ภาคภาษาอังกฤษ English Version
บันทึกหัวใจแกร่ง ด้วยแรงแห่งรัก


บทความ บันทึกหัวใจแกร่ง จากหนังสือชีวจิต ฉบับทีี่ 230 1 พฤษภาคม 2551

หลายท่าน ซึ่งอยู่ที่ต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้ที่รักน้องโรส อยากจะอ่านบทความนี้ แต่ไม่สามารถจะหาซื้อหนังสือชีวจิต ที่นั่นได้ ผมจึงขออณุญาต นิตยสารชีวจิต คัดลอบทความเพื่อท่านเหล่านั้นจะได้อ่าน ครับ

ด้วยแรงแห่งรัก 1)
บททดสอบจากโชคชะตา





และแล้วการสอบวันสุดท้ายก็เดินทางมาถึง
ที่หน้าห้องเรียน ชั้น ม 3/1 มีบรรดาไทยมุง วัยประถมที่สอบเสร็จแล้ว
ต่างก็มายืนมอง และจับจ้องไปที่เด็กหญิงหน้าตาสดใส กับคุณพ่อของเธอ
ซึ่งกำลังตั้งใจ ทำข้อสอบร่วมกัน

แม้จะมีเสียง จ้อกแจ้ก จอแจ แต่น้องโรส - นุ่นนิจ ถาวรรัตน์
สาวตาพิการวัย 16 ปี กลับมีสมาธิดีเยี่ยม ใช้มือทั้งสองข้าง
สัมผัสกับข้อสอบบนโต๊ะ ซึ่งคุณพ่อของเธอขออนุญาตทางโรงเรียน
นำไปแปลเป็นอักษรเบรลล์ มาให้สอบพร้อมเพื่อนๆ

ครั้นได้คำตอบที่เหมาะใจ โรสจึงเอ่ยปากเรียกพ่อ
ก่อนจะค่อยๆยกมือขวาขึ้นชูสามนิ้ว เป็นสัญลักษณ์ให้ ทวีศักด์ ถาวรรัตน์ ผู้เป็นพ่อช่วยกากบาทบนกระดาษคำตอบ

“ ค ควายใช่ไหมลูก” คนเป็นพ่อ เอ่ยเบาๆ ทว่าส่งผลให้ลูกสาว สะดุ้งโหยง

“อย่าดังนักสิพ่อ เดี๋ยวคนอื่นก็รู้หมด” โรสบอกอย่างตื่นเต้น

เมื่อได้ยินเสียงบิดาหัวเราะร่วน เธอก็ส่งยิ้มกลับไปอย่างอารมณ์ดีเช่นกัน
ผลข้อสอบรายวิชาการงานพื้นฐานอาชีพในวันนี้ แม้จะยากไปสักหน่อย
แต่โรสก็คิดว่า ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด เพราะที่ผ่านมา “สาวตาพิการ” อย่างเธอต้องประสพกับบททดสอบที่แสนเจ็บปวดจากการกระทำของคนอื่นๆ
ทุกข์ทรมานทั้งกาย ใจ ต้องใช้ทั้งความอดทน อดกลั้น
และใช้ความพยายามมากกว่านี้หลายเท่า แต่เธอก็ยังผ่านมันมาได้
นับประสาอะไร กับข้อสอบแค่นี้ ไม่มีเสียหรอกที่โรสจะกริ่งเกรง

บททดสอบด่านแรก
คำบอกเล่าของแม่ ทำให้โรสได้รู้ว่า โชคชะตาเล่นตลกกับเธอ
นับตั้งแต่ลืมตาดูโลกเลยทีเดียว ซึ่งบททดสอบด่านแรก ที่โรสต้องเผชิญคือ การพยายามมีชีวิตทั้งที่ไม่อาจลืมตาดูโลก
พ่อเคยบอกว่า เหตุที่โรสต้องกลายเป็นคนตาพิการเพราะคลอดก่อนกำหนด
ประกอบกับตัวเล็กมาก ทำให้ต้องนอนอยู่ในตู้อบของห้อง icu
และได้รับออกซิเจนเป็นเวลานานเกินไป

ก่อนที่จะมีโรส แม่เคยท้องมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็แท้งไป พอท้องอีกครั้ง คราวนี้พ่อประคบประหงมอย่างดี แต่สุดท้ายก็ยังไม่วายต้องมาเจอกับโรคร้าย
ที่คาดไม่ถึง นั่นคือร่างกายของแม่ ต่อต้านการตั้งครรภ์ภฺอย่างรุนแรง
แม่มีอาการ ครรภ์เป็นพิษ

โดยโรคนี้ มักจะเกิดกับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ครั้งแรกที่มีอายุ มากกว่า 35 ปี แม้ว่าตอนนั้นแม่จะมีอายุเพียง 34 ปี แต่ที่สุดก็ป่วยเป็นโรคนี้จนได้
เมื่อมีอาการแทรกซ้อนรุนแรง ทั้งปวดศีรษะราว กับใครเอาคีมมาหนีบขมับ ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สายตาพร่ามัว เริ่มมองหน้าใครไม่เห็น
ตัวเริ่มบวม และมีอาการชัก

หมอกลัวว่าแม่จะได้รับอันตราย จึงตัดสินใจผ่าท้องคลอด เอาโรสออกมาดูโลก
โรสจึงมีโอกาสอยู่ในท้องแม่เพียง 7 เดือน คลอดออกมาโดยมีน้ำหนักแรกคลอดเพียง 1,050 กรัม ก่อนจะลดลงเหลือ 900 กรัม ในเวลาต่อมา ด้วยเหตุนี้ โรสจึงหายใจด้วยตัวเองไม่ได้ และจำเป็นต้องนอนอยู่ในตู้อบ

โรสรอดพ้นจากอุ้งมือของมัจจุราชมาได้ เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทางการแพทย์สมัยใหม่ที่ช่วยให้หัวใจดวงน้อยของสาวตัวเล็ก ฃกลับมาเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมออีกครั้ง

ปกติแล้ว จอประสาทตา จะเริ่มมีเส้นเลือดมาหล่อเลี้ยง เมื่อเด็กในครรภ์มีอาย
ุตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป จนถึงหลังคลอด 1 เดือน ในช่วงนี้เส้นเลือดตามส่วนต่างๆ ของร่างกายซึ่งยังเติบโตไม่เต็มที่ จะมีความไวต่อออกซิเจนมาก

ในเด็กที่คลอดก่อนกำหนดทุกรายจำเป็นต้องได้รับ ออกซิเจน เพื่อรักษาชีวิต
โรสเองก็เข้าข่ายนี้ การได้รับออกซิเจนติดต่อกันเป็นเวลานานกว่าเดือนครึ่ง จึงทำให้ระบบประสาทในส่วนของการมองเห็นของโรส ถูกออกซิเจนแรงดันสูงทำลาย

แม่ของโรสซึ่งทำงานเป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา พยายามพาโรสไปรักษาโดยการยิงแสงเลเซอร์ มาหลายครั้ง แต่ไม่ประสพความสำเร็จ โรสจึงต้องกลายเป็นสาวน้อยตาพิการนับแต่นั้น... แต่ก็ยังมีชีวิตพร้อมจะเติบโต ขึ้นมาพบกับบททดสอบแสนยากลำบากที่เธอเองก็ไม่ต้องการ

รักที่ได้รับ ช่วยลดปมด้อย
ถ้าพ่อ กับแม่ของโรสเลือกได้ เชื่อแน่ว่า คงไม่อยากให้เป็นแบบนี้

กระทั่งโรสเองก็ไม่อยากให้ใครเรียกเธอว่า “เด็กตาบอด” แต่นี่คือความจริงที่ไม่สามารถกำหนดกฎเกณฑ์ได้ ภาระหนักจึงตกอยู่ที่
พ่อกับแม่ เพราะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่คำว่า “เด็กตาบอด”
เป็นปมด้อยในชีวิตของโรส ซึ่งสิ่งสำคัญที่สามารถลบล้างได้
ก็มีเพียงความรักความเข้าใจ และไม่ไช่ เรื่องง่ายที่จะนำมาประคับประคองความรู้สึกของเด็กที่รู้จักความทุกข์เป็นอันดับแรกในชีวิต นี่แหละคือบททดสอบที่พ่อ แม่ต้องก้าวผ่าน ไปพร้อมกับเธอ

แม้ในหัวใจของโรสจะเต็มไปด้วยคำถาม มากมายบั่นทอนจิตใจ พ่อกับแม่ก็ไม่เคยจนมุม ที่จะไขข้อกระจ่าง ดังที่ครั้งหนึ่งโรสเคยสงสัยว่า “การมองไม่เห็น”คืออะไร

พ่อกับแม่ก็มักจะไม่ปล่อยให้ความสงสัย ลดทอนความเชื่อมั่น ในใจของเธอ โดยให้ลองเอามือปิดตาข้างขวา ....... แสงรำไรที่ผ่านมากระทบความรู้สึกออกมานั่นเอง ทำให้โรสได้รับรู้ว่า ตาข้างซ้ายพอมองเห็นเลือนราง ซึ่งมาทราบภายหลังว่า เห็นเพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น แต่พอเอามือปิดตาช้างซ้าย ได้เห็นแต่ความมืดสนิท และว่างเปล่าเสียจนรู้สึกเคว้งคว้าง
เด็กหญิงโรสในขณะนั้นก็รู้ในทันทีว่า นี่เองคือการมองไม่เห็น

จากนั้นความพิการทางสายตาก็ไม่เป็นอุปสรรคในการเรียนรู้ของเธออีกต่อไป ด้วยความรัก ความเข้าใจจากพ่อกับแม่ ก็เป็นตัวช่วยที่สำคัญ ซึ่งทำให้โรสเป็นเด็กกล้าแสดงออก
อารมณ์ดี ใฝ่รู้ และเรียนเก่ง ชนิดที่ประกาศผลสอบอกมาทีไร
เพื่อนร่วมห้องต้องอ้าปากค้าง ไม่ว่าโรสอยากจะเรียนอะไร
พ่อกับแม่ซึ่งมองผ่านข้อจำกัดของโรส เข้าไปถึงในหัวใจก็สนับสนุนทุกอย่าง โรสจึงเป็นเด็กตาบอดที่มีทักษะทางด้านการจำเป็นเลิศ สามารถนับเลข 1 – 100
เป็นภาษาอังกฤษได้ จำเบอร์โทรศัพท์ของใครต่อใครที่ติดต่อกับพ่อของเธอได้
ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 2 ขวบเสียด้วยซ้ำ

นิสัยใฝ่รู้ที่พ่อกับแม่ปลูกฝัง ทำให้โรสเป็นเด็กที่มีความสามารถรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์งานส่งอาจารย์โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ การร้องเพลงที่ไดเราะจนได้รับรางวัลการันตีมาแล้ว หลายเวที เล่นอีเลคโทนซึ่งฝึกฝนด้วยตนเองจนคล่องแคล่ว กระทั่งการอ่านหนังสืออักษรเบรลล์ที่ชัดเจน และถูกต้องจนครูต้องนำไปเป็นแบบอย่างให้เพื่อนๆดู

นอกจากนั้น พ่อซึ่งตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาดูแลโรสอย่างเดียว ยังสนับสนุนให้เธอทำในสิ่งที่คนตาบอดทั่วไปไม่ค่อยทำกัน นั่นคือ การให้โรสเรียนร่วมกับเด็กในโรงเรียนปกติ แทนที่จะเป็นโรงเรียนสอนคนตาบอด
โดยให้เหตุผลว่า โรงเรียนร่วมซึ่ง 99.99 เปอร์เซ็นต์เป็นคนตาดี เป็นโอกาสสำคัญที่โรสจะได้เรียนรู้เช่นคนทั่วไป
และที่โรงเรียนนั่นเองทำให้เธอรู้ว่า โลกแห่งความเป็นจริง
โหดร้ายกว่าที่คิดไว้นัก แต่ก็เป็นอีกบททดสอบที่ต้องเผชิญ

สู่โลกความจริงที่เจ็บปวด
ตอนแรกที่พ่อกับแม่ตัดสินใจพาเธอไปเรียนร่วมกับเด็กปกติ โรสรู้ว่าพ่อกังวลมาก ใหนจะอาจารย์บางท่านที่ไม่เข้าใจในจุดประสงค์ของพ่อ เพื่อนใหม่ของโรสที่แน่นอนอยู่แล้วต้องมองโรสด้วยสายตามีคำถาม ทั้งการเรียน การกินอยู่ การปรับตัว และอะไรต่อมิอะไรอีกสารพัด

“ไม่ต้องห่วงหรอกพ่อ ลูกก็มีปากนี่นา จะกลัวอะไร ไม่เข้าใจอะไรก็ถามเอา”

โรสยังจำได้ ที่บอกพ่อในวันนั้น ต้องการเพียงให้พ่อสบายใจ และก็ได้ผล
เมื่อพ่อกับแม่เลิกกังวล โรสจึงได้ไปเรียนร่วมกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง
ซึ่งเพียงระยะเวลาไม่นาน เธอก็ได้รับรู้ว่า ชีีวิตในโลกความเป็นจริงช่างแตกต่างจากชีวิตที่บ้านมากมายนัก

ที่โรงเรียนไม่มีใครเข้าใจโรส ทุกคนมองโรสเป็นตัวประหลาด
ความกล้าแสดงออกของโรสซึ่งพ่อแม่เคยสนับสนุน และบอกว่ามันเป็นสิ่งดี
กลับกลายเป็นดาบสองคม เพราะเพื่อนบางคนหาว่าโรสชอบทำงานเอาหน้า ซ้ำร้ายหลายคนหาว่าเป็นเด็กเส้น เพราะได้รับอภิสิทธิ์จากครูบ่อยๆ

โรสถูกเพื่อนทำร้ายโดยการหยิก ตี โดนแกล้งสารพัด

เมื่อโรสสอบได้ลำดับดีๆ เพื่อนบางคนก็ค่อนแคะ หาว่าอาจารย์สงสารเลยช่วย ซ้ำร้ายหลายคนหาว่าโรสไม่รู้จักจียมตัว ตาก็ไม่ดียังจะมาเรียนร่วมเป็นภาระของคนอื่น ทั้งที่โรสตาไม่ดี อ่านสีหน้าและแววตาคนไม่ออก เพื่อนบางคนพอพูดกับโรสแล้ว เธอไม่สบตาก็หาว่าหยิ่ง

“อีบอด”

คำพูดกระทบกระแทกแดกดันประโยคนี้ ทำให้ความมั่นใจที่เคยมีอย่างเต็มเปี่ยม
ในใจโรส ซึ่งพ่อกับแม่คอยเฝ้าส่งให้ เริ่มลดลงทีละนิดๆ ปมด้อยที่พ่อกับแม่ช่วยกันขจัดกลับโผล่ขึ้นมาตั้งตระหง่านในใจเธออีกครั้ง
โรสเริ่มรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อย ไม่มั่นใจ และแตกต่างจากคนรอบข้างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

โรสยังจำเหตุการณ์วันนั้นได้ดี วันที่เพื่อนต่างห้องได้ไช้คำพูดที่เปรียบประดุจหนามแหลมคม ทิ่มแทงหัวใจดวงเล็กของเธอเสียพรุนไปทั้งซอกอก

วันนั้นโรสเรียนวิชาเนตรนารี เพื่อนต่างห้องคนหนึ่งซึ่งลืมเอาหมวกมาขอยืมหมวกจากโรส เพราะถ้าไม่มีหมวก เธอจะต้องถูกคุณครูทำโทษ
โรสรู้ว่าการช่วยเพื่อนด้วยวิธีนี้ผิดกฎ หากครูรู้ก็ต้องถูกทำโทษเช่นกัน จึงลังเล

“นะโรสนะ ช่วยเราหน่อยนะ ตัวเองเป็นเด็กเส้น ครูรักมากกว่าคนอื่น ครูไม่ว่าหรอก”

ในตอนนั้น แม้จะรู้สึกไม่พอใจในคำพูด ของเพื่อนเป็นอย่างมาก แต่โรสก็ทำได้เพียงยืนเม้มริมฝีปาก และนิ่งเหมือนทุกครั้งที่โดนเพื่อนแกล้ง

ทมะ – การข่มใจที่จะไม่โกรธ ไม่ตอบโต้ เป็นบททดสอบที่ยากเหลือเกินสำหรับวันนี้

“นะโรสนะ ช่วยเราตอนนี้ ชาติหน้าจะได้เกิดมาตาดีๆ เหมือนคนอื่นเขา”

เท่านั้นเองความอดทนของโรสก็ถึงจุดสิ้นสุด.... แม้จะรู้ดีว่าบททดสอบชีวิตของเธอ ไม่มีวันยุติเพียงเท่านั้น


ด้วยแรงแห่งรัก ( จบ )
ก้าวสู่ชัยชนะด้วยความเพียร


ภาพถ่าย เบื้องหลังสารคดี บันทึกหัวใจแกร่ง ในชีวจิต





Create Date : 12 พฤษภาคม 2551
Last Update : 3 มิถุนายน 2551 6:15:08 น. 8 comments
Counter : Pageviews.

 
ขอตามอ่านบทความในblogก่อนนะคะ ยังไม่ได้ซื้อหนังสือชีวจิตเลยคะ อิอิ งบประมาณเดือนนี้มีจำกัด อ่านแล้วทำให้รู้ว่า ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวหัวใจแกร่งจริงๆคะ สู้กันตั้งแต่น้องโรสยังอยู่ในท้องคุณแม่กันเลย ขอยกนิ้วให้เลยคะ ที่ฝ่าฟันอุปสรรค์มากมาย มาได้จนถึงทุกวันนี้ ถึงตาจะพิการ แต่เชื่อว่าหัวใจน้องโรสไม่พิการเลยคะ แต่กลับตรงกันข้าม คือหัวใจของน้องโรสแสนจะสดใส มีกำลังใจเต็มเปี่ยม อาจจะเกิดขึ้นด้วยความรักที่คุณพ่อคุณแม่มอบให้ และก็จากตัวน้องโรสเอง ที่สามารถทำให้น้องโรสก้าวมาได้จนถึงทุกวันนี้ และสามารถทำสิ่งต่างได้ดี จะเรียกว่าดีกว่าคนที่เรียกตัวเองว่าคนปกติ แต่หัวใจพิการ ดูถูกดูแคลนคนอื่น แต่ลืมมองตัวเองว่าทำร้ายจิตใจคนอื่นด้วยคนพูดแย่ๆ ยังไงก็ขอให้น้องโรสและครอบครัวมีจิตใจที่เข้มแข็งแบบนี้ตลอดไปนะคะ ขอเป็นกำลังใจให้น้องโรส ทำสิ่งต่างที่ตั้งใจไว้ให้ประสบผลสำเร็จนะคะ สู้ๆๆคะ ไว้รออ่านตอนต่อไปนะคะ


โดย: eeh (คิตตี้น้อยสีชมพู ) วันที่: 12 พฤษภาคม 2551 เวลา:16:36:55 น.  

 
ขอบคุณ คุณ eeh ที่มาเยี่ยมน้องโรสนะครับ

ไม่เป็นไรครับ ตอนนี้ อะไร อะไร้แพงมหาโหดเลยนะครับ ตอนต่อไป ผมจะคัดลอกนำมาให้หลายท่านได้อ่านอีกครับ แต่คงต้องปลายๆเดือนละครับ เราอ่านในบล้อคตัวหนังสือ และรูปอาจไม่ค่อยจะสวยงามเหมือนที่ในหนังสือ แต่ก็พอรู้เรื่องในรายละเอียดละครับ




โดย: ทวีศักดิ์ ถาวรรัตน์ IP: 118.174.104.138 วันที่: 14 พฤษภาคม 2551 เวลา:12:18:46 น.  

 

เข้ามาอ่านอย่างไม่รู้สึกเบื่อครับน้องโรส

และจะรอซื้อฉบับต่อไป ที่จะวางบนแผง

น้องโรสอยู่หาดใหญ่ น้องโรสไม่ต้องเป็นห่วงคุณพ่อคุณแม่นะ ทำตัวให้สบาย เจอเพื่อนก็สนุกกับเพื่อน มีการบ้านก็ทำการบ้าน

ที่หาดใหญ่อาจจะขี่จักรยานลำบาก เพราะรถเยอะ แต่น้องโรสอาจใช้เดินเอาบ้าง กระโดดเชือกกับเพื่อนบ้าง

ไม่รู้ว่าจะมีคอมพ์ให้น้องโรส ได้ใช้งานมั๊ย? พิมพ์ใส่ใน ทั๊มไดรว์ แล้วให้คุณพ่อไปอัพบล๊อกแบบที่เคยทำ นะ

ถ้าเหงาก็โทร.ถึงคุณพ่อคุณแม่และเพื่อนๆนะน้องโรส

มีมือถือหรือยัง? จะโทร.หาลุงสินบ้างก็ได้ ลุงสินอยากฟังเสียงน้องโรสอยู่พอดี


โดย: yyswim วันที่: 14 พฤษภาคม 2551 เวลา:16:32:25 น.  

 
มาให้กำลังใจน้องโรสนะคะ


โดย: นายกุหลาบ วันที่: 14 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:45:54 น.  

 




คุณทวีศักดิ์ ครับ…นิตยสาร ชีวจิต ออกวางแผงแล้ว ผมไม่แน่ใจว่าจะวางแผงพร้อมกันทั่วประเทศหรือไม่? ราคาเล่มละ 55 บาท ..ผมซื้อเมื่อคืนนี้ แต่เพราะอยากจะถ่ายรูปภายในเล่มในตอนกลางวัน จึงรอมาจนถึงเที่ยงวันนี้












แรกสุดทีเดียว ผมก็อ่านบทความของน้องโรสก่อนบทความอื่น มีความยาว 3 หน้า เช่นเดียวกับฉบับที่แล้วเลย



เนื้อหายังคงเปี่ยมด้วยคุณภาพและประทับใจ ..สมกับที่รอคอย



ขอขอบคุณกองบรรณาธิการ ชีวจิต ครับ ...เขียนได้เก่งมาก อ่านสบาย เข้าใจง่ายละเอียด




















ข้างล่างนี่เป็น บางส่วนที่ผมอ่านแล้วชอบ…



จากบทความ หัวใจแกร่ง : ด้วยแรงแห่งรัก(จบ) ก้าวสู่ชัยชนะด้วยความเพียร


จากนิตยสาร ‘ชีวจิต’ ปีที่ 10 : 16 พฤษภาคม 2551


เรื่อง : นุ่นนิจ ถาวรรัตน์ เรียบเรียง : กองบรรณาธิการ ภาพ : ธนกร ลักษณะวารี






......’สิ่งไหนที่คนทำไม่ได้ ..คนทำได้’


โรสจำไม่ได้แล้วว่าเคยได้ยินคำพูดประโยคนี้ที่ไหน แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่า มันส่งผลให้โรสพยายามที่จะใช้ทักษะทั้งหมดที่มีอยู่ มุ่งมั่นและเรียนรู้ทุกอย่างรอบตัวอย่างไม่ย่อท้อ



เริ่มจากการเรียนพิมพ์ดีดระบบสัมผัส แบบคนทั่วไปด้วยตนเอง โดยอาศัยตาข้างซ้ายซึ่งมองเห็นได้แค่ 10 เปอร์เซ็นต์นั้นให้คุ้มค่า ซึ่งทุกครั้งที่ครูสั่งรายงาน โรสจะต้องพิมพ์เป็นอักษรเบรลล์ ลงในสมุดก่อน จากนั้นจึงนำมาพิมพ์เป็นภาษาปกติอีกที



ในขณะที่เพื่อนคนอื่นนั่งจ้องกระดานดำกันตาแป๋ว แต่เวลานั่งเรียนหนังสืออยู่ในห้อง นอกจากโรสจะจดจ่อตั้งใจฟังครูสอนแล้ว โรสยังมีเครื่องอัดเสียงขนาดเล็ก คอยอัดเสียงของคุณครูมาเปิดฟังอีกรอบหนึ่งเพื่อทำความเข้าใจบทเรียน




อยากอ่านหนังสือดีๆเหมือนที่เพื่อนๆอ่าน พ่อกับแม่ซึ่งสนับสนุนให้โรสเรียนรู้อย่างเต็มที่ ก็ช่วยหาหนังสือดีๆที่ตีพิมพ์เป็นอักษรเบรลล์ มาให้อ่านมากมาย เพื่อเพิ่มพูนความรู้ไม่เคยขาด



เห็นริน – น้องสาวสุดที่รัก ขี่จักรยานได้ โรสก็ไม่รอช้า ขอพ่อกับแม่หัดรถจักรยาน จนสามารถขี่ไปไหนมาไหนในละแวกบ้านได้อย่างคล่องแคล่ว แม้ว่าจะล้มลุกคลุกคลาน และเคยขี่ไปชนรถของเพื่อนบ้านหลายครั้งหลายครา แต่สุดท้าย โรส ก็สามารถขี่จักรยานไปรับลมที่ริมชายหาดได้สมใจ



โรส อยากเล่นดนตรี แต่ติดที่ไม่มีใครอยากสอน ไม่เป็นไร โรส สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้ โดยการใช้ประสาทการได้ยินที่ดีเลิศ มาเทียบเสียงโน้ต จนทุกคนยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่า ฝีมือการเล่นอีเล็กโทนของโรส ทำได้ดีไม่แพ้นักดนตรีมืออาชีพ.....



.......ผลจากความเพียรพยายามที่มากกว่าเพื่อนคนอื่นหลายเท่า ส่งผลให้ โรส เป็นเด็กตาบอดคนเดียวที่สามารถแต่งกลอนในวันสำคัญต่างๆให้โรงเรียนมาโดยตลอด และรับหน้าที่ในการอ่านทำนองเสนาะแทบทุกครั้งไปโดยปริยาย......”












โดย: yyswim วันที่: 18 พฤษภาคม 2551 เวลา:15:16:38 น.  

 
คุณสิน ครับ
ขอบคุณมากที่ได้ถ่ายรุปมาลงครับ
ที่สงขลา วันนี้ ฉบับใหม่ยังมาไมถึงครับ
คงจะต้องเป็นพรุ่งนี้ เห็นรูปแล้วก็อยากอ่านเหมือนกันครับ

วันนี้น้องโรสยังอยู่ที่สงขลาอีก 1 วัน พรุ่งนี้ก็จะกลับหาดใหญ่แล้ว

บทความที่เล่าเรื่องที่ไปอยู่ได้ 5 วัน เสร็จแล้วครับ ผมจะนำมา update ไม่ช้านี้ครับ

ขอบคุณอย่่างจริงใจ
ได้ไช้ อินเตอร์เนตความเร็วสูงเมื่อไร จะไปเยี่ยมเยือนทุกๆท่านเลยครับ



โดย: ทวีศักดิื ถาวรรัตน์ IP: 118.174.184.0 วันที่: 18 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:42:30 น.  

 
มาติดตามอ่านเรื่องของน้องโรส พร้อมกำลังใจค่ะ


โดย: นายกุหลาบ วันที่: 23 พฤษภาคม 2551 เวลา:13:59:11 น.  

 
ตามมาอ่านค่ะ

อ่านแล้วบอกตรง ๆ ว่า
บางครั้งคนตาดี ๆ ก็ทำร้ายคนอื่น
ด้วยคำพูด
เหมือนไม่ได้คิด

ดีว่าน้องโรส
มีความอดกลั้นดี

สู้ ๆ ค่ะ


โดย: โสดในซอย วันที่: 9 มิถุนายน 2551 เวลา:13:52:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
คนตาพิการ
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คนตาพิการ

ชื่อจริง นุ่นนิจ ถาวรรัตน์
ชื่อเล่น โรส

ปัจจุบัน อายุ 23 ปี ตาพิการทั้ง 2 ข้าง กำลังเรียนหนังสือ ณ สถาบันราชภัฏ สงขลา คณะ ครุศาสตร์ ปีที่ 3 โปรแกรมภาษาไทย

โรส ชอบเขียนเรื่องราวต่างๆที่ได้ประสบ พิมพ์เป็นตัวอักษรปกติบนคอมพิวเตอร์ แล้วพ่อจึง copy นำมา Post ที่นี่

ข้อความต่างๆส่วนใหญ่เป็น ความคิด
ความเข้าใจ และจินตนาการ บนพื้นฐานของความเป็น คนตาพิการ ของ น้องโรส ทั้งหมด


E-mail คุยกับน้องโรส คนตาพิการ
Your Link HTML Free Code

english version
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2551
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
12 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add คนตาพิการ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.