รัฐบาลเห็นชอบโครงการผันน้ำ จากน้ำยวมตอนล่าง-เขื่อนภูมิพล ใช้งบ 43,898 ล้านบาท
กรุงเทพ ฯ 9 มิ.ย. - พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการชลประทาน ที่มีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาโครงการบริหารน้ำแห่งชาติเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมและอุปโภคบริโภค และได้เห็นชอบโครงการผันน้ำ จากน้ำยวมตอนล่าง-เขื่อนภูมิพล โดยขุดอุโมงค์ระยะทางยาว 61.85 กม. ใช้เงินลงทุน 43,898 ล้านบาท แบ่งเป็นงานระบบส่งและอาคารประกอบ 31,274 ล้านบาท ระบบส่งไฟฟ้าแรงสูง 4,782 ล้านบาท เงินเฟ้อและดอกเบี้ย 7,842 ล้านบาท โดยใช้งบประมาณของรัฐบาลที่มีอยู่แล้ว



ทั้งนี้ ในโครงการผันน้ำครั้งนี้จะทำให้ประชาชน 15 ล้านคน ได้รับประโยชน์ โดยจะทำให้มีพื้นที่เพาะปลูกในฤดูแล้งเพิ่มขึ้น 1 ล้านไร่ เพิ่มพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังปีละ 2 ล้านไร่ ซึ่งจะผลิตข้าวได้เพิ่มขึ้นปีละ 700,000 ตัน มีน้ำอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น 751 ล้าน ลบ.ม. ผลิตไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้น 558 ล้านหน่วย และเขื่อนภูมิพลจะเก็บน้ำได้อีกเฉลี่ยปีละ 4,000 ล้าน ลบ.ม. โดยยืนยันว่าได้ศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อได้รับการอนุมัติก็จะเดินหน้าสำรวจออกแบบรายละเอียดและเตรียมงานก่อสร้าง โดยนายกรัฐมนตรีขอดูแผนของรายละเอียดภายใน 2 สัปดาห์รวมทั้งจะเดินทางไปที่กรมชลประทานและกรมทรัพยากรน้ำด้วยตัวเอง


นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้เห็นชอบให้ฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติ 6,607 แหล่ง โดยใช้งบประมาณ 15,000 ล้านบาท ซึ่งงบประมาณนี้มีอยู่ที่แต่ละจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่แล้ว แต่เนื่องจากเดิมไม่มีเจ้าภาพดำเนินงาน เพราะต้องใช้เครื่องจักรหนักทำการขุดแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีอยู่แล้วแต่เกิดการตื้นเขินจากที่ถูกดินหรือตะกอนตลอดจนสิ่งต่างๆทับถมลงไป เช่น บึงบรเพ็ด บึงสีไฟ ซึ่งบางแห่งลึกเพียง 1 เมตร แต่กรมชลประทานมีเรือขุดที่มีสภาพเก่าอายุ 10-20 ปี จึงทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ ดังนั้น นายกรัฐมนตรีจึงจะเปิดประมูลแบบสากลให้ภาคเอกชนที่มีเครื่องมือไม่ว่าเป็นบริษัทของไทยหรือต่างประเทศ รวมทั้งบริษัทร่วมทุนเข้ามาดำเนินการได้ อีกทั้งในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปเยือนจีน จะได้เจรจาหาภาคเอกชนของจีนที่สนใจมาดำเนินการด้วย


พล.ต.ท.วิเชียรโชต์ กล่าวด้วยว่า กรมชลประทานยังเสนอให้มีการผันน้ำในโครงการอื่น ๆ อีก เช่น โขง-ชี-มูล กก-อิง-น่าน เพื่อผันน้ำจากแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาละวินมาใช้ในประเทศไทยได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นด้วยในหลักการทั้งหมดแต่ของให้จัดทำรายละเอียดมานำเสนอต่อไป. - สำนักข่าวไทย


http://news.mcot.net/environment/inside.php?value=bmlkPTM5MjU3Jm50eXBlPXRleHQ=



Create Date : 09 มิถุนายน 2551
Last Update : 9 มิถุนายน 2551 19:22:41 น.
Counter : 460 Pageviews.

0 comment
รัฐบาลรับซื้อข้าวจากเกษตรกรไม่จำกัดจำนวน
กรุงเทพฯ 13 พ.ค. - คณะรัฐมนตรีเปิดทางให้รับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรแบบไม่จำกัดจำนวน โดยให้ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิที่ 19,000-20,000 บาท/ตัน และข้าวเปลือกเหนียว 9,000 บาท/ตัน โดยจะเดินหน้าส่งออกต่างประเทศทันที เพื่อกดดันให้เอกชนรับซื้อข้าวจากเกษตรกร ส่วนรายละเอียดจะหารือในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) วันที่ 15 พ.ค.นี้ ก่อนประกาศใช้

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเกี่ยวกับมาตรการแก้ปัญหาราคาข้าว 3 ประการคือ
1. เปิดรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรแบบไม่มีกำหนด ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยข้าวเปลือกหอมมะลิ จะรับซื้อที่ราคา 19,000-20,000 บาท/ตัน ข้าวเปลือกเจ้ารับซื้อที่ 14,000 บาทต่อตัน ข้าวเปลือกเหนียว 9,000 บาท/ตัน ความชื้นไม่เกิน 5 % แต่หากข้าวเปลือกเหนียวความชื้น เกิน 25% รับซื้อที่ 7,000 บาทต่อตัน
2. จะเปิดให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ ให้กับโรงสีที่ขาดสภาพคล่อง เพื่อให้มีเงินทุนซื้อข้าวจากเกษตรกร โดยเฉพาะโรงสีที่เข้าโครงการในการรับซื้อ
3.ในวันพรุ่งนี้ (14 พ.ค.) จะลงนามคำสั่งยกเลิกการห้ามซื้อขายข้าวข้ามเขตจังหวัด เพื่อให้เกษตรกรสามารถขายข้าวให้โรงสีในพื้นที่ต่างจังหวัดได้ เพื่อดูแลเกษตรกรให้สามารถระบายข้าวออกได้ทันในช่วงที่ข้าวราคาสูง

นายมิ่งขวัญ กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดทั้งหมดของมาตรการแก้ปัญหาข้าวจะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ นโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) และคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในวันที่ 15 พ.ค.นี้ จากนั้นจะเริ่มขั้นตอนการรับซื้อได้ และเมื่อรับซื้อแล้วจะนำข้าวขายให้หน่วยงานต่าง ๆ หรือขายต่างประเทศทันที ซึ่งวัตถุประสงค์หนึ่งของการดำเนินมาตรการนี้ เพื่อผลักดันเอกชนให้เปิดรับซื้อข้าวจากเกษตรกร โดยรัฐบาลจะรับซื้อข้าวต่อไปโดยไม่มีกำหนด และการรับซื้อครั้งนี้จะแยกออกจากสตอกรัฐบาลที่นำมาทำข้าวถุงธงฟ้า

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีกำชับให้ส่งเจ้าหน้าที่หน่วยตรวจพิเศษและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ออกตรวจสตอกข้าวรัฐบาลทั่วประเทศที่ฝากไว้ในโรงสีต่าง ๆ เพื่อป้องกันปัญหาข้าวหายหรือสับเปลี่ยนคุณภาพข้าว. - สำนักข่าวไทย




Create Date : 14 พฤษภาคม 2551
Last Update : 14 พฤษภาคม 2551 3:54:40 น.
Counter : 271 Pageviews.

1 comment
รัฐบาลดึงสถาปนิกโลกออกแบบลานเฉลิมพระเกียรติ
กรุงเทพฯ 11 พ.ค. - รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะเรียกประชุมคณะกรรมการโครงการถนนราชดำเนิน พร้อมดึงสถาปนิกโลกร่วมออกแบบลานเฉลิมพระเกียรติ

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จะเรียกประชุมคณะกรรมการโครงการถนนราชดำเนิน เพื่อสั่งการให้เปิดรับนักออกแบบสถาปนิกระดับโลกร่วมออกแบบโครงการลานเฉลิมพระเกียรติ บริเวณที่ตั้งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในปัจจุบัน ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการถนนราชดำเนิน โดยมุ่งเน้นความเป็นไทยเพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ แต่งานที่ออกแบบต้องเป็นสากลเป็นฝีมือระดับโลกเพื่อสร้างแรงดึงดูดทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ

นอกจากนี้ ต้องปรับงบประมาณสำหรับโครงการนี้ใหม่ เพราะเดิมที่ได้ประมาณไว้ที่ 1,600 ล้านบาท ใน 4 ปีนั้น เป็นการประมาณการเดิมเมื่อเวลาเปลี่ยนสถานการณ์เปลี่ยน จึงต้องปรับงบประมาณใหม่ทั้งหมด รวมทั้งต้องผลักดันให้เป็นองค์กรมหาชน เพื่อความคล่องตัวในการดำเนินงานและเป็นเอกภาพในการบริหารงาน

“ยืนยันโครงการนี้ เป็นโครงการถนนราชดำเนินที่จะปรับปรุงภูมิทัศน์ของอาคารสถานที่ทั้ง 2 ข้างทาง เป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ตั้งแต่ลานเจษฎาบดินทร์จนถึงสี่แยกบริเวณโรงแรมรัตนโกสินทร์ ให้เป็นไทย เป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นแหล่งวัฒนธรรมเพื่อสร้างความเป็นไทย และสร้างความภูมิใจในความเป็นไทย ไม่ใช่ถนนฌองเอลิเซอย่างที่หลายคนเข้าใจ” นพ.สุรพงษ์ กล่าว

นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า นอกจากการปรับปรุงภูมิทัศน์แล้ว ยังมีการอำนวยความสะดวกเรื่องการจราจรควบคู่กันด้วย โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าที่กำหนดให้มีรถไฟฟ้าผ่านมายังโครงการนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนด้วย ซึ่งตามแผนการสร้างรถไฟฟ้า จะมีรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีน้ำเงิน มาเชื่อมต่อในบริเวณถนนสายวัฒนธรรมแห่งนี้ด้วย เชื่อว่า เมื่อโครงการนี้เกิดเป็นรูปธรรมแล้ว จะทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่อีกแห่งหนึ่งของไทย.- สำนักข่าวไทย




Create Date : 12 พฤษภาคม 2551
Last Update : 12 พฤษภาคม 2551 3:17:00 น.
Counter : 213 Pageviews.

1 comment
มิ่งขวัญ ปลื้มดึงผู้ซื้อทั้งในและนอกเจรจาขายตรงเกษตรกรปลูกลำไย
เชียงใหม่ 10 พ.ค. - “มิ่งขวัญ” ปลื้มดึงผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ พบชาวสวนลำไย ซื้อขายแบบไม่มีพ่อค้าคนกลาง มียอดสั่งซื้อ 818,000 ตัน มากกว่าผลผลิต 1 เท่าตัว คาดได้เงินส่งออกกว่า 35,800 ล้านบาท นัดประชุมร่วม ส.ส.ในจังหวัดที่ผลิตผลไม้ 12 พ.ค. เพื่อนำรูปแบบนี้ไปใช้ แก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ


วันนี้ที่จังหวัดเชียงใหม่ กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจัดงานส่งออกลำไยสู่ตลาดโลก ระหว่างผู้ซื้อไทยและผู้ซื้อต่างประเทศ พบชาวสวนลำไยในพื้นที่ 10 จังหวัดภาคเหนือ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่าในงานนี้มีผู้ซื้อจากบริษัททั้งใน และต่างประเทศ รวม 38 บริษัทจาก 11 ประเทศ รวมทั้งบริษัทค้าปลีกแห่งใหญ่เข้าร่วมงาน ถือว่าการพบปะครั้งนี้เป็นการดำเนินการค้าในรูปแบบใหม่ ที่นำชาวสวนลำไย โดยผ่านสหกรณ์ต่างๆ มาเจรจาขายลำไยให้กับผู้ซื้อโดยตรง และเป็นที่น่ายินดีที่มีคำสั่งซื้อเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกทั้งสิ้น 818,000 ตัน โดยออเดอร์เหล่านี้สามารถซื้อได้ทันทีถึง 435,000 ตัน นับว่าความต้องการมีมากกว่าผลผลิตที่ปลูกได้กว่า 400,000 ตันในปีนี้


“ผลการเจรจาซื้อขายครั้งนี้ ความต้องการมากกว่าผลผลิตถึงเท่าตัว เชื่อว่าจะทำให้ราคาส่งออกสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา หรือสูงขึ้นประมาณร้อยละ 50-150 โดยคาดว่ามูลค่าส่งออกจะอยู่ที่ 1,130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 35,800 ล้านบาท ซึ่งปีที่แล้วราคาขายปลีกอยู่ที่ 33 บาท/กก. และเมื่อปริมาณสั่งซื้อมากเช่นนี้ ทำให้การบริโภคภายในประเทศน้อยลงบ้าง แต่ถือเป็นเรื่องดีที่ไทยน่าจะส่งออกไปก่อน เพราะที่ผ่านมาลำไยคนไทยบริโภคไม่มากนัก” นายมิ่งขวัญ กล่าว


นายมิ่งขวัญ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาแม้ว่าพ่อค้าคนกลางจะซื้อแบบเหมาไร่ไปแล้ว โดยให้ราคาต่ำกว่าราคาตลาดนั้น คาดว่าคงจะมีปริมาณไม่มากนัก เพราะที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้ประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ต่อเนื่อง โดยแนะนำเกษตรกรอย่ารีบขายลำไยออกไป เพราะจะไม่ได้ราคาดีนัก ซึ่งนับว่าเป็นประสบการณ์ของเกษตรกรที่ไม่ควรเร่งขายสินค้าก่อน และในวันที่ 12 พ.ค.นี้ เวลา 10.30 น ตนจะเรียกประชุมสภาชิกสภาผู้แทนราษฎรในแต่ละพื้นที่ที่เพาะปลูกผลไม้ เพื่อให้ ส.ส.แต่ละพื้นที่ไปชี้แจงต่อเกษตรกรอย่าเพิ่งรีบขายลำไยและผลไม้ชนิดอื่น ๆ เช่น มังคุด ทุเรียน เพราะคิดว่าราคาจะดีขึ้นอย่างแน่นอน


ทั้งนี้ การดำเนินการนำผู้ซื้อผู้ขายครั้งนี้ จะถือเป็นรูปแบบการค้าที่จะเป็นแบบอย่างสินค้าลำไยนำไปใช้กับสินค้าผลไม้ชนิดอื่นๆ เชื่อว่าจะแก้ไขปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำได้ โดยผลผลิตลำไยปีนี้มีทั้งสิ้นกว่า 400,000 ตัน จะแบ่งเป็นการส่งออกร้อยละ 75 และบริโภคภายในประเทศร้อยละ 25 ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ประสานงานเพื่อให้เกิดการเจรจาการค้า แบบมีการตกลงซื้อขายลำไยล่วงหน้า รวมทั้งยังได้ประสานงานการใช้สนามบินที่อยู่ใกล้แหล่งผลิตลำไย โดยเฉพาะสนามบินเชียงใหม่และเชียงราย ซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติสามารถการส่งออกสินค้าเฉพาะได้ และยังได้ประสานกระทรวงคมนาคมที่จะขอใช้ทั้ง 37 สนามบิน เพื่อให้ผลผลิตทางการเกษตรมีความคล่องตัวรวดเร็ว ซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาสินค้าเน่าเสียเสื่อมสภาพได้. - สำนักข่าวไทย

http://www.mcot.net/inside-headline.php?nid=1034



Create Date : 10 พฤษภาคม 2551
Last Update : 10 พฤษภาคม 2551 23:49:42 น.
Counter : 153 Pageviews.

0 comment
เอกชน 27 รายสนใจประมูลก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง
ก.คมนาคม 2 พ.ค.-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ปลื้มเปิดขายซองประกวดราคา ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงวันสุดท้าย สรุปมีเอกชน 27 ราย สนใจร่วมประมูล

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมาเป็นวันสุดท้ายของการเปิดให้มีการซื้อเอกสารประกวดราคาโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ ซึ่งพบว่ามีบริษัททั้งในและต่างประเทศให้ความสนใจเข้ามาซื้อเอกสารจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าเอกชนมีความเชื่อมั่นในรัฐบาลที่ต้องการผลักดันให้โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อสนองต่อความต้องการของประชาชน นับว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ดีต่อการลงทุนในประเทศไทย

นายสันติ กล่าวว่า สำหรับบริษัทที่ต้องการให้เข้ามารับผิดชอบก่อสร้างในโครงการดังกล่าวนั้นตนเน้นว่าต้องเป็นบริษัทที่เสนอราคาที่เหมาะสม มีความมั่นคงในส่วนของเงินที่จะนำมาลงทุนจำนวนมากที่จะไม่สร้างปัญหาในอนาคต และสามารถก่อสร้างโครงการให้แล้วเสร็จตามกำหนดได้

“การที่บริษัทเอกชนเข้ามาซื้อเอกสารโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าดังกล่าวจำนวนมากถือเป็นสิ่งที่ดี แต่หากในอนาคตมีบริษัทเอกชนรายเดียวยื่นเอกสารการประกวดราคาเข้ามา ผมก็เห็นว่าไม่น่าจะเป็นปัญหา และพร้อมจะพิจารณา แม้ว่าจะมีผู้มายื่นเพียงรายเดียว หากพิจารณาแล้วพบว่าบริษัทดังกล่าวเหมาะสมที่จะเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ” นายสันติ กล่าว

นอกจากนี้ ในส่วนวงเงินค่าก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่จะเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 16 นั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ซึ่งหากผลการศึกษาพบว่าจำเป็นต้องให้ปรับขึ้นก็ต้องปรับตามสภาพความเป็นจริง เพื่อให้โครงการสามารถเกิดขึ้นได้ เพราะตนไม่ต้องการให้ประชาชนผิดหวัง โดยขณะนี้ตนได้เร่งรัดไปยัง สนข.แล้วเพื่อให้นำผลการศึกษาต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมารายงานภายในสัปดาห์หน้าก่อนจะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการปิดขายเอกสารประกวดราคาโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่เปิดขายตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 2 พ.ค. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายนั้น ปรากฏว่ามีเอกชนสนใจซื้อเอกสารเชิญชวนจำนวนทั้งสิ้น 27 ราย ประกอบไปด้วย 1. บ.อิตาเลี่ยนไทย ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน). 2. บ.ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) 3. บ.ชิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) 4. บ.เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) 5.บ.ไทยเซ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด 6. บ.มิตสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 7. บ.คาจิมา จากญี่ปุ่น 8. บ.โตคิว 9. บ.ซีเมนส์ 10. บ.โอบายาชิ 11. บ.นิชิมิตสึ 12. บ.ซินเทค เอ็นจิเนียริ่ง 13. บ.ไทยทาเคนากา

14. บ.Rizzani De Eccher SPA จากประเทศอิตาลี 15. บ.เนาวรัตน์ พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) 16. บ.แอสคอน คอนสตรัคชัน จำกัด (มหาชน) 17. บ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่งแอนด์ คอนสตรัคชัน จำกัด(มหาชน) 18. บ.เอเอส แอสโซซิเอชั่น 19. บ.รวมนครก่อสร้าง 20. บ.คริสเตียนีและนิลเซ่น (ไทย) จำกัด(มหาชน) 21. บ.ซีฟโก้ จำกัด(มหาชน) 22. บ.จีเอส เอ็นจิเนียริ่ง จากประเทศเกาหลี 23. บ.ซีเอ็มซี คอร์ปอเรทีฟ มูซาทอรี่ จากอิตาลี 24. บ.ซูมิโตโม่ คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น 25. บ.HongRun Construction Group จากประเทศจีน 26. บ.China National Chemical Construction จากประเทศจีน และ 27. บ.เอสเค เอ็นจิเนียริ่ง ทั้งนี้แต่ละบริษัทจะต้องมายื่นข้อเสนอทางด้านคุณสมบัติ ด้านเทคนิคและด้านราคาภายในวันที่ 4, 6, 8 ส.ค. ตามลำดับ.-สำนักข่าวไทย

------------------------------------------------------------
หวังว่าจะได้ใช้โดยเร็วนะครับ



Create Date : 02 พฤษภาคม 2551
Last Update : 2 พฤษภาคม 2551 20:47:58 น.
Counter : 237 Pageviews.

0 comment

โรงงานช็อคโกแล็ต
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]