03m41s112_zps90a398ec.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h03m22s158_zps06c91678.jpg

ภาพจากในหนังละนะครับ
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h07m01s41_zps7b67421d.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h07m44s224_zps05a43ef2.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h08m38s245_zpsc15b7895.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h09m05s8_zpsaee6fa19.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h10m13s178_zps6635efe8.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h12m25s218_zpsab5df472.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h13m51s52_zps5f6f491a.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h15m05s37_zps14938ebb.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h16m01s69_zps2dc09abb.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h16m21s28_zps4dca9e17.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h17m00s170_zps85b507bc.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h20m13s45_zps9e4a6bd3.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h22m07s149_zps38a22973.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h26m40s68_zps3fb6311e.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h27m11s132_zps34704d7e.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h27m29s66_zpsafc98955.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h27m47s237_zps043b2ae1.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h29m21s157_zps32fef606.jpg
จบแผ่นแรก ฮุฮุฮุ ภาพเยอะใช้ได้

ขึ้นแผ่นสอง เมนูหลักเหมือนกัน เลยไม่ลงนะครับ แต่ภาพนี้ ใครมีแผ่น Lord of the Rings : Extend Edition คงคุ้นเคยดี
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h31m35s197_zps752f4e17.jpg

ข้อมูลแผ่นสอง 4.8GB... เฮ้ย! มันเลยความจุ DVD5 มาแค่ 100MB เองนี่หว่า "-_-
 photo DVD-EX2-Pro_zpsf9efa9de.png

Bitrate 6.41Mbps
 photo DVD-EX2_zps775c593d.png

ฉากสำคัญที่ถูกเพิ่มเข้ามา คงเป็นฉากที่บิลโบ้เห็นดาบกับภาพวาดในตอนที่ตัดนิ้วเซารอน
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h33m01s48_zps8fcadb28.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h33m22s255_zps8db22dc1.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h33m59s106_zps0993de1d.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h36m20s244_zps870b24d4.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h36m27s59_zps62c677f7.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h37m43s54_zps662af899.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h37m53s149_zps7ed9018a.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h38m02s234_zpsfc33a8be.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h38m36s67_zpsd88e1e24.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h40m53s165_zps4fb57916.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h41m28s3_zps197d1bab.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h44m26s244_zpsb2734272.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h44m52s243_zpsb46d17e3.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h45m16s228_zpsf128da15.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h46m45s93_zpsac5cc582.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h47m29s33_zpscee72e18.jpg

ส่วนใครที่มีชุด Extend ของ LOTR ตัวเบื้องหลังของชุดนี้เป็นตอนที่ 7 และ 8 ต่อจากชุด Extend นั้นนะครับ (Extend ของ LOTR จบที่ตอนที่ 6)
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h50m44s211_zps51c2d364.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h52m09s41_zps1515a61b.jpg
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h54m11s230_zpsfde16279.jpg


แถมส่งท้าย ข้อมูลชอง HOBBIT ฉบับฉายโรง เป็นแผ่นโซนสามบ้านเรานี่เอง
ข้อมูล 7.9GB
 photo DVD-Std-Pro_zpsc4c80ae6.png
Bitrate 5.83Mbps น้อยกว่าของชุด Extend
 photo DVD-Std_zps14ce7649.png

ต่อไปจะเป็นภาพเปรียบเทียบ ฉบับฉายโรง(บน) ฉบับExtend(ล่าง)
 photo vlcsnap-2013-12-07-15h56m22s225_zps8495acb9.jpg

 photo vlcsnap-2013-12-07-15h07m01s41_zps7b67421d.jpg

----------------------------------------------


 photo vlcsnap-2013-12-07-15h57m35s174_zps17344980.jpg

 photo vlcsnap-2013-12-07-15h08m38s245_zpsc15b7895.jpg

----------------------------------------------


 photo vlcsnap-2013-12-07-15h58m31s224_zps806fafc2.jpg

 photo vlcsnap-2013-12-07-15h10m39s154_zps62665f64.jpg

----------------------------------------------


 photo vlcsnap-2013-12-07-15h59m17s147_zpscbc90ba7.jpg

 photo vlcsnap-2013-12-07-15h16m34s140_zpsbd7e70e5.jpg

----------------------------------------------


 photo vlcsnap-2013-12-07-16h00m33s128_zpsb3dfb671.jpg

 photo vlcsnap-2013-12-07-15h19m19s10_zps8e8fe7d9.jpg

----------------------------------------------


 photo vlcsnap-2013-12-07-16h02m36s80_zps31ba6b6a.jpg

 photo vlcsnap-2013-12-07-15h37m43s54_zps662af899.jpg



จบการรีวิวแต่เพียงเท่านี้... เหนื่อยโฮก




 

Create Date : 07 ธันวาคม 2556    
Last Update : 7 ธันวาคม 2556 17:37:14 น.
Counter : 3947 Pageviews.  

มหกรรมสะเทือน LC Anime ครั้งยิ่งใหญ่แห่งสยามประเทศ

มหกรรมสะเทือน LC Anime ครั้งยิ่งใหญ่แห่งสยามประเทศ

ไม่ได้เขียน blog มานาน วันนี้ขอเขียนซักนิด เพื่อเป็นส่วนน้อยๆในหน้าประวัติศาสตร์อนิเมะและลิขสิทธิ์ในไทยละกัน

อันเนื่องมาจากช่วงนี้กระแสลิขสิทธิ์ในไทย โดยเฉพาะวงการอนิเมะญี่ปุ่นกำลังมาแรง เลยอยากขอร่วมวง โดยการแสดงความเห็นจากในมุม

ของผมครับ

ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า อย่ามาถามหาความขาวสะอาดบริษัทธิ์จากผม เพราะผมมีทั้งของ LC และเถื่อนเต็มเครื่องและเต็มห้องนอนและชั้นวาง

ของเลยครับ

สถานการณ์ ณ ปัจจุบันนี้ คือค่าย LC ในไทยกำลังส่งกำลังรบไปสะเทือนเหล่าแฟนซับที่ยังคงปล่อยซับเมะที่โดนลิขสิทธิ์แล้ว ซึ่งตาม

มารยาท(ไม่ใช่ตามกฏหมายนะ) แฟนซับควรจะหยุดปล่อยซับทันทีที่มีการประกาศลิขสิทธิ์ แต่แฟนซับมากมายช่วงนี้ยังคงปล่อยซับต่อไปเรื่อย

ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้ ที่ผมพยายามทำความเข้าใจ แต่ไม่เข้าใจ แถมยังไปว่าผู้ได้สิทธิ์ในไทยว่า "งก" เข้าอีก (จริงๆไม่ได้ว่ากันตรงๆแบบนี่

หรอก แต่เนื้อหามันออกมาทางนี้)

ที่นี้ ณ เวลานี้ ถามว่าผมโดนผลกระทบด้วยไหม นิดหน่อยนะ ก็ดูทั้งซับไทย อิง จะบอกไม่โดนเลยก็ยังไงอยู่ แต่จะโดน LC ก็โดนไปดิ เพราะ

สุดท้ายเมะไม่หนุกก็ไม่ซื้อ แต่ถึงหนุกก็ไม่ซื้อ ถ้า Rose DEX TIGA มีให้ดูบนเว็บ (เพิ่งโดน ROSE ไป 59 บาท กระหน่ำดู Accel Word ไป 9

ตอน) เพราะตอนนี้มีปัญหาที่เก็บแผ่นมากๆ เลยตัดสินใจว่า หลายๆเรื่อง ถ้าไม่โดนจริง หรือไม่ได้พลาดจัด SS1 มาก่อน คงไม่ซื้อ ก็เลยได้ดู

Accel World ไป 9 ตอน(โดนไป 59 บาท ตามระเบียบ)

ที่นี้ที่ผมอยากจะพูดจริงๆ คือตอนนี้เจ้าของที่ญี่ปุ่นลงมาเล่นกันจริงๆแล้ว แม้จะยังไม่มาเป็นตัวเป็นตน แต่ก็ส่งพลังมาแล้วผ่านทางเฮียกุหลาบ

ผมก็ไม่ได้รู้สึกไรนะ ก็สิทธิ์ของเขาอะ เมะก็เขาเป็นคนทำ จะไปว่าไรเขาละ เขาก็ต้องรักษาสิทธิ์ซินะ แต่ที่สงสัยมันอยู๋ย่อหน้าต่อไปครับ

มีหลายคนมาบอกว่า ถ้าญี่ปุ่นลงมาเล่นจริง เก็บแฟนซับ ถล่มไฟล์ RAW จะทำให้อนิเมะในไทยถอยหลังลงคลอง... เออ... กลัวอะไรกันเกิน

ไปรึป่าวครับ ยังไงก้ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า การดูแค่ตัวอย่างหรือ PV ของเมะเรื่องนั้นๆคงไม่สามารถตอบได้ว่าเมะเรื่องนั้นดีจริงหรือไม่ ค่าย

ลิขสิทธิ์อาจจะประเมิณกระแสหรือเรทติ้งลำบากขึ้นมาหน่อย แต่คงไม่ยากสำหรับบริษัทระดับนี้หรอกครับ เชื่อเถอะ ต่อให้ RAW SUB บร้าๆๆๆๆ

หายไปจากแผ่นดินไทย มันก็ยังมีอีกหลายวิธี ที่เราท่านทั้งหลายจะหาดูได้ แล้วคิดหรือว่าบริษัทลิขสิทธิ์ในไทยจะตามไปเช็คเรทติ้งไม่ได้

ผมไม่เข้าใจเลยนะ การที่จะดูเมะช้าไปซํกเดือนสองเดือน หรือช้าไปซักปี มันจะทำให้เราต้องดิ้นกันเลยเหรอ หรือการได้ดูหนังซักเรื่องช้ากว่า

คนอื่น ดูไม่ทันเข้าโรง มันจะตายกันตรงนั้นเลยไหม ทุกวันนี้มีเมะและหนังหลายเรื่องนะ ที่อยู่ในลิสต์ส่วนตัวผม แต่ยังไม่ได้ดู ก็ไม่เห็นมันจะ

ทำไมเลย ถ้าตอนนี้มีใครซักคนเดินมาถามผมว่าอยากดู Titan ป่าว ก็อยากนะ แต่ต้องทำงานก่อนอะ แบบว่าดูเมะมันไม่ต้องรีบก็ได้(แต่ถ้าซื้อ

DVD/BD ชุด Limited ไม่ทัน ผมอาจลงไปดิ้นได้) บางครั้งซื้อแผ่นมาดองแล้วยังไม่มีเวลาดูก็มากนะอิอิ เพราะฉะนั้นไอ้การที่คุณดูช้ากว่าญี่ปุ่น

มันก็ไม่ได้ทำให้เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตหรอกครับ บางครั้งอาจจะดีซะอีก คุณจะมีเวลาเหลือไปทำอย่างอื่นในชีวิตอีกมากนะครับ ปิดเมะซักพัก

แล้วไปใช้ชีวิตกับครอบครัวบ้างก็ได้ หรือถ้าคิดว่าพี่ไทยแปลช้า ออกช้า ก็ช่วยคิด ติดตามข่าวซักนิด ว่าเจ้าของเรื่องเขาออกแผ่นมาขายบ้างรึยัง

ไม่ใช้เอะอะก็จะเอาแต่เร็วๆๆๆๆ ถ้าเร็วแล้วเห่ย อะเอาป่าว

เพราะฉะนั้น สำหรับผมแล้ว ต่อให้วันนี้แฟนซับหายไปจากโลกนี้ ผมก็ไม่สะทกสะท้านหรอกนะครับ นิตยสารการ์ตูนในประเทศ ในโลกก็ยังมี

อีกมาก เว็บต่างประเทศที่คุยเรื่องเมะก็มีอีกเยอะ ไปอ่านที่คนจากเว็บต่างประเทศคุยกันก็ได้ แล้วประเมิณเอา ว่าเรื่องไหนน่าสนใจ ตามข่าว

จากหลายๆแหล่งหน่อย ว่าเมะเรื่องไหน ที่ญี่บุ่นดังไม่ดังยังไง บวกเข้ากับตัวอย่าง ก็น่าจะพอสรุปได้บ้าง หรือไม่ก็หาเช่าแผ่นเอามาดูซักตอด

ไม่โดนก็ผ่าน เปิดดูจากเว็บ อย่างของ ROSE กับ DEX นี่ใช่เลย จ่ายซักหนึ่งอาทิตย์ ไล่ดูตอนแรกของทุกเรื่อง เรื่องไหนโดนก็ตามเก็บซะ

เรื่องไหนตอนแรกขึ้นชวนง่วงก็ไปดูเรื่องอื่นต่อไป...

สรุป เขียนมาตั้งเยอะ กรูอ่านเองยังงง แต่ไม่ว่า SUB ดิบ เถื่อน จะหายไปหรือหาดูยากยังไง ก็ขอให้เหล่านักดูเมะรุ่นใหม่ๆ และน้องที่เพิ่งตาม

เข้าดูเมะ ได้ทราบว่า ยังมีเรื่องอื่นๆในชีวิตให้ทำอีกมาก การได้ดูเมะช้าไปซักปี ก็ใช่ว่าจะทำให้ต้องตายกันเดี๋ยวนั้นนะครับ

สุดท้ายนี้ขอเรียนแจ้งถึง พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ที่มีลูกๆชอบการ์ตูน ผม ในฐานะที่โชคดี(รึป่าว) ที่เกิดในบ้านที่ทุกคนติดการ์ตูน ขอบอกว่า การดู

การ์ตูนไม่ใช่ไม่ดี แต่ทุกอย่างเมื่อมากเกินไป มันก็ไม่ดีกันหมดนั้นแหละ ขนาดบ้านผมที่ผู้ใหญ่ (หมายถึงรุ่นสูงกว่าผมขึ้นไปหนึ่งรุ่น เช่นคุณแม่

คุณน้า) ติดการ์ตูนมาก แต่ก็มีการขีดเส้นสูงสุดเอาไว้ ถ้าบ้าระห่ำดูการ์ตูน บ้านผมก็ใช้ว่าจะไม่โดนอะไรนะครับ ซ้ำร้ายอาจจะโดนหนักกว่าบ้าน

อื่นซะอีก เพราะถือว่าเราได้ให้อิสระท่านแล้ว แต่ท่านไม่ควบคุมตัวเอง...

บายครับ




 

Create Date : 24 ตุลาคม 2556    
Last Update : 24 ตุลาคม 2556 15:57:19 น.
Counter : 1503 Pageviews.  

ดราม่าเมพขิง.....




 

Create Date : 27 เมษายน 2553    
Last Update : 27 เมษายน 2553 13:07:00 น.
Counter : 443 Pageviews.  

อยู่เฉยก็คิดถึงชุดนักเรียนซะงั้น

วันนี้ก็แค่มาอัพบ่นๆไปยั้งงั้นๆแหละครับ ตอนนี้ก็อยู่ปีสามแล้ว เรียนภาค IT อยู่ที่สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธรณ์ ก็ยากอยู่อะนะ แล้ววันนี้ก็เหนื่อยๆจากการเรียนก็กลับมาที่หอ แล้วอยู่ๆก็คิดถึงชุดนักเรียนจังเลยแฮะ

ตอนนี้ก้ใส่ชุดนักศึกษาไปเรียน บางวันก็เสื้อยืดกางเกงยีนส์ เพราะที่ภาคอนุญาติให้ใส่ได้ เมื่อก่อนผมก็เคยคิดเหมือนกันนะ ว่าทำไมโรงเรียนไม่ให้แต่งตัวตามสบายไปเรียน แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไร เพราะตอนนั้นคิดว่าชุดนักเรียนนะสะดวกดี ตื่นเช้ามาก็คว้าหมับมาใส่แล้วก็ไปโรงเรียน(แต่เรื่องผมนี่นะ -*-) ตอนนี้พอเรียนมหาลัยแล้ว อาจารย์อนุญาติให้แต่งตัวตามสบายไปได้ ตอนๆแรกๆก็รู้สึกดีหรอก เพราะโดยส่วนตัวชอบชุดนักเรียนมากกว่าชุดนักศึกษาอีก(งงตัวเองหวะ) พอได้ใส่อะไรไปเรียนก็ได้ก็ดี๊ด้าอยู่ระยะหนึ่ง แล้วก็กลับมาใส่ชุดนักศึกษาอีก เพราะตื่นเช้ามาขี้เกียจเลือกชุดที่จะใส่เถอะ แค่เสาร์อาทิตย์ไปเที่ยวก็คิดหนักพอแล้ว วันธรรมดาใช้หัวกับการเรียนดีกว่า แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม อยู่มหาลัยก็แฮีปปี้มากๆเรื่องทรงผม เพราะไม่มีใครมาบังคับกรูแล้วโว้ย(ขอตะโกนก้องให้โลกรับรู้หน่อยเถอะ)

กลับมาเข้าเรื่อง
จริงๆคือวันนี้มานั่งบ่นถึงชุดนักเรียนนั้นแหละครับ ตอนเป็นนักเรียนถ้าจะให้เลือกว่าชอบวันไหนมากที่สุด ก็คงจะเป็นวันที่ได้ใส่ชุดนักเรียนละมั้ง
1. ชุดพละ = วันไหนใส่ วันนั้นเหนื่อยแน่ แถมเหม็นเหงื่อสุดๆ แล้วผมเป็นพวกไม่ชอบเล่นกีฬาบนบกก็เพราะไอ้เหตุผลเหม็นกลิ่นเหงื่อนี่แหละ เพราะฉะนั้นสมัยก่อนใครอยากแข่งแล้วชนะผม มาท้าแข่งกีฬาบนบกได้เลย แต่ว่ายน้ำนี่ผมทุ่มสุดตัวเลย ขอบอก

2. ชุดลูกเสือ = ไม่ชอบที่สุด ไม่เข้าใจจนกระทั้งบัดนาว ว่าทำไมต้องเรียนด้วยฟระ ผมขอบอกเลยครับว่าสำหรับผมเป็นวิชาที่ได้ใช้ประโยชน์น้อยมากถึงมากที่สุด ผมอยากจะเสนอให้ผู้ใหญ่ทั้งหลายพิจารณาข้อนี้หน่อยนะครับ
2.1. ชุดลูกเสื้อเท่าที่รู้มานั้น เป็นชุดพระราชทาน ถ้าที่ผมรู้มาไม่ผิด และด้วย เนื้อหาวิชาและสิ่งที่ลูกเสื้อสมควรทำนั้นก็เป็นเรื่องดีทั้งนั้น แต่ทว่าตอนนี้การ เรียนลูกเสื้อที่ให้เด็กทุกคนเรียนนั้น ก็เห็นๆกันอยู่ว่าจะมีเด็กกลุ่มหนึ่งที่ทำตัวไม่เหมาะสมอย่างมากขณะใส่ชุดลูกเสือ เช่นสูบบุหรี่(จริงๆถ้าคนมันอยาก จะใส่อะไรมันก้สูบหมดแหละ ต่อให้ไม่ใส่มันก็สูบ เชื่อซิ) แต่มันจะดีกว่าไหม ถ้าภาพแบบนั้นไม่ได้เกิดกับเด็กที่ใส่ชุดนี้
2.2. ความหนาของเสื้อ ไม่ทราบว่าจะหนาไปไหนครับ เพื่อนๆและรุ่นน้องส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยอยากใส่กันทั้งนั้น แต่ก็ต้องยอมรับว่านั้นเป้นข้อมูลจากกลุ่มคนที่ผมรู้จัก ส่วนกลุ่มอื่นๆนั้นไม่ทราบ
2.3. เป็นเครื่องแบบที่มีความสามารถในการเก็บกลิ่น ไม่น่าเชื่อ ว่าผมไปเขาชนไก่ห้าวันไม่ได้อาบน้ำ(แฉความซกมกของตัวเองให้โลกรู้ ) กลิ่น(เหม็น)ชุด รด. ยังมิอาจเทียบทานชุดลูกเสื้อ ทั้งๆที่ใส่ไม่ถึงสิบสองโมง


กลับมาเรื่องชุดนักเรียน
ทุกวันนี้พอย้อนกลับไปก็นึกถึงวันเก่าๆที่ใส่ชุดนักเรียนอยู่ในรั้วโรงเรียนกับเพื่อนๆ เฮฮาเป็นบ้า คิดแล้วก็อยากกลับไปวันนั้น ไปใส่ชุดนักเรียนอีกจังเลย จริงๆก้มีคนบอกนะ ว่าอยากใส่ก็ไปซื้อมาใส่ซิ แต่ขอโทษเถอะ ยี่สิบเอ็ดแล้วครับ ใส่ตอนนี้หน้าแก่ไปไหม
ผมเห็นกระทู้ในพันทิปและหลายๆที่ มักจะมีคนมาบอกว่าอยากให้ยกเลิกเครื่องแบบนักเรียน ผมก็เคยอ่านอยู่บ่อยๆนะครับ ต่างฝ่ายต่างก็มีเหตุผลของตัวเอง ผมก็เลยนั่งคิดถึงข้อดีข้อเสียขอชุดนักเรียนนะครับ

ข้อดี
1. เช้ามาประหยัดเวลา อาบน้ำเสร็จ ไม่ต้องคิดมาก คว้ามาหนึ่งตัวใส่แล้วแจ้นออกจากบ้าน(นอนตื่นสายได้อีกห้านาที เพราะไม่ต้องมาเสียเวลาเลือกชุดที่จะใส่)
2. ประหยัด(อันนี้คนอื่นเป็นรึป่าวไม่รู้นะครับ) เพราะชุดนักเรียนมันสีขาวมั้ง ไม่ได้เป็นสีแฟชันอะไรมากมาย ฉะนั้น ตัดปัญหาสีซีดไปได้(แต่สีตกนี่เครียดกว่า) ถ้าซักสะอาด ไม่ได้เอาไปเรอะอะไรจนซักไม่ออก ก็ใส่ได้นานอยู่ สถิติสูงสุดที่ทำได้ของผมคือสี่ปี ป.6 - ม.3 แล้วซื้อใหม่ตอน ม.4 แล้วใส่จนจบ ม.6 ระหว่านั้น เสื้อที่ใส่เที่ยวอาทิตย์ละครั้ง สีซีดไปหลายตัว ซื้อใหม่ก็มากอยู่
3. ใครมีพี่น้องเพศเดียวกันจะเห็นประโยชน์ด้านการประหยัดเงินของจริง ยิ่งน้องขี้งกยิ่งชัดเจน เพราะน้องผมแทบไม่เคยซื้อชุดนักเรียนเลย มันรอของเก่าจากผมตลอด(นั้นคือสาเหตุที่ผมไม่มีเหลือเก็บเลย ไอ้น้องบ้า)
4. ไปไหนเป็นจุดเด่นของสังคมด้วยนะ เวลาเด็กนักเรียนเดินกันเป็นกลุ่มๆ ก็มักจะถูกผู้ใหญ่มองเสมอ เช่น
4.1. กลุ่นนี้ไปเดินร้านหนังสือ ก็จะถูกมองว่าเป็นเด็กดี แหม ออกจากโรงเรียนมุ่งมาร้านหนังสือก่อนเลย น่าชื่นชม(แต่ตอนเดินออกไม่มีหนังสือเรียนตามมาหรอก มีแต่นิตยสารดารา ฮ่าๆๆๆๆ ส่วนของผมก็ซื้อแต่นิตยสารเครื่องเสียง)
4.2. ไปซื้อของ ถ้าที่ไหนมีโปรโมชั่นเฉพาะนักเรียนก็จะได้โปรโมชั่นทันทีโดยไม่ต้องแจ้ง(แล้วเวลากรูไปตอนไม่ใส่ชุดนักเรียน ทำไมต้องให้กรูถามด้วยฟระ )
4.3. เวลาไปดูหนังหลังสอบเสร็จยิ่งเด่นใหญ่ ใส่เสื่อสีขาวนั่งกันเต็มแถว รับรองเป็นจุดเด่นแน่นอน ฮ่าๆๆๆๆ
5. ตัดปัญหาเลือกใส่เสื้อเพื่อไปงานต่างๆได้ดี คุณเชื่อไหม ชุดนักเรียนชุดเดียวมันครอบจักรวาลจนาดไหน ใส่ได้ตั้งแต่งานมงคลยันงานศพได้เลยนะ แล้วยิ่งไอ้วันสอบเกรดเปียโนนี่จำได้เลย เนื่องจากว่าต้องแต่งตัวสุภาพ ให้เกรียติสถานที่สอบ แล้วปัญหาคือสุภาพของฉันกับของอาจารย์คุมสอบมันมาตราฐานเดียวกันปะละ ตัดปัญหา ใส่ชุดนักเรียนไปสอบเลยละกัน ฮ่าๆๆๆๆ อะจริงนะ ตอนเรียนมัธยมนะ ผมใส่ชุดนักเรียนไปสอบเปียโนสองครั้ง เพราะเปิดตู้เสื้อผ้า พับผ่าซิ เสื้อที่ดูสุภาพๆหน่อยอยู่ในตระกล้ายังไม่ได้ซักเลย ที่แขวนอยู่ในตู้ดันสีสดไปไหม ใส่ชุดนักเรียนเลยละกัน ตัดปัญหา(เราขอเรียกกรณีนี้ว่า เครื่องแบบครอบจักรวาล)

ข้อเสีย
1.
2.
3.
4.
5.
คือผมไม่เห็นจริงๆครับ อาจเป็นเพราะผมชอบชุดนักเรียนด้วยมั้งเพราะผมมันเป็นคนง่ายๆ ขี้เกียจเลือกอะไรมาก เครื่องแบบนักเรียนนักศึกษานะสบายดี อยากใส่อะไรที่มันสบายๆก็เสาร์อาทิตย์เลยน้องเอ๋ย

ปล. ตกลงเขายกเลิกทรงผมนักเรียนรึยังเนี่ย? ไม่ได้เกี่ยวหรอก(อยู่มหาลัยแล้วนี่) แค่อยากรู้




 

Create Date : 02 ธันวาคม 2551    
Last Update : 2 ธันวาคม 2551 19:49:21 น.
Counter : 1155 Pageviews.  

สื่อบันเทิงกับสังคมบัจจุบัน

สื่อบันเทิงกับสังคมบัจจุบัน

สวัสดีครับ ปกติแล้วผมไม่ค่อยเขียนบทความอะไรที่มีสาระแบบนี้เท่าไหร่หรอกนะครับ ปกติผมก็บ้าๆอยู่กับนิยายแฟนตาซีแต่งเสร้จอัพขึ้นเน็ต มีคนอ่านบ้างไม่มีบ้าง แค่มีคนอ่านก็ดีใจแล้ว และก้คิดแบบเดียวกับบทความนี้นะครับ
ก่อนที่ผมจะเริ่มบ่น หรือระบาย หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ผู้อ่านจะเข้าใจและเรียกมัน ผมขอออกตัวไว้ก่อนเลยนะครับว่ผมค่อนข้างมีปัญหาด้านการสะกดคำ แม้ว่าจะเรียนอยู่ปีสามแล้วก็ตาม ซึ่งมันเป็นเรื่องให้ผมโดนุณแม่บ่นมาตลอด อิอิ เอาละครับ เรามาเริ่มประเด็นกันดีกว่า

อย่างที่ผมจั่วหัวข้อไว้ คือสื่อบันเทิงกับสังคมบัจจุบันนะครับ ข้อแรกที่ตัวผมเองต้องยอมรับคือ บทความนี้เกิดขึ้นเพราะข่าว GTA นั้นแหละ และหลายๆเรื่องที่มันสุมอยู่นานแล้ว แต่ที่ผมอยากจะเขียนนี้แหละ มันไม่ใช่แค่นั้น ผมจะพูดถึงเรื่องต่างที่เกี่ยวข้องด้วยทั้งหมด เท่าที่ความสามารถของผมจะเอื้ออำนวยนะครับ

สื่อโทรทัศน์
ในที่นี้ผมจะขอรวมทั้งละคร การ์ตูน ข่าว รายการเกมต่างๆ ทุกอย่างที่ปรากฏออกมาบนจอทีวีเท่าที่ผมจะสามารถนึกออก โดยประเด็นนั้นผมก็คงเริ่มที่เนื้อหาคล้ายๆกันกับกรณี GTA แต่จริงมันก้เกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วนแล้วในสังคมไทย เพียงแต่ว่ามันอาจจะมีต้นเหตุมาจากสิ่งที่นำไปขายเป็นข่าวไม่ได้ หรือขายได้แต่ไม่อยากทำ รวมทั้งเรื่องต่างๆที่ครอบครัวควรจะทราบไว้
อย่างที่รู้นะครับ สื่อโทรทัศน์นั้นเป็นสื่อที่ถูกมากๆ จนอาจจะเรียกได้ว่าฟรีเลยก็ได้ เพราะอะไร เพราะแค่คุณมีเครื่องรับโทรทัศน์หนึ่งเครื่อง คุณจะสามารถเพลิดเพลินกับมันไปได้ทั้งวัน ตราบเท่าที่มันยังมีรายการที่คุณชอบอยู่ แล้วมันจะมาสร้างปัญหาอะไรกับสังคมละครับ
แน่นอน สิ่งที่มันสร้างปัญหากับสังคม ผมจะยกตัวอย่างจากสังคมเล็กๆไปจนถึงสังคมใหญ่ๆนะครับ โดยเริ่มจากสังคมที่เกิดขึ้นในบ้าน ก็คือครอบครัว ผลกระทบจากการมีโทรทัศน์ในบ้านหนึ่งเครื่องนั้นมีทั้งประโยชน์และข้อเสีย เหมือนกับทุกสิ่งทุกอย่างในโลกที่ต้องมีสองด้านเสมอ ผมจะเริ่มกันที่ประโยชน์ก่อนข้อเสียนะครับ และจะทำแบบนี้กับทุกหัวข้อ
-ประโยชน์และโทษ(ต่อครอบครัว)
คุณพ่อ คุณแม่ ปู ย่า ตา ยาย และทุกคน สามารถใช้เจ้าสิ่งนี้เป้นสื่อสอนเด็กๆได้ เพราะแน่นอนมันก็มีรายการดีดีมากมายสำหรับเด็ก(แม้ว่าบางรายการจะอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักก็เถอะ -*- ) หลายครั้งคุณหาตัวอย่างที่จะใช้สอนลูกหลานไม่ได้ คุณอาจจะเจอมันโดยบัเอิญในบางรายการ อย่างเช่นว่า เกิดลูกของคุณอายุห้าขอบถามว่าเขาเกิดมาได้อย่างไร(อย่าดูถูกเด็กนะ เพราะผมเคยโดนน้องอายุห้าขวบถามแบบนี้มาแล้ว) แน่นอน อย่างที่เรารู้ๆกัน มันก้ต้องเริ่มจากชายหญิง...กันแล้วเกิดกระบวนการภายในร่างกายเพศหญิง แต่ผมก็ไมู้จะอธิบายให้น้องฟังยังไง ไปบอกน้าของผมซึ่งเป็นแม่แท้ๆของน้อง เขายังมึนตึ๊บ นั่งคิดกันอยู่ตั้งนาน แล้วก็โชคดีที่วันหนึ่งรายการสารคดีก็มีเรื่องของการกำเนิดมนุษย์มาออก แน่นอนครับ บ้านผมทั้งบ้านสรุปว่า นี้คือส่วนหนึ่งของวิชาเพศศึกษา ที่เด็กห้าขอบสามารถรู้ได้แต่คนบางคนมองว่าเด็กไม่ควรรู้ แน่นอนละกับเด็กห้าขอบคุณคงไม่ไปสอนให้เขาโอโบจามะกับผู้หญิงหรอกจริงมะ คุณก็บอกไปว่ากระบวนการภายในของหญิงและชายทำงานยังไง พอเขารู้ครับ แน่นอน เขาต้องถามว่าแล้วมันเข้าไปในตัวผู้หญิงยังไง เราไม่ต้องไปสรรหา AV มาเปิดโลกให้เด็กเข้าใจ แต่เราก็สามารถเลี่ยงการตอบมากมายสำหรับขั้นตอนนี้ได้ แต่อย่างน้อยเด็กก็จะรู้ว่าในร่างกายเรามีอะไรเกิดขึ้นบ้างก่อนที่จะมีชีวิตหนึ่งเกิดขึ้น ประโยชน์ข้อหนึ่งของทีวีก็จะมีด้วยประการฉะนี้แหละ แต่ทว่าเมื่อมีข้อดีอย่างที่ยกตัวอย่างมา ข้อเสียมันต้องมีแน่นอน เพราะฉะนั้น ผมขอยกกรณีเดียวกัน แต่ทว่า...
คุณลูกวัยห้าขวบอยากรู้เรื่องเดียวกัน แต่ทว่าคุณพ่อ แม่ ปู ยา ตา ยาย ทั้งหลายกรี๊ดกร๊าดกันว่าลูกอยากรู้เรื่องลามกละ??? แน่นอนครับ ความคิดแบบนี้ยังคงมีอยู่ในสังคมไทย กะอีแค่เด็กอยากรู้ว่าตัวเองเกิดมายังไง ทำไมผู้ใหญ่ต้องไปคิดเลยเถิดด้วย(ให้ตายซิ) คนกลุ่มนี้ก็จะต้องปิดกั้นแน่นอนครับ หรือถ้าหนักหน่อยก้อาจจะว่าเด็กกลับไปว่าไม่ควรถามหรืออะไรก้แล้วแต่ที่คุณๆทั้งหลายพอจะนึกออก ผมที่ตามมาละ แน่นอน เมื่อเด็กไม่รู้และอยู่ในวัยอยากรู้ เขาก็ต้องพยายามไปหาวิธีรู้ให้ได้ ถ้าเกิดเขาไปถามครูที่โรงเรียน แล้วโชคดีเจอครูดีมานั่งอธิบายก็ดีไป แต่ถ้าโชคร้ายไปเจอครูหื่นและดันเจือกเป็นเด็กผู้หญิงอีก ทีนี้ก็คงได้เรียนวิชาเพศศึกษากันเมามันแน่ๆ หรือเด็กพยายามจนสามารถรู้ได้ผ่านทางทีวี ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับปัจจุบัน ใครมาบอกว่าเด็กมันจะไปดูที่ไหน ผมก็จะถามคุณกลับไปว่า แล้วไอ้ละครที่คุณดูกันอยู่ทุกวันนี่ละ มันมีซักกี่เรื่องที่ไม่มีแกปลุกปล้ำกัน แล้วมีซักกี่เรื่องที่ปล้ำกันเสร็จแล้วไม่ท้อง ถ้าเด็กไปเห็นแค่นั้นละก็ เด็กก็จะรู้แค่ว่าผู้ชายผู้หญิงโอโบจามะกันเลยมีลูก แต่เรื่องระหว่างนั้นละ กระบวนการต่างๆที่เกิดขึ้นจนเด็กคลอด ปัญหาทางสังคมที่ตามมาและอีกมากมาย จะรู้กันได้ยังไง
-ประโยชน์และโทษ(ต่อสังคมภายนอก)
แน่นอนครับ ผมบอกแล้วว่าผมจะพูดจากสังคมเล็กๆไปจนถึงสังคมใหญ่ๆให้ครบทุกเรื่องเท่าที่นึกออก โดยยังคงเริ่มจากประโยชน์มากกว่า ประโยชน์ของสื่อทีวีที่มีต่อสังคมส่วนรวม ผมคงไม่มองไปไกลมากนัก เรามาเริ่มกันที่เรื่องใกล้ตัวอย่างบุหรี่ดีกว่า แน่นอนครับเมื่อก่อนใครสูบบุหรี่คงถูกมองว่าเท่ซะเหลือเกิน แต่เดียวนี้คนส่วนใหญ่จะมองคนสูบบุหรีว่า “เท่ตาย...เลยนะเมิง” และแม้แต่คนที่สูบบุหรี่เองหลายคนครับก็ไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นจุดเด่น(ด้านบวก) เพราะอะไรครับ เพราะสื่อแสดงให้เห็นถึงโทษของบุหรี่ที่มีต่อคนสูบเองและคนรอบข้าง รวมไปถึงข้อเสียของมัน ผมไม่เถียงว่าปัจจุบันยังมีคนสูบอยู่ ผมไม่เถียงว่าจนเดี๋ยวนี้ยังมีเกนักเรียนแอบสูบ แต่ว่าคนกลุ่มนี้ในปัจจุบันเขากลายเป็นจุดเด่น(ด้านบวก)รึป่าว หรือแม้แต่คนส่วนใหญ่ที่มีการศึกษา รู้ถึงผลของบุหรี่มองกลับไปยังไง หรอแม้กระทั้งสื่อส่งผลต่อสังคมภายนอกและให้ประโยชน์ยังไงอีก ผมจะยกตัวอย่างให้วัยรุ่นทั้งหลายได้เห็นกันง่ายๆกับกระแสเกาหลีฟีเวอร์ในไทยกันเลยละกัน(ได้ข่าวในจีกำลังจะมีกระแสไทยฟีเวอร์)
กระแสเกาหลีเกิดขึ้นได้เพราะอะไรครับ จนบัดนี้หลายคนก็ไม่อาจจะฟันธงลงไปได้ว่ามาจากเพลง ละคร หรืออะไรกันแน่ แต่การ์ตูนไม่ใช่แน่ละ เพราะอันนั้นญี่ปุ่นยังนำหน้าอยู่ อะ กลับมาเข้าเรื่อง ว่ามันมีประโยชน์ต่อสังคมยังไง แน่นอนครับ เราๆทั้งหลายที่ดุละครเกาหลีคงต้องคิดแน่ๆว่าผู้หญิงประเทศเขานั้นช่างเรียบร้อยเสียนี่กระไร ไม่มีการมากรี๊ดแข่งว่าหลอดเสียงใครดีกว่า หรือก็อาจจะคิดว่าสาวเกาหลีช่าวฉลาดล้ำลึกแม้แต่การแย่งผู้ชายยังอุตสาหะคิดแผนได้แยบยล ซึ่งนั้นแน่นอนครับ ว่าสื่อทีวีจากเกาหลีที่มาในรูปของละครส่งผลดีต่อสังคมเกาหลี ถ้าเรามองว่าประเทศเกาหลีเป็นหนึ่งครอบครัว ก้เท่ากับว่า เรามองว่าครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่ดี แต่พอเราหันกลับมาดูละครไทยละ แน่นอนครับว่าละครไทยทีดีมีประโยชน์ก้มากใช่ย่อย แต่... มันเคยถูกโปรโมทกันโครมครามกันซักกี่เรื่อง -*- แน่นอนครับ ส่วนใหญ่ที่เห้นๆก็มีกันแต่แย่งพระเอกด้วยวิธีโคตรแลาดเลย เพราะฉะนั้นผมขอบอกสูตรสำเร็จการได้ชายคนหนึ่งมาในครอบครองไว้ ณ ที่นี้ด้วยละกัน

ส่วนประกอบ
1.ผุ้ชายโง่ๆแต่รวย
2.หน้าที่มีความหนา ขอแนะนำขั้นต่ำครวจะหนาอย่างน้อยห้าเซ็นติเมตร
3.พลังแขนที่สุดยอด
4.มือที่หนาสามารถทนแรงรีแอ็คชั่นจากใบหน้าคู้กรณีได้
ส่วนประกอบเสริม
1.คู่กรณี(หญิงสาวผู้แสนใส่ซื่อ)
2.แก้วน้ำบนโต๊ะ

ขั้นตอน
1.หาเป้าหมาย ถ้าเป้าหมายมีแฟนแล้วแต่ยังอยากได้อยู่ให้เดินดุ่มๆเข้าไป
2.กระชากผู้หญิงที่เดินจูงมือกันอยู่ออกมา
3.ยกแขนขึ้นให้สุด ควรทำมุมกับพื้นประมาณ 45องศา แล้วเหวี่ยงฝ่ามือใส่หน้าเธอ
4.คุณเธอจะลงไปกองกับพื้น จากนั้นเราก็สารธยายว่าคุณเธอที่กองอยู่กับพื้นนั้นไม่ดียังไง ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องจริง เพราะคุณผู้ชายจะเชื่อเสมอ ไม่เชื่อลองไปดูซิ มีกี่เรื่องที่คุณพระเอกคิดได้ในทันที แม้ว่าให้คุณผู้หญิงผู้นั้นไม่เคยรู้จักกันมาก่อนก็ตาม
5.เข้าไปแทนที่นางผู้นั่งกองอยู่กับพื้น

ในเมื่อขั้นตอนนั้นแสนจะง่ายดายเช่นนี้ แล้วมีให้ดูกันอยู่ทุกวันหลังข่าว(มีกี่เรื่องที่อยู่หลังข่าวแล้วจรรโลง เอ้ย! จรรโรงใจบ้าง) แล้วเด็กมันจะไม่ไปตบแย้งผู้ชายกันได้ยังไง พอเกิดเรื่องอะไรขึ้น เจ๊ ร. ผู้โด่งดังก็จะออกมาบอกว่าละครไม่ดีอย่างนู้นไม่ดีอย่างนี้ ผมว่าว่างๆคุณลองเปลี่ยนบทบ้างดีไหม ว่าออกมาให้พ่อแม่ทั้งหลายมาสนใจลูกตัวเอง อย่าเอาแต่ทำงาน -*- (อะล้อเล่นนะเจ๊ ร. รักหรอกนะ ไม่มีเจ๊ละเบื่อตายเลย รักนะจุ๊บๆ “^^)
ปล. ลองทายดูซิเจ๊ ร. คือใคร
-สรุปหัวข้อสื่อทีวี
ปัญหาโดยรวมที่ผมพอจะรวบรวมได้ ก็คือ ครอบครัวในปัจจุบันนั้นพ่อแม่ต้องออกไปทำงาน คุณลูกก็อยู่บ้าน เมื่อเด็กไม่ได้ถูกสอนมาแต่เล็กๆโดยคุณพ่อคุณแม่ผู้รักและห่วงใย แต่ดันเป็นพี่เลี้ยงที่บางทีไม่ได้สนใจ หรือคนรับเลี้ยงที่ไม่มีเวลา พวกเขาเหล่านี้คงไม่มีเวลามานั่งสอนลูกคุณได้ทุกอย่างหรอกนะ(ถึงแม้คนเลี้ยงเด็กที่ดีจะมีอยู่ก็ตาม แต่เราจะหาเจอรึป่าวในสภาพสังคมปัจจุบัน) พ่อแม่ควรจะหยุดมองงานซะบ้างและหันมามองลูกๆของตัวเอง ถ้าเด็กได้รับการสั่งสอนมาแต่เล็ก พอโตขึ้นก็จะลดปัญหาต่างๆลงไป การที่เราจะเริ่มสอนและให้ความรักตั้งแต่ยังเล็กจะดีกว่าที่เราจะเอาแต่ส่งมอบสิ่งของและเงินให้อย่างเดียว เพราะปัญหาส่วนมากที่เราได้ยินกันในปัจจุบัน คือพ่อแม่ไม่มีเวลาให่ลูกตั้งแต่ยังเด็ก พอเด็กไม่มีพ่อแม่ สิ่งที่พวกเขาเหล่านั้นจะไปอยู่ด้วยก็คงไม่พ้นเพื่อน แล้วเพื่อนมันก็อายุเท่ากัน คงไม่มีใครช่วยอะไรกันได้ ถ้าไปเจอเพื่อนดีมันก็ดีไป ถ้าไปเจอเพื่อเลวพากันเลวก็... นะ มีพ่อแม่ซักกี่คู่ที่ยอมรับตัวเองไม่เคยให้เวลาลูกเลย ส่วนใหญ่ก็บอกว่าเพราะทีวีมันมีแต่รายการไม่ดี๊ ไม่ดี แหม... เราคุณเคยสอนลูกบ้างไหมละ หรือเอาแต่ทำงาน อ๊ะๆ ไม่ต้องมาอ้างนะว่าไม่ทำงานแล้วจะเอาเงินที่ไหนไป ด สระแอ ก ไก่ ไม้ตรี ก็ลองหันซ้ายหันขวาซิเฟ้ย ร้านข้าวหน้าปากซอยมันขายข้าวจานสองร้อยรึงัยฟระ ซูเปอร์ของโลตัส บิ๊กซี คาร์ฟู ท๊อป มันไม่ได้ขายของราคาเดียวกับพารากอน เอ็มโพเรียม หรือเซ็นทรัลเวิล์ดนะเฟ้ย เพราะฉะนั้นหัดมานั่งสอนลูกบ้างว่ารายการทีวีไม่ใช่ทุกรายการที่ลูกรักจะดูได้ แล้วก็รายการทีวีนะ จัดเรทให้มันได้มาตราฐานกันหน่อย



สื่อวิดีทัศน์(สะกดถูกป่าวเนี้ย -”-)
อันนี้ขอรวม ทั้ง CD VCD DVD Blu-ray GAME(offline, online) HD-DVD ด้วยก็ได้นะ ถ้าทุกท่านต้องการ หรือจะเอา Laser Disc กะ VDO ด้วย ^^ ทุกอย่างที่บันทึกและแจกจ่ายจำหน่ายกันเลยนะครับ
แน่นอนครับเรื่องนี้เราคงได้เห็นกันบ่อยไม่แพ้หัวข้อที่แล้ว และที่สำคัญตอนนี้ยิ่งดังๆอยู่ก็ไอ้เรื่องเกมนี่แหละ ที่นี้เรามาดูกันแบบภาพรวมก่อนนะครับ ว่ามันเป็นยังไง แน่นอนครับ ว่าคนไทยส่วนหนึ่ง(ค่อนไปทางมากซะด้วย)ที่จะมองอะไรรวมๆและพื้นๆ อย่างที่เรารู้ๆกัน ก้ยกตัวอย่างง่ายๆว่า คนส่วนใหญ่ก็จะมองว่า สื่อพวกนี้มันมีที่ เหมาะสำหรับเด็กและไม่เหมาะสำหรับเด็ก เอาละครับแค่มองแค่นี้ก็แย่แล้ว ถ้าเมื่อซักสิบถึงยี่สิบปีก่อนมองแบบนี้อาจจะได้ แต่ปัจจุบันถ้าคุณมองแค่นี้ก็แย่แล้วครับ เราลองมาดูอะไรกันซักนิดนะ อย่าง DVD ที่เราๆท่านๆทั้งหลายซื้อกันอยู่ทุกวันนี้นะ บางคนซื้อกลับไปให้ลูกๆดู แค่มองว่าหน้าปกมันเป็นการ์ตูนก็สรุป ณ ตรงนั้นเลยว่าสำหรับเด็ก... บ้ารึป่าว -*- เหตุการณ์เช่นนี้หนักที่สุดที่ผมเคยเจอคือเปิด Animatrix ดูกันแล้วบอกว่าดูไม่รู้เรื่อง แหงละ ขนาดผู้ใหญ่บางคนดูไม่รู้เรื่อง แล้วเด็กมันจะรู้เรื่องไหม -”- ผมไม่ได้จะมานั่งวิจารณ์หนังนะครับ แต่หนังบางเรื่องใหู้ใหญ่ดูยังปวดกะบาล แล้วเด็กมันจะดูเรอะ อย่างเก่งเด็กก็อาจจะดูฉากแอ๊คชั่นแล้วไปเลียนแบบกระโดดลงมาจากหลังคาบ้านโดยคิดว่าจะบินได้ พอเด็กตกตุ๊บลงมาตายก็ไปว่าหนังว่าไม่ดี อ้าว! หนังซวย
-ประโยชน์และโทษ(ต่อครอบครัว)
ประโยชน์แน่นอนครับ แผ่นสารคดีคุณภาพมากมาย ถ้าคุณซื้อมาดองไว้ที่บ้าน คุณจะหยิบมาดูหรือใช้สอนเด็กเมื่อไหร่ก็ได้ ยิ่งตอนนี้แผ่นสารคดีคุณภาพจากต่างประเทศมีแปลไทยแถมถูกๆก็ออกมาตั้งเยอะ(จนผมเลือกไม่ถูกเลยว่าจะซื้ออันไหนมาดูก่อน) แผ่นพวกนี้ก็สามารถสอนอะไรให้กับคนในครอบครัวได้มากมาย รวมทั้งหนังละครที่ลงแผ่นทั้งหลายที่มีประโยชน์ แต่แน่นอนครับถ้าเกิดคุณเป็นพวกซื้อแหลกแล้ววางไว้ไม่ดูที่ดูทางก็อาจจะเกิดปัญหาได้ ถ้าคุณๆทั้งหลายชอบอ้างว่าไอ้มดแดงหลอกเด็กฉันใด ปีเตอร์แพนก็อาจจะทำให้ลูกคุณคิดว่าตัวเองเหาะได้ฉันนั้น แล้วถ้าเกิดอะไรขึ้นพวกคุณก็อาจจะมาทะเลาะกันเองว่าทำไมถึงซื้อการ์ตูนแบบนี้มาให้ลูกดูแล้วก็จะกลายเป็นปัญหาครอบครัวชัวร์ๆ แต่ถ้าเรากลับมามองนิดนึงซิ ว่าพวกคุณทั้งหลายให้เวลากับเด็กซักนิด บอกว่าตัวละครในเรื่องนั้นเป็นยังไง ทำไมถึงเป็นแบบนั้น คุณจะอ้างว่ามันเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น หรือจะบอกเด็กไปเลยว่าเขาใช้เทคนิกนะ แบบนู้นแบบนี้ จะเป็นการป้องกันซะก่อนไหม
-ประโยชน์และโทษ(ต่อสังคมภายนอก)
เกมมากมายกำลังเล่นกันอย่างสนุก เหล่าเกมเมอร์กำลังรอภาคต่ออย่างตื่นเต้น แต่ทว่ามีไอ้บ้าตัวหนึ่งเล่นเกมนี้ภาคเก่าแล้วดันสะเออะไปเสียบคนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เข้าให้ คนนอกที่ไม่รู้เรื่องก็ประโคมกันเข้าปาย~~~~~~ ว่า “เกมนี้มันไม่ดีนะเฟ้ย” เหล่าเกมเมอร์ก็ออกมาสวนกลับ “นั้นมันคนเดียวจากคนเป็นล้านที่เล่นนะเฟ้ย” คนกลางออกมาพูดบ้าง “ผมไม่เล่นเกมครับ ไม่รู้ว~~~~~” แล้วสุดท้ายมันจะคุยกันรู้เรื่องปะเนี่ย “-_-
ใจเย็นๆกันทุกฝ่ายก่อนนะครับ จากนั้นมาดูสาเหตุกันจิ๊ดนึงนะครับ(โว้ย) สาเหตุมันเริ่มจากอันใดบ้าง จากเดิมเริ่มต้นเลยดีกว่า แต่เดิมนั้นประเทศไทยมองเกมว่ายังไงครับ แน่นอนครับมองไม่ต่างกับการ์ตูนหรอกว่ามันเป็นเรื่องของเด็ก เหมาะกับเด็ก ลองให้เหตุการเดียวกันนี้ไปเกินกับการ์ตูนซิครับ ทุกอย่างก็จะจบที่ว่าการ์ตูนเดียวนี้ไม่ดีบ้างละ รุนแรงบ้างละ แต่ว่าที่ผมจะบอกคืออยากให้ทุกฝ่ายหันไปมอดูฝ่ายตัวเองก่อนดีไหมครับ เริ่มกันที่ฝ่ายสนับสนุนกันก่อนว่ามันมีดียังไง แน่นอนครับสื่อต่างๆจะแสดงให้เห้นว่าประเทศนั้นมีวัฒนธรรมยังไง มีข้อดีข้อเสียยังไง เราได้เห็นว่าบท เนื้อหา ลายเส้น ความสวยงามต่างๆ แน่นอนครับ เด็กยุคใหม่ที่โตมากับสื่อใหม่ๆนี้เราก้จะเห็นอะไรใหม่ๆซึ่งต้องยอมรับว่ามีทั้งดีและไม่ดีออกสู่สังคมนะครับ มามองดูทางฝ่ายค้านบ้าง แน่นอนครับทางฝ่ายค้านนั้นส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกผู้ใหญ่นะครับ แน่นอนว่าส่วนใหญ่ของผู้ใหญ่จะมองอะไรแค่ผิวเพิน และด้วยนิสัยทั่วไปของคนไทยก็นะ ใครเฮ้อะไรไปทางไหน ก็จะตามๆกันไปทางนั้นทันทีโดยไม่ได้ดูเลยว่ามันเป็นยังไงมายังไงกันแน่ แล้วที่สำคัญทุกท่านที่ออกมาพูดนะ คุณรู้บ้างไหมครับ ว่าเด็กๆที่บ้านคุณทั้งหลายเล่นเกมอะไรบ้าง ซื้อ CD DVD อะไรมาดูบ้าง ไม่ใช่พอมีอะไรขึ้นมาก็รีบกลับบ้านไปเปิดตู้เก็บของของลูกคุณ แล้วก็กวาด CD DVD เกมทั้งหมดที่ขว้างหน้าไปทิ้ง ผมว่ามันดูจะปลายเหตุไปหน่อยนะ ยิ่งออกมาว่าเกมไม่ดีการ์ตูนแย่เนี่ย มันดูจะกระทบสังคมการ์ตูนและเกมไปหน่อยไหม แล้วมันกระทบภาคเศรฐกิจทางด้านงานอนิเมชั่นและวงการเกมคอมพิวเตอร์ด้วยนะครับ โดยเฉพาะไอ้สิบเกมอะไรของคุณนั้นนะ มันรุนแรงจริงครับ อาจจะสงผลางสังคมต่อผู้เล่น แต่ที่มันเป็นแบบนี้นะ จริงๆมันเป็นปัญหาเรื้อรังมานานแล้วนะ ตั้งแต่เราปิดหูปิดตาเด็กรวมทั้งตัวเอง ไม่รับรู้วิวัฒนาการของสื่อต่างๆ ที่ยังพยายามมองว่าเกมการ์ตูนคือเรื่องของเด็ก มองว่าสื่อมีหน้าที่ต่อสังคมโดยที่บ้านไม่สนใจปล่อยให้เด็กๆสามารถเลือกซื้อสื่อต่างๆด้วยตัวเอง(ไม่คิดจะเข้ามาเจือกหน่อยเหรอ ว่าลูกๆหลานๆ คนในครอบครัวซื้อสื่ออะไรมาบ้าง)
-สรุปหัวข้อสื่อวิดีทัศน์
ผิดกันหมดทุกฝ่าย ทั้งเด็กที่ซื้อและเล่นโดยไม่รู้เรท ทั้งที่ถ้าเด็กนักเล่นทั้งหลาย(เหมารวมเหล่าเกรียนมากมาย) ถ้าจะหาข้อมูลเรื่อเรทเกม เรทหนัง ก็หาได้ไม่ยาก เพราะแม่มเอาแต่เล่นอย่างเดียวไม่สนใจอะไรเลย ผู้ใหญ่ที่ไม่มองสื่อให้กว้างขึ้น แถมยังปล่อยเด็กให้ซื้อโดยไม่ควบคุม(ใครควบคุมและตามดูแลดีแล้วก็ไม่ต้องร้อนตัว) และอีกหลายๆคนที่เขาอุตส่าห์จัดเรทสื่อให้แล้วแต่ก็ยังพยายามไปสรรหามาดูนะ


สื่อสิ่งพิมพ์
หนังสือทุกอย่าง สิ่งพิมพ์ต่างๆที่เห็นออกมาทุกอย่างเลยนะครับ มันช่างเป็นปัญหาโลกแตกเชิงฮาแตกด้วยเช่นกัน ทุกวันนี้ผมเดินไปไหนก็มักจะเห็นหนังสือแนวว่ารวมภาพนางแบบซึ่งท่าทางมันยั่วยวนอะไรได้ดีเช่นนี้หนอ เออเอาเฮอะเขาบอกว่ามันสำหรับผู้ใหญ่เนอะ แต่ถ้าเกิดว่ามันเกิดไปแพล่มอยู่บนปกการ์ตูนนะคุณเอ้ย~~~~ คุยกันสามวันสามคืนก็ไม่จบ โดยข้ออ้างที่ได้ยินกันบ่อยๆก็จะออกมาประมาณว่า

A : “การ์ตูนเป็นสื่อสำหรับเด็ก ภาพพวกนี้ไม่เหมาะ”
B : “แต่การ์ตูนเล่มนี้มันเป็นการ์ตูนสำหรับผู้ใหญ่นะ”
A : “การ์ตูนคือสื่อสำหรับเด็ก”
B : “การ์ตูนบางเรื่องก็มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะกับเด็กนะ”
A : “นั้นงัย ก็เพราะการ์ตูนเป็นสื่อสำหรับเด็ก”
B : “ฉาน~~~~~~~ หมายถึงว่าเนื้อหามันมีความซับซ้อนมากเกินไปสำหรับเด็ก~~~~~~~~~~~”
A : “ก็นั้นงัย การ์ตูนเป็นสื่อสำหรับเด็ก~~~~~~~~~~~~”

แล้วก็จะจบลงที่คุยกันไม่รู้เรื่อง... -”-
-ประโยชน์และโทษ(ต่อครอบครัว)
พ่อแม่มีสื่อในการสอนลูกๆในเรื่องต่างๆ มีหนังสือให้เด็กฝึกอ่าน อืมๆดีมีประโยชน์แน่นอน และแน่นอนยิ่งกว่า พ่อแม่ต้องซื้อการ์ตูนประเภทนิทานอีสบ หรืออย่างเก่งก็คงไม่เกินโดราเอมอนหรือมิคกี้เมาส์แน่ ภาพที่ติดตาก็จะอยู่ที่ว่าการ์ตูนน่ารัก เป็นมิตรกับเด็ก แต่พอลูกๆทั้งหลายโตขึ้นมาหน่อยเริ่มอ่านการ์ตูนที่มีเนื้อหาซับซ้อนมากขึ้นยังไม่เป็นปัญหาแต่ปัญหาจะมาอยู่ที่การ์ตูนที่มีเนื้อหารุนแรง แน่นอนครับร้อยละXX%(ไปใส่เลขกันเอง) ของผู้ใหญ่จะมองแค่ว่ามันรุนแรง โดยไม่ได้มองไปที่เนื้อหา แม้ว่าการ์ตูนเรื่องนั้นจะมีเนื้อหาดีขั้นเทพขนาดไหนก็ตาม แต่ร้อยละ YY% ของผู้ใหญ่จะมองลึกลงไปที่เนื้อหา หาประเด็นว่าทำไมถึงรุนแรง ตัวเนื้อหาต้องการสื่ออะไร แล้วก็เรียกลูกรักทั้งหลายมานั่งคุนเกี่ยวกับการ์ตูนเรื่องนั้นๆ คุณลูกคนไหนไปเจอ YY% ก็ดีไปปัญหาของสังคมน้อยๆในครอบครัวก็จะจบลงอย่างดี แต่ถ้าคุณลูกคนไหนไปเจอ XX% ก็คงจบลงที่ไม่แฮ๊ปปี้ทั้งสองฝ่าย แล้วพอลูกคุณไประบายทางอื่นแน่นอนครับ ว่าไอ้ XX% เนี่ยต้องไปลงที่การ์ตูนแน่นอนว่า “มันไม่ดีน้า~~~~~~~~~”
-ประโยชน์และโทษ(ต่อสังคม)
ไม่ต้องมองไกล เอาการ์ตูนญี่ปุ่นนี่แหละใกล้ตัวดี มันมีประโยชน์อะไรต่อสังคมญี่ปุ่นบ้างละ แน่นอนครับทำให้เราได้เรียนรู้สังคมกลุ่มต่างๆในญี่ปุ่น ได้รู้ชีวิตของเขา และที่สำคัญมันทำเงินเข้าประเทศญี่ปุ่น ถ้าเราหันมามองการ์ตูนไทยบ้าง แน่นอนครับ อภัยมนีซากา ถูกซื้อไปแปลเป็นภาษาต่างประเทศ(ขออภัยจำไม่ได้ว่าภาษาอะไร) แน่นอนครับ ต่างชาติก็จะเห็นสิ่งที่แสดงความเป็นไทยที่แทรกอยู่ในการ์ตูนของเรา ลายเส้นของเรา ศิลปะของเรา และเงินก็เข้ากระเป๋าเรา หรือนิยายทั้งหลาย หนังสือท่องเที่ยว เจ๊งครับ คนจะรู้ถึงวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆที่สอดแทรกเข้าไป แต่ก็ว่าอีกนั้นแหละ ถ้ามันเป็นหนังสืออย่างว่าละฮึๆ มันก็ต้องชัดเจนครับว่าให้ใครอ่านก็จบ แต่มันจะไม่จบถ้าเกิดว่ามันไม่ใช่อย่างว่า แต่โดนยัดเยียดให้เป็นอย่างว่าละ... มันกระทบนะครับ อย่างหนังสือนิยายที่มีเนื้อหาอะนะ ซึ่งจริงๆมันก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไร เนื้อหาบางตอนก็น้อยจนไม่รู้จะใส่มาทำไม หรือเยอะจนกรูเอียน หรือ เขียนไปงั้นแหละ คนอ่านไม่ได้รู้สึกเลย แต่ก็จะมีบางคนที่รับไม่ได้ ประเทศไทยห้ามมีเรื่องพวกนี้เด็ดขาด~~~~~~~~ แล้วพวกเมิงจะเกิดมาได้ยังไงละเฟ้ย แล้วก็จะจัดการไปให้หมด เจอในนิยายประเภทไหน ก้จะเหมาว่านิยายประเภทนั้นไม่ดีนะ ห้ามๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เจอในการ์ตูนก็เหมาว่าการ์ตูนไม่ดี แล้วไอ้ถ่ายแบบชุดว่ายน้ำที่ลงในหนังสือพิมพ์นั้นละ... “อันนั้นสำหรับผู้ใหญ่นะค่ะ” แล้วเด็กอ่านหนังสือพิมพ์ไม่ได้เรอะ!
สรุปสื่อสิ่งพิมพ์
ก็คงเหมือรเดิมครับ หนังสือแต่ละประเภทเหาะกับคนแต่วัย หรือหนังสือประเภทเดียวกันก็เหมาะกับแต่ละช่วงวัยได้เหมือนกัน ไม่ใช่ไปเหมารวมว่าการ์ตูนของเด็ก ห้ามมีเนื้อหาอย่างโน้น ห้ามมีฉากอย่างนี้ เปิดใจกันซักนิด แล้วยอมรับว่าถ้าคุณคิดจะสื่ออะไรออกมา สื่อทุกอย่างสามารถนำมาใช้ได้หมด เพียงแต่ผู้รับควรจะรู้ว่าสื่อไหนเล่มไหนเหมาะกับตนเองหรือป่าว ไม่ใช่เอะอะอะไรก็บอกว่า “เสรีภาพโว้ย” แล้วไอ้เสรีภาพที่เมิงเรียงร้องกันนะ เป็นงัยละ


สรุปรวบยอด
สื่อประเภทต่างๆไม่ได้ถูกจำกัดว่าสื่อไหนเหมาะกับใคร อายุเท่าไหร่ แต่สิ่งที่ควรรู้คือ สื่อประเภทเดียวกันแต่ต่างเนื้อหา ควรเหาะกับใครต่างหาก โดยผู้รับสื่อทุกวัยควรช่วยกันดูแล ำว่าช่วยกันดูแลในที่นี้ไม่ใช่ว่าคอยจับผิด หรือตามแบนตามเก็บนะครับ เราควรมาช่วยกันดูว่ามันเหมาะกับใครเหมาะยังไง และผู้รับควรรู้ตัวด้วยว่า สื่อนั้นเป็นเรื่องจริงที่ถูกนำมาบอกกล่าวกหรือเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น แยกแยะให้ออกว่านั้นเป็นเรื่องอะไร เราทำจขริงได้ไหม ช่วยๆกันดูแลและเปิดโลกของตัวเอง อย่าให้มันหยุดอยู่กับว่าฉันโตมาตอนนั้นฉันรู้จักสื่อแต่ละประเภทยังไง เดี๋ยวนี้สื่อประเภทนั้นมันก็ต้องเหมือนเดิม ผมว่าไม่ใช่มั้งครับ สื่อถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ มนุษย์ยังเปลี่ยนแปลงกันได้ เอผู้สร้างเปลี่ยนไป สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นก้ต้องเปลี่ยนไปเหมือนกันนะครับ รับรู้ของใหม่ ป้องกันก่อนเกิดเรื่อง ยอมรับความจริงว่าต้นเหตุมันอยู่ที่ไหน เราช่วยกันดูแลตั้งแต่แรกดีรึยัง ไม่ต้องไปดูแลกันไกลครับ สื่อที่อยู่ในบ้านหลังน้อยๆของเรานี่แหละ มีอะไรบ้าง เรารู้กันบ้างรยัง ว่าคุณพ่อซื้อหนังอะไรมาดู คุณแม่ติดรายการอะไร คุณลูกอ่านการ์ตูนเล่นเกมอะไร เข้าใจสื่อที่อยู่ในบ้านอันอบอุ่นของเราก่อนครับ แล้วดูสื่อมากมายที่อยู่ในสังคมปัจจุบันนี้ แล้วเราจะรู้ครับ ว่าเรารู้จักมันน้อยมากที่ไปเหมารวมอะไรกันแบบนี้....


นอกเรื่องไปบ้างไหมเนี้ย ขอจบแต่เพียงเท่านี้ครับ




 

Create Date : 07 สิงหาคม 2551    
Last Update : 7 สิงหาคม 2551 0:12:44 น.
Counter : 2412 Pageviews.  

1  2  3  

amameera
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add amameera's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.