G A N B A T T E ~* เมื่อโลกยังหมุน ก็ต้องพยายามกันต่อไป

แอ่วเจียงฮาย... ท้าทายลมหนาววว [3 Final]

เส้นทางจากดอยแม่สลองไปยังดอยตุง ช่างสาหัสนัก ยิ่งกว่าเขาอากินะเสียอีก

เนื่องจากเราใช้เส้นทางที่เชื่อมระหว่างดอยสู่ดอยค่ะ ไม่ได้ใช้เส้นทางหลัก บรรดาผู้ร่วมทริปจึงออกอาการนิ่งกันหมด (ไม่กล้าอ้าปาก )

พี่สาวเราปวดท้องค่ะ มีอาการท้องเสีย อาจจะเพราะไวรัสลงกระเพาะ เลยรีบหาตั๋วกลับกรุงเทพฯ ในวันถัดไป ซึ่งได้ไฟลท์ 11 โมง ตอนเช้าเราหลังอาหาร เราจึงต้องออกจากดอยตุงเลย หมายมั่นปั้นมือว่าจะกลับมาเยือนในวันก่อนกลับ

หลังจากส่งพี่สาวขึ้นเครื่องแล้ว เราพากันไปวัดร่องขุ่นค่ะ

วัดร่องขุ่น สวยมากค่ะ แม้จะยังสร้างไม่เสร็จดี แต่ความอ่อนช้อยของลายไทย ดูแล้วตระการตาดีแท้


- ห้าม ซซ เข้าวัด!!! ล้อเล่งน่าา -


- มีร่มให้ยืมด้วยค่ะ แดดแรงมากกกกกก ใช้แล้วกรุณานำมาเก็บที่ด้วยนะคะ -


- รายละเอียดพรึ่บพรั่บเลย -


- คนก็พรึ่บเหมือนกัน เพราะเราไปกันวันอาทิตย์ค่ะ -


- ยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี เห็นว่าต้องใช้เวลาอีกครึ่งศตวรรษ -


- ยังไม่เสร็จ -


- เลือกมุมไม่ถูก ถ่ายไม่เป็นเลย -


- คนว่างแล้ว ต้องรีบมาถ่ายเก็บไว้ -



จากวัดร่องขุ่น เราก็ไปต่อกันที่วัดพระแก้วค่ะ

"วัดพระแก้ว ตั้งอยู่ที่ถนนไตรรัตน์ ใจกลางเมืองเชียงราย วัดนี้เองที่ได้ค้นพบ พระแก้วมรกต หรือพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ที่ประดิษฐานอยู่ ณ วัดศรีรัตนศาสดาราม(วัดพระแก้ว) กรุงเทพฯ ในปัจจุบัน

ตามประวัติเล่าว่า เมื่อปี พ.ศ. 1897 ในสมัย พระเจ้าสามฝั่งแกน เป็นเจ้าเมือง ครองเชียงใหม่นั้น ฟ้าได้ผ่า เจดีย์ร้างองค์หนึ่ง และได้พบ พระพุทธรูปลงรักปิดทอง อยู่ภายในเจดีย์ ต่อมารักกะเทาะออก จึงได้พบว่า เป็นพระพุทธรูป สีเขียวที่สร้างด้วยหยก ซึ่งก็คือ พระแก้วมรกตนั่นเอง

ปัจจุบันวัดพระแก้ว เชียงราย เป็นที่ประดิษฐาน พระหยก ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ ในวาระที่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีพระชนมายุครบ 90 พรรษา"
(ประวัติวัดพระแก้ว จาก http://www.dhammathai.org)


- พระอุโบสถ -


- ลวดลายละเอียดยิบเลยค่ะ -


- อีกมุม -


- ส่วนพิพิธภัณฑ์ ภายในมีของโบราณที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มาแสดงค่ะ สวยมาก -



จากนั้น เราก็เดินทางไปเยี่ยมชมวัดพระสิงห์กันต่อ ซึ่งอยู่ในตัวเมืองเชียงรายเหมือนกันค่ะ ไม่ไกลกันเท่าไรนัก

ประวัติวัดพระสิงห์ จากเว็บไซท์ http://www.watphrasingha.com

"สาเหตุที่วัดนี้ มีชื่อว่า “วัดพระสิงห์” นั้น น่าจะเป็นเพราะครั้งหนึ่ง เคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทย คือ พระพุทธสิหิงค์ หรือที่เรียกกันในชื่อสามัญว่า “พระสิงห์” ปัจจุบันวัดพระสิงห์เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธสิหิงค์ (หรือพระสิงห์) จำลองศิลปะเชียงแสน ปางมารวิชัย ชนิดสำริดปิดทอง หน้าตักกว้าง ๓๗ เซนติเมตร สูงทั้งฐาน ๖๖ เซนติเมตร"

โดยพระพุทธสิหิงค์นี้ ประดิษฐานอยู่ที่เชียงราย เป็นเวลา 20 ปีค่ะ


- เจอเจ้านี่นอนอยู่ สังเกตเสื้อ -


- พระอุโบสถวัดพระสิงห์ -


- ซุ้มประตูทางเข้าวัด -


- ลายสลักบนบานประตูค่ะ ให้น้องเลื่อนออกมาให้ -



หลังจากเยี่ยมชมจนเริ่มหมดแรง ก็ถึงเวลาเติมพลังงานให้กับร่างกาย หาร้านอาหารอยู่พักนึง เราก็ตัดสินใจเลือก ร้านก๋วยเตี๋ยวปลาตรงอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายค่ะ ดูท่าทางน่าจะกินง่ายๆ ดี มีหมึกแดงรับประกันความอร่อยซะด้วย

เข้าไปข้างในมีบรรดาชาต่างๆ อุปกรณ์ชงชาขายด้วย

พออิ่มท้อง พร้อมกับได้แก้วชงชาเซรามิคติดไม้ติดมือกลับบ้าน เราก็ไปสักการะพ่อขุนเม็งรายค่ะ เสียดายที่ตอนนี้บ่ายเสียแล้ว ทำให้พระอาทิตย์ตกไปทางด้านหลังอนุสาวรีย์ เลยย้อนแสง เลยคัดออกมาได้แค่นี้







บ่ายสามแล้ว พลพรรคที่เหลืออยู่ทั้ง 4 ต่างรีบเตรียมข้าวของเพื่อขึ้นไปยังภูชี้ฟ้า ภูแห่งเดียวของภาคเหนือ ก่อนพระอาทิตย์ตก เส้นทางที่ขึ้นไปไม่โหดร้ายเท่าไรนัก จะไปโหดร้ายกับคนช่างเมาเอาตอน 5 โลสุดท้ายโน่น

เราจองที่พักที่ "เรือนไทยภูชี้ฟ้า" ค่ะ แต่พอเราไปถึง กลับกลายเป็นว่า เราโดนส่งต่อไปยัง "ภูชี้ฟ้ารีสอร์ท"

หลังจากเลือกห้องพักเสร็จแล้ว เรามาพบว่า ที่พักไม่ได้ใกล้เคียงกับรูปในเว็บเลย (ตอนแรกยังไม่สงสัยเรื่องที่ว่า ชื่อที่พักต่างกัน) ซึ่งบอกตามตรงว่า ที่พักค่อนข้างแย่้ไปนิด มาครั้งนี้ เราค่อนข้างจะจุกจิกเรื่องที่พักสักเล็กน้อย เพราะมีน้องที่ร่วมทริป ไม่ใช่คนในสไตล์เที่ยวลุยๆ นอนกลางดินกินกลางทรายได้เท่าไรนัก เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพด้วย

ดังนั้น เมื่อเห็นสภาพที่นอน ที่เป็นลอนคลื่น ที่อาจจะทำให้หลังที่เพิ่งเสียเงินไปหาหมอไคโรแพร็คติคมา ต้องเสียรูปไปอีก อีกทั้งยังเปิดน้ำอุ่นเป็นเวลาด้วย

ระหว่างนั้น เมจึงให้น้องผู้ชาย ขับรถออกไปตระเวนหาที่พักใหม่ เผื่อเจอที่ดีกว่านี้ (ไม่ได้หวังมากค่ะ เพราะที่พักแถบนี้ ค่อนข้างใกล้เคียงกันหมด)

น้องทั้ง 2 คนกลับมา พร้อมกับออฟเฟอร์ที่พักใหม่ค่ะ จึงไปคุยกับเจ้าของ "ภูชี้ฟ้ารีสอร์ท" เพื่อถามว่า ทำไม จอง "เรือนไทยภูชี้ฟ้า" แล้ว กลับกลายเป็นมาพัก "ภูชี้ฟ้ารีสอร์ท" ไปได้

ทาง "ภูชี้ฟ้ารีสอร์ท" จึงต้องบอกความจริงว่า ทาง "เรือนไทยภูชี้ฟ้า" ส่งเรามาทางนี้ เนื่องจากว่า มีปัญหาภายใน ไม่สามารถรับลูกค้าได้ และเนื่องจากปัญหาเรื่องที่นอน เราไม่สามารถพักที่นั่นได้จริงๆ ทาง "ภูชี้ฟ้ารีสอร์ท" จึงยอมคืนเงินให้ครึ่งนึง

เราย้ายไปพักกันที่ "ภูชี้ฟ้า ฮิลล์" ค่ะ สภาพเตียงที่นี่ค่อนข้างดีกว่า เพราะฟูกบาง จึงไม่เป็นลอนมากเหมือนที่ "ภูชี้ฟ้ารีสอร์ท" เจ้าของที่นี่ ก็อัธยาศัยดี (จริงๆ ที่ภูชี้ฟ้ารีสอร์ทก็ดีนะคะ แต่เสียตรงที่ทำไมไม่แจ้งเราก่อนว่า ไม่ใช่ที่ที่เราจองไป) และโลเคชั่นนั้น ก็เยี่ยมมากค่ะ เนื่องจากตัวที่พัก อยู่บนเนิน จึงสามารถชมวิวตรงระเบียงที่พักได้โดยไม่มีอะไรบังตา อาหารที่นี่ก็อร่อยมากทีเดียว


- คุณชินวัตร เจ้าของ ภูชี้ฟ้าฮิลล์ ค่ะ คุยสนุก มุกเยอะทีเดียว -


- ภายในรีสอร์ท -


- หน้าตาของบ้านพักแบบเก่า ที่เราพักจะเป็นอีกแบบ -


- ภายในห้อง ขนาด 8-10 คน มาแอบถ่ายตอนเช้า เค้ายังเก็บไม่เสร็จเลย -


- ระเบียงของห้องพัก -


- ไม่มีอะไรบังด้านหน้าเลย ชอบๆ -


- ดอกไม้ใบหญ้า -







ที่บ้านพัก จะมีบริการรับส่งไปยังภูชี้ฟ้าด้วยค่ะ โดยรถกระบะ จะขับขึ้นไปเองก็ได้ แต่เนื่องจากไม่ชินทาง อีกทั้งหมอกยังเยอะ เราจึงเลือกที่จะให้ไปส่ง

จากจุดรับส่ง ยังต้องเดินขึ้นไปอีก 400 ม. จึงจะถึงยอดภู

อยากจะบอกว่า เหนื่อยมากกกกกกกกกกกก เดินไปได้สัก 200 ม. แรก หัวใจก็เต้นตุบๆๆๆๆๆ ราวกับจะเด้งออกมาจากอกซะให้ได้ พอเดินไปอีก 100 ม. เริ่มมีอาการหน้ามืด หายใจถี่ และหอบด้วย ทั้งๆ ที่ไปฟิตเนส วิ่งบนลู่ 5 โล ยังวิ่งได้ชิวๆ เลยนะเนี่ย

นับเป็นการซ้อมรบที่ดี ก่อนไปปีนสรังก็อต

เฮ้อ... กว่าจะตะกายไปถึงภูชี้ฟ้า แทบแย่...

ภูชี้ฟ้า คนเยอะมากค่ะ จำได้ว่าตอนมาผาตั้ง ทั้งทริป ปาไป 100+ คน จัดชนกับทริปของ ม. อื่น อีก ยังไม่รู้สึกว่าที่ทางมันแน่นขนาดนี้เลย


- คนเยอะอะไรอย่างนี้ หามุมถ่ายกว้างๆ ไม่ได้เลย -


- ยังดีที่ตะกายมาทันพระอาทิตย์ขึ้นด้วยหล่ะ -






- หมอกชัดๆ หนาแน่นมาก -


- จุดอันตราย น่ากลัวจริงๆ นะ เหมยเยอะ มันลื่นๆ ด้วย -


- ชาลี แองเจิ้ลส์ ชี้ฟ้าค่ะ-



เราถ่ายรูปเล่นข้างบนจนตลาดวาย คนหายไปเกือบหมดแล้ว จึงค่อยลง ซึ่งคุณพี่เจ้าของรีสอร์ท กลับมารับเราอีกรอบค่ะ แก๊งก์นี้ ตื่นก็สาย มาหลังสุด แ้ล้วยังกลับหลังสุดๆ อีกแน่ะ

หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ เราก็พากันเก็บของ ลงจากภูชี้ฟ้า เพื่อจะไปเยือนพระตำหนักดอยตุงกัน

ฉุกเฉิน!!
ได้รับ sms จากพี่สาวที่เป็นคนจองตั๋วให้เราค่ะ ไฟลท์วันนี้มีการดีเลย์ โดยของเราจะเลื่อนไป 1 ช.ม. จาก 4 ทุ่มครึ่งเป็น 5 ทุ่มครึ่ง

ในขณะที่วันถัดไป ต้องไปทำงาน

เราจึงรีบกุลีกุจอโทรไปยัง Air Asia เพื่อสอบถามเที่ยวบินอื่นๆ ซึ่งใกล้ที่สุดก็เป็นไฟลท์บ่ายสามโมง เราจึงต้องตัดใจที่จะไปเยี่ยมชมดอยตุงกันค่ะ

ไม่เป็นไร ทั้ง 4 คน ต่างก็เคยมาเที่ยวกันก่อนแล้ว

จากนั้น ติดต่อบริษัทเช่ารถ พร้อมตีรถกลับไปยังสนามบินอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ทันออกตั๋วและเช็คอิน

ทริปนี้ ก็จบลงด้วยความฉุกละหุกเช่นนี้แล ...

ส่วนทริปหน้า ก็จะพาไปชมเนปาลนะคะ




 

Create Date : 22 มกราคม 2551
12 comments
Last Update : 23 มกราคม 2551 12:27:30 น.
Counter : 939 Pageviews.

 

พักที่เดียวกันเลยครับ ตอนที่ผมไปพักกัน 3 คนแต่ว่าห้องเล็กเต็ม เค้าก็เลยให้อยู่ห้องใหญ่เลย แบบว่าห้องใหญ่มาก ได้ผ้านวมกันคนละสามผืน ฮ่าๆๆๆ ชอบๆ

 

โดย: กระเพราไก่สับ 23 มกราคม 2551 14:47:11 น.  

 

ถ่ายภาพสวยนะครับ

 

โดย: กระต่ายไม่ขูดมะพร้าว 23 มกราคม 2551 20:25:28 น.  

 

โฮ๊ยยยย งามจัง แต่ชอบรูปสุดท้ายง่ะ


แม่อาร์ทจะไปเที่ยวเลี้ยวล่ะสิ อิจฉาง่ะ

ทริบเนปาลถ่ายรูปมาฝากเยอะๆๆนะ

 

โดย: ซซ 24 มกราคม 2551 13:09:40 น.  

 

เน้นเที่ยววัดจังเลย ผมไปด้วยไม่ได้แน่ๆ เดี๋ยวจะร้อน อิ อิ
แต่สวยทุกวัดเลยนะครับ มีหมากะเหรี่ยงด้วย อิ อิ

 

โดย: ST.Exsodus 28 มกราคม 2551 9:46:34 น.  

 

แม่อาร์ทไปเที่ยวระยังง่ะ

 

โดย: ซซ 30 มกราคม 2551 12:58:17 น.  

 

กลับมาแร้วเหรอออออออออ

ทำไงเด ง่า อยากเห้นรุปที่ตาเองไปเที่ยวจังง่า
ไปเที่ยวหนุกหม๊ายยย

 

โดย: ซซ 14 กุมภาพันธ์ 2551 10:56:14 น.  

 

หายไปเรยยยย

 

โดย: ซซ 26 มีนาคม 2551 23:20:15 น.  

 

 

โดย: ซซ 8 พฤษภาคม 2551 23:06:58 น.  

 

แม่อาร์ทตะเองไหไปไหนายยยย

 

โดย: ซซ 6 กรกฎาคม 2551 22:51:58 น.  

 

สงสัยหนีไปแต่งงานแล้วแน่ๆ เลยลืมเพื่อนๆในบล็อก

 

โดย: ST.Exsodus 23 กรกฎาคม 2551 9:28:29 น.  

 

น่านเซ่ มีลูกกี่คนแล้วแม่อาร์ท เค้าอยากถามตะเองเรื่องไปเนปาลง่ะ อยู่ป่าวววว

 

โดย: ซซ 9 สิงหาคม 2551 20:24:49 น.  

 

น่านเซ่ มีลูกกี่คนแล้วแม่อาร์ท เค้าอยากถามตะเองเรื่องไปเนปาลง่ะ อยู่ป่าวววว 23 กรกฎาคม

 

โดย: ลาว IP: 192.168.2.41, 118.173.224.191 23 กุมภาพันธ์ 2553 9:38:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


mae-art
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




I'm NOBODY.
Group Blog
 
<<
มกราคม 2551
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
22 มกราคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add mae-art's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.