Review: การยกกระชับหน้า เลเซอร์ และการร้อยไหม
โอยยย..ฟังดูน่ากลัวมากใช่ไม๊คะ..
ผู้หญิงคนนี้อะไรนักหนา

ก็ต้องยอมรับแต่โดยดีว่า..ถึงวัยแล้วค่ะ!!
40 แล้วอิชั้นก็ยังอยากดูดีอยู่นะ..ไม่ต้องอ่อนกว่าวัยหรอก..แค่ให้สมวัยก็พอ

มาดูกันว่าทำไมพี่วิถึงต้องทำทั้ง 3 ตัวนี้มันช่วยได้จริงหรือ?

อย่างที่ทุกคนทราบว่าพี่หน้าเยินมาก
"จากการแพ้สกินแคร์และสิวฮอร์โมน" 
ที่บุกโจมตีอย่างกระหน่ำ รักษาเองมานานเกือบ 2 เดือน!!
แล้วได้เท่านี้!! ยังคงทิ้งร่องรอยไว้มหาศาล



คุณพระ!!  อิชั้นรู้คุณแอบอุทานสิ่งนี้อยู่ในใจ 555++..คุณเห็นยังตกใจแล้วอิชั้นหล่คะ??
ไม่ไหวเกินเยียวยา..พี่วิเริ่มหาข้อมูลที่เลเซอร์และการรักษารอยดำอยู่ตลอดเวลา
ยอมรับตรงๆ จากใจเลย..ว่าเครียดมากกกก..ครั้งแรกที่หน้าเยินได้รุนแรงแสลงใจขนาดนี้

ในช่วงที่พี่กำลังตัดสินใจว่าจะเลือกเข้ารับการรักษาที่ไหนดี..ก็เป็นความโชคดีมากๆ 
ที่มีโอกาสได้รู้จักพูดคุยกับทางหลายๆ คลินิค ต้องบอกทุกคนตรงๆ ค่ะว่า  
พี่วิทำเพจเกี่ยวกับความงาม  ไม่แปลกที่จะมีคลินิคศัลยกรรมติดต่อมา ก่อนหน้านี้ซัก 3 เดือนที่แล้ว
มี 2-3 คลินิคที่ติดต่อพี่มา และมุ่งประเด็นการร้อยไหม  ตอนนั้นไม่ปลื้มนะ!!  ไม่ใช่อะไรค่ะ

พี่กลัวถึงกลัวมากเรื่องการร้อยไหม..ข่าวแรง!!  เห็นน้องๆ  ใกล้ตัวไปทำมาบางคนเริ่ด.. 
แต่บางคนไม่!! แถมกระแสข่าวการร้อยไหมแล้ว  
เข้าเครื่องสแกนร่างกาย แล้วเลเซอร์ไม่ได้อีก

โอววว..กลัวนะ ไม่เอาแน่ๆ   พี่เลยเปิดใจปรึกษากับทางคลินิคนี้เรื่องการเลเซอร์เป็นหลัก  
ทางคลินิคให้คำแนะนำพี่อย่างดีทุกเรื่อง  ก่อนเชิญพี่ไปทดลองทำเลเซอร์ ครั้งแรก 
เพื่อลดเลือนรอยดำ และบริการอื่นๆ ตามความเหมาะสม  
เค้าและเราต่างก็คงพิจารณากันอยู่พอสมควร ในหลายปัจจัยเนอะ สรุปพี่ตัดสินใจ
เข้ารับบริการกับที่นี่ค่ะ Doctor Younger Clinic   ทำไม??  ไปดูพร้อมๆ กัน



เมื่อไปถึงคลินิคสิ่งหนึ่งที่รับรู้ได้คือ..ความสะอาดตา คลินิคสีขาวเขียวดูโมเดิร์นเชียวค่ะ 
พนักงานออกมาต้อนรับเป็นผู้จัดการประจำสาขาและอีกท่านคือคุณเจี๊ยบ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่ติดต่อและนัดกันในวันนี้ ก่อนได้พบอาจารย์หมอซึ่งพี่ Search หาข้อมูลล่วงหน้าไว้นิดหน่อยว่าใครหรอ??  
คนที่เราต้องฝากความไว้วางใจทั้งหมดไว้ที่เค้า... ข้อมูลที่ได้ทำให้พี่รู้สึกอุ่นใจมากขึ้น  
เพราะนอกจากท่านจะเป็นกรรมการผู้จัดการคลินิคแห่งนี้แล้ว ท่านยังเป็นอาจารย์หมออันดับต้นๆ ของเมืองไทยอีกด้วย ท่านคือ

นายแพทย์สว่าง อัมพรพันธ์




...เอิ่มมม..อึ้งไปชั่วครู่เพราะนอกจากท่านจะเป็นคุณหมอชื่อดัง 
ที่เคยเห็นท่านให้สัมภาษณ์อยู่บ่อยๆ  แล้ว ท่านยังดังมากๆ ในเรื่องการเป็นอาจารย์หมอ  
ที่สอนการร้อยไหมอีกด้วย!!

พี่รู้ตัวทันที!! ..อิชั้นคงไม่โดนแค่เลเซอร์แล้วล่ะ!!
แต่บอกตรงๆ นะ  ณ จุดนี้พี่เริ่มอุ่นใจขึ้นบ้าง  ถ้าจะต้องโดนร้อยไหมจริงๆ  
โดยคุณหมอฝีมือระดับอาจารย์หมอขนาดนี้..555++   
อิชั้นไม่ปฏิเสธให้พวกคุณรุมประนามอิชั้นหรอกค๊า..
แต่ขอดูสถานะการณ์ตอนคุยอีกหน่อยนะ..ในใจยังป๊อดอยู่นิดๆ

ไม่เกิน 10 นาทีหลังจากกรอกประวัติเสร็จ คุณหมอก็เข้ามาทักทาย 
อืมมมม..แอบคิดในใจนี่หมอที่ชั้นเห็นในรูปหรอ?? ท่านดูเด็กกว่าในรูปและใน TV มากค่ะ  
มีความเป็นกันเองมากไม่ถือตัว อีกสิ่งที่สัมผัสได้จากคลินิคนี้คือความใส่ใจ ทุกอย่างทุกคน
ทำให้เรารู้สึกสบายๆ คุณหมอยืนพิจารณาหน้าพี่  สักพักก่อนตัดสินใจว่าจะเลือกเครื่องมือตัวไหนในการแก้ปัญหาให้ตรงจุดจริงๆ  
และหนึ่งในนั้นคือการร้อยไหม!!


คุณหมอถามว่า “อยากทำไม๊ เอาที่เราสบายใจ”   
“ที่จริงหมอมองว่า แก้มช่วงคางคุณคล้อยนิดหน่อย  ทำให้ร่องแก้มดูลึก 
เก็บตรงนี้นิดเดียวหน้าจะดู  มีเชฟที่สวยชัดเจนขึ้น”  พี่รู้สึก!! 
อืมม.. นี่สิ!!  คนที่ฉั้นอยากคุยด้วย.. คนที่ไม่กดดัน ดูรีแล็กซ์  พร้อมให้คำปรึกษา 
พี่รู้สึกสบายใจมากๆ   ถึงแม้ในใจจะยังกลัวเจ็บ 
แต่ตอบแบบน้ำตาคลอนิดๆ ว่า..หนูทำใจมาจากบ้านแล้วค่ะ!! 555++

ปล. ที่ตัดสินใจยอมเจ็บ และเสี่ยง เพราะชื่อเสียงในฝีมือ 
รวมถึงความเป็นกันเองของคุณหมอล้วนๆ เลยนะ (อันนี้คิดในใจ!!)  
ทุกคนอาจมองว่า  เป็นใครก็ทำเพราะมันฟรี!! แต่สำหรับพี่!! ไม่ใช่ค่ะ!!...
ถ้าฟรี แต่คุณหมอโนเนม ไม่น่าเชื่อถือ..พูดจาไม่แคร์... เจ๊ก็ไม่เสี่ยงนะคะ..มีหน้าเดียวค่ะ..เหอะๆ




หลังจากสรุปขั้นตอนการรักษามีดังนี้…
1. ยกกระชับกรอบหน้า Ultra Deep Lifting
2. เลเซอร์ Fractional CO2 Laser  เฉพาะครึ่งหน้าด้านล่างที่เป็นรอยดำ
3. ร้อยไหม  ยกกระชับแก้มตรงแนวกรามนิดหน่อย
นั่งทำใจกันสักพัก   แล้วไปนอนแปะยาชากันค่ะ 
ทิ้งไว้ 45 นาทีค่ะ ช่วงนี้พี่ก็ถ่ายรูปมากมายและโซเชี่ยลไปเรื่อยๆ 
ครบเวลาปุ๊บ....ไปขึ้นเขียงค๊า


1.  ยกกระชับหน้า  Ultra Deep Lifting Program
โปรแกรมนี้ช่วยในเรื่องยกกระชับผิวหน้า เพื่อผิวเต่งตึง กระชับขึ้น ช่วยตอบโจทย์ทุกปัญหา 
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผิวหย่อนคล้อย และผิวมีริ้วรอย การ Lifting คล้ายการทำอัลตร้าซาวด์ที่หน้า  
พี่ยกที่ช่วงกรอบหน้าตรงแนวขมับถึงกราม..แอบกลัวนิดหน่อย..ลุ้นๆ ค่ะ 

ลงเจลใส ก่อน Lifting 




--> ความรู้สึกเหมือนมีอะไรกดบนหน้า  แล้วลึกเข้าไปในชั้นผิว   พอทำเสร็จก็ไม่มีรอยอะไรเลย
แค่มีความรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างเข้าไปลึกมาก.. หน่วงๆ นิดหน่อยไม่ถึงกับปวด

คุณหมอบอกว่าเจ้าสิ่งนี้จะช่วยยกกระชับตรงส่วนไขมันช่วงกรามของพี่ให้มันเฟิร์มขึ้น.. 
แดงนิดหน่อย.. อันนี้ชิลๆ   เสร็จแล้วพักสักครู่ แล้วไปต่ออีกห้องเพื่อเลเซอร์กันค่ะ ^_^


หลัง Lifing แดงเล็กน้อยมาก




เอารูปน้องปู ไปรยามาให้ดูพลางๆ สวยๆ 
พักสายตาก่อนไปดูหน้าเยินๆ กันต่อ..อิอิ






2. การเลเซอร์ที่ชั้นเฝ้ารอ คุณหมอเลือกทำ Fractional CO2 Laser 

นวัตกรรมด้านเลเซอร์ตัวนี้ไม่ใช่ตัวใหม่ล่าสุดนะคะ  แต่ตรงกับปัญหาผิวหน้าพี่มากที่สุด 
ช่วยแก้ปัญหาเรื่องผิวหน้าไม่เนียนเรียบ เหมาะกับใช้รักษารอยแผลเป็นจากสิว ผิวขรุขระ รูขุมขนกว้าง เพื่อผิวหน้าขาว กระจ่างหน้าใส และกระชับยิ่งขึ้น   
เจ้าตัวนี้เป็น Laser ที่มีลำแสงเล็กมาก..และทะลุทะลวงผิวได้ลึกสุดๆ จึงทำให้ความร้อนสามารถ
ไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ โดยไม่ทำให้เซลล์ผิวข้างเคียงถูกทำลาย และยังช่วยกระตุ้นการเสริมสร้างเซลล์ผิวใหม่ได้อย่างรวดเร็ว จึงมีระยะเวลา Down time สั้นเพียง 5-7 วัน

วันนี้เราเลเซอร์ลดรอยดำด้วยเครื่อง Fractional CO2 Laser  
จะทำเฉพาะส่วนตรงกลางหน้าค่ะ เอาออกไปบางส่วนก่อน 
เพราะตรงกรอบหน้าเราต้องทำอย่างอื่นร่วมอีกด้วย



เนื่องจากรอยกระลึกและรอยดำเต็มหน้าพี่..คุณหมอเห็นแล้วคงหมั่นเขี้ยว555+  
รู้สึกเหมือนกำลังโดยแสกนบาร์โค้ดบนหน้าอ่ะ..มันดังฟิกซ์ๆๆ     
ไม่เจ็บค่ะรู้สึกร้อนนิดๆ คุณหมอจะเพียรถามบ่อยๆ เจ็บไม๊ ร้อนไม๊ ไหวหรือเปล่า 
เพราะพี่นอนกัดกรามตลอดเวลาไม่ได้เจ็บนะ..มันลุ้นนนน!!!
พอ Laser เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่จะมาประคบเย็นให้ค่ะ


ในเรื่องของการเลเซอร์พี่วิให้การดูแลหน้าเป็นพิเศษมาก 
ต้องเลี่ยงแดด  แสงต่างๆ  ให้มาก เลี่ยงสารประเภทกรดต่าง ๆ เช่น AHA, BHA ฯลฯ
พักหน้าและการรอคอยช่วงตกสะเก็ด ประมาณ 5-7 วันค่ะ


การดูแลหน้า 7 วันแรก หลัง Laser พี่ดูแลตัวเองเป๊ะๆ ตามนี้เลยค่ะ
1. การดูแลความสะอาด พี่ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด แล้วเช็ดด้วยน้ำเกลือ 
ซับเบาๆ ด้วยผ้าก็อตตาข่ายๆ ที่คลินิคเตรียมมาให้ตลอด 7 วัน ทั้งเช้าและเย็นเลยค่ะ 
(ในวันที่ 1-2 วันแรก โป๊ะผ้าก็อตชุ่มๆ วางทิ้งไว้ 10 นาทีหลังเช็ดหน้าเสร็จ ตามคุณหมอสั่งเป๊ะ!!)

2. หลังจากเช็ดหน้าเสร็จแล้ว ลงครีมบำรุงที่ทางคลินิคเตรียมมาให้เช้าเย็น 1 อาทิตย์ 
เป็นครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสม Q10 ด้วย ให้ความรู้สึกผิวชุ่มชื้นมาก ๆ 

3. งดแต่งหน้า 1 อาทิตย์ และป้องกันหน้าด้วยการลงกันแดด SPF 50 PA++

4. งดนวดหน้า 1 เดือน

5. ห้ามนอนคว่ำหน้าหรือนอนตะแคง อันนี้ควรทำ 1 เดือนค่ะ!!

6.  ใน 1-2 วันแรก พี่นอนหมอนสูง ๆ หน่อย ช่วยลดอาการบวม



เสร็จในเรื่องของการเลเซอร์แล้วค๊า... 
ไปดูต่อกันในเรื่องร้อยไหมเลยนะ..เสียววุ้ยย >"< 


3. ร้อยไหมคืออะไร??
เราได้ยินเรื่องนี้ว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากประเทศเกาหลี ซึ่งที่จริงมีมานานมากแล้ว ในฝั่งยุโรป
ช่วยในเรื่องการยกกระชับหน้า ดึงหน้า ลดเลือนริ้วรอยที่เหี่ยวย่น 
ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก 
ฟื้นฟูเซลล์ผิวให้แข็งแรง เต่งตึง และคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิว 
นับเป็นทางเลือกใหม่ที่เห็นผลได้รวดเร็ว แต่จะปลอดภัยไม๊?? 

พี่วิอยากให้ทุกคน..เลือกคลินิคที่น่าเชื่อถือ ตัวคุณหมอที่มีชื่อเสียง 
และมีฝีมือทางด้านนี้โดยตรงดีกว่าค่ะ


โดยปกติไหมจะมีหลายชนิดค่ะ เช่น
1. ไหมธรรมดา ซึ่งไม่เป็นที่นิยมค่ะ
2. ไหมละลาย แบบเรียบ PDO คุ้นเคยกันดีกับคำว่า ไหมละลายเกาหลี
3. ไหมละลาย แบบมีเขี้ยว  อันนี้เป็นนวัตกรรมใหม่**
คุณสมบัติของไหมละลายทั้งข้อ 2 และ 3 เส้นไหมจะค่อยๆ ละลายหายไปเองภายใน 6-8 เดือน 
แต่หลังจากที่ไหมสลายตัวไปแล้ว โครงสร้างคอลลาเจนที่เกิดขึ้นยังจะทำให้ผิวกระชับ เต่งตึง 
ต่อเนื่องไปอีกค่ะ โดยรวมก็จะประมาณ 1 ปี
4. ไหมทองคำ ซึ่งไหมตัวนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในเรื่องของ ผลกระทบในระยะยาวค่ะ 
เช่นจะเข้าเครื่องสแกนร่างกาย หรือเลเซอร์ได้ไม๊ เพราะเนื่องจากทองคำเป็นตัวนำความร้อน 
และไม่สลายหายไปถึงแม้จะไม่ส่งผลเสียกับร่างกายก็ตาม

พี่วิ ได้ใช้ไหมชนิดที่ 3 ค่ะ เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมใหม่ล่าสุด คือ การร้อยไหมแบบมีเขี้ยว 
ซึ่ง คุณหมอสว่าง อัมพรพันธ์ ได้ศึกษามาโดยตรงจากประเทศรัสเซียและเกาหลี  
การร้อยไหมต้องใช้ความชำนาญและเทคนิคพิเศษเฉพาะทาง 
ไหมละลายตัวใหม่ล่าสุดที่มีคุณสมบัติพิเศษ คือ การสร้างเขี้ยวบนเส้นไหมด้วยเทคนิคขั้นสูง 
ทำให้สามารถยกและดึงผิวได้ดีกว่าไหมชนิดอื่น เพราะมีเขี้ยวเล็กๆ ช่วยพยุงผิวบริเวณแก้ม 
กราม ใต้คาง หรือในกรณีที่ต้องการดึงผิว เพื่อสร้างโหนกแก้มให้ชัดเจนขึ้น 
ก็สามารถทำได้ ซึ่งราคาก็จะสูงกว่าร้อยไหมละลาย แบบไม่มีเขี้ยวค่ะ



พอถึงเวลาเริ่มทำคุณหมอจะมาร์คจุด.. 
(ตอนนี้ใจเริ่มใจเสียแล้ว ..เริ่มเครียด!! คุณเจี๊ยบ MKT Manager ถึงขั้นต้องมาส่งกำลังใจข้างเตียง แถมยืนจับมือพี่ตลอดเวลา..
จนทำเสร็จ..น่ารักมากๆ..ปลื้มสุดๆ ค่ะ) รู้มาว่าเป็นนโยบายของที่นี่นะ ทำให้เราไม่กลัว 
และรู้สึกผ่อนคลายค่ะ ก็รู้สึกวางใจจริงๆ นะ แม้จะไปลำพังเพียงคนเดียวก็ตาม

คุณหมอแจ้งทุกขั้นตอนว่ากำลังทำอะไรบ้าง..  

ทำไมพี่ต้องร้อยไหม
คือช่วงแก้มพี่ลึก หน้าตอบมากค่ะ ทำให้หน้าดูไม่ผ่อง และดูแก่กว่าวัย 
เนื้อช่วงแก้มแนวกรามหย่อนคล้อย  คุณหมออยากเก็บเนื้อย้อยๆ นั้นขึ้นเพื่อให้หน้าพี่ดูไม่ตอบ 
ช่วยให้หน้าดูอิ่ม แต่มีเชฟที่คมและชัดเจนขึ้น
พอทำเสร็จคุณหมอให้ส่องกระจก...

ตาเถร!! ..... เอาเป็นว่าเจ๊พอใจมาก!!...  (ไม่ได้อวยนะ..พูดกันจริง ๆ)
ต้องบอกว่าหน้าพี่วิน้องๆ อาจจะไม่เห็นชัดนักเพราะมันคล้อยไม่มาก..
พี่วิร้อยไปข้างซ้าย 3 เส้น และข้างขวาแค่ 4 เส้นค่ะ   เนื่องจากหน้าพี่คล้อยไม่เท่ากันเล็กน้อย

บางคนอาจสงสัยว่าทำไมของเพื่อนหนูร้อยทีนึงข้างละ 20-40 เส้น 
พี่เข้าใจว่าอาจจะแตกต่างกันที่ชนิดของเส้นไหมค่ะ..แบบนั้นอาจเป็นไหมละลายแบบไม่มีเขี้ยว



เอ้ย....นี่ชั้นไม่ได้คิดไปเองคนเดียวใช่ไม๊?? พี่ถ่ายรูป Before & After ไว้ให้เปรียบเทียบ..
มาดูกัน ในเบื้องต้นนี้!!..ที่ยังบวมยาชาอยู่..พี่แฮปปี้แล้วสุดๆ!!
ไว้รอดูผลหลังหน้าเข้าที่อีกทีนะสาวๆ อีกประมาณ 1 เดือนค่ะ 
จะเป๊ะขึ้นแค่ไหน..ลุ้นไปพร้อมๆ กันค่ะ


ร้อยไหมมีแผลไม๊??
จากการร้อยไหมมีข้างละจุดเป็นรอยเข็มเท่านั้น.. ตรงขมับค่ะ
ตอนแรกคิดว่าหน้าจะช้ำและม่วงเขียวแบบโดนต่อย!!..  แต่กลับไม่มีเลยค่ะ 


ตอนร้อยไหมเจ็บไม๊อ่ะหรอ??..
ไม่เจ็บค่ะ..ผิดคาด!!..ปกติถ้าเจ็บ พี่จะ..ทำเป็นเปลี่ยนจุดสนใจนะ ไม่คิดถึงสิ่งที่กำลังทำอยู่..
แต่ครั้งนี้พี่ต้องสังเกตุ และจดจำทุกความรู้สึก เพื่อมาบอกเล่าให้ทุกคนได้อย่างละเอียด 
เลยเพ่งจิตมากกก555++  แต่ในใจอย่างเสียวอ่ะ.. ลุ้นมาก 
(คิดในใจตลอดเวลา หน้าเราจะออกมาเป็นไงว้า??) 

รู้เลย..ว่าเข็มลงจากตรงนี้นะ แล้วไหมกำลังถูกดึงนะ...แต่ความเจ็บปวดไม่บังเกิดค่ะ..
อาจตึงๆ บ้างนิดหน่อยเล็กน้อยมาก!!.. ถ้าทำเป็นลืมๆ ไม่สนใจคงไม่รู้สึกอะไรเลย

อาเป็นว่ามาตรฐานตัวพี่คือ..ขี้เจ็บขี้กลัวจอมงอแง..
และไม่อดทนเอาสะเลย!!
ถ้าพี่รอดมาได้พี่ว่าคนอื่นๆ ชิลมากๆ ค่ะ

อัพเดทหน้าโดยรวมกันเลยดีกว่า... ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ??

หน้าพี่..แต่งหน้าได้ง่ายขึ้นมากๆๆๆ  
ไม่ต้องโบกปกปิดมากมายเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
พี่คงไม่ต้องบอกใช่ไม๊?? 
ว่าปลื้มมากแค่ไหนที่หน้ากลับมาปกติอีกครั้ง!!
ครั้งแรกกับการเลเซอร์และร้อยไหม  ช่วยให้พี่กลับมามีความมั่นใจอีกครั้งค่ะ


ภาพนี้ไม่มีการตกแต่งหรือทำภาพแต่อย่างใดนะคะ แสงอาจจะแตกต่างกันบ้าง
เพราะบางวันครึ้มฝนมาเชียว
แต่พี่เลือกเวลาถ่ายให้ตรงกันคือ 10:30 น. ของทุกวันที่ถ่ายเก็บไว้ค่ะ




อ่านมาจนถึงตรงนี้!!  ไม่แปลกใจแล้วใช่ไม๊?? ว่าทำไมพี่เลือกทำกับที่นี่!!
ให้ 3 คำ..มันเห็นผล สบายใจ และไม่กดดัน!!

ที่จริงแล้วการเลเซอร์ครั้งนี้คุณหมอเน้นในเรื่องการปรับสภาพผิวหน้าพี่นะคะ
เนื่องจากครั้งแรกที่เจอกัน สภาพหน้าพี่แห้งกร้าน และรูขุมขนกว้างมาก นี่ยังไม่นับรอยดำนะ
คุณหมอเลยอยากเคลียร์ผิวหน้าให้ก่อน หลังจาก 15 วันผิวดูกระชับขึ้นมากค่ะ ชุ่มชื่นขึ้นด้วย
แต่ที่รอยดำดูจางลงเพราะมีการผลัดเซลล์ผิวที่ลอกจากการเลเซอร์..
อันนี้ถือเป็นประโยชน์ที่เป็นของแถมที่พี่ปลื้มมากๆ 

ส่วนในเรื่องรอยกระ และรอยดำที่ลึกๆ ยังจางไม่หมดนั้น 
เราจะกลับมาเลเซอร์กันอีกครั้ง..รอจัดหนักกันอีกทีค่ะ
เพราะคุณหมออยากปรับโครงสร้างหน้าพี่ให้ดูเข้ารูปกว่านี้ก่อน
ซีรี่ย์เกาหลีแสนยาวกันเลยทีนี้
รออัพเดทไปพร้อมๆ กันนะคะ..ว่าพี่วิจะเปลี่ยนแปลงมากขนาดไหน อย่างไรบ้าง??
บอกคำเดียว  "อีกเยอะ!!!"   5555++




ตอนนี้พี่ดีใจมากๆ ถึงแม้ผิวจะยังกลับมาไม่ 100% ก็ตาม 
แค่ได้กลับมาแต่งหน้าเบาๆ เปิดโชว์ผิวได้อย่างนี้อีกครั้ง ก็ปลื้มจนล้นแล้วล่ะค่ะ!!


คำเตือน:  กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน และการพิจารณาด้วยนะคะ
หากสนใจหรืออยากทำอะไรพี่วิแนะนำให้ทุกคนปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเฉพาะทางค่ะ

ฝากเพจไว้ติดตามกันแบบวันต่อวันที่นี่ค่ะ
เพราะเรื่องหน้าเราจะเม้าท์กันเรื่อง Filler & Botox จ้า.. อุ๊ต๊ะ!!
www.facebook.com/beauty4ties



ขอขอบคุณทุกท่านมากๆ ที่ดูแลพี่วิเป็นอย่างดี ขอบคุณ Doctor Younger ค่ะ
เรื่องค่าใช้จ่าย และรายละเอียดการรักษา  สามารถติดต่อสอบถามได้ที่นี่นะคะ-->








Create Date : 24 มิถุนายน 2556
Last Update : 25 มิถุนายน 2556 11:21:23 น.
Counter : 30871 Pageviews.

1 comments
  
ได้ความรู้อะไรใหม่ๆเพิ่มขึ้นค่ะ
โดย: ิbee (Malinaluk ) วันที่: 25 มิถุนายน 2556 เวลา:9:29:15 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

beauty4ties
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 157 คน [?]



หวัดดีค๊า...ก่อนอื่นคงต้องขอแนะนำตัวเองคร่าวๆ นี๊สนึงนะคะ..^_^ พี่วิชอบในเรื่องเมคอัพและการดูแลตัวเองค่ะ เลยอยากมาแชร์ความรู้เท่าที่มี และประสบการณ์ต่างๆ ในทุกๆ เรื่องที่ได้สัมผัส ทดลอง และเรียนรู้ทั้งหมดเก็บไว้ในบล็อกนี้ ซึ่งถือว่าเป็นงานเขียนที่พี่หลงรักมากๆ ตอนนี้เวลาใครถามว่าทำงานอะไรก็จะตอบสวยๆว่า "เป็นนักเขียนอิสระ ไม่มีสังกัดค๊า" 555+

แต่พี่วิอาชีพหลักเป็นแม่ค้านะ...พี่วิทำธุรกิจส่วนตัวเล็กๆอยู่ในประตูน้ำค่ะ เป็นธุรกิจผลิตเสื้อผ้า ออกแบบเองและค้าส่งค่ะทำมาได้ 7 ปีแล้ว ปี 2557 นี้ถือว่าธุรกิจเสื้อผ้าซบเซาที่สุดและเศรษฐกิจแย่สุดๆ สำหรับเจ๊!! แต่เจ๊ก็จะสู้สุดใจขาดดิ้นค่ะ ^^

ด้วยเข้าวัย40แล้วล่ะค่ะ..แต่เป็นคนสดใสร่าเริงคุยเก่ง เลยดูจะเป็นคนโลกสวยคิดบวกไปนิด..เพราะพี่บอกตรงๆว่ายังไม่อยากแก่เลยจิงจี๊ง..และพี่มั่นใจว่า...การคิดบวกช่วยให้เราแก่ช้าลงจริงๆ ค่ะ

เป็นคนมีปัญหาผิวหน้าค่ะ...เอาเป็นว่าขอ...ออกตัวแรงๆอีกสักรอบค่ะว่า...!!!..พื้นฐานหน้าแท้ๆ..จัดว่ายอดแย่!!!..แต่อยากให้ทุกคนเห็นว่าผิวหน้าที่มีกระ..สีผิวไม่สม่ำเสมอ..รูขุมขนกว้าง และริ้วรอยแห่งวัย40อย่างพี่วิ..จะทำนุบำรุงหรือบูรณะปกปิด..ตบแต่งพัฒนาได้ไม๊..อย่างไรบ้าง?? ก็เลยตั้งใจอยากมาแชร์ความรู้ เรื่องความสวยความงาม การดูแลตัวเอง..รวมถึงการดำเนินชีวิตแบบเราๆ วัยเนี้ยะ!!!..กับทุกๆคนน่ะค่ะ..ถือว่าบอกกล่าวเล่าสู่กันฟังนะ

และต้องขอโทษเพื่อนๆไว้ล่วงหน้าด้วยนะคะ..
1. ภาษาที่เรานำมาโพสท์คงใช้ตัวสะกดที่ไม่ถูกต้องบ้าง
2. จริตจก้านของเราที่อาจจะเยอะแยะ!!..ไปซะหน่อยเพราะความที่เป็นคนขี้เล่นมว๊ากกน่ะค่ะ

อยากให้ทุกคนมีความสุข..หัวเราะขำขันอารามณ์ดี..เลยต้องขออนุญาตกันก่อนอย่าถือสากันเลยน๊า.. อยากเห็นทุกคนมีรอยยิ้มทุกวันนะค๊ะ..^_^

นอกจากที่บล็อกนี้แล้ว..ทุกคนสามารถติดต่อพูดคุยกับพี่วิทุกวันได้ที่ Facebook นะคะ --> Beauty4ties

ขอบคุณทุกคนค่ะ ^^
New Comments