บูดูหวาน
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





>>>>>อดีตพยาบาลประจำห้องฉุกเฉิน
ที่ตัดสินใจทิ้งไซริจน์และเข็ม หันมาจับเม้าส์แทน<<<<<
อันความกรุณาปรานี จะมีใครบังคับก้อหาไม่ หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุราลัยสู้แดนดิน

Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add บูดูหวาน's blog to your web]
Links
 

 

Why Handmade Soap? ทำไมถึงต้องใช้สบู่ทำมือ




หลายคนมีคำถามนี้ แล้วถ้าไปซื้อสบู่ที่วางขายตามท้องตลาดทั่วไปไม่ง่ายกว่ารึ? ราคาก็ถูกกว่าด้วย

สบู่ทั่วๆไปหรือสบู่โรงงานประกอบไปด้วยสารเคมีจำพวกSodium Lauryl Sulfate หรือ Sodium Laureth sulfate สารชะล้าง(Detergents)ดังกล่าวนี้ในต่างประเทศหลายประเทศสั่งยกเลิกการใช้ไปแล้ว เพราะมีรายงานว่าเป็นสารก่อมะเร็ง (carcinogen)

สบู่ตามท้องตลาดบางยี่ห้อฟอกหลายครั้งไม่สะอาด บางยี่ห้อฟองท่วมท้นฟอกแค่ครั้งเดียวสะอาดเอี๊ยด แต่ผิวจะแห้ง ตึง คัน จนถึงขั้นนำไปสู่โรคผิวหนัง สารชะล้างดังกล่าวเป็นสารสังเคราะห์ชนิดเดียวกับที่ใช้ผลิตน้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า สบู่เหลว และยังรวมไปถึงยาสีฟันด้วย

หรือสบู่บางชนิดทำจากเบสสบู่ คือสบู่ที่เหลือจากการสกัดเอากลีเซอรีนออกไปเหลือเพียงเกลือสบู่แล้วเติมสารชะล้างเพื่อให้เกิดฟอง นอกจากนี้แล้วสบู่ก้อนในท้องตลาดยังเข้มข้นไปด้วยสีสังเคราะห์และหัวน้ำหอมสังเคราะห์ซึ่งล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ง่าย

สบู่ทำมือเป็นสบู่แท้จึงอ่อนโยนต่อผิวแต่สามารถชำระล้างคราบไคลและไขมันได้หมดจดแต่ยังคงความชุ่มชื้นนุ่มนวลให้แก่ผิว

Photobucket

ถึงแม้ว่าสบู่โรงงานบางยี่ห้อมีการเติมวัตถุดิบธรรมชาติลงไปแต่ก็ในปริมาณที่น้อยมาก ทั้งนี้ก็เพื่อดึงดูดใจผู้ใช้เท่านั้น แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ยังคงเป็นสารสังเคราะห์จำพวก SLS

การใช้สบู่ตามท้องตลาดทั่วไปนานๆอาจทำให้ผิวแห้ง หรือผิวมันจนรู้สึกว่าฟอกสบู่กี่ครั้งๆก็ไม่สะอาด แต่สำหรับสบู่ธรรมชาติ(ทำมือ)ซึ่งผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติสามารถเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ผิวสะอาดจนคุณต้องประหลาดใจในความแตกต่าง!

Photobucket

สบู่ทำมือเป็นสิ่งที่ใช้ทำความสะอาด ผลิตจากวัตถุดิบพื้นๆแต่เป็นมิตรต่อผิว

สบู่ทำมือเกิดจากกระบวนการรวมตัวกันของน้ำมันหรือไขมันกับน้ำด่าง(โซดาไฟ+น้ำ) จนได้เกลือสบู่และกลีเซอรีน หลายคนอาจมีคำถามเรื่องของการใช้ด่างจากโซดาไฟมาทำสบู่ว่าจะปลอดภัยพอที่จะเอามาใช้ฟอกหน้า ฟอกตัวได้หรือ? ความจริงคือสบู่ก้อนทุกชนิดต้องใช้โซดาไฟในกระบวนการผลิตทั้งนั้น

ขอชี้แจงกันให้เคลียร์ตรงนี้เลยว่า เมื่อปฏิกิริยาระหว่างน้ำมันและน้ำด่างเกิดขึ้นครบสมบูรณ์แล้ว โมเลกุลของน้ำมันและน้ำด่าง จะรวมตัวกัน(saponification)จนขั้นตอนสุดท้ายเกิดเป็นสบู่และกลีเซอรีน ดังนั้นจึงไม่มีโซดาไฟหลงเหลืออยู่ในสบู่อีกต่อไป

นักทำสบู่จะคำนวนปริมาณของโซดาไฟที่จะใช้สำหรับน้ำมัน/ไขมันแต่ละชนิดอย่างถูกต้องแม่นยำในทุกๆสูตรของการทำสบู่ ถ้าใช้โซดาไฟมากเกินสบู่จะแข็งเปราะตัดแล้วแตกเสียหาย แต่ถ้าใช้น้อยเกินสบู่ก็จะอ่อนนิ่มตัดแล้วเละ เสียรูปทรง และนักทำสบู่จะคำนวนให้มีน้ำมันเหลืออยู่ในเนื้อสบู่มากกว่า 5 % ขึ้นไปทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยต่อผิวและเพื่อให้น้ำมันที่เหลือเป็นตัวเคลือบผิว

ตัวอย่างเวปที่ใช้คำนวนน้ำหนักน้ำมัน น้ำและโซดาไฟ


//www.soapcalc.net/calc/soapcalcWP.asp

//www.thesage.com/calcs/lyecalc2.php

//www.snowdriftfarm.com/soapcalculator.htm

//www.brambleberry.com/Soap-Making-Lye-Calculator-W12.aspx




และหลังจากตัดสบู่แล้วยังต้องผึ่งสบู่ไว้อีก 3-4 สัปดาห์เพื่อให้กระบวนการ saponification ที่ยังเกิดต่อเนื่องได้ทำปฏิกิริยาต่อไปจนกระทั่งความเป็นด่างของสบู่ลดลงจนถึงจุดปลอดภัย(นักทำสบู่ต้องtestค่าความเป็นด่างก่อนนำสบู่ไปใช้หรือจำหน่าย)

นอกจากนี้แล้วสบู่ทำมือยังสามารถเติมสมุนไพรต่างๆเพื่อการปรนนิบัติผิวได้อีก

Photobucket

*** กลีเซอรีนเป็นผลิตผลที่ได้จากกระบวนการในการทำสบู่ สบู่ 1 กก. มีกลีเซอรีนปนอยู่ในเนื้อสบู่เพียง 4 % ดังนั้นกลีเซอรีนจึงมีราคาแพง นี่คือเหตุผลที่โรงงานผลิตสบู่สกัดเอากลีเซอรีนแยกออกไปขายต่างหาก แต่ในสบู่ทำมือจะยังคงมีกลีเซอรีนธรรมชาติอยู่ครบ สบู่ทำมือจึงให้ความชุ่มชื้นต่อผิวหลังการใช้***





 

Create Date : 24 ธันวาคม 2552    
Last Update : 25 ธันวาคม 2552 13:23:43 น.
Counter : 4232 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.