bloggang.com mainmenu search


สวัสดีคอกาแฟทั้งหลาย วันนี้จอสจะขอพักจากการรีวิวเครื่องสำอางมารีวิวเครื่องชงกาแฟบ้าง

เนื่องจากว่าช่วงนี้ได้เครื่องชงกาแฟจาก NESCAFÉ Dolce Gusto มาใหม่ เลยจะมารีวิวให้ดูกันสักหน่อย


เชื่อว่าหลายคนที่ชอบดื่มกาแฟในตอนเช้าคงจะเป็นเหมือนกัน

เวลาที่อยากดื่มกาแฟสดคุณภาพดีสักแก้ว แต่ไม่อยากออกไปซื้อข้างนอกให้ยุ่งยาก

วันนี้จอสเจอสิ่งที่ตามหามานานแล้วค่ะ บอกได้เลยว่าเครื่องนี้ใช้ง่ายและรวดเร็วมาก

เหมือนยกร้านชงกาแฟสดมาไว้ที่บ้านเลยค่ะ จะเป็นยังไงเดี๋ยวเรามาดูกันค่ะ




NESCAFÉ Dolce Gusto รุ่น Mini Me เป็นเครื่องชงกาแฟที่มีขนาดกระทัดรัด แต่ดีไซน์เก๋ไก๋

ซึ่งเครื่องกาแฟได้รับรางวัลระดับโลกอย่าง Red Dot Design Award 2015

และ iF Product Design Award 2015 ด้วยนะ ถึงจะมีขนาดที่เล็กลงแต่ต้องบอกว่าประโยชน์ใช้สอยครบครันมากค่ะ


เครื่องชงกาแฟ NESCAFÉ Dolce Gusto รุ่น Mini Me สามารถชงได้ทั้งเครื่องดื่มร้อนและเย็น

สะดวกสบาย และใช้งานง่าย อันนี้สำคัญมาพร้อมกับแคปซูลกาแฟรสต่างๆ

ซึ่งจริงๆแล้วแคปซูลของเครื่องชงกาแฟ NESCAFÉ Dolce Gusto เค้ามีรสชาติมากถึง 12 รสเลยค่ะ

สำหรับใครที่ไม่ชอบดื่มกาแฟ สามารถเลือกเป็นเมนูอื่นได้เช่น ช็อคโกแลตหรือชาเขียว

และตัวแคปซูลเป็นกาแฟคั่วบดแท้นำเข้าจากต่างประเทศ และเก็บความสดของกาแฟได้นานถึง 1 ปี

เพราะฉะนั้นรับรองความสดและอร่อยได้เลยว่า คุณภาพแน่นอนค่ะ




เรามาดูตัวเครื่องกันบ้างนะคะว่าแต่ละส่วนเป็นยังไง

เริ่มจากตรงที่มือจอสจับอยู่ เรียกว่า “คันเลื่อน”

โดยคันเลื่อนนี้จะเป็นระดับน้ำที่เราสามารถเลือกได้ค่ะ ซึ่งเวลาชงจะมีบอกตรงแคปซูลว่า

ควรปรับระดับให้อยู่ตรงไหน ปุ่มข้างบนเป็นปุ่มเปิดปิด

และตรงคันโยกเล็กๆด้านหลังที่เป็นสีน้ำเงินและแดงจะเป็นการเลือก

ระหว่างการชงเมนูร้อนหรือเย็นค่ะ ต้องการแบบไหนก็เลื่อนคันโยกไปเลย ซ้าย/ขวา




ส่วนด้านล่างตรงนี้จะเป็นที่รองแก้วค่ะ สามารถปรับได้ถึง 3 ระดับกันเลยทีเดียว

ขึ้นอยู่กับขนาดของแก้ว เพื่อกันไม่ให้กาแฟหกเลอะเทอะนั่นเองค่ะ




ด้านหลังของตัวเครื่องจะเป็นที่สำหรับเติมน้ำนะคะ ก่อนชงทุกครั้งอย่าลืมเติมน้ำให้เพียงพอ

ซึ่งสามารถเติมน้ำได้ถึง 800 มิลลิลิตร สามารถชงได้อย่างน้อย 2-3 แก้วเลยทีเดียวค่ะ




ต่อมาในส่วนนี้จะเป็นช่องสำหรับใส่แคปซูล วิธีใช้ตามหมายเลขเลยนะคะ

1. ดันช่องตรงกลางขึ้นไปข้างบนก่อน

2. จากนั้นถึงจะสามารถดึงช่องใส่แคปซูลออกมาได้ค่ะ

3. ใส่แคปซูลลงไปตามช่อง และปิดให้เข้าที่เหมือนเดิม

แค่นี้ก็พร้อมที่จะชงกาแฟดื่มได้แล้วง่ายๆ แต่ก่อนอื่นอย่าลืมเลือกระดับน้ำก่อนนะคะ

ซึ่งระดับน้ำจะมีบอกไว้ตรงฝาแคปซูลเลยค่ะ หรือถ้าลืมก็สามารถดูจากกล่องได้เลย




ตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นคาปูชิโน่จะต้องใช้ทั้งหมดสองแคปซูล สีขาวและดำ

เริ่มจากใส่แคปซูลนมสีขาวก่อน ปรับระดับน้ำอยู่ที่ 6 ขีด

พอเสร็จแล้วก็ทิ้งแคปซูลเก่าและตามด้วยแคปซูลกาแฟสีดำ ปรับระดับที่ 1 ขีดค่ะ


ใน 1 กล่องจะได้ทั้งหมด 16 แคปซูล เท่ากับว่าชงได้ทั้งหมด 8 แก้ว

ราคาแต่ละกล่องก็จะแตกต่างกันออกไปแล้วแต่รสชาติ เริ่มตั้งแต่ 299-349 บาท

พอบวกลบดูแล้วก็จะตกอยู่แก้วละราวๆ 20 - 40 บาท ถือว่าถูกมากๆถ้าเทียบกับการซื้อ

กาแฟดื่มที่ร้าน แถมยังต้องเสียเวลาและค่าเดินทางอีกด้วยนะ ฝากไว้ให้คิด!




สำหรับปุ่มเปิดเครื่อง เมื่อเราเสียบปลั๊กแล้ว กดเปิดจะขึ้นเป็นไฟสีแดงก่อนค่ะ

รอไฟกระพริบไม่ถึง 30 วินาที ให้เปลี่ยนเป็นสีเขียว แปลว่าเครื่องพร้อมใช้งานแล้ว ก็สามารถโยกตรงคันโยกได้เลย




เอาล่ะ ทีนี้ถ้าพร้อมแล้วเรามาลองชงเมนูแรกกันดู

ตัวนี้เป็น Espresso Intenso ซึ่งจะต้องใช้แค่ 1 แคปซูล

ปรับระดับน้ำอยู่ที่ 2 ขีดตามฝาแคปซูลที่บอกไว้ แล้วก็โยกคันโยกไปข้างขวา

เนื่องจากว่าเมนูนี้เป็นเมนูร้อนค่ะ แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว

กลิ่นกาแฟหอมแน่นมาก ด้วยแรงดัน 15 บาร์นี่แหละที่ช่วยให้กลิ่นหอมและรสชาติอร่อยเหมือน

ยกร้านกาแฟสดมาที่บ้านเลยค่ะ เมนูนี้เหมาะสำหรับคนทานเข้มนะคะ แต่ถ้าอยากลดความเข้มขน

ลองเพิ่มน้ำอีกนิดก็ช่วยได้ค่า  หม่ะเดี๋ยวเราไปดูเมนูต่อไปกันบ้างดีกว่า




เมนูนี้เป็น Cappuccino ค่ะ ตามที่จอสได้อธิบายไปแล้วด้านบน

ว่าเมนูนี้จะต้องใช้ทั้งหมด 2 แคปซูล ซึ่งแคปซูลแรกจะออกมาเป็นนมค่ะ

(แอบกระซิบว่าแคปซูลนม นำเข้าจากต่างประเทศเชียวนะ)

หลังจากนั้นก็ใส่แคปซูลที่ 2 ก็จะออกมาเป็นเป็นกาแฟอย่างที่เห็นในรูป

พอเสร็จแล้วนางก็จะแบ่งชั้นเป็นเลเยอร์ที่สวยมากๆ นอกจากนี้รสชาติยังกลมกล่อมอีกด้วย

คือมีความหอมของกาแฟและนมผสมกันออกมาได้ลงตัวมาก ไม่หวานและไม่เข้มจนเกินไป

เหมือนดื่มกาแฟคุณภาพดีที่ร้านหรูๆเลยทีเดียว

เมนูนี้เป็นเมนูโปรดที่จอสเลือกดื่มในตอนเช้าบ่อยๆเลยค่ะ ประทับใจมาก




เลเยอร์ของ Cappuccino ร้อนค่ะ ออกมาสวยมาก




มาต่อกันที่เมนูสุดท้ายของวันนี้ค่ะ Cappuccino Ice

วิธีทำเครื่องดื่มเย็น เราจะต้องเติมน้ำแข็งลงไปในแก้วก่อนนะคะ

เนื่องจากว่าถ้าเราโยกคันโยกไปฝั่งน้ำเย็น น้ำที่ออกมาจะเป็นอุณหภูมิห้องนั่นเอง

และก็เหมือนเดิมค่ะ ใช้ทั้งหมด 2 แคปซูล โดยเริ่มจากนมก่อน

และตามด้วยกาแฟ อย่าลืมโยกไปฝั่งน้ำเย็นด้านซ้ายด้วยน้า อิอิ







และนี่คือเมนู Cappuccino Ice ที่ได้ออกมาค่ะ น่าทานมากๆ มีฟองนมด้านบนด้วย

เมนูนี้ก็อร่อยหอมหวานกลมกล่อมเช่นเคย เพียงแต่ว่าเปลี่ยนจากร้อนไปเย็น

เหมาะกับชงดื่มช่วงบ่ายๆ อากาศร้อนๆ ง่วงๆ ก็จัดไปเลยค่ะ มันชื่นใจจริงๆ




โดยรวมแล้วค่อนข้างพอใจกับเจ้าเครื่องนี้มากค่ะ มันเป็นอะไรที่สะดวกสะบาย

ใช้งานง่ายและสามารถชงได้หลายเมนู ไม่ว่าจะร้อนหรือเย็นก็ทำได้หมดเลยค่ะ

แคปซูลกาแฟก็ค่อนข้างที่จะคุณภาพดีมากๆเลย รสชาติต้องบอกว่าอร่อยพอๆกับไปนั่งดื่มที่ร้านเลย

เพียงแต่ว่าสะดวกสบายกว่า ไม่ต้องเดินทางไปถึงร้าน ก็ทำได้เองที่บ้าน

ที่สำคัญคือพอคำนวนราคาออกมาแล้วไม่แพงด้วยค่ะ ถือว่าถูกกว่ากาแฟหลายๆร้าน


ดีไซน์สวย ใช้งานง่าย และราคาประหยัดขนาดนี้ จอสให้ผ่านเลยค่ะ

โดยเครื่องชงกาแฟ NESCAFÉ Dolce Gusto นี้มาในเซ็ตพร้อมแคปซูลกาแฟ 3 รสชาติ

ราคาเพียง 3,490 บาท นอกจากนี้ยังมีแคปซูลเครื่องดื่มรสชาติต่างๆอีกกว่า 13 รสชาติให้เลือกอีกด้วย


เพื่อนๆที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

สั่งเครื่องชงกาแฟ : https://nescafedolcegusto.popsho.ps

สั่งแพ็กเกจรายเดือน : https://nescafeclub.popsho.ps/ndg/th/promotion_dolce_page

Facebook - https://www.facebook.com/NescafeDolceGustoThailand


วันนี้จอสต้องขอตัวไปดื่มด่ำกับรสชาติสุดกลมกล่อมของกาแฟก่อน

ไว้เจอกันใหม่นะคะ xo




Create Date :14 พฤศจิกายน 2559 Last Update :18 พฤศจิกายน 2559 12:31:30 น. Counter : 1004 Pageviews. Comments :1