Lilypie 3rd Birthday Ticker
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2550
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
7 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 

แม่พิมพ์ของลูก

จากหนังสือ "รักลูกให้ถูกทาง" ของหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ครั้งนี้ตุ๊กขอบัทึกถึงบทที่ว่าด้วยเรื่อง "แม่พิมพ์ของลูก"



“แม่พิมพ์ของลูก”




การที่เราจะเลี้ยงเด็กให้ได้ดีนั้นผู้เลี้ยงจะต้องรู้ถึงความเป็นอยู่ความต้องการของเด็กอย่างถูกต้อง เหมือนคนจะทำการเพาะปลูกก็ต้องเรียนให้เข้าใจถึงเรื่องของดิน เรื่องของฝนฟ้าอากาศ เรื่องของพืชที่ตนจะเอามาปลูก คนเลี้ยงสัตว์ เช่นหมาเป็นต้น ก็ต้องรู้ธรรมชาติจิตใจของมัน จึงจะฝึกหัดมันได้ถูกต้องเรียบร้อย



พ่อแม่ส่วนมากที่เลี้ยงลูกมาได้ ก็ทำกันไปอย่างที่เห็นๆ เค้าทำกันมาเท่านั้น หาได้อาศัยหลักการหรือวิธีการอย่างใดไม่ คนใดที่เลี้ยงลูกได้ดีมีประโยชน์ ถ้าหากถูกใครๆ ถามว่า เลี้ยงอย่างไรจึงได้ลูกดีดี อย่างนั้น เขาก็ไม่สามารถจะตอบได้ เพราะไม่ได้ทำสถิติอะไรไว้เลย บางคนร้ายไปกว่านั้น...ไม่มีความสนใจอะไรเลย ปล่อยกันไปตามบุญตามกรรมเสียเป็นส่วนมาก โดยคิดเสียว่าสุดแต่บุญแต่กรรมของมันเถิด ความคิดเช่นนี้เป็นความคิดที่ผิด ที่ว่าเกิดแต่บุญกรรมนั้น ก็หมายถึงเกิดจากการกระทำนั่นเอง

เรื่องของเด็ก...เป็นผลจากการกระทำของพ่อแม่
เมื่อพ่อแม่ เป็นตัวการให้เขาเกิดมาแล้ว
ก็ต้องยึดถือเป็นหน้าที่อันสำคัญที่สุด
ในอันที่จะฝึกให้เขาเป็นคนดีต่อไป ในกาลข้างหน้า




อนาคตของเด็กน้อยในเบาะจะเป็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับการสร้างของบิดามารดา เพราะมีคำกล่าวไว้ว่า...ธรรมชาติ...เป็นผู้ปั้นรูปกายให้เป็นรูปมนุษย์ มารดาบิดา...เป็นผู้ปั้นนิสัยใจคอของเด็ก
ร่างกายของเด็กเกิดจากสรรพวัตถุที่มารดาบิดาให้มา ส่วนจิตหรือนิสัยนั้นเกิดจากการอบรมของมารดาบิดาเช่นกัน สิ่งที่อยู่รอบตัวเด็กๆ อาจทำให้เด็กเป็นอะไรก็ได้
พ่อแม่จึงต้องให้ทั้งร่างกายและจิตใจแก่เด็ก ในทางที่ถูกต้องไว้เสมอ ชีวิตของเด็กน้อยต่างจากชีวิตของผู้ใหญ่มากมาย



ถ้าเราสังเกตให้ดีจะเห็นได้ว่า ถ้าเรายิ้มกับเขา...เขาก็ทำอาการยิ้มกับเรา แต่ถ้าเราทำหน้าบึ้ง...เข้าก็ทำบ้าง ถ้าเราทำแลบลิ้นหลอกเขาบ่อยๆ ...เขาก็ทำท่านั้นได้ เขาทำทุกอย่างที่เขาได้รู้และเห็น แต่เขาหาได้รู้ความหมายทำไปทำไมกันไม่ ความไม่เดียงสาของเขานี่แหละ ทำให้เขารับทั้งความดีและความชั่วเอาไว้ในใจของเขา สิ่งที่เราเรียกกันว่า ความรัก ความเกลียด ความร่าเริง ความเหงาหงอยอะไรต่างๆ นานานั้น เด็กๆ เขายังตีความหมายไม่ได้เลย เขาแสดงออกเพราะเขาได้เห็น ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นเพียงการสะท้อนกลับเท่านั้น หาได้เกิดมาจากความรู้สึกในใจไม่ ชีวิตของเด็กจึงยังเปิดเผยและมองเห็นอย่างง่ายๆ



คนโบราณจึงกล่าว เปรียบว่า... พันธุ์ไม้เลื้อย ย่อมเกาะจับสิ่งที่อยู่ใกล้ไว้เสมอ



เมื่ออยู่ใกล้ผู้ใด...
ก็ย่อมที่จะถ่ายทอดอะไรๆ ที่คนนั้นมีอยู่ไปไว้ในตัวเขาด้วย
...ลูกไม้หล่นไม่ไกลจากต้นเดิมที่ตรงนี้




เพื่อมิให้เป็นการสายเกินไป มารดาบิดาผู้มีหน้าที่ดูแลบุตร จึงควรระมัดระวังเด็กของท่าน อย่าให้เห็นได้รับรู้ในสิ่งอันไม่สมควรเป็นอันขาด



จ ง จำ ไ ว้ ว่ า.....
เด็กมีความสังเกต ความจำอย่างว่องไวที่สุด
และมีปกติอยากรู้อยากเห็น ในทุกสิ่งที่ผ่านประมาททั้งห้าของเขา




เมื่อท่านทราบความจริงข้อนี้แล้ว โปรดระลึกไว้เสมอว่า ลูกน้อยของฉัน... ไม่มีความเป็นอิสระในตัวเอง ไม่เดียงสาอะไรๆ ฉันจึงต้องระวังลูกของฉันให้มาก ฉันต้องให้ความดีทั้งทางกายทางใจแก่เขา... ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ อนาคตของลูกฉันอยู่ที่ฉันเอง ถ้าพูดกันถึงสิ่งแวดล้อมของเด็ก มารดาบิดาเป็นสิ่งแวดล้อมที่อยู่ใกล้ชิดเด็กที่สุด เป็นผู้มีอิทธิพลสูงในการชักจูงจิตใจของเด็กให้เป็นอะไรไปก็ได้ ในทางพุทธศาสนาจึงมักมีคำกล่าวไว้ว่า ... มารดาเป็นครูคนแรกของบุตรธิดา เป็นผู้ถ่ายทอดอะไรๆ ให้แก่บุตรธิดามากเหลือเกิน คนโบราณจึงกล่าวว่า “ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่”อันเป็นคำพังเพยที่ไม่มีคัดค้านแม้แต่น้อย
ปกติของเด็กๆ นั้น เขายังไม่มีอะไรที่จะกล่าวได้ว่าเป็นมายา เป็นความเท็จ เป็นความหลอกลวง เป็นความขลาดกลัว เป็นความริษยา ความอาฆาต เขาจะมีแต่อาการตรงไป ตรงมาเท่านั้นเอง เรื่องของเขาจึงไม่สลับซับซ้อน
แต่ถ้ามีอะไรที่ผิดปกติเกิดขึ้นในใจของเด็ก เช่นความโกรธ ความริษยา ความขลาดกลัวต่างๆ เกิดขึ้น นั่นก็เกิดมาจากการรับมรดกจากบิดามารดา หรือจากพี่เลี้ยงทั้งหลายผู้เป็นสิ่งแวดล้อมที่อยู่ใกล้ชิดตัวเด็กนั่นแหละ เป็นการรับการถ่ายทอดโดยมิได้ตั้งใจ แต่ได้รับเอาและฝังไว้ตลอดอายุของเด็ก ถ้าไม่แก้ไขเสียโดยเร็ว เขาก็จะติดนิสัยชั่วเหล่านั้น
มารดาบิดาจึงเป็นตัวการสำคัญ ในการสร้างความดี และความชั่วของเด็ก
การอบรมบ่มนิสัยของเด็กมิใช่เป็นงานเบาการทำให้เกิดมานั้น....ไม่ยาก



การอบรมเด็กก็เพื่อสร้างนิสัยให้เด็กเป็นคนดีตามที่เราต้องการ เป็นงานหนักมิใช่น้อย เป็นหน้าที่ที่บิดามารดาพึงกระทำ จึงไม่ควรเบื่อหน่ายต่องานนี้ จงมีความพอใจ ความเบิกบานใจ และเป็นสิ่งที่ต้องทำเรื่อยไป ด้วยความคิดชอบประกอบด้วยเหตุผลเสมอเถิด



จงศึกษาธรรมชาติเด็กของท่านให้เข้าใจ แล้วคิดหาทางแก้ไขว่า ควรทำอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับการเป็นอยู่ของเด็กนั้นๆ ก็พอจะพบช่องทาง ในการที่จะอบรมเด็กของท่านให้เป็นคนดีได้
เรื่องที่ควรพูดย้ำกับท่านอีกหน่อยก็คือ ท่านมารดา บิดา เป็นกระจกเงาของเด็ก เด็กของใคร..ก็ถือเอาของคนนั้นเป็นกระจกเงา เขารับอะไรจากท่านทุกวินาที การกระทำอันใดของท่านต่อหน้าเด็ก อย่านึกว่ามันจะไม่เป็นภาพประทับลงไปในใจของเด็ก และสร้างอะไรขึ้นในใจของเด็กเป็นอันขาด แต่จงนึกว่า การกระทำของพ่อแม่คือการพิมพ์ภาพลงในใจของเด็กจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเสมอ......



อิ อิ ตัวอย่างของบทนี้ เห็นได้ชัดๆ เลยจากตัวตุ๊กกับเจ้าเตเต้ คือเวลาที่เตเต้ ทำไรไม่ดี ไม่เหมาะ ตุ๊กมักจะพูดใน dialog เดิมๆ จนเตเต้พูดเองเลยเวลาเค้าทำผิด

อย่างเช่นเตเต้ แกล้งพี่โฟโมส ชอบไปกอด ไปหอมพี่โฟโมส พอเผลอก็เอามือเบิ้ดหัวพี่โมส แล้วพอแม่ตุ๊กเห็น ยังไม่ทันจะอ้าปากพูดเลย..... เจ้าเตเต้ก็ชิงพูดซะก่อน..

เตเต้..."เตเต้ ทำไมทำอย่างนี้หละ ไม่น่ารักเลยรู้มั้ย ยังงี้เรียกว่านิสัยไม่ดีนะ.....ยังงี้ต้องโดนลงโทษดีมั้ย ไปนั่งเก้าอี้มั้ย "
ทำท่า ทำทางเหมือนมาก จนคุณยายแอบขำ
ปล. การลงโทษ "นั่งเก้าอี้" เป็นคำแนะนำจากอาจารย์คณะวิจัย อะคะ ป็นการแยกเด็กออกมาเพื่อให้เค้ารับทราบความผิด และสามารถบอกเราได้เองว่า เค้าผิดอะไร แต่ไม่บ่อยนะคะ เด๋วจะไม่ศักดิ์สิทธิ์ เตเต้จะไม่ชอบเก้าอี้ตัวนี้เลยเจง เจง..

แต่เรื่องที่ว่าด้วยพ่อ แม่ หรือคนที่ใกล้ชิดเด็ก "เป็นกระจกเงาให้กับเด็ก" อันนี้เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งคะ.....







 

Create Date : 07 ธันวาคม 2550
10 comments
Last Update : 7 ธันวาคม 2550 18:26:13 น.
Counter : 747 Pageviews.

 

ขอขอบคุณ ของแต่งบล๊อก กิ๊บเก๋ สวยๆ จากเพื่อนสมาชิกคะ emo

 

โดย: tete' my little star 7 ธันวาคม 2550 18:28:30 น.  

 

มาส่งเข้านอนคะ นอนหลับฝันดีนะคะ...

 

โดย: หนุ่มน้อยแห่งลุ่มแม่น้ำบางปะกง 7 ธันวาคม 2550 20:05:02 น.  

 


มีความสุขในวันหยุดนะคะ... ปีใหม่ไปเที่ยวที่ไหนเอ่ย ?

 

โดย: หนุ่มน้อยแห่งลุ่มแม่น้ำบางปะกง 8 ธันวาคม 2550 10:39:51 น.  

 

จ๊ะเอ๋....มาอ่านบทความดีๆจ๊ะ...ว่าแต่ไปเที่ยวหรือยังจ๊ะ

 

โดย: ลูกไหม (ลูกไหม ) 8 ธันวาคม 2550 11:31:28 น.  

 

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ค่ะ เหมือนอย่างในบทความเลยค่ะเจ้าลูกชายคนโต เมื่อก่อนจะมีช่วงที่เราขี้โมโห เค้าก็จะมีอารมณ์ประมาณ
เดียวกันกะเราเลย ตั้งแต่นั้นมาก็เลย กลับมาคิดใหม่ว่าเราอยากให้ลูกเป็นแบบนั้นไหม เดี๋ยวนี้เวลามีอะไรก็จะพยายามใจเย็นให้มากที่สุดแต่บาง
ครั้งก็อดไม่ใด้เหมือนกัน เพราะบางทีทั้งดื้อทั้งซนกันเลยล่ะ

 

โดย: ภูมิกะภูริ (BongKet ) 8 ธันวาคม 2550 19:09:58 น.  

 

หลับฝันดีคะ...

 

โดย: หนุ่มน้อยแห่งลุ่มแม่น้ำบางปะกง 8 ธันวาคม 2550 22:26:30 น.  

 

อ่านบทความข้างบนแล้วจ๊ะ ยายแก้วก็มีลูกลิง 2 ตัวไล่เลี่ยกัน ซนจ๊ะ เลี้ยงมาเหมือนกัน แต่นิสัยต่างกันจัง พยายามทั้งอดทั้งทนจ๊ะ แต่ทุกอย่างทำเพราะรักจ๊ะ

 

โดย: ยายแก้ว..บ้านบัวแก้ว (mukkmin ) 8 ธันวาคม 2550 22:56:34 น.  

 

แวะมาทักทายวันอาทิตย์จ้ะน้องตุ๊ก




มาอ่านข้อความดีๆ ด้วยจ้ะ


 

โดย: นางฟ้าตาหวาน 9 ธันวาคม 2550 6:28:54 น.  

 

แวะมาเยี่ยมบล็อคจ้ะ
ยายมัม มาจากบ้านบัวแก้วสีนิลของยายแก้วจ้ะ

 

โดย: ยายมัม IP: 125.26.150.6 9 ธันวาคม 2550 19:07:01 น.  

 

จะจดจำใส่สมองไว้เลยค่ะพี่ตุ๊ก คิดถึงนะคะ อิอิ

 

โดย: กอล์ฟนะคะ (HACKER HUNTING in The City ) 9 ธันวาคม 2550 23:29:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


tete' my little star
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Emo น้องลิง
Emo หัวหอม
Emo เหลืองดุ๊กดิ๊ก
X
X
X
Myspace Layouts
Friends' blogs
[Add tete' my little star's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.