หากมีแต่เพียงท่วงท่าภายนอก ไร้ภายในชักนำ ก็เรียกได้เพียงว่า"รำมวย" ไม่สามารถเรียกว่า "มวยไท่เก็ก"
 
ธันวาคม 2549
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
7 ธันวาคม 2549

ประวัติมวยไท่จี๋ตระกูลเฉิน ตอนที่2 (สายหลัก)

ท่านเฉินฉางซิน และ เล่าเจี๊ยะ




ด้วยเหตุที่ท่านเฉินหวังถิง ได้รับเครดิตให้คิดมวยไปแล้ว
ดังนั้น ท่านเฉินฉางซิน (1771-1853) ตระกูลเฉินรุ่นที่14
ผู้ซึ่งได้ถ่ายทอดวิชา ให้ท่านหยางลู่ฉาน และทำให้เราท่าน
ได้รู้จักมวยไทจี๋ในวันนี้
จึงได้รับเครดิต จากตระกูลเฉินว่า เป็นผู้สังเคราะห์ปรับปรุงชุดฝึก
ดั้งเดิมให้กลายเป็นสองชุด คือ อี้ลู่ หรือชุดแรก และ เออร์ลู่ ชุดที่สองของเผ้าฉวย
รวมถึง ชุดฝึกอาวุธต่างๆ ทั้งทวนและพลองใหญ่
มวยชุดนี้ เป็นอย่างที่เรารู้จักและเรียกว่า เล่าเจี๊ยะ
หรือ แบบเก่า ในปัจจุบัน

ทางมวยไทจี๋ตระกูลหยางกล่าวกันว่า
วันหนึ่งท่านเฉินฉางซินสอนมวยเผ้าฉวยตระกูลเฉินอยู่นั้น
มีชายคนหนึ่งเดินผ่านมาพอดีจึงหยุดดู
พอเห็นการออกกำลังอย่างรุนแรง
แล้วขบขัน ชายคนนั้นจึงเผลอหัวเราะออกมา

ชายคนนนั้นรู้ตัวว่าตนเสียมารยาท
จึงเดินเลี่ยงหนี แต่ท่านเฉินฉางซิน
ไม่พอใจ จึงตามมาและคว้าจับไหล่
ชายคนนั้นไว้ ทันใดนั้น ตัวท่านเฉินฉางซินเอง
กลับถูกพลังสะท้อนกลับจนกระเด็นล้มลง

ท่านเฉินฉางซินรู้ว่าตนได้พบอจ.ฝีมือยอดเยี่ยมเข้าแล้ว
จึงขอฝากตัวเป็นศิษย์
ชายคนนั้นคือ ท่านเจียงฝานั่นเอง

ตอนนั้นท่านเจียงฝาติดธุระต้องไปเยี่ยมมารดา
จึงสั่งให้ท่านเฉินฉางซินฝึกด้วยการนั่งเก็บหินและกิ่งไม้
สามปีผ่านไปเมื่อท่านเจียงฝากลับมา
เห็นว่าท่านเฉินฉางซินทำตามคำสั่ง
จึงยอมรับเป็นศิษย์ และถ่ายทอดมวยไทจี๋ให้

แต่เนื่องจากมวยไทจี๋เป็นมวยนอกตระกูล
การที่ท่านเฉินฉางซินไปเรียนมวยไทจี๋
ถือเป็นเรื่องน่าอับอาย
ท่านเฉินฉางซินจึงถูกห้ามสอนเผ้าฉวย
ตระกูลเฉิน ให้สอนแต่มวยไทจี๋เท่านั้น



ผังบ้านตระกูลเฉิน

อย่างไรก็ตาม ทางตระกูลเฉินไม่เชื่อเรื่องนี้
เนื่องจาก หากเป็นจริงเช่นนั้น
ก็เท่ากับว่า คนคิดมวยไทจี๋ไม่ใช่ท่านเฉินหวังถิง
หรือ คนตระกูลเฉิน

- แน่นอนว่า มีหลักฐานที่ขัดแย้ง
กับเรื่องเล่าของตระกูลหยางหลายประการ
แต่ก็ยังสรุปแน่นอนไม่ได้ จนปัจจุบัน
ทั้งเรื่องท่านเฉินหวังถิงคิดมวย
และ เรื่องท่านเฉินฉางซินเรียนจากท่านเจียงฝา

ท่านเฉินฉางซินได้เขียนบทความไว้สามเรื่อง
คือคำบรรยายสิบประการของมวยไทจี๋
หลักสำคัญในการฝึกมวยไทจี๋ และหลักการต่อสู้ของมวยไทจี๋

อ่านข้อเขียนของท่านเฉินฉางซินบางส่วนได้ที่นี่ครับ

//www.martialtaichi.com/TaiChi%20Articles8-1.htm

นอกจากจะสอนมวยแล้ว ท่านเฉินฉางซินยังประกอบอาชีพรับจ้างคุ้มกันสินค้า
ท่านเดินทางไปทั่วชานตุงมากกว่าสิบปี และได้รับการยกย่องในแวดวง
หมัดมวยในเวลานั้น

มีเรื่องเล่าว่า วันหนึ่งงิ้วมาแสดงในหมู่บ้าน คนไปดูกันเนืองแน่นจนไม่มีที่นั่ง
ต้องยืนดูกันด้านนอก มีแต่นหนุ่มและแข็งแรงเท่านั้น
ถึงจะฝ่าฝูงชน และทนยืนดูอยู่หน้าเวทีได้
เพราะว่าคนที่อยู่หน้าเวที จะถูกคนที่อยู่ด้านหลัง
ซึ่งพยายามเบียดเสียดเขามาผลักดันอยู่ตลอด
จนต้องถอยกลับไปด้านหลัง

ครั้งนั้นท่านเฉินฉางซิน ชมงิ้วอยู่ใกล้เวที
รอบๆตัวท่านห้อมล้อมไปด้วยผู้คนนับร้อย
แต่ท่านกลับสามารถยืนอยู่ที่เดิมได้อย่างสบาย
โดยไม่สะทกสะท้าน ไม่ว่าจะถูกผลัก ดัน
หรือถูกฝูงคนเบียดเสียดยัดเยียดแค่ไหนก็ตาม

คนที่ไปชนตัวท่าน จะรู้สึกเหมือนว่าไม่สามารถแตะต้องท่านได้
เหมือนน้ำกระทบหิน ซึ่งจะสะท้อนกลับไปโดยธรรมชาติ
ดังนั้นชาวบ้านจึงเรียกท่านว่า "ราชาผู้มั่นคงราวป้ายหิน"
ตลอดเวลานับ10ปี ที่ท่านท่องอยู่ในชานตง
โจรร้าย หัวขโมยต่างๆ ลดจำนวนลงไปมากแทบจะไม่เหลือ
มีข้อความจารึกในป้ายหินของชาวบ้านตามที่ต่างๆมากมาย
ที่รำลึกถึงท่าน รวมทั้งลูกชาย และหลานชายของท่าน
ซึ่งต่างก็เป็นอาจารย์ไทจี๋ที่มีชื่อเสียงเช่นกัน


ปล. ในหนังสือของท่านเฉินซิน ก็เขียนถึงท่านเฉินฉางซินไว้
แบบธรรมดา คือเป็นอจ.มวยคนหนึ่ง ไม่ได้มีข้อความ
สำคัญอะไรเป็นพิเศษ ...คงเพราะท่านเฉินฉางซิน
ไม่ใช่บรรพบุรุษสายของท่าน คือ ท่านเฉินซิน
เป็นลูกหลาน ทางท่านเฉินโหย่วเปิน




- ผังไทจี๋ตระกูลเฉิน คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพใหญ่ -

ผังสายตระกูลนี้ ส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะช่วงต้นๆ
เป็นการลำดับลูกหลาน
บางส่วนโดยเฉพาะในช่วงหลังๆ
เป็นการลำดับศิษย์ปนๆกันไปด้วย
ไม่ใช่เป็นลูกหลานของอจ.ท่านนั้นๆ

ถ้าสังเกตุดู จากผังตระกูลในบล๊อกก่อน
เปรียบเทียบกับผังอันนี้
จะเห็นว่า ลูกหลานท่านเฉินปู้นั้นมีมากมาย
แต่ที่สืบทอดมวยไทเก็ก กลับมีเพียงสอง
สายหลักเท่านั้น...??


สายแรก คือสายหลัก ที่เห็นแพร่หลาย
กันในปัจจุบัน นับตั้งแต่ ท่านเฉินหวังถิงลงมา

ผมเคยมึนมานานแล้ว โดยเฉพาะอจ. รุ่นที่ 19 ทั้งหลาย
ท่านแซ่เฉิน เหมือนๆกันหลายท่าน มักจะรู้แต่ว่า
ท่านเป็นศิษย์ใคร แต่ไม่รู้ว่าเป็นลูกอจ.ท่านใดกันแน่
คราวนี้เลยลองค้นๆดู

ผังตระกูล ของทางสายท่านเฉินฉางซินซึ่ง
ถือเป็นสายหลัก ของตระกูลเฉินในปัจจุบันเป็นแบบนี้ครับ

นับจาก ท่านเฉินหวังถิง รุ่นที่ 9 มีลูกชาย 2 คนคนหนึ่งคือท่าน
>>>รุ่นที่10 เฉิน หลู่ซิน ซึ่งมีลูกชายสองคน ท่านหนึ่งคือ
>>>รุ่นที่11 เฉิน เต๋อคุน มีลูกชายคนเดียวคือ
>>>รุ่นที่12 เฉิน ซานถง มีลูกชายสามคน คนหนึ่ง คือ ท่าน
>>>รุ่นที่13 เฉิน ปิงหวัง ซึ่งเป็นบิดาท่าน
>>>รุ่นที่14 เฉิน ฉางซิน ลูกชายของท่านเฉินฉางซิน คือ

>>>รุ่นที่15 เฉินเกิงหยุน

"ท่านเป็นผู้คุ้มกันภัย ในชานตง เวลานั้น มีเจ้าของโรงเตี้ยม
คนหนึ่งที่ เล่ยเจ้าฟู่ ซึ่งมีชื่อเสียงในทางร้าย ชื่อว่า
เถียน เอ้อร์หวัง เป็นผู้อิทธิพลในท้องถิ่น มีลูกน้องติดตามกว่า
300 คน ท่าน เกิงหยุนเดินทางมาที่โรงเตี๊ยม
เพราะเคยได้ยินเรื่องเถียนเอ้อร์หวัง
เถียน สั่งให้ลิ่วล้อหลายคนล้อมท่าน เกิงหยุนเอาไว้

ตอนนั้น ในมือท่านเกิงหยุน มีเพียงกล้องยาด้ามยาวเท่านั้น
ท่านเกิงหยุนโบกกล้องยาไปมา หัวเราะและกล่าวว่า
"ขอโทษด้วย ขอโทษด้วย"
ทันใดนั้นพวกสมุนก็ล้มคว่ำไปทั้งสี่ทิศ
พวกนักเลงตกใจมาก หวาดกลัวจนขนหัวลุก
ท่านเกิงหยุนทำให้พวกมันยอมรับในฝีมืออย่างที่สุด
ดังนั้น พวกมันจึงไม่กล้าหาเรื่องอีก และขอเป็นเพื่อนกับท่านแทน

ท่านเฉิน เกิงหยุน อาศัยอยู่ในชานตงนับสิบปี
เหล่าโจร ขโมย ต่างเปิดทางให้ท่าน ไม่กล้าหือ
ชาวซานตง ได้ตั้งป้ายหิน เพื่อระลึกถึง
เกียรติคุณ และการกระทำของท่านไว้"
เขียนโดย..เฉินเจ้าเป่ย

ท่านเฉินเกิงหยุน มีลูกชายสองคนคือ

>>>รุ่นที่16 ท่านเฉินเหวียนเหนียน และ ท่านเฉินเหวียนสี่ฝั่งท่านเฉินเหวียนเหนียน มีลูกชายสองคน คือ

>>>รุ่นที่17 ท่านเฉินเหลียนเก๋อ และ ท่านเฉินเติงเก๋อ ท่านเฉินเติงเก๋อ เป็นบิดาท่าน

>>>รุ่นที่18 เฉินเจ้าเป่ย



ท่านเฉินเจ้าเป่ย (1893-1972) มักใช้นามปากกาว่า เฉินจี่ฝู
ท่านเป็นลูกชายของ ท่านเฉินเติงเก๋อ รุ่นที่17 และเรียนมวยจากท่านพ่อ
รวมทั้งอจ.ท่านอื่นๆ เช่น ท่านเฉินเหวียนสี่ รุ่นที่16(พ่อท่านเฉินฟาเคอ)
ท่านเฉินฟาเคอ รุ่นที่17 จากนั้นจึงได้เรียนกับท่านเฉินปินซาน รุ่นที่16
ซึ่งผมยังหาข้อมูลของอจ.ท่านหลังนี้ไม่เจอ

บางคนบอกว่า ท่านเรียนกับท่านเฉินซินด้วย
แต่ ท่านเฉินเจิ้งเหลย และลูกของท่านเฉินเจ้าเป่ย
คือ ท่านเฉินเข่อเซิน ไม่ได้กล่าวถึงท่านเฉินซินเลย


ภาพท่านเฉินฟาเคอผลักมือ

พอท่านอายุ 21 ก็ออกจากเฉินเจียโกวไปทำการค้า
ที่กานสู และเหอเป่ย ระหว่างนั้นท่านก็สอนไทจี๋ไปด้วย
พออายุ 28(1921) ท่านกลับเฉินเจียโกว
มาเรียนมวยเพิ่มเติม และสอนมวยใน
สมาคมศิลปะการต่อสู้ เวนเสี้ยน

พอถึงปี 1928 ท่านเดินทางไปสอนมวยที่เป่ยจิง
แต่แล้ว พอปี 1930 ก็นายกเทศมนตรีของนานจิง
ก็เชิญท่านไปสอนมวยที่นานจิงด้วยเงินจำนวนมาก
ตอนนั้นก๊กมินตั๋งกำลังมีอำนาจปกครองนานกิง

เวลานั้น ศิษย์ที่เป่ยจิง ยังเรียนมวยได้ไม่จบชุด
ท่านจึงได้เชิญลุงใหญ่ และอาจารย์ของท่าน
คือท่านเฉินฟาเคอ มาสอนที่สำนักที่เป่ยจิงแทน
นับว่า ท่านเฉินเจ้าเป่ย คือบุคคล
อันเป็นต้นกำเนิดที่ทำให้มวยไทจี๋ตระกูลเฉินแพร่หลาย

ระหว่างอยู่ที่นานจิง ท่านได้ตีพิมพ์หนังสือ
"Chen Shih Tai Chi Chuan Hui Tsung"
โดยมีพื้นฐานมาจากผลงานของท่านเฉินซิน
นอกจากนั้น ท่านยังได้คิดค้น ชุดดาบตรงคู่ขึ้นมาด้วย
ท่านยังเป็นผู้ดูแล สถาบัน Nanjing Central Kou Shu Institute อันมีชื่อเสียง

ในปี 1942 ท่านเดินทางไปซีอานเรื่องงาน
และสอนมวยที่นั่นด้วย หลังจากเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง
ท่านจึงย้ายไปเมืองไคเฟิง เหอหนาน และสอนมวยที่นั่นอีก

ถึงปี 1958 ก๊กมินตั๋ง ทำสงครามกับ คอมมิวนิสต์
ท่านเจินเจ้าเป่ยพิจารณาแล้วเห็นว่า
ควรเกษียณตัวเอง และกลับสู่เฉินเจียโกวจะปลอดภัยที่สุด



ภาพการฝึกมวยในเฉินเจียโกวสมัยก่อน

เมื่อท่านกลับมาถึงบ้านเกิด ก็พบว่า มวยไทจี๋
กำลังจะตายไปจากเฉินเจียโกวเสียแล้ว
เพราะหลังจากที่ท่านเชิญให้ท่านเฉินฟาเคอไป
สอนที่เป่ยจิงในปี 1928แล้ว ท่านเฉินฟาเคอ
ก็ไม่ได้กลับมาสอนมวยที่บ้านเกิดอีกเลย
ทำให้มีคนฝึกไทจี๋เหลืออยู่ในเฉินเจียโกวน้อยมาก

***ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญที่น่าสนใจมาก***
คือ หากมวยไทจี๋เป็นมวยที่สอนแพร่หลายกันใน
เจินเจียโกว ทำไม ถึงมีอจ.มวยเหลืออยู่ไม่กี่คน
พอขาดท่านเฉินฟาเคอ ท่านเฉินเจ้าเป่ยไป
ถึงกับไม่มีคนสอน..??


ด้วยเหตุนี้เอง ท่านเฉินเจ้าเป่ย จึงถูกจดจำ
โดยเหล่าอจ.รุ่นที่19 อย่างท่านเฉินเสี่ยวหวัง
เฉินเจิ้งเหลย หวังซีอาน และจู่ เทียนไช่ว่า
เป็นผู้จุดประกาย ในการรื้อฟื้นมวยไทจี๋
ในเฉินเจียโกวขึ้นใหม่


ภาพท่านเฉินเจ้าเป่ย แถวสองคนขวาสุด
กับเหล่าศิษย์ในเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ ปี 1965


ไม่มีอะไรมีคุณค่ามากกว่านั้นอีกแล้ว
ถึงแม้ว่าในช่วยปฏิวัติวัฒนธรรม
ท่านจะถูกข่มเหงด้วยพวกเรดการ์ด
และสั่งห้ามสอนวิชาโบราณ
แต่ท่านก็ยังบากบั่น แอบสอนศิษย์ของท่านอย่างลับๆ

สำนักของท่าน คือที่บ้านท่านเอง
บ้านน้อยหลังนั้น เป็นเหมือนจุดเริ่มต้น ในการก่อกำเนิดนิวเคลียสอันเป็น
ศูนย์กลางในการเผยแพร่มวยในเฉินเจียโกว
และแพร่ขยายไปทั่วโลกในเวลาต่อมา

ท่านทำงานการเผยแพร่หนักมาก
พาศิษย์หนุ่มทั้งหลาย เดินทางไปแสดง
และร่วมงานสาธิตกังฟู
แม้กระทั่ง เมื่อท่านอายุ 80แล้ว
ท่านก็ยังสอน ยังผลักมือกับลูกศิษย์อยู่

การตรากตรำทำงาน ประกอบกับสภาพ
ความเป็นอยู่ที่ไม่สู้ดีนัก เพราะการสอนมวยให้เด็กๆ
ไม่เหมือนกับสอนมวยหาเงินจากพวกเศรษฐี
ไฮโซผู้มั่งคั่งท่านจึงเสียชีวิต เพราะทำงานหนักเกินไป

ปล.1 ผมยังหาข้อมูลของ อจ.เฉินเข่อเซิน
ลูกชายท่านเฉินเจ้าเป่ยไม่ได้ ท่านคงสอนอยู่แต่ในเมืองจีน

ปล.2 สาเหตุที่ท่านเฉินเจิ้งเหลยได้รับการยกย่องมาก
เพราะท่าน เป็นเหมือนผู้สืบทอดของท่านเฉินเจ้าเป่ยนี่เอง
ท่านเป็นลูกของน้องชาย ท่านเฉินเจ้าเป่ย จึงมีความ
ใกล้ชิดทางสายเลือดกับท่านเจ้าเป่ยมากกว่า ศิษย์แซ่เฉินคนอื่นๆ
ท่านเรียน และติดตามเดินทางไปกับท่านเฉินเจ้าเป่ย
เวลาท่านไปสอนมวยในหลายจังหวัด
ดังนั้นจึงเหมือนเป็นตัวแทน ของสายท่านเฉินเจ้าเป่ย
ส่วนท่านเฉินเสี่ยวหวัง เป็นเหมือนตัวแทนสายท่านเฉินฟาเคอ
-- ท่านเฉินเสี่ยวหวัง อายุมากกว่า ท่านเฉินเจิ้งเหลย 3-4 ปี

ปล.3 ประวัติโดยละเอียดของท่านเฉินเจ้าเป่ย
มีโอกาสผมจะเขียนลงในส่วนตำนานจอมยุทธ์ครับ



กลับมาที่รุ่นที่15 กันต่อครับ
ลูกชายอีกคน ของท่านเฉินเกิงหยุนคือ

>>>รุ่นที่16 ท่านเฉินเหวียนสี่

ท่านเฉินเจ้าเป่ยเล่าว่า
"ท่านเฉินเหวียนสี่ ได้รับการบันทึกไว้ว่า
เป็นผู้ฝึกสอน ครอบครัว บ้านหยวนซือข่าย
(ต่อมาเป็นประธานาธิปดีจีนในยุคขุนศึกครองเมือง
ไล่ฮ่องเต้ปูยีออกจากวัง และภายหลังตั้งตัวเป็นฮ่องเต้
แต่ นั่งบัลลังค์ไม่นานก็ตาย)
ท่านเฉินเหวียนสี่ เป็นอจ.ผู้มีชื่อเสียง และมีฝีมือสูงเยี่ยม
ท่านเหวียนสี่ พบกับ หยวนซื่อข่าย
ในการแข่งขันครั้งหนึ่ง ซึ่งท่านไม่แพ้ใครเลย

จากซานตง ท่านเดินทางไปเทียนจิน และสอนที่นั่น
อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหกปี แต่เพราะมารดาของท่าน
ชรามาก ท่านจึงต้องเลิกสอน และกลับบ้านเกิดเพื่อดูแลท่าน
ท่านเฉินเหวียนสี่ฝึกฝนด้านการแพทย์ต่อมา
ตราบจนวันสุดท้ายของชีวิต"

ศิษย์ของท่านคนหนึ่ง คือ ท่านตู้อวี้จื่อ Du Yu-zi
ได้เผยแพร่มวยตระกูลเฉินในไต้หวัน
ท่านตู้เป็น อจ.ไทจี๋ตระกูลเฉิน ที่มีลำดับรุ่น
สูงสุดในไต้หวัน ท่ามวยของท่าน
ต่างจากท่านเฉินฟาเคอ และ ตระกูลเฉินปัจจุบัน


ภาพท่านตู้คนสวมหมวก และเหล่าอจ.ไทจี๋สายเฉินในไต้หวัน


ลูกชายของ ท่านเฉินเหวียนสี่ คือท่าน

>>>รุ่นที่17 เฉินฟาเคอ (1887-1957)




ท่านนับเป็นเหลนโดยตรงของท่านเฉินฉางซิน
สมัยเด็กๆท่านขี้โรค และไม่ค่อยสนใจฝึกมวยไทจี๋เท่าไหร่นัก
จนกระทั่งคนพูดกันว่า วิชามวยอันยอดเยี่ยม ของครอบครัวท่าน
ที่สืบทอดมาจากท่านเฉินฉางซิน จนถึงท่านเฉินเหวียนสี่
คงจะไร้ผู้สืบทอด( หมายถึงผู้สืบทอดที่เป็นสายเลือดโดยตรง)
พ่อของท่านควรจะสอนวิชาแพทย์ให้มากกว่า

การที่ถูกดูถูก ทำให้ท่านมุมานะฝึกฝนอย่างหนัก ท่านเฉินฟาเคอเล่าให้ฟังว่า
ท่านทำแม้กระทั่งลุกขึ้นกลางดึก เพื่อแอบฝึกอย่างลับๆ อยู่นับปี
จนกระทั่งฝีมือพัฒนาขึ้น ในที่สุดท่านก็ได้รับการยอมรับ
ให้เป็นอาจารย์เมื่ออายุ 17 ปี


ภาพท่านเฉินฟาเคอ จากหนังสือปี 1947 ท่านอายุ60ปี


ในปี 1907 เมื่อท่านเฉินฟาเคอ อายุ20 ท่านได้เข้าร่วมกับ
การแข่งขันใน เวนเซี่ยน และชนะได้รับเกียรติสูงสุด
คำล่ำลือของฝีมือท่าน ได้ยินไปถึงหู ขุนศึก หานฟูจู
ขุนศึกจึงต้องการจะจ้างท่านเป็นอาจารย์มวย
แต่ท่านเฉินฟาเคอ ยังลังเล ไม่แน่ใจ ทำให้ท่านขุนศึกโกรธ
บันดาลโทษะ ว๊ากเผ้ย ตามประสาคนใหญ่คนโต
สั่งให้ลูกน้องโจมตีท่านเฉินฟาเคอด้วยหอก
แต่ท่านฟาเคอ สวนกลับการโจมตีนั้นไปอย่างง่ายดาย
ท่านจับปลายหอกนำมันสู่ความว่างเปล่า
และสะท้อนพลังกลับเข้าสู่ผู้โจมตี
ระหว่างที่มือท่านไม่ว่าง ทหารอีกคนที่ใช้ดาบก็ฉวยโอกาสโจมตีท่าน
ท่านเฉินฟาเคอ ใช้ขาในการปลดอาวุธทหารคนนั้นหลุดออกจากมือ

ท่านได้รับการจดจำ ในเรื่องความอุตสาหะในการฝึกฝน
ท่านจะรำมวยอย่างน้อยสามสิบรอบต่อวัน
และฝึก "ทวนเขย่า" อีกสามร้อยรอบ
(เป็นท่าบริหารด้วยทวน โดยการใช้ฉันซือจิ้งสั่นทวน)

ปี 1928 ท่านเดินทางไปเป่ยจิง ตามคำขอของท่านเฉินเจ้าเป่ย
และได้สร้างชื่อด้วยการเอาชนะอจ.กังฟูมากมาย
ทำให้ชื่อเสียงของมวยไทจี๋ตระกูลเฉิน เป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง




บางทีคุณูปการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของท่าน อาจเป็น
การที่ท่านสร้าง สายซินเจี๊ยะ ในเฉินไทจี๋

**ท่านเฉินฟาเคอเริ่มสอนมวยชุดนี้
ตั้งแต่ปี 1940 จนกระทั่งท่านเสียชีวิตในปี 1957
ท่านเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง สมาคมวูซูเมืองหลวงแห่งซานสี่
ร่วมกับ ท่านหูเหยาเจิ้น (อจ.มวยสิงอี้ของท่านเฟิง จื่อเฉียง)

ท่านเฉินฟาเคอมีศิษย์มากมาย รวมทั้งลูกชาย เฉินเจ้าซู่
เฉิน เจ้าขุย รวมทั้ง อจ.ดังๆมากมาย
อย่างท่านเฉินเจ้าเป่ย เฟิงจื่อเฉียง กู่หลิวซิน
หลิว ลุ่ยซาน ถังเหา หรือ ตั้งโหว หลี่จินอู่
หลี่ หลินอู่ หลี่หมู่หมิน หงจุ้นเฉิง และ เถียน ซุ่ยเฉิน
ประวัติโดยละเอียดของท่าน ผมจะเรียบเรียบอีกครั้ง
ในตำนานจอมยุทธ์ครับ


ใครอยากดูภาพท่ามวยของท่านเฉินฟาเคอ
คลิกที่นี่ครับ เต็มๆชุด
//www.taijigongfu.com/chenfakephoto.html


- เรื่องซินเจี๊ยะเองก็มีข้อขัดแย้งกันอยู่
บ้างว่า ท่านเฉินฟาเคอเป็นผู้คิดขึ้น เพราะเพิ่ง
มีคนเคยเห็นมวยชุดนี้กันในรุ่นท่าน

บางกระแสว่า ท่านเจินเจ้าขุย
มักจะพูดเสมอว่า มวยชุดนี้ ไม่ใช่ของใหม่
เป็นของดั้งเดิม ที่ถ่ายทอดกันมาลับๆในตระกูล
ไม่ได้สอนภายนอก มากก่อน คนเลยไม่รู้จัก

ความสับสนเรื่องการเรียกขานนั้น
มาจากตอน ท่าน กู่หลิวซิน และท่านถังเหา
ที่พยายามจำแนกชุดมวย แบ่งเป็นใหม่เก่า
ใหญ่เล็ก เอาเอง โดยที่ทางอจ.มวยตระกูล
เฉินก็ไม่เห็นด้วย แต่เมื่อหนังสือตีพิมพ์
เผยแพร่ไปแล้ว คนเลยเรียกกันตามอย่าง
จนกลายเป็นแบบนั้นไป

มวยชุดนี้ ท่านเฉินฟาเคอสอน
หลังจาก ที่สอน ท่านเฉินเจ้าเป่ยสอน ค้างไว้ คือเล่าเจี๊ยะ
และสอนแบบใหม่ทีหลัง เลยเรียกว่าซินเจี๊ยะ

มีโอกาสผมจะขยายความเรื่องนี้อีกที
เพราะแต่ละคนพูดไม่เหมือนกัน
ศิษย์ท่านเฉินเจ้าขุย บางคนว่า ท่านเฉินเจ้าขุยบอกว่าไม่ใหม่
บางคนว่า ไม่เคยได้ยินท่านพูดแย้งอะไร
ที่เรียกมวยชุด 83 ท่าว่าซินเจีย
เลยไม่รู้จะเอาไงกันแน่ ตอนนี้ยังค้น
บทความ เก่าๆไม่เจอครับ

ดูจากหลักการของมวยชุดนี้แล้ว คล้ายกับว่าจะเป็น
ชุดการใช้ ของมวยตระกูลเฉิน คือเป็นชุดที่เน้น
การฝึกปล่อยพลัง

บางคนกล่าวว่า มวยชุดนี้ ท่านเฉิน จงเฉิง รุ่นที่15
อจ.ทางสายเสี่ยวเจี๊ยะคิดค้นขึ้น
แต่ผมไม่มีข้อมูลมากกว่านี้ เลยไม่รู้ว่ายังไงกัน

ท่านเฉินฟาเคอมีลูกชาย 4 คน
คนโตเสียชีวิตตั้งแต่ยังหนุ่ม
ลูกชายคนรองของท่านเฉินฟาเคอคือ

>>>รุ่นที่18 เฉินเจ้าซู่ หรือ เฉินเจ้าสู ผมไม่แน่ใจครับว่าอ่านยังไง




ท่านเฉินเจ้าซู่(1911-1960) เป็นนักสู้ที่มีชื่อเสียง
ท่านเป็นผู้ช่วยของท่านเฉินฟาเคอ
ระหว่างที่ท่านสอนที่เป่ยจิงในช่วงยุคแรก
ท่านเป็นรู้จักในฝีมือด้าน เล่าเจี๊ย

ท่านเป็นพ่อของ อจ.เฉินเสี่ยวหวัง และเฉินเสี่ยวซิง
อจ.ผู้โด่งดังของตระกูลเฉิน รุ่นที่ 19
ท่านเฉินเจ้าซู่ถูกจับส่งไปค่ายกักกัน
ด้วยความบ้าไร้สาระทางการเมืองในยุค
เรดการ์ดในปี 1955 สุขภาพท่านยำแย่ลงมาก
จากสภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้ายจนทำให้ท่าน
เสียชีวิตลง ในปี 1960 เมื่ออายุเพียง 48 ปี
นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของมวยไทจี๋

ลูกชายคนเล็กของท่านเฉินฟาเคอคือ

>>>รุ่นที่18 เฉินเจ้าขุย หรือ เฉินเจ้าไข๋ว
หรือเจ้าขวย ไม่รู้พิมพ์แบบไหนถึงจะออกเสียงถูก
5 5 5 5






ท่านเฉินเจ้าขุย (1928-1981)
เริ่มเรียนมวยจากบิดาตั้งแต่อายุ 8ขวบ ที่เป่ยจิง
มีชื่อเสียงในเทคนิคด้านฉินหนา (คว้าจับ หัก ล๊อก)
จากนั้น ท่านสอนมวยทั้งในเซี่ยงไฮ้ และนานจิง
ท่านได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้นำซินเจี๊ยมาสู่เฉินเจียโกว

ปล. ตอนแรกท่านเฉินเจ้าเป่ย กลับมาสอนเล่าเจี๊ยะอยู่ในเฉินเจียโกว
จากนั้น พอท่านเฉินเจ้าขุยกลับมา จึงมาสอนซินเจี๊ย
ศิษย์ รุ่นที่ 19 มักเคยเรียนกับ อจ.ทั้งสองท่าน
รวมทั้งบางท่าน ก็เคยเรียน เสี่ยวเจี๊ยะ กับอจ.เฉินลี่ชิงด้วย
แต่อจ.เหล่านั้นไม่ได้เอามาสอนศิษย์ สอนแต่สายหลัก


คลิปท่านเฉินเจ้าขุย


ในปี 1973 เหล่าฝู้ฝึกมวยทางเฉินเจียโกว
กำลังระส่ำระสาย จากการจากไปของท่านเฉินเจ้าเป่ย
ในปี 1972 ทำให้ไม่มีอาจารย์สอน

ดังนั้นพวกเขาจึงเชิญท่านเฉินเจ้าขุยกลับมา
ท่านเฉินเจ้าขุยเปิดสอนโดยไม่คิดเงิน
ชั่วเวลาเพียงสามเดือน มีคนได้เรียนซินเจีย 83 ท่า
จากท่านนับร้อยๆคน




กลุ่ม อจ.เฉินเสี่ยวหวัง เฉินเจิ้งเหลย
หวังซีอาน และซู่ เทียนไช่ และคนอื่นๆ ที่เป็นศิษย์
ใกล้ชิดท่านเจ้าเป่ย ตอนนั้นเรียน เล่าเจี๊ย 72 ท่า
จากท่านเฉินเจ้าเป่ย มานาน 10 ปีแล้ว
หลังจากปรึกษากัน ทั้งหมดจึงไปเรียน
ซินเจียกับท่านเฉินเจ้าขุยด้วย ทำให้ระบบมวยไทจี๋
ในปัจจุบัน สายหลัก มีสอนทั้งสองแบบมาจนถึงทุกวันนี้





ระหว่างปี1973-1980 ท่านเฉินเจ้าขุย เดินทางกลับมา
เฉินเจียโกว นับสิบครั้ง สอนซินเจียะทั้งแบบสาธารณะ
และส่วนตัว ท่านถ่ายทอดความรู้ให้
อจ.ชื่อดังในยุคปัจจุบันมากมาย โดยเฉพาะ
กลุ่ม "สี่นักรบพระพุทธองค์" หรือบางทีก็เรียก
Four Great Jingangs ผมไม่รู้ว่ายังไงแน่
ของพวก อจ.เฉินเสี่ยวหวังดังกล่าว รวมทั้งศิษย์อื่น
อย่างเช่น อจ.หลิง เจียน เฉิงจินไซ่ หม่าหง และ อู๋เสี่ยวเปา



//www.taijiquan.info/Chen%20Zhao%20Kui_1/index.html


--เฉิน เจ้าไห่ ตระกูลเฉินรุ่นที่ 18ศิษย์ท่านเฉินฟาเคอ เป็นทหารกองทัพแห่งชาติ

รุ่นที่ 18 อีกท่าน คือท่าน เฉินเส้าลี่

เป็นศิษย์ท่านเฉินฟาเคอ แต่ไม่รู้ว่าเป็นลูกหลานใคร
อจ. เซียจุนเช็งซึ่งได้พบท่านที่ซีอานในปี 1973
เมื่อท่านอายุมากกว่า 80ปี ได้บันทึกไว้ว่า
ท่านเฉินเส้าลี่ เป็นหนึ่งในน้อยคนที่รู้จักการฝึกมวย 13 ท่า
ชุดต้นฉบับของท่านเฉินหวังถิง


ผมจะกล่าวถึง อจ.ดังๆรุ่นที่ 19 บางท่านแล้วกันนะครับ
ว่าเป็นลูกหลานใคร ส่วนมาก อจ.เหล่านี้
จะหาประวัติ บทสัมภาษณ์อ่านได้อยู่แล้ว
เพราะท่านยังมีชีวิตอยู่

1. เฉินเสี่ยวหวัง เกิดเมื่อปี 1946




หลานชายคนโตของท่านเฉินฟาเคอโดยตรง
เรียนมวยจากบิดา คือท่านเฉินเจ้าซู่
ลูกชายคนโตของท่านเฉินฟาเคอเมื่ออายุ 8 ขวบ
จากนั้น จึงเรียนจากท่านเฉินเจ้าเป่ยซึ่งท่านเรียกว่าลุง5
และ ท่านอา คือท่านเฉินเจ้าขุยต่อมา
ท่านชนะการแข่งขันวูซูแห่งชาติ ในปี 1980
และเป็นเหมือนตัวแทนสายหลักของเฉินเจียโกวกับโลกภายนอก
ต่อมาท่าน ได้ผสมผสาน ทั้งลู่แรก และลู่ที่สอง
เป็นมวยชุด 19 ท่า และ 38 ท่า

2. เฉินเสี่ยวซิง น้องชายท่านเฉินเสี่ยวหวัง




ท่านสอนมวยอยู่ในเฉินเจียโกวตลอด
ทำให้คนภายนอกไม่ค่อยรู้จักท่านนัก
เพิ่งเปิดตัวสอนฝรั่งไม่นานมานี้

3. เฉิน อวี้ ลูกชายท่านเฉินเจ้าขุยลูกชายคนที่สอง
ของท่านเฉินฟาเคอ


ภาพท่านเฉินอวี้ตอนเด็กๆกับบิดา


ท่านคืออจ.คนอ้วนๆ ที่เราเห็นกันในคลิป
ท่ามวยแบบของท่าน จะต่างจากสายมาตรฐานเล็กน้อย
เพราะท่านเฉินเจ้าขุยก็ทำตามแบบฉบับ
ของเหล่าอาจารย์รุ่นเก่า ที่มักจะถ่ายทอดเคล็ดเล็กๆน้อย
ที่ต่างออกไป ให้เฉพาะสำหรับลูกชายตัวเอง
ท่านเฉินอวี้ รูปร่างอาจจะดูไม่เหมือนอจ.มวย
แต่ท่านรำได้ทรงพลังมาก กระโดดได้นุ่มนวล
ทั้งที่รูปร่างใหญ่โตขนาดนั้น
ฝีมือด้านฉินหนา ของท่าน ก็ได้รับการถ่ายทอด
มาจากบิดาเป็นอย่างดี

ปัจจุบันท่านหน้าตาเป็นแบบนี้ครับ



4. เฉินเจิ้งเหลย อจ.คนสำคัญอีกท่านของเฉินเจียโกว





ท่านเฉินเจิ้งเหลยเกิดเมื่อปี 1949 พ่อของท่าน
ท่านเฉินเจ้าไห่ เป็นน้องชายแท้ๆของท่านเฉินเจ้าเป่ย
และ เสียไปตั้งแต่ตอนท่านเฉินเจิ้งเหลยอายุ1ขวบ
ดังนั้นท่านเจิ้งเหลย จึงพักอยู่กับลุงใหญ่ของท่าน
คือท่านเฉินเจ้าเป่ย ฝึกมวย และติดตามท่านไปที่ต่างๆ
ต่อมาจึงได้เรียนกับท่านเฉินเจ้าขุย ซึ่งเป็นท่านอาเหมือนกัน
แต่ไม่ใช่ญาติทางสายตรง
อจ.รุ่นที่19 ท่านอื่นๆ มีอีกเพียบ ลองหากันดูครับ

ต่อตอนสาม สายเสี่ยวเจี๊ยะ โลดครับ

************




Create Date : 07 ธันวาคม 2549
Last Update : 6 มกราคม 2550 21:02:43 น. 0 comments
Counter : 3249 Pageviews.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Ramin&Indra
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




สำหรับท่าน ที่ไม่ยังไม่รู้จักมวยไท่จี๋นะครับ

มวยไทจี๋ หรือ ไทจี๋ฉวน
มาจากคำว่า ฉวน แปลว่า มวย + กับ ไทจี๋
เป็นวิชา การต่อสู้ชนิดเดียวกับ ที่เราเรียกแบบแต๊จิ๊วว่ามวยไทเก๊ก
หรือ ที่กลุ่มกายบริหารเพื่อสุขภาพ
สมัยใหม่ เอาไปดัดแปลงแล้วเรียก ว่า ไทชิ
รวมทั้งศัพท์ วัยรุ่นที่เรียกว่า "ทิชชี่"
แถมยังมีแบบผสมโยคะ เอาไปเรียกว่า "โยชิ"
หรือ "ไทคะ"อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม วิธีฝึกแบบสมัยใหม่นั้น
บางครั้ง เป็นเพียงการยืมชื่อมาใช้
เพื่อโฆษณาสรรพคุณ
โดยไม่ได้มีเนื้อหาสาระ เกี่ยวข้องกับมวยไทจี๋เลย
หรือไม่ก็ เป็นการใช้คุณประโยชน์ของมวย
แค่เพียงกระผีกริ้นของมันเท่านั้น

มวยไทจี๋มีคุณประโยชน์มากมายมหาศาล
ในหลากหลายด้าน หากคุณได้ศึกษาจากผู้รู้
และ ฝึกฝนอย่างจริงจัง เป็นวิชา ที่คุณสามารถ
ใช้เป็นวิชาประจำตัว เรียนรู้จากมันได้ไม่มีที่สิ้นสุดจนตลอดชีวิต

บล๊อกนี้ผมตั้งใจจะ รวบรวม ประวัติ และ
ท่ามวยไทจี๋ของหลากแบบ หลายสายอาจารย์
ของมวยไทจี๋ตระกูลต่างๆเอาไว้ เผื่อผู้สนใจจะได้สามารถเปรียบเทียบได้

จากประวัติศาสตร์อันยาวนาน
ปัจจุบัน มวยไทจี๋แบ่งออกเป็นหลายแบบ
หลากตระกูล ที่สำคัญๆก็คือ
มวยไทจี๋ตระกูลเฉิน ตระกูลหยาง
ตระกูลอู๋ ตระกูลอู่ ตระกูลซุน
สายหมู่บ้านเจ้าเป่า สายบู๊ตึ๊ง

แต่ละสาย ยังแตกแขนงออกไปอีกมากมาย
รวมทั้ง สายแปลกๆ สาย ย่อยต่างๆอีก
ผมจะพยายามรวบรวมมาให้ดูกันครับ

ยังทำไม่เสร็จนะครับ มีหลายหัวข้อยังว่างอยู่
ค่อยๆทำไปเรื่อยแล้วกัน

ตอนนี้ หัวข้อที่มีเนื้อหาอยู่ คือ
** กำเนิดมวยไทเก๊ก
** มวยไทเก๊กตระกูลหยาง
** คำสอนปรมาจารย์
** ตำนานยอดฝีมือครับ
** ประวัติมวยไท่เก๊ก ทั้ง7สาย
** มวยไท่เก๊กตระกูลเฉิน

แต่ทั้งหมดก็ยังไม่ครบถ้วน
ยังคงอัพเดทเรื่อยๆครับ


บทความส่วนใหญ่ที่ผมเป็นคนแปล
จะมีข้อผิดพลาดในเรื่องการออกเสียง
ชื่อคน ชื่อสถานที่ภาษาจีน เพราะผมไม่รู้
ภาษาจีน และต้นฉบับเป็นภาษาอังกฤษเสีย
ส่วนใหญ่ ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้าครับ

อัพเดท สัปดาห์ละครั้งครับ
[Add Ramin&Indra's blog to your web]