Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
10 ธันวาคม 2554
 
All Blogs
 
จัดการกับพื้นบ้านประเภทต่างๆ หลังน้ำลด พื้นไม้ กระเบื้อง พรม ปาเก้ พื้นหิน

พื้น

พื้นหินธรรมชาติ

ถ้าเป็นพื้นหินธรรมชาติอาจจะมีปัญหามากที่สุด เพราะน้ำท่วมจะทำให้พื้นเป็นรอยคราบน้ำที่กำจัดไม่ได้ คงต้องปล่อยเลยตามเลย ถ้าท่านทำใจไม่ได้คงต้องรื้อหินแผ่นที่เสียหายแล้วปูหินแผ่นใหม่แทน แต่ก่อนปูต้องแน่ใจว่าพื้นคอนกรีตด้านล่างสนิทแล้วจริง ๆ ก่อนเสมอ

พื้นไม้ปาเก้ พื้นไม้จริง

สำหรับพื้นไม้ปาเก้ที่หลุดออกให้นำไปผึ่งลมอย่าตากแดด เมื่อไม้แห้งแล้วจึงนำมาประกอบกลับด้วยกาวปูไม้อีกครั้ง ส่วนไม้ปาเก้ที่ติดอยู่ แต่มีอาการปูดบวม ให้เลาะไม้นั้น ๆ ออกให้หมด โดยเฉพาะเศษกาวของเดิมโดยต้องขูดจนถึงเนื้อพื้นปูน ถ้าจะปูไม้กลับเข้าไปใหม่ต้องรอให้พื้นแห้งสนิทจริง ๆ ก่อน ซึ่งน่าจะกินเวลามากกว่า 1 เดือนเลยทีเดียว

สำหรับพื้นไม้จริง ตรวจสอบว่าไม้แผ่นใดโก่งงอให้ถอดไม้นั้นออกเพื่อเปิดโอกาสให้พื้นนั้นมีช่องระบายความชื้นออกได้ง่ายขึ้น เมื่อพื้นข้างใต้นั้นแห้งสนิทแล้วจึงติดตั้งพื้นไม้ใหม่ใกล้เข้าไปแทนพื้นไม้ที่เสียหายนั้น ก่อนที่จะทากาวด้วยน้ำยาย้อมไม้หรือน้ำยาเคลือบไม้ตามแบบเดิมให้ขัดผิวไม้นั้นออกให้หมดก่อน เพื่อให้สีของไม้สม่ำเสมอหลังจากทำผิวไม้แล้ว

พื้นไม้เทียม

สำหรับพื้นที่ปูด้วยไม้เทียมที่ถูกน้ำท่วมนั้น โอกาสที่จะเสียหายจนซ่อมแซมไม่ได้นั้นมีมากกว่าวัสดุปูพื้นชนิดอื่นๆ เพราะตัวไม้ด้านหลังเป็นแผ่นไม้อัด ซึ่งไม่ทนน้ำมักจะบวมเมื่อถูกความชื้น ให้ท่านรื้อแผ่นพื้นทั้งหมดออกไปก่อน เพื่อให้ความชื้นที่พื้นคอนกรีตด้านล่างระเหยออกไปได้หมด จากนั้นจึงปูพื้นลงไปใหม่ แต่ถ้าแผ่นพื้นเดิมเสียหายอาจจะต้องสั่งแผ่นพื้นใหม่มาทดแทนของเดิม หรือเปลี่ยนเป็นวัสดุปูพื้นชนิดอื่น ๆ แทน

พื้นกระเบื้อง

พื้นกระเบื้องเซรามิกที่แช่น้ำนานๆ ถ้าเป็นเซรามิกที่มีคุณภาพดีมักไม่ค่อยพบปัญหามากนัก แต่ปัญหาส่วนใหญ่นั้นจะเกิดที่ร่องยาแนวกระเบื้องทั้งบริเวณพื้นและผนังที่สกปรก เนื่องจากเศษดินโคลนที่มากับน้ำท่วม แนวทางการแก้ปัญหาด้วยตนเองในเบื้องต้นคือ

ควรทำความสะอาดทันทีหลังน้ำลด ถ้าปล่อยให้พื้นแห้งจะทำความสะอาดยาก ให้เริ่มจากกวาดขยะและทำความสะอาดด้วยไม้กวาดทางมะพร้าวและขัดด้วยแปรง จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาด แล้วตรวจสอบบริเวณยาแนวที่มีคราบสกปรกฝังแน่น รวมทั้งความเสียหายของกระเบื้องและยาแนวที่หลุดล่อน

การจัดการคราบสกปรกที่ยาแนวกระเบื้องให้ลาดด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ บริเวณคราบดำ โดยแบ่งการทำความสะอาดเป็นห้องๆ ควรสวมถุงมือยางและใส่หน้ากากหรือผ้าปิดจมูกเพื่อป้องกันการสัมผัสและสูดดมน้ำยาทำความสะอาดโดยตรงและระวังน้ำยากระเด็นเข้าตาหรือปาก

ทิ้งให้น้ำยาทำปฏิกิริยากับคราบสกปรกประมาณ 5 นาที จากนั้นใช้แปรงพลาสติกขัดทำความสะอาดที่บริเวณนั้น โดยให้ออกแรงกดตอนขัดเพื่อให้คราบสกปรกหลุดออก ลาดด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ใช้พัดลมเป่าบริเวณทำความสะอาดให้แห้ง ถ้าคราบสกปรกไม่ออกจะต้องขูดยาแนวนั้นทิ้งและลงยาแนวใหม่

การซ่อมยาแนวที่มีคราบดำหรือหลุดล่อน ให้ขูดร่องยาแนวเก่าด้วยเหล็กขูดร่องยาแนวหรือไขควง ล้างทำความสะอาดยาแนวเดิมให้สะอาดแล้วเช็ดด้วยผ้าแห้ง ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง ผสมปูนยาแนวโดยดูจากคำแนะนำของผู้ผลิตที่แสดงไว้ที่หีบห่อ ผสมปูนยาแนวสำเร็จรูปในแก้วหรือถ้วยพลาสติกที่ใช้แล้ว โดยทำตามคำแนะนำของผู้ผลิตที่แสดงอยู่ข้างถุง

ยาแนวด้วยนิ้วโดยกดให้ปูนยาแนวเต็มร่อง จากนั้นใช้นิ้วปาดยาแนวให้เรียบ เช็ดทำความสะอาดด้วยฟองน้ำทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง ใช้ฟองน้ำชุบน้ำให้หมาด ๆ แล้วเช็ดร่องยาแนวให้เรียบ ทำความสะอาดคราบปูนยาแนวที่เลอะบริเวณผิวกระเบื้องด้วยผ้าแห้งเช็ดอีกครั้ง ต้องทิ้งไว้ 12 ชั่วโมงก่อนใช้งานพื้นที่นั้น

การซ่อมกระเบื้องแตกร้าวและหลุดล่อน ให้รื้อกระเบื้องที่แตกหรือร้าวออก จากนั้นสกัดพื้นผิวซีเมนต์ที่เรารื้อกระเบื้องนั้นออก สกัดปูนออกให้เท่ากับความหนาของกระเบื้องรวมกับความหนาของกาวซีเมนต์ ซึ่งจะหนาประมาณ 1.5 เซนติเมตร และทำความสะอาดเศษซีเมนต์ออกให้หมด

ผสมกาวซีเมนต์สำเร็จรูปที่ใช้ปูกระเบื้องโดยเฉพาะ ใช้เกรียงตักกาวซีเมนต์ทาลงบริเวณผิวซีเมนต์ที่สกัดไว้ นำกระเบื้องที่ลวดลายและสีเดียวกันหรือใกล้เคียงกับกระเบื้องที่เสียหายมาติดบนกาวซีเมนต์ เคาะให้แน่นด้วยด้ามเกรียงจนระดับกระเบื้องเรียบเท่ากันกับกระเบื้องเดิม โดยต้องจัดให้ร่องยาแนวกระเบื้องเท่ากันทุกด้าน อาจใช้เศษกระดาษแข็งคั่นเป็นแนวไว้

ปาดกาวซีเมนต์ที่ล้นจากร่องยาแนวโดยใช้เกรียงไม้หรือไม้ชิ้นเล็ก ๆ ทิ้งให้ปูนแห้ง 12 ชั่วโมงก่อนใช้งาน จากนั้นทำการยาแนวกระเบื้องตามวิธีที่แสดงไว้ก่อนหน้านี้

การซ่อมแซมกระเบื้องและร่องยาแนวให้ระวังขอบกระเบื้องบาดมือ เมื่อใช้ปูนกาวซีเมนต์และปูนยาแนวเสร็จให้ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง อย่าปล่อยทิ้งไว้ ส่วนน้ำยาทำความสะอาดถ้าถูกผิวหนังอาจเกิดการระคายเคือง ต้องล้างออกทุกครั้งที่สัมผัสโดยตรง

พื้นพรม

พื้นพรมต้องลอกออกให้หมดเพื่อส่งไปซัก ตากแดดให้แห้ง ก่อนนำกลับมาปูใหม่ โดยต้องตรวจสอบว่าพื้นคอนกรีตแห้งสนิทก่อน

แต้ถ้าพื้นที่ปูพรมจมอยู่ใต้น้ำท่วมเป็นน้ำเสีย แนะนำว่าควรทิ้งไปไม่ควรเสียดาย เพราะพรมที่ชื้นนั้นเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี น่าจะถือโอกาสนี้เปลี่ยนวัสดุปูพื้นเป็นอย่างอื่น ๆ เช่น กระเบื้องเคลือบหรือวัสดุที่ทนความชื้นได้ดี จะส่งผลดีกับท่านในระยะยาว




ข้อมูลเพิ่มเติมทั้งหมด ด้านล่างนี้เลยจ้า

ดูแลบ้านหลังน้ำท่วม
ทาสีบ้านใหม่ หลังน้ำท่วม
ยกพื้น ถมที่ดินใหม่ ป้องกันน้ำท่วม
ดูแลเฟอร์นิเจอร์ พื้นบ้าน หลังน้ำท่วม
ดูแลเครื่องครัว ห้องน้ำ หลังน้ำท่วม
ดูแลตรวจเช็ค ระบบไฟฟ้า หลังน้ำท่วม
ดาวน์โหลด คู่มือ เอกสาร เบิกเงินช่วยเหลือน้ำท่วม




Create Date : 10 ธันวาคม 2554
Last Update : 10 ธันวาคม 2554 9:35:19 น. 0 comments
Counter : 475 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

bunbaramee
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Friends' blogs
[Add bunbaramee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.