Record Book บันทึกลูกน้อย
 Record Book บันทึกลูกน้อย

สำหรับคุณแม่ที่อยากจะเก็บเรื่องราวของลูกผ่านสมุดค่ะ 

โดยส่วนตัวแล้วอยากจะเก็บไว้ให้ยูกิอ่านตอนเค้าโตขึ้นค่ะ

เริ่มจากตั้งแต่ก่อนคลอด ยันลูกโตเลยทีเดียว 

เวลายูกิโตขึ้นแล้วมาถามว่าทำไมหนูถึงชื่อ ยูกิ คะหม่ามี๊

ก็จะหยิบเล่มนี้มาประกอบเล่าเรื่องให้เค้าฟังค่ะ




สำหรับเล่มนี้ค่อนข้างครบมากๆ คือเรื่องบางเรื่องเราก็นึกไม่ถึง เค้าก็มีฟอร์มมาให้อยู่แล้วค่ะ



คือฝั่งซ้ายจะเป็น pocket สำหรับใส่ Post card ที่เอาไว้ติดรูปด้านหลัง 

ฝั่งขวาจะเป็นที่ใส่สมุด เอาไว้บันทึกเรื่องราวต่าง ทั้งวันเกิด ทริปแรก ก้าวแรก คำแรกที่ลูกพูด ฯลฯ

คือมีอะไรให้เขียนเยอะมาก เค้าจะไกด์ไลน์มา ให้เราเติมลงไป ถ้าเขียนเองหมดคงจะนึกเรื่องเขียนไม่ออกค่ะ

ตัวอย่าง ซองใส่ผมที่ตัดครั้งแรกค่ะ




Recoed book มีแบบอื่นๆ ที่น่าสนใจด้วยนะคะ

สำหรับคนที่ไม่ชอบเขียนก็เก็บรูปอย่างเดียวค่ะ



แถมอีกนิดค่ะ hand & foot print


ขอให้สนุกในการบันทึกความทรงจำดีๆของลูกน้อยนะคะ



Create Date : 22 สิงหาคม 2556
Last Update : 28 สิงหาคม 2556 21:22:25 น.
Counter : 1107 Pageviews.

0 comment
พาลูกตะลุยต่างแดน How to be on board part 3 (How to Calm a Baby on an Airplane)

Howto Calm a Baby on an Airplane

ถ้าลูกร้องบนเครื่องจะทำยังไง

ปกติเด็กยิ่งเล็กยิ่งง่ายค่ะ ถ้าเริ่มรู้เรื่องแล้วจะเริ่มซนนะคะ

1. เตรียมของล่อทุกอย่างที่คิดว่าลูกจะยอมว่าง่ายค่ะ ทั้งขนม ของเล่นต่างๆหรือหนังสือนิทานค่ะ

เด็กเล็ก แค่เอาเข้าเต้า หรือขวมนมก็เอาอยู่แล้วค่ะ อาจจะมีของเล่นนิดหน่อย

เพราะทุกสิ่งรอบตัวเค้าเป็นสิ่งที่น่าสนใจไปหมด

เวลาเค้าตื่นเต้นกับสิ่งรอบตัวก็จะไม่งอแงเลยค่ะ

อย่าลืมเช็คผ้าอ้อมด้วยนะคะ

ทางที่ดีควรจะเปลี่ยนผ้าอ้อให้ลูกที่ gate ก่อนขึ้นเครื่องค่ะ (อย่าเสียดาย pampers ค่ะ)

2. จุกหลอก (pacifier,soother, comforter, dummy.....)

บางคนกังวลว่าจะทำให้ลูกติดและฟันไม่สวย

(แต่ทันตแพทย์ส่วนใหญ่ยืนยันว่าไม่มีผลนะคะ)

 เอาภาพยูกิตอนเริ่มใช้สิ่งนี้มาให้ดูค่ะ เอามาใส่เองผิดด้านอีกต่างหาก

ฝรั่งส่วนใหญ่ 80% ใช้จุกหลอกค่ะเหมือนกับเป็นมารยาททางสังคมอย่างนึง

ถ้าเกิดลูกร้องไห้แหกปากในที่สาธารณะ แล้วแม่ไม่ทำอะไรปล่อยให้ร้อง ถือว่าแม่คนนั้นแย่มากๆ

ดังนั้นคนส่วนใหญ่เลือกทางออกโดยการใช้จุกหลอกค่ะ

มันได้ผลที่สุด เหตุเพราะลูกจะรู้สึกปลอดภัย มั่นใจมากขึ้นเหมือนมีเกราะคุ้มกัน

แต่เด็กบางคนก็จะดูดนิ้วค่ะ

3. พาไปเดินเล่นค่ะ

บางทีการอยู่ในที่แคบๆจะทำให้เด็กรู้สึกเบื่อแค่พาุลุกเดินก็จะหยุดร้องค่ะ

บางทีถ้าร้องหนัก จะต้องพาไปสงบสติอารมณ์ในห้องน้ำบ้าง

4.ทางออกสุดท้าย คือให้ดู TV เลยค่ะ ต้องสุดๆแล้วนะคะวิธีนี้

มาดูของฝรั่งบ้าง ซึ่งตรงกับประสบการณ์ที่ปุ้มแชร์เลยค่ะ

Instructions

1
Pack your carry-on accordingly. TheTransportation Safety Administration has made exceptions for milk and formulawhen you are traveling with a baby so pack as much as you need. Also pack itemsthat hold your baby's interest such as rattles and pacifiers.



2
Change your baby's diaper before boardingthe plane.



3
Feed your baby during take off. This helpswith the pressure build up in the ears.



4
Do what you normally do at home to calmyour baby when he or she begins to fuss. Don't be afraid to walk up and downthe isle if need be, just make sure it's a safe time to do so.



5
Remain calm at all times. The moreagitated and frustrated you become, the more your baby will continue to cry. Ifyou need to, go to the bathroom and allow your baby to cry him or herselfout.



6
Feed your baby again during descent.Again, this can help with ear pressure.



ไม่ว่าอย่างไรก็ตามพยายามเลือกเดินทางเที่ยวบินดึกหรือช่วงเวลาที่ลูกมักจะหลับกลางวันจะดีที่สุดค่ะ

ส่วนยูกินั้นชอบขึ้นเครื่องบินเป็นที่สุด สนุกสนานไม่ค่อยยอมนอนค่ะ

ขอให้โชคดีในการเดินทางทุกคนนะคะ 


คราวหน้าจะรีวิวเกี่ยวกับรถเข็นสำหรับเดินทางค่ะ





Create Date : 31 พฤษภาคม 2556
Last Update : 31 พฤษภาคม 2556 3:11:26 น.
Counter : 474 Pageviews.

0 comment
พาลูกตะลุยต่างแดน How to be on board part 2 (select flights & baby seats)

ยูกิเริ่มบินครั้งแรกตอน 1 เดือน เพื่อไปทำ passportที่ลอนดอนค่ะ



จำได้ว่าตอนนั้นตื่นเต้นก็มาก กลัวว่าจะยาก กลัวลูกร้องไห้รบกวนคนอื่นเค้า


แต่ที่จริงแล้วไม่เลยค่ะ เคยอ่านรีวิวของคนอื่นว่าตอนเครื่องบิน takeoff ต้องให้ลูกดูเนมเพื่อใปรับความดันหู 


แต่ยูกิไม่ยอมดูดเพราะหลับ ก็เลยกังวลมากกลัวลูกปวดหู แต่ถามแอร์แล้ว เค้าบอกว่าไม่เป็นไร


ซึ่งมันก็ไม่เป็นไรจริงๆ ดังนั้นถ้าลูกหลับก็ไม่ต้องปลุกค่ะเค้าปรับตัวได้เองค่ะ

Instructions มาดูคำแนะนำของฝรั่งกันก่อนค่ะ เป็นไอเดียคร่าวๆ (ซึ่งมีประโยชน์นะคะ)


1. Book a nonstopflight during off-peak hours, and hope for empty seats.

2. Book in advance, ifpossible, and select the seats you want. Where there are three-seated rows, youcan often request a window seat and an aisle seat and then have one seat foryour supplies.



3.Check with the airline about what you can bring on the plane. If the flight isnot full, you can often bring an airline-approved car seat onboard even if youdidn't buy an extra ticket. Also, most airlines will allow you to check afold-up stroller at the gate.

4.Inquire about services and amenities when you book the flight. Does the airlineprovide a bassinet? Does it provide special food for babies?

5.Consider taking a red-eye if it's a long flight. Although you may not get agood night's sleep, it may be easier for your baby to travel at night and avoiddramatic changes in routine.

6.Try to fly with another adult, who can offer an extra pair of hands and provideadditional ideas for entertaining the baby.

7.Bring food, bottles and new toys as well as old favorites. Also bring an extrapair of baby clothes and plenty of diapers. Being stranded in a plane with ababy in wet clothes or diapers does not bode well for anyone on the plane.

8.Travel equipped with medical records and your pediatrician's phone number ifyour baby takes medication.

9.Preboard. If you're choosing seats, try to sit near other families. In additionto the distraction other children can provide, another family may tolerate yourchild's temper tantrum better than most other travelers.

10.Offer your baby a bottle, cup or breast on the ascent and descent. Swallowinghelps eliminate any discomfort from changing air pressure.

ลูกนั่งอย่างไร เอาคาร์ซีทไปได้มั้ย หรือใช้ Bassinet ดี

ปกติแล้วสายการบินอนุญาตให้เอาคาร์ซีทกับรถเข็นไปได้ค่ะ


1. ตอนเช็คอินให้ถามเค้าว่าเราจะเอาคาร์ซีท on board ได้มั้ย

        + ถ้าเครื่องไม่เต็ม

        + ถ้าเราไม่ได้ที่นั่งด้านหน้าที่สามารถติด Bassinet ได้

        + ลูกเล็กยังนั่งเองไม่ได้ (น้อยกว่า 6เดือน)

เราจะได้สิทธิ์ในการถือคาร์ซีทขึ้นเครื่องเลยซึ่งจะสะดวกที่สุด เพราะลูกจะนอนสบาย หลับตลอดไฟล์ท






ตอนยูกิ 3 เดือนครั้งแรกที่ยูกิบินกลับเมืองไทย ใช้เวลา 22 ชม. ด้วย EMIRATE เป็นไฟล์ทที่สบายที่สุดเพราะเหตุนี้ค่ะ


2. ขอที่นั่งด้านหน้าโบกกี้ (Bassinet seat)

สำหรับเด็กเล็กหนักไม่เกิน 10 kg.

อันนี้เป็นทางเลือกที่คนเลือกมากที่สุดดังนั้นคุณจะต้องเช็คอินและจองที่นั่งออนไลน์ค่ะ

ปกติจะเช็คอินออนไลน์ได้ได้ก่อนบิน 24 ชม.ค่ะ

ที่นั่งส่วนนี้พอเครื่องขึ้นเรียบร้อยมีสัญญาณปลดเข็มขัดนิรภัยแล้ว

แอร์จะเอา กระเช้าสำหรับให้ลูกนอน มาติดให้ ที่ฝนังหน้าที่นั่งเรา

ข้อดี ลูกจะนอนหลับสบาย (ในกรณีเด็กที่หลับง่ายนะคะ)

มีพื้นที่กว้างนั่งเล่นที่พื้นได้

ข้อเสีย ถ้าเด็กข้างงอแง ลูกคุณก็จะไม่ได้นอนเช่นกันค่ะ

ยูกิเคยไดีที่นั่งส่วนนี้ 2 ครั้ง

ครั้งแรกตอน 4เดือน ปรากฎว่ายูกิไม่ยอมนอนในกระเช้าค่ะพอนอนยากต้องอุ้มกล่อมหลับ และติดเต้ามาก สรุปไฟลท์นั้นต้องอุ้มหลับตลอดไฟล์ค่ะ

(คุณแม่อาจจะต้องเตรียม baby sling ไปด้วยนะคะหรือจะใช้ผ้าห่มที่เค้าให้มาดัดแปลงเอาค่ะ)

ครั้งที่สอง ตอน 17เดือน (ตอนนั้นหนัก 9.25 kg.)



ครั้งนี้เยี่ยมมาก ยูกิยอมนอนในกระเช้าแล้ว สะดวกมากๆค่ะแต่เด็กข้างๆงอแงไม่ยอมนอน โชคดีที่บินไฟล์ทดึก ยูกิง่วงนอนจัดก็เลยไม่ค่อยตื่นค่ะ


3. ไฟล์ทเต็ม ต้องนั่งบนตักอย่างเดียวค่ะ ให้เลือกที่นั่งติดทางเดิน

บางทีไม่มีที่นั่งติดทางเดินว่าง โดนจับติดหน้าต่าง (3 seat)

สำหรับคนที่เจอกรณี มันไม่ได้แย่เสมอไปนะคะ (โดนแบบนี้ประจำค่ะ)

แทบจะทุกครั้งที่เป็นแบบนี้ค่ะ ดังนั้นอย่าเพิ่งเครียดนะคะ

เมื่อไปถึงที่นั่ง ให้ดูว่าคนที่นั่งข้างๆ ยอมแลกที่นั่งมั้ยให้เค้าไปนั่งติดหน้าต่างแทน

80% ยอมค่ะ (บางคนไม่ยอม ดังนั้นเราก็นึกในใจเลยว่า ถ้าไม่ยอมเตรียมตัวซวยแน่ พร้อมอวยพรในใจ โชคดีนะเพื่อน)

ไอคนที่ไม่ยอมแลกเป็นบุคคลที่ยอมซวย ด้วยทางเลือกตัวเอง ช่างมัน

ปกติคนที่บินบ่อยๆจะมีประสบการณ์และรู้ว่าเด็กจะต้องออกไปเดินเล่นบ่อยๆหรือเข้าห้องน้ำบ่อย ก็จะยอมแลกแต่โดยดี

แต่บางไฟลท์ อย่าง Emirateที่บินบ่อย เด็กบินเยอะ แต่ไฟลท์ไม่เต็มเท่าไร่

เราก็จะได้ที่นั่ง ที่ริมหน้าต่างเลย ทำให้เรามีขยับขยายมากขึ้นค่ะ (นานๆที)




บางคนบินบ่อยขนาดเตรียมหมอนใหญ่ๆมาด้วย

เอาถาดวางอาหารลงแล้วเอาหมอนวางเสร็จจับลูกนอนสบายมากค่ะ ดิ้นยังไงก็ไม่ร่วง 


ถ้ามีเงินหน่อยก็ซื้อตั๋ว Frist class หรือ Bussiness class เลยค่ะ รับรองสบายที่สุด มีความสุขที่สุด คุ้มมากค่ะ (จะเอาไมล์สะสมอัพเกรดก็ได้นะคะ)





ติดตามตอนต่อไปนะคะ วิธีทำให้ลูกไม่งอแงบนเครื่องค่ะ




Create Date : 30 พฤษภาคม 2556
Last Update : 31 พฤษภาคม 2556 1:52:31 น.
Counter : 626 Pageviews.

0 comment
พาลูกตะลุยต่างแดน How to be on board part 1 (packing)


How to be on board 


ตอนนี้ยูกิอายุ 18 เดือนแล้วค่ะ เดินทางด้วยเครื่องบิน ทั้งหมด 8 ครั้ง ขึ้นเครื่องรวม 22เที่ยวบินค่ะ (รวมไปกลับและเปลี่ยนเที่ยวบินค่ะ)

สายการบินที่เคยใช้บริการได้แก่ British, Thai Airway, AirFrance, KLM, Emirate

มามี๊ได้สะสมประสบการณ์ต่างๆมากพอที่จะนำมาแชร์ได้บ้างแล้วค่ะ

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับแม่ๆท่านอื่นได้บ้างนะคะ

มาเริ่มจากการจัดกระเป๋าก่อนนะคะ


1. backruck สำหรับให้ลูกสะพายหลังค่ะ 

หาเป้ที่ใช้พ่วงกับสายจูงได้ด้วยจะดีมากค่ะ


ในเป้ไม่ต้องใส่ของหนักมากค่ะ 

แค่เสื้อกันหนาว หรือ cardigans ถุงเท้า หมวก และจุกหลอกหรือของเล่นชิ้นโปรดอันเล็กๆ เน้นสิ่งที่ต้องหยิบใช้ได้เลยจะได้ไม่เสียเวลาไปรื้อหาจากกระเป๋าใหญ่ค่ะ

อย่าลืม tagชื่อ เบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ด้วยนะคะ


2. Carry on board bag 

สำหรับใส่ของจำเป็นยามเดินทางบนเครื่องบิน เช่น ผ้าอ้อม ยา อาหาร ของใช้ต่างๆ และเสื้อผ้าค่ะ

พวกยาปุ้มจะมีกระเป๋าซิบรูดเล็กๆไว้พกไปไหนมาไหนตลอดเวลาค่ะ 

เรียกว่า Survival Pocket ละกันค่ะ (อธิบายไว้ข้อสุดท้ายนะคะ)


นมสำหรับเด็กเล็กไม่เคยขนค่ะ เพราะยูกิดูดนมแม่ แต่ทริปสุดท้ายหย่านมแล้วก็ขอนมสดบนเครื่องได้เลยค่ะ พกขวดนมไปด้วยค่ะ




3. Travelbag สำหรับใส่ของลูกทั้งหมดตลอดทริปค่ะ



4. Everyday carry bag อันนี้แถมให้สำหรับใช้เดินทางระหว่างวันค่ะ



5. Survival Pocket สำหรับพวกหยุกยาต่างๆ



หวังว่าจะได้ประโยชน์กันนะคะ ใครมีอะไรสำคัญก็เพิ่มเติมลงไปอีกนะค่ะ แต่สำหรับยูกิแค่นี้เอาตัวรอดได้แล้ ว


อะไรไม่มีค่อยไปหาซื้อเอาค่ะ พวกอาหารไม่อยากพกไปให้หนัก เพราะไปหาเอาดาบหน้าได้ค่ะ



สิ่งสำคัญที่ห้ามลืมเด็ดขาดคือ Passport ค่ะ




Create Date : 28 พฤษภาคม 2556
Last Update : 11 มิถุนายน 2559 0:22:16 น.
Counter : 929 Pageviews.

0 comment
ปฎิบัติการหย่านมแม่
 ใกล้กลับเมืองไทยแล้ว และต้องไปญี่ปุ่นอีก 8 วันด้วยค่ะ

หลังจากคิดไตร่ตรองมานานแล้วว่าจะเลิกนมยูกิดีมั้ย

ใจนึงก็มีความสุขเวลายูกิของขอดูดนม พอได้ดูดก็จะดีใจจนตัวเด้ง กระดกขาไป ดูดไป

แต่อีกใจ ก็เป็นห่วงสังขารตัวเอง ร่างกายเสื่อมโทรมไปเยอะเพราะยูกิดูดเยอะมากๆๆ

กินนมมากกว่ากินข้าว ตัวก็ผอมแห้งแรงน้อย

สุดท้ายสรุปว่าอยากให้ดูดเฉพาะก่อนนอน

ก็เลยปรึกษาแม่ๆที่มีประสบการณ์ทั้งหลายและได้คำแนะนะมาปรับใช้กับยูกิ

ทางเลือก

1.หักดิบ ไม่อยากให้ลูกร้องเป็นวันๆ สงสารค่ะ

2.พรากจากกันสักพัก  เดี๋ยวก็ลืมๆไปไม่ขอดูดเอง

แต่รอวันนั้น รอแล้วรอเล่าก็ไม่เกิด จะไปค้างบ้านอื่นสักพักก็ทำใจไม่ได้คิดถึงลูก

3. หลอกเอาบอระเพ็ด ยาขม ยาดำมาทาหัวนม ก็หาของพวกนี้ไม่ได้อีก 

สุดท้ายประยุกต์ทุกวิธีรวมกัน

วิธีการค่ะ



1. นำ Lipstick สีแดงสดมาทาที่นม (เพื่อนแนะนำมาให้หาสีแดงเหมือนเลือด)

พอยูกิขอดูดก็ไปแอบทามาก่อน แล้วเปิดให้เค้าดูด 

ทีนี้แหละ เปิดมาตกใจ แม่ก็รีบบอกเลยว่า "มามี๊เจ็บอยู่ เลือดไหล ยูกิดูดไม่ได้"

ยูกิรีบปิดเสื้อคืนเลย กลัวค่ะ




ถ้าเค้าร้องไห้ ให้เบี่ยงเบนความสนใจ ไปทางอื่น เช่น เปิดเพลง พาเต้นๆ หาขนมให้ 

เดี๋ยวเค้าก็จะลืมค่ะ

2. นำกะหล่ำปลี มาหั่นขั้วออกแล้วแกะออกทีจะกลีบ ล้างน้ำ แล้วนำมาตัดตามขนาดที่เหมาะสม

แปะไว้ที่เต้านม บรรเทาอาการปวดจากอาการนมคัด ได้ผลดีมากค่ะ



อาการเจ็บหน้าอกจะปวดสุดๆสองวันแรกเท่านั้นค่ะ

อาศัยยาแก้ปวดบรรเทาได้ค่ะ หน้าอกก็จะลดการผลิตน้ำนมลงจนหมดค่ะ 
ภายในสัปดาห์เดียว


3. อดทนค่ะ ข้อนี้ดูทรมานที่สุดค่ะ ยูกิรู้สึกว่าจะเสียใจแค่ครั้งแรกครั้งเดียว แต่แม่นี่สินอนร้องไห้คิดถึงลูก ทำใจไม่ได้อยากให้ลูกมานัวเนียค่ะ


 เวลาลูกมานัวเนียขอดูดนมก็เบี่ยงเบนความสนใจ แต่ถ้าไม่ได้ก็ไปข้อที่ 1 ใหม่


รายงานผลการทดลองค่ะ

ครั้งที่ 1 ยูกิขอหม่ำๆ มามี๊เปิดนมแดงๆให้ดู เพราะว่าจัดการละเลงมาเกือบทั่วเต้าเลย พร้อมบอกว่ามามี๊เจ็บนม

ผล ยูกิตกใจมาก ชี้และร้องไห้ คงนึกว่าแม่เจ็บจริง แล้วก็เอาเสื้อปิดคืนให้ด้วยค่ะ


มามี๊ก็รีบปลอบว่า ยูกิโตแล้ว ต่อไปนี้หนูไม่ต้องหม่ำๆแล้ว หนูกินข้าวให้อิ่มก่อนนอน จะได้ไม่หิวกลางดึกนะคะ


ครั้งที่ 2 ห่างกับครั้งแรก สิบนาที 

เมื่อยูกิขอหม่ำๆ ก็เปิดมาเจอนมแดงอีก ทีนี้ยูกิก็รีบปิดเสื้ออย่างรวดเร็ว แล้วก็บอกว่า โนวววว


ครั้งที่ 3 ก่อนนอน ยูกิมาขอดูดนม คราวนี้เอากะหล่ำปลีมาแปะแล้ว

เปิดเจอกะหล่ำปลีก็ งง งง เอามือจิ้มๆดู ก็บอก โนว โนว (ไม่เอาแล้ว)



ครั้งที่ 4 ตอนเช้าตื่นนอนมาขอหม่ำๆ เช่นเดิม คราวนี้ยังไม่ได้ทาลิปสีแดงเลย

แอบลุ้นในใจว่าถ้ายูกิขอดูด จะยอมใจอ่อนให้ดูด เพราะเมื่อคืนนอนร้องไห้คิดถึงลูก

แต่ปรากฎว่า ยูกิงับๆเจอกะหล่ำปลี แบบยังไม่ลืมตา งัวเงียๆ 

พอลืมตามาดูดเห็นกะหล่ำปลีก็ไม่เอาแล้ว เรียกหาจุกหลอกแทน แล้วก็หลับไป

ครั้งที่ 5 คราวนี้แอบมาเช็คนมแม่ก่อน เปิดมาเจอกะหล่ำปลี ก็ปิดคืนเลยค่ะ


หลังจากนี้ก็ไม่ขอดูดอีกเลยค่ะ ในใมามี๊ก็แอบลุ้นตลอด ถ้าขอก็คงจะใจอ่อนแน่ๆ


แต่ไม่มีเลย ยูกิคงจะคิดว่าตัวเองโตแล้วจริงๆ ไม่ขอดูดนมอีกเลยจนบัดนี้ค่ะ

ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือผิดที่ต้องมาหย่านมลูก ใจนึงก็อยากให้ไปเรื่อยๆค่ะ จนกว่าเค้าจะไม่ต้องการไปเอง




ถ้าแม่ๆคนไหนทำได้ ปุ้มก็สนับสนุนเต็มที่ค่ะ อย่าไปหย่านมเค้าเลยค่ะ

เวลาลูกดูดนม เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดค่ะ 


ปุ้มกะว่าถ้ากลับมาจากทริปญี่ปุ่นและไทยคราวนี้ จะลองให้ยูกิกลับมาดูดนมเหมือนเดิมค่ะ


ไม่รู้ยูกิจะติดถึงมั้ยเน้อ.... หม่ำ หม่ำ


ตอนนี้กินข้าวเก่งแล้ว



ผ่านมาครบ 1 สัปดาห์พอดี เมื่อวานยูกิไข้ขึ้นสูง (ไม่นึกว่าหลังหย่านมลูกจะอ่อนแอลงขนาดนี้ ทั้งที่ไม่เคยไข้ขึ้นเลยตลอดปี)

ถามยูกิว่า จะหม่ำๆนมมามี๊มั้ย พร้อมกับเสริฟ ยูกิส่ายหัว บอกไม่เอา T_T



ที่มาเรื่องกะหล่ำปลีค่ะ
กะหล่ำปลี" ลดการปวดเต้านมได้นะ

มีการวิจัยพบ “กะหล่ำปลี” ผักพื้นบ้านของไทย ลดปวดเต้านมแก้นมคัดแม่หลังคลอด ใช้ประคบแทนถุงน้ำแข็งหรือ กระเป๋าน้ำร้อน เตรียมต่อยอดค้นหาสารมหัศจรรย์ในกะหล่ำปลีใช้แทนยาระงับปวด
   ในการประชุมวิชาการ กระทรวงสาธารณสุข ประจำปี 2550 มีการนำเสนอผลงานวิชาการ เรื่อง “ผลของการใช้กะหล่ำปลีต่อการลดอาการปวดคัดตึงเต้านมแม่” เป็นงานวิจัยที่ได้รับความสนใจอย่างมาก และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงและมีประสิทธิภาพดี หนึ่งในทีมวิจัย กล่าวว่า อาการปวดคัดตึงเต้านมพบได้บ่อยในแม่หลังคลอด ผลการศึกษาที่ผ่านมาพบว่า อาการคัดตึงเต้านมในแม่ครรภ์แรกจะพบได้มากถึง 40 % ใน 72 ชั่วโมงหลังคลอด และจะทวีความปวดขึ้นหากไม่แก้ไข วิธีช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ คือการชี้แนะแนวทาง เช่น ให้นวดประคบร้อนสลับเย็น และบีบน้ำนมออก ซึ่งจะช่วยบรรเทาได้ในระยะสั้นๆ และเพียงเล็กน้อย การนำกะหล่ำปลีมาใช้ประคบเต้านม จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ผู้วิจัยคาดว่าจะช่วยลดอาการปวดคัดตึงเต้านม

“วิธีการนำกะหล่ำปลีมาใช้ในการประคบเต้านม จะต้องตัดขั้วออก ล้างให้สะอาด ลอกให้เป็นใบแล้วเลือกใบที่มีขนาดใกล้เคียงกับเต้านม จากนั้นนำมาประคบที่เต้านมข้างละใบ แล้วใช้ผ้าพันทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที ไม่ต้องนวดคลึง อาการปวดบวมคัดตึงจะหายไป ซึ่งในการทดสอบประสิทธิผล จะเลือกกลุ่มตัวอย่างเป็นแม่ครรภ์แรกหลังคลอดที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ และเข้ารับการปรึกษาในคลินิกนมแม่ด้วยสาเหตุปวดคัดตึงเต้านม จำนวน 40 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองที่ได้รับการประคบด้วยกะหล่ำปลี 20 คน กับกลุ่มที่ไดรับการพยาบาลตามปกติ จำนวน 20 คน”

 การทดสอบประสิทธิผลจะมีเส้นความเจ็บปวดยาว 10 เซนติเมตร แทนความเจ็บปวดตั้งแต่ระดับน้อย คือ 0 เซนติเมตร จนถึงปวดมากที่ 10 เซนติเมตร โดย 1 เซนติเมตรจะแทนความเจ็บปวดคิดเป็น 10 % ซึ่งปกติผู้ที่มีความเจ็บปวดคัดตึงอยู่ในระดับ 70 % จะต้องใช้ยาระงับปวด แต่แม่ที่เข้ารับการทดสอบส่วนใหญ่อยู่ในระดับความเจ็บปวด 90 % และเมื่อใช้กะหล่ำปลีประคบพบว่าอัตราการเจ็บปวดของแม่ลดลงมากกว่ากลุ่มแม่ที่ไม่ได้ใช้กะหล่ำปลีอย่างมาก การใช้กะหล่ำปลีประคบเต้านมเป็นวิธีที่ช่วยลดอาการปวดคัดตึงได้ดี เพราะเป็นพืชสมุนไพรชนิดเย็น มีฤทธิ์ดูดซับความร้อน ช่วยลดการคั่งของสารน้ำในเนื้อเยื่อบริเวณ เต้านม และสามารถรองรับและโอบรอบเต้านมขณะประคบได้อย่างดี อาการปวด คัดตึงจึงลดลงอย่างทั่วถึง และที่สำคัญคือสามารถแก้ปัญหาที่แม่พบได้ตรงกับความต้องการ ความรู้ที่ได้สามารถนำไปศึกษาการลดความปวดในตำแหน่งอื่นๆได้ รวมถึง ศึกษาเพิ่มเติมในแม่กลุ่มอื่นที่มีปัญหาในลักษณะเดียวกัน ซึ่งการใช้กะหล่ำปลีจะได้ผลดีกว่าการใช้ไข่และน้ำแข็งประคบ เนื่องจากการใช้อุปกรณ์ทั้ง 2 ชนิดนี้ต้องเคลื่อนย้ายที่ประคบตลอดเวลา แต่กะหล่ำปลีไม่ต้อง และบางคนอาจแพ้ความเย็นหรือความร้อน จึงมีความง่าย สะดวกและประหยัด รวมทั้ง กะหล่ำปลีไม่มีผลทำให้น้ำนมน้อยลง เหมือนวิธีการอื่นๆ นอกจากนี้ กะหล่ำปลีใช้ในการแก้ปัญหาอาการปวดบวมในอวัยวะอื่นของร่างกายได้ด้วย เช่น ศรีษะ หัวเข่าได้ด้วย  ในอนาคตจะต้องมีการวิจัยเชิงลึกต่อไป เพื่อให้ทราบว่ากะหล่ำปลีมีสารอะไรที่ช่วยลดอาการปวดบวมได้ เนื่องจากที่ผ่านมาทราบเพียงกะหล่ำปลีเป็นสมุนไพรที่ออกฤทธิ์เย็น เช่นเดียวกับ แตงกวา แตงโม แต่ทั้งสองชนิดไม่เหมาะกับการใช้กับเต้านมเพราะเฉาะแฉะ และเลือกขนาดใบที่เหมาะสมกับขนาดเต้านมไม่ได้ และจะต้องวิจัยต่อยอดออกไปว่าสามารถแก้อาการคัดตึงเต้านมในแม่ที่ลูกเสียชีวิต จนมีอาการคัดตึงมากเนื่องจากมีน้ำนมแต่ไม่มีคนดูด ซึ่งคาดว่ากะหล่ำปลีจะมีคุณสมบัติดูดซับน้ำนมได้ด้วย

ที่มา เย็นตาโฟดอทคอม




Create Date : 21 มีนาคม 2556
Last Update : 23 มีนาคม 2556 4:10:26 น.
Counter : 9557 Pageviews.

0 comment
1  2  3  

poompooee
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]



Carrot
.
. Gests
.
ขอบคุณนะคะ ที่เฝ้าติดตามพัฒนาการของหนู สามารถเข้ามาตามชมได้ที่ Yukime :FB Fanpage