maigoaroundjapan
Group Blog
 
All Blogs
 
E...E....E.....E

หยุดหน้าร้อนไปหนึ่งเดือนกว่าๆ
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาก็ได้เวลาไปรับผล (แห่งกรรมที่สร้างไว้กับอาจาร์ยผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลาย)



ย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษายน
ช่วงที่ซากุระกำลังโรย
เราเป็นนักเรียนปีสองในโรงเรียนเซ็มมงแห่งหนึ่ง
เลื่อนชั้น เจอเพื่อนใหม่ๆ เจออาจาร์ยหน้าใหม่ๆ
ดูเหมือนว่าอะไรๆมันจะดีกว่าตอนปีหนึ่ง

จนเมื่อเราได้เจอหล่อน ผู้สอนวิชา ILLAS1 ในวันจันทร์เช้า
หล่อนเกือบทำให้นักเรียนทั้งชั้นเชื่อว่าหล่อนคืออาจาร์ยที่แสนดีและเปี่ยมไปด้วยเมตตา
เมื่อเข้าสัปดาห์ที่สาม ที่ให้นักเรียนแต่ละคนพรีเซนต์งานของตัวเอง
" เธอไม่มีฝีมือเลยนะ "
" นี่คืองานที่ดีที่สุดแล้วเหรอ "
คำพูดแย่ๆเริ่มออกจากปากของหล่อน
" ไปฝึกมาเพิ่มนะ " ดูเหมือนจะเป็นคำพูดที่ดีที่สุดที่หล่อนพูดกับเรา ในวันนั้น

สามสัปดาห์ต่อมามีพรีเซ็นต์งานครั้งที่สอง
เราโดดเรียน ทั้งๆที่ทำงานเสร็จเรียบร้อย
รู้ว่าถ้าไม่ไปจะถูกหักคะแนน รู้ว่าฝีมือจะพัฒนาไม่ได้ถ้าไม่มีคอมเมนต์
แต่ไม่อยากไปฟังคำพูดบั่นทอนจิตใจ

พรีเซ็นต์งานครั้งที่สาม
" คราวนี้เราต้องไป เรื่องแค่นี้จะท้อถอยไม่ได้ "
" เอาคำวิจาร์ณมาเป็นบทเรียนไง " พูดปลอบใจตัวเอง ตลอดเวลาที่เพื่อนๆพรีเซ็นต์
วันนั้น แม้คำวิจาร์ณที่มีต่อเราจะไม่เลวร้ายมาก
แต่คำพูดที่หล่อนพูดกับนักเรียนคนอื่น มันแย่

ใกล้ปิดภาคเรียนเข้ามาทุกที ในขณะที่วิชาอื่นก็มีงานที่ต้องส่งหลายชิ้น
เราเริ่มคิดที่จะทิ้งวิชานี้ และเอาเวลาไปทุ่มให้กับงานชิ้นอื่น
สุดท้ายก็ทิ้งไม่ลง ทำงานชื้นสุดท้ายไปส่ง

พรีเซ็นต์ครั้งสุดท้าย
" เซ็นต์เธอแย่นะ แย่มาก "
" ชั้นฟังที่เธอพูดไม่เข้าใจ จะพูดภาษาอังกฤษก็ได้นะ เพราะเธอพูดภาษาอะไรมาชั้นก็ไม่เข้าใจอยู่ดี "
" เธอไม่มีฝีมือเลย ไม่รู้สิ ชั้นว่าเธอไปทางนี้ไม่รอดหรอก "
เรายืนถือผลงานอยู่หน้าห้อง ผลงานที่ตั้งใจทำมา ใช้เวลาเป็นวันๆ
แก้แล้วแก้อีก มันไม่ใช่งานที่ดีเลิศเลอ แต่เราทำดีที่สุดแล้ว
ณ เวลานี้กลายเป็นแค่ขยะในมือ

ความมั่นใจไม่มีเหลืออีกแล้ว เราฝืนยิ้มรับคำวิจาร์ณอีกมากมายที่หล่อนพูด
แต่ในสมองไม่รับรู้อะไร

หนึ่งปีที่เรียนมา เหมือนสูญเปล่า ยังไงๆสิ่งที่เราวาดมันก็จะกลายเป็นขยะ
แล้วเราจะเรียนต่อไปอีกทำไม
เย็นวันนั้น เรานั่งอยู่หน้ากระดานวาดรูป วันรุ่งขึ้นต้องส่งงานชิ้นนี้
มือกำภู่กันอยู่ แต่ไม่มีแรงวาด รู้สึกเหมือนมีอะไรจุกอยู่ในอก
วาดไปมั่วๆจนเสร็จ แล้วก็เอาไปส่ง

ไม่คาดหวังอะไรแล้ว เกรดจะเท่าไหร่ก็ช่าง
ส่งงานแล้วก็ปิดเทอม เราจะไปเที่ยว จะกินอาหารอร่อยๆ จะลืมเรื่องพวกนี้ไปให้หมด
แล้วเราก็ลืมไปจริงๆ



จนเมื่อวันศุกร์ ตอนที่ได้เกรด
ILLAS1 E
หน่วยกิจเป็น 0 ( โรงเรียนนี้ได้ E ก็เท่ากับตก )

ผลงานทั้งหมด 12 ชิ้นที่ทำไป มีค่าเท่ากับศูนย์
เวลาที่เราเสียไป ศูนย์เปล่า
อยากจะร้องไห้แต่ร้องไม่ออก ไม่อยากเสียนำ้ตาโดยเปล่าประโยชน์

ถึงแม้จะไม่ได้หน่วยกิจจากวิชานี้ หน่วยกิจที่มีอยู่ก็พอที่จะเลื่อนชั้น เรารู้
แต่เราทำใจไม่ได้ ทำใจไม่ได้ที่งานเราไม่มีความหมายอะไรเลย
( ถ้ารู้อย่างนี้ จะได้ไม่ต้องมานั่งจิตเสื่อมในวิชาของหล่อน )

ที่แย่ไปกว่านั่น สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป เราก็ต้องเจอหล่อนอีก ในวิชาใหม่
ทนจิตเสื่อมกันต่อไป และอาจจะไม่มีความหมายใดๆในชีวิต เพราะเราคงได้ E เหมือนเดิม









วันจันทร์นี้ว่าจะลองไปคุยดู เอาผลงานไปให้ดูอีกรอบ
ถ้าหล่อนยังยืนยันที่จะให้ E ก็คงไม่มีเราในวิชาของหล่อนอีกต่อไป














Create Date : 02 กันยายน 2550
Last Update : 10 ตุลาคม 2553 0:35:33 น. 1 comments
Counter : 148 Pageviews.

 
เออครือว่า อึ้งไปอ่ะคะ

แต่ก็มาให้กำลังใจนะคะ สู้ๆค่ะ

แต่ที่เราไม่เข้าใจคือ เค้าเป็นอาจารย์สอนศิลปะแท้ๆ ทำไมถึงพูดจาได้เสียดแทงใจความรู้สึกคนอื่นได้ขนาดนี้

คนเรียนศิลปะน่าจะจิตใจอ่อนโยนกว่านี้อ่ะ เค้ามีอคติอะไรก็เราหรือปล่าวค่ะ

สู้ๆๆน้า


โดย: cool mint วันที่: 2 กันยายน 2550 เวลา:2:29:34 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

maigo
Location :
tokyo Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add maigo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.