เขียนไปตามใจฉัน..สัพเพเหระ
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2553
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
21 ธันวาคม 2553
 
All Blogs
 

ป้าบ๊อบ น้าปูน และอ้วนหลิง

ชีวิตเท่าที่จำได้ตั้งแต่เด็กก็โตมากับหมา แต่..สัตว์เลี้ยงตัวแรกตอนจำความได้ หมายังเลียตรูดถึง..กลับเป็นแมวเหมียวลายเสือ เตี่ยเก็บมาจากไหนไม่รู้ได้ เอามาไว้ให้ลูกๆเล่น เอามาไว้จับหนูที่วิ่งจิ๊ดๆอยู่หลังบ้าน ดูแล้วเจตนาเตี่ยน่าจะเป็นอย่างหลัง จำได้แมวตัวแรกชื่อเจ้าเสือ เป็นแมวตัวผู้


อยู่กันมาจนวันหนึ่ง พี่ชายไปเอาหมาสีดำมา..ตอนกลับจากทริปไปทำงานทางเหนือ เขาว่าเป็นหมาผสม สีดำเมื่อม ตัวอ้วนอวบเชียว ได้ความว่า แกขอซื้อมาจากชาวเขา เพราะพวกเขากำลังเอาไปฆ่ากิน แกเห็นแล้วสงสาร มาถึงก็คิดกันว่าจะให้มันชื่ออะไรดี ดุหยั่งกะหมาจริงๆค่ะ 555 สมัยนั้นมีนักมวยปล้ำผิวสีของอเมริกันชื่อดังพอควร คือ โบโบ้ บราซิล บุคลิกแกทั้งน่ารัก ทั้งก้าวร้าว สีใกล้เคียงกัน เลยลงเอยเห็นพ้องกันในหมู่พี่น้องสามคนว่า เอาชื่อนี้หละ โบโบ้ เลี้ยงไปเลี้ยงไป เตี่ยกับแหมะบ่นชิกหัยเลย เพราะมันดุ เลี้ยงปล่อยไม่ได้เลย มันจ้องขย้ำคนนอกร่ำไป ล่ามไว้กับถังแก๊สสิบสามโลเต็มๆหนักๆมันลากจากหลังบ้านไปหน้าบ้านได้สบาย เวลากินอย่าได้กวนใจไอ่โบ้เด็ดขาด วางชามข้าวแล้วต้องรีบเดินออกห่าง ใครเข้าใกล้โบ้โดดขย้ำไม่สนหน้าอินทร์พรหม (เรื่องข้างเคียง:ตั้งแต่ไอ่โบ้มาอยู่ที่บ้าน น้าเสือเลยน้อยใจหายออกจากบ้านไประยะหนึ่ง แต่สุดท้ายตอนใกล้หมดลม น้าแกก็กลับมาตายรังนะ)

วันหนึ่ง กลับจากโรงเรียน เอ๊ะ ทำไมโบ้ไม่ลากถังแก๊สกระดิกหางออกมารับเราหละ เดินไปหลังบ้านฐานพักรบไอ่โบ้ เอ๊ะอีกทีเหลือแต่ถังแก๊สเปล่าๆ หันมาถามอาแหมะ .. แหมะ โบ้คื้อตีก่อ แปลว่า แหมะ โบ้ไปไหน แหมะบอกว่า ให้เขาไปแระ มันดุเกินกว่าจะเลี้ยงได้อีกต่อไป แต่คนรับไปก็เป็นญาติสนิทกัน บ้านเขามีบริเวณ และเปิดด้านล่างเป็นร้านขายกาแฟ เขาอยากได้หมาดุดุไปเฝ้าบ้านรอบๆ ถ้าคิดถึงเราก็ไปเยี่ยมมันได้น่อ แค่นั้นแหละ ฉันกับพี่สาวงอนสลัดตรูดใหญ่หนึ่ง เล็กหนึ่งขึ้นบ้าน แยกย้ายกันไปหลบมุมประจำ ร้องไห้ขี้มูกแตก สุดท้ายก็รู้สึกดีไปกับโบ้ด้วย เพราะไปเยี่ยมแล้วก็เห็นว่าเขามีความเป็นอยู่ที่ดี ญาติเลี้ยงดี ไม่ต้องล่ามถังแก๊สเหมือนบ้านเรา


หลังจากนั้นก็มีพี่โจ พี่จินนี่มาเลี้ยงด้วยกัน พันธุ์ผสมอีก เยอรมันเชพเพิร์ด ผสมหมาล่าเนื้อ พี่จินนี่บุญน้อยตายก่อนพี่โจ พี่โจหนะอายุยืน มาเสียชีวิตหลังจากเตี่ยเสียไปหนึ่งเดือน เตี่ยฉันจากโลกนี้ไป 27 ปีแล้ว พี่โจก็จากไปพร้อมกันนั้น


จากนั้นก็ไปเก็บใบหม่อนมาเลี้ยง เพื่อนให้มา บอกว่ามันตัวผู้ไม่อยากให้มันผสมกับแม่มัน ใบหม่อนมีฉายาว่าขวานฟ้าหน้าดำ เพราะหน้าข้างหนึ่งของใบหม่อนดำเหมือนหนังขวานฟ้าสมัยนั้นเลย หม่อนอยู่มานานตามขัย เจ้าชู้ไปทั่วหมู่บ้าน สาวๆมารอหน้าบ้านบ่อยๆ มาชวนไปเล่น ถ้าเปิดประตูได้หม่อนจะชอบวิ่งไปทั่วหมู่บ้าน เดี๋ยวก็กลับมาเอง มีเพื่อนบ้านบอกว่าหม่อนชอบเล่นจ้ำจี้ ตอนหม่อนตายฉันกับลูกสาวต้องหอบศพหม่อนใส่ท้ายรถ ไปหาเมรุจะเผา ปรากฏว่าเมรุเต็มหมด แล้วเวลาก็หมดด้วยเพราะเย็นมากแล้ว เลยถอยทัพกลับมาก่อน มาถึงหน้าหมู่บ้าน คุณรปภ.ถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม เพราะเห็นสองแม่ลูกร้องไห้ตาปูด ตาบวมแฉ่ง เลยบอกว่า น้าหม่อนตายแล้ว จะเอาไปเผาก็ไม่มีเมรุไหนว่างเลย แกเลยอาสาว่าจะเอาไปฝังหลังหมู่บ้านให้ มีที่ว่างเยอะ ฉันเลยเอากระดาษเงิน กระดาษทอง เอาอาหาร เอาน้ำไปวางให้หม่อนก่อนฝังด้วย พร้อมสวดมนต์ให้หม่อนเดินทางปลอดภัย จบจากหม่อนก็บอกกันว่า เห็นจะต้องพักกันสักหน่อย เพราะไม่ไหวกับการสูญเสียแบบนี้ เศร้ามาหลายหนเหลือเกิน


ปรากฏว่า พอหม่อนตาย มีแมวท้องแก่เดินมาด้อมๆที่บ้าน มีลูกติดมาตัวหนึ่งมาด้วยกัน เรียกคุณแม่ว่า แม่ดอกไม้ เรียกคุณลูกติดว่าเดซี่ ต่อมาแม่ดอกไม้คลอดลูกมาครอกหนึ่ง แล้วก็หายไป แล้วก็กลับมาใหม่มาคลอดลูกใหม่อีก ไปๆมาๆนับได้สิบเจ็ดตัว ตอนนั้นเลี้ยงแมวไม่เป็น เคยเลี้ยงแต่หมา ไม่กล้าเอาไปทำหมันด้วย กลัวมันเจ็บ แม่ดอกไม้ก็ขยันเอาเมี่ยงมาให้อม ไปแฮปปี้ปี้ปี้มีความสุข แล้วก็หอบลูกกลับมาคลอดที่บ้านทุกครอก หลังจากนั้นลูกๆของแม่ดอกไม้ก็หายไปทีละตัว สองตัว จนหายไปหมด เหลือแต่แม่ดอกไม้ที่โรงงานผลิตเสื่อมคุณภาพ แล้วแม่ดอกไม้ก็จากไป ตอนนั้นอาแหมะก็จากไปด้วยเหมือนกัน บ้านเลยว่างจากลูกสี่ขาค่อนข้างยาว เพราะฉันทำงานหนัก เป็นธุรกิจตัวเอง ต้องเลี้ยงลูกสองขาคนเดียว เพราะอาแหมะจากไปแล้ว ไม่มีใครช่วย


ช่วงนั้นฉันย้ายบ้านจากบ้านอาแหมะไปอยู่บ้านตัวเอง บ้านอยู่ไม่ไกลจากตลาด เย็นวันหนึ่ง ลูกสาวขี่จักรยานกลับมาบ้าน ฉันเห็นหมาตัวหนึ่งตีนแบนแต๊ดแต๋เหมือนกล้วยปิ้งทับ และมีเลือดหนองไหลนองพื้น เขาถัดเท้าข้างที่แบนนั้นมาตามถนน ตามลูกสาวมา ได้ความว่า ลูกสาวไปเลี้ยงข้าวหมาตัวนี้ที่ตลาดมาร่วมเดือนแล้ว วันนี้เขาเลยตามมาที่บ้าน สอบถามอีกได้ความว่าเจ้าของเดิมทับเท้าแบนแล้วเอามาทิ้งไว้ที่ตลาด อายุอานามตอนนั้นไม่น่าเกินหนึ่งขวบ วันที่เห็นนั้น เนื้อตัวสกปรก ขนเป็นก้อนๆทั่วตัว เลือดหนองไหลนองพื้น เลยตัดสินใจเอาเข้าบ้านมาอาบน้ำก่อน แล้วเอาใส่รถไป รพส.เกษตร ช่วงประมาณเกือบสี่โมงเย็นได้ หมอที่ รพส.เกษตรตรวจแล้วก็ดีใจหาย บอกว่า ถ้ามาช้ากว่านี้อีกอาทิตย์เดียวเชื้อโรคที่มันเข้าไปตามกระดูกขานั้นจะลามเข้าหัวใจก็จะตาย งั้นหมอจะผ่าเพื่อตัดขาข้างที่เสียนั้นทิ้ง และผ่ากันเย็นนั้นเลย บอกว่าสามทุ่มให้มารับ พอรับกลับมา เขายังเมายาสลบ แต่พอรู้สึกตัวนิดหน่อยก็ลุก พอลุกก็ล้มเพราะยังเมายา และเหลือแค่สามขาเอง เลยต้องเอาเข้าบ้านแล้วนอนกอดเขาไว้ เอานมให้กิน เอาน้ำให้กิน เอายาบำรุงของตัวเองมาให้หมากิน เช้ามาเขาฟื้นเต็มที่ก็เห็นกล้าๆกลัวๆอยู่ มองตาเขาแล้วก็บอกตัวเองว่า คงปล่อยคืนไปที่ตลาดไม่ได้แน่ มีหวังตายหยังเขียด ก็เลยเลี้ยงกันมาถึงตอนนี้ก็ปีที่สิบสองแล้ว เรียกตามที่ชาวตลาดเขาเรียก คือ บ๊อบ ตัวเมียแต่ชื่อแมนเชียะ ป้าบ๊อบอารมณ์สาวเมโนพอส ขึ้นๆลงๆ เป็นหมาที่กลัวผู้ชายที่สุด เจอผู้ชายแล้วเลิ่กลั่กประสาทเสีย เขาจะรับรู้อารมณ์ของฉันได้ดี ถ้าฉันมีความสุขเขาจะเอาคางมาเกยตักแล้วทำหน้าอ้อน ถ้าฉันมีความทุกข์ หรือ ไม่สบาย เขาจะมานั่งข้างๆแล้วมองตาฉัน เสร็จแล้วจะเอาหัวมาพิงแค่ข้างเข่า ไม่วางเกย


หลังจากได้ป้าบ๊อบมาจากตลาดพักใหญ่ๆ บ้านเพื่อนได้ลูกหมาครอกหนึ่ง ชิห์สุผสมพูเดิ้ล เขาไปแอบนัดแนะกับลูกสาว วันดีคืนดีก็ใส่ตะกร้าแล้วเอามาที่บ้านพร้อมบอกว่า ลูกสาวฉันอยากได้ กรี๊ดแตกไปหนึ่งนาทีว่าทำไมไม่บอกให้รู้ พอมองลงไปในตะกร้า เห็นลูกหมู แง๊ะ .. ลูกหมาตัวกลมอ้วนสีดำเมื่อม โอยใจละลาย ตกหลุมรัก สามิภักดิ์เป็นทาสมันทันที .. เปียกปูนลูกชายที่รักของแม่ เปียกปูนมันคงเคยเกิดเป็นเสี่ยมาก่อน เพราะมันต้องนอนหนุนหมอน หรืออะไรก็ได้ที่มีให้หนุนถึงจะหลับ กินข้าวกินปลา กินน้ำก็สุภาพเรียบร้อย สุขุม ฉลาดเป็นกรด ประสาทdagเป็นบางจังหวะ ชอบเล่นของเล่น ตอนนี้แก่แล้วก็ยังชอบเล่นของเล่นประเภทกดแล้วดังปิ๊ดๆนี่ยิ่งชอบ กวนส้งตีงชาวบ้านนี่ยิ่งเก่ง ถ้าปล่อยออกไปนอกบ้านละก้อ จะต้องวิ่งไปยกขาฉี่ใส่บ้านที่เขามีร๊อต กับ บางแก้ว บ้านละหนึ่งปิ๊ด บางวันเขามาเห่าหน้ารั้ว อีก็ยิ่งวิ่งไปปิ๊ดใส่หน้าเลยก็มี ตอนนี้เลี้ยงระบบปิด เพราะไม่อยากให้มีปัญหา และเปียกปูนเป็นหมาใจแตก ออกนอกบ้านจะชอบวิ่งไปไกลๆ เรียก็ยาก เลยห่วง


สองปีก่อน .. นั่งอ่านกระทู้ไปพลางๆ ก็พลันเจอกระทู้น้องหมาหาบ้านตามปกติ ก็ว่าจะเข้าไปให้กำลังใจ จขกท.ตามปกติ กระทู็น้องหมาหาบ้านให้พูเดิ้ลสีพีช หลงทางบนถนนอ่อนนุช ไถขนเกรียนเชียว ตัวผอมกะหร่องก่องเลย มีรูปหนึ่งเขาถายตามัน เขาเรียกมันว่า หลงหลง มองตาหลงหลงปุ๊บ วุ้ยทำไมน่าสงสาร รีบยกหูโทรศัพท์โทรทางไกลจากเมกากลับเมืองไทย หาพี่สาวก่อนว่า เจ๊..ช่วยเลี้ยงหมาให้ตัวนึงจิ เท่านั้น เจ๊บอก...โอเคไม่มีปัญหา ให้เจ้าของเคสติดต่อมาได้เลย .. แล้วเจ๊ก็ไม่ได้เลี้ยงเองหรอกค่ะ เอาไปไว้กับป้าบ๊อบและน้าปูน ให้หลานสาวที่ดูแลบ้านให้ฉันที่เมืองไทยเป็นคนเลี้ยงให้ เขามี green thumb สำหรับคนปลูกต้นไม้ฉันท์ใด ฉันก็ต้องขอยก thumbเหี่ยวๆของฉันให้กับหลานสาวคนนี้ เขาเลี้ยงลูกๆสามขา สี่ขาให้ฉันเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังดูแลลูกสาวสองขาของฉันให้เป็นอย่างดีเช่นกัน


ตกลงเลยรับหลงหลง ให้มาเป็นคุณหนูหลิงหลิงอีกหนึ่งหน่อ หลิงหลิงกะหร่องก่อง ตอนนี้หลังแบนจนต้องเรียกว่า อ่ายอ้วนหลิง .. เคยส่งรูปให้เจ้าของเคสที่นำมาหาบ้านดู เขาว่า บ้านพี่เลี้ยงหมา หรือ เลี้ยงหมูครับ กร๊ากกก
หลิงหลิงมีปัญหาเรื่องสุขภาพเยอะมาก ไม่อยากคิดว่า ถ้าวันนั้นไม่มีคนไปอุ้มมาจากถนนอ่อนนุช ป่านนี้หลิงหลิงจะเป็นยังไง

ตั้งแต่รับมา หลิงหลิงต้องผ่าตัดเนื้องอกที่เต้านมสองครั้ง ครั้งแรกสามก้อน ครั้งที่สองหนึ่งก้อนใหญ่เท่าลูกมะนาว และต้องผ่าเข่าและข้อสะโพกหนึ่งครั้ง ต้องกินอาหารพิเศษเพราะตอนรับมาเขาบอกว่าหลิงหลิงเป็นโรคไต
ไม่เป็นไรนะลูก .. แม้ว่าจะต้องจ่ายค่ารักษากันไปอีกเท่าไหร่ ก็จะทำเพื่อให้หลิงหลิงอยู่นานๆและอยู่อย่างดีมีความสุขเหมือนป้าบ๊อบกับน้าปูน


ฉันขอให้ลูกๆทั้งสามขา และสี่ขาทุกๆตัวจงมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บ ไม่ป่วย อยู่กันไปนานๆจนกว่าฉันจะได้กลับไปอยู่เมืองไทย จะได้อยู่เป็นเพื่อนฉัน แม้ว่าจะไม่ตลอดไปก็ตามเถิด



ป้าบ๊อบสามขา







ป้าบ๊อบสวยนะ เส้นตายังกะกรีดมาจากเซนเตอร์พอยท์เลยเชียะ






น้าปูน สิบขวบแล้วหน้ายังเด็กเหมือนแม่มันเรยยย












หลิงหลิงวันแรกที่รับไปที่่บ้าน







วันนี้ของอ่ายอ้วนหลิง






แต่ละช่วงตอนของหลิงหลิง ตอนไม่สบาย
น่าสงสาร







ข้อคิดของการเลี้ยงหมาสักตัว
๐ หมาตัวหนึ่งมีอายุเฉลี่ย 12- 16 ปี (ปีหนึ่งคูณ 7 เท่ากับอายุมนุษย์)
๐ หมาตัวหนึ่งมีค่าเลี้ยงดูไม่เยอะ แต่ก็ไม่น้อย ก่อนเลี้ยงต้องแน่ใจว่าเลี้ยงไหว
๐ หมาตัวหนึ่งมีค่ารักษาพยาบาลที่ต้องสำรองไม่น้อย เพราะโรคของหมาหลายโรค ค่ายา ค่าหมอ ไม่แพ้คนเลย
๐ หมาแค่ต้องการความรัก อาหารวันละนิด เล่นด้วยวันละหน่อย แค่นี้เขาก็พอใจ
๐ ยังมีอีกนะ หาอ่านได้ที่คลังกระทู้เก่าของห้องจตุจักร พันทิป


๐ Dog is only an Animal that LOVE YOU more than YOU love yourself. คิดดู๊ ไม่รักไหวเรอะ




ขอบคุณผู้มาเยี่ยมเยือนทุกท่าน และ ขอบใจน้องกุ้ง KungGuenter สำหรับพื้นสวยๆ




 

Create Date : 21 ธันวาคม 2553
5 comments
Last Update : 21 ธันวาคม 2553 16:11:48 น.
Counter : 1069 Pageviews.

 

เข้ามาเยี่ยมเลยได้อ่านเพลินเชียวไปเชียวค่ะ ชอบตาป้าบ๊อบด้วยคนนอกจากจะกรีดตาแล้วยังวาดสโม้คคี้กอายซ๊าด้วย ส่วนน้าปูนเนี่ยน่าจะชื่อบ๊อบมากกว่าค่ะ ดูจากหูและขนของเค้าแล้วได้ทรงจริงๆ คิคิ

 

โดย: วิสกี้โซดา 21 ธันวาคม 2553 8:17:33 น.  

 

โอว เพิ่งได้รู้ความเป็นมาของแต่ละตัว มีประวัติกันมาทุกตัวเลย ^__^

เป็นบุญของ หลิง หลิง คะ ที่ได้มาอยู่กับพี่น้อง ได้มาเสวยสุขอยู่ในบ้านที่แสนอบอุ่น

Merry X'mas & Happy New Year คะ

 

โดย: iam_zuzie 27 ธันวาคม 2553 14:34:34 น.  

 




แวะมาดูน้องหมาน่ารัก
และมาส่งความสุขและความปรารถนาดี
ปีใหม่นี้ขอให้มีสุขภาพพลานามัย สมบูรณ์ แข็งแรง
ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ทั้งปวง
มีแต่ความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้นไปนะคะ

รวมทั้งมาขอกำลังใจและคะแนนโหวตBest Pet Blog
ให้ป้าตุ้ย แม่พระของสัตว์ยากไร้ด้อยโอกาสด้วยนะคะ

http://amornsri.bloggang.com

 

โดย: creamcheese57 28 ธันวาคม 2553 8:57:57 น.  

 

แวะมาทักทายลูก ๆ ของคุณ Panissar

ป้าบ๊อบท่าทางใจดี ทำหูตูบเชียว

น้าปูนก็หน้าเด็ก ชอบทรงผมค่ะ เก๋ไก๋มาก

หลิง หลิงเป็นไงบ้างคะ แข็งแรงดีแล้วยัง

 

โดย: A-Chee 31 ธันวาคม 2553 15:42:06 น.  

 

ขอโทษนะคะไม่ทราบว่ายังอยู่ new jersey อยู่รึเปล่าคะ :)

 

โดย: ploy IP: 180.183.176.139 5 สิงหาคม 2555 15:25:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Panissar
Location :
กรุงเทพฯ United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Panissar's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.