บทบรรณาธิการ "ศาสตร์มรณะ"

บทบรรณาธิการ ศาสตร์มรณะ

ไม่ว่าโลกจะหมุนเปลี่ยนก้าวไกลไปเพียงไร ทุกสรรพสิ่งรอบกายได้พัฒนาไปสู่สิ่งใหม่ หากถ้าจะมีสิ่งใดที่คงอยู่ และไม่ยอมเปลี่ยนไปตามกาลเวลา
นั่นคือจิตใจของคน คนที่มีกิเลสตัณหาครอบงำ
อยากได้ อยากมี อยากเป็น อยู่เช่นนั้นเสมอมา
สิ่งเหล่านี้สร้างความรู้สึกให้ดำดิ่งลึกลงไปสู่ห้วงเหวของความปรารถนาที่จะครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างไว้กับตัวเอง โดยไม่คิดว่า ผลที่ตามมานั้นจะเป็นเช่นไร
อันตรายต่อชีวิตแค่ไหน... ความมืดดำในจิตใจ ทำให้คนลืมบางสิ่งบางอย่างไป
ลืม... แม้กระทั่งความรักที่แท้จริงป็นอย่างไร
รัก... หวง... อยากครอบครองเป็นของตน... จนถึงขั้นต้องพึ่งไสยศาสตร์... เพื่อให้คนที่รักกลับคืนมาสู่อ้อมอก
แม้จะสุ่มเสี่ยงเพียงไร ก็ต้องยอม

“ถ้าไม่กล้าก็กลับไปเสีย แค่นี้ยังไม่กล้า สำมะหาอะไรจะมาทำพิธีเรียกผัวกลับคืน”
“ท่านทราบ... “ หญิงสาวตะกุกตะกัก
ยังไม่ทันจบประโยค อาจารย์เจ้าแห่งไสยก็สวนเสียงลั่น
“รู้สิ ทำไมจะไม่รู้ ผัวของเจ้าน่ะ หลงเสน่ห์เมียน้อย อยากได้มันกลับมา อยากให้มันกลับมาหาใช่ไหมล่ะ ไม่ยาก! อยู่ที่ตัวเจ้าเองว่าจะกล้าหรือไม่”
“กล้าอะไรคะ?” เธอถามอย่างหวาดระแวง
หญิงสาวที่มาทำพิธีนี้ สุดท้ายมักจะลงเอยด้วยการเสียตัวให้เจ้าพิธี
‘เจ้าพิธี’ มองหญิงที่ยังสาว สวย ตรงหน้า จ้องตาเขม็ง
คำตอบทำเอาหญิงสาวยกมือกุมอก สะดุ้งสุดตัว นึกไม่ถึงว่าการแก้มนต์เสน่ห์นั้น ต้องทำกันถึงขนาดนี้
“ถึงกับต้องทำอย่างนั้นเลยหรือคะ”

เสียงบริกรรมคาถาที่ออกสำเนียงแปร่งๆ ระรัวนั้น ทำให้คนฟังเริ่มอึดอัด กลิ่นธูปและดอกไม้แห้งค่อยๆ แรงขึ้น... สัญญาณแห่งมนต์ดำเริ่มอุบัติ
ตุ๊กตาดินรูปมนุษย์สองตัวประกบเข้าหากัน สายสิญจน์ต่างตราสังมัดเป็นสามเปลาะ
คอ... เอว... ขา แล้วห่อด้วยผ้าด้ายดิบ
บริกรรมคาถา มัดมันอีกครั้ง
บริกรรมมนต์ตรา... มัด... มัดมัน!
“จง ’ฝัง’ ของนี้ที่ทางสามแพร่ง!
‘ของ’ แห่งเสน่ห์ยาแฝดแผ่ซ่าน ศาสตร์มรณะเริ่ม!
ใจไม่มั่นคง ดำรงสติไม่มั่น ระวัง! ของเข้าตัว!
เชิญทุกท่าน ก้าวเข้าสู่ ‘ศาสตร์มรณะ’ ของ ‘เจ้าสำราญ’ และบริกรรมภาษาอักษรไปพร้อมๆ กัน...
ระวัง! จะวางไม่ลง จนบรรทัดสุดท้าย


รักชนก นามทอน
บรรณาธิการ
สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม
เดือนมีนาคม 2554






 

Create Date : 04 เมษายน 2554    
Last Update : 4 เมษายน 2554 16:42:10 น.
Counter : 706 Pageviews.  

ทหารเสือราชินี

"ในเมื่อข้ารับรองว่าปลอดภัย เจ้าก็ต้องปลอดภัย"

ครั้งหนึ่ง กับสาวน้อยร่างบาง เขาเคยเอ่ยเช่นนั้น

"หากบัดนี้ หน้าที่ของข้า มิเพียงถวายการอารักขาความปลอดภัยให้แก่องค์ราชินีแห่งกันทรารัฐ เท่านั้น หากมีหน้าที่ปกป้องพระเกียรติยศแห่งพระนางด้วย"



คำว่า "ทหารเสือราชินี" คือทหารรักษาพระองค์แห่งองค์ราชินี

ศักดิ์ศรีและเกียรติอันสูงสุด แห่งชายชาติทหารเสือ คือถวายชีวิต อารักขาพระราชินี เป็นราชพลี และปกป้องราชบัลลังก์ไว้ด้วยใจภักดิ์

ด้วยชีวิต คือหน้าที่ ด้วยภักดี คือทั้งหัวใจ

"ข้าและนายทหารรักษาพระองค์ จักไม่ยอมให้ผู้ใดมาแตะต้ององค์ราชินีและราชบัลลังก์ของพระองค์ เด็ดขาด!

หากน้ำพระทัยแห่งองค์ราชินี มิเพียงเพื่อราชบัลลังก์ หากแผ่ไพศาลทั้งหัวใจ เพื่อความสงบสุขของมวลมหาประชา



ในหนึ่งนั้น คือดวงหทัย "ราชินี" ผู้เป็นเจ้าแผ่นดินแห่งกันทรารัฐทั้งมวล

อีกดวงหนึ่งคือ "เอกบุรุษ" ผู้ได้รับการขนานนามว่า "ทหารเสือราชินี"

จริงฤา ด้วยหน้าที่อันยิ่งใหญ่ จึงต้องละทิ้ง "ทั้งหัวใจ"



"วันใดที่ข้ารัก...หัวใจภักดิ์ของข้าก็ไม่เคยเป็นอื่น"


---------------------------------------





 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2552 15:51:47 น.
Counter : 1116 Pageviews.  

คืนใต้แสงจันทร์

. หาดเจ้าฯ ... คราวนั้น
พระจันทร์ แลดู สดสวย
สายลม พรมพลิ้ว ระรวย
เปี่ยมด้วย วาจา แห่งรัก

. เคียงคู่ ... อยู่ทุกวัน
คงคล้าย ความฝัน ประจักษ์
กายเธอ กายฉัน พิงพัก
ไออุ่น ที่หนุนตัก ยังตรึงตรา

. เธอจากฉัน ... ไปแล้ว
ไร้วี่แวว กลับทวน หวนหา
ห่างไกล ริ้วรอบ ขอบฟ้า
ไกลตา คนละฟาก ฝั่งทะเล

. คิดถึงเธอ ... ที่สุด
เกินจะหยุด หัวใจ หักเห
ดึงดื้อ ถือรั้น เกเร
ทุ่มเท ทั้งกายใจ ให้เธอ

. ซึมเซา ... เศร้าสร้อย
ไร้รอย เคยสุข อยู่เสมอ
ร้องไห้ คร่ำครวญ ละเมอ
เมื่อไร ได้เจอ เธออีกที

. ฉันกลับมา ... ที่เก่า
ตรงที่เรา เคยร่วม สุขี
พระจันทร์ ดวงเดิม ยังสวยดี
แต่หาดเจ้าฯ คราวนี้ ... ไม่มีเธอ

-----------------------------


ยามค่ำคืนภายใต้แสงจันทร์ คำมั่นของหนุ่มสาวสองคนจะมีความหมายยิ่งใหญ่ไปตราบนานเท่านาน หากไม่ได้เป็นเพราะ... มีคนผิดสัญญา


อินทุภา หญิงสาวผู้ยึดมั่นในคำสัญญา และหวังว่าชลธีจะกลับมาตามคำมั่น ตลอดหกปีที่รอคอย หัวใจของเธอไม่มีใครเลยนอกจากเขาคนเดียว

ชลธี ชายหนุ่มผู้ผิดสัญญาด้วยความจำเป็น ค่ำคืนภายใต้แสงจันทร์อยู่ในความทรงจำเสมอ เขากลับมาในหกปีให้หลัง เพื่อหาหนทางคืนสู่รัก

นนทพันธ์ ชายหนุ่มอีกคนที่หลงรักอินทุภา เขาพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเธอ แม้ว่าจะอยู่ในฐานะ “คนที่ดีเกินไป”

----------------------------------------------------




 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2552 16:01:52 น.
Counter : 542 Pageviews.  

เพียงดาวนฤมิต

เทือกเขาสูงซึ่งทอดยาวขวางระหว่างท้องทุ่งกว้างใหญ่กับป่าทึบ น้อยคนนักที่เดินทางจากดินแดนแห่งแสงตะวันผ่านหุบเขาเข้าสู่ผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ ยิ่งน้อยคนที่เดินทางจากดินแดนแห่งพรรณไม้ลัดเลาะโตรกเขาออกสู่ทุ่งกว้าง

ในจำนวนน้อยแสนน้อยเหล่านี้ จะมีสักกี่คนที่เคยได้ยินตำนานแห่งขุนเขา จะมีสักกี่คนที่ได้รู้ว่า

ณ ที่นี่ ... เคยมีรัก



เสียงพยัคฆ์ขู่คำรามดังก้องชายป่า มิใช่ด้วยความดุร้าย หากเป็นเพราะสัญชาตญาณแห่งการป้องกันตัวจากภัยคุกคาม ว่ากันว่าพยัคฆ์น่ากลัวที่สุดยามเมื่อมันบาดเจ็บ และครั้งนี้ก็มิใช่ข้อยกเว้น

เสียงฝีเท้าของคนสองคนก้าวเหยียบใบไม้แห้งร่วงหล่นดังกรอบแกรบ หนึ่งคนถือหอกสั้นเป็นอาวุธ ส่วนอีกหนึ่งคนถือธนู ทั้งสองก้าวย่างอย่างระแวดระวังภัย จวบจนพบเห็นเลือดกองใหญ่หลังจากที่ตามหยาดหยดของเหลวสีแดงนี้มาพักใหญ่

ว่ากันว่ามนุษย์อ่อนแอที่สุดยามเมื่อมีความประมาท ครั้งนี้ก็มิใช่ข้อยกเว้นเช่นกัน

“ทรงพระปรีชายิ่งพระเจ้าค่ะ เห็นทีมันจะบาดเจ็บหนัก”

คนถือธนูหัวเราะด้วยความลำพองใจ และนั่นคือเสียงที่เปล่งออกมาครั้งสุดท้ายของชีวิต เมื่อวินาทีต่อมาเสียงนั้นถูกกลบด้วยเสียงอันเกรี้ยวกราดของเสือลำบาก!


ยามรุ่งอรุณแห่งวัน แสงแดดอ่อนจับต้องยอดไม้ หญิงสาวชาวป่าเดินทอดน่องเก็บสมุนไพร ไม่มีเรื่องอันใดให้ต้องเร่งรีบแข่งกับเวลา จะกี่วัน กี่เดือน หรือกี่ปี ป่าแห่งนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยน สมุนไพรต่างๆ ยังรอให้นางเก็บอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เช่นเดียวกับลำธารสายเล็กๆ ที่รอนางอยู่เบื้องหน้าอีกไม่กี่อึดใจ

นางไม่รู้หรอกว่าลำธารสายนี้ไหลมาจากที่ใด และไหลไปสู่แห่งใด รู้แต่เพียงว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้านสั่งนักสั่งหนาอย่าข้ามไปชายป่าฝั่งโน้นเป็นอันขาด เพราะเป็นถิ่นแห่งพยัคฆ์ร้าย

หากมิใช่ว่านางต้องมาเก็บยอดของพรรณพืชชนิดหนึ่ง เพื่อไปปรุงเป็นยาสมานบาดแผลคนในหมู่บ้านแล้วละก็ นางจะไม่เยื้องกายมาแถบนี้แม้เพียงครึ่งก้าว

ขณะที่นางวักน้ำล้างหน้าเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ สายตาก็พลันมองเห็นร่างหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกล ร่างนั้นจมน้ำแค่ครึ่ง ด้วยแขนโอบกอดฉุดรั้งไว้กับโขดหิน มือที่สั่นระริกคือสัญญาณแห่งการมีชีวิต แต่นั่นก็คือสัญญาณแห่งการอ่อนแรง
ชายต่างถิ่นผู้บาดเจ็บได้รับการเยียวยาจากหมอในหมู่บ้าน โดยมีข้อแม้ หายดีเมื่อไรต้องจากไปในทันที ที่แห่งนี้มิต้อนรับคนแปลกหน้า

แต่สิ่งที่เพิ่มพูนไปพร้อมๆ กับอาการบาดเจ็บทุเลาลงคือ ความรักที่มีต่อหญิงผู้ช่วยชีวิต ใครจะต้านพรหมลิขิตได้ฤา

ก่อนจากไป ชายผู้นั้นได้ให้สัญญาว่าจะกลับมา และวันนั้นเขาจะมิใช่คนแปลกหน้าอีกต่อไป

จากวัน เป็นเดือน และเป็นปี มิรู้นานเพียงใดที่หญิงสาวชาวป่ารอคอยคนที่รักดั่งดวงใจ สายน้ำ ลำธารที่ใครๆ หวั่นเกรงนักหนา นางกลับมาบ่อยแสนบ่อย เพียงเพื่อเฝ้าคอยคนผิดสัญญา!


คำเล่าลือต่อๆ กันมา บ้างก็ว่าชายผู้นั้นคือกษัตริย์แห่งทุ่งกว้างซึ่งมิอาจละทิ้งราชบัลลังก์ บ้างก็ว่าคือทหารคู่ใจพระราชาซึ่งจงรักภักดีต่อมาตุภูมิ บางเสียงมิระบุเป็นผู้ใด เพียงบอกว่าชายต่างถิ่นผู้นั้นถูกพยัคฆ์ร้ายจับกินเสียตั้งแต่ก่อนออกจากป่า

ร้อยคนก็ร้อยคำพูด หากมีอยู่เรื่องหนึ่งที่เล่าตรงกันเป็นเสียงเดียว ตรงบริเวณลำธารซึ่งเป็นที่พบกันครั้งแรกนั้น หญิงสาวตรอมใจร่างล้มลงบังเกิดเป็นขุนเขาสลับซับซ้อนกั้นขวางระหว่างป่าทึบถิ่นของนางกับทุ่งกว้างถิ่นของชายผู้เป็นที่รัก

จะร้อยวันพันปี นางจะรอสัญญาอยู่ที่แห่งนี้เป็นนิรันดร์

ณ ที่แห่งนั้น ถูกขนานนามในเวลาต่อมาว่า


“หุบเขานางคอย


------------------------------------------------


...สายลมแห่งขุนเขายังคงพัดแรง หากบนยอดผาเดียวดายในยามนี้ปรากฏร่างคนสองคนยืนต้านกระแสลมอย่างไม่กลัวหนาวเหน็บ

“ข้ามีอะไรจะให้ท่านดู”

เป็นประโยคที่ชักพาให้องค์ภานรินทร์ฐิติวัสส์ตามเจ้าหญิงกฤติการัชกรขึ้นมาบนนี้


ผืนป่ากว้างที่ถูกโอบล้อมด้วยขุนเขาสลับซับซ้อนปรากฏอยู่ในสายพระเนตร


“ข้าปรารถนาจะมองไปให้ถึงแคว้นจักรภัทรของท่าน”

ทั้งคนพูดและคนฟังต่างรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ ระยะห่างระหว่างแคว้นนั้น ‘ไกลเกินไป’


คำถามซึ่งยังไม่ได้รับคำตอบจึงถูกยกขึ้นมาใหม่โดยผู้ถามคนเดิม

“ท่านเชื่อตำนานแห่งหุบเขานางคอยหรือไม่”

กษัตริย์หนุ่มทรงหลับพระเนตร ตำนานที่ผู้คนเล่าขานกันสืบมานับร้อยปี หญิงสาวผู้รอคอยคนรักอยู่เนิ่นนาน

“กายคนไม่อาจกลายเป็นภูเขา มีแต่ใจคนเท่านั้นที่หนักแน่นมั่นคงดั่งขุนเขา”

สายพระเนตรอันคมกล้าลืมขึ้นมายืนยันคำพูด

“หม่อมฉันสัญญาไม่ได้ว่าจะกลับมาอีกเมื่อใด แต่ขอให้คำมั่นไว้ ณ ที่นี้ ในฤทัยของหม่อมฉันจะมีฝ่าพระบาทเพียงผู้เดียว”

อากาศอันหนาวเย็นพลันอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด ในพระทัยของเจ้าหญิงกฤติกาทรงไม่หวั่นเกรงสิ่งใดอีกแล้ว ด้วยประโยคนี้เพียงประโยคเดียว แม้ต้องทรงกลายเป็นภูเขาก็ยินยอม

“หากไม่ลืมกัน โปรดมองกลับมายังที่ตรงนี้ บนยอดผาเดียวดายแห่งหุบเขานางคอย มีข้าผู้ทุกข์ทรมานรอและคิดถึงท่านอยู่...ทุกลมหายใจ”







 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2552 15:58:41 น.
Counter : 712 Pageviews.  

สุดทาง...ที่บางรัก


ประเทศไทยมีสถานที่ที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า ‘บาง’ อยู่มากมายหลายแห่ง ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ตลอดจนลงไปถึงภาคใต้ มากมายถึงขนาดถ้ามาเล่นผลัดกันบอกชื่อ ‘บาง’ ก็อาจจะเล่นได้ทั้งวันทั้งคืน

สุดทาง... ที่บางรัก เป็นนิยายที่พาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับบางต่างๆ ในเส้นทางจากอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ไปจนถึงลุ่มน้ำบางนรา จังหวัดนราธิวาส เมื่อพระเอกอุตริรับคำท้าจากเพื่อนๆ โบกรถจากบ้านบางระกำไปสู่ชายหาดบางเทาจังหวัดภูเก็ต ส่วนนางเอกขับรถจากบ้านบางพลัดเที่ยวตะลอนชวนเพื่อนไปลุ่มน้ำบางนรา

เส้นทางของเขาและเธอ แตกต่างทั้งจุดเริ่มต้นและจุดหมายปลายทาง แตกต่างทั้งแนวคิดในด้านความรัก คนหนึ่งมองความรักเป็นสิ่งที่เลวร้าย ส่วนอีกคนหนึ่งกลับมองรักเป็นสิ่งที่สวยงาม หากเมื่อทั้งสองมาเจอกันความเปลี่ยนแปลงก็บังเกิด แต่กว่าจะถึงจุดนั้น ก็ต้องฟันฝ่าบทพิสูจน์นานัปการ

สิ่งสำคัญที่ทั้งคู่ได้เรียนรู้ก็คือ ถนนที่สะดวกที่สุด ไม่ใช่เส้นทางที่ดีที่สุดเสมอไป อาจมีถนนสายอื่นที่ดูผิวเผินแล้วไม่น่าจะพาไปสู่จุดหมายได้ แต่พอเข้าไปจริงๆ กลับพบว่ามันช่างแสนรื่นรมย์ เช่นนี้ไม่ต่างจากเส้นทางของหัวใจ

...สิ่งที่อยู่ตรงหน้า ใช่ว่าจะเป็นอย่างที่เห็น

โปรดเหลียวไปมองคนรอบข้าง แล้วถามตัวเอง... วันนี้ หัวใจของคุณพร้อมออกเดินทางแล้วหรือยังครับ


---------------------------------------------




เขา...เป็นหนุ่มบางระกำ
เธอ...เป็นสาวบางพลัด
เขา...มีจุดหมายอยู่ที่ชายหาดบางเทา
เธอ...มีจุดหมายอยู่ที่ลุ่มน้ำบางนรา
เขา...มองความรักเป็นสิ่งที่เลวร้าย
เธอ...มองความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม


โชคชะตาพาทั้งสองมาเจอกัน ต่างฝ่ายต่างมีเส้นทางของตน แต่เมื่อเหตุการณ์พลิกผัน
หนึ่งคน...อกหัก
อีกหนึ่งคน...กลับเริ่มมีรัก

มุมมองที่แตกต่าง ก็กลับหลอมละลายเป็นความเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน

หากหัวใจถูกรวมเป็นหนึ่งเดียว ต้นทางอยู่ที่ “บาง” ไหนๆ ก็ไม่สำคัญ เพราะเส้นทางที่ทั้งสองร่วมกันเดินทางไปนั้น เขาและเธอต่างมั่นใจว่า
มันจะไปสุดทาง...ที่บางรัก





 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2552 16:03:25 น.
Counter : 503 Pageviews.  

1  2  3  
 
 

คั่วกลิ้ง
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]





----------------------------------------
[Add คั่วกลิ้ง's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com