Blog.one22.com:รวม รีวิวที่เที่ยว ที่กิน ที่พัก รีวิวหนัง และเรื่องราวรอบๆที่ภาพและเรื่องราวจะพาคุณๆออกท่องโลกไปด้วยกันครับ
Group Blog
 
All blogs
 
ที่เที่ยว:ฮันนีมูน@น่าน...อยากอยู่ให้น๊าน..นานกว่านี้



สวัสดีครับ

ห่างหายหน้าไปเป็นสัปดาห์เลยสำหรับรีวิวฮันนีมูนทริบหนนี้ครับ หนีไปเที่ยวมาสองสัปดาห์ติดๆกัน กลับมาก็ขอรีวิวกันต่อเลยดีกว่าครับ เพราะยังเหลือทริบที่ไปมาตั้งแต่ปลายปีจนถึงตอนนี้อีกหลายทริบ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะรีิวิวได้หมดไหมน้อ แต่ยังไงๆก็จะพยายามเอามาฝากกันต่อ ขออย่าเพิ่งเบื่อกันก่อนแล้วกันนะ

กลับสู่เรื่องราวหนนี้กันดีกว่านะ หลังจากออกจากลำปางกับฮันนีมูนทริบ@ลำปางในวันที่4-5

http://blog.one22.com/archives/category/long_trip/honeymoonnorth/honeymoon_lampang

ผมมุ่งหน้าขึ้นมาทางทิศตะวันออกเพื่อไปยังจังหวัดสุดท้ายของเขตแดนภาพเหนือต่อกับอีสาน "เมืองน่าน" เมืองที่มีวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันระหว่างเหนือและอีสานตอนบน เมืองที่หลายๆสำนักให้เป็นเมืองคู่แฝดของบ้านพี่เมืองน้องของไทยอย่าง "หลวงพระบาง ประเทศ สปป.ลาว" จากชื่อเสียงต่างๆที่เริ่มเป็นที่รู้จักและเป็นปลายทางของใครๆหลายคน รวมถึงหนนี้ของเราที่ถือว่าน่านจะเป็นจังหวัดสุดท้ายของฮันนีมูนทริบหนนี้แล้วด้วย

ภาพทั้งหมดเก็บใส่ Gallery ไว้ที่นี้แล้วเชิญชมกันเช่นเคยครับ

http://blog.one22.com/pics/longtrips/honeymoon-in-north-trip/honeymoon_nan1

ไปเที่ยวกันต่อดีกว่าครับ

หลังจากออกจากลำปางผมใช้เจ้า gps คู่ใจที่หอบหิ้วมาจากกรุงเทพฯ เช่นเคย ตั้งแต่ผมมีเจ้านี้นำทางเดี๋ยวนี้ติดนิสัยไม่จำเส้นทางกันเลย เพราะมันก็พาไปทุกๆที่ที่เราไปอยากไปอย่างซื่อสัตย์ดีทีเดียวแม้บางหนจะวน ออกนอกเส้นทางหรือไปไม่ถูกบ้างก็ตามแต่ยังไงก็ยังชอบที่จะใช้จริงๆครับ ใครที่คิดว่าเป็นคนหลงทิศหลงทางบ่อยๆ มีติดรถไว้ซักเครื่องผมว่าก็ไม่เลวเลยทีเดียวครับ

map
ดู ทริบลำปาง-น่าน ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

ผมมาถึงน่านโดยใช้เส้นทางทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน เช่นเดียวกับตอนขาเข้าลำปาง ออกจากลำปางวิ่งตรงขึ้นตะวันออกเ๊ฉียงเหนือผ่านพิชัย บ้านเสด็จ วิ่งตามเส้นทางมาเรื่อยๆครับถนนช่วงนี้วิ่งสบายทำไว้ดีไม่พบหลุมบ่อแต่อย่างใด เราสลับกันขับเมื่อตอนเข้าสู่บ้านโป่งและแวะทานข้าวกันที่นี้มาถึงก็เข้าบ่ายแก่ๆได้ หลังอิ่มกันดีล้อหมุนกันต่อช่วงนี้จะเข้าสู่ทางหลวงเส้น 103 กันต่อตรงแถวๆนี้พอดี จากนั้นก็ได้มุ่งลงทิศใต้จนมาเชื่อมสู่ทางหลวง 101 ตรงร้องกวางก็เป็นอันรู้ว่าเราเข้าสู่เขตรอยต่อของแพร่กับน่านกันแล้ว

แม้เส้นที่เราเลือกจะอ้อมหน่อยที่สำแต่ถนนหนทางดีตลอดทางอีกอย่างที่เลือกเส้นนี้ก็เพราะเจ้า gps ตัวดีเราตั้งให้แวะวัดพระธาตุแช่แห้งมันจึงคำนวนทางให้เราเสร็จเลย หลังขับสลับกันไปมา ผมดูเธอวันนี้อารมณ์ดีสงสัยเพราะนอนอิ่มดีแน่ๆ อากาศก็ไม่ร้อนมากนักเพราะช่วงที่เราไปอากาศกำลังหนาว



ขับอีกชั่วโมงกว่าๆรู้สึกตัวอีกที่ว่าเข้าน่านกันที่เวียงสาตอนเกือบ สี่โมงเย็นพอดีนับเวลาขับรถจากลำปางมาถึงน่าน4 ชั่วโมงเศษพอดี หลังจากปรึกษากันเราก็ได้ข้อสรุปว่าจะขอแวะเที่ยวกันก่อนเข้าที่พักเรา วันนี้ เราจึงแวะกันที่ "พระธาตุแช่แห้ง"



วัดพระธาตุแช่แห้ง ยามเย็นๆอากาศกำลังดีเราจอดด้านล่างเห็นองค์พระธาตุเด่นตั้งแต่เริ่มขึ้นบันไดมาเลยทีเดียว ยิ่งเมื่อได้เข้ามาในระยะใกล้ๆแล้วองค์พระธาตุสีทองตัดกับท้องฟ้าสีสดๆยิ่งสวยงามเข้าไปอีก



ผมเดินชมรอบๆอ่านประวัติขององค์พระธาตุยิ่งทำให้สนใจเข้าไปใหญ่ ภายในองค์พระธาตุฯบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากกรุงสุโขทัย สร้างขึ้นเมื่อ พศ. 1891 เพื่อกระชับไมตรีระหว่างสองแว้นแคว้นของสุโขทัยและน่านเอง ตัวองค์พระธาตุสีทองสุกปรั่งนี้บุด้วยทองเหลืองปิดทองคำเปลวหมดทั้งองค์



บริเวณภายในวัดประกอบไปด้วย วิหารพระนอน วิหารหลวง เจดีย์พระธาตุ แม้จะผ่านระยะเวลามากว่า 600 ปี และผ่านการบูรณะมาอย่างสม่ำเสมอ ตัวสิงห์ที่อยู่รอบๆองค์พระธาตุก็สวยงามไม่แพ้กัน



เดินจนได้เข้าไปในวิหารหลวง ได้กราบองค์พระประธานด้านใน เป็นอีกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญไม่แพ้กันครับ



พระธาตุแช่แห้งเป็นพระธาตุประจำปีเถาะอันเป็นปีพระราชสมภพของในหลวงของเราด้วยเช่นกัน ใครที่เกิดปีนี้สมควรมาแวะกราบซักครั้งก็น่าจะเป็นสิริมงคลกับตัวเอง

อยู่กันไม่นานก็ขับรถกลับออกมาเพื่อมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองกันมีอีกหนึ่งจุดหมายที่เราอยากแวะไปก่อนเข้าที่พัก นั้นคือ "วัดพระธาตุเขาน้อย"

อันมี "พระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน" ซึ่งเป็น "พระพุทธรูปปางประทานพร" ยืนหันพระพักร์ออกไปทางทิศตะวันออก ตัววัดอยู่เป็นดอยเขาน้อย เป็นภูเขาขนาดไม่สูงมากนัก แต่วิวด้านบนต้องบอกว่าสุดยอดมากๆเลยทีเดียวเพราะมองเห็นเมืองน่านไปไกลสุดสายตาจริงๆ



เรามาถึงก็เย็นมากแล้วจึงรีบเข้าไปกราบองค์พระด้านใน ภายในโบสถ์เท่าที่ผมสังเกตุที่นี้ได้รับอิทธิพลจากศิลปะมาจากพม่าอย่างชัดเจน



สังเกตุได้จากลวยลายและพระประธานที่มีส่วนคล้ายจะผสมผสานเอาไว้ จนเข้าไปด้านในและได้อ่านประวัติจริงๆก็เป็นเช่นนั้น

เป็นช่างชาวพม่าที่เข้ามาบูรณะวัดแห่งนี้ไว้ช่วงปีพ.ศ. 2449-2454



เราพากันเดินออกมากราบองค์พระธาตุที่อยู่ด้านหน้าบริเวณทางขึ้นเขา ส่วนสำคัญนอกจากตัวองค์พระปางประทานพรแล้ว

ที่พระธาตุก็เป็นจุดที่ใครมาสมควรมากราบไหว้ด้วยเช่นกัน เพราะภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เอาไว้



ผมเดินย้อนกลับไปที่ตรงพระปางประทานพร เพื่อชมวิวเมืองน่านทั้งเมือง สามารถมาให้เราได้เห็นตรงหน้า



จะว่ามีความคล้ายคลึงกันกับหลวงพระบางอย่างที่เคยมีคนบอกไว้ ผมว่าก็น่าจะมีส่วนถูกเหมือนกัน เมืองน่านเมืองเล็กๆไม่ใหญ่มีวัดวาอารามขึ้นอยู่โดยรอบ มองเห็นพระธาตุแช่แห้งที่เราพึ่งแวะกันอยู่ไม่ไกล



องค์พระปางก็เด่นเป็นสง่าราศีอยู่คู่บ้านคู่เมืองน่านมาตั้งแต่เมื่อจัดสร้างขึ้นในปีพศ. 2542 นับเวลาสิบปีพอดี



สร้างขึ้นเพื่อเป็นการเทอดพระเกียรติในวโรกาศ องค์พ่อหลวงของเราทรงครองราชครบรอบ 72 พรรษาขึ้นในปีนั้น แม้ตัวองค์พระจะมีการผุกร่อนตามเวลา ทางวัดเองก็ไม่นิ่งนอนใจ พยายามจะบูรณะเอาไว้ แต่กำลังทรัพย์ก็ไม่พอจึงมีการตั้งตู้บริจาคไว้ในบริเวณองค์พระปางฯ ด้วยเช่นกัน ใครแวะมาเที่ยวชมวิวรอบเมืองอย่าลืมทำบุญกันนะครับ เพื่อช่วยให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชมกันต่อๆไป



ใกล้ค่ำแล้วไม่อยากจะเข้าที่พักกันมืดเกินไปเราจึงขับลงเขากันมาเพื่อไปยังที่พักของเราคืนนี้ "ศศิดารา รีสอร์ท" รีสอร์ทเก๋ๆที่ผมได้แรงบันดาลใจมาจากคุณ มาเรีย ณ.ไกลบ้าน ต้องขอบคุณที่รีวิวให้ผมได้มาตามรอยครับ เดี๋ยวจะรีวิวที่นี่ในมุมมองของผมให้อ่านกันบ้างนะ



เก็บเข้าห้องพักเราปรึกษาว่าจะอยู่ในโรงแรมแล้วเที่ยวดี สุดท้ายเราเลือกจะเข้าเมืองเที่ยวชมยามค่ำในเมืองน่าน กันดีกว่าจะนั่งๆนอนๆในโรงแรม สอบถามเจ้าหน้าที่ถึงร้านน่าทานในเมืองก็ได้คำแนะนำจากโรงแรมเราจึงได้มายังร้านริมน้ำที่ " ร้านเจ้านาง " ร้านติดริมน้ำ



วันที่เราไปอากาศเย็นทีเดียว หลังจากได้โต๊ะนั่งผมสังเกตุรอบๆดูวันนี้แม้จะเป็นวันธรรมดาคนก็ยังคึกคักใช้ได้น่าจะเป็นร้านมีชื่อเสียงดีทีเดียว อาหารที่เราสั่งมาทานก็เสริฟเร็วดีครับไม่รอนาน ถึงแม้จะมืดจนชมวิวแม่น้ำไม่ได้แต่ทั้งอากาศและบรรยากาศผมว่าก็ไม่เลวเลย



อิ่มกันดีเราจึงเข้าเมืองไปเที่ยวแบบไม่ค่อยรู้ทิศรู้ทางนักแวะถามคนน่าน ก็แสนจะใจดีแนะนำร้านขนมอร่อยๆ อย่าง "ร้านขนมป้านิ่ม"



ร้า้นขนมที่พี่ๆเค้าว่าคนน่านรู้จักกันดี ของทานเล่นก็มีทั้ง ขนมไทย ไอติม เค้ก และกาแฟเครื่องดื่มต่างๆ



ผมสั่งมา 2 อย่างทั้งขนมไทยและไอศครีม เค้ก อย่างในภาพจะเป็นข้ามเหนียวดำรสชาติละมุนด้วยน้ำกะทิ หอมกำลังดี อร่อมทีเดียว ส่วนเธอสั่งกาแฟร้อนมาชิมก็บอกว่าใช้ได้

มองรอบๆร้านมีหลายๆครอบครัวพากันนั่งทานนับเป็นร้านที่น่ารักดีที เดียวครับ



หลังจากอิ่มทั้งคาวหวานดีแล้ว เพื่อไม่ใช้ค่ำคืนนี้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ เราเลือกจะขับรถชมเมืองกันเป็นการย่อยอาหารไปในตัว

น่านในค่ำคืนวันธรรมดาแบบนี้เงียบสงบมากๆ รถราน้อย ไม่มีเสียงบีบแตรดังไล่หลังรถข้างหน้าให้ได้ยินแม้แต่น้อย

ไม่เหมาะสำหรับใครๆที่ติดแสงสีในเมืองหลวงเป็นอย่างยิ่ง มีแต่วัดวาสวยๆต้องกับแสงไฟยามค่ำ

โดยเฉพาะบริเวณแถวๆศาลหลักเมืองที่มีวัดสำคัญๆอยู่หลายๆที่ พรุ่งนี้เราคงได้มาสำรวจกันอีกที



ผมขับมาเรื่อยๆจนผ่านสังเกตุร้านข้างๆทางเปิดอยู่ดูน่าสนใจจึงไม่พลาดจะจอดรถชิดทันที เดินย้อนกลับมาจนถึง "Milk Club"หรืออีกป้ายหน้าร้านติดไว้ "ใจ๋เมือง"

ร้านชื่อเก๋ๆที่น่าเข้าไปสำรวจเราทั้งคู่จึงเดินเข้าไปด้านในกัน ร้านขายเครื่องดื่มเก๋ๆแบบนี้ไม่น่าเชื่อว่าจะมีอยู่ในเมืองที่แสนสงบอย่างน่านได้



เข้ามาข้างในร้านตกแต่งได้เท่อย่าบอกใคร อย่างมุมแรกของที่ระลึกเสื้อยืดลายเก๋ๆ



หรือมุมน่านั่งด้านในตกแต่งด้วยรูปภาพ เฟอร์์นิเจอร์ไม้เก๋าๆจัดวางได้ลงตัว ตกแต่งมุมให้น่าสนใจด้วย รถเวสป้าเท่ๆตัดกันสีสันฉูดฉาดใช่ย่อย



มุมเฟอร์เก๋ๆยังไม่หมดแค่นั้นหันมาอีกด้านผมก็อดยกกล้องขึ้นมาลั่นชัตเตอร์ไว้ไมไ่ด้่ เฟอร์นิเจอร์สวยๆเหล่านี้ช่วยให้ตึกห้องแถว 2 ชั้นไม่ธรรมดาขึ้นมาอย่าน่าสนใจ



เจ้าของน่าจะเป็นคนที่ใส่ใจน่าดูและจบทางอาร์ตมาแน่ๆ ถึงทำให้ร้านขายเครื่องดื่มนมน่าสนใจแบบนี้ได้ ผมชอบสไตล์การตกแต่งของร้านนี้จริงๆครับ



ดูรกแบบเข้ากันดียังไงไม่รู้ ไม่นานหลังจากสงสัยอยู่นานก็ได้คำตอบจากโปสเตอร์และรายละเอียดจากข่าวที่ร้านนำมาแปะให้ได้อ่านกัน



เจ้าของร้านชื่อคุณติ่งและคุณจิ๊บ เป็นคนจบอาร์ตมาทั้งคู่หลังจากท่องเที่ยวมาทั่วประเทศ สุดท้ายมาตกหลุมรักและประทับใจในเมืองน่านจนสุดท้ายได้เปิดร้านน่ารักๆแห่งนี้กลางเมือง นั้นเอง



ร้านแบ่งเป็น 2 ส่วนชั้นล่างเป็นร้านขายอาหารและเครื่องดื่มปลอดแอลกอฮอล์ ส่วนชั้นบนเปิดเป็น Gallery เล็กๆและสอนศิลปะให้กับเด็กๆและผู้สนใจ ดูผลงานของเด็กๆที่นำมาจัดวางรอบๆชั้นบนก็อดอมยิ้มไมไ่ด้ ต้องขอชมทั้งคุณจิ๊บและคุณติ่งทั้งคู่ที่กล้าทำร้านออกมาแนวนี้ได้ ครับ



จึงไม่แปลกอะไรที่การตกแต่งจะดูเท่และแตกต่างจากร้านทั่วๆไปได้แบบนี้ อย่างโคมไฟที่ห้อยลงมาจากชั้นบนนี้ผมชอบเป็นพิเศษรวมถึงตรงบันไดทางขึ้นก็ด้วยเก๋ดีครับ

ผมได้คุยกับน้องๆที่ดูแลร้านยังดูเด็กๆกันอยู่้เลยแต่ก็ต้อนรับขับสู้แขก ต่างบ้านต่างเมืองอย่างเราทั้งคู่อย่างดี สอบถามอะไรก็ยิ้มแย้มแจ่มใส



ถึงแม้ผมจะไม่ได้สั่งเครื่องดื่มมาลองชิมแต่ก็ได้เสื้อยืดลายเก่ๆกลับออกมากันทั้งคู่ น้องๆเล่าว่าเสาร์อาทิตย์จะมีบรรยากาศของครอบครัวมากกว่านี้เพราะจะมีคุณพ่อคุณแม่พาลูกมาเรียนศิลปะหรือนั่งทานเครื่องดื่ม กันเยอะนับเป็นแหล่งที่แวะของครอบครัวได้อย่างดีทีเดียว ฟังแล้วก็รู้สึกดี และแอบสนับสนุนในใจให้ทำแบบนี้ต่อๆไปนะครับ โอกาสหน้าจะกลับมาแวะทานเครื่องดื่มให้ได้ครับ



หลังออกจากร้านไม่นานผมวนรถรถออกมาแถวๆกลางเมืองอีกรอบครับบอกคนข้างๆอยากถ่ายรูปแถวๆสี่แยกหน่อยเพราะเห็นอะไรเก๋ๆเข้า

เธอทำหน้างงๆเพราะนอกจากวัดที่ปิดแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรเลย สุดท้ายหลังจากลงรถมาด้วยกันผมชี้ให้เธอดูสัญญาณจราจรครับ

ผมว่ามันเก๋ไม่เหมือนใครดีจังดูชาวเมืองน่าจะเป็นคนรักศิลปะใช่เล่นแม้แต่สัญญาไฟยังทำให้เข้ากับตัวเมืองวัดวาอารมรอบๆเลยทีเดียวที่สำคัญแถวๆนี้มีเลนจักรยานรอบเมืองด้วยนะ



ก่อนจากเลยเก็บภาพ "วัดพระธาตุช้างค้ำ" สุดท้ายก่อนจะลาตัวเมืองน่านยามค่ำด้วยรูปนี้ครับถ่ายกลางคืนไม่ได้พกขาตั้งมาแบบนี้รูปอาจจะเบลอๆบ้างก็ขออภัยนะครับ



สำหรับวันแรกของเมืองน่านคงต้องลากันด้วยภาพนี้ครับ พรุ่งนี้จะมาชวนคุณๆไปเที่ยวต่อกับเรา

วันแรกกับเวลาค่อนๆวันถึงไม่ทำให้เรารู้จักน่านดีเท่าไหร่นัก แต่ก็สร้างความประทับใจในความน่ารักของเมืองเล็กๆแห่งนี้ให้เราทั้งคู่พอสมควรทีเดียว

พรุ่งนี้เรามีแผนการเที่ยวอีกเยอะมากๆ ยังไง อย่าเพิ่งเบื่อกันนะจ๊ะคนรีวิวช้าอย่าใจร้อน เร็วๆนี้จะกลับมาพาเที่ยวเมืองน่านกันต่อครับ

แล้วพบกันตอนหน้าครับ


Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2553 8:00:10 น. 12 comments
Counter : 1431 Pageviews.

 
รูปสวยค่ะ
ฟ้าเป็นฟ้า
หุหุ เด่วจาไปบ้าง
เมืองเล็ก ๆ น่ารัก
ไปดูรอยยิ้มป้านิ่ม
บวกกินบัวลอยด้วย
อยากให้น่านเป็นน่าน
ไปนาน น้าน น่าน จ๊ะ
(ท่อนจบเพลงน่านนะสิ
ขอยืมมาหน่อยนะค่ะ พี่จุ้ย)


โดย: oonrak_baby วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:14:17:08 น.  

 
ไปน่านมา เมื่อน๊าน นานมาแล้วค่ะ นานจนจำแทบไม่ได้

แล้วก็อยากไปอีกค่ะ ประทับใจเมืองน่ารักแห่งนี้

ปล. รูปสวย ขนมน่ากิน เห็นแล้วอุ่นใจ


โดย: ปัชชุน วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:14:48:42 น.  

 
สวยจังเลย...น่าเที่ยวจังเลย


โดย: CrystaL_32 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:14:58:08 น.  

 
ขอบคุณคับ ที่พาไปน่าน เพราะปีนี้ยังไม่ได้กลับบ้านเลย


โดย: คนเมืองน่าน IP: 203.144.144.164 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:15:22:11 น.  

 
แวะมาทักทายครับ ภาพสวยมาก ผมยังไม่เคยไปน่านเลยครับ พอมาเห็นภาพบรรยากาศแล้วรู้สึกอยากไปเที่ยวบ้าง


โดย: กัปตันลูกชุบ วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:15:28:08 น.  

 
ไปเที่ยวด้วยคนครับ
ถ่ายภาพได้แจ๋มมาก เห็นบรรยากาศ และเรืองราวที่บรรยายได้ละเอียดดีครับ


โดย: the mynas วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:15:44:43 น.  

 
ภาพสวยมาเลยค่ะ ใช้กล้องอารัยเป็นคู่ชีพเนี้ย


โดย: meetkun วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:15:48:06 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


อยากไปมั่งจัง


โดย: nompiaw.kongnoo วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:16:17:04 น.  

 
สวยจิงๆๆ


โดย: kwan_3023 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:16:43:31 น.  

 
ขอบคุณทุกๆคคห ที่มาทักทายกันครับ น่านมีเสน่ห์จริงๆอยากให้ลองไปสัมผัสด้วยตัวเองกันนะครับ วันต่อๆจากวันนี้ยังมีที่เที่ยวอีกหลายที่น่าสนใจครับยังไงรอมาเที่ยวกันต่อนะ


โดย: 1twenty2 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:18:09:55 น.  

 
ตามไปเที่ยวด้วยคนค่ะ ไม่เคยไปเลยค่ะ น่าน อยากไปจัง



โดย: ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:21:25:01 น.  

 
น่าไปเที่ยวมากๆ เลยคัรบ


โดย: Speedhiro วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:21:31:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

1twenty2
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




Friends' blogs
[Add 1twenty2's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.