Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
18 กรกฏาคม 2553
 
All Blogs
 
83. ตระเวณไหว้พระ 9 วัดในกทม. ฉลองวันเกิดพี่ตุ้ย

ฤกษ์งามยามดี ปีนี้วันเกิดคุณสามีสุดที่เลิฟ

อารมณ์ไหนไม่รู้อยากตระเวณไหว้พระรอบกรุงเทพฯ

ไอ้เราก้อไม่ขัดศรัทธาหรอก ชอบด้วยเพราะบางวัดโตมาจนบัดนี้แล้ว

อยู่กรุงเทพตั้งแต่เกิดกลับไม่เคยไป ไม่อยากบอกขนาดมี GPS ยังเเทบหลง เพราะหาที่จอดรถกับทางเข้าวัดไปเจอ

ดีนะที่ชวนแม่จี๊ดไปเที่ยวด้วย "จีพีจี๊ด" ดีกว่า "จีพีเอส" อีก รู้ประวัติทุกวัด หยั่งกะไกด์มาเอง อิอิ

แต่ก่อนจะไปขอให้ของขวัญพี่ตุ้ยก่อนน๊า ^ ^

ปีนี้จ๋าให้ GPS เป็นของขวัญ จะได้พาจ๋าไปเที่ยวเยอะๆ แบบไม่ต้องหลงทางอีกต่อไป งุงิ



แต่ก่อนอื่นแวะหาอะไรรองท้องก่อนเลย เนื่องจากเราถือคติกองทัพต้องเดินด้วยท้อง

เมนูแรกของเราวันนี้ แม่จี๊ดขอนำเสนอเเละเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณลูกเขยที่
"ร้านข้าวหมกไก่คุณเล็ก" อยู่ตรงข้าม รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ค่ะ




เอาล่ะอิ่มแล้วไปกันเลยดีกว่า เริ่มจากวัดเเรกวัดราชประดิษฐ์ฯ

สาเหตุที่เริ่มจากวัดนี้ก่อน เนื่องจากเราจอดรถกันที่นี่ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอกเห่อๆ

แล้วก้อไม่ได้เข้าไปถ่ายรูปอะไรมากเนื่องจากวัดกำลังอยู่ในช่วงบำรุงจ้า


วัดที่ 2 วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระเเก้วฯ ไฮไลท์ของทริปนี้จ้า


# คติ : เพื่อจิตใจสะอาด ดุจรัตนตรัย
# เครื่องสักการะ : ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกไม้


#ประวัติ/ความเป็นมา

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว เป็นพระอารามที่อยู่ในบริเวณพระบรมมหาราชวัง รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2326 เพื่อความสะดวกเวลาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกุศลตามราชประเพณี และเพื่อเป็นที่บรรจุพระอัฐิอายุของพระเจ้าแผ่นดินเจ้านายในราชสกุล ภายในวัดพระแก้วมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย อาทิ พระอุโบสถอันเป็นที่ประดิษฐาน "พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร" (พระแก้วมรกต) ที่พระระเบียงมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ที่วิจิตรสวยงามและยาวที่สุดในโลก มีปราสาทพระเทพบิดร ซึ่งเป็นปราสาทยอดปรางค์ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 1- 8
















พระแก้วมรกต จริงๆ แล้วทางวัดเค้าไม่ให้ถ่ายรูปด้านใน แต่เราก้อสามารถถ่ายจากด้านนอกเข้ามาได้อ่ะค่ะ















ในบ่อหน้าห้องน้ำ ไปเจอกบเต็มเลย ทีแรกเห็นมันทำท่าพองๆ นิ่งๆ นึกว่ากบปลอม

เถียงกันตั้งนาน พี่ตุ้ยเลยลองจิ้มๆ ดู กระโดดดึ๋งเลย อ้าวของจริงนี่นา จ๋าหน้าแตกเลยง่า เเง่มๆ



เตรียมตัวออกเดินทางกันต่อได้



ถึงแล้วจ้า...วัดที่ 3 วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือวัดโพธิ์

อันนี้ส่วนตัวจ๋าอยากมามากเพราะที่วัดโพธิ์ มีพระนอนองค์ใหญ่มากๆ ซึ่งเป็นพระประจำวันเกิดของจ๋าเอง (วันอังคาร)


# คติ : ร่มเย็นเป็นสุข
# เครื่องสักการะ : ธูป 9 ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว 11 แผ่น

# ประวัติ/ความเป็นมา

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือที่รู้จักกันในนาม "วัดโพธิ์" เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก เดิมชื่อ "วัดโพธาราม" พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงบูรณะและโปรดเกล้าฯ ให้สร้างประเจดีย์เพื่อบรรจุพระพุทธรูปพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งอัญเชิญมาจากกรุงศรีอยุธยา ต่อมาใน พ.ศ. 2377 รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะพระเจดีย์ แล้วพระราชทานนามว่า "พระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชญดาญาณ" และทรงสร้าง "พระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกนิธาน" เพื่ออุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่ 2 และทรงมีพระราชประสงค์ให้วัดโพธิ์เป็น "มหาวิทยาลัยสำหรับประชาชน" จึงโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมสรรพวิชาความรู้มาจารึกบนแผ่นศิลาติดไว้บริเวณพระอุโบสถ เพื่อให้ประชาชนมาศึกษาหาความรู้

ที่วัดโพธิ์มี "พระพุทธเทวปฏิมากร" ประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถ ใต้ฐานชุกชี บรรจุพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 1 มีพระวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ที่สวยงามที่สุด และองค์ใหญ่เป็นอันดับ 4 ในประเทศไทย




ขอถ่ายกะยักษ์โพธิ์สักหน่อย ^ ^





มาถึงวัดโพธิ์สิ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ ต้องมาซื้อยาหม่อง สารพัดสรรพคุณ



ไปต่อวัดที่ 4 กันเลยจ้า....วัดวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หรือวัดแจ้ง

# คติ : ชีวิตรุ่งโรจน์ทุกคืนวัน
# เครื่องสักการะ : ธูป 3 ดอก เทียนคู่

# ประวัติ/ความเป็นมา

วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดมะกอก เมื่อ พ.ศ. 2310 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (พระเจ้ากรุงธนบุรี) เสด็จทางชลมารคจากกรุงศรีอยุธยามารุ่งเช้าที่หน้าวัดมะกอก จึงโปรดเกล้าฯให้ปฏิสังขรณ์ แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "วัดแจ้ง" ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้ทรงปฏิสังขรณ์และพระราชทานนามใหม่ว่า "วัดอรุณราชวราราม"

ในสมัยกรุงธนบุรีวัดอรุณราชวรารามเคยเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต ก่อนที่จะอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระแก้ว นอกจากนั้นยังมียักษ์ปูนปั้นขนาดใหญ่ 2 ตน ตั้งอยู่หน้าประตูซุ้มยอดพระมงกุฏ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในนาม "ยักษ์วัดแจ้ง"

ภายในวัดอรุณราชวรารามนี้มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย อาทิ มีพระปรางค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกสูง 33 วาเศษ ประดับด้วยชิ้นกระเบื้องเคลือบสีต่าง ๆ ยอดพระปรางค์เป็นนภศูล ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีปรางค์ทิศทั้ง 4 ประดิษฐานพระพุทธรูปปางประสูติ เทศน์พระธัมมจักร ตรัสรู้ นิพพาน การเดินเวียนทักษิณาวัดรอบพระปรางค์ 3 รอบ โดยเดินเวียนขวา (ตามเข็มนาฬิกา) เพื่อความเป็นสิริมงคล มีพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน "พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก"


วัดนี้เราสามารถเดินทางจากวัดโพธิ์ไปง่ายมาก ข้ามฝั่งไปยังตลาดท่าเตียน

เเล้วไปขึ้นเรือข้ามฟากที่ท่าเรือโพธิ์อรุณค่ะ ค่าโดยสารคนละ 3 บาทเท่านั้นเอง




*** โดยส่วนตัววันนี้เดินทางไปมา 9 วัด ชอบบรรยายกาศวัดนี้ที่ซู้ด
เนื่องจากลมพัดเย็นสบายดี อาจเป็นเพราะวัดนี้ติดริมน้ำเจ้าพระยา ***


มาถึงกันแล้วก้อแวะถ่ายกะยักษ์วัดแจ้งก่อนเลยแหล่ะ







เข้าไปในบริเวณโบสถ์ ที่เค้าเรียกว่า "วิหารน้อย" จะมีพระพุทธรูปเก่าแก่สมัยอยุธยา

และอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน และพระยาพิชัยดาบหักประดิษฐานอยู่ที่นั้นด้วย







ไปที่พระปรางค์กันดีกว่า ^ ^









พักเหนื่อยก่อน แล้วค่อยเดินขึ้นต่อ







แต่สุดท้ายก้อขึ้นไปไม่ถึงยอดพระปรางค์ เนื่องจากคนเยอะมาก

และเราก้อต้องเดินทางกันไปอีกหลายที่ เดี๋ยวจะไม่ทัน แถมฟ้าครึ้มๆ ฝนเหมือนจะตก

(ก่อนกลับเห็นเจ้าเหมียวหลับอยู่แถวๆ บันไดพระปรางค์ น่ารักดีเลยแอบถ่ายรูปคู่ด้วยซะเลย)



ข้ามฝั่งกลับมาเดินทางกันต่อ ป้ายต่อไป ป้ายที่ 5 "ศาลหลักเมือง" ค่ะ


# ประวัติ/ความเป็นมา

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ ได้โปรดเกล้าให้กระทำพิธียกเสาหลักเมือง เมื่อวันอาทิตย์ เดือน ๘ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ตรงกับวันที่ ๒๑ เมษายน ปีพุทธศักราช ๒๓๒๕ เวลา ๖.๕๔ นาฬิกา การฝังเสาหลักเมืองมีพิธีรีตองตามพระตำราที่เรียกว่า พระราชพิธีนครฐาน ใช้ไม้ชัยพฤกษ์ทำเป็นเสาหลักเมือง ประกับด้านนอกด้วยไม้แก่นจันทน์ที่มี เส้นผ่าศูนย์กลางวัดที่โคนเสา ๒๙ เซนติเมตร สูง ๑๘๗ นิ้ว กำหนดให้ความสูงของเสาหลักเมืองอยู่พ้นดิน ๑๐๘ นิ้ว ฝังลงในดินลึก ๗๙ นิ้ว มีเม็ดยอดรูปบัวตูม สวมลงบนเสาหลัก ลงรักปิดทอง ล้วงภายในไว้เป็นช่องสำหรับบรรจุดวงชะตาเมือง

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงโปรดเกล้าให้ขุดเสาหลักเมืองเดิม และจัดสร้างเสาหลักเมืองขึ้นใหม่ทดแทนของเดิมที่ชำรุด เป็นแกนไม้สัก ประกับนอกด้วยไม้ชัยพฤกษ์ ๖ แผ่น สูง ๑๐๘ นิ้ว ฐานเป็นแท่นกว้าง ๗๐ นิ้ว บรรจุดวงเมืองในยอดเสาทรงมัณฑ์ที่มีความสูงกว่า ๕ เมตร และอัญเชิญหลักเมืองเดิม และหลักเมืองใหม่ ประดิษฐานในอาคารศาลหลักเมืองที่สร้างใหม่ มียอดปรางค์ ก่ออิฐฉาบปูนขาว ได้แบบอย่างจากศาลหลักเมืองกรุงศรีอยุธยา เมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๙๕

ศาลหลักเมืองได้รับการปฏิสังขรณ์อีกหลายครั้ง ในปี พ.ศ. ๒๕๒๓ มีการบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่ เพื่อเตรียมการเฉลิมฉลองสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ครบ ๒๐๐ ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ศาลหลักเมืองได้รับการบูรณะอย่างสวยงาม ด้านทิศเหนือจัดสร้างซุ้มสำหรับประดิษฐานเทพารักษ์ทั้ง ๕ คือเจ้าพ่อหอกลอง เจ้าพ่อเจตคุปต์ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง และพระกาฬไชยศรี มีการจัดละครรำ ละครชาตรี ให้ผู้ต้องการบูชา ว่าจ้างรำบูชาศาลหลักเมืองอยู่ด้านข้าง












เติมน้ำมันในตะเกียง เพื่อความสว่างรุ่งโรจน์ต่อไป....



หิวแล้วง่า.....ก่อนจะเดินทางกันต่อ

แม่จี๊ดชวนหม่ำราดหน้า เจ้าเก่า เก่าจิง จิ๊ง เนื่องจากมีมาตั้งแต่สมัยแม่เรียนมัธยม (รร.ตะละภัฎ)

ร้านจะอยู่ถนนตะนาว ไม่ไกลจากศาลเจ้าพ่อเสือมากนัก

แต่ขอบอกว่าอร่อยมากกกกกกกกกกก (ติดใจอยากกินอีกเลยเนี่ย) - -"




อิ่มแล้วไปกันต่อ...ป้ายที่ 6 จอดกันที่ ศาลเจ้าพ่อเสือ แต่เนื่องจากทางวัด

ไม่ให้ถ่ายรูปเลย จึงได้ถ่ายแว่บๆ เดียว ระหว่างรอตุ๊กๆ กลับที่จอดรถ หุหุ

# คติ : เสริมสร้างอำนาจบารมี

# เครื่องสักการะ : ธูป ๑๘ ดอก เทียนแดงคู่ เป็นเครื่องสักการะ


# ประวัติ/ความเป็นมา

ศาลเจ้าพ่อเสือ ตั้งอยู่เลขที่ ๔๖๘ ถนนตะนาว ใกล้เสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เป็นศาลเจ้าจีนแต้จิ๋วที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่ง คนจีนเรียกกันว่า"ตั่วเล่าเอี้ย" เป็นศาลเจ้าที่ประดิษฐาน เฮี้ยงเทียนเซียงตี่, รูปเจ้าพ่อเสือ, เจ้าพ่อกวนอู และ เจ้าแม่ทับทิม เป็นที่เคารพนับถือของทั้งชาวไทย และจีนเป็นอย่างมาก

ศาลเจ้าพ่อเสือ มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ เกี่ยวเนื่องกับวัดมหรรณพาราม เดิมตั้งอยู่ริมถนนบำรุงเมือง ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงโปรดให้ขยายถนนบำรุงเมือง ได้โปรดให้ย้ายศาลมาไว้ที่ทางสามแพร่งถนนตะนาว จนถึงปัจจุบัน




วัดที่ 7 แล้วจ้า....วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดนี้จ๋ารีเควสท์เองแหละ เพราะอยากขึ้นภูเขาทองมานานแล้ว

ได้เคยแต่นั่งรถผ่านไม่เคยมีโอกาสได้ขึ้นไปถึงข้างบนเจดีย์สักที

(แต่ตอนนี้หาอยากละ เนื่องจากขึ้นบันไดหลายขั้นจัด วันนี้ปวดทั้งขา ทั้งหลังเลย เเง่ม)


# คติ : เสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล
# เครื่องสักการะ : ธูป 9 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 3 ดอก

# ประวัติ/ความเป็นมา

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เป็นวัดสำคัญคู่มากับการสร้างกรุงเทพมหานคร เป็นวัดโบราณสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดสระแรัชกาลที่ 1 ทรงปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่โปรดให้ขุดคลองรอบพระอารามและพรราชทานนามว่า วัดสระเกศ จนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 โปรดให้บูรณปฏิสังขรณ์ทั่วทั้งพระอารามและสร้างสิ่งต่าง ๆ เพิ่มเติม เช่น พระบรมบรรพต หรือ ภูเขาทอง

สิ่งสำคัญภายในวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ได้แก่ พระบรมบรรพต หรือ ภูเขาทอง ซึ่งสร้างเป็นพระปรางค์ในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่เกิดทรุดทังลง รัชกาลที่ 4 โปรดให้ซ่อมแซม โดยแปลงเป็นภูเขาและก่อพระเจดีย์ไว้บนยอด ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สร้างแล้วเสร็จในสมับรัชกาลที่ 5 นอกจากนี้ ภายในพระอุโบสถที่ภายในมีภาพเขียนจิตรกรรมฝีมือช่าง สมัยรัชกาลที่ 3 และหอไตร ศิลปะสมัยอยุธยาบานหน้าต่างเป็นลายรดน้ำ
























ขนาดขาลงแล้วยังเหนื่อยใจจะขาด....สงสัยเป็นเพราะวันนี้เดินเยอะไป

หน้าเริ่มโทรมได้อีกแล้วช้าน เห่อๆ




และแล้วก้อมาถึงปลายเขาได้โดยสวัสดิภาพ เห่อๆ



มาถึงวัดที่ 8 แล้วจ้า .... วัดราชนัดดาวรวิหาร และ พิพิธภัณฑ์โลหะปราสาท


# ประวัติ/ความเป็นมา

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2389 บนสวนผลไม้เก่าเนื้อที่ประมาณ 25 ไร่ พระราชทานเป็นเกียรติแก่พระราชนัดดา คือ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าหญิงโสมนัสวัฒนาวดี

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้า ฯ ให้สร้างโลหะปราสาท แทนการสร้างเจดีย์ นับเป็นโลหะปราสาทแห่งที่ 3 ของโลก โดยสร้างเป็นอาคาร 7 ชั้น มียอดปราสาท 37 ยอด หมายถึงโพธิปักขิยธรรมในพระพุทธศาสนา 37 ประการ ยอดปราสาทชั้น 7 เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ กลางปราสาทเป็นช่องกลวง มีบันไดเวียน 67 ขั้น ให้เดินขึ้นไปดูทิวทัศน์ข้างบนได้

สำหรับสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่ในวัดราชนัดดารามนี้ก็ยังเป็นแบบไทย พระอุโบสถเป็นมีช่อฟ้า ใบระกา หน้าบันลงรักปิดทอง ประดับด้วยกระจกงดงาม ภายในประดิษฐานพระประธานพระนามว่า "พระเสฏฐตมมุนี" ส่วนพระวิหารก็เป็นศิลปะแบบไทยเช่นกัน ภายในมีพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรเป็นประธาน พระนามว่า "พระพุทธชุติธรรมนราสพ"


***ขอระบายหน่อย***

มาถึงวัดนี้แล้ว แอบเคืองคนดูเเลเปิด/ปิด ประตูทางเข้ามากๆ

เนื่องจากว่าจ๋า แม่ และพี่ตุ้ยเดินทางกันมาถึงวัดนี้กันประมาณ 16.30 น.

ประตูทางเข้าโลหะปราสาทใส่กลอนแล้ว

เลยเดินไปถามคนเฝ้าว่า...พี่คะปิดแล้วเหรอคะ

คนเฝ้าตอบดุๆ กลับมาว่า...ปิดแล้วคะ

จ๋าบอก....ปิดได้งัยอ่ะพี่ ในเมื่อตอนเดินเข้ามา มีเขียนป้ายติดไว้ว่า เปิด 6.30 น. และ ปิด 18.00 น. นี่มันยังไม่ได้ 17.00 น.เลยด้วยซ้ำ

คนเฝ้าตอบเสียงดุเหมือนเคยว่า...อ้อต้องปิดเร็วกว่าเวลาที่กำหนดไว้ เนื่องจากว่า คนเฝ้า(คือตัวเค้า) บ้านอยู่ไกล ต้องปิดเร็วกว่า 1 ชม. เพื่อเผื่อเวลาให้เค้ากลับบ้านจะได้ไม่มืด

ทุกคนอึ้งไปชั่วขณะ และ กำลังจะเดินกลับอย่างงงๆ

แม่จี๊ดพูดขึ้นลอย (เเบบเสียงดัง) ว่า ... ความจริงถ้าที่วัดนี้ต้องปิดเร็ว เพราะเนื่องจากว่าคนเฝ้าบ้านไกล เค้าก้อน่าจะจ้างคนบ้านใกล้ไม่มีงานทำมาเฝ้าน่าจะดีกว่านะ นี่คนเค้าขับรถมาตั้งไกลเพื่อมาเข้าชม เท่ากับมาฟรีๆ เสียเวลามาก

จากนั้นไม่นานคนเฝ้าก้อเปิดประตูเข้าอย่างเสียไม่ได้ แล้วตะโกนว่า...

พี่ๆ ให้เข้าก้อได้ แต่ทำเวลาละกันนะ ให้เวลาเดินแค่ 5 นาที แล้วรีบลงมาละกัน

อ้าวเราและนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ที่ยืนเอ๋อและงง กับพฤติกรรมคนเฝ้าก้อรีบพากันเดินเข้า และรีบขึ้นบันได เพื่อจะขึ้นไปสักการะพระธาตุฯ ที่อยู่บนโลหะปราสาท แต่ปรากฏว่า...

พอขึ้นไปถึงประตูด้านบนในส่วนของพระธาตุฯ นั้นก้อปิดลูกกรง ล็อคใส่กลอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยที่คนเฝ้าด้านล่างก้อไม่คิดจะบอกเลยว่าข้างบนนั้นประตูปิดแล้ว

จากเหตุการณ์ทั้งหมดนี้เจ้าของบล็อคนำมาเล่าสู่กันฟัง ... เผื่อว่าถ้าทางวัด หรือ ผู้ดูแลสถานที่แห่งนี้ ได้เข้ามาอ่านเจอจะดีมาก

อยากให้ปรับปรุง อย่างเเรง เนื่องจากอะไรคงไม่ต้องอธิบายซ้ำซากกันอีกแล้วอ่ะนะ

ทั้งนี้ขอบคุณอย่างสูงค่ะ***


ว่าแล้วมาดูกันต่อได้ถ่ายมานิดๆ หน่อยๆ เพราะมีเวลาแค่ 5 นาที

ซึ่งแค่เดินถึงยอดโลหะปราสาทก้อเเทบหมดเวลาแล้วง่ะ







ขึ้นไปถึงยอดปราสาทเข่าอ่อนเลย ให้เราเดินขึ้นมาตั้งสูง ประตูปิดหมดแล้ว T^T





เดี๋ยวจะหาว่าใส่ร้าย...ถ่ายเวลามาให้ดูกันจะๆ กันไปเลย



แต่โมโหอารมณ์เสียไปก้อเท่านั้น .... เดินทางไปวัดที่ 9 ต่อเลยดีกว่าเด๋วจะไม่ทันการณ์

วัดที่ 9 วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร

# คติ : มีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง
# เครื่องสักการะสำหรับพระประธานในโบสถ์ : ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอก
# เครื่องสักการะสำหรับรูปเคารพสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท : ธูป 5 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอก

#ประวัติ/ความเป็นมา

วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท สร้างสมัยก่อนกรุงรัตรโกสินทร์ สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาททรงสถาปนาวัดขึ้นมาใหม่ และรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้เป็นวัดพระสงฆ์ฝ่ายราชสามัญ เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ทหารรามัญในกองทัพของสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุ รสิงหนาท ต่อมาเมื่อมีชัยชนะต่อกองทหารข้าศึกถึง 3 ครั้ง จึงพระราชทานนามใหม่ว่า "วัดชนะสงคราม"

วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร มีพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย เป็นพระประธาน มีพระนามว่า "พระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฏฐ์ มเหทธิศักดิ์ปูชนียะชยันตะโคดมบรมศาสดา อนาวรญาณ" ประดิษฐาน ณ พระอุโบสถ


วัดนี้ตอนจ๋ากะพี่ตุ้ยมาถึงเย็นมากแล้วแหล่ะ พอเดินเข้าโบสถ์ไปพระสงฆ์กำลังทำวัดกันพอดี

เลยไม่กล้ารบกวนอยู่นาน ถ่ายรูปเสร็จก้อกลับกันเลย











ขากลับไปที่จอดรถ...เเอบเห็นศาลเจ้าแม่กวนอิมพอดี เลยได้มีโอกาสเข้าไปสักการะ

ถ้านับแล้วก้อเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เเห่งที่ 10 ที่เราเดินทางกันพอดีเลย


*** ขอชมผู้ดูแลที่นี่ด้วย .... ป้ายที่นี่ปิดเวลา 18.00 น. แต่ตอนที่จ๋าเข้าไปก้อ 18.00 น.กว่าๆ เเล้ว

เลยถามผู้ดูแลที่ศาลฯ ว่า ... 6 โมงกว่าแล้วยังไม่ปิดอีกเหรอคะ

ผู้ดูแลตอบได้ดีมากกกกกกก ว่า .... ยังปิดไม่ได้หรอกค่ะ วันนี้มีนักท่องเที่ยวเข้าเยอะ นี่ก้อยังมีทะยอยเข้าชมมาเรื่อยๆ

(โอ้ว....ซึ้งเลย นี่เพียงชั่วเวลาผ่านไปไม่ถึง 1 ชม. นี่เราได้เจอกับคนที่มีอาชีพเดียวกัน แต่จรรยาบรรณช่างผิดกันลิบลับเลยอ่ะ)









เอาล่ะ...ทริปไหว้พระ 9 วัดในกรุงเทพฯ ของจ๋ากลับพี่ตุ้ยก้อจบแต่เพียงเท่านี้


ว่าแล้วขอตัวไปหม่ำก่อนน๊า...พ่อรูญรอเลี้ยงสเต๊กกะไอติมฉลองวันเกิดคุณลูกเขยอยู่ ต้องไปแล้วล่ะ





ขอบคุณที่ติดตามนะคะ สุดท้ายนี้...ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวง จงดลบันดาลให้ทุกท่าน
จงพบแต่ความสุข ความโชคดี คิดสิ่งใดขอให้สมความปรารถนาทุกประการด้วยเทอญ สาธุ (- / -)




Create Date : 18 กรกฎาคม 2553
Last Update : 19 กรกฎาคม 2553 21:24:58 น. 10 comments
Counter : 1513 Pageviews.

 
ครอบครัวนี้น่ารักตลอดเลย

อนุโมทนาบุญด้วยนะจ๊ะ :-)


โดย: NuAeaw IP: 124.122.194.90 วันที่: 19 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:57:27 น.  

 
พี่ตุ้ยควงเจี๊ยบกะแม่ไปเที่ยวเหรอ

แล้วจ๋าไปไหนเนี๊ยะ



555 เค้าล้อเล่นน่า ได้บุญจริงๆๆเลย


โดย: aoykaja IP: 58.64.120.171 วันที่: 19 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:08:55 น.  

 
โกดอ้อย...ช้านแค่ นน.ขึ้นไป 6-7 โลแค่นี้ต้องว่ากันด้วย แง่มๆ


โดย: Jhean วันที่: 19 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:18:57 น.  

 
อนุุโมธนาสาธุจ๊า วันเกิดทำบุญขอให้สุขกายสบายใจตลอดไปนะคะ


โดย: Pooma IP: 58.9.129.171 วันที่: 19 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:22:17 น.  

 
อิ่มบุญมากๆๆเลย
มีความสุขมากๆนะค่ะ


โดย: annieake วันที่: 19 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:33:24 น.  

 
พักนี้เพื่อนนิยมเที่ยววัด

สุขสันต์วันเกิดพี่ตุ้ยด้วยจ้า


โดย: Rat-tiew IP: 115.87.200.7 วันที่: 19 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:39:40 น.  

 
แก่แล้วก้องี้อ่ะแกร

ต้องเข้าวัดเข้าวา อาศัยธรรมะเข้าข่ม เห่อๆ


โดย: Jhean วันที่: 19 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:45:54 น.  

 
แวะมาทักทายและขอบคุณยามเช้าครับ

ได้ดูภาพเหมือนได้ไปเที่ยวด้วยตัวเองเลย

สุขสันต์วันเกิด พี่ตุ้ยด้วยอีกคนครับ :))


โดย: \\ton\\ วันที่: 20 กรกฎาคม 2553 เวลา:5:21:13 น.  

 
แต่ช้าแต่ ขอโทษนะ

รักดอกจึงหยอกเล่นนะ


โดย: aoykaja IP: 158.108.94.151 วันที่: 20 กรกฎาคม 2553 เวลา:8:54:38 น.  

 
ผมเป็นคนกทมแต่กำเนิดแต่ยังไม่เคยได้ไปสักที่เลยครับ
เสียชาติเกิดคน กทม. แท้ แท้ เลย


โดย: marut IP: 58.9.18.188 วันที่: 22 สิงหาคม 2553 เวลา:17:42:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Jhean
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]











Friends' blogs
[Add Jhean's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.