Cute Pretty Beautiful Gorgeous Fabulous Drama Queen 
   
  
This is so "Cherry Lala"

Review+Swatch: Urban Decay 15th Anniversary Eyeshadow Collection + เปิดกรุเครื่องสำอางค์ที่ยังไม่ได้รีวิว

หายไปนานมากกกกก จากที่เคยบอกว่าหลังกลับจากอเมริกาแล้วจะมาเห่อของช็อปกัน จนตอนนี้กลับมาร่วม 4 เดือนแล้ว ก็ยังไม่ได้อัพบล็อกซักที วันนี้พอมีเวลา บวกกับได้ Item ใหม่มา นั่นคือ Urban Decay : 15th Anniversary Eyeshadow Collection เนื่องจากครอบครัวพี่ชายสามีเรากลับมาจากเมกา เลยถือโอกาสฝากพี่เค้าซื้อและหิ้วมาให้ พอมาถึงคุณพี่ก็ไม่เอาสตางค์อีก บอกซื้อให้เป็นของฝาก โอ้วววว...ซาบซึ้งเหลือเกิน ขอกราบขอบพระคุณงามๆ มา ณ โอกาสนี้คร่า

ไม่ขอพูดพร่ำทำเพลงแล้ว เริ่มการรีวิวเลยดีกว่า

เริ่มจากการเปิดถุงดำจอมดูดเงิน Sephora
images by free.in.th

Palette บรรจุมาในกล่องใส มองเห็นข้างในได้อย่างชัดเจน
images by free.in.th

ข้างในกล่องใสมีกล่องกระดาษหุ้มด้านหลังมาอีกชั้น
ด้านหลังกล่องกระดาษมีบอกรายละเอียดเป็นภาษาอังกฤษ กับฝรั่งเศส และตัวอย่างสีพร้อมชื่อ
images by free.in.th

เมื่อแกะกล่องออกมาแล้ว จะมีกันกระแทกด้วยกล่องบุกำมะหยี่สีม่วงเข้มอีกชั้นนึง สวยงามอลังการมากกกกก
images by free.in.th

ลายฉลุด้านข้างกล่อง สวยเริ่ดที่สุดในสามโลก
images by free.in.th

ฝากล่องเป็นพลาสติกที่ทำให้ดูเหมือนโลหะ งามเลิศด้วยสี Gunmetal และสัญลักษณ์ UD คริสตัลสีม่วง ส่วนฝากล่องด้านในจะเป็นกระจกเงา ดูดีไฮโซ แต่ก็แอบหนักเหมือนกัน
images by free.in.th

ด้านในกล่องเป็นพลาสติกสีม่วงเงาๆ เขียนชื่อ Eye shadow แต่ละสีมาให้เห็นชัดเจน
images by free.in.th

เมื่อแงะมุมด้านล่างของถาดขึ้นมา จะเจอที่สำหรับเก็บ หรือซ่อนเครื่องประดับ บุด้วยกำมะหยี่สีม่วงเข้ม
images by free.in.th

ดูสีกันชัดๆ งามทุกสีเลย
images by free.in.th
(ภาพทั้งหมดถ่ายตอนกลางคืน และไฟห้องค่อนข้างเหลือง ทำให้สีอาจจะเพี้ยนไปหน่อยนะคะ)


Swatch สีแถวแรก โทนสีทอง เป็นสีทองที่หลากหลาย วิ้งมากวิ้งน้อยต่างกันไป แต่สามารถแต่งได้ทุกวัน
images by free.in.th

แถวที่ 2 โทนหลากสี มีตั้งแต่สีหวานๆ จนถึงสีแรงๆ เหมาะจะแต่งไปปาร์ตี้ เราชอบสีในแถวนี้ที่สุด สีสดแรงสะใจดี
images by free.in.th

แถวที่ 3 โทนสีเข้ม มีทั้งเนื้อ Shimmer และเนื้อ Matte เหมาะแก่การทำ Smoky eyes มาก
images by free.in.th

ลองแต่งที่ตาให้ดูนะคะ (ก่อนลงอายแชโดว์ เราใช้ Too Faced Shadow Insurance ลงที่เปลือกตาก่อนทุกครั้งนะคะ สีที่ได้เลยค่อนข้างสดและชัดเจน)

อันนี้ที่หัวตาเราใช้สี Midnight 15 เบลนด์กับ Midnight Rodeo ที่กลางตา และใช้ M.I.A. ที่หางตา
images by free.in.th

อันนี้ที่หัวตาเราใช้สี Vanilla เบลนด์กับ Deep End ที่กลางตา และใช้ Deeper ที่หางตา
images by free.in.th

อันนี้ที่หัวตาเราใช้สี Flow เบลนด์กับ Chase ที่หางตา
images by free.in.th

ส่วนอันนี้ที่หัวตาเราใช้สี Tainted เบลนด์กับ Junkshow ที่หางตา
images by free.in.th

อันนี้ที่หัวตาเราใช้สี Omen เบลนด์กับ Half Truth ที่หางตา
images by free.in.th

อันนี้ที่หัวตาเราใช้สี Deep End เบลนด์กับ Evidence ที่หางตา
images by free.in.th

อันนี้ที่หัวตาเราใช้สี Ace เบลนด์กับ Blackout ที่หางตา
images by free.in.th

ส่วนตัวแล้ว เราชอบพาเลตนี้มากกว่า Naked Palette นะ เราว่าสีมันหลากหลายดี แล้วเราก็เป็นคนแต่งสีน้ำตาลไม่ค่อยขึ้นด้วย แต่ก็เคยหวั่นไหวอยู่พักนึงช่วงที่มีคนมารีวิว Naked ให้ดูบ่อยๆ ก็อยากได้บ้าง แต่พอพาเลตนี้ออกมาปุ๊บ ตัดสินใจได้ทันทีว่าเอาอันนี้แหละ หุหุหุ
images by free.in.th

ข้อดี :
- เป็นสีใหม่ของ UD ทั้งหมด ใครที่เคยมีพาเลตของ UD อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องกลัวว่าสีจะซ้ำ
- Eyeshadow เนื้อ Shimmer สีสวย ทาง่าย ยิ่งถ้าทากับ Eye primer สียิ่งจะยิ่งชัดและติดทน
- Packaging สวยมาก ดูเลอค่าเหมาะแก่การสะสม แถมใช้เก็บเครื่องประดับได้ด้วย
- มันเป็น Limited Edition!!!

ข้อเสีย:
- ตัวกล่องใหญ่ หนัก แถมหน้ากล่องเป็นรอยง่ายมาก ไม่เหมาะแก่การพกพาอย่างยิ่ง
- ไม่มีของแถม ปกติต้องมีแถม Eye primer, Eye liner หรือแปรง แต่งวดนี้ไม่มีอะไรเลย
- ราคาค่อนข้างแพง $55 บวก Tax แล้วตกประมาณ 1,800.- กว่าบาท (คำนวณจากค่าเงินประมาณ 30.-) ถ้าซื้อตามร้านหิ้วก็คงจะแพงกว่านี้อีก แถมหาซื้อยาก อีกอย่างคือ Website ของ UD ก็ไม่รับบัตรเครดิตไทยด้วย ต้องฝากซื้อ หรือฝากหิ้วเท่านั้น

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับความพอใจ ทั้งหมดที่รีวิวมา เป็นความเห็นส่วนตัวเราล้วนๆ นะคะ



ก่อนจบขอทิ้งท้ายด้วยสารพัดเครื่องสำอางค์จากหลากแบรนด์หลายประเทศ ทั้งอเมริกา, อังกฤษ, ฮ่องกง และเกาหลี ที่เรายังไม่มีเวลารีวิว (ข้ออ้างทั้งนั้น จริงๆ แล้วขี้เกียจมากกว่า )
images by free.in.th

มีทั้งที่ซื้อเอง และฝากเค้าซื้ออย่างบ้าคลั่ง เอามาดองไว้ แต่ยังไม่ได้รีวิวซะที ทุกวันนี้ทั้งหมดที่เห็น และบางส่วนที่ไม่อยู่ในรูป ยังคงนอนแน่นิ่งอยู่ในตู้เย็น รอเวลาออกมาเผยโฉมสู่สาธารณะชน แต่ท่าทางจะอีกนาน กว่ายัยเจ้าของบล็อกบ้าช็อปจะทยอยใช้หมด คงจะหมดอายุก่อนพอดี ยังไงก็อดทนรอดูกันหน่อยแล้วกัน จะพยายามถ้าไม่ขี้เกียจซะก่อนนะคะ หุหุ




 

Create Date : 25 สิงหาคม 2554    
Last Update : 13 กันยายน 2554 11:32:51 น.
Counter : 1597 Pageviews.  

เห่อย้อนหลัง Enchanted Glamourland Palette จาก Too Faced

ห่างหายจากการอัพบล็อกไปนานมากกกกกกก วันนี้จะขอมาเห่อย้อนหลังหลายเดือนฉบับเร่งด่วนนะคะ

Enchanted Glamourland Palette จาก Too Faced เราเห็นในเว็บแล้วก็อดใจไม่ได้ที่จะฝากพี่ชายแฟนหิ้วมาให้ ได้มาตั้งแต่ พ.ย. ปีที่แล้ว พอดีว่าเราจะแต่งงาน พี่ชายแฟนที่อยู่เมกาเลยกลับมาร่วมงาน สบโอกาสพอดิบพอดี เสร็จโจร! หุหุหุ

ตั้งแต่ได้มาก็นั่งชื่นชมอยู่คนเดียว ยังไม่ได้เอามาเห่อลงบล็อก เพราะไม่มีเวลา มัวแต่ยุ่งๆ กับงานแต่ง จนตอนนี้เค้าเลิกขายไปแล้ว และเรากำลังจะไปเมกาอีกรอบวันศุกร์นี้แล้ว คาดว่าถ้าไม่รีบมาอัพบล็อกตอนนี้ กลับมาเดือนหน้าคงมีของให้เห่ออีกยาวเป็นหางว่าว

ตัวนี้เป็น Palette ที่ออกมาช่วงใกล้ Christmas ซึ่งปกติ Too Faced มักจะออก Palette น่ารักๆ มายั่วใจให้เราได้สะสมกันแทบทุกปี โดยปีนี้มาใน Concept ของนางฟ้า ภูติฟ้า และเหล่านางไม้ที่อาศัยอยู่ในป่า

ขอเริ่มด้วยหน้ากล่องชั้นแรก สวยหวานมากมาย
images by free.in.th
Thanks: ฝากรูป

แกะกล่องออกมาก็เจอตัว Palette มีวิ้งๆ ประกายกากเพชรสวยงามระยิบระยับ
images by free.in.th
Thanks: ฝากรูป

พอเปิดออกมาก็จะพบกับ Pop up นางฟ้าสวยงามอลังการชวนฝันมากมาย images by free.in.th
Thanks: ฝากรูป

เปิดมาก็จะเจอ Blush สี Lavie En Rose สีชมพูหวานๆ กับ Snow Bunny Bronzer สี่สีที่เรียงตัวกันอย่างสวยงาม
images by free.in.th
Thanks: ฝากรูป

อีกด้านนึงจะมีการ์ดสอนวิธีแต่งหน้าสไตล์นางฟ้าจาก Palette นี้ Pixie Beauty Secrets
images by free.in.th
Thanks: ฝากรูป

images by free.in.th
Thanks: ฝากรูป

หลังจากตื่นเต้นกับด้านบน Palette ไปแล้ว มาลุ้นในลิ้นชักกันต่อว่ามีอะไรซ่อนอยู่บ้างน๊า?
images by free.in.th
Thanks: ฝากรูป

ทาด้าาาาาาาาาา!!!
อลังการสมการรอคอย
images by free.in.th
Thanks: ฝากรูป

ละลานตาด้วย Eye Shadow 15 สี
images by free.in.th
Thanks: ฝากรูป

พร้อม Shadow Insurance : Eye Shadow Primer และ Pillow Talk Glamour Gloss : Lip Gloss ขนาดจริง!!! ขอย้ำว่า...ขนาดจริงคร่าาาา คุ้มสุดๆ เหอๆๆๆๆ
images by free.in.th
Thanks: ฝากรูป

หลังจากเห่อเสร็จ ก็ขอเอามาเปรียบเทียบกับ Palette ตัวเก่า Glamour Revolution

ขนาดเท่ากัน แต่ Enchanted Glamourland จะหนากว่าเล็กน้อย
images by free.in.th
Thanks: ฝากรูป

เปิดด้านในเทียบกันให้เห็นจะจะ
images by free.in.th
Thanks: ฝากรูป

อลังการกันคนละแบบ ตัวเก่า Glamour Revolution จะออกแนวเจ้าหญิงร็อคๆ มีกระจกให้ส่องยลความงาม และมีลิปให้ถึง 3 สี

ส่วนตัวใหม่ Enchanted Glamourland จะออกแนวนางฟ้าหวานแหวว มี Blush สี Lavie En Rose สีเดียวกับของเดิม (ที่จริงน่าจะเปลี่ยนสีบ้างนะ )

คราวนี้เปิดลิ้นชักมาเทียบกันต่อ จะเห็นได้ว่า Enchanted Glamourland จะมีสี Eye Shadow เยอะกว่า และให้ Eye Primer กับ Lip Gloss ขนาดจริง คุ้มสุดๆ แต่ราคาก็สูงกว่าอีกเล็กน้อย (แลกกับปริมาณที่ได้เพิ่มขึ้น ก็หยวนๆ เนอะ หุหุหุ )

images by free.in.th
Thanks: ฝากรูป

ก็ขอลาไปด้วยภาพความอลังการคูณ 2 ของ Palette จาก Too Faced 2 รุ่นนี้นะคร๊า เจอกันอีกทีตอนกลับจากอเมริกาสิ้นเดือนนี้แล้วกันนะคร๊า บ๊ายบาย


**ท่านใดอยากดูรวมมิตรเห่อ Too Faced Palette ของเรา ตามไปดูได้ที่ Link นี้เลยค่ะ ^^

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cherrylala&date=23-11-2009&group=1&gblog=5




 

Create Date : 05 เมษายน 2554    
Last Update : 30 พฤษภาคม 2554 14:16:05 น.
Counter : 903 Pageviews.  

My Etude

หายสาปสูญไปจากการอัพบล็อกนานมากกกกกกก เนื่องจากช่วงนี้งานเยอะ บวกกับใกล้จบโทแล้ว เลยเกิดอาการขี้เกียจ ได้แต่นั่งอ่านบล็อกคนอื่น แต่ตอนนี้สอบวิชาสุดท้ายไปแล้วเลยเกิดคันไม้คันมืออยากเขียนบ้างอะไรบ้าง ก็เลยขุดรูปที่ถ่ายไว้นานนมมานั่งยางเขียนรีวิวซักหน่อย หุหุ

คราวนี้ขอรีวิวสารพัดสินค้าของ Etude ซึ่งส่วนใหญ่จะซื้อมาจากเกาหลี มีทั้งที่ซื้อเอง และฝากชาวบ้านซื้อ หลังจากลองใช้มาหลายอย่างแล้ว เลยขอมาออกความเห็นกันหน่อย ว่าอันไหนเกิด อันไหนดับ!

ขอเริ่มจาก Lot แรกที่ฝากคุณแฟนซื้อเมื่อนานมาแล้ว


ชิ้นแรกแป้ง Secret Beam ตลับม่วง เป็นแป้งไม่ผสมรองพื้น แต่มีวิ้งๆ ให้ลุคเกาหลีสุดๆ

หลังการทดลองใช้พบว่า หน้าขาวเด้งเห็นได้ในระยะ 200 เมตร แถมวิ้งกระจุยกระจายทั่วใบหน้า ไม่รู้จะดิวอี้ไปถึงไหน เดิมเราเป็นคนหน้ามันอยู่แล้ว พอมาเจอวิ้งเข้าอีก...จบเลยค่ะ ตอนแต่งหน้าเสร็จแรกๆ ก็ยังดูเกาหลีดีอยู่หรอก แต่พอเริ่มตกน้ำมัน (เอ๊ะ! นี่หน้าคนหรือเสาตะเคียน) แป้งก็เริ่มเยิ้ม หน้าผากเริ่มเป็นคราบ เป็นที่น่าสยดสยองมาก บางครั้งเราทนเห็นหน้าตัวเองในสภาพนั้นไม่ได้ ต้องลบหน้าแล้วแต่งใหม่เลยทีเดียว หลังจากทู่ซี้ใช้อยู่ 2-3 ครั้ง ได้ผลเหมือนเดิมเป๊ะ! เจ้า Secret Beam ก็เลยนอนแอ้งแม้งอยู่ในเก๊ะตั้งแต่นั้นมา

ชิ้นต่อมาเป็น Lovely Cookie Blush On No.02

เป็นบลัชออนสีพีช ไม่วิ้ง ตลับอ้วนป้อม มาพร้อมที่ปัดปุยๆ น่ารักมากมาย ปัดออกมาดูเป็นธรรมชาติดี อันนี้เลยเป็นชิ้น Must Have ของเรา สำหรับเวลาอยากแต่งหน้าใสๆ ไม่ดูโบ๊ะมาก ปัดง่าย สีชัด แถมไม่แพงอีกต่างหาก ชอบๆ

ถัดมา Peach Water Gloss No.5 : Apricot Water

อันนี้เป็นลิปกลอสสีส้มอมชมพูนมๆ ทาใหม่ๆ จะเย็นนิดๆ สีสวยทีเดียว แต่ซักพักสีก็จาง ไม่ติดทนเท่าที่ควร ทำให้ต้องเติมบ่อยๆ เลยไม่ค่อยประทับใจตรงจุดนี้อ่ะ

ยังคงเป็นลิปกลอสอยู่เหมือนเดิม Peach Cream Gloss No.02 : Mocha Cream

อันนี้ที่จริงไม่ได้ตั้งใจจะฝากซื้อ แต่พอได้ไปลองสีที่ Shop เลยอดใจไม่ได้ เพราะสีสวย ออกเป็นสีส้มอมน้ำตาล เราเองก็ไม่เคยมีกลอสสีประมาณนี้ ส่วนมากมีแต่โทนชมพู เลยจัดการเพิ่มใน order อย่างรวดเร็ว หุหุ

คราวนี้มาที่ Lipstick กันบ้าง เป็นรุ่น Orgel Light No.9 : Nude

ตอนแรกที่ได้มาแล้วลองใช้ ยังไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะรู้สึกว่ามันไม่ค่อยออกสี ก็เลยปล่อยมันนอนแน่นิ่งอยู่ในเก๊ะไปซักพัก แล้ววันดีคืนดีก็หยิบขึ้นมาลองทาเล่นอีกรอบ เฮ้ย! ทำไมคราวนี้สีออกเยอะอ่ะ นั่งงงอยู่พักนึง แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า เป็นเพราะ Lip Balm นี่เอง เนื่องจากปกติเวลาแต่งหน้า ก่อนที่เราจะทาลิปสติก เรามักจะทา Lip Balm ก่อนเสมอ แต่วันนั้นบังเอิ๊ญ ไม่ได้ทา แล้วไอ้เจ้าลิปรุ่นนี้ มันจะมีความมันอยู่แล้ว ทากับริมฝีปากเปลือยๆ ได้เลย เรียบลื่น สีชัดขึ้น ตอนนี้เลยติดอันดับลิปแท่งโปรดเพิ่มมาอีกหนึ่งแท่ง ด้วยความที่สีสวย ดูหวาน เหมาะกับการแต่งหน้าโทนชมพูหวานๆ มาก

คราวนี้ Lot ที่ 2 ฝากเพื่อนซื้อ Etude มาแค่อย่างเดียว เนื่องจากเว้นระยะห่างการสั่ง Lot แรกมาแทบไม่ถึงเดือน เลยขอนับเป็นรอบเก็บตกแทนแร้วกัน

คราวนี้สั่ง Lip Gloss Dear Darling Gloss No.12

เนื่องจากคราวที่แล้วไม่ได้สั่ง แต่เห็นชาวบ้านเค้าสั่งมาเยอะมาก เลยออร์เดอร์มาลองใช้ดูซักหน่อย ปรากฏว่าติดใจเพราะใช้ง่าย สีนี้จะอ่อนๆ ใสๆ เอาไว้ทาทับลิปสติก จะทำให้ปากวาวกำลังดี และไม่หนักปากจนเกินไป สรุปชอบมากจนเป็นที่มาของ Lot ต่อไป

Lot สุดท้าย ไปซื้อมาเองที่เกาหลีเลย แต่เนื่องจากมี order ฝากซื้อของ Etude เยอะ บวกกับจำนวนประชากรไทยในร้าน Etude หนาแน่นสูงมากกกกก ทำให้เกิดอาการมึนงงกับการซื้อของๆ ตัวเอง เลยได้มาแค่เพียงลิปกลอส 2 แท่ง น้ำหอม 1 ขวด กับ Mask และยาทาเล็บประปราย (ขอนอกเรื่องนิดนึง ข้อแนะนำสำหรับท่านใดที่กำลังจะไปทัวร์เกาหลีเป็นครั้งแรก และมี Order ซื้อของที่ Etude และ Skin Food ณ ทงแดมุน ขอให้ทำ List พร้อมรูปภาพและจำนวนที่จะซื้ออย่างชัดเจน ถึงแม้จะเป็นของตัวเองก็ควรทำไปด้วยค่ะ เพื่อความรวดเร็วในการหาสินค้า เพราะจากประสบการณ์ของตัวเราเองและเพื่อนหลายๆ คน พอเจอคนเยอะๆ แล้วจะมึนงงทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะดูอะไรก่อนดี เสร็จแล้วจะไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยค่ะ)

Lip Gloss Dear Darling Gloss N0.19 และ Top 10 Tan No.21

ซื้อมากักตุนไว้ในคลังแสง ที่จริงไม่ได้ตั้งใจจะซื้อ Dear Darling Gloss สีนี้ แต่มันมีเหลือให้เลือกแค่ไม่กีสี ก็เลยคว้าอันนี้มาก่อน แล้วก็เหลือบไปเห็น Top 10 Tan สีนี้ สวยมาก วิ้งที่ผสมอยู่จะสีออกชมพูม่วงๆ แปลกดี แต่ราคาสูงกว่า Dear Darling นิดนึง ก็คว้ามาตามระเบียบ

ชิ้นต่อมา LUCIDarling Fantastic Gradation Cheek No.1
หน้าตลับสวยงาม


ด้านในก็สวยไม่แพ้กัน

บลัชออนสีหวาน ปัดออกมาได้ลุคแบบคุณหนูๆ มาพร้อม Packaging น่ารักมากมาย ดูเรียบหรูไฮโซ เลยซื้อมาเก็บไว้ใช้เอง 1 ตลับ และให้คุณเพื่อนเป็นของขวัญอีก 1 ตลับ พอเพื่อนสาวได้ไปก็กรี๊ดกร๊าด เห่อจัดแกะใช้เลย แถมมันยังเอามาลองทาตาแทน Eye shadow ด้วย ได้สีชมพูหวานแหววน่ารักไปอีกแบบ

อีกอันที่อดซื้อไม่ได้ MiniMe Ms.Ever : Floral Bouquet


แกะออกมา ขวดน่ารักม๊ากกกก

ด้วยความน่ารักของขวดที่เป็นรูปสาวน้อยในชุดเจ้าสาว บวกกับเรากำลังจะแต่งงานปลายปีนี้ เลยซื้อมาเพราะอยากได้อะไรเป็นที่ระลึกเกี่ยวกับการแต่งงาน (จริงๆ ก็หาข้ออ้างในการซื้อนั่นแหละ เหอๆๆ) ซื้อมาโดยดูจาก Packaging ล้วนๆ ไม่ได้สนใจกลิ่นซักเท่าไหร่ พอกลับมาลองกลิ่นดู มันก็หอมดีนะ ออกแนวดอกไม้ๆ กลิ่นคุ้นมากเลย รู้สึกเหมือนเคยมีกลิ่นประมาณนี้แล้ว แต่นึกไม่ออกว่าเหมือนน้ำหอมอะไร เอาไว้นึกออกแล้วจะมาบอกอีกทีนะคะ

ส่วน Mask กับยาทาเล็บ เรากะว่าจะรีวิวเปรียบเทียบพร้อมกับ Brand อื่นๆ ไปเลยทีเดียว ถ้ายังไงก็อย่าลืมติดตามนะคะ วันนี้แค่นี้ก่อนแล้วกัน ไว้เจอกันใหม่คร่า





 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 1 สิงหาคม 2553 5:32:20 น.
Counter : 892 Pageviews.  

My Elizabth Arden : Stack Your Color Box

ต่อจากเมื่อวานที่มาอัพบล็อกเปิดถุงช็อปเกาหลีไว้ วันนี้เลยขอมาทยอยลงรีวิวของที่ได้มาจากทริปเกาหลีซะหน่อย เนื่องจากไม่สามารถลงได้หมดในวันเดียว เพราะซื้อมาเยอะมากกกกกกกก จนใช้ไม่ทันค่า

ใครยังไม่เห็นว่าซื้อมาเยอะขนาดไหน ตาม Link ไปดูเลยจ้า
//www.bloggang.com/mainblog.php?id=cherrylala&month=10-05-2010&group=1&gblog=20

ขอเริ่มจากที่ซื้อมาจาก Duty Free ก่อนเลยแล้วกัน เป็น set ของ Elizabth Arden : Stack Your Color Box



มีครบทุกอย่างในกล่องเดียว ไม่ว่าจะเป็น Eye Shadow, Eye Pencil, Blush, Bronzer, Lipstick, Lip Liner, Lip Gloss เยอะ และถูกมากกกกกกกกกกกกกกกก ทั้งหมดกล่องนี้สนนราคาแค่ประมาณพันกว่าบาทเท่านั้น คุ้มจิงๆ



ขอเริ่มที่ตลับแดงใหญ่เบ้ง มี 2 ชั้น ดูๆ ไปหน้าตาเหมือนเบนโตะญี่ปุ่น (พูดแล้วหิว )



เปิดมาชั้นแรกก็จะเจอกับ Blush และ Bronzer



ชั้นที่ 2 เป็น Eye Shadow 6 สี



ต่อด้วย Eye Pencil และ Lip Liner



Lipstick 2 แท่ง สีชมพู และสีน้ำตาลอมทอง



Lipgloss 2 แท่ง โทนสีเดียวกับ Lipstick แต่เป็นประกายวิ้งๆ สวยงาม



ลองสีให้ดู 2 สีด้านซ้ายเป็น Lipstick อีก 2 สีด้านขวาเป็น Lipgloss



สรุปว่าคุ้มค่าคุ้มราคาที่เสียไปมากมาย ชอบๆ มีให้เล่นหลายอย่างในกล่องเดียว

วันนี้แค่นี้ก่อนแล้วกันนะคะ ไว้คราวหน้าจะมารีวิวเครื่องสำอางค์เกาหลีมั่ง แต่ยังไม่รู้จะเริ่มจากยี่ห้ออะไรก่อนดี เลือกไม่ถูกอ่ะ ใครอยากให้รีวิวยี่ห้อไหน ลองเม้นมาบอกกันได้นะค๊า




 

Create Date : 11 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 1 สิงหาคม 2553 5:30:44 น.
Counter : 357 Pageviews.  

My Lola

วันนี้ขอเปิดกรุเครื่องสำอางค์ของ Lola ทั้งของเก่าที่มีอยู่แล้ว กับของใหม่ที่เพิ่งไปถอยมาจากตอนไป Workshop กับคุณแม่เมื่อไม่นานมานี้

รูปรวมของเดิมในกรุ


เริ่มจาก Lip Sheer สี Capri


เป็นอะไรที่ชอบมากกกกกกก เนื้อลิปนิ่มทาง่าย ไม่แห้ง ทาได้ลื่นโดยไม่ต้องทาลิปกลอสตาม ก็ได้สีสวยเป็นธรรมชาติเข้ากับสีปากเราสุดๆ แท่งกุดๆ ที่เห็นในรูปนี้เราใช้หมดไปแล้ว ตอนนี้ก็ซื้อแท่งใหม่มาแบบเดิม สีเดิม พกติดกระเป๋าทุกวัน เพราะสามารถแต่งหน้าได้หลายแบบ จะแต่งแบบ Natural Look หรือแต่งตาแบบ Smokey Eyes ก็ได้ และที่ชอบสุดๆ คือปลอกลิปสติกมีกระจกเด้งออกมา ทำให้สะดวกในการใช้ ไม่ต้องยุ่งยากหยิบกระจกให้วุ่นวาย เอาไปเลย 10/10 คร๊า

ชิ้นต่อมาคือ Blush on สี Teardrop


อันนี้ก็เป็นชิ้นโปรดอีกแล้ว สีออกชมพูเรื่อๆ ดูเป็นธรรมชาติ สามารถเอามาปัดผสมกับสีอื่นได้สวยเริ่ด ปัดนิดเดียวสีก็ออกแล้ว ถ้าหมดอันนี้ก็ซื้อต่อสีเดิมเนี่ยแหละค่ะ

ส่วนเจ้าพวงกุญแจลิปหลอดเล็ก La Petite สี Shangri-la


ได้เป็นของแถมมา จริงๆ รู้สึกเค้าจะขายเป็นแพ็ค 6 ชิ้นมั้ง อันนี้ถ้าใช้คู่กับลิปสีข้างบนก็เจิดเช่นกัน แต่เราเอาไว้พกเวลาไปลั้นลายามราตรี เพราะเล็กและเริ่ด เวิร์คค่า

มาเปิดถุงช็อปกันต่อดีกว่า


มีอะไรอยู่ในถุงหว่า?


ดูกันชัดๆ ทั้งหมดนี้ได้มาจากตอนที่ไป Workshop จริงๆ ซื้อแค่ 4 ชิ้น แต่ได้แถมมา 3 ชิ้น คุ้มจริงๆ



แกะกล่องออกมาดูซิ


เริ่มด้วยตัวแรกนะคะ Lip Tease Voluptuous Plumping Lip Gloss Forbidden สี Darling


เป็นลิปกลอสตัวใหม่ของแบรนด์นี้ พิเศษตรงที่จะช่วยให้ปากดูอวบอิ่มขึ้น จากที่ลองใช้ดู รู้สึกได้ว่าเวลาทาแล้วปากจะรู้สึกเผ็ดยิบๆ เหมือนลิปมันทำปฏิกิริยาอะไรซักอย่างกับริมฝีปาก แต่ซักพักก็จะหาย เรื่องความอวบอิ่มนี่ก็ไม่แน่ใจว่าช่วยได้รึป่าว เพราะปกติปากเราเจ่ออยู่แร้ว T_T สีเงาวาวเด้งดี Package ก็สวย ถือว่าโอเค แต่ถามว่าจะซื้ออีกมั้ย? คงไม่อ่ะค่ะ มันเผ็ดง่ะ

มาต่อกันด้วย Skindulgence Renewal Potion


ตัวนี้จริงๆ แล้วเราว่ามันก็คือ Primer เนี่ยแหละ เป็นเนื้อเจลใส ที่ช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนขึ้น สไตล์เดียวกับ Photo Finish ของ Smashbox นั่นแหละ แต่เท่าที่ลองใช้ก็ช่วยให้หน้ามันน้อยลง และเครื่องสำอางค์ก็ติดทนนานขึ้น ถือว่าใช้ได้ดีทีเดียว แต่ถ้าเปรียบเทียบราคากับปริมาณแล้ว เราว่ายังแพงไปหน่อยอ่ะ เพราะขนาดแกะกล่องมาใหม่ๆ ยังเบาโหวงเลย คาดว่าคงต้องใช้แบบประหยัดสุดขีด

ถัดมา SkinSilk Wet/Dry Powder Foundation สี Buff


เป็นแป้งผสมรองพื้น ที่ไม่หนามาก สามารถใช้ผสมน้ำเอาไว้โบกเวลาที่ต้องการความเด้งปกปิดสูง หรือจะใช้แบบธรรมดาสำหรับปกปิดทั่วไป เอาไว้เติมระหว่างวันก็ได้ แต่เราไม่ชอบ ส่วนใหญ่จะใช้โบ๊ะตอนเช้าทีเดียว แล้วระหว่างวันค่อยโปะ Pressed Powder ธรรมดาจะรู้สึกเบาหน้ากว่านะ

ส่วนลิปสติกที่เห็นอยู่ในรูปรวมนั่นก็คือ Lip Sheer สี Capri ที่เรารีวิวไว้ด้านบน นี่คือแท่งที่ 2 ชอบมาก (อีกแล้ว)


ตามมาด้วยของที่ได้แถมมา

Pressed Powder สี Porcelain


อันนี้เคยใช้มาแล้วเกือบหมดตลับ แต่ดันมาทำหล่นหายตอนเป็นลมที่ร้านอาหาร (ขายขี้หน้าจิงๆ) ชอบตัวนี้มาก เพราะเนียนใสเป็นธรรมชาติ คุมมันระดับนึง แต่หน้าเด้งนี่ยกนิ้วให้เลย แต่ที่ตอนนั้นยังไม่ได้ซื้อใหม่ เนื่องจากยังมีบรรดาแป้งในกรุต่อคิวให้ใช้อีกมากมาย จนมาคราวนี้ ได้เป็นของแถมถ้าซื้อครบ 5,000.- เหอๆ ชอบเลยของฟรีและดีก็มีในโลก

อีกอย่างที่ได้ฟรีมา Lip Indulgence Full Coverage Lip Gloss


อันนี้เค้าแจกทุกคนที่มาร่วมทำ Workshop คนละแท่ง เราไปกับแม่ เลยได้มา 2 แท่ง เป็นกลอสผสม Glitter วาวๆ สีชมพูสดวาวระยับเลยทีเดียว ส่วนสีใสๆ เอาไว้ทาทับลิปสีก็จะทำให้ปากเด้งขึ้นมาในบัดดล ชอบๆ

สรุป ตอนแรกไปทำ Workshop เพราะอยากได้ของฟรี ไปๆ มาๆ ทามมายกระเป๋าตังค์เบาหวิวเรยฟะ? ไม่เข้าใจตัวเอง




 

Create Date : 16 ธันวาคม 2552    
Last Update : 29 ธันวาคม 2552 14:05:03 น.
Counter : 2285 Pageviews.  

1  2  3  

Cherry Lala
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หวัดดีค่า ชื่อ Cherry นะคะ อายุอานามก็เข้าสู่วัยกลางคนเต็มที พยายามจะแอ๊บเด็กทุกวิถีทาง แต่ก็ไม่เป็นผลซักเท่าไหร่ T_T ตอนนี้ก็ทำงาน แล้ว เหนื่อยสาหัสมากมาย แต่ยังหาเวลามาอัพบล็อกได้ ที่จริง มีเรื่องอยากเขียนเยอะไปหมด ทั้งเรื่องเครื่องสำอางค์ ท่องเที่ยว กินดื่ม ยิ่งเรื่องไร้สาระนี่ขอให้บอก ถนัดยิ่งนัก แต่ไม่รู้จะเริ่มจากอะไรก่อนดี บวกกับขี้เกียจบ้างอะไรบ้าง เลยอาจจะอัพช้านิดนึง ยังไงก็ตามอ่านกันหน่อยนะค๊า ขอบคุณที่แวะมาค่ะ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Cherry Lala's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.