ทองอาถรรพ์

กล่าวกันว่า ทองที่ผ่านการทำจาก 'ช่างทองโบราณ' ที่มีครูบาอาจารย์ถ่ายทอดวิชาสืบต่อกันมา มีการรับไหว้อย่างถูกต้องตามประเพณี ถือว่า ทองนั้น 'มีดี' อยู่ในตัว

แต่หากทองนั้นถูกทำลายหรือซ่อมแซมโดยช่างทองธรรมดา ดีที่มีอยู่ในตัว จะถูกเปลี่ยนเป็น อาถรรพ์ร้ายทันที!!!

ต่างหูทองคู่สำคัญ ฝีมือช่างทองโบราณชั้นครู ปรากฏขึ้นพร้อมตำหนิ!!!

อาถรรพ์ร้ายคุกคามทุกชีวิตที่ครอบครองมัน รวมทั้งข้าวสวย หญิงสาวหวุดหวิดจะเพลี่ยงพล้ำหลายหน หากไม่ได้มี 'วิญญาณดี' คอยปกป้อง รวมทั้งนายตำรวจหนุ่ม คนที่รักและห่วงใยไม่คลาย

แม้จะยังหาวิธีต่อกรกับอาถรรพ์ร้ายไม่ได้ หากเสียงกระซิบแม้แผ่วเบา แต่หัวใจของผู้รับอิ่มเอิบ อบอุ่นยิ่งนัก

"ขอให้เขื่อใจกัน".......

ไม่ใช่คำสัญญา ไม่ใช่คำสาบาน....หากมากมายกว่านั้น!!!

สองทางรักมาบรรจบและก่อเกิดบนอาถรรพ์แห่งทอง!

ใคร...วิธีการใด จะสะกด "ทองอาถรรพ์" .....ให้นิ่งสนิทชั่วกัปชั่วกัลป์


------------------------------------------







 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2552 10:18:22 น.
Counter : 783 Pageviews.  

แด่ดวงใจด้วยไม้หน้าสาม

เคยจำอะไรไม่ได้บ้างไหมครับ ผมเชื่อว่าทุกคนเคย และคงจะหงุดหงิดน่าดู พนัส พระเอกในเรื่องนี้ก็เช่นกัน เขาไม่เพียงแต่จำอะไรนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่ได้ แต่ความทรงจำทั้งมวลล้วนสูญหาย

เคยทำอะไรผิดพลาดด้วยความเข้าใจผิดบ้างไหมครับ หลายๆ คนน่าจะเคย แต่อาจไม่ร้ายแรงเท่าจิราภรณ์ นางเอกของเรื่อง

เคยคิดบ้างไหมครับว่า ความรักอาจไม่ได้เกิดจากเทวดาองค์น้อยมีบีกโบยบินคอยแผลงศรรัก ที่เรียกว่า ‘กามเทพ’ แต่เกิดจากท่อนไม้สี่เหลี่ยมหน้ากว้างสามนิ้ว ยาวพอเหมาะมือ ที่เรียกว่า ‘ไม้หน้าสาม’

จิราภรณ์ใช้ ‘กามเทพ’ ท่อนนั้นประเคนลงบนศีรษะของพนัสด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นคนร้ายจนสลบเหมือด และเมื่อชายหนุ่มฟื้นขึ้นมาปรากฏว่า เขาจำอะไรไม่ได้เลย จำไม่ได้แม้กระทั่งว่าตัวเองเป็นใคร มาจากไหน

จิราภรณ์จึงต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ความทรงจำของพนัสกลับคืนเพื่อไถ่โทษ ความวุ่นวายอันสนุกสนานจึงตามมาพร้อมกับอาการเพี้ยนยียวนกวนประสาทของชายหนุ่ม

ความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันจนยากจะถอนคืน จิราภรณ์จะทำอย่างไร ถ้าหากพนัสหายดีและต้องกลับไปอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงของเขา


ขอเชิญพบเรื่องราวตลกสนุกสนานตามสไตล์นายตั๋ม พร้อมเอาใจช่วยให้พนัสและจิราภรณ์ประสบความสำเร็จได้ใน “แด่ดวงใจด้วยไม้หน้าสาม” ครับ



---------------------------------------------------

ชายหนุ่มร่างใหญ่โผล่พรวดออกมาจากห้องน้ำ บนบ่าพาดด้วยผ้าขนหนูสีชมพูผืนเล็กของเธอ แถมยังอมแปรงสีฟันด้ามที่เธอใช้เป็นประจำทุกวันไว้ในปากอีกต่างหาก

จิราภรณ์อ้าปากค้างไม่ทันพูดอะไร ชายหนุ่มก็ชิงพูดออกมาก่อน

“อ้าว ตื่นแล้วเหรอครับ เป็นไง หลับสบายมั้ย”

แม้แปรงสีฟันที่ยังคาอยู่ในปากจะทำให้เสียงอู้อี้ไปบ้าง แต่หญิงสาวก็จับใจความได้อย่างชัดเจน เขาพูดราวกับว่าเป็นเจ้าของบ้าน ไหนจะผ้าขนหนูกับแปรงสีฟันของเธออีก

จิราภรณ์ขยับจะพูด แต่ก็ถูกชิงตัดหน้าเป็นครั้งที่สอง

“ว่าแต่ว่าคุณเข้ามาอยู่ในบ้านนี้ได้ไงเนี่ย ผมล่ะงงไปหมดแล้ว”

“ฉัน” หญิงสาวเอานิ้วชี้จิ้มที่หน้าอกตัวเอง ขมวดคิ้ว ไม่แน่ใจว่าฟังผิดหรือไม่ “คุณถามว่า ฉันเข้ามาอยู่ในบ้านนี้ได้อย่างไรหรือ”

“อืม... ผมว่าผมไม่รู้จักคุณนะ”

ชายหนุ่มร่างใหญ่พูดแค่นั้นก็ผลุบกลับเข้าไปในห้องน้ำ เสียงโคลกคลากเข้าใจว่าจะเป็นเสียงบ้วนปาก สักพักเขาก็ออกมาใหม่ ใช้ผ้าขนหนูซับน้ำที่ปาก

“อี๋” จิราภรณ์ร้องลั่น กระโจนพรวดพราดแทบจะชนร่างใหญ่ที่ยืนขวางอยู่ไปยังห้องน้ำ คว้าแปรงสีฟันของเธอซึ่งยังเปียกอยู่ออกมาชูหรา

“คุณเอาแปรงของฉันมาใช้ทำไม นี่ก็ผ้าของฉัน”

หญิงสาวกระตุกผ้าขนหนูผืนเล็กลงจากบ่าของเขา แต่ไม่สามารถยึดคืนมาได้ เพราะปลายผ้าอีกด้านหนึ่งอยู่ในมืออันใหญ่โต เลยกลายเป็นประลองกำลังชักคะเย่อ ซึ่งการประลองก็ใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ผ้าขนหนูก็ตกไปอยู่ในความครอบครองของชายหนุ่มอีกครั้ง

“ยังไงกันนะคุณนี่” เขาทำตาดุ เอามือที่ถือผ้าไขว้หลัง “เข้ามาอยู่ในบ้านผมได้ยังไงก็ไม่บอก แล้วยังจะมาขี้ตู่ของของผมอีก”

“บ้านของคุณ” จิราภรณ์ทำตาโต “มะเหงกมั้ยคะ”

“อ้าว ๆ พูดด้วยดี ๆ ทำไมต้องให้มะเหงกด้วย พิลึกคนจริง ๆ ยังมีหน้ามาเถียงเจ้าของบ้านฉอด ๆ อีก เดี๋ยวปั๊ดไล่ออกจากบ้านเลย”

แค่คำพูดก็น่าหมั่นไส้พอแล้ว แต่นี่ยังมีอาการลอยหน้าลอยตาอีก จิราภรณ์ยิ่งคับแค้นใจ ได้แต่ขยี้เท้าไม่สบอารมณ์

“เอาแปรงสีฟันของผมมา”

แล้วแปรงสีฟันในมือของเธอก็ไปอยู่ในมือของเขาอย่างง่ายดาย

“นั่นมันแปรงของฉัน ผ้านั่นก็ของฉัน แล้วบ้านนี้ก็ไม่ใช่ของคุณซักหน่อย”

ชายหนุ่มหัวเราะ ซึ่งหญิงสาวเห็นว่าเป็นการหัวเราะที่ยียวนที่สุดในโลก

“ไม่ใช่บ้านของผม แล้วจะเป็นบ้านของใคร อย่าบอกนะว่าเป็นบ้านของคุณ”

“เอ่อ... คือ“ จิราภรณ์ติดอ่างขึ้นมากะทันหัน “ไม่ใช่บ้านของฉันหรอก”

“นั่นไง” คนเถียงเก่งกว่าตบมือดังฉาด “ในที่สุดคุณก็ยอมรับ ดังนั้น”

หญิงสาวแทบจะร้องไห้เมื่อเห็นเขาชี้ไปที่ประตูแล้วออกคำสั่ง


“เชิญออกจากบ้านของผมไปได้แล้วครับ คุณผู้หญิง”





 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2552 10:02:58 น.
Counter : 444 Pageviews.  

ปาย...ฝัน...เมื่อวันรัก

ทุกคนย่อมมีสถานที่ที่ประทับใจ บางคนชอบที่ความยิ่งใหญ่เริดหรูอลังการ บางคนชอบที่สวยงามตามธรรมชาติ ส่วนบางคนขอเพียงสถานที่นั้นสงบเงียบเป็นพอ ต่างคนต่างจิตใจ

แม้กระทั่งสถานที่เดียวกัน เหตุผลที่ประทับใจอาจไม่เหมือนกัน ความสงบนิ่งแห่งขุนเขา ความกว้างไกลแห่งท้องทุ่ง หรือความเยือกเย็นแห่งสายน้ำ ทั้งหมดที่กล่าวมาคือเหตุผลที่หนุ่มสาวคู่หนึ่ง รักเมืองเมืองนี้ แต่ไม่ใช่เหตุผลสำคัญ มันอาจไร้ความหมาย หากไม่ใช่
‘เพราะที่นี่ จึงมีรัก’

‘เมืองปาย’ อำเภอเล็ก ๆ กลางหุบเขาบนเส้นทางอันแสนจะคดเคี้ยวเลี้ยวลดและสูงชัน จากจังหวัดเชียงใหม่ศูนย์กลางแห่งล้านนา ไปจังหวัดแม่ฮ่องสอน เมืองสามหมอก
ในอดีต ปายเป็นเมืองปิด น้อยคนที่จะรู้จัก ชาวปายดำรงชีพด้วยเกษตรกรรม แต่เมื่อมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติคนหนึ่ง แบกเป้ผ่านมาเมื่อประมาณสิบปีที่แล้ว จากปากต่อปาก กระจายจากวงเล็ก ๆ เป็นวงกว้าง เมืองอันแสนจะงดงามถูกเปิดออกสู่สายตา
‘สวรรค์บนดิน’ แห่งนี้จึงถูกบันทึกไว้บนแผนที่ของนักเดินทางทั่วโลก

‘ภคมณ’ หญิงสาวเจ้าของดวงตาโศก ไม่ใช่นักเดินทาง เธอจึงไม่รู้จักที่แห่งนี้ หากโชคชะตาลิขิตให้เธอมาพบกับ จิตรกรผมยาวนักเดินทาง นอกจากปายจะกลายเป็นเมืองในฝันแล้ว ณ ที่แห่งนี้ ยังสถิตกลางใจเธอในฐานะ เมืองแห่งความทรงจำ ซึ่งเธอเชื่อว่าผู้ลิขิตโชคชะตาของเธอนั้นคือเทพเทวา ที่ใครๆเรียกว่า
‘พระพรหม’

‘แดนดิน’ จิตรกรพเนจร ร่อนเร่ไปทุกแห่งหนทั่วเมืองไทย แต่ทุก ๆ ปี เขาจะต้องกลับมายังดินแดนที่เขารัก ‘ปาย’ คือที่แห่งนั้น ในขณะที่ใคร ๆ มาเยือนเมืองนี้เมื่อสายลมหนาวพัดโบก จิตรกรผมยาวเป็นกระเซิงหนวดเครารกรุงรังคนนี้กลับมาพร้อมเม็ดฝน และจากไปเมื่อฝนซา เขาไม่ได้รักลมฝน ไม่ได้เกลียดลมหนาว หากสิ่งที่เป็นชีวิตจิตใจคือ ความสงบเงียบแห่งท้องทุ่ง และสายน้ำกลางหุบเขา
‘เมืองปาย ในสายฝน’

ชีวิตของหญิงสาวผู้แบกความชอกช้ำมาจากเมืองกรุง อาจคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง หากเธอไม่ได้มาเชียงใหม่กลางเดือนมิถุนายนต้นฤดูฝน
บาดแผลทางกายย่อมได้รับการรักษา หัวใจที่บอบช้ำ ฤามิอาจเยียวยา

“มนไม่ชอบดูพระอาทิตย์ตก มันให้ความรู้สึกว้าเหว่ มืดมน”
“ผมเคยบอกแล้วไง ในมุมมองที่แตกต่าง ทุกสิ่งล้วนสวยงาม ดวงอาทิตย์ตกลับเหลี่ยมเขา แสงสุดท้ายแห่งวันที่แต่งแต้มฟากฟ้า คือธรรมชาติที่บ่งบอกว่า สิ่งที่เจิดจ้ามาตลอดวัน ล้วนมีการดับสูญ แต่สิ่งที่แน่นอนกว่านั้นคือ พอรุ่งเช้ามันก็กลับมาสว่างใหม่ได้อีกครั้ง”
“ไม่มีใครอยู่ในความมืดมนตลอดกาลหรอกครับ”


จะมีใครสักกี่คนที่ไม่เคยพบอุปสรรค จะมีสักกี่รายที่ไม่เคยผ่านความยากลำบาก
สุดแท้แต่ว่า แต่ละคนจะผ่านอุปสรรคความยากลำบากนั้นได้หรือไม่ อย่างไร
แม้โลกแห่งความจริง จะพังภินท์ลงตรงหน้า แต่โลกแห่งความฝันมิอาจสูญสลาย

“โลกแห่งความจริง เราอาจถูกตีกรอบโดยสังคม โดยอะไรสักอย่าง ให้ทำในสิ่งที่เราไม่อยากทำ หรือห้ามทำในสิ่งที่เราอยากทำได้ แต่ในโลกแห่งความฝัน ไม่มีใครสามารถมาบังคับเราได้เลย”
“โลกแห่งความจริงเป็นโลกของคนหลายคน ส่วนโลกแห่งความฝัน เป็นของเราคนเดียว”



หญิงสาวผู้พ่ายรัก เจ้าของหัวใจบอบช้ำ และดวงตาโศกเศร้า กับจิตรกรพเนจรเจ้าของผมยาวยุ่งเหยิง และหนวดเครารกรุงรังอาจไม่ใช่คู่แท้ที่เหมาะสม หากมิได้มีสิ่งหนึ่งที่ตรงกัน
‘หัวใจรัก อันนิรันดร์’ คือสิ่งนั้น



--------------------------------------

ปกเก่า




ปกใหม่


----------------------------------------------------




 

Create Date : 12 เมษายน 2549    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2552 16:33:50 น.
Counter : 987 Pageviews.  

บอดี้การ์ดมาดต๊อง



-------------------------------------

บันทึกผู้เขียน

สิ่งที่เราคุ้นเคย และถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาอย่างยาวนานก็คือ ผู้ชายคือเพศที่แข็งแรงกว่า ควรเป็นผู้คุ้มครองดูแลหญิงสาวผู้เป็นที่รัก

คำถามที่อาจอยู่ในใจหลายคน “ต้องเป็นอย่างนั้นเสมอไปหรือ” ถ้าหากใช้พื้นฐานทางด้าน ‘ความรัก’ นำความคิดแล้วล่ะก็ คำตอบน่าจะคล้ายคลึงกับที่ ‘ใบตอง’ นางเอกของเรื่องกล่าวไว้

“มันไม่มีการแบ่งแยกใด ๆ ทั้งสิ้น ทุกคนต่างมีสิทธิเท่าเทียมกันทั้งนั้นไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย สิทธิในการปกป้องคนที่เรารัก”


“บอดี้การ์ดมาดต๊อง” เป็นเรื่องราวของเด็กสาวก๋ากั่นที่จับพลัดจับผลู ตกกระไดพลอยโจน กลายมาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวให้ด็อกเตอร์หนุ่มรูปหล่อ

เธอต้องคุ้มครองเขาให้พ้นจากฝ่ายตรงข้ามที่หมายมั่นจะเอาชีวิต แม้เธอจะไม่มีฝีมือที่เก่งกาจเท่ามืออาชีพ แต่สิ่งที่เธอใช้ฝ่าภยันตรายมาได้คือ ความปราดเปรื่องของสมอง และสิ่งที่สำคัญอันหาไม่ได้จากมืออาชีพคนใดก็คือ หัวใจแห่งความมุ่งมั่นที่จะทำเพื่อเขา ‘หัวใจแห่งรัก’


------------------------------------

ปกเก่า



ปกใหม่




 

Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2552 16:34:24 น.
Counter : 742 Pageviews.  

เพียงสบตาเธอ...ก็เผลอรัก



-------------------------------------

“ตาสบตาใจสบใจพาไหวหวั่น
กายโอบกายฝันโอบฝันในวันหวาน
จุดไฟซึ้งซึ่งไม่มอดตลอดกาล
หรือเพียงผ่านพาลวูบวับแล้วดับไป

เหมือนโลกฉุดหยุดเราลงอยู่ตรงนี้
เพราะไมตรีที่แทรกซ้อนจึงอ่อนไหว
ลบช่องว่างที่ขวางกั้นคั่นหัวใจ
เพียงแค่ได้สบตาเธอ..ก็เผลอรัก”


-------------------------------------

บันทึกผู้เขียน

การที่ผู้หญิงกับผู้ชายมาเจอกันแล้วเกิด ‘ความรัก’ หลายๆ คนเชื่อว่าเกิดจากพรหมลิขิตให้เป็นไป หากแต่ว่า ถ้าพรหมลิขิตนั้นมีเพียงบทแรกบทเดียว แล้วบทที่สอง สาม สี่ จนกระทั่งถึงบทสุดท้ายล่ะ จะทำอย่างไร


“เพียงสบตาเธอ...ก็เผลอรัก” เป็นเรื่องราวที่เกิดจากอุบติเหตุที่ใคร ๆ ก็อาจประสบได้ แต่อุบัติเหตุครั้งนี้ ทำให้ชายหนุ่มผู้แสนจะร่ำรวยจากภูธร ดันไปปิ๊งลูกสาวนักธุรกิจแห่งเมืองกรุง การจะเข้าไปจีบดื้อ ๆ เห็นทีจะไม่ได้การ จึงต้องปลอมตัวเป็นคนยากไร้เพื่อเข้าไปทำงานในบ้านของสาวเจ้า เรื่องราวสนุกสนานจึงเกิดขึ้น


แผนการของชายหนุ่มจะสำเร็จหรือไม่ หญิงสาวจะรับมือนายจอมกวนคนนี้ได้อย่างไร ขอเชิญท่านผู้อ่าน แอบลุ้นและเอาใจช่วยด้วยครับ


---------------------------------------------
ปกเก่า




ปกใหม่




 

Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2552 16:26:26 น.
Counter : 665 Pageviews.  

1  2  3  
 
 

คั่วกลิ้ง
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]





----------------------------------------
[Add คั่วกลิ้ง's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com