Group Blog
 
All Blogs
 

โปรวองซ์ เสน่ห์ในความเรียบง่าย ตอนที่ 3 ชนบทที่ต้องหลงใหล

สำหรับเด็กที่เคยใช้ชีวิตอยู่บ้านนอกอย่างผม ชนบทที่แสนสงบเป็นภาพที่ผมไม่เคยลืม ชีวิตที่ค่อยๆดำเนินไป รอยยิ้มและคำทักทายของเพื่อนบ้าน มันแตกต่างมากกับเมืองหลวงอย่างกรุงเทพ ที่ผมต้องมาเรียนและทำงาน ในช่วงที่ผ่านมา กลับไป ก็คงจะยิ่งกว่าเก่าอีก แต่เราก็ต้องชินกับสภาพแวดล้อมเช่นนั้น ด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง



ในตอนนี้ ผมจะพาไปสัมผัสบรรยากาศชนบทแบบฝรั่งเศสในเขต
โปรวองซ์กัน สำหรับผมแล้วจุดหลักของการเดินทางสู่โปรวองซ์ก็คือ การได้มาเยือนชนบทที่ครั้งหนึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ฟานเก๊าะ (ออกเสียงตามภาษาดัทช์) ให้สร้างงานที่โด่งดังอย่าง Starry Night หรือรูปดอกทานตะวันที่มีมูลค่ามหาศาล ในช่วงที่เขามาพักรักษาอาการป่วยในย่านโปรวองซ์นี้ รูป Starry Night ก็คือภาพของเมือง St. Remy ที่อยู่ใจกลางโปรวองซ์ อยู่ไปทางเหนือของเมือง Les Baux de Provence สัก 10 กว่าก.ม.



แต่ผมจะไม่พาไปที่ St. Remy หรอกครับ เพราะผมโดนสกัดด้วย Les Baux ซะก่อน อีกอย่างแผนที่วางไว้ว่า เราจะไปเก็บเมืองสำคัญในอดีตอย่าง Arles ทำให้เราต้องพลาด St. Remy ผมน่ะ ตั้งใจมากๆกับเมือง Les Baux เพราะจากภาพที่ผมเคยเห็นคือ เมืองที่พิงอยู่กับผาหิน บ้านเรือนที่ถูกสร้างด้วยหิน ทำให้ดูกลืนไปกับผา เป็นภาพที่สั่งให้ผมต้องมาที่นี่แต่เช้า เช้ามากๆ ขนาดว่า ยังไม่มีนักท่องเที่ยวคนใดแวะมาเลย สังเกตได้จากลานจอดรถที่โล่ง จนเลือกไม่ถูกว่าจะจอดตรงไหน ที่ว่างยังกะสนามบอลสองสามสนาม มีที่รับรับจอดรถ คล้ายๆเค้าเตอร์ขายตั๋วดูหนัง แต่ไม่เห็นพนักงานสักคน ในใจก็คิดว่า สงสัยวันนี้เขาจะหยุดงานแฮะ เพราะมันเป็นวันที่ 25 ธันวาคม


..เริ่มสำรวจเมือง..
เงียบเชียว อากาศขมุกขมัว ครึ้มฟ้าครึ้มฝน ทางเดินที่ปูด้วยหิน กว้างพอที่จะไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนเดินตามซอกซอยในประตูน้ำ บ้านเรือนเรียงรายอยู่สองข้างทาง เป็นหินสีเทาๆ เหลืองๆ ที่แปลกตาคือ ตามทางเดินจะมีแต่โคมไฟสีแดง นี่ถ้าไม่เจอคนที่ถือกุญแจมาเปิดพิพิธภัณฑ์ ผมคงนึกว่า ผมอยู่ในความฝันในเมืองร้างที่กำลังจะมีเรื่องราวสยองขวัญเกิดขึ้น



อย่ามัวแต่เพลิดเพลินกับบรรยากาศ เพราะบนพื้นมีกับดักวางอยู่มากมาย ไม่รู้ทำไม อึพวกนี้มันถึงก้อนโตนัก เป็นของหมาหรือของวัวกันนี่ ถ้าเป็นหมา คงตัวใหญ่ไม่ใช่น้อย แล้วมันเป็นอย่างงั้นตลอดทางเลยเหรอเนี่ย หลายคนว่า มันเป็นเรื่องธรรมดาของฝรั่งเศส เป็นของคู่บ้านคู่เมืองเชียวนะ เป็นสิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวที่มาฝรั่งเศสจะต้องสัมผัส มิฉะนั้นกลับไปคุยไม่ได้ว่ามาถึงฝรั่งเศสแล้ว โอว...โน...



ผมอยากจะเรียกเมืองนี้ว่าเมืองโคมแดงเสียจริงๆ เพราะไม่ว่าจะเดินไปซอยไหน ก็มีแต่โคมแดง แต่บางคนว่า ชื่อมันพิลึกพิลั่น มันออกจะอีโรติคไปนิด นอกจากโคมสีแดงแล้วยังมีหน้าต่างอีก ที่เป็นที่สังเกต เอ๊ะ.. ทำไมเขาจะต้องทาสีฟ้ากันทั้งเมือง เขาจะจำบ้านตัวเองได้ไหมเนี่ย ถ้าไม่มีบ้านเลขที่


พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์
เมืองเล็กๆอย่างนี้ เดินแค่ครึ่งช.ม.ก็ครบทุกซอยแล้ว ไม่ต้องมีแผนที่ด้วย เพื่อนผมชวนเข้าพิพิธภัณฑ์ ซึ่งในตอนแรกผมไม่สนใจนัก เพราะคิดว่าเมืองเล็กๆอย่างนี้คงไม่มีอะไร แต่พิพิธภัณฑ์ที่ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง เป็นบริเวณลานด้านบนสุดของเนินเขา ทางเข้าก็อยู่ปลายสุดของถนนในเมือง ไม่เลวเลยครับ ด้านบนหรือด้านในพิพิธภัณฑ์มีอาวุธโบราณสมัยยุคกลางตั้งอยู่ ขนาดเท่าของจริง มีซากประวัติศาสตร์ของอารยธรรมก่อนที่โรมันจะเข้ามาแผ่อำนาจในแถบนี้ เข้าใจว่า 2-3 พันปีก่อน ร่องรอยดังกล่าวยังคงแสดงถึงความมานะอุตสาหะของคนในการสร้างชุมชน แถมวิวด้านบนก็สวยไม่เบา แม้ว่าอากาศในวันนั้นจะไม่ดีนัก แต่ก็ คุ้มครับ




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2548    
Last Update : 5 สิงหาคม 2548 21:48:10 น.
Counter : 388 Pageviews.  

โปรวองซ์ เสน่ห์ในความเรียบง่าย ตอนที่ 2 สีสันของซอกซอย

วันนี้จะพาเข้าใจกลางโปรงวองซ์แล้วล่ะ ผมขอประเดิมด้วยเมือง Aix en Provence ละกัน แม้ว่าผมและเพื่อนๆจะมีเวลาไม่มากในช่วงเย็นๆที่เมืองนี้ แต่ก็มากพอที่จะสัมผัสบรรยากาศอบอุ่นของผู้คนที่ต่างพากันหาของขวัญสำหรับค่ำคืนของวันที่ทุกคนในครอบครัวมาอยู่ร่วมกัน วันนั้นเป็นวันที่ 24 ธันวาคมครับ แน่นอนว่า ชาวคริสต์ ต่างก็เตรียมตัวเฉลิมฉลองคืนวันที่แสนอบอุ่นนี้ ในเมืองอาจจะดูพลุกพล่านไปบ้าง เพราะเป็นโอกาสสุดท้ายของการจับจ่ายหาของขวัญในคนที่ตนรักและสมาชิกในครอบครัว แม้ว่าผมจะไม่เคยสัมผัสบรรยากาศอบอุ่นในแบบครอบครัวคนคริสต์ มันก็ทำให้ผมรู้สึกได้ว่าวันนั้นมีความสำคัญต่อเขามากเพียงไร



เมือง Aix เป็นเมืองใหญ่ระดับต้นๆในย่านโปรวองซ์ เคยเป็นศูนย์กลางในเขตนี้ ดังนั้น ในเมืองจึงเป็นที่รวมอะไรหลายๆอย่างตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซอกซอยเล็กๆ ในแบบยุคกลาง ถนนผ่านกลางเมืองเส้นใหญ่ น้ำพุตามลานต่างๆ เหลี่ยมมุมของอาคารบ้านเรือนที่เต็มไปด้วยสีสัน แสงไฟสีส้มที่ประดับประดาถนนในวันนั้น ทำให้ชีวิตมีชีวาอย่างเหลือเกิน



ถ้าคุณมีเวลามากสักนิด คุณควรจะนั่งจิบชา กาแฟ ตามริมถนน หรือกลางลาน นั่งทอดตามองผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา ชีวิตที่ค่อยๆดำเนินไปอย่างเป็นจังหวะ ใบไม้ที่พริ้วไหว พอปล่อยให้แสงแดดอ่อนๆลอดมาเลียผิวคุณ เสียงน้ำไหลเบาๆจากน้ำพุกลางลาน เสียงหัวเราะ พูดคุยกับเพื่อนฝูง เสียงนกตัวน้อยที่ลงมาดื่มน้ำ เสียงฝีเท้าเด็กๆที่วิ่งเล่นอยู่ เสียงระฆังจากหอระฆังของวัด กลิ่นหอมและรสชาดที่คุณคุ้นเคยของกาแฟ แหม...ไอ้ที่พูดมาเนี่ย.. อยากนะ.. แต่ไม่ได้ทำ



สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์อย่างนึงของเมืองในแถบนี้ก็คือเหล็กดัด คุณจะพบเห็นได้ทั่วไปตามระเบียงบ้าน หรือตามประตูของสถานที่สำคัญๆ แต่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวก็คือเหล็กดัดที่ครอบระฆังบนหอระฆังของโบสถ์เอาไว้นั่นล่ะ จะพบเห็นได้ก็เฉพาะในเขตโปรวองซ์ตอนล่างแล้วริมฝั่งทะเลเมดิเตอเรเนียนบริเวณ Cote D'Azur เท่านั้น




 

Create Date : 25 พฤษภาคม 2548    
Last Update : 25 พฤษภาคม 2548 22:22:02 น.
Counter : 218 Pageviews.  

โปรวองซ์ เสน่ห์ในความเรียบง่าย ตอนที่ 1 Moustiers หมู่บ้านริมผา


เริ่มต้นประตูสู่โปรวองซ์กันที่ เม้าส์เทรียส์ (Moustiers ste Marie) ซึ่งความจริงแล้ว เราเข้าสู่โปรวองซ์ตั้งแต่บ่ายของเมื่อวาน ความเพลิดเพลินกับทิวทัศน์บนเทือกเขาแอลป์ในย่าน La Bourg d'Osian ทำให้แผนเดิมของผมต้องเปลี่ยน พวกเราต้องตัดใจจากเมือง Sisteron เพื่อมุ่งหน้าตรงเข้าที่พักที่ Digne Les Brian ก่อนจะดึกเกินไป แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้เราพลาด Sisteron อีกเหตุผลนึงก็คือ หาทางบนเส้น N85 สุดจะมหาโหดจริงๆ ต้องปีนเขาไม่รู้กี่ลูก โค้งหักศอกแบบไม่เกรงใจกัน ไม่รู้กี่โค้ง ทำให้เราต้องใช้เวลาในการเดินทางมากเป็นพิเศษ(นี่ล่ะนะ ไม่ยอมเชื่อ Route Planner ที่แนะนำให้วิ่งเส้น N75) และด้วยหนทางที่ค่อนข้างยาวของวันนี้ เราจึงจาก Digne สู่เม้าส์เทรียส์โดยไม่ได้แวะชมความงามของเมือง ในใจก็คิดว่า หนทางข้างหน้า ยังมีความงามที่รอเราอยู่อีกไม่น้อย เมื่อถึงเวลาต้องตัดใจ ก็ต้องตัดใจล่ะนะ อย่าไปลังเล



พวกเราออกแต่เช้าตรู่ มุ่งหน้าสู่ประตูเวอดอง ระยะทางดูเหมือนจะไม่ไกล แต่ก็ต้องใช้เวลาไม่น้อย เพราะถนนหนทางในชนบทแบบนี้ ไม่ได้ใหญ่โตนัก และวิวทิวทัศน์ข้างทาง ก็แสนจะน่าจอดชมบรรยากาศ เราจึงขับไปอย่างช้าๆ เพื่อชื่นชมบรรยากาศจากบนรถ (ครั้นจะจอด ก็จะขวางถนนซะ) กว่าจะถึงเม้าสเทรียส์ก็สายๆหน่อย


เมืองยังดูเงียบเชียบ มีเพียงไม่กี่ชีวิตที่เคลื่อนไหว นอกจากต้นไม้ ที่ไหวๆ ก็คงมีแต่คุณป้าที่เพิ่งจอดรถลงไปซื้อขนมปัง กับคนขายที่ตื่นแต่เช้า กับกระเหรี่ยงหลงดอยอีก 8 ชีวิตที่กำลังหาที่จอดรถ อากาศสดชื่นจริงๆ เราเริ่มต้นเดินตามทางเดินเล็ๆที่มุ่งตรงเข้าสู่ผาหิน ที่มีโบสถ์เก่าตั้งอยู่โดดเด่นด้านบน


อยากจะขึ้นไปเหมือนกัน แต่สาวๆเกิดขี้เกียจ สงสัยยังเมาขี้ตากันอยู่ ดูไม่สูงมาก แต่ก็คงจะเล่นเอาเหนื่อยทีเดียว จากหน้าผามองต่ำลงมา ก็จะเป็นน้ำตก ที่ในหน้าหนาวไม่ค่อยจะมีน้ำสักเท่าไร น้ำที่ไหลเอื่อยๆ ผ่านใจกลางเมือง คงจะเย็นเป็นพิเศษในช่วงนี้ สะพานหินทอดตัวไปอีกฝั่งของธารน้ำ นำเราเข้าสู่โบสถ์เก่าอีกแห่งนึง ซึ่งว่ากันว่า เป็นสถาปัตยกรรมแบบลอมเบอร์ได (แถบๆมิลาน) ซึ่งสร้างไว้ตั้งแต่ปี 1400 กว่าๆ เป็นยุคหลังๆของศิลปะแนวโรมานเนสที่ยังคงอยู่อย่างสมบูรณ์ในเมืองเล็กๆแห่งนี้


ตอนนี้คงจบแค่ช่วงสายๆ ก่อนโบกมืกบ๋ายบาย หมู่บ้านที่แสนสงบแห่งนี้ อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าได้อยู่แบบนี้ มีงานพอเลี้ยงชีวิตและตอบสนองกิเลสที่มีได้ คงจะโชคดีมากเลย..




 

Create Date : 15 เมษายน 2548    
Last Update : 4 พฤษภาคม 2548 20:26:49 น.
Counter : 163 Pageviews.  

โปรวองซ์ เสน่ห์ในความเรียบง่าย ตอนที่ 0 อรัภบท

ผมได้ยินชื่อดินแดนแห่งนี้มานาน หลังจากได้ดูสารคดีเกี่ยวกับนอสตราดามุส ก็ยิ่งกระตุ้นต่อมอยากของผมมากยิ่งขึ้น ให้ไปสัมผัสดินแดนที่มีเสน่ห์แห่งนี้



และแล้ว ความฝันผมก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง หลังจากที่ได้รวบรวมพลพรรคนักเดินทางได้กลุ่มไม่เล็ก เนื่องจากเรามีวันหยุดช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ที่นานสักหน่อย ทำให้เราตัดสินไปเช่ารถตู้ เพื่อมุ่งหน้าสู่ฝรั่งเศสตอนใต้ ในฤดูหนาวเช่นนี้ ด้วยความหวังว่า มันน่าจะอุ่นกว่าที่ที่เราอยู่เป็นแน่

หมู่บ้านเล็กๆ ตามชนบทนี่ล่ะ เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือน ด้วยความเรียบง่ายของชีวิตความเป็นอยู่ ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสม อยู่ในเขตค่อนข้างอุ่นของยุโรป ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ไร่โอลีฟ แสงแดด และการสืบทอดที่ยาวนานทางประวัติศาสตร์ ล้วนแล้วแต่ช่วยเสริมให้โปรวองซ์ เป็นเป้าหมายหลักๆของนักท่องเที่ยวที่นิยมชมชอบความสงบ เรียบง่าย และธรรมชาติที่สวยงาม




วันในฤดูหนาวในเมืองชนบทแบบนี้ดูจะเงียบเหงาเป็นพิเศษ อย่าว่าแต่ทุ่งลาเวนเดอร์เลย ใบไม้เองก็พากับปลิดตัวลง เหลือไว้แต่กิ่งก้านแห้งๆ ส่วนลาเวนเดอร์อ่ะเหรอ เหลือไว้เพียงปุ่มบนผิวดิน ถ้าไม่เคยเห็นมาก่อน ก็คงนึกว่า มันเป็นหัวผักกาด หมู่บ้านแต่ละหมู่บ้านก็ไม่พลุกพล่าน ก็ใครล่ะ เขาจะเสร่อมาเที่ยวในช่วงนี้เหมือนพวกเรา .. แต่ก็ดีนะ ไม่ต้องรถติด หาที่จอดรถไม่ยาก ไม่ต้องวุ่นวาย เดินชนกับนักท่องเที่ยว ได้สัมผัสกับความเงียบสงบ และวิถีชีวิตของชาวบ้านจริงๆ



การเดินทางครั้งนี้ เริ่มต้นจากเขต Hautes Alpes ซึ่งเป็นเขตติดต่อแคว้น Rhône
Alp ทางฝั่งตะวันออก (ทางใต้ของเมือง Grenoble ) ผ่านเข้าเขต Alpes de Haute Provence และเข้าใจกลางโปรวองซ์ที่ Bouches du Rhône และ Vaucluse ไล่เลาะริมทะเลเมดิเตอเรเนียนในเขต Var และ Alpes Maritimes ผ่านย่านที่เป็นที่รู้จักกันในนาม Côte d'Azur หรืออ่าวสีฟ้า เรียกว่าครบทุกเขตของโปรวองซ์ แต่ไม่ทุกเมืองเด่นๆ เนื่องจากเวลาที่จำกัด แต่เท่านี้ ก็โดนเพื่อนค่อนขอดว่าเป็นทัวร์อาซิ๊มแล้วล่ะนะ...

จบตอน 0 ก่อนดีกว่า เก็บไว้เล่าตอนอื่นๆบ้าง

บ๋าย บาย




 

Create Date : 14 เมษายน 2548    
Last Update : 29 เมษายน 2548 23:38:45 น.
Counter : 249 Pageviews.  


Math.de
Location :
Hi Germany

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Math.de's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.