Group Blog
 
<<
มกราคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
25 มกราคม 2554
 
All Blogs
 
:: ผื่น..ปัญหาใหญ่ของลูกน้อย

คุณพ่อคุณแม่เคยสังเกตไหมคะว่าเด็กเล็ก ๆ มักจะมีผื่นคันเกิดขึ้นให้รำคาญใจอยู่บ่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่คุณก็ดูแลลูกเป็นอย่างดี ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ลูกเกิดผดผื่นนั้นมีมากมายหลายสาเหตุ ทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน เรามาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง คุณพ่อคุณแม่จะได้เข้าใจและไม่กังวลมากเกินไปค่ะ



ผื่นจากต่อมเหงื่อ


ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ร่างกายก็ต้องระบายความร้อนออกจากร่างกาย ซึ่งส่วนหนึ่งระบายออกมาทางผิวหนังพร้อมกับเหงื่อ แต่เนื่องจากพื้นที่ผิวของเด็กมีขนาดเล็กกว่าของผู้ใหญ่มาก จึงทำให้ร่างกายของเด็กขับเหงื่ออกมามากกว่าผู้ใหญ่เพื่อระบายความร้อน แต่ต่อมเหงื่อของเด็กเล็กยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ จึงทำให้ต่อมเหงื่อเกิดการอุดตันและกลายเป็นผดผื่นในที่สุด ผดผื่นที่เกิดจากต่อมไขมันอุดตันจะมีทั้งผดใส ผดแดง และ ผดสีขุ่น ซึ่งเด็กจะมีผลแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับความลึกของต่อมเหงื่อที่อุดตัน

ถ้าอุดตันที่ผิวหนังชั้นนอก ก็จะเห็นเป็น ผดเม็ดใส ๆ
ถ้าอุดตันที่ผิวหนังชั้นกลาง ก็จะเป็น ผดแดง
ถ้าอุดตันที่ผิวหนังชั้นใน ก็จะเป็น ผดสีขุ่น


นอกจาการเกิดผดผื่นเนื่องจากต่อมเหงื่อมีการอุดตันแล้ว คุณแม่อาจจะ รู้สึกว่าลูกตัวร้อนกว่าปกติด้วย นั่นก็เป็นเพราะร่างกายของลูกขับความร้อนออกมามากกว่าผู้ใหญ่นั่นเอง เพราะฉะนั้นหากคุณแม่รู้สึกว่าลูกตัวร้อนกว่าปกติ ก่อนที่จะตัดสินว่าลูกเป็นไข้ไม่สบาย ให้คุณแม่สังเกตอาการโดยทั่วไปของลูกก่อน ถ้าเจ้าตัวเล็กยังร่าเริงแจ่มใส กินนมได้เป็นปกติ ก็แสดงว่าลูกยังแข็งแรงดี ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

การป้องกันผื่นคันจากต่อมเหงื่ออุดตันนั้นทำได้ไม่ยาก หากเป็นช่วงหน้าร้อน คุณแม่สามารถอาบน้ำให้ลูกบ่อยขึ้น เพื่อระบายความร้อนของร่างกาย จัดให้ลูกอยู่ในห้องที่ปลอดโปร่ง อากาศถ่ายเทสะดวก สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เช่น ผ้าฝ้าย สำหรับเด็กเล็ก ๆ คุณแม่ควรเลือกผ้าห่อตัวให้เหมาะกับสภาพอากาศ และไม่ควรห่อตัวลูกให้แน่นจนเกินไป เพราะจะทำให้ผิวหนังระบายความร้อนได้ลำบาก ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดผื่นคันเพราะต่อมเหงื่ออุดตันในที่สุด



ผื่นคันจากต่อมไขมัน


ผดผื่นที่เกิดจากต่อมไขมัน มักจะเกิดกับเด็กเล็ก โดยเฉาะในช่วงเดือนแรกหลังคลอด ซึ่งเป็นช่วงที่รูเปิดของต่อมไขมันยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ แต่ถูกกระตุ้นด้วยฮอร์โมนที่ลูกได้รับมาจากคุณแม่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จึงทำให้ต่อมไขมันเกิดการอุดตันและอักเสบได้ง่าย เมื่อเวลาผ่านไป ฮอร์โมนของคุณแม่ที่อยู่ในตัวลูกลดลง ผดผื่นที่เกิดจากการอุดตันของต่อมไขมันก็จะหายไป ซึ่งจะหายเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับว่าฮอร์โมนที่รับมานั้นมีมากน้อยแค่ไหน

ผดผื่นที่เกิดจากการอุดตันของต่อมไขมัน มักจะเกิดขึ้นบริเวณที่มีต่อมไขมัน เช่น ศรีษะ คิ้ว ใบหู หลังหู รวมไปถึงใบหน้า แก้ม ข้อพับ ต่าง ๆ ซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ หน้าอก และแผ่นหลัง ซึ่งคุณแม่จะเห็นเป็นคราบไขมันเหลือง หนา และแห้งเป็นเกล็ดติดอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ที่มีต่อมไขมันอยู่มาก ซึ่งเจ้าคราบไขมันที่ว่านี้จะถูกผลิตออกมาเรื่อย ๆ แต่ไม่ทำให้เกิดอาการคัน

ผื่นจากต่อมไขมันอุดตันนี้ไม่สามารถป้องกันได้ เพราะเกิดจากฮอร์โมนของคุณแม่ที่มีอยู่ในตัวลูก ซึ่งถ้าเป็นไม่มากก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไร แต่หากผิวมีไขมันเกาะติดมาก คุณแม่สามารถใช้น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์หรือเบบี้ออยล์ นวดผิวทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ให้เกล็ดไขมันอ่อนตัวลงแล้วใช้ผ้าเช็ดออกให้สะอาด หากมีเกล็ดไขมันเกิดขึ้นที่ศรีษะ หลังจากใช้น้ำมันนวดแล้วให้สระออกให้สะอาด



ผื่นจากภูมิแพ้ผิวหนัง


ส่วนใหญ่มักเกิดจากพันธุกรรม เจ้าตัวเล็กบ้านไหนที่คนในครอบครัวมีประวัติเป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ลูกก็มักจะมีอาการแพ้สิ่งที่มากระตุ้นได้ง่าย เช่น แพ้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว แพ้ผลิตภัณฑ์ซักผ้า หรือแม้แต่แพ้เหงื่อของตัวเอง โดยจะมีอาการคันและเป็นผื่นแดง ซึ่งความรุนแรงของอาการก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและปริมาณของสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการแพ้

วิธีการป้องกันคือ ต้องพยายามอย่าให้ผิวหนังของลูกสัมผัสกับสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการแพ้ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ต้องสัมผัสกับผิวหนังก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ควรเลือกที่มีสารสกัดจากธรรมชาติและไม่มีน้ำหอมฉุน และควรมีการทดสอบการแพ้ก่อนใช้ทุกครั้ง หากลูกเกิดอาการแพ้ขึ้นแล้ว ถ้าอาการไม่รุนแรง อาการจะดีขึ้นได้เอง แต่ถ้าหากมีอาการแพ้อย่างรุนแรงควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อใช้ยาปฏิชีวนะช่วยบรรเทาอาการ นอกจากนี้คุณแม่ไม่ควรอาบน้ำฟอกสบู่ให้ลูกบ่อย ๆ เพราะเด็กที่มีอาการแพ้ที่ผิวหนังมักจะมีผิวแห้ง การอาบน้ำบ่อย ๆ โดยเฉพาะการอาบน้ำด้วยน้ำอุ่นจะยิ่งทำให้ผิวของลูกแห้งและคัน การเกาก็จะยิ่งทำให้ผื่นแพ้ลุกลามได้



ผื่นจากความอับชื้น


ผื่นคันกรณีนี้มักเกิดจาการที่คุณแม่สวมผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้ลูกนานเกินไปโดยไม่เปลี่ยน ทำให้ทั้งน้ำปัสสาวะและอุจจาระเกิดการหมักหมมจนทำให้ผิวหนังเกิดผื่นคันและอักเสบในที่สุด ซึ่งเราเรียกกันว่า “ผื่นผ้าอ้อม” ผื่นคันจากความอับชื้นนี้มักจะเกิดขึ้นที่ผิวหนังต้องสัมผัสกับความอับชื้น เช่น ร่องก้น โคนขา และอวัยวะเพศ เป็นต้น หากคุณแม่ปล่อยให้ผิวหนังของลูกเกิดการหมักหมมเป็นเวลานานอาจจะทำให้เกิดเชื้อรา Candida ร่วมกับการผื่นคันด้วย นอกจากนี้หากผิวหนังสัมผัสกับเชื้อแบคทีเรียที่มากับอุจจาระก็จะทำให้ผิวหนังเกิดการอักเสบและพุพองได้

การป้องกันผื่นคันที่เกิดจากความอับชื้นก็มีหลักการง่าย ๆ คือ พยายามอย่าให้ผิวหนังของลูกอับชื้น บ้านไหนที่ชอบใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้ลูกควรเปลี่ยนมาใช้ผ้าอ้อมผ้า และถ้าจำเป็นต้องใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปก็ควรเปลี่ยนบ่อย ๆ หลังอุจจาระและปัสสาวะเสร็จควรล้างอวัยวะเพศ ก้น และ บริเวณใกล้เคียงให้สะอาด เช็ดให้แห้ง และอาจใช้แป้งทาตามจุดอับชื้นเพื่อช่วยดูดซับความชื้น โดยเลือกแป้งที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ ซึ่งมีความอ่อนโยนต่อผิวบอบบางของลูก ไม่ทำให้เกิดการแพ้ ในกรณีที่ลูกเกิดการผดผื่นคันขึ้นแล้ว คุณแม่สามารถเลือกใช้แป้งที่ช่วยบรรเทาอาการผดผื่นคันได้ ซึ่งปัจจุบันมีแป้งที่ช่วยรักษาอาการผดผื่นคันได้อย่างปลอดภัยและได้ผล



การเกิดผดผื่นที่ผิวเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หงุดหงิดงอแง เมื่อหงุดหงิดงอแงก็จะทำให้ขาดการเรียนรู้ที่ดี ซึ่งจะส่งผลต่อพัฒนาการการเรียนรู้ของลูก เพราะฉะนั้นคุณแม่ควรดูแลให้ลูกสบายตัวอยู่เสมอ เจ้าตัวน้อยจะได้อารมณ์ดี มีความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ซึ่งจะส่งผลให้พัฒนาการของลูกดีตามไปด้วย


Create Date : 25 มกราคม 2554
Last Update : 25 มกราคม 2554 1:01:21 น. 2 comments
Counter : 470 Pageviews.

 
มีประโยชน์กับคุณแม่จริงๆค่ะ...........


โดย: อันต้า วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:10:53:45 น.  

 
ไม่มีลูกแต่ได้ความรู้ดีค่ะ


โดย: อันต้า วันที่: 3 พฤษภาคม 2554 เวลา:10:33:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เจ้าการเวกเสียงหวาน
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สิ่งไหนยากกว่ากันระหว่าง
การหาคำตอบ
กับ
การพิสูจน์ว่าคำตอบ
ที่คนอื่นหามาได้นั้นถูกต้องหรือไม่
Friends' blogs
[Add เจ้าการเวกเสียงหวาน's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.