Blog.one22.com:รวม รีวิวที่เที่ยว ที่กิน ที่พัก รีวิวหนัง และเรื่องราวรอบๆที่ภาพและเรื่องราวจะพาคุณๆออกท่องโลกไปด้วยกันครับ
Group Blog
 
All blogs
 

พาไปชิมอาหารอินเดียนเซทที่ AL SARAY

อาหารอินเดียนหน้าตาแปลกๆ รสชาติอาจจะไม่คุ้นปากคนไทยสักเท่าไหร่ แต่รับรองว่าจะต้องเปลี่ยนใจแน่ๆ เพราะวันนี้เรามีอาหารเซทแบบอินเดียนมาฝาก ซึ่งจริงๆแล้วร้าน AL SARAY เป็นร้านอาหารสไตล์ตะวันออกกลางผสมผสานระหว่างเลบานิสกับอินเดียน

รีวิวร้าน_AL_SARAY_อาหารอินเดียน

รีวิวอาหารอินเดียน_ร้าน_AL_SARAY

มาเริ่มต้นด้วยของทานเล่นที่ใช้เคียงเกือบทุกเมนูเลยก็ว่าได้ Naan สไตล์อินเดีย เป็นแป้งคล้ายๆ กับโรตีของบ้านเรา แต่จะกรอบและแห้งกว่า กรรมวิธีที่ทำก็คือจะเอาแป้งไปอบในโอ่งโดยแป๊ะไว้ข้างๆผนังโอ่งกลับไปกลับมาจนสุก ซึ่ง Naan จะเป็นแป้งหลักที่สามารถกินคู่กับ Hummus หรือ Bindi Masala จะเข้ากันมาก

รีวิว_Naan_ร้าน_AL_SARAY_อาหารอินเดียน

Biryani Chicken ข้าวหมกเลือกเป็นไก่ เมนูนี้ใช้ข้าวแขก ข้าวจะสวยเรียงเม็ดไม่เละ รสชาติเข้มข้นหอมเครื่องเทศ เวลากินจะต้องคว่ำถ้วยลงจากเพราะน้ำเครื่องเทศที่อยู่ก้นถ้วนจะได้กระจายทั่วข้าว

รีวิวข้าวหมกไก่_ร้าน_AL_SARAY_อาหารอินเดียน

Bindi Masala แกงคั่วผัดแบบแห้งๆ ใส่ ใช้กระเจี๊ยบเขียวเป็นหลัก ใส่มะเขือเทศเพิ่มรสหวานเปรี้ยวนิดๆ รสชาติเครื่องเทศคล้ายกะหรี่ปั๊บบ้านเรานี่แหละครับ

รีวิว_Bindi_Masala_แกงคั่ว_AL_SARAY_อาหารอินเดียน

Samosa เมนูของทอดซึ้งถืออาหารว่างสำหรับชาวอินเดียว ทางร้านจะมีให้เลือก 3 ไส้ ผัก แกะ ไก่ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มสะระแหน่บด ผสมกระเทียมนิดหน่อยเพื่อใช้ดับเลี้ยนได้ด้วย

รีวิวSamosa_ร้าน_AL_SARAY_อาหารอินเดียน

Mix Tandoori Kabab Platter ไก่ชิ้น ไก่ติดกระดูก เนื้อแกะ ย่างออกเกรียมๆ กินคู่กับน้ำจิ้มสะระแหน่บด ผสมกระเทียมนิดหน่อยเพื่อดับเลี้ยน รสจะออกฉุนๆเผ็ดๆ แต่ไม่มาก

รีวิว_Mix_Tandoori_Kabab_Platter_ร้าน_AL_SARAY_อาหารอินเดียน

Butter Chicken สีคล้ายๆ แกงพะแนงบ้านเราแต่จะข้นกว่ามาก เมนูนี้ใช้ไก่ฉีดผสมเครื่องเทศแบบอินเดียน มีกลิ่นหอมใหญ่ รสมันของเนย และออกเปรี้ยวนิดๆ

รีวิวButter_Chicken_ร้าน_AL_SARAY_อาหารอินเดียน

Dal Makhani แกงถั่วสไตล์อินเดีย ใส่ถั่วเยอะมากทั้ง back bean, fava bean, lentil bean และถั่วอื่นๆอีก รสชาติจะออกมันๆ ใช้ Naan จิ้มคู่จะอรอ่ยยิ่งขึ้น

รีวิวDal_Makhani_แกงถั่วร้าน_AL_SARAY_อาหารอินเดียน

สำหรับใครที่อยากจะมาลองอาหารเซทอินเดียนที่ Al Saray ร้านอยู่ชั้น 4 อาคารบางกอก ซอยศูนย์วิจัย 7 เปิดทุกวัน 08.00 น. – 23.00 น. โทร 02-3194388 และสามารติดตามข่าวสารได้ที่ http://www.facebook.com/GourmetHouseClub

ถ้าชอบติดตามรีวิวอื่นๆกันได้ที่นี้เลยจ้า กดเลย




 

Create Date : 08 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 8 พฤศจิกายน 2555 12:02:16 น.  

เมืองแป้(แพร่)...ที่ฮัก


ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีผู้ที่พร้อมจะร่วมทริปไปกับเราในครั้งนี้ก่อนนะครับ ต้องขอเกริ่นนำกันก่อนสักนิดว่า ทริปนี้เรามีเพื่อนร่วมทางไปกว่า 20 ชีวิตเลยทีเดียว โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นำขบวนผู้โชคดี 20 ท่าน ที่ได้รับคัดเลือกจากการเข้าร่วมกิจกรรมจากชุมชนคนเที่ยวเหนือ (http://gonorththailand.com) เดินทางไปกับรายการเถลไถลพร้อมคู่ซี้โจ AF2 กับ ซานิ AF6 เดินทางวันที่ 26-28 ตุลาคม 2555 รวมเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน

จุดรวมพลของเราคือสนามบินดอนเมืองครับ แต่ละคนดูตื่นเต้นและเตรียมตัวมาอย่างดีมากๆ สำหรับการเดินทางในครั้งนี้


เมื่อทุกคนพร้อม ก็ได้เวลาบินกันแล้วครับ ลุยๆๆๆ

พระอาทิตย์กำลังโผล่ขึ้นจากขอบฟ้าพอดีเลยครับ นับว่าเป็นโชคดีตั้งแต่เริ่มเดินทาง


ใช้เวลานั่งเครื่องประมาณ 40 นาทีก็ถึงท่าอากาศยานพิษณุโลก ถึงก่อนกำหนดการ 10 นาที เหตุผลที่ต้องมาลงที่จังหวัดพิษณุโลกเพราะว่าวันที่เราเดินทางนั้นไม่มีเที่ยวบินที่จะบินไปแพร่นั่นเองครับ

การเดินทางพึ่งเริ่มต้นเชิญเที่ยวเมืองแพร่ไปพร้อมกันได้เลย กดที่นี้นะครับหรือที่ภาพก็ได้เช่นกันเชิญครับ ^ ^




 

Create Date : 07 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2555 11:08:13 น.  

รีวิวที่เที่ยว:สิชล...เหมือนต้องมนต์เสน่ห์ รอย :) จาก...เธอ



"เช้านี้โชคดีแล้วววว.... หวันขึ้น โผล่พ้นขอบฟ้ามาให้เห็นแบบนี้" ผมตะโกนเป็นภาษาใต้ที่เพิ่งรู้มาเมื่อเย็นวาน อยู่ในหัวตัวเองดังๆ ขณะที่มือก็กำลังรัวสายลั่นชัตเตอร์ อยู่คนเดียว

.............. ( "หวัน"  ในภาษาปักษ์ใต้  หมายถึง  ตะวัน หรือ ดวงอาทิตย์   “ หวันขึ้น” จึงหมายถึง ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้านั้นเอง )..............



5.30 น.

ผมตื่นเช้าๆแบบนี้เข่นเคย ต้องถือเป็นข้อดีที่สุดของการเลือกมาพักที่ หาดหินงาม ก็คือ การได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าแบบง่ายๆเดินกันไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้วนับว่าโชคดีมากๆ



ภาพ หวันขึ้นริมขอบฟ้าดูกี่ครั้งไม่เคยเบื่อเลย ผมรำพึงกับตัวเอง ขณะกำลังปีนป่าย ไปตามโขดหินที่รื่นและเป็นมันด้วยความทุลักทุเล
มือข้างนึงถือข้างตั้งบวกกล้อง อีกข้างจับกระเป๋าสะพายใบใหญ่ ยังนึกบ่นๆตัวเองอยู่ว่าไหมไม่วางมันลงไปซะ





หาดหินงาม ไม่ได้งามแค่หินเท่านั้น...

ทะเลและชายหาด ก็งามไม่แพ้กันเลย ตลอดเวลาที่พักอยู่หาดนี้ โชคดีที่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นแม้จะไม่เต็มใบแต่ก็ยังได้เห็นแสงแรกแว็บฝ่า เมฆออกมาจนได้



หาที่ตั้งหลักเหมาะได้ จับเป็นแบบซะเลย ...
พระอาทิตย์ขึ้นเช้านี้ พิเศษกว่าทุกเช้า
ผมมักจะถือเป็นฤกษดี ทริบไหนก็ตามที่อยากได้แดดสวยๆ ฝนไม่มีตลอดการเดินทาง

การได้เริ่มต้นวันใหม่ และได้แสงพระอาทิตย์อาบตัวยามเช้าคิดบวกกันตัวเองได้ง่ายๆว่า.. "ทริบนี้ผมน่าจะได้พบอะไรดีๆแน่ๆเลย"



ผมบอกตัวเองแบบนี้... บอกตัวเอง ในเช้าวันที่ 2 ของการเดินทางลงใต้มายังอำเภอชื่อสั้นแสนเพราะอย่าง "สิชล" กับจังหวัดที่เคยแค่ผ่านๆอย่าง "นครศรีธรรมราช" ในทริบลงใต้เมื่อหลายปีก่อน

และวันนี้ผมจะพาเพื่อนๆ พี่ๆ ลุง ป้า น้า อา อากง อาม่า ฯ ทุกๆท่านไปเที่ยวด้วยกันกับปันปัน และครอบครัว one22 ของเรากันครับ

......................

ทริบ เมืองคอนหนนี้ นอกจากที่เที่ยวแล้ว มีสิ่งนึงที่ผมพบหลังจากกลับมา จนมานั่งทบทวนว่าเราประทับใจอะไรมากที่สุด คำตอบอยู่ที่ จั่วหัวไว้เลยครับ "รอยยิ้ม" นั้นเอง

ทุกๆที่ที่ผมไป...

ทุกๆครั้ง ที่ผมยกกล้องถ่ายภาพขึ้นมา... พร้อมขอเก็บภาพคนตรงหน้า

ไม่นับรูปถ่ายวิวทิวทัศน์...

ที่เหลือล้วนแต่มีแต่ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส  แบบที่เราเอง ก็อดแปลกใจไม่ได้

คุณน่าจะนึกออกเวลาคนใต้เค้าทำหน้านิ่ง หน้าจะดูดุมากๆจริงไหมครับ แต่พอยิ้มเห็นฟันขาวเท่านั้นล่ะ วินาทีก่อนหน้านั้นก็หายไปทันที พร้อมๆกับมิตรภาพก็เข้ามาแทนที่

หนนี้ผมจะพาคุณๆทัวร์แบบยิ้มๆไปด้วยกันกับผมครับ



พร้อมแแล้วหลังบรรทัดนี้ไปขอเชิญไปสัมผัสชีิวิตแสนเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์...

ยิ่งหากเมื่อคุณๆได้มาสัมผัสด้วยตัวคุณเองคุณอาจจะต้องรีบแพ็คกระเป๋าลงใต้กันเลยก็เป็นได้ครับ

ขอเชิญเที่ยวสิชลด้วยกันต่อ จะคลิกที่นี่หรือที่ภาพก็ได้นะครับ




 

Create Date : 16 ตุลาคม 2555    
Last Update : 16 ตุลาคม 2555 12:22:58 น.  

ที่พัก:Cabochon Hotel หลงเสน่ห์…กลางกรุง


ฤดูฝนปีนี้ดูยาวนานเป็นพิเศษ ...นานจนแทบลืมแดดกันไปเลย

ไม่ว่าจะไปมุมไหนของประเทศเรา ล้วนแต่เจอพระพิรุณกันทั่วหน้า...

หนนี้ไมไ่ด้พาคุณๆหนีฝนออกไปไหนไกล แวะพามาเที่ยวใกล้ๆบ้านอย่างกรุงเทพฯ กันบ้าง

ถ้าอ่านรีวิวของ one22 มาตลอดจะรู้ว่ายังไม่เคยแนะนำที่พักในกรุงเทพฯกันเลยสักครั้ง

เหตุผลง่ายมากครับ ผมเป็นเด็กเต้บ (เขียนยากๆไปทำไหมเนอะ หมายถึงเด็กกรุงเทพฯ นั้นล่ะ ^ ^ )

จนเมื่อเร็วๆนี้มีโอกาสรับเชิญจากพี่ชายใจดีที่เข้ามาดูแลที่นี่ " CABOCHON HOTEL " Unique Boutique Hotel ให้มาชมและถ่ายภาพให้
เลยมีโอกาสได้ลองสัมผัส Boutique Hotel ที่ไม่ธรรมดา เพราะให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในหนังเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ กันเลย  ไม่เชื่อ ลองตามมาดูและพักไปพร้อมๆกับเรากันครับ

หนนี้มีรวมภาพทั้งหมดเก็บไว้เป็น Gallery ที่นี้เลยครับ ชมภาพเป็น ออเดริฟ รองท้องกันก่อนได้นะที่นี้เลย

http://s.one22.com/QnLDPu


Cabochon Hotel อยู่ในย่านกลางเมืองเลยครับ อยู่สุดซอยสุขุมวิท 45 โรงแรมขนาดกำลังน่ารัก ไปมาไม่ยาก สามารถเดินทางได้ทั้ง รถ รถไฟฟ้าลงสถานี หรือจะรถโดยสารประจำทางทุกสายที่วิ่งผ่านเส้นสุขุมวิทผ่านหมด

เจตนาของที่นี้ต้องการเน้นให้คนเปลี่ยนบรรยากาศมาพักผ่อนสบายๆ เปลี่ยนบรรยากาศการพักในเมือง


บรรยากาศ เหมือนหลุดไปอยู่ในยุคคลาสิกบ้านเรือนในสไตล์ โคโลเนียล (คำอธิบายแบบย่อๆ: บ้านเรือนในสไตล์ฝรั่งในอดีต ที่ได้รับอิทธิพลจากประเทศแม่ ที่เข้ามาในประเทศที่เป็นอาณานิคม และนำมาประยุกต์ให้เข้ากับวัสดุและการตกแต่งของประเทศที่ตกเป็นอาณานิคม หรือจะเรียกว่าสถาปัตยกรรมสไตล์อาณานิคม ก็ว่าได้ :ขอบคุณข้อมูลจาก internet ครับ )

ถ้านึกไม่ออกขอให้นึกถึงหนังเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้อะไรประมาณนั้นครับ เพราะเจ้าของก็บอกไว้ในหน้าเว็บของโรงแรมเองว่าได้เอากลิ่นอายของเซี่ยงไฮ้ ยุค 1920 มาเป็นต้นแบบ

เดิมทีเน้นไปที่ชาวต่างชาติเป็นหลักๆแต่ไปๆมาๆ กับได้คนไทยที่ชอบเปลี่ยนบรรยากาศ และชอบในความเท่ไม่เหมือนใครก็มาพักกัน...

เดี๋ยวนี้ยังเป็นอีกที่ๆสไตล์ลิสต์ ตามนิตยสารแฟชั่นมาขอยืมใช้สถานที่ถ่ายแบบแฟชั่นกันแทบทุกฉบับ

ด้วยเสน่ห์และการตกแต่ง ย้อนยุคแบบโคโลเนียนสไตล์ ผสมผสานกับของตกแต่งด้านในแบบจีนๆเข้าไปเราจึงได้ Boutique Hotel ดีๆกลางกรุงออกมา

เห็นตกแต่งย้อนยุคแบบนี้อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นของเจ้าขุนมูลนายท่านใด มาเปลี่ยนเป็นโรงแรม

เพราะจริงๆโรงแรมพึ่งสร้างเสร็จเมื่อต้นปีนี่เอง ทุกอย่างใหม่มากๆ กลิ่นไม้ยังใหม่ๆอยู่เลยด้วยซ้ำไป

แต่เพราะเจ้าของเป็นสถาปนิก เลยจงใจออกแบบออกมาแบบนี้ครับ เท่โค๊คๆจริงๆ

วันที่เข้าพักผมพาครอบครัวและชวนเพื่อนสนิทไปด้วยถือเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ  และการสังสรรค์กันไปในตัว และก็ตัดสินใจไม่ผิด เพราะเป็นคืนที่ครื้นเครงกันมากๆเลยครับ

ปันปัน ดูจะสนอกสนใจผู้ใหญ่คุยกันตลอดเลย...น่ารักเนอะ ลูกใครเนี่ย 5555

ดูห้องพักก่อนเลยดีกว่าห้องพักที่นี่มีทั้งหมด 3 Type คือ

Studio type เริ่มต้น

Suite ห้องใหญ่และมีห้องรับแขกเพิ่มขึ้นมา

และแบบ 2 Connecting ที่มีห้องรับแขกตรงกลางของ Type Studio + Suite

ห้องที่เราพักจะเป็น Type 2 Connecting Unit SUITE + STUDIO ห้องจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือแยกเป็นห้องพัก 2 ห้องแบบ Suite  ที่กว้างและมีห้อง Studio ที่เล็กลงมาหน่อย เป็นห้อง แบบ connecting ติดกันโดยมีห้องรับแขกเชื่อมอยู่ตรงกลาง ขนาดกว้างขวางมากๆ

ที่สำคัญ ผมว่าข้างในมีความเป็น Vintage ผสมกลมกลืนเข้าไปด้วย ดูดีมีชาติตระกูลมากกกก

ส่วนของห้องรับแขกมีโต๊ะขนาดใหญ่ให้แขกสามารถนั่ง ทานข้าวร่วมกัน ,ทำงานก็ได้ หรือจะนั่งสังสรรค์เฮฮากันก็ดูเหมาะดีทั้งนั้น อ่อมี wifi free  ทุกจุดนะครับจะนั่งเล่นตรงไหนก็ได้

ยังมีโซฟาขนาดใหญ่ให้อีกชุดนั่งนอนดู LCD TV ได้สบายๆ

มองไปรอบๆห้องทุกอย่างใหม่หมด เตียงน่านอนสุดๆ

มาดูห้องนอนกันบ้างสำหรับฝั่ง Suite เปิดประตูเข้าไปก็เจอเตียง  มองดีๆผมว่าดูจะใหญ่กว่า King Size ทั่วๆไป และเดี๋ยวนี้ ดูจะเป็นเรื่องปรกติของบูทีครีสอร์ทไปแล้ว

หมอนมีให้เลือกใช้หลายใบหลายขนาด และแน่นอนเป็นหมอนขนเป็ดที่หลังๆมานี่ผมชอบจริงๆนอนแล้วมันจมลงทั้งหัวดีครับ

ห้องฝั่ง Studio จะมี 2 แบบคือเตียงเดี่ยวกับเตียงคู่ อย่างในภาพจะเป็นเตียงเดี่ยว ห้องจะเล็กกว่านิดหน่อยครับ แต่ก็มีครบถ้วนทุกอย่างเช่นกัน

เตียงนอนแล้วสบายไหม ดูจากปันปันเอาเองได้เลยครับ >_< 555 หลับนานเลยเชียวล่ะ


ห้องน้ำเองพยายามคงความคลาสิกสุดๆขนาดปลั๊กไฟ เปิดปิดยังเลือกใช้แบบโบราณมาทำ สวิทช์แบบนี้ผมเองจำได้ว่าเด็กๆเคยเห็นบ้านญาติเคยใช้เดี๋ยวนี้คงหายากแล้วละมั้ง

กระเบื้อง,ที่จับประตู,อุปกรณ์ภายในทั้งหมดเป๊ะสุดๆเพราะพยายามใช้ของ ที่หวลทำให้เราคิดถึงอดีตได้หมดเลย ชอบในความใส่ใจของที่นี่มากครับ


ที่ผมมองแล้วชอบเพราะง่ายแต่คง concept การตกแต่งไม่หลุดเลย แม้จะเป็นเล็กๆน้อยก็ตามเช่น ห้องน้ำรวมชั้นล่างยังเก๋ ใช้หมวกกับ ผ้าคลุมหัวสื่อเป็นห้องน้ำหญิงชาย ดูได้บรรยากาศย้อนยุคไปหมดเลย

ออกจากห้องมาดูระเบียงทางเดินกันต่อ ทุกๆจุดเนี๊ยบและมีรายละเอียด ให้น่าเก็บภาพ ที่เห็นเป็นโต๊ะโชว์ของตกแต่ง แปลกและน่าสนใจมากครับ

ผมขอพามาชมห้องที่ผมถือว่าเก๋สุดๆของที่นี่ต่อ "Club Lounge" ที่ชื่อว่า " Joy Luck Club" เข้ามาก็ต้องอุทานอะไรจะเยอะขนาดนี้.... เฟอร์นิเจอร์ครับ

วางเหมือนจะไม่ตั้งใจ ไม่เป็นระเบียบแต่ทำไมไม่รู้ แม้จะเหมือนไม่ตั้งใจแต่ก็แฝงการใช้งาน และการตกแต่งสุดแนว เหมือนเราเข้ามาเดินอยู่ในนิยายยุคเจ้าพ่อยังไงยังงั้นเลย เท่โค๊ดๆจริงๆ

หมุนไปมุมไหนก็เจอมุมเก๋ๆให้น่าถ่ายรูป ทั้งของตกแต่งเองก็ไม่ธรรมดานะครับ อย่างในภาพที่เห็นเป็นหีบใบใหญ่ๆนั้นเค้าเอาของ Louis vuitton ของแท้ใบเป็นแสนมาใช้แทนโต๊ะได้ ^ o ^

หุหุ ไม่ใจขนาดนี้ไม่แก้ทำนะครับเนี่ย

โซฟาและเก้าอี้หนังเก๋ๆย้อนยุคสีสันสะดุดตาดีครับ...

แต่ที่สะดุดตาสุดๆก็น่าจะเป็นหัวม้าลายที่แขวนอยู่ผมเคยเห็นแต่ในหนังมาเจอของจริงก็มองอยู่นานเหมือนๆมันจะกระโดดออกมาได้งั้นล่ะ ...คิดไปเรื่อยครับ ^ ^ "

ของตกแต่งหลากหลายดูเหมือนมีเรื่องราวด้วยตัวมันเองทั้งนั้น ที่ผมชอบมากๆก็เครื่องบินจำลอง ที่แขวนลอยอยู่ด้านบนเหมือนมันกำลังบินอยู่นั้นละครับ เท่มากๆ ชอบจริงๆนะเนี่ย 5555

เอาละไปชมห้องอาหาร "Thai Lao Yeh" กันต่อครับ เห็นห้องอาหารที่นี่ตกแต่งสไตล์ผสมไทย-จีนๆแบบนี้ แต่อย่าเข้าใจผิดว่าเค้าเสริฟอาหารไทย-จีนกันแค่นั้น

เพราะที่นี่จะเสริฟอาหารอีสานและจากคำแนะนำของเชพแล้ว เค้าบอกว่าอาหารอีสานที่นี่รสแซ่บอย่าบอกใคร...

อ่อที่ชอบอีกอย่างของห้องนี้คือไอเดียการใช้กรงนกเปล่าหลากหลายมาตกแต่งบนเพดาน   ...เก๋และมันกว่านี้มีอีกไหมเนี่ย

ด้านใน..

ของปันปันก็มีของกินน่ะแต่กินไรกับเค้าไม่ได้ทั้งนั้น รออีกหน่อยนะฮับ

โตแล้วอาจจะหลงรักรสชาติอีสานบ้านเฮาเหมือนพ่อกับแม่นะครับ ^o^

เห็นไหมครับว่าเก๋ขนาดไหน กินข้าวในบรรยากาศเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้แต่สั่งอาหารอีสานรสแซ่บๆมา 555

มะมาดูกันดีกว่า อย่างในภาพเป็นรวมอาหารอีสานเสริฟมาทั้ง ส้มตำไทย รสจัดดีมากๆ และ...


มี ต้มแซ่บกระดูกหมู ,ปากเป็ดทอดกรอบที่เค้าทอดมากรอบมากๆ ลาบเนื้อ,ไส้กรอกอีสาน,ลาบเป็ด

ใครมาอยากบอกว่าให้สั่งมาชิมกันดูรสชาติแซ่บสุดๆอร่อยแบบร้านอีสานแท้ๆเลย

ที่ชอบสุดชิมแล้วอยากบอกต่อก็เป็น ไส้อั่วกับปากเป็ดทอดนะครับใครมาอย่าลืมสั่งมาชิมกันดู

เบื้องหลังเชพท่านนี้คืออาหารที่อร่อยๆทั้งหลาย ที่เสริฟเรานั้นเอง อร่อยจริงๆครับ ขอบคุณเชพมากๆเลย

มองไปมุมไหนก็เจออะไรเก๋ๆตลอดอย่างห้องอาหารนี่ยังเอาเครื่องทำน้ำแข็งยุคโบราณมาตกแต่งอีก ชอบครับช่างคิดดี

เห็นแล้วอยากกินน้ำแข็งใสขึ้นมาเลย ^ ^

มาดูฝั่งตรงข้ามบ้างเป็นโซนผสมเครื่องดื่มครับ

ชอบมากๆกับการ mix อุปกรณ์การตกแต่งอย่างไฟที่เห็นเป็นไฟจากร้านหมอฟัน(คุ้นไหมครับ) แต่นำมาใช้ตกแต่งแทนสปอร์ตไลท์ได้เท่สุดๆ

ป่ะ..ผมพาไปเที่ยวต่อครับ ต่อไปจะพาไปดูอีกที่ๆชอบมากของที่นี่ สระว่ายน้ำบนดาดฟ้ากัน "Rooftop Pool" เป็นสระว่ายน้ำที่อยู่ลอยฟ้ากลางเมืองกัน

วิวกรุงเทพ ณ.ยามเช้าตรู่ที่ ชีวิตมนุษย์เมืองกรุงทั้งหลายกำลังเริ่มต้น ฟ้าสวยดีนะครับ มองดีๆจะเห็นรถไฟฟ้าด้วย

ผมขึ้นมาถ่ายภาพนี้ตอนเช้าตรู่ ไร้ผู้คนทั้งนั้นใจจริงคืออยากเก็บวิวยามเช้ากลางเมืองแบบนี้ละครับ

และพอช่วงสายๆก็ได้เวลายึดสระเป็นของเรา 555 เราว่ายน้ำกันกลางเมืองได้อารมณ์แปลกๆดีครับ แต่ใช่ว่า ปันปัน จะสนใจ ดูจากภาพเอาเองเลยครับมันอยู่คนเดียวเลย

มันจริงอะไรจริง >O<

มีแม่จ๋าคอยพาตะกุยน้ำ ไปแบบนี้ยิ่งสบายเค้าล่ะ


ดูเอาเองเลยผมเองก็ถ่ายไปแป๊บๆก็ลงไปมันกับเค้าด้วยแล้ว Family Time ครับ ( ^ U ^ )

ผมพากลับลงมาจากสระน้ำมาดูห้องหนังสือของที่นี่กันต่อครับ ห้องหนังสือขนาดย่อมๆอยู่ชั้นแรก ไม่ใหญ่แต่ก็นั่งได้สบายๆ มีหนังสือดีๆที่คัดสรรมาใช้ได้ผมเจอหนังสือรวมภาพถ่ายของศิลปินต่างประเทศที่คุ้นเคยก็จากห้องนี้ด้วย ใช้ได้เลย

และช่วงสุดท้ายแล้วครับจะพาไปชมรอบๆกันดีกว่า ตรงนี้เป็นด้านหน้าชั้นหนึ่งเหมาะจะมานั่งจิบอะไรเย็นๆดีครับ

และด้านบนของที่จอดรถด้านหน้าเค้าแต่งเป็นสวนลอย ขนาดกำลังดี เช้าๆมานั่งจิบชากาแฟตรงนี้ก็ไม่เลวเลยครับ

สรุปกันหน่อยดีกว่า

ข้อดี

ใกล้ใจกลางเมืองเดินทางสะดวกสุดๆครับ แต่ที่แนะนำจริงๆควรเป็นรถไฟฟ้าดีที่สุดยิ่งเวลารถติดคุณจะไม่ชอบแน่ๆ

ที่พักใหม่มากๆเพราะพึ่งเปิดเมื่อตอนต้นปีนี่เลย

การตกแต่งสวยงามในสไตล์บ้านโบราณ โคโลเนียลสไตล์ ทุกอย่างเป๊ะมากๆครับ เดินเข้ามาเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในยุคเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ยังไงยังงั้นเลย  ใครชอบถ่ายภาพสถาปัตย์กรรมสวยๆ

ที่นี่ใช่เลย และที่สำคัญแม้เป็นการสร้างใหม่ทั้งหมดแต่ก็ยังเก็บรายละเอียดต่างๆได้ดีมาก

ห้องพักครบครัน โดยเฉพาะ Type Suite กว้างขวางดีครับมี Facility ทุกอย่างครบครันไม่ขาด เตียงนอนนอนแล้วไม่อยากลุกไปไหนเลย

อาหารอร่อยมากๆ พ่อครัวเป็นคนไทยครับเพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะไม่รู้รสปากคนไทย โดยเฉพาะอาหารอีสานเราสั่งได้หมดตามสไตล์ไทยๆจะเผ็ดเค็มเปรี้ยวหวานจัดได้แน่นอน

ข้อแนะนำเพิ่มเติม

ไม่รู้จะแนะนำอะไรแล้วครับ เพราะความใส่ใจในรายละเอียดขนาดนี้ อ่อ...นึกออกอย่างแล้วครับ อาจจะถือเป็นอย่างเดียวก็ได้คือห้องพักน้อยนะครับไม่ถึง10ห้องเลย  หากไม่จองล่วงหน้าคุณอาจจะพลาดได้ เพราะ Boutique Hotel เล็กๆน่ารักและแนวๆขนาดนี้ ทั้งนิตยสารแฟชั่นทั้งหลายก็ดี คนกรุงขี้เบื่อบ้าน อาจจะแวะเวียนมาไม่ขาดทั้งร้านอาหารก็ด้วยเช่นกันโดยเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ ยังไงลองโทรสอบถามก่อนมา ก็ดูจะเหมาะสมครับ

เบอร์ติดต่อจองที่พัก ตามนี้เลย Tel : +66 2259 2871-3

และหากใครยังไม่จุใจเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมกันได้ที่นี่ครับ

www.cabochonhotel.com

FB:facebook.com/cabochonhotel

*ท้ายนี้ต้องขอขอบคุณพี่ชายใจดี คุณ mac GM ของที่นี่ครับ ที่ต้อนรับขับสู้เราและครอบครัวตลอดเวลาที่เราอยู่ที่นี่

ขอบคุณเชพ สำหรับอาหารอร่อยๆที่ตั้งใจทำมาเสริพเราจนพุงกางกันทั่วหน้า

น้องๆพนักงานทุกคนที่ยิ้มแย้มแจ่มใสสอบถามความต้องการเราตลอด น่ารักจริงๆ

และสุดท้ายนี้สุดๆที่จะขาดไม่ได้กับการขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านกันมาถึงบรรทัดนี้ ไม่ใช่เพราะเพื่อนๆ พี่ๆ ลุง ป้า น้า อา อาม่า อาก๋ง ฯลฯ คงไม่สามารถทำให้ one22 เติบโตมาได้ขนาดนี้ ขอบคุณจากใจจริงๆแทนปันปันและครอบครัว รักนะจุ๊บจุ๊บ 55 แล้วพบกันใหม่ไม่ว่าเราจะไปที่ไหนเราจะมีคุณๆเสมอครับ




 

Create Date : 01 ตุลาคม 2555    
Last Update : 1 ตุลาคม 2555 10:39:13 น.  

Gallery : Cabochon Hotel บูทีคเก๋ๆกลางกรุงฯ

รวมภาพที่พักกลางกรุง ที่ใครจะรู้ว่าแสนกิ๊บเก๋สุดๆ ในสไตล์ ย้อนยุค แบบโคโลเนียล จะเก๋มากน้อยแค่ไหนลองชมภาพกันดูเลยดีกว่า กดที่นี่หรือที่ภาพได้เลยครับ http://s.one22.com/QnLDPu




 

Create Date : 14 กันยายน 2555    
Last Update : 14 กันยายน 2555 15:19:44 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  
1twenty2
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add 1twenty2's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.