สุภารัตถะ บล็อก
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2549
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
12 มิถุนายน 2549
 
All Blogs
 

พุทธ ขงจื้อ เต๋า เขาว่าเป็นเซน



สารคดี
จุดประกายเซนในเมืองไทย
โดย สุภารัตถะ



คำนำ - ผู้เขียน เขียนเรื่องนี้ขึ้นเพื่อบอกกล่าวการเดินทางของนิกายเซนที่เข้ามาเผยแพร่ในเมืองไทย และความเป็นมาของกลุ่มผู้ทำงานเผยแพร่ธรรมะอย่างเซนนี้กลุ่มหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังในยุคแรก ซึ่งล้วนเป็นบุคคลสำคัญในวงการศาสนาพุทธเมืองไทย อีกทั้งขอส่งความปรารถนาดีไปยังบุคคลอื่นๆ ในการค้นคว้า ศึกษา เขียนและแปลหนังสือออกเผยแพร่ให้ความรู้เรื่องเซนนี้กับชาวไทย
หมายเหตุ ที่จริงมีภาพประกอบ แต่ไม่มีเครื่องสแกน เลยไม่ได้นำลงประกอบเนื้อหา ซึ่งจะทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น





เ ริ่ ม ก า ร เ ดิ น ท าง ข อ ง เ ซ น ใ น เ มื อ ง ไ ท ย






พุทธ ขงจื้อ เต๋า เขาว่าเป็นเซน
โดย สุภารัตถะ


อ า รั ม ภ บ ท

ความเป็นมาของเซนในไทย

ไม่อาจยืนยันได้ว่านิกายเซนได้เดินทางเข้ามาสู่เมืองสยามในสมัยใด จังหวัดใดบ้าง แต่ก็ประมาณมีหลักฐานพอให้พิจารณา ข้าพเจ้าได้รับหนังสือหลายเล่มของท่านธีรทาสมาอ่าน และเล็งเห็นว่าหากข้อมูลเหล่านี้ยังไม่อาจสรุปยืนยัน แต่ก็ควรเก็บตั้งเป็นสมมุติฐานไว้เป็นอย่างสำคัญ

ข้อความบางส่วนจากหนังสือค้นพบเมืองเก่ากรุงศรีวิชัยของท่านธีรทาส หน้า 49-51 / 67-72 / 43-44

หน้า 49-51
…และยังมีหนังสือเก่า ตำนานหลักฐานโบราณสถาน นครต้าหลี่ต่างๆ ที่ก่อสร้างไว้ก่อนสมัยศรีวิชัย อาจารย์สัมพันธ์ อาภรณ์พานิช บอกว่าชมดูทั้งหมดแล้ว มีองค์พระอวโลกิเตศวร ที่สร้างไว้ที่นครต้าหลี่ เอามาพิจารณาเปรียบเทียบดู เป็นช่างสกุลเดียวกันกับพระอวโลกิเตศวร องค์ที่พบในวัดพระบรมธาตุ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็สมัยศรีวิชัยเช่นกัน หรือว่าหล่อที่นครต้าหลี่ แล้วนำเอามาไว้ที่เมืองไชยา
…พบหลักฐาน ตำนาน นครต้าหลี่ จารึกไว้ว่า พระพุทธศาสนานิกายเซน(ฌาน) เจริญแพร่หลายในเมืองต้าหลี่และอาณาจักรน่านเจ้ามาก่อน …พบหลักฐานต่างๆ ทำให้เชื่อว่า พระสังฆราชโพธิธรรม(ตั๊กม้อไต้ซือ) ตอนอายุ 150 พรรษา ท่านเดินทางขี่ช้างกลับอินเดีย ต้องใช้เส้นทางตะวันตกเฉียงใต้ เส้นทางเสฉวน-ยูนาน ผ่านนครต้าหลี่ เพราะเส้นทางนี้สมัยถังติดต่อกันกับอินเดีย …ประมาณ พ.ศ. 924 บันทึกการเดินทางของภิกษุจีนหลวงจีนฟาเหียน เดินทางจากจีนไปอินเดีย ใช้เส้นทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีนด้วยเส้นทางแพรไหม แต่ตอนกลับทางเรืออ้อมแหลมมลายู ได้แวะเมืองท่าตะโกลา (ตะกั่วป่า) และอ่าวบ้านดอน สมัยเมื่อพันปีที่แล้ว สมัยโบราณ จากอ่าวตะโกลา(ตะกั่วป่า) มีแม่น้ำลำคลองใหญ่ให้เรือเดินทะเลผ่านได้ จากทะเลอันดามันข้ามมายังอ่าวบ้านดอนได้ ทำให้เมืองไชยายุคโน้นเก็บภาษีสินค้าต่างๆ จนเป็นเมืองที่ร่ำรวยมากเมืองหนึ่ง
…ประมาณ พ.ศ.1172 ถึง พ.ศ.1188 บันทึกการเดินทางของพระถังซำจั๋ง จากจีนเดินทางทางบกถึงอินเดีย ใช้เส้นทางแพรไหมภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ไปทางบกกลับทางบก …ประมาณ พ.ศ.1214 ถึง พ.ศ.1232 บันทึกการเดินทางของพระภิกษุอี้จิง เดินทางจากจีนลงเรือทะเล ยังได้แวะกรุงศรีวิชัยก่อนไปอินเดีย แสดงว่าชาวจีนเมื่อพันปีก่อนโน้นอพยพมาอยู่กรุงศรีวิชัย จนภาษาจีนแพร่หลายใช้ในราชการได้ คงจะนำเอาพระพุทธศาสนานิกายเซน (ฌาน) และนำเอาช่างฝีมือดีของจีน มาหล่อพระพุทธรูปต่างๆ ไว้อีกด้วย เพราะว่าโบราณวัตถุต่างๆ ที่ขุดพบอายุ 1,000 ปีขึ้นไป มีศิลปคล้ายจีนผสมอินเดียมาก
…องค์พระมหาเจดีย์บรมพุทโธ ที่สร้างประมาณ พ.ศ. 1315 ในชวาปาเล็มบัง 72 องค์ ผู้สร้างเจาะจงก่อสร้างเป็นเจดีย์โปร่ง ข้างในว่างเปล่า หรือจะเป็นปริศนาธรรม ต้องการให้มองเห็นความว่าง เป็นสัญลักษณ์ของ “สุญตา” คือความว่าง – นิพพาน เป็นปริศนาธรรม (โกอาน) แบบเซน
…พระเจ้ากรุงจีน สมัยราชวงศ์ถัง ได้พระราชทานระฆังใหญ่มาให้กรุงศรีวิชัย บัดนี้ระฆังนั้นได้ขุดพบที่วัดพระบรมธาตุ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี หรือจะเป็นพยานปากเอกว่า กรุงศรีวิชัย ตั้งอยู่ที่เมืองไชยา ประเทศไทยนี่เอง

หน้า 67-72
…ตอนพบท่าน (ท่านธีรทาสพบท่านพุทธทาส) ท่านก็ดีใจ ผมบอกท่านว่า สูตรของท่านเว่ยหล่างที่ท่านอาจารย์แปล เตี่ยสอนผมตั้งแต่อายุ 8–9 ขวบแล้ว ท่านก็แปลกใจ “8–9 ขวบ เตี่ยสอนยังไง” ผมก็ท่องโศลก “กายคือต้นโพธิ์ ใจคือกระจกเงาใส…” ให้ฟัง ท่านก็ถามต่อว่า “เมืองไทยรู้เรื่องเซนตั้งแต่โน่นเหรอ” ผมบอก “ใช่ เขามาก่อนเตี่ยผมแล้ว” อาจารย์เซนที่มา มาแล้วสอนไม่ได้ ไม่อาจถ่ายทอดเป็นภาษาไทยเพราะพูดจีนกลาง ตอนนั้นสมัยรัชกาลที่ห้าตอนปลาย มีพระอาจารย์เซนมาจากเมืองจีน 3 องค์ ยังค้นชื่อที่แน่ชัดไม่หมด แต่พอจะได้หลักฐานเค้ามูลบ้าง พระอาจารย์มาถึงแล้วก็ปลงสังขารตกว่า ถ้าสอนได้ก็สอน สอนไม่ได้ก็เอาตัวรอดดับขันธ์ไป ไม่กลับเมืองจีน รุ่นเก่าๆ บอกเล่ากันต่อๆ มาว่า อาจารย์ทั้ง 3 รูปนั้น หายไปในเมืองไทยได้อย่างไร
รูปหนึ่งชื่อ พระภิกษุกักเง้ง สายวัดเส้าหลิน (วัดเซียวลิ้มยี่) นั่งเข้าฌานดับแห้งตายอยู่ในถ้ำเขาน้อย อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี พี่สาวผม (ธีรทาส) ทันเห็นองค์นี้ตอนอายุ 9 ขวบ ช่วงนั้นฝนไม่ตก 3-4 ปี ชาวบ้านหาว่า หลวงพ่อนั่งแห้งที่อยู่บนถ้ำทำให้ฝนไม่ตก แห้งแล้ง จึงอัญเชิญลงมาเผา แต่ศพไม่เน่าเพราะเซนเก่งเรื่องนี้ เขามีสูตรวิธีทำได้ วันที่ชาวบ้านจะเอาพระศพของพระกักเง้งลงมาเผา หลานชายของท่านซึ่งเก่งเรื่องตำรายางูกัด ชาวบ้านเรียกท่านว่าพระงู ท่านมีกำลังภายใน กังฟูแบบวัดเส้าหลิน ท่านได้ปลงไม่พูดอะไรเลย เพียงแค่แสดงอิทธิฤทธ์…คือที่วัดมีระฆังใหญ่ขนาดสองคนยกแทบจะไม่ขึ้น พระงูท่านสำรวมพลังจิต ยื่นมือจับระฆังใบนั้น หิ้วแล้วชูสูงๆ เดินนำจากตีนภูเขา ตีระฆังเสียงดังๆ ไปจนถึงถ้ำ ที่หลวงลุงพระกักเง้งท่านนั่งสมาธิดับขันธ์ในฌานสมาบัติ ชาวบ้านแถบนั้นยังมองไม่เห็นถึงคุณธรรมโพธิสัตว์… พอชาวบ้านอัญเชิญหลวงพ่อแห้งพระกักเง้งลงมาเผาที่เชิงเขาแล้ว ท่านพระงูได้แต่ปลงสติปัญญาของชาวบ้านนี้ว่า จะสอนฌานหรือเซนกันได้อย่างไร? ท่านจึงตัดสินใจ อำลาไปทางสิงคโปร์ ไม่กลับมาอีกเลย
อีกรูปหนึ่งชื่อหลวงพ่อโพธิ์ อยู่ในถ้ำเมืองกาญจน์ พระยิ้งอ้วง วัดมังกรบุปผาราม จันทบุรี ธุดงค์เข้าไปในแดนกะเหรี่ยง มีกะเหรี่ยงที่พูดภาษาไทยได้บอกว่า มีถ้ำแปลกหลายถ้ำ เขาบอกว่ามีคนนั่งตายตัวแห้งแข็ง พระยิ้งอ้วงท่านก็สงสัย ให้กะเหรี่ยงพาไป ชื่อถ้ำกระปุก ท่านถ่ายรูปหลวงพ่อพวงโพธิ์ออกมาได้ ศพนั่งแห้งจนนึกว่าปั้น แทบไม่น่าเชื่อ เรื่องนี้ทำให้สันนิษฐานว่า พระมหายานมาเมืองไทย ก็เดินทางเข้ามาทางเมืองกาญจน์หมด (มีรายงานกลับเมืองจีนว่าไปอยู่ที่ อ.เที้ยบ้วง ก็คือ อ.ท่าม่วง เมืองกาญจน์นั่นเอง)
อีกรูปหนึ่งนั้น มีเชื้อพระวงศ์แต่ชื่ออะไรนั้นจำไม่ได้ บอกว่าปู่ของท่าน แล่นเรือออกไปทางสมุทรปราการเพื่อยิงนกตกปลาเล่น เมื่อส่องกล้องทางไกล กลับไปเจอพระนั่งนิ่งอยู่ไกลๆ อีก 5 วันกลับมา ก็ยังเห็นพระนั่งอยู่อย่างนั้น จึงแวะไปดุและสืบจนรู้ว่าเป็นพระมาจากเมืองจีน ท่านบอกว่าตั้งใจจะลาโลกแล้ว เพราะเจตนาจะมาสอนธรรมในเมืองไทย แต่ไปไม่รอดเพราะติดเรื่องภาษา เจ้าองค์นั้นจึงนิมนต์หลวงพ่อมาอยู่กรุงเทพฯ และบอกว่าจะช่วยหาวิธีถ่ายทอดธรรมะให้ แต่อยู่ได้ไม่ถึง 2 อาทิตย์ ท่านก็บอกว่าได้ปลงสังขารชีวิตแล้ว อยากกลับที่เดิม ก่อนที่ท่านจะจากไป ได้เขียนภาษาจีนทิ้งไว้ว่า ท่านเป็นพระนิกายเซน (ฌาน) สายวัดเส้าหลิน สาขาฮกเกี้ยน ชื่อกวงติก อายุ 85 ปี ลงเรือที่ซัวเถามาถึงเมืองไทย และออกธุดงค์ไปหลายจังหวัด เมืองไทยนี้คนใจบุญมาก พระโพธิสัตว์จะไม่เดือดร้อนปัจจัย 4 แต่ท่านแก่ชราภาพมากแล้ว ขอลาผู้มีบุญคุณ และฝากธรรมะ “อนิจจัง – ทุกขัง – อนัตตา – สุญตา“ เป็นพรอันประเสริฐ ขอให้จงมีแต่โชคดีในธรรมาณาจักรนี้

หน้า 43-44
…พระเซน (ฌาน) สายนี้ เก่งอักษรศาสตร์ มุ่งสอนแต่เทศนาธรรมาทาน ตั้งแต่โบราณกาลมาแล้ว พยายามมุ่งส่งเสริมศิษย์ที่เก่ง ให้นำพระคัมภีร์และคำสอนธรรมต่างๆ ลงท่าเรือซัวเถา ให้ออกโพ้นทะเลไปเวียดนาม สิงคโปร์ มาลายา อินโดนีเซีย เข้าเมืองไทย สมัยรัชกาลที่ 4 และที่ 5 รุ่นแรกมีพระจีน 3 องค์มาแล้ว แต่การสอนธรรมาทานไปไม่รอด เพียงแต่ได้ส่งรายงานกลับเมืองจีนว่า ภาคกลางของเมืองไทยเป็นชาวแต้จิ๋วมาก ติดขัดเรื่องภาษาพูด ทั้งสามองค์พูดเป็นแต่ภาษากวางตุ้ง ฮกเกี้ยน จีนกลางผสมสำเนียงเหอหนานก็มี
…รุ่นหลังๆ ได้ส่งอุบาสกมาหลายท่าน ดังเช่น แปะโคว้เซียน ซึ่งเป็นอุบาสก ที่รับโพธิสัตว์ศีล (ถือศีล 5 ) มานั่งสมาธิดับตายในฌานสมาบัติ ท่านทิ้งผลงานไว้ให้แก่ชาวโลกพิสูจน์ว่า ตายได้ตามความต้องการมีจริง ที่โรงเจหัวตะเข้ ฉะเชิงเทรา (ต้นรัชกาลที่ห้า) และที่เมือง เพ็ชร เมืองกาญจนบุรี มักจะแอบสงบเงียบอยู่ในถ้ำแดนกะเหรี่ยง เขตพม่า หรือไปสังกัดอยู่กับวัดของอัญนำนิกาย (วัดญวน) ต่างๆ
…เตี่ยกิมเช็ง (บิดาของท่านธีรทาส) บอกว่า ท่านเป็นรุ่นสุดท้าย เรื่องนี้โบราณถือเก็บเป็นความลับ สอนได้แต่ลูกหลาน ศิษย์ที่สืบอายุธรรมาณาจักรใจนี้เท่านั้น แต่พอถึงสมัยลูกๆ โตไปแล้ว คงไม่ต้องเก็บไว้เป็นความลับ ถึงเวลา จะกลายเป็นประวัติศาสตร์ก็ได้…




- ข้อความบางส่วนที่นำมานี้ คัดลอกมาจากหนังสือค้นพบเมืองเก่ากรุงศรีวิชัย โดยท่านธีรทาส




 

Create Date : 12 มิถุนายน 2549
2 comments
Last Update : 12 มิถุนายน 2549 11:54:32 น.
Counter : 1204 Pageviews.

 

 

โดย: เิ้เืเ้รี้่นา่ดกะ IP: 125.24.132.169 23 มกราคม 2550 11:15:42 น.  

 



เอา ไป ลง แล้วววววว สาธุๆๆๆๆๆๆๆๆ


http://www.agalico.com/board/showthread.php?p=33801#post33801

 

โดย: มด IP: 58.10.96.35 17 พฤษภาคม 2550 15:10:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


suparatta
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




..วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร..
..ท่านนาคารชุนะ..
วิภาษวิธี..เกริ่นนำ..ตอนจบ..

๐ สมุดเยี่ยมและบ่นได้..
**ทางลัด**
๐ สารบัญทักทาย(ทั้งหมด)
๐ ชวนคุย&ฟังเพลงปี48(ทั้งหมด)
๐ นอนดูจันทร์..(ส่วนตัว)

**log in หน่อยน่า..



Google.co.th
Friends' blogs
[Add suparatta's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.