Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2555
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
18 กรกฏาคม 2555
 
All Blogs
 

โบรกแนะเลือกซื้อ 11 หุ้นพื้นฐานแกร่ง ดัชนีแกว่งตัวในกรอบ โยกเล่นพลังงาน-ปิโตรเคมี ค่าเงินบาท 31.60

ที่มา ข่าวหุ้นดอทคอม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้านี้ ณ เวลา 10.01 น. ค่าเงินบาทอยู่ที่ 31.60 บาท ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียมีทั้งปรับตัวอยู่ในแดนบวกและลบ นักวิเคราะห์คาดหุ้นไทยยังแก่งตัวในกรอบต่อไป เพื่อรอการให้การต่อสภาคองเกรสเป็นวันที่ 2 ของเบอร์นันเก้ในคืนวันนี้ โดยคาดว่าจะมีการเวียนกลุ่มเล่นจากหุ้นกลุ่มธนาคาร ที่ดิน และสื่อสาร ซึ่งขึ้นมาค่อนข้างมากและเริ่มเผชิญแรงขาย มาเป็นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ด้วยความคาดหวังว่าภาวะกำไรในครึ่งปีหลังของกลุ่มดังกล่าวจะฟื้นตัว เก็งกำไร 11 หุ้นเด่น ได้แก่ LANNA, BLAND ,JAS, TRUE, SAMART, TISCO, JAS, AMATA, CK, CFRESH, SAT

บล.ฟิลลิป ระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ แนวโน้มตลาดวันนี้: Sideways ในกรอบ 1212-1232 ตลาดรวมยังน่าจะแกว่ง Sideways ในกรอบ 1212-1232 ระหว่างรอการให้การต่อสภาคองเกรสเป็นวันที่ 2 ของเบอร์นันเก้ในคืนวันนี้ เพื่อจับสัญญาณเกี่ยวกับการกระตุ้นศก. แม้ว่ายังไม่มีท่าทีที่ชัดเจนนักในคำให้การวันแรกโดยระบุว่าพร้อมจะดำเนินการหากมีความจำเป็น แต่ก็ได้ชี้ว่าศก.สหรัฐชะลอตัวลงอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมาเป็นผลจากวิกฤติหนี้ยุโรป และความไม่แน่นอนในนโยบายการคลังของสหรัฐ ขณะที่คาดว่าจะมีการเก็งกำไรผลประกอบการและหุ้นรายตัวมากขึ้น อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นของตลาดในช่วง 3 วันทำการติดต่อกันมาอาจทำให้มีแรงขายทำกำไรสลับเข้ามาให้เห็นเป็นระยะ แต่ยังไม่น่าอ่อนตัวมาก คาดแรงซื้อต่างชาติทั้งในหุ้นและอนุพันธ์ยังช่วยประคองการอ่อนตัวได้

กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น: ยังคงเก็งกำไรต่อได้ เน้นการเลือกหุ้นรายตัว

แนวต้าน : 1227-1232 แนวรับ : 1220-1212

การจัดพอร์ตระยะสั้น* - หุ้น 50% : เงินสด 50%

ถือต่อในพอร์ต : TISCO, JAS, AMATA, CK, CFRESH, SAT

หุ้นที่ปรับออก : KBANK

KGI ประเมินตลาดหุ้นไทยวันพุธทรงตัว น่าจะมีการเวียนกลุ่มเล่นจากหุ้นกลุ่มธนาคาร ที่ดิน และสื่อสาร ซึ่งขึ้นมาค่อนข้างมากและเริ่มเผชิญแรงขาย มาเป็นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ด้วยความคาดหวังว่าภาวะกำไรในครึ่งปีหลังของกลุ่มดังกล่าวจะฟื้นตัว และคาดหวังว่าจีนและสหรัฐฯ จะกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม อย่างไรก็ดีในระยะสั้นไม่มีการชี้ชัดเกี่ยวกับ QE3 โดยเมื่อคืนนี้ เบน เบอร์นานกีแถลงต่อวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ กล่าวว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอลงกว่าเดิม และเฟดพร้อมดำเนินมาตรการหากจำเป็น ซึ่งถ้อยแถลงดังกล่าวไม่น่าตื่นเต้นและน่าจะลดโอกาสที่เฟดจะประกาศ QE3 ทันทีในการประชุมวันที่ 31 ก.ค.ท่ามกลางตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานของสหรัฐฯ ที่ยังคงอยู่สูงกว่า 2% (ล่าสุดออกมาที่ 2.2%)

สำหรับปัจจัยในประเทศ ยังคงเป็นการรอคำตัดสินกลางของศาลรัฐธรรมนูญในช่วงปลายเดือน ก่อนที่แกนนำเพื่อไทยและรัฐบาลจะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไปเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญ ส่วนปัจจัยของผู้เล่นในตลาดนั้นให้ระมัดระวังแรงขายของกองทุน เนื่องจากมีหลาย Trigger funds ที่น่าจะชนเป้าหมายผลตอบแทน7-9% ที่ตั้งไว้ ในช่วงดัชนี 1,230-1,240 จุดด้วย

กลยุทธ์: เนื่องจากดัชนีหุ้นขึ้นมาใกล้กับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของดัชนีที่ 1,240 จุดแล้ว เราเพิ่มความระมัดระวังต่อตลาดหุ้น และคงคำแนะนำให้ทยอยขายหุ้นที่ขึ้นมาใกล้มูลค่าพื้นฐานและชะลอการลงทุนติดตามสถานการณ์ เมื่อวานนี้เราให้ลดพอร์ตเทรดดิ้ง 50% และในวันนี้แนะให้ลดพอร์ตอีก 25% และให้คงเหลือไว้เพียง 25% เท่านั้น

บล.กสิกรไทยระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ ความผันผวนจากนี้จะเริ่มเพิ่มขึ้น แนวโน้มตลาด: หุ้นยุโรปมีแรงขายทำกำไรเนื่องจาก Moody มีการปรับลดอันดับ

เครดิตธนาคารอิตาลีลง 13 แห่ง นอกจากนี้นักลงทุนผิดหวังกับการที่ Fed ยังไม่ได้ส่งสัญญาณ QE3 ในขณะที่สหรัฐฯ ได้อานิสงค์จากผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ ทำให้ดัชนีสำคัญปิดบวก ทั้งนี้จากสถานการณ์เดือนนี้ที่เราวิเคราะห์แล้วอยู่ในสถานการณ์ ไม่มีข่าวร้ายคือข่าวดี (no bad news is good news) ประกอบกับดัชนีหุ้นทั่วโลกอยู่ในระดับต่ำที่ PER เพียง 10-11 เท่า จะยังทำให้ตลาดหุ้นไทย เกาะตลาดหุ้นโลก sideway up ขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการไตรมาส 2/55 ที่อ่อนแอของหุ้นในกลุ่มโภคภัณฑ์ และการปรับลดประมาณการของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกในช่วง 1-2 เดือนจากนี้ อาจจะยังทำให้ SET Index ยังไม่สามารถไปได้ไกลกว่า 1246 และต้องใช้เวลาแกว่งตัวรอปัจจัยสนับสนุนระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตามเรายังคงเป้าดัชนีสิ้นปีที่ 1350 จุด

กลยุทธ์การลงทุน: หุ้นสื่อสารช่วงสั้นยังน่าจะโดดเด่น แต่เราขอเน้นการเข้าซื้อเชิงตั้งรับในหุ้นใหญ่ หรือซื้อตามในหุ้นรอง (JAS TRUE SAMART) สำหรับหุ้นเช่าซื้อเรามองยังมีโอกาสปรับขึ้นได้ดีกว่าตลาดรวม แม้หลังผลประกอบการไปแล้วสำหรับการเข้าเก็งกำไรในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ยังเน้นเป็นการเก็งกำไรระยะสั้นก่อนประกาศผลประกอบการเท่านั้น (PTTGC IRPC) โดยภาพรวมของกลยุทธ์ยังเน้นการซื้อเป็นรายตัว โดยนักเก็งกำไรสั้นใช้ดัชนีที่ 1205-1210 เป็น trailing stop

หุ้นแนะนำ LANNA BLAND และอาจเลือกเก็งกำไรหุ้นเช่าซื้อขนาดเล็กสำหรับนักลงทุนระยะกลาง: เมื่อ 15 มิ.ย. เราเพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้นอีก 10% เป็น 60% และยังเตรียมเพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้นอีก โดยยังคงประเมิน Downsideของ SET Index ที่ 1050 จุด หุ้นที่อาจพิจารณาทยอยสะสม ได้แก่ TICON TCAP KK TISCO EGCO RATCH PS AP SIRI QH PF PTTGC PTT KTB NMG RS




 

Create Date : 18 กรกฎาคม 2555
0 comments
Last Update : 18 กรกฎาคม 2555 11:50:42 น.
Counter : 2733 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


bunbaramee
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Friends' blogs
[Add bunbaramee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.