ตุลาคม 2555

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
19
20
25
26
28
29
30
31
 
 
First Love #4 ก่อเกิดความประทับใจ II
ขอเล่าต่อจากเมื่อตอนกลางวันนะคะ 

หลังเลิกเรียนพอกลับถึงบ้านปุ๊บ ทุกคนต่างแยกย้ายยยย 

เรา      >> เข้าห้องนอน ไปทำการบ้าน

น้อง C >> หาของกิน นั่งดูทีวี

จิงโจ้   >> หาน้ำกิน เตรียมตัวออกไปซ้อมทรอมโบนที่โบสถ์

คนที่บ้านนี้จะมีธรรมเนียมที่น่ารักอย่างหนึ่งก่อนออกจากบ้านค่ะ คือ จะบอกคนในบ้านก่อนว่า 

"ไปแล้วนะ" 

แล้วคนที่นั่งอยู่ในบ้านจะตอบกลับมาว่า 

"love you" 

แล้วจิงโจ้ก็เหมือนกันค่ะ ก่อนออกจากบ้านก็จะพูดว่า

"ไปแล้วนะ" 

แล้วน้องC ก็จะตะโกนออกมาว่า 

"love you" 

จิงโจ้ก็ตอบเสียงทุ้มเข้มตามสไตล์เค้าค่ะว่า "love you, too" 

ส่วนเราน่ะเหรอคะ อยู่เฉยๆค่ะ 555 นั่งฟังเสียงอยู่ในห้อง คือบ้านหลังน้ำจะเป็นบ้านชั้นเดียวค่ะ เพราะฉะนั้นถึงเราจะอยู่ในห้องนอน ใครพูดอะไรกันก็จะได้ยินหมด

พอจิงโจ้ไปแล้ว เราก็นั่งปวดหัวกับการบ้านที่เราไม่เข้าใจอะไรกับมันเลยค่ะ โดยเฉพาะประวัติศาสตร์อเมริกากับเลขที่มีศัพท์เฉพาะเต็มไปหมด T^T ภาษาของเราตอนนั้นมันง่อยจริงๆค่ะ เราต้องเปิดดิกหาศัพท์จนมึนหัวไปหมด(สมัยนั้นพ่อยังไม่ได้ซื้อTalking Dictให้) เลยเล่นเอาเหนื่อยเลยกว่าจะเปิดหาแต่ละคำเจอ กว่าเราจะนั่งทำการบ้านเสร็จก็ปาเข้าไป 5 ชั่วโมงเลยค่ะ 

momเห็นเราก็สงสารเรามาก กลัวจะเหนื่อยก็ชงนั่นนี้มาให้กิน แล้วก็บอกว่าเดี๋ยวจะลองอีเมลล์ไปคุยกับครูที่สอนให้ว่ามีวิธีไหนจะช่วยให้เราเรียนเข้าใจมากขึ้น จะได้ไม่ต้องทำการบ้านถึง 5 ชั่วโมงขนาดนี้  

momใช้คำว่า crazyเลยค่ะกับการที่เราต้องเสียเวลานั่งทำการบ้านนานขนาดนี้ คือเราอยากจะบอกmomเหลือเกินว่า ภาษาหนูง่อยเองอ่ะค่ะ มันไม่ใช่ความผิดของครูที่ให้การบ้านเลย T^T

วันถัดมา เหมือนความช่วยเหลือของmomจะแสดงผล ครูสอนเลขกับครูสอนประวัติศาตร์อเมริกาดูจะเอาใจใส่เราเป็นพิเศษเลยค่ะ ว่าตรงนั้นตรงนี้สงสัยข้องใจอะไรมั๊ย บลา บลา บลา คือทำให้
ก็รู้สึกว่าเข้าใจมากขึ้นนิดหนึ่ง มีทัศนคติที่ดีต่อวิชาพวกนี้มากขึ้น แต่วันนั้นการบ้านก็เยอะ...มากขึ้นตามลำดับ 

เฮ้ออออ ตอนนั้นช่วงแรกๆที่เรียนที่นั่น ก็ถอนหายใจแบบนี้เลยค่ะ เลยมาคิดตำหนิรุ่นพี่ในใจ 

'ไหนว่าเรียนไฮสคูลที่อเมกามันง่ายไง ไงตรงไหนวะเนี่ย' 

แต่ก็มารู้ทีหลังว่าไฮสคูลที่นี่ก็มีหลายเกรดเหมือนบ้านเราล่ะค่ะ ถ้าโรงเรียนดังมีคุณภาพเรียนก็จะยากหน่อย แต่ถ้าโรงเรียนเกรดC ก็จะเรียนง่าย ได้เกรดง่าย 

เราเคยแอบไปดูrankของโรงเรียนที่เราเรียนอยู่ ปรากฏว่าได้เกรด A ของรัฐนี้ค่ะ! อยากเข้าเรียนต้องสอบเอา อยากจะร้องไห้ (นี่ชั้นเลยต้องพลอยมานั่งทำอะไรปวดหัวแบบนี้ด้วยใช่มั๊ย) 

คือตอนเลือกโรงเรียนโฮสท์เป็นคนเลือกให้เราค่ะ เค้าคงอยากให้อยู่โรงเรียนเดียวกันกับลูกๆเค้า จะได้ดูแลกันได้สะดวก ประมาณนั้นค่ะ

ตอนกลับมาถึงบ้านหลังเรียนเสร็จ เราทำหน้าแบบเบื่อโลกแล้วก็หอบหนังสือ2-3เล่มเอากลับมทำการบ้านด้วย (หนังสือเรียนแต่ละวิชาเล่มใหญ่ หนาและหนักมากเพราะใช้เรียนทั้งปี) 

จิงโจ้คงเห็นอาการเบื่อโลกของเรา เลยเข้ามาถามตอนเรากำลังนั่งสะกดจิตหนังสืออยู่ ถามเราว่า

"กำลังทำการบ้านเหรอ ทุกอย่างโอเคมั๊ย?" 

เราก็ทำหน้ากลับไปแบบ T.T ไม่โอเค แค่นั้นแหละ..จิงโจ้ก็ปราดตัวเข้ามานั่งข้างเรา ซึ่งท่าที่เรานั่งทำการบ้านอยู่คือ นั่งคุกเข่าแล้วเอามือเกาะขอบเตียง (โต๊ะมีไม่ยอมใช้ ชอบความลำบาก 555) 

บนเตียงก็จะมีหนังสือ ชีท เอกสารเต็มไปหมดเลยค่ะ จิงโจ้ก็มานั่งคุกเข่าข้างขอบเตียงข้างๆเรา จากนั้นก็เริ่มเปิดหนังสือแล้วถามว่า 

"ไหน.. ไม่เข้าใจตรงไหน?" 

เราก็ชี้ไปที่คำถามแบบฝึกหัดวิชาเลข แล้วจิงโจ้ก็เริ่มอธิบายๆ ด้วยหน้าตาท่าทางจริงจังมากค่ะ แล้วก็ถามเราอีกว่า 

"เข้าใจรึยัง?"

เราก็ >.> <.< ส่ายหัว คือก็ยังไม่เข้าใจเหมือนเดิมค่ะ จิงโจ้เห็นแบบนั้นก็ทำหน้าเหนื่อยๆ ถอนหายใจใส่เรา แล้วก็เดินออกไปจากห้องเรา เราก็คิดว่าเค้าคงเบื่อจะสอนเราแล้วล่ะ เลยปลงแล้วเราก็หันมาสนใจกับการบ้านที่งงๆของเราต่อ 

สักพักใหญ่ๆจิงโจ้เดินเข้ามาในห้อองเราพร้อมกับตะกร้าหนังสือพิมพ์เก่า เยอะมากกกก แล้วในหนังสือพิมพ์พวกนั้นมันจะมีตัวเลขอะไรสักอย่างที่จิงโจ้อธิบายให้เราฟังก่อนหน้านั้นแต่เราไม่เข้าใจ

ทีนี้จิงโจ้หยิบหนังสือพิมพ์มากกางออกแล้วชี้ตัวอย่างให้เราดู พร้อมกับอธิบายอีกรอบหนึ่งค่ะ แล้วก็ยังสอนเรา อธิบายให้เราฟังอีกหลายข้อจนเราเริ่มจับทางของแบบฝึกหัดได้ถูกแล้ว จิงโจ้ก็นั่งข้างๆเราจนเราไม่มีคำถามอะไรแล้ว เค้าเลยขอตัวบอกว่า 

"ออกไปซ้อมดนตรีที่โบสถ์ก่อนนะ อาจจะกลับดึกหน่อย" 

แล้วก็ยิ้มใจดีมาให้เราค่ะ เราก็หันไปยิ้มให้เค้าเหมือนกันค่ะ พูดขอบคุณแบบว่าหน้าตาเราซาบซึ้งมากอ่ะค่ะ เพราะจิงโจ้ต้องเสียเวลาซ้อมดนตรีเป็นชั่วโมงเพราะต้องมาสอนการบ้านให้เรา มันทำให้เรารู้สึกประทับใจเค้ามากๆเลยล่ะค่ะ

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ทุกวันจิงโจ้ก็จะถามเรื่องการบ้านเราตลอดเลยค่ะ เราไม่ได้อันไหนก็จะช่วยสอน พอสอนจนเราทำได้ เค้าก็จะออกไปโบสถ์ เป็นแบบนี้อยู่หลายวันเหมือนกันค่ะ

ช่วงแรกๆเราเคยสงสัยเหมือนกันนะคะว่า เค้าเอาเวลาไหนไปทำการบ้านกัน ต่อมาเลยได้คำตอบค่ะว่าส่วนมากจิงโจ้จะทำเสร็จในช่วงคาบเรียนหรือถ้าเยอะจริงๆก็จะทำการบ้านหลังจากซ้อมดนตรีเสร็จค่ะ

อีกเรื่องหนึ่งที่รู้มาก็คือ จิงโจ้เป็นคนแนะนำmomให้ลงทะเบียนเรียนให้เราเรียนแต่ละวิชากับครูคนนั้นคนนี้ตามที่เค้าเห็นว่าดีค่ะ (momบอกเราอีกที) แล้วที่รู้มาอีกก็คือ เลขกับประวัติศาสตร์อเมริกา เรากับจิงโจ้เรียนเหมือนกัน กับครูคนเดียวกันแต่คนละคาบค่ะ หลังๆมาก็เลยได้นั่งทำการบ้าน ปรึกษางานด้วยกันบ่อยๆ เราเลยคิดว่า คงเป็นเพราะความใจดีของเค้ามั้งคะที่ทำให้เราเริ่มรู้สึกดีกับเค้ามากขึ้นๆ แล้วก็รู้สึกไม่อึดอัดเวลาอยู่กับเค้าเหมือนตอนแรกด้วยค่ะ

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ช่วงอาทิตย์แรกที่เปิดเรียนอ่ะค่ะ (หลังจากวันที่จิงโจ้สอนการบ้านเลขโดยยกตัวอย่างจากหนังสือพิมพ์มาให้เราดูแล้ว) เพื่อนในห้องเรียนก็ดูจะแตกตื่นกันมากตอนเราเข้าไปถึงห้องเรียน 

สรุปคือ เรื่องที่เราเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนและอยู่บ้านหลังเดียวกันกับจิงโจ้เป็นข่าวฮือฮาในกลุ่มเพื่อนรุ่นเดียวกันมากค่ะ เพราะมีคนรู้จักจิงโจ้เยอะ แล้วสาวๆรุ่นเดียวกันที่โรงเรียนก็ชอบเค้าเยอะเหมือนกันค่ะ สังเกตุได้จากเพื่อนผู้หญิงหลายคนที่มาตีสนิทเราเพื่อถามถึงเรื่องของเค้าแล้วก็ครอบครัวเค้าค่ะ เราก็ตอบเท่าที่เรารู้ไปอ่ะค่ะ 

แล้วก็มีเพื่อนสาวคนหนึ่งเห็นเราพกกล้องมาโรงเรียนด้วย ก็เขยิบมาหาเราแบบ 

"ถ่ายรูปชั้นสิ ถ่ายชั้นๆ แล้วเอาไปให้....(ชื่อจิงโจ้)ดูนะ แล้วฝากบอกเค้าด้วยว่าชั้นชอบเค้า" 

คนนี้ว่าแล้วก็กรี๊ดเองอ่ะค่ะ ส่วนเราก็อารมณ์อยากได้เพื่อนพอดี เลยตอบตกลงค่ะว่าเดี๋ยวเย็นนี้เดี๋ยวจะบอกให้ 

พอตอนบ่ายๆที่กลับถึงบ้านแล้ว เราเอาของไปเก็บในห้องนอน แล้วจิงโจ้ก็เข้ามาถามไถ่เรื่องการบ้านเราพอดี เรา(ซึ่งเริ่มสนิทใจกับจิงโจ้แล้ว) เลยกวักมือเรียกแล้วเล่าเรื่องเพื่อนผู้หญิงในคลาสในเค้าฟัง แล้วเราก็เดินไปนั่งคุกเข่าเกาะข้างเตียง(ท่าเดิม) จัดการเปิดกล้อง 

จิงโจ้เลยตามมานั่งคุกเข่าข้างๆเรา ชะเง้อหน้ามาดูรูปใกล้ๆเรา พอเห็นรูปเพื่อนผู้หญิงคนนั้น จิงโจ้ก็หัวเราะแล้วหันหน้ามาทางเรา  แล้วพูดว่า "อ๋อ..คนนี้น่ะเหรอ เรารู้จัก ชื่อลอเรน" แล้วก็ถือวิสาสะหยิบกล้องจากมือเราแล้วพูดว่า 

"ไหน..ขอดูหน่อยสิว่าถ่ายรูปอะไรไว้บ้าง" 

เราก็ไม่ได้ห้ามค่ะ เพราะไม่มีรูปอะไรที่น่าเกลียดในนี้เลยอนุญาตให้เค้าดูตามใจชอบ ซึ่งในนั้นมีรูปเราที่เราถ่ายตัวเองด้วย จิงโจ้เปิดดูแล้วก็ทำหน้ายิ้มๆค่ะ จนเราเริ่มอาย เราก็แบบ 

"เอามานี่เลย ไม่ให้ดูแล้ว" 

ยึดกลับ 55



Create Date : 24 ตุลาคม 2555
Last Update : 24 ตุลาคม 2555 1:18:38 น.
Counter : 1243 Pageviews.

6 comments
  
สู้ๆๆ ค่ะ
โดย: nong IP: 24.253.241.9 วันที่: 24 ตุลาคม 2555 เวลา:4:59:18 น.
  
ตื่นเต้นนนนน
โดย: Star of Perseverance วันที่: 24 ตุลาคม 2555 เวลา:9:23:45 น.
  
สวัสดีครับ ปลายฝนต้นหนาว ข้าวเริ่มตั้งท้องแล้ว ลมหนาวพัดมาเบาๆ




โดย: ต้นกล้า อาราดิน วันที่: 24 ตุลาคม 2555 เวลา:10:07:32 น.
  
จากอ่านผ่าน ๆ เรื่อย ๆ
สุดท้ายอ่านติดหนึบจนต้องย้อนกลับไปอ่านตอนแรก
เป็น first love ที่สนุกมากกกกกกก

รออ่านต่ออยู่น้า..
โดย: kaizank (kaizank ) วันที่: 24 ตุลาคม 2555 เวลา:20:20:11 น.
  
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านกันนะคะ

จะพยายามมาเล่าให้อ่านกันเรื่อยๆนะคะ
โดย: YU_IIเหม่ยผิง วันที่: 24 ตุลาคม 2555 เวลา:21:16:06 น.
  
I hope that you are going to be elaborating more on this theme. I like a little more information. Olivia http://kevinmccray24.insanejournal.com
โดย: Olivia IP: 112.243.111.151 วันที่: 24 มีนาคม 2556 เวลา:19:15:41 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

YU_IIเหม่ยผิง
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]



เป็นคนช่างคิดช่างฝัน มีความฝันอยากที่จะทำสิ่งต่างๆมากมายซะจนไม่รู้จะเริ่มอันไหนก่อนดี
New Comments