maigoaroundjapan
Group Blog
 
All Blogs
 

เที่ยวตามเทรนด์ ไปปีนภูเขาไฟฟูจิ

หลังจากแอบอ่านกระทู้พิชิตภูเขาไฟฟูจิมาเยอะแยะ
(ขอบคุณทุกๆท่านที่มาโพสให้อ่านกันนะคะ)






เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเราก็เลยไปพิชิตมาบ้าง
เริ่มปีนตอนสองทุ่ม
สองข้างทางเป็นป่า ทางมืดมาก
อยู่ๆก็นึกถึงเรื่องblair witch projectขึ้นมา
(ถ้าฉายไฟไปทางป่าจะเจออะไรแปลกๆมั้ยเนี่ย)
ยิ่งคิดยิ่งน่ากลัว เดินจ้ำอ้าว ไปถึงชั้นหกอย่างรวดเร็ว ( ไม่ถึงสามสิบนาที )
(อ่านในเว็บปกติใช้เวลาสามสิบนาที)
แอบคิดในใจว่าชั้นก็เก่งไม่ใช่เล่นนะเนี่ย
(หารู้ไม่ว่านรกรออยู่ข้างหน้า)

เลยชั้นหกไปได้นิดนึง ก็เห็นตัวเมืองข้างล่างจุดดอกไม้ไฟกันอยู่
นั่งดูไปเพลินๆ มีคนเดินมาก็ชวนดูด้วยกัน
ปรากฎว่าเจ้าหมอนี่คือฝรั่งที่ตั้งใจจะพิชิตภูเขาไฟฟูจิตั้งแต่ชั้นสาม!!
ที่รู้เพราะนั่งรถมาคันเดียวกัน (ดีที่เปลี่ยนใจมาเริ่มต้นชั้นห้านะ)

ชั้นหกขึ้นไปเริ่มชันนิดหน่อย แต่เรายังลั่นล้า
(ฟูจินี่มันกระจอกจริงๆเล้ย)
เดินขึ้นไปเรื่ิอยๆ ฝุ่นเริ่มเยอะ เข้าตา เข้าจมูก เข้าปาก
เดินคุยไม่ได้เลย ฝุ่นเข้าปากหมด
ต้องเอาผ้ามาปิดจมูก

แล้วโชคร้ายเริ่มมาเยือน
หน้าบ้านพักชั้นเจ็ด ถุงมือหล่นหายไปข้าง
ไฟฉายตกใช้การไม่ได้

การปีนเขาตอนกลางคืนโดยไม่มีไฟฉายเนี่ย เหมือนหาที่ตายมากๆ
แต่ไม่ใช่ที่ภูเขาไฟฟูจิ
มีทัวร์ปีนเขาที่เขามากันเป็นคณะ มีไกด์คอยนำทางและแนะนำ
เครื่องมือก็ครบครัน ทั้งรองเท้าปีนเขา ทั้งไม้เท้า
ที่สำคัญไฟฉายที่สว่างอย่างกับนีออน และไม่ใช่แค่กรุ็ปเดียว สองสามกรุ็ปได้

เรากับเพื่อนก็ เดินตามเลยสิ
ช้าหน่อยไม่กลัว กลัวตกเขาตาย
เดินๆตามเต้าไปเนี่ย เวลาเหนื่อยๆก็มีคุณไกด์คอยให้กำลังใจ
"เดินอีกยี่สิบนาทีจะถึงจุดพักต่อไปแล้วครับ" (จริงๆแล้วตั้งสี่สิบนาที)

(ตีสอง) ถึงชั้นแปด ยังมีแรงถ่ายรูปบ้าๆ
แต่อายเกินกว่าจะให้ดู แฮะๆ

่จากชั้นแปดขึ้นไปเนี่ย
เดินตามตูดคนข้างหน้าไป ยิ่งสูงยิ่งหนาว คนยิ่งเยอะ
ขี้นไปสองก้าว หยุด สองก้าว หยุด
เริ่มกังวลว่าจะไปถึงยอดทันพระอาทิตย์ขึ้นรึเปล่า
มองขึ้นไปเริ่มเห็นแสงรำไร ( ใกล้ถึงแล้ว! )
แป่ว ชั้นแปดของจริง ( มีชั้นแปดเล่นๆ กับของจริงด้วย )

ในแผนที่เขียนว่าอีก แ ป ด สิ บ น า ที จะถึงยอด
แปดสิบนาที! แค่อีกหนึ่งนาทีก็ไม่อยากปีนแล้ว
(อยู่บ้านดีๆไม่ชอบ มาลำบากทำไมเนี่ยตู)

"อีกครึ่งชั่วโมงจะถึงแล้วคร้าบ ทุกคนยังไหวมั้ย" ไกด์พูด ได้ยินไปถึงชั้นห้าได้
"หวายยยยย" ลูกทัวร์ตอบแบบเนือยๆ

ฟ้าเริ่มสว่าง เราใกล้ตายเต็มที คลานไปนอนตายข้างทาง
ทั้งง่วง ทั้งหนาว เหนื่อยด้วย ( ไม่ต้องไปถึงชั้นบนเราก็นั่งดูพระอาทิตย์ที่นี่ได้ ชิ )

ใกล้ขึ้นแล้ว





กำลังขึ้นแล้ว


แดงแป๊ดด


สุดยอดดด
พักดูพระอาทิตย์ขึ้นจนหายเหนื่อย แล้วก็ออกเดินทางต่อ
ถึงข้างบนแบบซังกะตาย เพื่อนเราถึงกลับอ้วก (สงสัยแพ้ที่สูง)
เห็นคนอื่นถ่ายรูปกันสนุกสนาน เราขอไปหาที่นอนก่อนดีกว่า
จะนอนก็นอนไม่หลับ แสงมันแยงตา เลยไปเดินเล่นรอบปล่องภูเขาไฟ
บนยอดภูเขาที่สูง 3667 เมตร ลมแรงโ ค ต ร
เดินปกติไม่ได้ ต้องคลานเอา
เดินไปไม่เท่าไหร่ เปลี่ยนใจเดินกลับ ไม่อยากเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่

ก่อนลงก็ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ใช้แรงเฮือกสุดท้ายยิ้มออกมาได้
รูปออกมานี่ หน้าตาพิลึกมาก

ขาลง
เต้าว่ากันว่าสบายกว่าตอนขึ้นเยอะ
เค้าว่ากันว่าลงแป็ปเดียวเอง
เค้าว่ากันว่ามันมีทางที่สไลด์มันๆอยู่

แต่เราว่าตอนลงเหนื่อยกว่าตอนขึ้น
คนอื่นใช้เวลาสามถึงสี่ชั่วโมง
เราใช้เวลา แ ป ด ชั่ ว โ ค ต ร เอ้ยไม่ใช่ แปดชั่วโมง
และไอ้ทางที่เค้าสไลด์ลงกันอ่ะ เราไม่ได้ลง

เพราะเพื่อนเราปวดเข่า ส่วนเราก็เจ็บนิ้วเท้า
ถ้าลงทางสไลด์มีหวังเดี้ยงทั้งคู่ ก็เลยลงทางที่ขึ้นมา
ชั้นบนๆไม่เท่าไหร่ หินแข็งและเป็นขั้นๆ
ชั้นที่เจ็ดลงมาเนี่ย พื้นเป็นกรวดก้อนเล็กปนทราย
เวลาวางเท้าลงไปมันจะลื่นลง แล้วนิ้วที่เจ็บก็เจ็บมากขึ้นไปอีก
ทางที่ลงเป็นทางซิกแซกไม่มีที่สิ้นสุด เดินวนไปวนมา
วนไปร้อยรอบได้ กว่าจะถึงชั้นห้า แทบตาย

ถึงท่ารถชั้นห้า รีบวิ่งเข้าห้องน้ำ ไม่ไหวแล้วคันคัวมาก
ฝุ่นเต็มตัว เต็มหน้า รูหูก็มี ขี้ตาก็ดำ ขี้มูกก็ดำ
ผมเนี่ยพอเกาๆจะมีฝุ่นร่วงลงมา เล็บก็ดำเขรอะ
อารมณ์นี้อยากรีบกลับบ้านไปแช่น้ำที่สุด

กลับมาอาบน้ำนอน ตื่นมาอีกทีบ่ายสี่โมง ปวดไหล่ ปวดขา
ไม่เอาแล้ว ปีนเขา เข็ดไปจนวันตาย




 

Create Date : 24 สิงหาคม 2550    
Last Update : 4 กันยายน 2550 21:24:06 น.
Counter : 467 Pageviews.  

nebuta maturi ณ อาโอโมริ

ก่อนเดินทาง

ในที่สุดก็ถึงเทศกาลnebutaสักที
ฝันมานานหลายปี
ยังไงปีนี้ก็ต้องไปให้ได้

จองโรงแรมในตัวเมืองสองวันหนึ่งคืน รวมค่ารถชินคังเซ็ง
สี่หมื่นกว่าเยน!!!
ถ้าทำงานวันละหกชั่วโมง ก็ต้องทำตั้งเจ็ดวัน เพื่อไปเที่ยวแค่สองวันเนี่ยนะ

เอาก็เอา ไม่ไปตอนนี้ก็ไม่รู้จะได้ไปอีกเมื่อไหร่
ถือว่าไปเก็บไอเดีย สำหรับการบ้านที่จะส่งตอนเปิดเทอมแล้วกัน


วันเดินทาง

เย้ๆ
จะได้ไปเที่ยวแล้ว เป็นครั้งแรกนะเนี่ย ที่จะได้ขี้นเหนือ
เอายูกาตะไปใส่ดีมั้ยนะ ปกติเค้าใส่ไปดูงานกันมั้ยเนี่ย


ถึงอาโอโมริ


ทำไมคนเยอะอย่างนี้ แล้วช้านจะไปยืนดูตรงไหนได้เนี่ย
คนญี่ปุ่นเล่นเอาเสื่อมาปูรอดูตั้งแต่เช้า
นึกว่าบ้าจองที่เฉพาะตอนดูฮานามิ กับฮานาบิ
งานไหนๆพี่ยุ่นก็ไม่ยั่น เตรียมพร้อมเสมอ !!

เดินจนขาลาก ในที่สุดก็เจอที่ว่าง แต่ดั้นนนนนนน
มีคนมายืนบัง
เพ่ นั่งดูกันได้มั้ยอ่ะ คนข้างหลังมองไม่เห็น
ได้แต่คิด ไม่ได้พูด
คนสวยมักจะอาภัพ เพิ่งเข้าใจคำคำนี้ ก็ตอนนี้

เปลี่ยนมาดูตนแถวนี้ก็ได้ฟ่ะ
ถึงแม้อากาศยามเย็นที่อาโอโมริจะไม่ได้ร้อนประดุจขุมนรกก็ตาม
สาวๆต่างพร้อมใจกันนุ่งสั้นโชว์ขาขาวๆ อวบๆ เหมือนไชเท้า
เปิดอก โชว์ร่องนม ที่ดูเหมือนที่ราบ มากกว่าเนิน
มองไปมองมาก็เพลินดี สาวๆญี่ปุ่นช่่างแต่งตัวกันจริง

และแล้วสวรรค์ก็มีตา หรือเราสวยไม่จริง!!
ดลใจให้ครอบครัวสุขสันต์ย้ายทำเล ไปยืนที่อื่น
กว่าจะไป งานจะจบแล้วคะพี่



ในที่สุดเราก็โหลดรูปลงได้




บ่นมาตั้งนานยังไม่ได้บอกว่า เนบูตะเป็นงานอะไรเลย
คือเป็นงานที่ฉลองการรบชนะของเทพเจ้า เทพเจ้าญี่ปุ่นก็คล้ายๆของจีน
จะมีอีกงานหนึ่งชื่อคล้ายๆกัน คือเนปูตะ รูปส่วนใหญ่จะเป็นภาพตอนรบ

มองด้านล่างรูปภาพดีๆจะเห็นว่ามีคนแบกอยู่หลายสิบคน มีึคนให้สัญญาณหนึ่งคน
ระหว่างที่ลากไป จะมีคนตีกลองให้จังหวะ แล้วทุกคนก็จะร้องว่า​
" รัดเซรา รัดเซรา รัดเซ รัดเซ รัดเซร่า " แปลเป็นไทยได้ประมาณว่า "ฮุยเลฮุย" ละมั้ง


ในงานที่ประทับใจสุดๆก็ต้องเป็นชุดของคนที่เข้าร่วมงานเนี่ยแหละ


รูปนี้พ่อแม่พาลูกมาร่วมงานด้วย
(แอบถ่ายมา ขืนถ่ายตรงๆอาจโดนจับได้) สีสันสุดยอด มีติดกระดิ่งตามตัวอีกต่างหาก
ที่เด็ดสุดคือหมวก แบบว่าทั้งผู้ชายผู้หญิงจะใส่เหมือนกัน แล้วเวลาเห็นคุณลุงแก่ๆใส่นะ
kimoikawaii คือน่ารักแบบแปลกๆง่ะ


อ้าวไหงรูปมันเอียงละเนี่ย
แก้ไปหลายรอบแล้วนะ ทนดูรูปเอียงๆไปก่อนนะคะ




 

Create Date : 16 สิงหาคม 2550    
Last Update : 4 กันยายน 2550 1:06:37 น.
Counter : 483 Pageviews.  


maigo
Location :
tokyo Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add maigo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.